Home » asus review

Review – ASUS TUF Gaming A15 FA506 แรงสุดคุ้มสุด Ryzen 7 4800H + GTX 1660 Ti ราคา 32,990 บาท

24 Apr 20 - By l

ASUS TUF Gaming A15 FA506 พร้อมขายแล้ว สำหรับ Gaming Notebook ที่หลายคนรอคอย มาพร้อมกับชิปประมวลผล AMD Ryzen 7 4800H ตัวแรงสุดๆ ด้วยเทคโนโลยีการผลิต 7nm จับคู่มากับการ์ดจอ NVIDIA GeForce GTX 1660 Ti ประสิทธิภาพสูง ต่อยอดความสำเร็จมาจาก ASUS TUF Gaming FX505 รุ่นปีก่อน ที่ประสบความเร็จเป็นอย่างดี โดยนอกจากการตีบวกยัดสเปคจัดเต็มแน่นเอียดในราคาสุดคุ้มเหมือนเดิม เพียง 32,990 บาท ยังได้อัพเกรดในอีกหลายๆ ส่วนนับว่าเป็น Gaming Notebook จอ 15.6″ ปี 2020 ที่คุ้มค่าที่สุดในงบประมาณ 30,000 บาท

โดย ASUS TUF Gaming A15 FA506  เครื่องที่เราได้รับมารีวิวนั้น เป็นเครื่องขายจริง ส่วนสเปกอื่นๆ มีหน่วยความจำแรมขนาด 8GB DDR4 Bus 3200MHz และมี SSD M.2 NVMe PCIe ความจุ 512GB มาให้ด้วย ส่วนหน้าจอก็ขนาด 15.6″ความละเอียด Full HD พาเนล IPS รองรับที่ 144 Hz มีเทคโนโลยี Adaptive Sync ให้ภาพลื่นไหลไม่ฉีกขาด พร้อมระบบปฏิบัติการ Windows 10 ได้ประกัน 2 ปี แบบ Global Warranty และประกันอุบัติเหตุ Perfect Warranty 1 ปีแรก พร้อมบริการด้วย 7-11 droppoint กว่าหมื่นสาขาทั่วประเทศไทย

VDO Unbox

NBS Verdict

ASUS TUF Gaming A15 FX506 ต่อยอดรุ่นก่อนหน้าได้อย่างดีเยี่ยมในหลายๆ ส่วน เริ่มจากกดีไซน์ใช้สีสัน Fortress Gray โดดเด่นด้วยฝาโลหะพ่นทรายให้พื้นผิวสีเทาที่สวยงาม โลโก้ TUF Gaming ที่เรียบหรูสลักด้วยเลเซอร์ทำให้ดูโดดเด่นยิ่งขึ้น พร้อมการออกแบบสไตล์รังฝังที่ยอมรับว่าสวยงามจริงๆ แน่นอนว่าด้วยความที่เป็น TUF Gaming ก็จะได้รับการรับรองตามมาตรฐานทางการทหาร MIL-STD-810H โดยสามารถทนต่อแรงสั่นสะเทือน, อุณหภูมิและความชื้นสูง ส่งผลให้มีความทนทานกว่า Gaming Notebook ทั่วไป รวมไปถึงมีไฟ RGB คีย์บอร์ด และตัวคีย์บอร์ดก็ตอบสนองพร้อมความทนทานที่เยี่ยมยอด

โดย ASUS TUF Gaming A15 FX506  นับว่าเป็นมาตรฐาน Gaming Notebook ยุคใหม่อย่างแท้จริง โดยใช้ชิปประมวลผล AMD Ryzen 7 4800H ซึ่งได้เทคโนโลยีใหม่ๆ จัดเต็ม ทั้งการผลิตที่ 7 นาโนเมตร ส่งผลให้แรงขึ้นแต่ร้อนน้อย พร้อมทั้งทำงานด้วยความเร็ว 2.90 – 4.20GHz โดยเป็นแบบ 8 คอร์ 16 เธรด ที่สร้างมาตรฐานประสิทธิภาพที่มากกว่าชิปประมวลผลรุ่นก่อนๆ ไม่ว่าจะเป็น AMD Ryzen 3000 H หรือ Intel Core i Gen 9 H เลยทีเดียว ที่สามารถดูได้จากผลการทดสอบเล่นเกมที่ลื่นไหลกว่า Gaming Notebook สเปกเดิมๆ มาก อีกทั้งยังได้แรมมาตรฐานใหม่เป็น Bus 3200MHz ที่ขนาด 8GB ซึ่งก็เป็นส่วนช่วยเรื่องของประสิทธิภาพที่สำคัญทีเดียว (ถ้าอัพเป็น 16GB น่าจะดีกว่านี้อีก)

ที่นอกจากชิปประมวลผลตัวแรงแล้ว การ์ดจอก็ใช้เป็นรุ่นที่ประสิทธิภาพแรงพอตัวอย่าง NVIDIA GeForce GTX 1660 Ti ซึ่งก็สามารถทำงานร่วมกันเป็นอย่างดี พร้อมด้วย SSD M.2 NVMe ความจุ 512GB ที่แม้ว่าความเร็วอาจจะไม่สูงระดับบนแต่ก็เหลือเฟือในการใช้งานแล้ว อีกทั้งได้หน้าจอพาเนล IPS ที่ Refresh Rate 144Hz พร้อม Adaptive Sync ก็ถือว่าให้ประสบการณ์ใช้งานที่ลื่นไหลภาพไม่ฉีกขาด ร่วมไปถึงฟีเจอร์อื่นๆ ด้วยแบตยาวนานกว่า Gaming Notebook รุ่นก่อนหน้า ที่สำคัญคือจัดการอุณหภูมิได้ดีด้วย จากเทคโนโลยีการระบายความร้อนที่ดีและเทคโนโลยีฮาร์ดแวร์ต่างๆ ที่ดียิ่งขึ้น

สรุปแล้ว ASUS TUF Gaming A15 FX506 ถือว่าเป็น Gaming Notebook ที่คุ้มที่สุดในงบประมาณช่วง 30,000 บาท เพราะมาพร้อมกับประสิทธิภาพที่สูงทั้งด้วยชิปประมวลผลและกราฟิกการ์ดที่แรงเพียงพอกับทุกเกมในตลาด แทบไม่ต้องอัพเกรดอะไรแล้ว ไม่ร้อนจนเกินไปแถมมีความทนทานระดับ Military Grade ยกระดับ Gaming Notebook ปี 2020 ในตลาดออกไปอีกขั้น ซึ่งจะมีรุ่นสเปกอื่นๆ ของ ASUS TUF Gaming A15 FX506 มาอัพเดทกันอีกที เพราะจริงๆ แล้วมีตั้งแต่ราคา 2x,xxx บาท จนไปถึง 3x,xxx บาท รวมถึงมีรุ่นหน้าจอ 17.3″ อย่าง ASUS TUF Gaming A17 FX706 เป็นตัวเลือกด้วย

จุดเด่น

  • ดีไซน์การออกแบบสวยงามถูกใจตามสไตล์ TUF Gaming งานประกอบแน่นวัสดุดี
  • ขอบหน้าจอบางพิเศษ มิติเทียบเท่ารุ่น 14″ ตัวเครื่องเบา 2.3 กิโลกรัม
  • ประสิทธิภาพสูงด้วยชิปประมวลผล AMD Ryzen 7 4800H การ์ดจอ NVIDIA GeForce GTX 1660 Ti
  • แรมขนาด 8GB Bus 3200MHz ที่ 1 แถว เพียงพอต่อการใช้งานและเล่นเกม
  • ติดตั้ง SSD M.2 NVMe ความจุ 512GB พร้อมอัพเกรด SSD M.2 / SSD 2.5″ ได้ภายหลัง
  • ได้หน้าจอพาเนล IPS คุณภาพดี พร้อมรองรับ 144 Hz มี Adaptive Sync
  • คีย์บอร์ดมีไฟ RGB All Zone พร้อมมีซอฟต์แวร์มาช่วยปรับแต่ง
  • อุณหภูมิในการใช้งานถือว่าไม่ร้อนจนเกินไป
  • แบตเตอรี่ใช้งานได้ยาวนาน 7 ชั่วโมง
  • มีความทนทานระดับ Military Grade น้อยรุ่นนักที่มาพร้อมคุณสมบัติแบบนี้
  • มาพร้อม Windows 10 ใช้งานได้ทันที และซอฟต์แวร์ที่ดี
  • ประสบการณ์ใช้งานดีเยี่ยม ประทับใจมาก เมื่อเทียบกับราคา
  • ประกัน 2 ปี ส่งศูนย์ พร้อมฝากส่งเคลม 7-11 และมีประกันอุบติเหตุ 1 ปี

ข้อสังเกต

  • หนักกว่ารุ่นเดิมเล็กน้อยที่ 100 กรัม แต่ไม่ผลใดๆ ในความรู้สึก
  • หน้าจอ IPS ขอบเขตสีอยู่ในระดับกลางๆ ถ้าได้ใกล้เคียง sRGB 100% จะเยี่ยมยอดมาก
  • อัพเกรดเพิ่มแรมอีก 1 แถว 8GB รวมเป็น 16GB น่าจะลื่นไหลหว่านี้อีก
  • ตัวเครื่องจะไม่มี SD Card Reader เหมือนรุ่นก่อนหน้า และยังเป็น Wi-Fi 5 AC อยู่

Specification

ASUS TUF Gaming A15 FA506 มาพร้อมกับชิปประมวลผล AMD Ryzen 7 4800H สถาปัตยกรรม Zen 2 มาพร้อมกับสถาปัตยกรรม 7 nm โค้ดเนม Renoir (เรอนัวร์) ทำงานที่ความเร็ว 2.90 – 4.20 GHz แบบ 8 Core/ 16 Thread ผสานกับ APU การ์ดจอออนบอร์ดที่เป็น Radeon RX Vega 7  ส่วนการ์ดจอแยกจะเป็น NVIDIA GeForce GTX 1660 Ti ที่ใช้สถาปัตยกรรมกับ RTX ที่เย็นกว่า GTX 10 Series พร้อมตัดพวกฟีเจอร์อื่นๆ ออกไปเน้นความแรงเป็นหลัก แรมได้มาขนาด 8GB DDR4 Bus 3200 MHz แบบ Single Channel (8GB x 1 แถว) มาพร้อมกับที่เก็บข้อมูลแบบ SSD M.2 NVMe ความจุ 512GB ที่มีความลื่นไหล (แต่ถ้าอัพเกรดแรมเป็น 16GB ก็จะดีเยี่ยมมากๆ)

โดดเด่นกว่ารุ่นก่อนหน้าคือได้หน้าจอขนาด 15.6″ ความละเอียด Full HD ที่ 1920 x 1080 พิกเซล พาเนล IPS เกรดคุณภาพดี รองรับ Refresh Rate ที่ 144Hz ให้ความลื่นไหลอย่างที่สุดด้วย พร้อมเทคโนโลยี Adaptive Sync ทำให้ภาพไม่ฉีกขาด (Tearing)รวมไปถึงมีลำโพงคุณภาพสูงระบบเสียง DTS:X Ultra พร้อมพอร์ตการเชื่อมต่อครบครัน ทั้ง 2 x USB 3.2 Gen 2 Type-A และ 1 x USB 3.2 Gen2 Type-C โดยทำงานเป็น DisplayPort 1.4 ระบบการเชื่อมต่อไร้สายเป็นมาตรฐานใหม่อย่าง Wi-Fi 5 AC และ Bluetooth 5.0

พร้อมติดตั้งระบบปฎิบัติการติดตั้ง Windows 10 แท้ และซอฟต์แวร์ Utility อย่าง Armory Crate มาให้ในตัว ส่วนการรับประกัน 2 ปี ส่งเคลม 7-11 และที่สำคัญเมื่อเอาซีเรียลไปลงทะเบียนในเว็บไซต์ ASUS จะได้รับประกันอุบัติเหตุฟรี 1 ปีแรกจากทาง ASUS อีกด้วย อุ่นใจจัดเต็ม จัดได้ว่าเป็นมาตรฐานการรับประกันของทาง ASUS ปกติ สนนราคาของ ASUS TUF Gaming A15 FA506 รุ่นสเปกที่นำมารีวิวอยู่ที่ 32,990 บาท จัดว่าคุ้มค่าไม่แพงเลย สำหรับในชุดจัดจำหน่ายให้ส่วนของสติ๊กเกอร์สุดเก๋มาแปะตัวเครื่องอีกด้วย

Hardware / Design

ที่ผ่านมาสำหรับ ASUS TUF Gaming Series นับว่าเป็น Gaming Notebook ที่ดีมากๆ ได้ทั้งความคุ้มค่า ประสิทธิภาพความแรง แบบที่หลายๆ อย่างยกมาจากรุ่นพี่ ROG เลย แต่มาในราคาที่ไม่แพง สามารถจับต้องได้ง่าย โดยที่ผ่านมาเราเห็นกันมาแล้ว อย่าง ASUS TUF Gaming FX505 ซึ่งเป็นตัวแรงยอดนิยมสุดๆ ได้สเปกเป็น AMD Ryzen กับการ์ดจอ NVIDIA GeForce ในช่วงงบ 2x,xxx – 3x,xxx บาท แทบไม่มี Gaming Notebook รุ่นไหนสู้ได้ทีเดียวในปีก่อน แน่นอนปี 2020 ก็จัดเต็มด้วยชิปประมวลผล Ryzen 4000H รุ่นใหม่ที่ประสิทธิภาพสูงกว่า และ NVDIA GeForce ที่เล่นเกมได้แรงลื่น

โดยการมาของ ASUS TUF Gaming A15 FA506 มีความน่าสนใจยิ่งกว่าซึ่งนอกเหนือสเปกภายในแล้ว อย่างในเรื่องของขอบหน้าจอบาง slim bezel Nano-Edge นั่นก็ทำให้ตัวเครื่องมิติโดยรวมมีความเล็กกระทัดรัดลง แม้เป็น Gaming Notebook หน้าจอ 15.6″ แต่ก็มีความใกล้เคียงกับโน้ตบุ๊คขนาดหน้าจอ 14″ แบบสมัยก่อนๆ มาก ส่วนน้ำหนักก็อยู่ที่ 2.3 กิโลกรัม จัดได้ว่าเป็น Notebook ที่สเปกแรงมากๆ แต่น้ำหนักเบาๆ พกพาสะดวก มีความทนทานระดับ Military Grade (MIL-STD-810H) ต่อแรงกระแทก อุณหภูมิสูงต่ำ ความชื้น ความกดอากาศ และแสงแดด เรียกได้ว่าเป็น Gaming Notebook น้อยรุ่นนักที่มาพร้อมคุณสมบัติแบบนี้

ดีไซน์การออกแบบของ ASUS TUF Gaming A15 FA506 เรียกได้ว่ายกระดับกว่ารุ่นก่อนหน้านี้มาแบบเหนือชั้น ฝาหลังจอแบบใหม่สีสัน Fortress Gray ใช้วัสดุเป็นโลหะผสมแบบอลูมิเนียมอัลลอยทั้งชิ้นพร้อมโลโก้ TUF Gaming บริเวณกึ่งกลาง และหมุดยึดสี่มุม ให้ความรู้สึกแข็งแกร่งและเรียบหรูในเวลาเดียวกัน ส่วนด้านหลังตัวเครื่องออกแบบให้มีช่องระบายความร้อนแบบ 3 ทิศทาง ด้วยสองช่องขนาดใหญ่ด้านหลัง พร้อมอีก 1 ช่องด้านซ้าย ฟินระบายความร้อนเป็นสีทองแดง การันตีเรื่องของการระบายความร้อนที่ยอดเยี่ยม

ฝาด้านล่างตัวเครื่องเป็นพลาสติกโพลีเมอร์ผสมซิลิคอนคาไบด์ สินแร่ที่มักถูกใช้ผสมกับวัสดุอื่นๆ เพื่อเสริมความแข็งแกร่งและเพิ่มคุณสมบัติการทนทานต่อความร้อน พบได้ในเบรก/คลัทช์ของรถยนต์ และแผ่นเซรามิกในเสื้อเกราะกันกระสุน นอกจากวัสดุที่แข็งแกร่งทนทานน่าเหลือเชื่อ ฝาด้านล่างยังถูกออกแบบเพื่อเสริมความแข็งแกร่งอีกขั้น ด้วยรูปทรงหกเหลี่ยมแบบรังผึ้ง (Honeycomb) ที่บริเวณช่องระบายความร้อน

นอกจากนี้ยังเป็นเรื่องของระบบระบายความร้อนก็ใช้ระบบ Scenario Profiles และ Self-Cleaning Cooling ที่สามารถปรับเร่งรับได้ พร้อมมี Anti-Dust Tunnel สำหรับเป่าฝุ่นออกมาให้อีกด้วย จัดเต็มจริงๆ ให้มาครบไม่มีกั๊ก ส่วนของคีย์บอร์ดจะให้ไฟ RGB แบบ All Zone ปุ่ม WASD ทำไฮไลท์ไว้ สามารถรองรับการกดได้ 20 ล้านครั้ง Travel Key 1.8 mm การวางเลเอาท์จะเหมือนกับคีย์บอร์ดแยกจริงๆ อีกทั้งยังมีช่องด้านบนเหนือคีย์บอร์ดมีช่องดูดลมอีกช่องช่วยนำพาอากาศเย็นเข้าไปอีก รวมๆ แล้วต้องยอมรับว่าทาง ASUS นั้นใส่ใจในการออกแบบมาจริงๆ นอกจากที่อัพเกรดได้ไม่ยากแล้ว ยังทำความสะอาดได้สะดวกสบายอีกด้วย

ส่วนด้านในจะเป็นพลาสติกแบบมีลวดลายคล้ายโลหะปัดเสี้ยนให้สัมผัสผิวไม่เรียบ ที่นอกสายสวยงามแล้วคือเป็นลายนิ้วมือได้ยาก นับว่าเป็รอะไรที่น่าประทับใจมากๆ ทั้งภายนอกและภายใน ที่ดูแล้วลงตัวกว่ารุ่นก่อนหน้าไปอีกขั้น ทางด้านพับตัวเครื่องถูกออกแบบมาให้เป็นแบบบานพับคู่วัสดุเป็นพลาสติกแข็งแรง พร้อมมีการตัดช่องเป็น V-Sharp ช่วงให้อากาศไหลผ่านได้ดีขึ้น และมีช่องระบายอากาศด้านบนคีย์บอร์ดเพิ่มเข้ามา

สรุปโดยรวมการออกแบบดีไซน์ภายนอกและวัสดุนั้น ทำได้ดีเยี่ยมสมการรอคอยของ ASUS TUF Gaming A15 FA506 ที่ทุกคนไว้ใจและมั่นใจจริงๆ ตอบโจทย์ของคนที่ต้องการโน้ตบุ๊คประสิทธิภาพสูงในดีไซน์เรียบๆ แต่แอบแฝงความแรงและเรียบหรูเอาไว้ ที่ไม่ใช่แค่แรง แต่แข็งแรงทนทาน ระบบระบายความร้อนดี ขอบจอต้องบางเฉียบ ยกให้เป็น Gaming Notebook ราคาคุ้มค่าที่สุดฟีเจอร์แน่นอนที่สุดในงบ 30,000 บาทของปี 2020 เลยก็ว่าได้ ส่วนรุ่นหน้าจอใหญ่ 17.3″ อย่าง ASUS TUF Gaming A17 FA706 ก็มีดีไซน์ที่คล้ายกันทั้งหมด

Keyboard / Touchpad

คีย์บอร์ดของ ASUS TUF Gaming A15 FA506 มาพร้อมไฟ RGB Auraโดยเป็นแบบ All Zone  ที่สามารถเปลี่ยนสีได้ผ่านทางซอฟต์แวร์ ได้หลากหลายรูปแบบ นับได้ว่าเป็นครั้งแรกของตระกูล ASUS TUF Gaming ที่คีย์บอร์ดมีไฟ RGB เหมือนกับรุ่นพี่ ROG  คีย์บอร์ดที่แฝงไว้ด้วยคาแรคเตอร์ของความเป็น Gaming ด้วย 4 ปุ่ม WASD ที่เกมเมอร์คุ้นเคยเสริมความโดดเด่นสวยงาม สามารถสังเกตได้ง่าย จากการที่ปุ่มมีความขาวใส โดยวางนิ้วบนปุ่มได้อย่างรวดเร็ว พร้อมมีแป้นตัวเลข Numpad ใช้งานกันได้สะดวกเช่นเคย

ตัวปุ่มกดแบบ Chiclet Switches ที่มีระยะห่างระหว่างปุ่ม 1.8 มม. ปุ่มโค้ง 0.25 มม. รองรับ N-key Rollover และแยกปุ่มลูกศรชัดเจน รวมถึง Numpad ก็มีมาให้เพื่อความสะดวกในการใช้งานได้แบบแป้นพิมพ์ Full Size ด้วยเช่นกัน ส่วนของทัชแพดที่มีขนาดพอเหมาะพอดีกับตัวเครื่อง ถูกออกแบบมาให้เป็นแบบแยกปุ่มออกมาชัดเจน และทำไฮไลท์เส้นแบ่งโซน เข้ากับตัวเครื่องโดยรวมได้เป็นอย่างดี

Screen / Speaker

ASUS TUF Gaming FX505DU มีหน้าจอขอบจอบางเฉียบเพียง 6.5 มิลลิเมตรทั้งขอบด้านข้างและด้านบน ขนาด 15.6 นิ้ว ความละเอียด Full HD (1920×1080 พิกเซล) พาเนลเป็น IPS คุณภาพดี มุมมองกว้าง พื้นผิวจอแบบด้าน Anti-Glare รวมๆ ทั้งสีสันความคมชัดแล้วจัดว่าอยู่ในเกณฑ์ดี เหมาะกับการใช้งานทั่วๆ ไปหรือการเล่นเกมก็ทำได้อย่างน่าประทับใจ รวมไปถึงยังเป็นหน้าจอ 120Hz ทำให้ใช้งานเล่นเกม FPS ฉากเคลื่อนไหวเร็วๆ ได้อย่างลื่นไหลกว่าหน้าจอทั่วไปที่แค่ 60Hz รวมๆ แล้ว ถือว่าดีกว่ามาตรฐานของ Gaming Notebook ปี 2019 ทั่วไปมากทีเดียว

การทดสอบประสิทธิภาพหน้าจอของ ASUS TUF Gaming FX505DU ที่เป็นโน้ตบุ๊กที่ใช้หน้าจอพาเนล IPS คุณภาพสูงกว่า TN จึงได้ทำการทดสอบหน้าจอแบบละเอียดๆ ด้วยเครื่องมือที่เป็นทั้งซอฟต์แวร์และฮาร์ดแวร์อย่าง Spyder5Elite พร้อมทั้งคาลิเบรทหน้าจอให้สีสันมีความตรงความเป็นจริงมากที่สุด ผลที่ได้หลังจากที่คาลิเบรทก็คือคอนทราสต์มีการไล่โทนที่กว้างขึ้น รวมไปถึงมีสีสันและอุณหภูมิสีที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างชัดเจน จากโทนเย็นกลายเป็นโทนอุ่น

โดยให้ขอบเขตความกว้างของสีสันเทียบเท่ากับมาตรฐาน sRGB 61% และ AdobeRGB 45% ดูจากที่เส้นสีของหน้าจอจะเป็นสีเขียวและสีแดง เรียกได้ว่าให้ประสิทธิภาพเรื่องของสีสันระดับกลางๆ ค่อนไปทางดี ความสว่างหน้าจอสูงสุดอยู่ที่เกือบๆ 220 cd/m2 ซึ่งจัดได้ว่าอยู่ในเกณฑ์ดีกว่ามาตรฐานความสว่างของหน้าจอในโน้ตบุ๊กทั่วไป คือ พอสู้แสงกลางแจ้งได้ รวมไปถึงการทำงานภาพกราฟิกหรือตกแต่งภาพที่เน้นมืออาชีพหน่อยก็ทำได้ดีเช่นกัน

ต่อกันที่วัดความสว่างของหน้าจอตามตำแหน่งต่างๆ โดยแบ่งเป็น 9 ช่อง เทียบจากช่องกลางที่ปกติแล้วจะให้ความสว่างที่มากที่สุด ที่จะเห็นได้ว่าช่องกลางจอเป็น 0% ก็คือแสดงความสว่างได้เต็มที่ที่ 220 cd/m2 แต่สำหรับช่องกลางดา้นซ้ายเหมือนจะมีแสงสว่างที่ลดลงระดับ 15% ที่ถือว่าค่อนข้างเยอะ ในการทดสอบก็เพื่อให้เราใช้งานอย่างระมัดระวังสำหรับคนที่บังเอิญจำเป็นต้องใช้งานภาพถ่าย หรืองานกราฟิกอื่นๆ ปิดท้ายด้วยคะแนน 3.5 เมื่อทดสอบด้านการแสดงผลต่างๆ ทั้งหมดแล้ว ผ่านทางอุปกรณ์ Spyder5Elite

ลำโพงของตัวเครื่องใช้เป็นแบบ Stereo แบบช่องเสียงออกสี่ทิศทาง ให้เสียงดังขึ้น 1.8 เท่า และเบสที่ลึกกว่าเดิม 2.7 เท่า พร้อมจำลองเสียงแบบ 7.1 แชแนลผ่านการเชื่อมต่อหูฟัง ระบบเสียง DTS:X ทำให้มีเสียงดังฟังชัด มีน้ำหนัก ถือว่าเอามาเล่นเกมฟังเพลงได้ดีกว่ามาตรฐาน Gaming Notebook ทั่วไปพอตัว ช่องลำโพงถูกออกแบบมาอย่างแนบเนียน อยู่ด้านใต้ตัวเครื่องมุมซ้ายขวา ช่วยแก้ปัญหาสำหรับบางคนที่เวลาพิมพ์งานข้อมืออาจจะไปปิดช่องลำโพงทำให้เสียงออกไม่เต็มที่ได้

Connector / Thin And Weight

ด้านพอร์ตการเชื่อมต่อตัวเครื่อง ASUS TUF Gaming A15 FA506 ก็จัดว่าครบครันดีขึ้น ซึ่งเครื่องนี้จัดว่าเป็นโน้ตบุ๊คที่มีพอร์ตเชื่อมต่อมาให้ครบถ้วนใช้ได้เลยทีเดียว โดยตัวพอร์ตเกือบทั้งหมดจะอยู่ด้านซ้ายมือตัวเครื่อง มีทั้ง USB 3.2 Gen2 Type-C จำนวน 1 พอร์ตโดยทำงานเป็น DisplayPort 1.4  USB 3.2 Type-A (Gen 2) จำนวน 2 พอร์ต, พร้อมช่องต่อหูฟังกับไมค์แบบ Combo ขนาด 3.5 มิลลิเมตร 1 ช่อง, LAN RJ45 และ HDMI ส่วน Kensington จะอยู่ที่ด้านขวา และ USB 2.0 Type-A จำนวน 1 พอร์ต ไว้เชื่อมต่อเมาส์เป็นหลัก โดยตัวเครื่องจะไม่มี SD Card Reader เหมือนรุ่นก่อนหน้า

ในส่วนของการเชื่อมต่อไร้สายจะใช้ Bluetooth 5.0 และ Wireless แบบ 802.11b/g/n/ac หรือเรียกว่ามาตราฐาน Wi-Fi 5 รองรับการใช้งานได้แบบสบายๆ ส่วนขนาดของตัวเครื่อง 359.8 x 256 x 22.8 ~24.7 มม. น้ำหนัก 2.3 กิโลกรัม ถือว่าอยู่ในเกณ์ที่ดี อาจจะหลักกว่าเดิม 100 กรัม แต่ก็รับได้ และเมื่อรวมกับอแดปเตอร์ชาร์จไฟขนาด 180 W เข้าไปด้วยจะมีน้ำหนักอยู่ที่ 2 กิโลกรัมกลางๆ ซึ่งสำหรับหนุ่มๆ ก็พกพาไปไหนมาไหนได้สบายๆ แน่นอน

Inside / Upgrade

การแกะเครื่อง ASUS TUF Gaming A15 FA506 เพื่อทำการอัพเกรดนั้นทำง่ายมากเพียงแกะน็อตออกทุกตัวแล้ว โดยมุมนึงจะมีสกรูแบบพิเศษหนึ่งตัวที่จะช่วยให้การเข้าถึงการอัพเกรดเป็นเรื่องง่ายโดยไม่ต้องใช้เครื่องมือพิเศษ เพียงไขน็อตทุกตัว จะมีอยู่ 1 ตัวที่มุมตัวเครื่อง ที่เราสามารถใช้มือค่อยๆ แกะออกมาได้เลย จากการที่มันจะเปิดแง้มขึ้นมาอัตโนมัติ เมื่อแกะออกมาแล้วก็จะเห็นฮาร์ดแวร์หลายๆ ถูกออกแบบจัดระเบียบได้ค่อนข้างดีเลยทีเดียว มีพัดลมขนาดใหญ่ 2 ตัว แบบ 3 ทิศทาง พร้อมระบายความร้อนที่มี Self-Cleaning Cooling  ที่อยู่ในชุดฟินสีทองแดง หมดกังวลเรื่องฝุ่นที่ติดตรงครีบระบายความร้อนจุดสังเกตที่เปลี่ยนไปคือตัวเครื่องเลือกใช้ฮีทไปป์ 3 เส้นขนาดใหญ่ เรียกได้ว่าเอาอยู่กับสเปกแบบนี้แล้ว

ซึ่งหลังจากที่แกะออกมาแล้วนั้นจะเห็นแผ่นสีดำ สีเทาแปะติดไว้อยู่ในหลายๆ ส่วนเพื่อกันไฟฟ้าสถิต และในส่วนของฮาร์ดแวร์ที่สามารถทำการอัพเกรดคือมีช่องใส่ SSD M.2 NVMe PCIe สรุปคือเราสามารถติดตั้ง SSD M.2 NVMe PCIe ได้ 2 ตัวพร้อมกันนั่นเอง และรองรับการเพิ่ม  HDD/SATA 2.5″ SATA 3 ที่เราอัพเกรดได้ภายหลัง โดยตัวเครื่องได้ให้น็อตมาให้ 4 ตัวในกล่อง ส่วนแรมสามารถอัพเพิ่มได้อีก 1 ช่องทันที แนะนำว่าซื้อแรม 8GB DDR4 Bus 3200MHz รวมเป็น 16GB มาใส่อีกตัวก็เพียงพอกับการใช้งานมากๆ แล้ว

Performance / Software

  

ASUS TUF Gaming A15 FA506 ได้สเปกเป็นชิปประมวลผล AMD Ryzen 7 4800H ที่แรงกว่า AMD Ryzen 7 3750H รุ่นก่อนหน้าแบบก้าวกระโดด ด้วยสถาปัตยกรรม Zen 2 โค้ดเนม Renoir (เรอนัวร์) มาพร้อมกับเทคโนโลยีการผลิตที่ 7 nm ความเร็ว 2.90 – 4.20 GHz แบบ 8 Core/ 16 Thread ร้อนน้อยกว่า ได้ L3 Cache ที่ 12MB มีค่าอัตราการใช้พลังงานสูงสุด (TDP) ที่ 45W ที่ต้องบอกว่าสร้างมาตรฐานประสิทธิภาพที่มากกว่าชิปประมวลผลรุ่นก่อนๆ ไม่ว่าจะเป็น AMD Ryzen 3000 H หรือ Intel Core i Gen 9 H เลยทีเดียว ที่สามารถดูได้จากผลการทดสอบเล่นเกมที่ลื่นไหลกว่า Gaming Notebook สเปกเดิมๆ มาก

สำหรับ AMD Ryzen 7 4800H แรงเพียงพอสำหรับการใช้งานทั่วไปมากๆ หรือถ้างานที่ต้องประมวลผลจริงจังก็รองรับได้อย่างสบายๆ เรียกได้ว่าแรงกว่าชิปประมวลผลที่เป็น AMD Ryzen 3000 H Series เป็นเท่าตัว ส่วนแรมได้ขนาด 8GB 1 แถวแบบฝั่ง และ 8GB แบบใส่เป็นช่องสล๊อตอีก 1 แถว รวมเป็น 16GB เป็นมาตรฐาน Bus 3200 MHz รองรับการอัพเกรดได้โดยการถอดแรม 8GB แถวเดิมออกไป พร้อมให้ SSD M.2 NVMe ความจุ 512GB ซึ่งมีช่องว่างใส่ SSD M.2 NVMe อีก 1 ตัวไว้อัพเกรดภายหลังได้ ที่สามารถขับเคลื่อนระบบปฏิบัติการ Windows 10 ลิขสิทธิ์ที่มีมาให้แบบสบายๆ

   

กราฟิกการ์ดเป็นแบบออนบอร์ดอย่าง AMD Radeon 7 มีความเร็วในการทำงานที่ 1600MHz มาตรฐานแรม DDR4 ขนาด 512MB ให้พลังในการประมวลผลที่ดีในระดับหนึ่ง อย่างในเรื่องของกราฟิก 2 มิตินั้นก็รองรับได้อย่างสบายๆ หรือถ้าเป็น 3 มิติ ก็ต้องบอกว่ารองรับการทำงานได้ในระดับเบื้องต้นเท่านั้น แต่เอาเข้าจริงๆ ก็สนับสนุนการเล่นเกมได้ในระดับนึงเหมือนกัน ซึ่งโดดเด่นจริงๆ จะเป็นเรื่องของการประหยัดพลังงานเมื่อใช้งานเบาๆ

อีกทั้งยังมีการ์ดจอแยกรุ่นใหม่ล่าสุดตัวแรงอย่าง NVIDIA GeForce GTX GTX 1660 Ti ที่ต้องบอกว่าแรงใกล้เคียงกับ GeForce RTX 2060 (จากสถาปัตยกรรมเดียวกัน) อีกทั้ง ASUS ยังได้มีการ Overclock มาให้จากโรงงานแล้ว ในส่วนของ clock/memory speed ทำให้แรงเหนือชั้นยิ่งกว่า เรียกได้ยิ่งตอบสนองในส่วนของการทำงานที่เกี่ยวข้องกับ 3 มิติ หรือเกมที่กินทรัพยากรได้เป็นอย่างดีทีเดียว

  

สำหรับโปรแกรมทดสอบ CINEBENCH ที่เน้นในเรื่องของพลังชิปประมวลผล AMD Ryzen 7 4800H คะแนนก็อยู่ในระดับสูงสุดๆ ที่น่าประทับใจสมกับเป็นเทคโนโลยีใหม่ล่าสุด เปรียบเทียบกับชิปประมวลผล AMD Ryzen 7 3750H / Intel Core i7-9750H ก็ทำได้ดีกว่าแบบชัดเจนทีเดียว รวมไปถึงตัวการ์ดจอเองก็มีประสิทธิภาพสูงเช่นเดิม เรียกได้ว่าตอบโจทย์ในส่วนของงานประมวลผลหนักๆ ได้อย่างสบายๆ รวดเร็วทันใจแบบสุดๆ สมกับเป็นชิปประมวลผลตัวบนในรุ่นใช้งานเต็มกำลัง และการ์ดจอระดับบน ที่เน้นการทำงานเป็นหลัก

ตัวเก็บข้อมูลของเครื่องที่เลือกใช้ SSD ที่กลายเป็นมาตรฐานของ Gaming Notebook ไปแล้ว โดยใชเป็นแบรนด์ Intel ทำคะแนนออกมาได้อย่างรวดเร็วเป็นที่น่าพอใจบนขนาดความจุ 512GB แบบ M.2 NVMe ยิ่งเมื่อนำไปใช้เทียบกับฮาร์ดดิสก์แบบจานหมุนแล้วละก็จะเห็นถึงประสิทธิภาพทั้งในด้านการทดสอบและในด้านการใช้งานจริงที่แตกต่างกันอย่างเห็นเห็นได้ชัด เรียกได้ว่าเปิดอะไรปุ๊บก็ติดปั๊บ ที่ต้องบอกว่าความเร็วระดับการอ่านที่ราวๆ 1931 MB/s และเขียนที่ 975 MB/s แม้อาจจะไม่ได้เร็วมาก (แต่ก็เร็วกว่ารุ่นก่อน) แต่ก็ถือว่าเพียงพอต่อการใช้งานแล้วแน่นอน

การทดสอบประสิทธิภาพกับโปรแกรม PCMark 10 Advance ซึ่งสามารถทำคะแนนการทดสอบรวมได้มากถึง 5,477 คะแนน ถือได้ว่าในส่วนของการใช้งานทั่วไปโดยรวมนั้นสอบผ่านแบบสบายๆ ทั้งในส่วนของการเล่นเว็บไซต์ งานเอกสาร งานตกแต่งรูปภาพ รวมถึงงานตัดต่อวิดีโอ และจากการที่เป็น Gaming Notebook สเปกใหม่ล่าสุดจากชิปประมวลผล AMD Ryzen 7 4800H มีการ์ดจอแยกระดับ Gaming อย่าง GTX 1660 Ti ทำให้มีคะแนนพุ่งกว่าโน้ตบุ๊คปีก่อนๆ มากพอตัว

สำหรับคะแนนและเฟรมเรมในการเล่นเกมทำออกมาน่าสนใจมากๆ โดยเฉลี่ยของเฟรมเรท (FPS) จากทั้ง 7 เกมที่ได้ทดสอบมีค่าเฟรมเรทเฉลี่ยมากกว่า 60 – 100 FPS ขึ้นไปแทบทุกเกม ประกอบไปด้วย Resident Evil 3 Remake / Battlefield V / FarCry 5 ที่เป็นเกมออฟไลน์ที่กินทรัพยกร รวมไปถึงเกมออนไลน์ยอดนิยมอย่าง PUBG / DOTA 2 / Overwatch ซึ่งตรงนี้ก็สามารถชี้วัดความสามารถในการเล่นเกมที่กราฟิกละเอียดๆ และภาพสวยๆ ได้ลื่นไหลเป็นอย่างดีเลย

ทดสอบเกมกินทรัพยากรพอตัวอย่าง RE 3 / BF V/ FarCry 5 ก็สามารถเล่นได้ดีที่ความละเอียด 1920 x 1080 พิกเซล โดยกราฟิกปรับระดับสูงสุดทั้งหมด !!! จากกราฟตามภาพด้านบน ที่ต้องบอกว่าเฟรมเรทที่ออกมานั้นมีความลื่นไหลสุดๆ กับการตอบสนองความต้องการเล่นเกมได้สมบูรณ์ที่สุดแล้ว ซึ่งถ้าอยากให้เฟรมเรทลื่นไหลกว่านี้ก็สามารถเลือกปรับกราฟิกระดับกลางๆ ก็ได้ โดยในส่วนของ RE 3 ซึ่งเป็นเกมออกใหม่ล่าสุด เราปรับกราฟิกในเกมเป็น MAX ที่ใช้แรมการ์ดจอไปกว่า 12GB ซึ่งเกินกว่าตัวการ์ดจอที่ 6GB แต่ก็ยังทำเฟรมเรทได้ลื่นไหลน่าเหลือเชื่อจริงๆ

ต่อกันที่เกมออนไลน์อย่าง PUBG / Overwatch / DOTA 2 ก็จัดการทดสอบแบบปรับสุดหมดให้ด้วยเช่นกัน โดยทั้งนี้การตั้งค่าความละเอียดของภาพก็อยู่ที่ 1920 x 1080 พิกเซล ซึ่งเป็นความละเอียดที่จะสามารถเล่นให้ลื่นได้ สำหรับรายละเอียดภาพอื่นๆ ก็เรียกได้ว่าเปิดทุกอัน  ผลที่ได้ออกมาก็คือสามารถเรนเดอร์ได้อย่างไหลลื่นในระดับเฟรมเรทที่สูงสุด แม้กระทั่งฉากตะลุมบอนกันก็ไม่มีอาการช้าหรือหน่วงเลย  ซึ่งสรุปโดยรวมแล้ว ก็ถือว่าเล่นได้สบายๆ อยู่ ทั้ง 7 เกมที่เราได้ทำการทดสอบไป ยิ่งถ้าเทียบกับ Gaming Notebook สเปกก่อนหน้าทั้งส่วนของ AMD Ryzen หรือ Intel Core i จะเห็นว่าแรงกว่าเดิมมากๆ

นอกเหนือจากนี้ ASUS TUF Gaming A15 FA506 ยังมี Armory Crate ซอฟต์แวร์ Utility ที่ยกมาจาก ROG รุ่นอื่นๆ ซึ่งรวบรวมเอาฮาร์ดแวร์ต่างๆของ ROG มาไว้บนยูทิลิตี้เดียว ทำให้สามารถเข้าถึงฟังค์ชั่นต่างๆได้อย่างง่ายดาย การตั้งค่าต่างๆ ของระบบร อาทิ ผู้ใช้สามารถบันทึกการตั้งค่าต่างๆตามความชอบเป็นรูปแบบได้หลายโปรไฟล์

ซึ่งการตั้งค่าต่างๆ จะถูกเรียกใช้งานโดยอัตโนมัติเมื่อมีการเปิดเกมที่ได้เลือกไว้ Armoury Crate ยังมาพร้อมกับโปรแกรมเสริม Mobile Dashboard สำหรับ Android และ iOS รวมไปถึงความสามารถอื่นๆ ที่จะมีเพิ่มขึ้นจากการอัพเดทในอนาคต ปิดท้ายด้วยซอฟต์แวร์ Utility อีกตัวอย่าง MyASUS ที่ไว้คอยตรวจระยะเวลากรับประกันและอัพเดทไดร์เวอร์ได้ครบๆ

Battery / Heat / Noise

แบตเตอรี่ที่ติดตั้งมาให้ใน ASUS TUF Gaming A15 FA506 เครื่องนี้เป็นแบบฝังตามปกติขนาด 48Whrs ส่วนของการทดสอบระยะเวลาใช้งานของแบตเตอรี่โดยตั้งค่าความสว่างหน้าจอและเสียงให้ระดับกลางๆ แล้วเล่นเว็บสลับกับดู Youtube แล้ว โปรแกรม BatteryMon แจ้งระยะเวลาใช้งานต่อเนื่องในเงื่อนไขดังกล่าวราวๆ 7 ชั่วโมงโดยประมาณ เรียกได้ว่าน่าประทับใจทีเดียวกับการที่ Gaming Notebook จอ 15.6″ ใช้งานแบตเตอรี่ได้ยาวนานขนาดนี้

   

ส่วนเรื่องอุณหภูมิในการใช้งานนั้น ASUS TUF Gaming A15 FA506 เมื่อใช้งานแบบปกติชิปประมวลผลจะอยู่ที่ประมาณ 40 – 50 องศาเซลเซียส ส่วนการ์ดจอจะอยู่ที่ 40 – 50 องศาเซลเซียสเช่นกัน ภายในห้องปรับอากาศอุณหภูมิประมาณ 25 – 28 องศาเซลเซียส จากนั้นทำการทดสอบเบิร์นให้เครื่องทำงาน 100% ด้วยการเล่นเกมกราฟิก 3 มิติ เพื่อให้เห็นถึงระบบระบายความร้อนและเสียงรบกวนที่จะเกิดขึ้นเมื่อพัดลมหมุนรอบจัดสุด ด้วยการเปิดโหมด Turbo

จากการทดสอบขณะนี้ยังไม่มีซอฟต์แวร์ตวรจสอบอุณหภูมิแบบเวลาจริงๆ ได้ของ CPU ชิปประมวลผล โดยจากที่ดูผ่านทางซอฟต์แวร์ Armory Crate Mobile ที่เชื่อมต่อผ่านทาง iPhone อยู่ที่ไม่เกิน 75 – 87 องศาเซลเซียส ส่วน GPU การ์ดจอจะอยู่ที่ไม่เกิน 70 – 75 องศาเซลเซียส โดยรวมแล้วมีการจัดการอุณหภูมิได้เป็นอย่างดีมาก ซึ่งเมื่อเทียบกับประสิทธิภาพที่ได้กลับมา แน่นอนว่ามากกว่า Gaming Notebook ในสเปกเดียวกัน สำหรับเสียงรบกวนในเวลาทำงานนั้นถือว่าดังประมาณนึงแต่ไม่ถึงขั้นดังรบกวน จากการที่เราสามารถเพิ่มรอบสูงสุดได้ด้วยซอฟต์แวร์จากปกติที่จะเป็นแบบ Windows เพื่อใช้งานทั่วไปก็สามารถทำได้ค่อนข้างเงียบทีเดียว

Conclusion / Award

จาการที่สัมผัสและใช้งานจริงๆ ของ ASUS TUF Gaming A15 FA506 ทั้งการเล่นเกมหลากหลายเกม รวมไปถึงทำงานและความบันเทิงดูหนังฟังเพลง บอกได้อย่างเต็มปากเลยว่า ASUS ทำออกมาได้ดีกว่ารุ่นก่อนหน้า ทั้งในเรื่องของดีไซน์การออกแบบที่ล้ำหน้า ขอบจอบาง น้ำหนักเบา มีไฟคีย์บอร์ด RGB งานประกอบและวัสดุที่เยี่ยมยอด ประสบการณ์ใช้งานที่เหนือชั้น รวมไปถึงระบบระบายความร้อนที่ดียิ่งขึ้น สเปคประสิทธิภาพสูง ที่สำคัญคือได้หน้าจอพาเนล IPS 144Hz และมี Windows 10 มาให้พร้อมใช้งานด้วย

ASUS TUF Gaming A15 FA506 ได้สเปกที่เหนือชั้นกว่ารุ่นอื่นๆ ด้วยการรวมตัวของใหม่อย่าง AMD Ryzen 7 4800H ที่มีความแรงที่ดี ไม่แพ้ฝั่ง Intel Core i ตระกูล H (เอาจริงคือแซงหน้าด้วย) ที่สำคัญความร้อนมีไม่มาก พร้อมด้วยการ์ดจอ GeForce GTX 1660 Ti (6GB GDDR6) และแรม DDR4 ขนาด 8GB อีกทั้งยังมี SSD แบบ M.2 NVMe ความจุ 512GB แบบความเร็วสูง มาให้พร้อมใช้งาน ครบครันกับการใช้งาน สมกับเป็น Gaming Notebook มีความเป็น TUF Gaming ที่ไม่ใช่แค่สวยงามดุดัน แต่เน้นประสิทธิภาพต่อราคาที่คุ้มค่าด้วย อย่างที่แบรนด์อื่นๆ ไม่สามารถให้ได้

เรื่องของการออกแบบที่ ASUS TUF Gaming A15 FA506 ทำได้ดีมาก ฉีกรูปแบบเดิมๆ ออกไป ด้วยดีไซน์สไตล์ TUG Gaming ที่เป็น Gaming Notebook หน้าจอขนาด 15.6″ แต่มีมิติตัวเครื่องเทียบเท่ารุ่นหน้าจอ 14″ แบบเดิมๆ ที่ดูดุดันจริงจังเกินราคา บวกกับฟีเจอร์อย่างคีย์บอร์ดมีไฟแบบพิเศษ ด้วยปุ่ม WASD เป็นแบบโปร่งแสงโดดเด่น ​ระบบเสียงคุณภาพดีเยี่ยม แบตเตอรี่ใช้งานได้ยาวนานกว่า 7 ชั่วโมง แน่นอนว่าเรื่องของประสิทธิภาพเรียกว่าก้าวกระโดดไปจาก Gaming Notebook ในช่วงราคาเดียวกันไปมาก

ที่สำคัญเครื่องนี้มีระบบป้องกันฝุ่น Self-Cleaning Cooling พร้อมระบบระบายความร้อนจัดเต็ม เหมาะกับคนที่ต้องกร Gaming Notebook ที่แรงและคุ้มค่า เพื่อการใช้งานที่ยาวนานและต่อเนื่องระดับมืออาชีพ ใกล้เคียงกับตระกูล ROG เข้าไปอีกขั้น ที่แม้ว่าการเชื่อมต่อ Wi-Fi ยังเป็นมาตรฐาน 5 AC และ SD Card Reader ติดตั้งมาให้พร้อมใช้งาน ก็ยังเป็นอะไรที่รับได้อยู่ เพราะสามารถซื้ออุปกรณ์มาทดแทนได้ เมื่อเทียบประสิทธิภาพต่อราคา และฟีเจอร์อื่นๆ ที่ได้มา

ปิดท้ายเทียบ ASUS TUF Gaming A15 FA506 เทียบกับ Gaming Notebook หลายๆ รุ่นในตลาดตอนนี้ที่ขายๆ กันอยู่ ในช่วงราคา 30,000 บาท ก็ต้องยอมรับว่า ASUS TUF Gaming A15 FA506 มาวินจริงๆ นอกจากได้ชิปประมวลผลที่แรงขึ้นกว่าเดิม การ์ดจอที่แรงลื่น ทำให้เล่นเกมได้ลื่นกว่าแล้ว ความร้อนก็ไม่ร้อนจนรบกวนการทำงานเลย

อย่างไรก็ตามเชื่อว่านับจากนี้ Gaming Notebook แบรนด์อื่นๆ ในปี 2020 รุ่นใหม่ๆ ก็จะส่งสเปกที่ใกล้เคียงกับ ASUS TUF Gaming A15 FA506 นี้มาเหมือนกัน ยังรอเปรียบเทียบกันอีกที หรือถ้าไม่อยากรอก็จัดรุ่นนี้ไปใช้งานก่อนได้เลย แต่ๆ เป็นไปได้อัพเกรดเป็นแรม 16GB ด้วยนะ เชื่อว่าจะช่วยเรื่องประสิทธิภาพโดยให้ดียิ่งชึ้นไปอีก

Award

โดยในครั้งนี้จะเป็นการเปรียบเทียบการให้รางวัลกับเครื่องในกลุ่มของโน้ตบุ๊กขนาดหน้าจอ 15.6 นิ้วด้วยกัน ซึ่ง ASUS TUF Gaming A15 FA506 ก็ได้รางวัลต่างๆ ดังนี้

Best Performance

ASUS TUF Gaming A15 FA506 สเปคเป็น AMD Ryzen 7 4800H + NVIDIA GeForce GTX 1660 Ti + จอ IPS 144Hz ขอบหน้าจอบาง + Ram 8GB Bus 3200Hz + SSD M.2 NVMe PCIe 512GB + มี Windows 10 แท้ ซึ่งทดสอบการใช้งานเล่นเกมจริงแล้วแรงกว่า Gaming Notebook รุ่นก่อนๆ ทั้ง AMD Ryzen / Intel Core i รุ่นก่อนมากๆ รวมไปถึงการทดสอบด้วยโปรแกรมต่างๆ ค่าคะแนนต่างๆ ก็ทำออกมาได้ดี ส่วนการใช้งานทั่วไปนั้นก็ลื่นไหลสุดๆ หรือเล่นเกมก็ให้ประสบการณ์ใช้งานที่ดีเยี่ยม สำหรับ Gaming Notebook หน้าจอ 15.6″ แบบนี้ แนะนำว่าเพิ่มแรมเป็น 16GB น่าจะแรงขึ้นกว่านี้อีกแน่นอน

Best Design

เรื่องของรูปร่างหน้าตาก็เป็นหนึ่งในจุดเด่นที่มีอยู่ในผลิตภัณฑ์ของ TUF Gaming โน้ตบุ๊คสายคุ้มค่ามาตั้งแต่ไหนแต่ไร ซึ่งจุดเด่นในข้อนี้ก็เห็นได้ชัดเจนใน ASUS TUF Gaming A15 FA506 ที่มีดีไซน์ของตัวเครื่องสวยงามโฉบเฉี่ยวเป็นเอกลักษณ์ ดูแล้วเรียบหรูตามสไตล์คนรุ่นใหม่ที่ชอบเล่นเกม ที่สำคัญคือขอบจอบาง ทำให้มิติตัวเครื่องใกล้เคียงพวกจอ 14″ แถมน้ำหนักเบาแค่ 2.3 กิโลกรัมเท่านั้น ที่สำคัญคือดีไซน์ให้ความสวยงามดูทนทานกว่ารุ่นก่อนๆ ทั้งหมด จากการใช้สีสันเป็น Fortress Gray ใช้วัสดุเป็นโลหะผสมแบบอลูมิเนียมอัลลอยทั้งชิ้น

Best Durability

ASUS TUF Gaming A15 FA506 มีความทนทานระดับ Military Grade ต่อแรงกระแทก อุณหภูมิสูงต่ำ ความชื้น ความกดอากาศ และแสงแดด เรียกได้ว่าเป็น Gaming Notebook น้อยรุ่นนักที่มาพร้อมคุณสมบัติแบบนี้ เพราะที่ผ่านมาเราจะหาความทนทานระดับ Military Grade ได้ก็พวก Ultrabook ราคาแพงเท่านั้น แต่สิ่งนี้ ASUS จัดเต็มมาให้เลย สำหรับ Gaming Notebook ช่วงราคา 2x,xxx – 3x,xxx บาท นับว่ามีความใจเป็นอย่างมาก มากกว่าแบรนด์อื่นๆ ชัดเจน

 

Best Value

นอกเหนือจากสเปกหลัก ยังให้ความคุ้มค่าอย่างมาก โดดเด่นกว่ารุ่นก่อนหน้าคือได้หน้าจอขนาด 15.6″ ความละเอียด Full HD ที่ 1920 x 1080 พิกเซล พาเนล IPS เกรดคุณภาพดี รองรับ Refresh Rate ที่ 144Hz ให้ความลื่นไหลอย่างที่สุดด้วย พร้อมเทคโนโลยี Adaptive Sync ทำให้ภาพไม่ฉีกขาด (Tearing)รวมไปถึงมีลำโพงคุณภาพสูงระบบเสียง DTS:X Ultra พร้อมพอร์ตการเชื่อมต่อครบครัน ทั้ง 2 x USB 3.2 Gen 2 Type-A และ 1 x USB 3.2 Gen2 Type-C โดยทำงานเป็น DisplayPort 1.4 ระบบการเชื่อมต่อไร้สายเป็นมาตรฐานใหม่อย่าง Wi-Fi 5 AC และ Bluetooth 5.0 ได้ไฟคีย์บอร์ด RGB และระบบระบายความร้อนที่เยี่ยมยอดด้วย

 


© Copyright - Notebookspec.com All Rights