Home » 0. TOP content

Review – ASUS ZenBook S UX391UA สุดยอดโน้ตบุ๊คบางเบาพรีเมียม ดีไซน์สวยล้ำหน้า น้ำหนักแค่ 1 กิโลกรัม

22 Aug 18 - By l

ASUS ZenBook S UX391UA เจ้าของรางวัล Best Choice of the Year, Best Choice Golden Award Winner และ Computex d&i จากงาน Computex 2018 เปิดตัวและวางขายในประเทศไทยอย่างเป็นทางการครั้งแรก ชูนวัตกรรม ErgoLift ของคีย์บอร์ดที่ทำมุม 5.5 องศา ช่วยให้การพิมพ์งานง่ายกว่าเคย ทั้งยังเหมาะกับการพกพาด้วยน้ำหนักตัวเครื่องเพียง 1 กิโลกรัม

หน้าจอขนาด 13.3 นิ้ว ASUS ZenBook S UX391UA มาในสี Deep Dive Blue ตัดด้วยขอบสี Rose Gold เพิ่มความหรูหรา พร้อมประสิทธิภาพแรงสูงด้วย Core i7-8550U แรม 16GB พร้อม SSD 512GB สามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด มาพร้อมแบตเตอรี่ที่สามารถใช้งานได้นานกว่า 13.5 ชั่วโมง ASUS ZenBook S UX391UA สนนราคา 49,990 บาท ประกัน 2 ปี ตามมาตรฐาน ASUS

Unbox Preview

VDO Review

Specification

ในเรื่องของสเปก ASUS ZenBook S UX391UA นั้น เครื่องที่เราได้มารีวิวเป็นรุ่นสูงสุด ที่ใช้ชิปประมวลผล Intel Core i7-8550U ที่มีความเร็วในการประมวลผลอยู่ที่ 1.8 GHz และเร่งความเร็วด้วย TurboBoost ได้เป็น 4.0 GHz ทำงานแบบ 4 คอร์ 8 เธร์ด ส่วนการ์ดจอก็แน่นอนว่าต้องเป็น Intel UHD Graphics 620 แรมก็ให้มา 16GB DDR3L เป็นแบบฝังติดบอร์ดมาเช่นเดียวกับ Ultrabook ปกติ ส่วน SSD มีมาให้ขนาด 512GB มาพร้อมความเร็วสูง PCIE Gen3 SSD ใช้จอขนาด 13.3 นิ้ว แบบด้าน พาเนล IPS ความละเอียด 1920 x 1080 พิกเซล แถมตัวคีย์บอร์ดยังมีไฟ LED Backlit มาให้ด้วย เรียกได้ว่าเป็น Ultrabook ระดับสูงสุดของทาง ASUS ก็ว่าได้

ส่วนเรื่องของพอร์ตเชื่อมต่อนั้น จะมีเพียง USB 3.1 Type-C เท่านั้น ส่งผลให้การใช้งานนั้นจำเป็นต้องอแดปเตอร์แปลง ซึ่งทาง ASUS ก็บันเดิลมาให้แล้ว โดยขยายได้เป็น USB Type-C, USB Type-A และ HDMI แน่นอนส่ามาพร้อมระบบปฏิบัติการ Windows 10 ลิขสิทธิ์ ที่สำคัญยังมาพร้อม Wi-Fi มาตรฐาน 802.11ac ส่วนการรับประกันมีระยะ 2 ปีตามมาตรฐาน ASUS พร้อมประกันอุบัติเหตุใน 1 ปีแรกอีกด้วย

 

Hardware / Design

ด้วยการออกแบบตัวเครื่องที่เน้นเป็นสุดยอด Ultrabook ทำให้ ASUS ZenBook S UX391UA มีความบางเบาที่สุด โดยบางเพียง 12.9 มิลลิเมตร และน้ำหนักแค่ 1.05 กิโลกรัม ทำให้ ASUS ZenBook S UX391UA สามารถพกพาไปใช้งานนอกสถานที่ได้อย่างสบายๆ โดยเหมาะมากๆ สำหรับคนที่ต้องการที่สุดของโน้ตบุ๊คในเกรดระดับสูง หรือคนทำงานพนักงานออฟฟิศที่เน้นใช้งานทั่วไปให้ประสิทธิภาพพอตัว แต่พกพาไปที่นู้นที่นั่นบ่อยๆ ซึ่งรองรับการทำงานได้ยาวนานกว่าโน้ตบุ๊คปกติ ที่สำคัญคือได้ภาพลักษณ์ด้วย

โดย ASUS ZenBook S UX391UA วัสดุหลักเป็นอะลูมิเมียมเกรดสูงแบบ Unibody ที่ไร้รอยต่อ ผสานกับลวดลายการออกแบบอันเป็นแบบฉบับของ ZenBook ด้วยสีสันอย่าง Deep Drive Blue สีน้ำเงินเข้ม ซึ่งมีแนวคิดมาจากท้องฟ้ายามรุ่งอรุณ พร้อมแซมด้วยสี Rose Gold ชมพูทองเพิ่มสีสันให้กับรายละเอียดรอบนอกเครื่องแบบ Diamond-cut รวมไปถึงด้านในอย่างตัวอักษรคีย์บอร์ด เพื่อให้ ASUS ZenBook S UX391UA มีความโดดเด่นขึ้นมาอีกขั้น ดูแล้วมีความเหนือชั้นกว่า Ultrabook ทั่วไปแบบรู้สึกได้

อีกหนึ่งเทคโนโลยีที่เข้ามาเสริมให้การทำงานเป็นไปได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ ก็คือ บานพับ ErgoLift Hinge นั้นเวลาที่กางออกมาใช้งานในรูปแบบโน๊ตบุ๊คจะทำให้คีย์บอร์ดทำมุม 5.5 องศากับฐานตั้ง พร้อมกางจอได้สูงสุดที่ 145 องศา จากการที่มีบานพับแบบพิเศษช่วยยกตัวเครื่องสูงขึ้จากพื้น โดยขอบตัวเครื่องด้านหลังจะมียางรองพร้อมทำหน้าที่เป็นฐานรองด้านหลัง

ซึ่งมุม 5.5 องศาที่ว่านี้นั้นทาง ASUS ได้ทำการวิจัยออกมาเป็นอย่างดี ว่ามันจะช่วยให้เราใช้งานโน๊ตบุ๊คนั้นสามารถที่จะพิมพ์ได้อย่างสบาย แถมเวลาที่กางบานพับออกมานั้นมันจะทำให้ส่วนของฐานคีย์บอร์ดมีระยะห่างสูงสุด 0.51 นิ้วกับฐานตั้งซึ่งทำให้ความร้อนที่เกิดขึ้นในส่วนของตัวเครื่องนั้นมีการดูดลมเย็นเข้าไปช่วย พร้อมกันนั้นยังให้เสียงที่ดีขึ้นด้วย

ฝาหลังเป็นลักษณะที่เป็นเอกลักษณ์อย่าง ASUS ZenBook S UX391UA ที่ให้ผิวสัมผัสที่ดีมีความพรีเมียมกว่าโน้ตบุ๊คทั่วไป พร้อมโลโก้ ASUS ตามมาตรฐาน สำหรับขอบตัวเครื่องมีความสวยงามเรียบง่ายแต่ดูแพง ส่วนด้านในก็จะเป็นอะลูมิเนียมแบบด้านที่ดูหรูหราไม่แพ้ด้านนอกทีเดียว โดยในบันเดิลยังให้ส่วนของ USB-C Hub ทำให้เราเชื่อมต่อ USB-A, HDMI และ USB-C ได้อีกหนึ่งพอร์ต สมกับเป็น Ultrabook สุดพรีเมียมจริงๆ พร้อมกันนั้นอแดปเตอร์ที่ให้มาก็มีขนาดเล็กกระทัดรัดซึ่งพอร์ตการชาร์จก็เป็น USB-C นั่นเอง

นอกจากนี้ใต้เครื่องก็เรียกได้ว่าไม่มีช่องระบายอากาศให้เห็นเลย สำหรับ ASUS ZenBook S UX391UAในการท่ายเทความร้อนออกไปจากช่องทางใต้หน้าจอ ทำให้สเปกแรงแบบนี้ก็ยังถ่ายเทความร้อนได้อย่างรวดเร็วน่าประทับใจ แม้จะมีพัดลมเพียงตัวเดียวก็สามารถจัดการความร้อนภายในได้เป็นอย่างดี ด้วยใบพัดคริสตัลพอลิเมอร์ที่มีความหนาเพียง 0.3 มม. และท่อความร้อนทองแดงกับผนังความร้อนบางเพียง 0.1 มม.

 

Keyboard / Touchpad

ASUS ZenBook S UX391UA ทำให้การทำงานของเราเป็นไปได้อย่างราบรื่น ด้วยคีย์บอร์ดแบบฟูลไซส์ที่มีขนาดปุ่มกดถึง 19.05 มิลลิเมตร  และมีระยะการกดปุ่มเพียง 1.2 มิลลิเมตร อีกทั้งตัวปุ่มยังโค้ง 0.2 มิลลิเมตร เข้ากันนิ้ว ทำให้สามารถพิมพ์ได้ง่ายขึ้น ซึ่งคีย์บอร์ดยังคงเป็น 4 แถว ซึ่งในด้านการใช้งานในการพิมพ์ ก็ตอบสนองได้เป็นอย่างดีทั้งขนาดแป้นพิมพ์ที่รับกันนิ้วและช่องว่างระหว่างแป้นที่ทำให้มีความแม่นยำในการกด พร้อมด้วยไฟ backlit ภายในสวยงามลงตัวแน่นอนว่าใช้งานในที่แสงน้อยได้เป็นอย่างดี ส่วนปุ่มเปิดเครื่องจะไปอยู่ที่มุมขวาบน สีกลืนไปกับเครื่อง ซึ่งข้อดีก็คือมั่นใจได้ว่าจะไม่ไปเผลอกดระหว่างการใช้งานแน่นอน พร้อมมีไฟส่องสว่างให้เห็นสถานะ

พื้นผิวทัชแพดเป็นแบบซ่อนปุ่มคลิกซ้ายขวาให้ความลื่นไหลและความแม่นยำในการทำงาน ทั้งยังมีระบบป้องกันการสั่งงานผิดพลาดจากการวางฝ่ามือบนทัชแพดขณะพิมพ์คีย์บอร์ด รองรับการสั่งงานด้วยการวาดนิ้ว Smart Gesture อีกทั้งมีเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือที่รองรับการล็อกอินเข้าใช้งานอย่าง Windows Hello ซึ่งช่วยเพิ่มความสะดวกสบายในการใช้งานเครื่อง ร่วมกับการรักษาความปลอดภัยของข้อมูลของเรา โดยไม่ต้องกรอกรหัสผ่านใดๆ

Screen / Speaker

ASUS ZenBook S UX391UA ได้ติดตั้งหน้าจอด้านขนาด 13.3 นิ้ว มีขอบที่บางมากเพียง 5.9 มิลลิเมตร ความละเอียด 1920 x 1080 พิกเซล Full HD Panel IPS การแสดงผลของสีเป็นแบบใกล้เคียง 100% sRGB และมีมุมมองกว้างถึง 178 องศา ซึ่งให้ประสบการณ์การใช้งานที่น่าประทับใจมาก เรียกได้ว่าเป็นโน้ตบุ๊คจอ 13.3 นิ้วที่ให้สีที่สวยที่สุด สมจริงที่สุด และการที่ใส่ยางขอบจอแบบติดเนียนตามตลอดแนวขอบจอเลย ทำให้ช่วยซับแรงกระแทกได้ดีกว่าโน้ตบุ๊ครุ่นอื่นๆ ที่มักจะติดตั้งมาเป็นจุดๆ ในบางตำแหน่งเท่านั้น

แม้ขอบจอจะบางเฉียบแต่ก็ได้ติดตั้งกล้องเว็บแคมไว้ด้านบนเหมือนเดิม เพื่อเติมเต็มประสบการณ์การใช้งานที่สมบูรณ์แบบ การทดสอบประสิทธิภาพหน้าจอของ ASUS ZenBook S UX391UA ด้วยเครื่องมือที่เป็นทั้งซอฟต์แวร์และฮาร์ดแวร์อย่าง Spyder5Elite พร้อมทั้งคาลิเบรทหน้าจอให้สีสันมีความตรงความเป็นจริงมากที่สุด

การทดสอบประสิทธิภาพหน้าจอของ ASUS ZenBook S UX391UA ที่เป็นโน้ตบุ๊กที่ใช้หน้าจอพาเนล IPS ทางทีมงานเลยถือโอกาสทดสอบหน้าจอแบบละเอียดๆ ด้วยเครื่องมือที่เป็นทั้งซอฟต์แวร์และฮาร์ดแวร์อย่าง Spyder5Elite พร้อมทั้งคาลิเบรทหน้าจอให้สีสันมีความตรงความเป็นจริงมากที่สุด ซึ่งเมื่อคาลิเบรตแล้วเราก็เลือกโปรไฟล์ที่เราได้คาลิเบรทเอาไว้ ผลที่ได้หลังจากที่คาลิเบรทก็คือคอนทราสต์มีการไล่โทนที่กว้างขึ้น รวมไปถึงมีสีสันและอุณหภูมิสีที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างชัดเจน จากโทนเย็นกลายเป็นโทนอุ่น

โดยให้ขอบเขตความกว้างของสีสันเทียบเท่ากับมาตรฐาน sRGB ที่ 91% ดูจากที่เส้นสีของหน้าจอจะเป็นสีแดง เรียกได้ว่าให้ประสิทธิภาพเรื่องของสีสันนั้นดีมากกว่าเกมมิ่งโน้ตบุ๊ครุ่นอื่นๆ ซึ่งมีความเที่ยงตรงของสีสูง ส่วนความสว่างหน้าจอสูงสุดอยู่ที่เกือบๆ 250 cd/m2 ซึ่งจัดได้ว่ามีความสว่างในระดับกลางๆ ทำให้เมื่อคาลิเบตหน้าจอแล้วสามารถไปทำงานภาพกราฟิกหรือตกแต่งภาพที่เน้นความเที่ยงตรงได้โอเคเลยทีเดียว

ตัวลำโพงเป็นแบบสเตอริโอเลือกใช้ลำโพง Harman/ Kardon ให้เสียงที่ดีในระดับหนึ่ง มีทั้งเสียงเบสที่มีน้ำหนัก ไม่ใช่ใส่แต่เสียงกลาง เสียงแหลมออกมาอย่างเดียว โดยตัวลำโพงจะอยู่บริเวณใต้ตัวเครื่องซ้ายและขวาลักษณะยิงลงพื้น ทำให้เสียงที่ค่อนข้างดังพอสมควร แยกรายละเอียดได้ซ้ายขวาได้ดี โดยรวมถือในส่วนของลำโพงถือว่าทำออกได้ดีกว่าโน้ตบุ๊คทั่วไป ทั้งในคุณภาพเสียงที่ได้และเสียงดังฟังชัดเพียงพอจะออกไปในนอกสถานที่ได้ ส่วนใครจะเอาไปต่อกับหูฟังหรือลำโพงเพิ่ม ก็สามารถทำได้หากว่าต้องการคุณภาพเสียงที่ดีมากยิ่งขึ้นไปอีก

Connector / Thin And Weight

มาดูในส่วนของการเชื่อมต่อกันบ้าง หลักๆ แล้วถือว่ามีความครบครันในรูปแบบของ Ultrabook ระดับสูง ไม่ว่าจะเป็นพอร์ต USB Type-C จำนวนหนึ่งพอร์ท ไว้สำหรับการเชื่อมต่อกับแฟลชไดร์ฟหรือฮาร์ดดิสก์ภายนอกไว้ถ่ายโอนข้อมูลได้รวดเร็ว รวมไปถึงการชาร์จไฟผ่านทางอแดปเตอร์ ส่วนอีกสองพอร์ทก็จะเป็น Thunderbolt 3 กับหน้าตาแบบ USB Type-C แต่จะมีสัญลักษณ์สายฟ้าด้วยสำหรับการรองรับอุปกรณ์ใหม่ๆ หรือกล่องการ์ดแยกภายนอกด้วยการเชื่อมต่อความเร็วสูง 40 Gb/s นอกจากนี้ยังมีช่องรูเชื่อมต่อหูฟังเป็นแบบ Combo ไมค์และหูฟังขนาด 3.5 มิลลิเมตร หรือถ้าใครต้องการใช้งาน USB Type-A, HDMI หรือ USB Type-C ก็มี Hub ที่บันเดิลมาให้เลย

น้ำหนักตัวเครื่องอยู่ที่ 1.05 กิโลกรัม และตัวอแดปเตอร์ที่ชาร์จเองก็มีขนาดเล็ก กะทัดรัดซึ่งเมื่อรวมเข้าไปด้วยกันแล้วน่าจะมีหนักราวๆ ไม่เกิน 1.2 กิโลกรัม ถือว่ามีน้ำหนักที่มีความเบามากๆ เลยทีเดียว เพราะปกติแล้วโน้ตบุ๊ค 13.3 นิ้วจะมีน้ำหนักอยู่ที่ 1.5 กิโลกรัมขึ้นไป ซึ่งแน่นอนว่าออกแบบมาเพื่อตอบสนองในเรื่องของการพกพาไปนอกสถานที่ได้อย่างเต็มรูปแบบนั่นเอง

Performance / Software

ASUS ZenBook S UX391UA มาพร้อมกับชิปประมวลผลจาก Intel Core i7-8550U ซึ่งเป็นชิปประมวลผลใช้พลังงานไฟต่ำมาก มีความเร็วในการประมวลผลอยู่ที่ 1.8 GHz แต่สามารถเร่งประสิทธิภาพขึ้นไปได้สูงสุดถึง 4.0 GHz นะครับ เป็นซีพียูแบบ 4 Core 8 Threads ที่เพียงพอสำหรับการใช้งานทั่วไป หรือถ้างานที่ต้องประมวลผลหนักก็รองรับได้อย่างสบายๆ

เทียบกับรุ่นก่อนเรียกได้ว่าแรงขึ้นพอตัวเพราะ Core เยอะขึ้น แม้ก็ต้องยอมรับว่าอาจจะสู้กว่าพวก Core i7 ตัวซีรีย์ H ตรงๆ ไม่ได้เรื่องของประสิทธิภาพการประมวลผล แต่เรื่องประหยัดพลังงานนั้นไม่เป็นรองใครอย่างแน่นอน มาพร้อมแรมภายในขนาด 16GB DDR3L ที่สามารถขับเคลื่อนระบบปฏิบัติการ Windows 10 ลิขสิทธิ์ที่มีมาให้แบบสบาย

กราฟิกการ์ดเป็นแบบออนบอร์ดอย่าง Intel UHD Graphics 620 ที่ให้พลังในการประมวลผลที่ดีในระดับหนึ่ง อย่างในเรื่องของกราฟิก 2 มิตินั้นก็รองรับได้อย่างสบายๆ หรือถ้าเป็น 3  มิติก็ต้องบอกว่ารองรับการทำงานได้ในระดับเบื้องต้นเท่านั้น แต่เอาเข้าจริงๆ ก็สนับสนุนการเล่นเกมได้ในระดับนึงเหมือนกัน ที่โดยรวมแล้วให้ประสิทธิภาพการทำงานที่ดีกว่า Intel HD Graphics 620 รุ่นก่อนหน้าแน่นอน เพราะอย่างน้อยๆ ก็รองรับการทำงานกับหน้าจอความละเอียดสูงได้แบบไม่มีปัญหา

สำหรับโปรแกรมทดสอบ CINEBENCH ที่เน้นในเรื่องของพลังชิปประมวลผล คะแนนก็อยู่ในระดับที่น่าพอใจ เปรียบเทียบกับชิปประมวลผลที่เป็นรหัส U รุ่นก่อนหน้าแล้ว ก็ทำได้ดีกว่าเล็กน้อย รวมไปถึงตัวกราฟิกการ์ดเองก็มีประสิทธิภาพสูงขึ้น เรียกได้ว่าตอบโจทย์ในส่วนของงานประมวลผลหนักๆ ได้อย่างสบายๆ ไม่น่าเป็นห่วงนัก

ตัวเก็บข้อมูลของเครื่องที่เลือกใช้ SSD M.2 แบบ NVMe ก็ทำคะแนนออกมาได้อย่างรวดเร็วเป็นที่น่าพอใจบนขนาดความจุ 512GB โดยเป็นของแบรนด์ชั้นนำ กับความเร็วระดับ Read: 2922 MB/s – Write: 1564 MB/s ยิ่งเมื่อนำไปใช้เทียบกับฮาร์ดไดร์ฟแบบจานหมุนปกติหรือ SSD ที่เป็นมาตรฐาน SATA 3  แล้วละก็จะเห็นถึงประสิทธิภาพทั้งในด้านการทดสอบและในด้านการใช้งานจริงที่แตกต่างกันอย่างเห็นเห็นได้ชัด

การทดสอบประสิทธิภาพกับโปรแกรม PCMark 10 Advance ซึ่งสามารถทำคะแนนการทดสอบรวมได้มากถึง 3,511 คะแนน ถือได้ว่าในส่วนของการใช้งานทั่วไปโดยรวมนั้นสอบผ่านแบบสบายๆ ทั้งในส่วนของการเล่นเว็บไซต์ งานเอกสาร งานตกแต่งรูปภาพ รวมถึงงานตัดต่อวิดีโอ ที่แม้ว่าเป็นโน้ตบุ๊คการ์ดจอแยก ซึ่งถ้ามีคะแนนพุ่งเยอะกว่านี้แน่นอนครับ

Battery / Heat / Noise

แบตเตอรี่ของ ASUS ZenBook S UX391UA เป็นแบบฝังไว้ในเครื่องเหมือนกับโน้ตบุ๊คหลายๆ รุ่นในปัจจุบัน ตัวแบตเตอรี่มีขนาด 3 Cell สามารถทำงานต่อเนื่องยาวนานได้ประมาณ 8 – 10 ชั่วโมงต่อเนื่องในการใช้งานแบบปกติ (ดูภาพยนตร์และเล่นอินเตอร์เน็ต) นอกจากนี้ยังมีเทคโนโลยี Fast charging ที่ให้แบตเตอรี่เต็ม 60% ได้ใน 49 นาที ส่วนช่องระบายของเจ้าโน้ตบุ๊คตัวนี้จะอยู่ด้านบนบริเวณแกนพับหน้าจอ โดยออกแบบให้ซ่อนตัวเอาไว้ด้านหลังติดกับกรอบอะลูมิเนียมของเครื่องเวลาพับจอก็ไม่เห็นช่องระบายความร้อนเลย

ทางด้านอุณหภูมิปกติของเครื่องจะอยู่ที่ 40 + องศาเซลเซียส แต่พอรีดประสิทธิภาพเต็มที่จะเห็นว่าเครื่องจะร้อนที่สุดที่ 98 องศาเซลเซียส นับว่าเรื่องระบบระบายความร้อนของ ASUS ZenBook S UX391UA เครื่องนี้ทำออกมาได้ดีประมาณนึง ซึ่งนั่นน่าจะเป็นเพราะชุดระบายความร้อนจาก ASUS ที่ออกแบบมาค่อนข้างดี อีกทั้งบอดี้อะลูมิเนียมที่ยกตัวขึ้นก็ช่วยระบายความร้อน และอย่างไรก็ตามการใช้ชิปประมวลผล Intel รุ่นล่าสุดอย่าง Core i Gen 8 ก็ยังมีอุณหภูมิที่สูงเกือบๆ 100 องศาอยู่ แต่ไม่มีผลต่อการใช้งานแต่อย่างใด

Conclusion / Award

เรียกได้ว่ามีความน่าสนใจจริงๆ สำหรับโน้ตบุ๊คอีกหนึ่งรุ่นที่ทุกๆ คนให้ความสนใจอย่าง ASUS ZenBook S UX391UA ที่ต่อยอดความสำเร็จตระกูล ZenBook ได้เป็นอย่างดีมาพร้อมความสมบูรณ์แบบ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของดีไซน์การออกแบบ ภาพลักษณ์ วัสดุ งานประกอบ รวมไปถึงสเปคประสิทธิภาพและประสบการณ์ใช้งาน สมกับเป็น Ultrabook ระดับสูงของทาง ASUS ที่ทุกคนต่างในการยอมรับ

ทางด้านราคา ASUS ZenBook S UX391UA ถือว่าเป็นที่สุดของความพรีเมียม สนนราคาที่ 49,990 บาท ซึ่งเหนือกว่าในเรื่องชิปประมวลผล แรมและฮาร์ดดิสก์ที่มากกว่าคู่แข่งอื่นๆ ในกลุ่มที่ใกล้เคียงกัน อย่างไรก็ตามแม้ว่าจะมีราคา ASUS ZenBook S UX391UA จะมีราคาที่สูงกว่าโน้ตบุ๊ครุ่นอื่นๆ แต่ก็เหนือกว่ารุ่นอื่นๆ ด้วยการที่ตัวเครื่องมีขนาดเล็กเทียบและมีหน้าจอขนาด 13.3 นิ้ว แต่มีขนาดบอดี้ น้ำหนัก มีขนาดเล็กกว่าโน้ตบุ๊ค 13.3 นิ้วทั่วไป ซึ่งมีน้ำหนักเพียง 1.05 กิโลกรัมและบางเพียง 12.9 มิลลิเมตรเท่านั้น

เอาเป็นว่า ASUS ZenBook S UX391UA สมแล้วที่ได้สุดยอดรางวัล Best Choice of the Year, Best Choice Golden Award Winner และ Computex d&i จากงาน Computex 2018 ซึ่งเปิดตัวและวางขายในประเทศไทยแล้ว พร้อมชูนวัตกรรม ErgoLift ของคีย์บอร์ดที่ทำมุม 5.5 องศา ช่วยให้การพิมพ์งานง่ายกว่าเคย ทั้งยังเหมาะกับการพกพาด้วยน้ำหนักตัวเครื่องเพียง 1 กิโลกรัม

หน้าจอขนาด 13.3 นิ้ว ASUS ZenBook S UX391UA มาในสี Deep Dive Blue ตัดด้วยขอบสี Rose Gold เพิ่มความหรูหรา พร้อมประสิทธิภาพแรงสูงด้วย สามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด มาพร้อมแบตเตอรี่ที่สามารถใช้งานได้นานเกือบสิบชั่วโมง ที่สำคัญได้ผ่านมาตรฐานทางทหารแบบ MIL-STD 810G รองรับการใช้งานหนักหน่วงได้อย่างสบายๆ

จุดเด่น

  • เป็นโน้ตบุ๊คหน้าจอ 13.3 นิ้ว แต่มีขนาดตัวเครื่องเล็กเทียบเท่ารุ่นหน้าจอ 12.5 นิ้ว
  • ดีไซน์พิเศษบานพับ ErgoLift Hinge ช่วยให้ใช้งานดีขึ้น
  • หน้าจอมีความละเอียดสูงระดับ Full HD พาเนล IPS ให้สีสันที่สวยสด งดงามมาก
  • ขอบจอบางเฉียบด้วย เทคโนโลยี Nano Edge บางพิเศษกว่าโน้ตบุ๊คทั่วไป
  • หน้าจอแสดงผลขอบเขตสีใกล้เคียง 100% sRGB
  • ใช้งานจริงลื่นไหลแบบสุดๆ ด้วย i7 + RAM 16GB + SSD NVMe 512GB
  • คีย์บอร์ดสวยงามมีไฟใช้งานได้จริง
  • น้ำหนักเบากว่าเดิม วัสดุตัวเครื่องคุณภาพสูงทั้งตัว
  • เทคโนโลยี Fast charging ที่ให้แบตเตอรี่เต็ม 60% ได้ใน 49 นาที
  • พอร์ตการเชื่อมต่อครบครัน มี Thunderbolt 3 มาให้ด้วย 2 พอร์ต
  • ลำโพง Harman/ Kardon ให้เสียงที่ดีในระดับหนึ่ง
  • มาพร้อมสแกนลายนิ้วมือ ใช้งานผ่านทาง Windows Hello
  • มี Windows 10 แท้มาให้พร้อมใช้งานทันที
  • ประกัน 2 ปี พร้อมประกันอุบัติเหตุ 1 แรก เคลมผ่าน 7-11 ได้
  • บันเดิล USB-C Hub มาให้เลย

ข้อสังเกต

  • ราคาสูงเมื่อเทียบกับสเปก แต่ได้ประสบการณ์ใช้งานที่ยอดเยี่ยมแทน
  • ความร้อนค่อนข้างสูง
  • แบตเตอรรี่ใช้งานได้ไม่ต่ำกว่า 8 – 10 ชั่วโมง

Award

โดยในครั้งนี้จะเป็นการเปรียบเทียบการให้รางวัลกับเครื่องในกลุ่มของโน้ตบุ๊กขนาดหน้าจอ 13.3 นิ้วด้วยกัน ซึ่ง ASUS ZenBook S UX391UA ก็ได้รางวัลต่างๆ ดังนี้

Best Performance

ชิปประมวลผลเป็น Intel Core i7-8550Uทำงานแบบ 4 คอร์ 8 เธร์ด ประสิทธิภาพไว้ใจได้ แรงเหลือเฟือในการใช้งานทั่วไป มีที่เก็บข้อมูลรองรับการติดตั้ง SSD แบบ M.3 NVMe โดยตามสเปกได้ติดตั้งมาแล้วที่ 512GB ที่แรงระดับ 3,000MB/s ในส่วนของแรมเองมีมาให้ 16GB แบบ DDR3L แน่นอนทั้งตัวเครื่องนั้นแทบไม่ต้องอัพเกรดอะไร ลื่นไหลที่สุดอย่างไร้กังวล รองรับการทำงานต่างๆ พร้อมๆ กันได้หลายๆ งาน รวมถึงเล่นเกมได้อย่างลื่นไหล

award_use_2_create_05

Best Design

เรื่องของรูปร่างหน้าตาก็เป็นหนึ่งในจุดเด่นที่มีอยู่ในผลิตภัณฑ์ของ ZenBook มาตั้งแต่ไหนแต่ไร ซึ่งจุดเด่นในข้อนี้ก็เห็นได้ชัดเจนใน ASUS ZenBook S UX391UA ที่มีดีไซน์ของตัวเครื่องสวยงามโฉบเฉี่ยวเป็นเอกลักษณ์ สีบอดี้วยสีสันอย่าง Deep Drive Blue สีน้ำเงินเข้ม ซึ่งมีแนวคิดมาจากท้องฟ้ายามรุ่งอรุณ พร้อมแซมด้วยสี Rose Gold ชมพูทองเพิ่มสีสันให้กับรายละเอียดรอบนอกเครื่องแบบ Diamond-cut  ดูแล้วเรียบหรูตามสไตล์คนรุ่นใหม่ แถมยังมีขอบจอบางสุดๆ อีกด้วย

award_use_2_create_12

Best Mobility

ส่วนของความสามารถในการพกพาก็ยังคงอยู่ในระดับที่ดีตามสไตล์ของโน้ตบุ๊ตที่เน้นความบางเบา ทั้งในความบางเพียง 12.9 มิลลิเมตร และน้ำหนักเบา 1.05 กิโลกรัม ที่ทำให้สามารถหิ้วไปไหนมาไหนได้อย่างสะดวก ทำให้ไม่ต้องกังวลเรื่องการจับถือมากนัก สามารถพับฝาจอลงแล้วเก็บเครื่องได้ทันที อแดปเตอร์ก็ทำออกมาให้มีขนาดที่ไม่ใหญ่มากนัก พกพาสะดวก รวมน้ำหนักแล้วยังไม่ถึง 1.2 กิโลกรัม เหมาะมากๆ กับคนที่ทำงานนอกสถานที่บ่อยๆ

award_use_2_create_23

© Copyright - Notebookspec.com All Rights