Home » Review

Review – ASUS ROG Strix SCAR 17 i9-10980HK + RTX 2080 Super + จอ 17.3″ IPS 300Hz ที่สุดของ Gaming eSport ตัวจริง คุ้มสุดในงบ 99,990 บาท

8 Sep 20 - By l

ASUS ROG Strix Scar 17 (G742) จัดว่าเป็น Gaming Notebook ตัวท็อปสุด ในตระกูล ROG Strix ที่เป็นซีรีส์เน้นการใช้งานแบบจริงจัง เหมาะกับเกมเมอร์ฮาร์ดคอ หรือสาย eSport มาพร้อมกับชิปประมวลผลสูงสุดเป็น Intel Core i9-10980HK ที่แรงกว่า i7 รองรับติดตั้งการ์ดจอสูงสุดเป็น NVIDIA GeForce RTX 2080 Super ให้ความแรงเหลือเฟือในการเล่นเกมทุกเกมบนโลกแบบลื่นไหล อีกทั้งได้การระบายความร้อนรูปแบบใหม่ที่ดีกว่าของ Gaming Notebook ซีรีส์ ROG ที่ใช้ชิปประมวลผล Intel Core i Gen 10 H เพื่อสร้างความมั่นใจ โดยเฉพาะการใช้ Liquid Metal อย่าง Thermal Grizzly ที่ดีเยี่ยมกว่าซิลิโคนแบบเดิมๆ

ส่วนของแรมมีขนาดสูงสุดที่ 16GB DDR4 Bus 3200MHz มีที่เก็บข้อมูลแบบ SSD M.2 NVMe PCIe ความจุ 1TB หน้าจอใหญ่สะใจด้วยขนาด 17.3 นิ้ว Full HD พาเนลคุณภาพสูง IPS รองรับ Refresh Rate ที่ 300Hz/3ms ค่า sRGB ใกล้เคียง 100% ทำงานมืออาชีพ เล่นเกมตอบสนองแบบดีเยี่ยมที่สุด ได้มาตรฐานการเชื่อมต่อไร้สายอย่าง Bluetooth 5.0 และ Wi-Fi 6 AX (2×2) ที่ดีที่สุด แน่นอนว่าได้ Windows 10 แท้ใช้งานได้ทันที กับราคาเพียง 99,990 บาท ได้ประกัน 2 ปี ที่สามารถเคลมผ่าน 7-11 ได้ โดยปีแรกมีประกันอุบัติเหตุด้วย

VDO Review

NBS Verdict

ASUS ROG Strix Scar 17 (G742) นับได้ว่าเป็น Gaming Notebook ที่ติดตั้งที่สุดของคุณภาพหน้าจอ 17.3″ IPS 300Hz มาตรฐานค่าขอบเขตสีใกล้เคียง 100% sRGB สเปกภายในเป็น Core i9-10980HK + RTX 2070 Super / RTX 2080 Super ที่ติดตั้ง Liquid Metal (Thermal Grizzly Conductonaut) ที่สุดแห่งการระบายความร้อนสำหรับชิปประมวลผล ทำงานร่วมกับ ROG Intelligent Cooling เทคโนโลยีการระบายความร้อนสุดชาญฉลาด ที่นอกจากนี้ยังมีรุ่น ASUS ROG Strix Scar 15 (G542) ที่เป็นหน้าจอ 15.6″ IPS 240Hz ด้วย สเปกจะเป็น i7-10875H + RTX 2060 / RTX 2070 Super 

ที่สำคัญได้ฟีเจอร์ คีย์บอร์ดมีไฟหลากสีด้วยเทคโนโลยี AuraRGB ของทาง ROG เป็น แบบ Per-key และ Surrounded Light Bar ที่สามารถปรับแต่งเองได้ด้วยซอฟต์แวร์ Armory Crate  ให้ความสะดวกด้วยระยะของปุ่มที่เลื่อนลงไปเพียง 1.8 มิลลิเมตร แต่ละปุ่มมีมุมโค้งขนาด 0.25 มิลลิเมตร เข้ากับนิ้วมือเวลากดลงไปสุดๆ ตอบโจทย์กับคนที่ต้อง Gaming Notebook ระดับสูงประจำปี 2020 ที่มีฟีเจอร์ครบถ้วนครบครันที่สุด ในส่วนของรุ่นก็มีให้เลือกตั้งแต่ราคา 59,990 บาท ถึงตัวท็อปที่เราได้รับมารีวิวคือ 99,990 บาท ที่จัดว่าสเปกต่อราคาคุ้มค่าทีเดียว 

เรื่องของการออกแบบที่ ASUS ROG Strix Scar 17 (G742) ทำได้ดีมาก เรียกได้ว่าเป็นไปในทิศทางเดียวกับรุ่นก่อนๆ ที่ทำไว้ดีเยี่ยมอยู่แล้ว ด้วยดีไซน์สไตล์ ROG Strix Series ที่เป็น Gaming Notebook ที่ดูดุดันจริงจัง เหมาะกับเกมเมอร์สายฮาร์ดคอร์ หรือ eSport แบบ Pro Player ซึ่งได้ทาง BMW Designworks Group มาร่วมออกแบบด้วย เห็นได้ชัดจากชุดระบายความร้อนด้านหลังที่เป็นครีบคล้ายกับเสื้อสูมมอเตอร์ไซต์จาก BMW เรียกได้ว่ายกระดับขึ้นไปอีกขั้น​กับช่องดูดลมเย็นจากทางด้านบน

ส่วนที่แตกต่างสุดๆ จาก Gaming Notebook รุ่นอื่นๆ ก็คือ ROG Keystone II กุญแจ NFC ที่ไม่มีใครเคยมีมาก่อน (เวลาใส่ไฟ LED เอฟเฟคเล็กๆ ด้วย) พร้อมทั้งได้ระบบเสียง Smart Amp คุณภาพดี รวมถึงมี USB 3.1 Type-C ติดตั้งมาพร้อมใช้งานตามาตรฐานโน๊ตบุ๊คปี 2020 ปิดท้ายกับข้อสังเกตมีเล็กน้อยก็คือ ไม่มีพอร์ต Thunderbolr 3 ให้ ความร้อนชิปประมวลผลสูงไปหน่อย เข้าใจว่าประสิทธิภาพสูงมากๆ นั่นเอง และแรมน่าจะให้เป็นขนาด 32GB มาเลยทันที 

จุดเด่น

  • ดีไซน์การออกแบบสวยงามถูกใจเกมเมอร์พันธุ์ ROG Strix Scar งานประกอบแน่นวัสดุดีเยี่ยม
  • ประสิทธิภาพสูงด้วยชิปประมวลผล Core i7-10980H และการ์ดจอ RTX 2080 Super
  • ติดตั้งแรมขนาด 8GB DDR4 Bus 3200 MHz x 2 และ SSD M.2 NVMe ความจุ 512GB x 2
  • ได้หน้าจอพาเนล IPS คุณภาพสูง พร้อมรองรับ Refresh Rate ที่ 300Hz/3ms
  • คีย์บอร์ดมีไฟหลากสี พร้อม Surrounded Light Bar และโลโก้ ROG ด้วย AURA RGB
  • มี ROG Keystone II กุญแจ NFC ส่วนตัว เป็นลูกเล่นที่ไม่เหมือนใคร
  • มีซอฟต์แวร์มากมาย ที่ใช้ได้จริง มาช่วยปรับแต่ง
  • มาพร้อม Windows 10 ใช้งานได้ทันที
  • มีพอร์ตการเชื่อมต่อครบครัน เพียงพอต่อการใช้งานแน่นอน 
  • ลำโพงคุณภาพเสียงดีแบบ 4.2W x 2 เสียงดังชัดเจน 
  •  แบตเตอรี่ใช้งานได้ยาวนานกว่า 6 ชั่วโมง 
  • ระบบระบายความร้อนดี เทียบกับสเปกที่แรงขนาดนี้
  • ประสบการณ์ใช้งานโดยรวมประทับใจ
  • ประกัน 2 ปี ส่งศูนย์ พร้อมฝากส่งเคลม 7-11 ปีแรกมีประกับอุบัติเหตุ

ข้อสังเกต

  • ไม่มีกล้องเว็บแคมมาให้ในตัว ถ้าจะใช้งานต้องหาซื้อมาเอง
  • ไม่มีพอร์ต Thunderbolt 3 ให้สมกับเป็น Gaming Notebook ไฮเอนด์
  • ความร้อนชิปประมวลผลดูสูงไปหน่อย แต่ไม่มีผลกับการใช้งาน
  • น่าจะติดตั้งแรมมาให้เป็นขนาด 32GB (16GB x 2) ทันทีไปเลย 

Specification

ASUS ROG Strix Scar 17 (G742) ใช้ชิปประมวลผลตัวท็อปสุดเป็น Intel Core i9-10980HK ความเร็ว 2.40 – 5.30 GHz ทำงานแบบ 8 คอร์ 16 เธร์ด ประสิทธิภาพไว้ใจได้ พร้อมการ์ดจอรุ่นใหม่ที่แรงลื่นและร้อนน้อยสุดๆ อย่าง NVIDIA GeForce RTX 2080 Super (8GB GDDR6) โดยแรงกว่า RTX 2080 รุ่นก่อนหน้า ที่ทั้ง 2 อย่างนี้ระดับ Gaming Desktop ตัวไฮเอนด์ท็อปสุดในตลาด Gaming Notebook แล้ว

มีที่เก็บข้อมูลรองรับการติดตั้ง SSD แบบ M.2 NVMe จำนวน 2 สล็อต โดยตามสเปกได้ติดตั้งมาแล้วที่ความจุ 1TB (512GB x 2) ในส่วนของแรมเองมีมาให้ 16GB แบบ DDR4 Bus 3200 MHz ขนาด 8GB จำนวน 2 แถว พร้อมรองรับ Dual Channel หน้าจอได้เป็นขนาด 17.3″ แบบผิวด้านขอบจอบาง ที่นำมาติดตั้งเป็นหน้าจอที่ดีที่สุดในตลาดตอนนี้ กับความละเอียด Full HD พาเนล IPS รองรับ Refresh Rate ที่ 300Hz/3ms โดยมีค่าขอบเขตสีใกล้เคียง 100% ให้สีสันการแสดงผลในเกณฑ์ดีน่าประทับใจอย่างที่สุดทั้งเล่นเกมหรือทำงาน

ส่วนการเชื่อมต่อก็มีมาอย่างครบถ้วน ทั้ง USB 3.2 Type-C (DisplayPort) x 1, 3 x USB 3.1 Type-A, HDMI 2.0, SD Card Reader, RJ-45 , Headset พร้อมยังรองรับมาตรฐานการเชื่อมต่อไร้สายอย่าง Bluetooth 5.0 และ Wi-Fi 6 AX พร้อมเทคโนโลยี RangeBoost เกมมิ่งโน๊ตบุ๊ครุ่นแรกของโลกที่ใช้ตัวรับสัญญาน Wi-Fi แบบ Multi-Antenna บนมาตรฐาน Wave 2 (2×2 + 2×2) ให้ระยะการรับสัญญานที่ไกลขึ้นถึง 30% พร้อมอัตราการรับ-ส่งข้อมูลที่เร็วและเสถียรยิ่งขึ้น

สนนราคา ASUS ROG Strix Scar 17 อยู่ที่ 99,990 บาท ส่วนการรับประกันแน่นอนว่าเป็น เวลา 2 ปี พร้อมประกันอุบัติเหตุอีก 1 ปี จากทาง ASUS Thailand ที่เราสามารถส่งได้ตามศูนย์บริการ หรือใครจะสะดวกฝากส่งเคลมตามร้าน 7-11 ทั่วประเทศก็สามารถทำได้เช่นกัน นอกจากนี้ยังมี ASUS ROG Strix Scar 17 อีก 1 รุ่นคือได้การ์ดจอที่รองกว่าคือ RTX 2070 ส่วนสเปกอื่นๆ เหมือนกันหมด ที่ราคา 84,990 บาท อีกทั้งมีรุ่น ASUS ROG Strix Scar 15 (G542) ด้วย รายละเอียดก็ตามข้อมูลสเปกนี้เลย

  • Core i7-10870H / RTX 2060 / RAM 16GB / SSD 512GB / จอ 15.6″ IPS 240Hz ราคา 59,990 บาท
  • Core i7-10870H / RTX 2070 Super / RAM 16GB / SSD 1TB / จอ 15.6″ IPS 240Hz ราคา 74,990 บาท
  • Core i9-10980HK / RTX 2070 Super / RAM 16GB / SSD 1TB / จอ 17.3″ IPS 300Hz 84,990 บาท
  • Core i9-10980HK / RTX 2080 Super / RAM 16GB / SSD 1TB / จอ 17.3″ IPS 300Hz 99,990 บาท

Hardware / Design

ASUS ROG Strix Scar 17 (G742) หน้าจอขนาด 17.3 นิ้ว เป็น Gaming Notebook ขอบจอบางตัวเครื่องมิติเล็กกระชับทั้ง 3 ด้าน คือ บน ซ้ายและขวา พร้อมตัดกล้องเว็บแคมออกไป มีน้ำหนักอยู่ที่ 2.9 กิโลกรัม ส่วนบานพับเป็นแบบ ASUS ROG Strix Scar 17 (G742) หน้าจอขนาด 17.3 นิ้ว แบบ 2 แกนยกตัวขึ้นมา ต่อยอดมาจากรุ่นเดิมจากการที่ ASUS ROG Strix Scar 17 (G742) ได้ทาง BMW Designworks Group มาร่วมออกแบบด้วย เห็นได้ชัดจากชุดระบายความร้อนด้านหลังที่เป็นครีบคล้ายกับเสื้อสูมมอเตอร์ไซต์จาก BMW เรียกได้ว่ายกระดับขึ้นไปอีกขั้น เหมือนกับ ASUS ROG Strix หน้าจอ 17.3″ รุ่นก่อนหน้า แต่โดดเด่นกว่าเรื่องของรายละเอียดที่ดียิ่งขึ้นทั้งฝาหลังและด้านใน

กทั้งด้วยระบบระบายความร้อนอัจฉริยะ ROG Intelligent Cooling ที่ทำงานร่วมกับดีไซน์ช่องระบายความร้อนแบบ 3D Flow Zone ด้วยพัดลมคู่ความเร็วรอบสูงแบบ 12V 83 ใบพัด แยกฝั่ง ซ้าย-ขวา, ท่อฮีทไปป์จำนวน 8 ท่อ, Copper plate ที่ครอบทับบริเวณชิ้นส่วนที่จะเกิดความร้อนทั้งหมด, และครีบทองแดงบนฮีทซิ้งค์ที่บางพิเศษเพียง 0.1 มิลลิเมตร รวมไปถึงระบบกำจัดฝุ่น Anti-Dust Cooling ช่วยให้ความร้อนต่ำและใช้งานตัวเครื่องได้ด้วยความเสถียรอย่างต่อเนื่อง

ที่โดดเด่นและไม่เคยมีมาก่อนก็คือ ROG Keystone II กุญแจ NFC ส่วนตัวที่จะทำให้เราสามารถบันทึกโปรไฟล์การตั้งค่าการทำงานต่างๆ ของตัวเครื่องให้เป็นรูปแบบเฉพาะสำหรับเราเท่านั้น และที่สำคัญที่สุดคือฟังก์ชั่น Shadow Drive เพิ่มความเป็นส่วนตัวให้มากยิ่งขึ้นกับไดรฟ์ที่จะถูกเข้ารหัสและปรากฎขึ้นมาให้เข้าถึงได้ก็ต่อเมื่อเสียบใช้งาน Keystone เท่านั้น ซึ่งในบันเดินจะมาพร้อมพ่วงกุญแกจที่เก็บด้วย เรียกได้ว่าเจ๋งดีจริงๆ กับการใส่ฟีเจอร์นี้เข้ามาใน Gaming Notebook

ที่สำคัญจากรุ่นก่อนที่มี Light Bar ด้านหน้า รุ่นนี้จะได้ไฟ RGB ด้านซ้ายและขวาของตัวเครื่องเข้ามา อย่าง Surrounded Light Bar รอบตัวเครื่องพร้อมเกมมิ่งคีย์บอร์ดแบบ  RGB ให้สามารถปรับแต่งแสงไฟได้ตามสไตล์ของผู้ใช้อย่างอิสระมากถึง 16.7 ล้านสี ผ่านฟีเจอร์ Aura Sync รวมไปถึงอุปกรณ์ต่อพ่วงต่างๆ ที่รองรับ โดยสำหรับรุ่นหน้าจอ 15.6″ ตัวรอง อย่าง ASUS ROG Strix Scar G15 จะได้ NumberPad เข้ามาด้วย โดยทัชแพดเองสามารถเปลี่ยนเป็นแป้นตัวเลขได้ จากการที่ตัด Numpad ด้านขวาออกไป พร้อมขยายปุ่มคีย์บอร์ดให้มีความกว้างขึ้น แต่ถ้าเป็นจอ 17.3″ รุ่นที่เรานำมารีวิวจะมี Numpad มาให้ปกติ

วัสดุโดยรวมทั้งหมดเป็นอลูมิเนียมผสานด้วยฝาหลังเป็นอะลูมิเนียมดีไซน์เฉียบ ส่วนด้านในเป็นพลาสติกเกรดดีให้สัมผัสที่ดีพรีเมียม จับติดมือ ไม่ลื่น และรู้สึกดีกว่าพลาสติกแบบธรรมดาทั่วไป ส่วนหน้าจอของ ASUS ROG Strix Scar 17 (G742) จะเป็นแบบบานพับสองแกนดูแล้วแข็งทนทานกางหน้าจอได้ประมาณ 145 องศา พร้อมเว้นขอบเอาไว้โชว์ไฟแสดงไฟ LED การทำงานต่างๆ ส่วนด้านท้ายและขอบเครื่องทางซ้ายขวาจะเห็นถึงช่องระบายความร้อนขนาดใหญ่ 4 ช่อง พร้อมพัดลมขนาดใหญ่ 2 ตัว

สรุปโดยรวมการออกแบบดีไซน์ภายนอกและวัสดุนั้น ทำได้ดีตามมาตรฐานของ ASUS ROG ที่ทุกคนไว้ใจและมั่นใจจริงๆ ตอบโจทย์ของคนที่ต้องการโน๊ตบุ๊คประสิทธิภาพสูงในดีไซน์เรียบๆ แต่แอบแฝงความแรงและเรียบหรูเอาไว้ กับมาตรฐานใหม่ของ Gaming Notebook ช่วงครึ่งปีหลังของ 2020 ที่ไม่ใช่แค่แรงระดับสูงสุดในตลาด แต่ขอบจอต้องบางเฉียบด้วย ซึ่งต้องยอมที่จะตัดกล้องเว็บแคมออกไปเลย ถ้าจะใช้ต้องหามาเองเหมือนกับรุ่นก่อนหน้า

Keyboard / Touchpad

ASUS ROG Strix Scar 17 เป็นคีย์บอร์ดมีไฟหลากสีด้วยเทคโนโลยี AuraRGB ของทาง ROG เป็นแบบ Per Key RGB ที่สามารถปรับแต่งเองได้ด้วยซอฟต์แวร์ในแต่ละปุ่ม ด้วยระยะของปุ่มที่เลื่อนลงไปเพียง 1.8 มิลลิเมตร แต่ละปุ่มมีมุมโค้งขนาด 0.25 มิลลิเมตร เข้ากับนิ้วมือเวลากดลงไปพร้อมจังหวะเด้งสุดๆ พร้อมเทคโนโลยี OverStroke เพื่อการกดรัวที่ดียิ่งขึ้นด้วยปุ่ม N-key rollover & anti-ghosting และอายุคีย์บอร์ดที่สามารถกดได้ 20 ล้านครั้ง มีฟังก์ชั่นเพิ่มลดเสียง เปิดปิดไมค์ และ ปุ่ม Armory Crate ซอฟต์แวร์ Utility  ซึ่งตัวปุ่มต่างๆ ออกแบบมาสำหรับเกมเมอร์ ที่สำคัญมีในส่วนของปุ่มลัดทำให้ผู้ใช้สามารถสลับเปลี่ยนโหมดการใช้งาน Turbo Mode 

ตัวทัชแพดเองขนาดใหญ่แบบปุ่มแยกออกจากกัน ซึ่งการใช้งานสามารถใช้งานได้อย่างราบรื่นสะดวกสบาย ปุ่มนุ่มกดง่าย การใช้งานจัดได้ว่าอยู่ในระดับที่น่าพอใจมาก ตัวซอฟต์แวร์ควบคุมก็ช่วยจัดการได้ดี โดยรวมแล้วเป็นคีย์บอร์ดและทัชแพดที่ให้ประสบการณ์ใช้งานที่เหนือชั้นกว่า Gaming Notebook ทั่วไป

Screen / Speaker

หน้าจอแสดงผลของ ASUS ROG Strix Scar 17 มีขนาด 17.3″ ความละเอียด Full HD พาเนล IPS คุณภาพสูงแบบด้าน Anti-glare สำหรับการเล่นเกมที่ดีที่สุดในปัจจุบัน ด้วย Refresh Rate สูงสุด 300Hz/3ms รองรับการแสดงค่าสีตามมาตรฐาน sRGB ใกล้เคียง 100% ให้ทุกการเล่นเกมคมชัด สมจริง ไร้อาการภาพเบลอและฉีกขาด และยังแสดงสีได้อย่างแม่นยำสำหรับการทำงานเฉพาะทางอีกด้วย แน่นอนว่ามีดีไซน์หน้าจอขอบจอบางเฉียบทั้งขอบด้านข้างและด้านบน (พร้อมเลือกตัดกล้องเว็บแคมออกไปเลย) ถือว่าดีกว่ามาตรฐานของ Gaming Notebook ปี 2020 ทั่วไปมากทีเดียว

การทดสอบประสิทธิภาพหน้าจอของ ASUS ROG Strix Scar 17 ที่เป็นโน๊ตบุ๊คที่ใช้หน้าจอพาเนล IPS คุณภาพสูง จึงได้ทำการทดสอบหน้าจอแบบละเอียดๆ ด้วยเครื่องมือที่เป็นทั้งซอฟต์แวร์และฮาร์ดแวร์อย่าง Spyder5Elite พร้อมทั้งคาลิเบรทหน้าจอให้สีสันมีความตรงความเป็นจริงมากที่สุด ผลที่ได้หลังจากที่คาลิเบรทก็คือคอนทราสต์มีการไล่โทนที่กว้างขึ้น รวมไปถึงมีสีสันและอุณหภูมิสีที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างชัดเจน จากโทนเย็นกลายเป็นโทนอุ่น

โดยให้ขอบเขตความกว้างของสีสันเทียบเท่ากับมาตรฐาน sRGB ที่ 92% เรียกได้ว่าให้ประสิทธิภาพเรื่องของสีสันระดับที่ดีมากๆ ใกล้เคียง 100% sRGB / 72% AdobeRGB ที่เคลมเอาไว้จริงๆ ความสว่างหน้าจอสูงสุดอยู่ที่เกือบๆ 300 cd/m2 ซึ่งจัดได้ว่าอยู่ในเกณฑ์ดีกว่ามาตรฐานความสว่างของหน้าจอในโน๊ตบุ๊คทั่วไป คือ พอสู้แสงกลางแจ้งได้ รวมไปถึงการทำงานภาพกราฟิกหรือตกแต่งภาพที่เน้นมืออาชีพมากๆ ก็ทำได้ดีเช่นกัน

ต่อกันที่วัดความสว่างของหน้าจอตามตำแหน่งต่างๆ โดยแบ่งเป็น 9 ช่อง เทียบจากช่องกลางที่ปกติแล้วจะให้ความสว่างที่มากที่สุด ที่จะเห็นได้ว่าช่องมุมขวาบนเป็น 0% ก็คือแสดงความสว่างได้เต็มที่ที่ 300 cd/m2 แต่สำหรับช่องขอบกลางแถวล่างจะมีแสงสว่างที่ลดลงระดับ 24% เท่านั้น ในการทดสอบก็เพื่อให้เราใช้งานอย่างระมัดระวังสำหรับคนที่บังเอิญจำเป็นต้องใช้งานภาพถ่าย หรืองานกราฟิกอื่นๆ ปิดท้ายด้วยคะแนน 4 เมื่อทดสอบด้านการแสดงผลต่างๆ ทั้งหมดแล้ว ผ่านทางอุปกรณ์ Spyder5Elite

ตัวเครื่องมีช่องลำโพงคู่อยู่ขอบตัวเครื่องข้างๆ ซ้ายขวา แบบ 4.2W x 2 คุณภาพสูง พร้อม Smart Amp เพื่อให้ได้รับประสบการณ์ระบบเสียงชั้นยอดอีกด้วย ให้เสียงคมชัด เพิ่มอรรถรสในการเล่นเกมให้ถึงใจยิ่งขึ้น ให้ขอบเขตเสียงที่กว้าง จากการที่เสียงกลางแหลมออกชัดเจนดี ส่วนทุ้มมีออกมาหน่อยๆ แม้จะมีลำโพงซัฟวูฟเฟอร์ก็ตาม เรื่องของความดังของเสียงถือว่ามากกว่า 2 เท่า ส่วนในเรื่องคุณภาพเสียงนั้นถือว่าดีมากๆ ทั้งเรื่องคุณภาพและความดัง ซึ่งหากว่าเพื่อนๆ เป็นผู้ใช้งานทั่วไป คุณภาพเสียงที่ได้นั้น ก็ถือว่าดีกว่าโน๊ตบุ๊คทั่วไปแบบรู้สึกได้

Connector / Thin And Weight

พอร์ตการเชื่อมต่อตัวเครื่อง ASUS ROG Strix Scar 17 นี้จัดว่าเป็นโน๊ตบุ๊คที่มีพอร์ทมาให้ครบครับใช้ได้เลยทีเดียว ไม่ว่าจะเป็น USB 3.1 Type-A จำนวน 3 พอร์ต, และ USB 3.2 Type-C อีกจำนวน 1 พอร์ตมาให้ด้วย (รองรับ DisplayPort) พร้อมช่องต่อหูฟังกับไมค์แบบ Combo ขนาด 3.5 มิลลิเมตร 1 ช่อง, SD Card Reader ขนาดมาตรฐาน, พอร์ท LAN ตัวเต็ม และ HDMI, Mini DisplayPort ในส่วนของการเชื่อมต่อไร้สายจะใช้ Bluetooth 5.0 และ Wi-Fi 6 AX พร้อมเทคโนโลยี RangeBoost แบบ Multi-Antenna บนมาตรฐาน Wave 2 (2×2 + 2×2) ให้ระยะการรับสัญญานที่ไกลขึ้นถึง 30% พร้อมอัตราการรับ-ส่งข้อมูลที่เร็วและเสถียรยิ่งขึ้น

ส่วนการพกพาเองก็ถือว่า ASUS ROG Strix Scar 17 ไม่หนักไม่เบา มีน้ำหนักตัวอยู่ที่ 2.9 กิโลกรัม เมื่อเทียบกับโน๊ตบุ๊ค 17.3 นิ้วตัวอื่นๆ แต่ที่โดดเด่นกว่าก็คือมิติตัวเครื่องเล็กลง อยู่ในเกณฑ์ที่ดีเยี่ยมในเรื่องการพกพาไปไหนมาไหน แม้ว่าถ้ารวมอแดปเตอร์ 280 Watt แล้วจะมีน้ำหนักประมาณ 3 กิโลกรัมกลางๆ ก็พอที่จะใส่กระเป๋าและเอาไปใช้งานนอกสถานที่ได้ไม่ยากเย็นอะไร ถือได้ว่าสะดวกสำหรับการเคลื่อนย้ายอยู่ในระดับนึง

Inside / Upgrade

ถ้าใครต้องการจะแกะทั้งฝาล่างทั้งหมดเพื่ออัพเกรดหรือทำความสะอาดก็สามารถทำได้ง่ายๆ เพียงแค่ไขน็อตทั้งหมดประมาณ 10 ตัว พิเศษตรงที่จะมีน็อตตรงมุมสองตัวช่วยดันฝาออกมาเล็กน้อย หลังจากนั้นก็ค่อยๆ แงะแกะทีละส่วนขึ้นอย่างช้าๆ เพียงเท่านี้ก็จะแกะฝาล่างได้ไม่ยากเย็น ส่วนประกอบภายในอื่นๆ  ที่มีงานประกอบเรียบร้อยดี อย่างไรก็ตามสำหรับ ASUS ROG Strix Scar 17 มีข้อควรระวังก็คือ Surrounded Light Bar รอบตัวเครื่อง ซึ่งจะมีสายแพรเชื่อมต่อไว้อยู่ ไม่แนะนำให้ถอดโดดเด็ดขาด ฉะนั้นเมื่อแกะฝาแล้วให้ถอดวางไว้ใกล้ๆ กัน และระมัดระวังมากๆ ขณะที่อัพเกรดหรือทำความสะอาด

เมื่อแกะฝาล่างออกมาแล้วเราก็จะพบแรมจำนวน 2 ช่อง ที่ติดตั้งมาแล้ว 2 แถวขนาด 8GB x 2 DDR4 Bus 3200MHz (Dual Channel) โดยรองรับการอัพเกรดได้สูงสุด 64GB  และ SSD ขนาด 512GB แบบ M.2 PCIe (ไม่รองรับการอัพเกรด SSD/HDD แบบ 2.5” SATA) ให้การใช้งานเป็นไปอย่างลื่นไหลไร้คอขวด ที่ต้องบอกว่าสำหรับการใช้งานทั่วไปจนไปถึงเล่นเกมหนักๆ ก็ใช้งานได้แบบไม่จำเป็นต้องอัพเกรดแล้ว

ระบบระบายความร้อน 3D Thermal Design ของ ASUS ROG Strix Scar 17 นั้นมีทิศทางการไหลของลมที่ดีขึ้นจากเดิมพอสมควร ส่วนที่ใช้ในการพัดลมเข้าออกนั้นจะอยู่ที่บริเวณด้านหลังของตัวเครื่อง 2 ช่อง ด้านข้างอีก 1 โดยการเชื่อมต่อระหว่างส่วนของพัดลมนี้กับชิปกราฟิกและชิปกราฟิกจะทำผ่าน Heat Pipe จำนวน 8 เส้น ที่วางตัวยาวตั้งแต่ส่วนของชิปประมวลเรื่อยมาจนถึงส่วนที่เป็นครีบระบายความร้อนทองแดงทางด้านหลังของตัวเครื่อง มาพร้อมความสดใหม่ด้วยระบบระบายความร้อนอัจฉริยะ ROG Intelligent Cooling ที่ทำงานร่วมกับสารโลหะเหลว (Liquid Metal) จากทาง Thermal Grizzly เพื่อเป็นตัวช่วยในการระบายความร้อนให้กับชิปประมวลผล แทนการใช้ซิลิโคนนำความร้อนแบบปกติ รวมไปถึงจากการที่มีระบบกำจัดฝุ่น Anti-Dust Cooling ช่วยไล่ฝุ่นอัตโนมัติ

Performance / Software

.   

โดย ASUS ROG Strix Scar 17 (G742) มาพร้อมกับชิปประมวลผลตัวท็อปที่สุดของ Gaming Notebook อย่าง Intel Core i Gen 10H อย่าง Intel Core i9-10980HK โดยจะเป็นรุ่นท็อปสุดของ Intel ช่วงปี 2020 ซึ่งเป็นชิปประมวลผลที่เน้นการใช้งานหนักที่สุด ไม่จะเป็นการโปรเซสหรือเล่นเกมก้าวข้ามขีดจำกัดเดิมๆ ได้อย่างที่ไม่เคยมี Gaming Notebook รุ่นไหนเคยทำได้มาก่อน โดยมีความเร็วในการประมวลผลอยู่ที่ 2.40 GHz แต่สามารถเร่งประสิทธิภาพขึ้นไปได้สูงสุดถึง 5.30 GHz เป็นซีพียูแบบ 8 Core 16 Threads มาพร้อมแรมภายในขนาด 16GB DDR4 Buss 3200MHz แบบ 8GB x 2 แถว ที่สามารถขับเคลื่อนระบบปฏิบัติการ Windows 10 ลิขสิทธิ์ที่มีมาให้แบบสบายๆ

.    

การ์ดจอเป็นแบบออนบอร์ดอย่าง Intel UHD Graphics 630 ที่ให้พลังในการประมวลผลที่ดีในระดับหนึ่ง อย่างในเรื่องของกราฟิก 2 มิตินั้นก็รองรับได้อย่างสบายๆ หรือถ้าเป็น 3 มิติ ก็ต้องบอกว่ารองรับการทำงานได้ในระดับเบื้องต้นเท่านั้น โดยมีกราฟิกการ์ดจอแยกตัวแรงอย่าง NVIDIA GeForce RTX 2080 Super ที่ต้องบอกว่าแรงเทียบเท่าระดับพีซีแบบสบายๆ แรงกว่า RTX 2080 จากผลการทดสอบ เรียกได้ยิ่งตอบสนองเข้าคู่กับ Core i9-10980HK เป็นอย่างดี ในส่วนของการทำงานที่เกี่ยวข้องกับ 3 มิติ หรือเกมที่กินทรัพยากรได้เป็นอย่างดีทีเดียว เรียกว่าสำหรับเกมออนไลน์สามารถทำได้ลื่นไหลแน่นอน แต่ยังไงไปดูผลทดสอบอีกทีดีกว่าด้านล่าง

.   

สำหรับโปรแกรมทดสอบ CINEBENCH ที่เน้นในเรื่องของพลังชิปประมวลผล คะแนนก็อยู่ในระดับสูง เป็นที่น่าประทับใจ เปรียบเทียบกับชิปประมวลผลรุ่นก่อนหน้าแล้ว ก็ทำได้ดีกว่าพอตัว รวมไปถึงตัวการ์ดจอแยกเองก็มีประสิทธิภาพสูงขึ้น (แต่ออนชิปคือตัวเดิมนะ) เรียกได้ว่าตอบโจทย์ในส่วนของงานประมวลผลหนักๆ ได้อย่างสบายๆ รวดเร็วทันใจแบบสุดๆ สมกับเป็นชิปประมวลผลตัวบนในรุ่นใช้งานเต็มกำลัง และการ์ดจอระดับบน ที่เน้นการทำงานเป็นหลัก สมกับเป็นชิปประมวลผล Intel Core i9-10980HK ที่เป็นตัวท็อปสุดในตลาดจริงๆ

ตัวเก็บข้อมูลของเครื่องที่เลือกใช้ SSD ที่กลายเป็นมาตรฐานของ Gaming Notebook ไปแล้ว โดยใชเป็นแบรนด์ Intel ทำคะแนนออกมาได้อย่างรวดเร็วเป็นที่น่าพอใจบนขนาดความจุ 512GB x 2 (Raid 0) แบบ M.2 NVMe PCIe ยิ่งเมื่อนำไปใช้เทียบกับฮาร์ดดิสก์แบบจานหมุนแล้วละก็จะเห็นถึงประสิทธิภาพทั้งในด้านการทดสอบและในด้านการใช้งานจริงที่แตกต่างกันอย่างเห็นเห็นได้ชัด เรียกได้ว่าเปิดอะไรปุ๊บก็ติดปั๊บ ที่ต้องบอกว่าความเร็วระดับการอ่านที่ราวๆ 3030 MB/s และเขียนที่ 1883 MB/s ที่เร็วกว่ารุ่นก่อนๆ แต่ก็ถือว่าดีกว่ามาตรฐาน SATA 3 แบบเดิมๆ แล้ว

การทดสอบประสิทธิภาพกับโปรแกรม PCMark 10 Advance ซึ่งสามารถทำคะแนนการทดสอบรวมได้มากถึง 5538 คะแนน  ถือได้ว่าในส่วนของการใช้งานทั่วไปโดยรวมนั้นสอบผ่านแบบสบายๆ ทั้งในส่วนของการเล่นเว็บไซต์ งานเอกสาร งานตกแต่งรูปภาพ รวมถึงงานตัดต่อวิดีโอ และจากการที่เป็นโน๊ตบุ๊คเล่นเกมชิปประมวลผล Core i9-10980HK มีการ์ดจอแยกอย่าง RTX 2080 Super แต่ถ้าเทียบจริงๆ จะเห็นถึงคะแนนที่สูงกว่า Gaming Notebook ในสเปกที่เป็น Core i7 Gen 10H ปกตินั่นเอง แต่จริงๆ แล้วคะแนนน่าจะไปได้ไกลกว่านี้ถ้าอัพเกรดแรมเป็น 32GB

คะแนนและเฟรมเรมในการเล่นเกมทำออกมาน่าสนใจมากๆ โดยเฉลี่ยของเฟรมเรท (FPS) จากทั้ง 7 เกมที่ได้ทดสอบมีค่าเฟรมเรทเฉลี่ยมากกว่า 60 FPS ขึ้นไปแทบทุกเกม ซึ่งตรงนี้ก็สามารถชี้วัดความสามารถในการเล่นเกมที่กราฟิกละเอียดๆ และภาพสวยๆ ได้ลื่นไหลเป็นอย่างดีเลย จากการที่สเปกภายในเป็นชิปประมวลผล Intel Core i9-10980HK ที่สามารถรีดพลัง NVIDIA GeForce RTX 2080 Super ออกมาได้อย่างเต็มที่ ประกอบกับยังใช้แรม 16GB DDR4 Bus 3200 MHz รวมไปถึง SSD NVMe PCIe ก็ส่งผลช่วยด้วย

ทดสอบเกมกินทรัพยากรพอตัวอย่าง Resident Evil 3 / Battlefield V/ FarCry 5 / GTA V ก็สามารถเล่นได้ดีที่ความละเอียด 1920 x 1080 พิกเซล โดยกราฟิกปรับระดับสูงสุดทั้งหมด ตามภาพด้านบน ที่ต้องบอกว่าภาพก็สวยจนน่าประทับใจ เรียกได้ว่าเหลือๆ กับการตอบสนองความต้องการเล่นเกมได้สมบูรณ์ที่สุดแล้ว โดย Battlefield V เปิด DX12 แต่เลือกปิด DLSS / Ray Tracing ที่แม้จะทำให้ภาพสวยแต่ก็กินทรัพยากรเครื่องพอตัวอยู่ เฟรมเรทเฉลี่ยของทั้ง 4 เกม อยู่ที่ระดับ 100 + ทั้งหมดเลย

เกมออนไลน์กินสเปกเบาๆ หน่อยอย่าง DOTA 2 / Overwatch รวมไปถึง PUBG ก็จัดการทดสอบแบบปรับสุดหมดให้ด้วยเช่นกัน โดยทั้งนี้การตั้งค่าความละเอียดของภาพก็อยู่ที่ 1920 x 1080 พิกเซล ซึ่งเป็นความละเอียดที่จะสามารถเล่นให้ลื่นได้ สำหรับรายละเอียดภาพอื่นๆ ก็เรียกได้ว่าเปิดทุกอัน  ผลที่ได้ออกมาก็คือสามารถเรนเดอร์ได้อย่างไหลลื่นในระดับเฟรมเรทที่สูงสุด แม้กระทั่งฉากตะลุมบอนกันก็สบายๆ ค่าเฟรมเรทอยู่ที่ราวๆ 140 – 261 (PUBG ได้ 148) ซึ่งสรุปโดยรวมแล้ว ก็ถือว่าเล่นได้สบายๆ แต่ถ้าเทียบกับ Gaming Notebook รุ่นอื่นที่สเปกใกล้เคียงกัน

ที่สำคัญด้วยหน้าจอ พาเนล IPS แบบที่สนับสนุนการแสดงผล Refresh Rate ที่ 300Hz/3ms ทำให้เกมมีความลื่นไหลกับฉากที่เคลื่อนไหวเร็วๆ โดยไม่มีอาการฉีกขาด เวลาที่เราปรับให้ปล่อยเฟรมเรทสูงๆ แบบสุดๆ หมดปัญหาภาพฉีก หรือภาพกระตุกไปเลย แต่นั่นก็ต้องอยู่กับตัวเกมด้วยว่าขับเฟรมเรทได้แค่ไหน ถ้าเกมกินสเปกหนักๆ 300Hz อาจไม่เห็นผลมากนักกับความลื่นไหล หรือเอาจริงๆ สำหรับเกมสไตล์ MOBA แค่ 60 FPS นิ่งๆ ก็เอาอยู่ หรือถ้าอยากให้วิ่ง 120Hz ขึ้นไป ก็จะปรับกราฟิกของเกมลงมาต่ำๆ หน่อย

โดยเทคโนโลยี RTX Ray-Tracing คือเทคโนโลยีที่มาพร้อมกับความสามารถในการประมวลผลการให้แสงสำหรับเกมแบบ real-time จากที่ก่อนหน้านี้ผู้พัฒนาเกมจะต้องใช้วิธีการสร้าง geometries แบบสับซ้อนซึ่งทำให้การประมวลผลแสงในเกมให้เหมือนจริงที่ใช้กำลังของ GPU ค่อนข้างหนัก RTX Ray-Tracing นั้นจะเข้ามาช่วยทำให้ GPU นั้นทำงานน้อยลงและสามารถที่จะประมวลผลในส่วนอื่นๆ ได้มากขึ้นกว่าเดิม ทว่าการที่จะทำได้นั้นตัวเกมเองก็ต้องใช้เอนจิ้นที่รองรับเทคโนโลยี RTX Ray-Tracing นี้ด้วย

นอกเหนือจากนี้ ASUS ROG Strix Scar 17 (G742) ยังมี Armory Crate ซอฟต์แวร์ Utility ที่ยกมาจาก ROG รุ่นอื่นๆ ซึ่งรวบรวมเอาฮาร์ดแวร์ต่างๆของ ROG มาไว้บนยูทิลิตี้เดียว ทำให้สามารถเข้าถึงฟังค์ชั่นต่างๆได้อย่างง่ายดาย การตั้งค่าต่างๆ ของระบบร อาทิ ผู้ใช้สามารถบันทึกการตั้งค่าต่างๆตามความชอบเป็นรูปแบบได้หลายโปรไฟล์ ซึ่งการตั้งค่าต่างๆ จะถูกเรียกใช้งานโดยอัตโนมัติเมื่อมีการเปิดเกมที่ได้เลือกไว้ Armoury Crate ยังมาพร้อมกับโปรแกรมเสริม Mobile Dashboard สำหรับ Android และ iOS รวมไปถึงความสามารถอื่นๆ ที่จะมีเพิ่มขึ้นจากการอัพเดทในอนาคต

ปิดท้ายกับอีกหนึ่งซอฟต์แวร์ ASUS ROG Strix Scar 17 (G742) ที่จะเป็นตัวช่วยในการใช้งานของเราอีกด้วยอย่าง MyASUS (เปิดเครื่องมาเจอเลยใน ASUS Notebook ทุกรุ่น) ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของสเปกภายใน หรือเช็คสถานะการทำงานส่วนต่างๆ ของเครื่อง รวมไปถึงยังสามารถ ตรวจเช็คสถานะเครื่องกับข้อมูลแคชต่างๆ ก็ทำการลบทิ้งได้ตรงนี้เลย หรือเช็คอัพเดทซอฟ์ตแวร์และไดร์เวอร์ต่างๆ ของเครื่องก็สามารถทำผ่านตรงนี้ได้เช่นกัน

Battery / Heat / Noise

แบตเตอรี่ที่ติดตั้งมาให้ใน ASUS ROG Strix Scar 17 (G742) เครื่องนี้เป็นแบบฝังตามปกติ ส่วนของการทดสอบระยะเวลาใช้งานของแบตเตอรี่โดยตั้งค่าความสว่างหน้าจอและเสียงให้ระดับกลางๆ แล้วเล่นเว็บสลับกับดู Youtube แล้ว โปรแกรม BatteryMon แจ้งระยะเวลาใช้งานต่อเนื่องในเงื่อนไขดังกล่าวเกือบๆ 6:15 ชั่วโมงทีเดียว เรียกได้ว่าแบตเตอรี่ใช้งานได้ระยะเวลาที่มากกว่าที่คาดเอาไว้ ซึ่งจากการทดสอบล่าสุดพบว่าแบตเตอรี่ใช้งานได้ยาวกว่า Gaming Notebook ทั่วไปจริงๆ ในสเปกนี้ อย่างไรก็ตามเวลาใช้งานจริงโดยปรับความสว่างหน้าจอและเสียงให้อยู่ในระดับที่มากกว่านี้ จะทำให้แบตเตอรี่มีระยะเวลาใช้งานยาวนานได้สั้นกว่าเป็นไปได้

สำหรับอุณหภูมิเมื่อใช้งานแบบปกติชิปประมวลผลและการ์ดจอจะอยู่ที่ประมาณ 40 – 50 องศาเซลเซียส ภายในห้องปรับอากาศอุณหภูมิประมาณ 25 – 30 องศาเซลเซียส แน่นอนว่าในการใช้งานทั่วไปด้วยการใช้โหมด Windows แทบจะไม่รู้ว่าพัดลมหมุนเลย จากนั้นทำการทดสอบเบิร์นให้เครื่องทำงาน 100% ด้วยการเล่นเกมกราฟิก 3 มิติ เพื่อให้เห็นถึงระบบระบายความร้อนและเสียงรบกวนที่จะเกิดขึ้นเมื่อพัดลมหมุนรอบจัด ซึ่งทั้งหมดนี้ดูผ่านทางซอฟต์แวร์ Core Temp เพื่อดูว่าชิปประมวลผล CPU ว่าจะร้อนที่สุดเย็นที่สุดเท่าไรในการใช้งานจริงๆ

ที่ดูจากภาพแล้วจะเห็นได้ว่าอุณหภูมิสูงสุดของตัวเครื่องสำหรับชิปประมวลผล CPU อยู่ที่ไม่เกิน 96 – 100 องศาเซลเซียส ที่ต้องบอกว่าค่อนข้างเย็นทีเดียว ถ้าเทียบความแรงที่ได้ ส่วนที่เป็นการ์ดจอจะอยู่ที่ 87 องศาเซลเซียสเท่านั้น โดยดูผ่านทาง Hardware Monitor นับว่ามีความเย็นพอตัว ส่วนเสียงพัดลมก็ดังพอสมควร จากการที่เปิดฟีเจอร์ Turbo พร้อมเพิ่มรอบพัดลมเป็น 6,000 รอบต่อวินาที จากการที่มีพัดลม 2 ตัว แต่ก็ไม่ถือว่ารบกวนอะไรมากมายสำหรับคนที่เล่นเกมอยู่แล้ว โดยรวมแล้วมีการจัดการอุณหภูมิได้อย่างไม่น่าเป็นห่วง แม้ความร้อนจะดูสูง แต่ก็อย่าลืมว่าสเปกเป็นระดับท็อปสุดจริงๆ

Conclusion / Award

จากประสบการณ์และใช้งานจริงๆ ของ ASUS ROG Strix Scar 17 (G742) ทั้งการเล่นเกมหลากหลายเกม รวมไปถึงทำงานและความบันเทิงดูหนังฟังเพลง บอกได้อย่างเต็มปากเลยว่า ASUS ทำออกมาได้ดีกว่า ASUS ROG Strix ทั้งหมดในตลาด จากการที่ ทั้งในเรื่องของดีไซน์การออกแบบที่ล้ำหน้า เน้นฟีเจอร์และความพรีเมียม งานประกอบและวัสดุที่เยี่ยมยอด เรียกได้ว่าเหนือชั้นกว่า Gaming Notebook ช่วงราคาเดียวกัน  สเปคประสิทธิภาพสูง ที่สำคัญคือได้หน้าจอพาเนล IPS 240Hz และมี Windows 10 มาให้พร้อมใช้งานด้วย

สรุปแล้ว ASUS ROG Strix Hero III ถือว่าเป็น Gaming Notebook ที่ดีที่สุดรุ่นหนึ่งก็ว่าได้ในช่วงราคานี้ เพราะมาพร้อมกับประสิทธิภาพที่สูงทั้งด้วยชิปประมวลผลและกราฟิกการ์ดที่แรงเพียงพอกับทุกเกมในตลาด พร้อมจอพาเนล IPS 240Hz ซึ่งเป็นหน้าจอที่ดีที่สุดของ Gaming Notebook ในตลาด ที่สำคัญฟีเจอร์อื่นๆ ยัดมาให้อย่างแน่นอน ไม่แค่นั้นเรื่องระบบระบายความร้อนก็ทำได้ดี ทั้งจากรูปลักษณ์และใช้งานจริง สมราคา 59,990 เหมาะกับคนที่งบถึงเงินถึงและต้องการประสบการณ์ใช้งานที่ดีกว่า Gaming Notebook รุ่นอื่นๆ ที่สเปกใกล้เคียงกัน แต่ถ้าใครต้องการรุ่นถูกกว่านั้นที่เป็น ROG Strix ลองดูเป็น ASUS ROG Strix G531 หรือ G731 ก็ได้ ราคาเริ่มต้นที่ 27,990 บาท

Award

โดยในครั้งนี้จะเป็นการเปรียบเทียบการให้รางวัลกับเครื่องในกลุ่มของโน๊ตบุ๊คขนาดหน้าจอ 15.6 นิ้วด้วยกัน ซึ่ง ASUS ROG Strix Hero III ก็ได้รางวัลต่างๆ ดังนี้

Best Technology

ASUS ROG Strix Hero III เป็น Gaming Notebook ที่มีความสดใหม่และเทคโนโลยีล้ำๆ มากมาย อาทิเช่น หน้าจอ 240Hz พาเนล IPS ขอบจอบางเฉียบ ตัวเครื่องเป็น 3D Thermal Design ระบบระบายความร้อนดีเยี่ยม Surrounded Light Bar ไฟ RGB AURA รอบตัว อีกทั้งมี ROG Keystone กุญแจ NFC ส่วนตัว รวมไปถึงซอฟต์แวร์ Armory Crate ซึ่งสามารถใช้ประโยชน์ได้จริง และอื่นๆ อีกมากมาย สมกับเป็นโน๊ตบุ๊คเล่นเกมสำหรับคนงบเยอะ ถือได้ว่าเป็นผู้นำในตลาด Gaming Notebook ยิ่งเทียบในระดับเดียวกันยิ่งหาตัวจับยาก

Best Design

เรื่องของรูปร่างหน้าตาก็เป็นหนึ่งในจุดเด่นที่มีอยู่ในผลิตภัณฑ์ของ ASUS ROG โน๊ตบุ๊คสายคุ้มค่ามาตั้งแต่ไหนแต่ไร ซึ่งจุดเด่นในข้อนี้ก็เห็นได้ชัดเจนใน ASUS ROG Strix Hero III ที่มีดีไซน์ของตัวเครื่องสวยงามโฉบเฉี่ยวเป็นเอกลักษณ์ ดูแล้วหรูหราตามสไตล์คนรุ่นใหม่ที่ชอบเล่นเกม จากการที่ได้ทาง BMW Designworks Group มาร่วมออกแบบด้วย เห็นได้ชัดจากชุดระบายความร้อนด้านหลังที่เป็นครีบคล้ายกับเสื้อสูมมอเตอร์ไซต์จาก BMW เรียกได้ว่ายกระดับขึ้นไปอีกขั้น ซึ่งในจุดของรูปร่างหน้าตาก็เป็นสิ่งที่หลายๆ คนยอมรับกัน ในระดับหนึ่งอยู่แล้ว

Best Performance

ด้วยสเปกชิปประมวลผล Intel Core i7-9750H ตัวล่าสุด ที่มาพร้อมกับแรมขนาด 8GB แบบ DDR4 และกราฟิกการ์ดยอดนิยมอย่าง NVIDIA GeForce RTX 2070 (8GB GDDR6) รวมไปถึง SSD M.2 NVMe ความเร็วสูงก็ทำให้ประสิทธิภาพโดยรวมของตัวเครื่องนี้มีความน่าประทับใจ ทั้งจากในการใช้ทำงานจริงๆ รวมไปถึงการทดสอบด้วยโปรแกรมต่างๆ ซึ่งจะเห็นได้ว่าในสเปกโน๊ตบุ๊คเครื่องอื่นๆ ที่ใกล้เคียงกัน ผลคะแนนที่ออกมานั้นทำได้อยู่ในช่วงเดียวกัน หรือบางจุดก็มากกว่าซะด้วย


© Copyright - Notebookspec.com All Rights