Home » 0. TOP content

Review – ASUS ROG Strix Hero III สุดยอดโน้ตบุ๊คเล่นเกมฟีเจอร์แน่น สเปก i7-9750H + RTX 2070

21 Jun 19 - By l

ASUS ROG Strix Hero III เป็น Gaming Notebook ที่มีฟีเจอร์และรายละเอียดเพิ่มเติมให้เข้ามา ต่อยอดมาจาก ASUS ROG Strix G531 เน้นความพรีเมียมและฟีเจอร์ที่มากกว่า มีลวดลายที่แตกต่าง โดดเด่นด้วยไฟคีย์บอร์ด RGB Per-Key ที่เราสามารถปรับแต่ละปุ่มได้สีตามต้องการ นอกจากนี้ ASUS ROG Strix Hero III ยังมาพร้อมความสดใหม่ในส่วนของ ROG Keystone ที่เป็นอุปกรณ์ NFC ประเภทหนึ่ง โดยใช้งานร่วมกับซอฟต์แวร์ Armoury Crate เพื่อเข้าถึงข้อมูล Shadow Drive ที่ซ่อนอยู่และโปรไฟล์การตั้งค่าต่างๆ ของเรา

รุ่นที่แอดมินโป้งได้รับมารีวิวก็คือ ASUS ROG Strix Hero III สเปกตัวกลางรองท็อปสูงสุดอย่าง Intel Core i7-9750H ที่ทำงานแบบ 6 คอร์ 12 เธร์ด พร้อมด้วยการ์ดจอรองท็อปอย่าง NVIDIA GeForce RTX 2070 (8GB GDDR6) ร่วมกับระบบระบายความร้อนแบบใหม่ที่ดีขึ้น 17% เรียกได้ว่าแม้จะแรงขึ้นแต่ก็เอาอยู่ แรม 8GB และ SSD 512GB อีกทั้งได้หน้าจอเป็น 15.6″ Full HD พาเนล IPS ที่ 240Hz 3ms เคลม 100% sRGB ที่ต้องบอกว่าเป็นหน้าจอที่ดีที่สุดในโลกตอนนี้แล้ว กับราคา 59,990 บาท

Specification

ASUS ROG Strix Hero III จะมีจำหน่ายอยู่ 3 รุ่น 3 สเปก รุ่นที่ได้มาเป็นสเปกกลางคือ ชิปประมวลผลตัวแรงเป็น Intel Core i7-9750H (2.60 – 4.50 GHz) ทำงานแบบ 6 คอร์ 12 เธร์ด ประสิทธิภาพไว้ใจได้ พร้อมกราฟฟิการ์ดตัวแรงอย่าง NVIDIA GeForce RTX 2070 (8GB GDDR6) พร้อมฮาร์ดดิสก์แบบ SSD แบบ NVMe ความจุ 512GB ไว้ด้วย ในส่วนของแรมเองมีมาให้ 8GB แบบ DDR4 หนึ่งแถว (อัพได้สูงสุด 32GB) ระบบปฎิบัติการเป็น Windows 10 แท้ พร้อมใช้งานตั้งแต่เปิดเครื่องครั้งแรก

หน้าจอที่นำมาติดตั้งเป็นหน้าจอที่ดีที่สุดในตลาดตอนนี้ กับความละเอียด Full HD พาเนล IPS ที่ 240Hz Response Time 3ms (G2G) โดยมีค่าขอบเขตสีใกล้เคียง 100% แบบผิวด้าน ให้สีสันการแสดงผลในเกณฑ์ดีน่าประทับใจอย่างที่สุดทั้งเล่นเกมหรือทำงาน ส่วนการเชื่อมต่อก็มีมาอย่างครบถ้วน ทั้ง USB 3.1 Type-C, mini DisplayPort, HDMI, 3 x USB 3.0, Kensington lock slot , SD Card Reader, RJ-45 , Headset

พร้อมยังรองรับมาตรฐานการเชื่อมต่อไร้สายอย่าง Bluetooth 5.0 และ Wi-Fi มาตรฐาน 802.11 ac พร้อมเทคโนโลยี RangeBoost เกมมิ่งโน้ตบุ๊ครุ่นแรกของโลกที่ใช้ตัวรับสัญญาน Wifi แบบ Multi-antenna บนมาตรฐาน Wave 2 (2×2 + 2×2) ให้ระยะการรับสัญญานที่ไกลขึ้นถึง 30% พร้อมอัตราการรับ-ส่งข้อมูลที่เร็วและเสถียรยิ่งขึ้น

สนนราคา ASUS ROG Strix Hero III อยู่ที่ 59,990 บาท ส่วนการรับประกันแน่นอนว่าเป็น เวลา 2 ปี พร้อมประกันอุบัติเหตุอีก 1 ปี จากทาง ASUS Thailand ที่เราสามารถส่งได้ตามศูนย์บริการ หรือใครจะสะดวกฝากส่งเคลมตามร้าน 7-11 ทั่วประเทศก็สามารถทำได้เช่นกัน

นอกจากนี้ยังมี ASUS ROG Strix Hero III อีก 2 รุ่นคือได้การ์ดจอที่รองกว่าคือ RTX 2070 และรุ่นที่ได้ชิปประมวลผลตัวแรงกว่า Intel Core i9-9980H ที่ทำงานแบบ 8 คอร์ 16 เธร์ด กับราคา 49,990 และ 89,990 บาทตามลำดับ ส่วนรายละเอียดเต็มๆ ก็ตามนี้เลย

สเปก ASUS ROG Strix Hero III ราคา 49,990 บาท

  • CPU : Intel Core i7-9750H
  • GPU : NVIDIA GeForce RTX 2060 (6GB GDDR6)
  • RAM : 8GB DDR4
  • Storage : SSD PCIe 512GB
  • Display : 15.6″ Full HD IPS 240Hz
  • OS : Windows 10
  • Price : 49,990 Baht

สเปก ASUS ROG Strix Hero III ราคา 59,990 บาท (รุ่นที่รีวิว)

  • CPU : Intel Core i7-9750H
  • GPU : NVIDIA GeForce RTX 2070 (8GB GDDR6)
  • RAM : 8GB DDR4
  • Storage : SSD PCIe 512GB
  • Display : 15.6″ Full HD IPS 240Hz
  • OS : Windows 10
  • Price : 59,990 Baht

สเปก ASUS ROG Strix Hero III ราคา 89,990 บาท

  • CPU : Intel Core i9-9880H
  • GPU : NVIDIA GeForce RTX 2070 (8GB GDDR6)
  • RAM : 16GB DDR4
  • Storage : SSD PCIe 1TB
  • Display : 15.6″ Full HD IPS 240Hz
  • OS : Windows 10
  • Price : 89,990 Baht

Hardware / Design

ดีไซน์โดยรวมของ ASUS ROG Strix Hero III เป็น Gaming Notebook ขอบจอบางตัวเครื่องมิติเล็กกระชับทั้ง 3 ด้าน คือ บน ซ้ายและขวา พร้อมตัดกล้องเว็บแคมออกไป มีน้ำหนักอยู่ที่ 2.57 กิโลกรัม คาดว่าจะมาแบบแยกแนวเดียวกับ ASUS Zephyrus S GX701 ส่วนบานพับเป็นแบบ ASUS Zephyrus S GX531 แบบ 2 แกนยกตัวขึ้นมา ที่ทั้ง ASUS ROG Strix Hero III ได้ทาง BMW Designworks Group มาร่วมออกแบบด้วย เห็นได้ชัดจากชุดระบายความร้อนด้านหลังที่เป็นครีบคล้ายกับเสื้อสูมมอเตอร์ไซต์จาก BMW เรียกได้ว่ายกระดับขึ้นไปอีกขั้น

ส่งผลให้ ASUS ROG Strix Hero III มีความพิเศษที่ 3D Thermal Design ได้เรื่องความล้ำสมัยและคำนึงถึงอรรถประโยชน์ในการใช้งานเป็นหลัก โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับดีไซน์ช่องระบายความร้อนแบบ 3D Flow Zone เพิ่มการไหลเวียนของอากาศ นำความร้อนออกจากภายในตัวเครื่องได้รวดเร็วที่สุด ให้ผิวสัมผัสบนตัวเครื่องในส่วนที่ต้องใช้งานมีอุณหภูมิไม่สูงกว่า 40C (ทดสอบที่อุณหภูมิห้อง 25C)

ที่สำคัญจากรุ่นก่อนที่มี Light Bar ด้านหน้า รุ่นนี้จะได้ไฟ RGB ด้านซ้ายและขวาของตัวเครื่องเข้ามา อย่าง Surrounded Light Barรอบตัวเครื่องพร้อมเกมมิ่งคีย์บอร์ดแบบ Per Key RGB ให้สามารถปรับแต่งแสงไฟได้ตามสไตล์ของผู้ใช้อย่างอิสระมากถึง 16.7 ล้านสี ผ่านฟีเจอร์ Aura Sync รวมไปถึงอุปกรณ์ต่อพ่วงต่างๆ ที่รองรับ ที่โดดเด่นอีกอย่างก็คือได้ NumberPad เข้ามาด้วย โดยทัชแพดเองสามารถเปลี่ยนเป็นแป้นตัวเลขได้ จากการที่ตัด Numpad ด้านขวาออกไป พร้อมขยายปุ่มคีย์บอร์ดให้มีความกว้างขึ้น

วัสดุโดยรวมทั้งหมดให้สัมผัสที่ดีพรีเมียม จับติดมือ ไม่ลื่น และรู้สึกดีกว่าพลาสติกแบบธรรมดาทั่วไป ส่วนหน้าจอของ ASUS ROG Strix Hero III จะเป็นแบบบานพับสองแกนดูแล้วแข็งทนทานกางหน้าจอได้ประมาณ 145 องศา พร้อมเว้นขอบเอาไว้โชว์ไฟแสดงไฟ LED การทำงานต่างๆ ส่วนด้านท้ายและขอบเครื่องทางขวาจะเห็นถึงช่องระบายความร้อนขนาดใหญ่ 3 ช่อง 2 สองพัดลมขนาดใหญ่ ความเร็วสูงแบบ 12V (เพิ่มอัตราการไหลเวียนอากาศได้ดีขึ้น เมื่อเทียบกับพัดลมแบบ 5V ปกติ) พร้อมปรับรอบพัดลมได้ 3 แบบ ทั้งแบบเงียบ ปกติ และ Turbo

อีกทั้งด้วยระบบระบายความร้อนอัจฉริยะ ROG Intelligent Cooling ที่ทำงานร่วมกับดีไซน์ช่องระบายความร้อนแบบ 3D Flow Zone ด้วยพัดลมคู่ความเร็วรอบสูงแบบ 12V 83 ใบพัด แยกฝั่ง ซ้าย-ขวา, ท่อฮีทไปป์จำนวน 5 ท่อ, copper plate ที่ครอบทับบริเวณชิ้นส่วนที่จะเกิดความร้อนทั้งหมด, และครีบทองแดงบนฮีทซิ้งค์ที่บางพิเศษเพียง 0.1 มิลลิเมตร รวมไปถึงระบบกำจัดฝุ่น Anti-Dust Cooling ช่วยให้ความร้อนต่ำและใช้งานตัวเครื่องได้ด้วยความเสถียรอย่างต่อเนื่อง

ที่โดดเด่นและไม่เคยมีมาก่อนก็คือ ROG Keystone กุญแจ NFC ส่วนตัวที่จะทำให้เราสามารถบันทึกโปรไฟล์การตั้งค่าการทำงานต่างๆ ของตัวเครื่องให้เป็นรูปแบบเฉพาะสำหรับเราเท่านั้น และที่สำคัญที่สุดคือฟังก์ชั่น Shadow Drive เพิ่มความเป็นส่วนตัวให้มากยิ่งขึ้นกับไดรฟ์ที่จะถูกเข้ารหัสและปรากฎขึ้นมาให้เข้าถึงได้ก็ต่อเมื่อเสียบใช้งาน Keystone เท่านั้น ซึ่งในบันเดินจะมาพร้อมพ่วงกุญแกจที่เก็บด้วย เรียกได้ว่าเจ๋งดีจริงๆ กับการใส่ฟีเจอร์นี้เข้ามาใน Gaming Notebook

ส่วนด้านฐานของตัวเครื่องวัสดุพลาสติกผสมโพลิเมอร์ที่แข็งแกร่งกว่าปกติ พร้อมอากาศเย็นผ่าน โดยมีช่องดูดลมเย็นอีก 3 ช่องด้านล่างใต้เครื่อง อีกทั้งยังมีช่องด้านบนเหนือคีย์บอร์ดมีช่องดูดลมอีกช่องช่วยนำพาอากาศเย็นเข้าไปอีก ส่วนถ้าจะอัพเกรดก็ทำได้ง่ายๆ เพียงแค่ขันน็อตไม่กี่ตัวจากนั้นค่อยๆ ดึงขึ้น (รองรับการอัพเกรดแรมได้ 1 แถว, SSD M.2 และฮาร์ดดิสก์) รวมๆ แล้วต้องยอมรับว่าทาง ASUS นั้นใส่ใจในการออกแบบมาจริงๆ นอกจากที่อัพเกรดได้ไม่ยากแล้ว ยังทำความสะอาดได้สะดวกสบายอีกด้วย

สรุปโดยรวมการออกแบบดีไซน์ภายนอกและวัสดุนั้น ทำได้ดีตามมาตรฐานของ ASUS ROG ที่ทุกคนไว้ใจและมั่นใจจริงๆ ตอบโจทย์ของคนที่ต้องการโน้ตบุ๊คประสิทธิภาพสูงในดีไซน์เรียบๆ แต่แอบแฝงความแรงและเรียบหรูเอาไว้ กับมาตรฐานใหม่ของ Gaming Notebook ช่วงครึ่งหลังปี 2019 ที่ไม่ใช่แค่แรง แต่ขอบจอต้องบางเฉียบด้วย ซึ่งต้องยอมที่จะตัดกล้องเว็บแคมออกไปเลย ถ้าจะใช้ต้องหามาเอง

อย่างไรก็ตามแม้ ASUS ROG Strix Hero III จะอยู่บนพื้นฐานการออกแบบของตระกูล ROG ที่เน้นสายเกมเมอร์เป็นหลัก แต่ใครจะเอาไปทำงานเบาๆ หรือทำงานหนักๆ อะไรก็แล้วแต่เลย เพราะสามารถตอบโจทย์การใช้งานได้ทั้งหมด ทั้งจากฟีเจอร์ ดีไซน์และสเปกแรงๆ ต่อยอดความสำเร็จจากรุ่นเดิมได้อย่างสมบูรณ์แบบ เรียกได้เป็น 1 ใน Gaming Notebook ที่ลงตัวที่ในปี 2019 ก็ว่าได้ เพราะในปี 2018 ที่ผ่านมาแอดมินโป้ง NBS ก็ได้มอบ Award ในรุ่น ASUS ROG Strix Hero II (GL504) ไปแล้ว จากการที่ได้ดีไซน์ สเปก ฟีเจอร์ และราคาที่เหมาะสมที่สุด

Keyboard / Touchpad

ASUS ROG Strix Hero III เป็นคีย์บอร์ดมีไฟหลากสีด้วยเทคโนโลยี AuraRGB ของทาง ROG เป็นแบบ Per Key RGB ที่สามารถปรับแต่งเองได้ด้วยซอฟต์แวร์ภายในได้ในแต่ละปุ่ม ให้ความสะดวกด้วยระยะของปุ่มที่เลื่อนลงไปเพียง 1.8 มิลลิเมตร แต่ละปุ่มมีมุมโค้งขนาด 0.25 มิลลิเมตร เข้ากับนิ้วมือเวลากดลงไปพร้อมจังหวะเด้งสุดๆ พร้อมเทคโนโลยี OverStroke เพื่อการกดรัวที่ดียิ่งขึ้นด้วยปุ่ม N-key rollover & anti-ghosting และอายุคีย์บอร์ดที่สามารถกดได้ 20 ล้านครั้ง

รวมถึงสามารถมีฟังก์ชั่นเพิ่มลดเสียง เปิดปิดไมค์ และ ปุ่ม Armory Crate ซอฟต์แวร์ Utility  ซึ่งตัวปุ่มต่างๆ ออกแบบมาสำหรับเกมเมอร์ ที่สำคัญมีในส่วนของปุ่มลัดบนคีย์บอร์ดอย่าง F5 ทำให้ผู้ใช้สามารถสลับเปลี่ยนโหมดการใช้งานระหว่าง Turbo mode สำหรับประสิทธิภาพในการเล่นเกมระดับสูงสุด, Silent mode สำหรับเสียงรบกวนที่น้อยที่สุด, และ Balanced mode เพื่อความสมดุลในการใช้งาน ร

ทัชแพดเองขนาดใหญ่แบบปุ่มแยกออกจากกัน ซึ่งการใช้งานสามารถใช้งานได้อย่างราบรื่นสะดวกสบาย ปุ่มนุ่มกดง่าย การใช้งานจัดได้ว่าอยู่ในระดับที่น่าพอใจมาก ตัวซอฟต์แวร์ควบคุมก็ช่วยจัดการได้ดี ฟีเจอร์ Multi-touch หรือ Smart Gesture ที่สามารถใช้งานควบคู่กับ Windows 10 ได้เป็นอย่างดี โดยรวมแล้วเป็นคีย์บอร์ดและทัชแพดที่ให้ประสบการณ์ใช้งานที่เหนือชั้นกว่า Gaming Notebook ทั่วไป

ส่วนที่เป็นจุดเด่น ASUS ROG Strix Hero III อีกอย่างก็คือมีแผงปุ่มตัวเลขที่ซ่อนอยู่ในทัชแพด โดยใช้ชื่อเรียกว่า NumberPad ซึ่งสามารถเปิดใช้งานได้ด้วยการแตะไอคอนตรงมุมขวาบนของทัชแพดค้างไว้ 1 วินาที เส้นไฟสำหรับแบ่งพื้นที่ของแต่ละปุ่มก็จะปรากฏขึ้นมาให้ใช้งานเป็น Numpad ได้ทันที แต่การใช้งาน NumberPad เราจะใช้งานทัชแพดปกติไม่ได้นะ

Screen / Speaker

หน้าจอแสดงผลของ ASUS ROG Strix Hero III มีขนาด 15.6” ความละเอียด Full HD พาเนล IPS คุณภาพสูงแบบด้าน Anti-glare สำหรับการเล่นเกมที่ดีที่สุดในปัจจุบัน ด้วย refresh rate สูงสุด 240Hz และ Response time 3ms รองรับการแสดงค่าสีตามมาตรฐาน sRGB 100% (color space) ให้ทุกการเล่นเกมคมชัด สมจริง ไร้อาการภาพเบลอและฉีกขาด และยังแสดงสีได้อย่างแม่นยำสำหรับการทำงานเฉพาะทางอีกด้วย แน่นอนว่ามีดีไซน์หน้าจอขอบจอบางเฉียบทั้งขอบด้านข้างและด้านบน (พร้อมเลือกตัดกล้องเว็บแคมออกไปเลย) ถือว่าดีกว่ามาตรฐานของ Gaming Notebook ปี 2019 ทั่วไปมากทีเดียว

การทดสอบประสิทธิภาพหน้าจอของ ASUS ROG Strix Hero III  ที่เป็นโน้ตบุ๊กที่ใช้หน้าจอพาเนล IPS คุณภาพสูง จึงได้ทำการทดสอบหน้าจอแบบละเอียดๆ ด้วยเครื่องมือที่เป็นทั้งซอฟต์แวร์และฮาร์ดแวร์อย่าง Spyder5Elite พร้อมทั้งคาลิเบรทหน้าจอให้สีสันมีความตรงความเป็นจริงมากที่สุด ผลที่ได้หลังจากที่คาลิเบรทก็คือคอนทราสต์มีการไล่โทนที่กว้างขึ้น รวมไปถึงมีสีสันและอุณหภูมิสีที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างชัดเจน จากโทนเย็นกลายเป็นโทนอุ่น

โดยให้ขอบเขตความกว้างของสีสันเทียบเท่ากับมาตรฐาน sRGB ที่ 92% เรียกได้ว่าให้ประสิทธิภาพเรื่องของสีสันระดับที่ดีมากๆ ใกล้เคียง 100% sRGB ที่เคลมเอาไว้จริงๆ ความสว่างหน้าจอสูงสุดอยู่ที่เกือบๆ 300 cd/m2 ซึ่งจัดได้ว่าอยู่ในเกณฑ์ดีกว่ามาตรฐานความสว่างของหน้าจอในโน้ตบุ๊กทั่วไป คือ พอสู้แสงกลางแจ้งได้ รวมไปถึงการทำงานภาพกราฟิกหรือตกแต่งภาพที่เน้นมืออาชีพมากๆ ก็ทำได้ดีเช่นกัน

ต่อกันที่วัดความสว่างของหน้าจอตามตำแหน่งต่างๆ โดยแบ่งเป็น 9 ช่อง เทียบจากช่องกลางที่ปกติแล้วจะให้ความสว่างที่มากที่สุด ที่จะเห็นได้ว่าช่องกลางจอเป็น 0% ก็คือแสดงความสว่างได้เต็มที่ที่ 300 cd/m2 แต่สำหรับช่องขอบมุมด้านบนซ้ายจะมีแสงสว่างที่ลดลงระดับ 8% เท่านั้น ในการทดสอบก็เพื่อให้เราใช้งานอย่างระมัดระวังสำหรับคนที่บังเอิญจำเป็นต้องใช้งานภาพถ่าย หรืองานกราฟิกอื่นๆ ปิดท้ายด้วยคะแนน 4 เมื่อทดสอบด้านการแสดงผลต่างๆ ทั้งหมดแล้ว ผ่านทางอุปกรณ์ Spyder5Elite

ตัวเครื่องมีช่องลำโพงคู่อยู่ขอบตัวเครื่องข้างๆ ซ้ายขวา คุณภาพสูง พร้อม Smart Amp เพื่อให้ได้รับประสบการณ์ระบบเสียงชั้นยอดอีกด้วย ให้เสียงคมชัด เพิ่มอรรถรสในการเล่นเกมให้ถึงใจยิ่งขึ้น ให้ขอบเขตเสียงที่กว้าง จากการที่เสียงกลางแหลมออกชัดเจนดี ส่วนทุ้มมีออกมาหน่อยๆ แม้จะมีลำโพงซัฟวูฟเฟอร์ก็ตาม เรื่องของความดังของเสียงถือว่ามากกว่า 2 เท่า ส่วนในเรื่องคุณภาพเสียงนั้นถือว่าดีมากๆ ทั้งเรื่องคุณภาพและความดัง ซึ่งหากว่าเพื่อนๆ เป็นผู้ใช้งานทั่วไป คุณภาพเสียงที่ได้นั้น ก็ถือว่าดีกว่าโน้ตบุ๊คทั่วไปแบบรู้สึกได้

Connector / Thin And Weight

พอร์ตการเชื่อมต่อตัวเครื่อง ASUS ROG Strix Hero III นี้จัดว่าเป็นโน้ตบุ๊คที่มีพอร์ทมาให้ครบครับใช้ได้เลยทีเดียว ไม่ว่าจะเป็น USB 3.1 Type-A จำนวน 3 พอร์ต, และ USB 3.1 Type-C อีกจำนวน 1 พอร์ตมาให้ด้วย พร้อมช่องต่อหูฟังกับไมค์แบบ Combo ขนาด 3.5 มิลลิเมตร 1 ช่อง, SD Card Reader ขนาดมาตรฐาน, พอร์ท LAN ตัวเต็ม และ HDMI, Mini DisplayPort ในส่วนของการเชื่อมต่อไร้สายจะใช้ Bluetooth 5 และ Wi-Fi มาตรฐาน 802.11 ac พร้อมเทคโนโลยี RangeBoost แบบ Multi-antenna บนมาตรฐาน Wave 2 (2×2 + 2×2) ให้ระยะการรับสัญญานที่ไกลขึ้นถึง 30% พร้อมอัตราการรับ-ส่งข้อมูลที่เร็วและเสถียรยิ่งขึ้น

ส่วนการพกพาเองก็ถือว่า ASUS ROG Strix Hero III มีน้ำหนักตัวค่อนข้างหนักที่ 2.57 กิโลกรัม เมื่อเทียบกับโน้ตบุ๊ค 15.6 นิ้วตัวอื่นๆ แต่ที่โดดเด่นกว่าก็คือมิติตัวเครื่องเล็กลง อยู่ในเกณฑ์ที่ดีเยี่ยมในเรื่องการพกพาไปไหนมาไหน แม้ว่าถ้ารวมอแดปเตอร์ 180 Watt แล้วจะมีน้ำหนักประมาณ 2.8 กิโลกรัม ก็พอที่จะใส่กระเป๋าและเอาไปใช้งานนอกสถานที่ได้ไม่ยากเย็นอะไร ถือได้ว่าสะดวกสำหรับการเคลื่อนย้ายอยู่

Inside / Upgrade

ถ้าใครต้องการจะแกะทั้งฝาล่างทั้งหมดเพื่ออัพเกรดหรือทำความสะอาดก็สามารถทำได้ง่ายๆ เพียงแค่ไขน็อตทั้งหมดประมาณ 10 ตัว พิเศษตรงที่จะมีน็อตตรงมุมสองตัวช่วยดันฝาออกมาเล็กน้อย หลังจากนั้นก็ค่อยๆ แงะแกะทีละส่วนขึ้นอย่างช้าๆ เพียงเท่านี้ก็จะแกะฝาล่างได้ไม่ยากเย็น ส่วนประกอบภายในอื่นๆ  ที่มีงานประกอบเรียบร้อยดี อย่างไรก็ตามสำหรับ ASUS ROG Strix Hero III มีข้อควรระวังก็คือ Surrounded Light Bar รอบตัวเครื่อง ซึ่งจะมีสายแพรเชื่อมต่อไว้อยู่ ไม่แนะนำให้ถอดโดดเด็ดขาด ฉะนั้นเมื่อแกะฝาแล้วให้ถอดวางไว้ใกล้ๆ กัน และระมัดระวังมากๆ ขณะที่อัพเกรดหรือทำความสะอาด

เมื่อแกะออกมาแล้วก็จะสามารถอัพเกรดแรม DDR4 2666Mz ได้อีก 1 แถวทันที (ติดตั้งมาแล้ว 8GB แถว) รองรับการอัพเกรดได้สูงสุด 32GB (Dual Channel) และ SSD ขนาด 512GB แบบ M.2 PCIe (รองรับการอัพเกรด SSD/HDD แบบ 2.5” SATA เพิ่มอีก) ให้การใช้งานเป็นไปอย่างลื่นไหลไร้คอขวด ที่ต้องบอกว่าสำหรับการใช้งานทั่วไปจนไปถึงเล่นเกมหนักๆ ก็ใช้งานได้แบบไม่จำเป็นต้องอัพเกรดแล้ว

ระบบระบายความร้อน 3D Thermal Design ของ ASUS ROG Strix Hero III นั้นมีทิศทางการไหลของลมที่ดีขึ้นจากเดิมพอสมควร ส่วนที่ใช้ในการพัดลมเข้าออกนั้นจะอยู่ที่บริเวณด้านหลังของตัวเครื่อง 2 ช่อง ด้านข้างอีก 1 (ที่มีครีบระบายความร้อนเป็นทองแดงตลอกทั้งชิ้น) โดยการเชื่อมต่อระหว่างส่วนของพัดลมนี้กับชิปกราฟิกและชิปกราฟิกจะทำผ่าน Heat Pipe จำนวน 6 เส้น ที่วางตัวยาวตั้งแต่ส่วนของชิปประมวลเรื่อยมาจนถึงส่วนที่เป็นครีบระบายความร้อนทองแดงทางด้านหลังของตัวเครื่อง

ที่สำคัญคือพัดลมแบบใหม่ที่ใช้ไฟ 12V ทำให้มีกำลังมากกว่าพัดลม 5V ที่ใช้งานใน Gaming Notebook ทั่วไป ซึ่งการทดสอบเบื้องต้นบอกได้เลยว่าน่าประทับใจมากๆ แม้สเปกจะแรงมาก แต่ความร้อนนั้นถือว่าเย็นทีเดียวสำหรับการ์ดจอเพียง 80 – 87 องศาเท่านั้นเองสำหรับชิปประมวลผล ส่วนตัวเครื่องภายนอกนั้นไม่รู้สึกได้ถึงความร้อนเลย รวมไปถึงควบคุมความร้อนที่บริเวณผิวสัมผัสขณะใช้งานตัวเครื่องได้ที่ระดับเฉลี่ยไม่เกิน 40 องศาเซลเซียส เพื่อประสบการณ์การใช้งานที่ยอดเยี่ยม

Performance / Software

ASUS ROG Strix Hero III มาพร้อมกับระบบปฏิบัติการ Windows 10 Home Single Language มาตั้งแต่แกะกล่อง ดังนั้นจึงไม่ต้องห่วงเรื่องลิขสิทธิ์ Windows เลยครับ ส่วนถ้าต้องการเคลียร์เครื่อง ก็สามารถใช้งานฟังก์ชัน Reset this PC ที่อยู่ใน Settings ของ Windows 10 ได้เลยโดยไม่ต้องฟอร์แมต SSD เพื่อลง Windows ใหม่

  

เมื่อตรวจสอบข้อมูลของชิปประมวลผลด้วยโปรแกรม CPU-Z ก็พบว่าข้อมูลขึ้นมาครบถ้วนเลย  แรงสุดๆ ด้วยโปรเซเสเซอร์ Intel Core i7 9750H รุ่นล่าสุดที่มีแกนประมวลผลแบบ 6 คอร์ 12 เธรด ให้ความเร็วสูงสุดถึง 4.5GHz และมี L3 cache ขนาดใหญ่ถึง 12MB รองรับการทำงานที่หลากหลายพร้อมๆกันได้อย่างดีเยี่ยมยิ่งขึ้น

  

กราฟิกการ์ดตัวแรกเป็นแบบออนบอร์ดอย่าง Intel UHD Graphics 630 ที่ให้พลังในการประมวลผลที่ดีในระดับหนึ่ง อย่างในเรื่องของกราฟิก 2 มิตินั้นก็รองรับได้อย่างสบายๆ หรือถ้าเป็น 3 มิติ ก็ต้องบอกว่ารองรับการทำงานได้ในระดับเบื้องต้นเท่านั้น แต่เอาเข้าจริงๆ ก็สนับสนุนการใช้งานจอความละเอียดสูงมากกว่าการเล่นเกม

กราฟิกการ์ดตัวที่สองเป็นกราฟิกการ์ดระดับไฮเอนด์ Nvidia GeForce RTX2070 8GB GDDR6 ที่มาพร้อมฟีเจอร์ ROG Boost (เมื่อปรับโหมดการทำงานของพัดลมเป็น Turbo) ที่จะให้ clock speed สูงขึ้นกว่าความเร็วมาตรฐานถึง 7% (1540MHz) การันตีความลื่นไหลในทุกเกมระดับ AAA ให้ภาพที่สวยงามพร้อมแสงเงาที่สมจริงด้วยเทคโนโลยี Ray Tracing

สำหรับโปรแกรมทดสอบ CINEBENCH ที่เน้นในเรื่องของพลังชิปประมวลผล คะแนนก็อยู่ในระดับสูงสุดๆ ที่น่าประทับใจ เปรียบเทียบกับชิปประมวลผลรุ่นก่อนหน้าแล้ว ก็ทำได้ดีกว่าเล็กน้อย รวมไปถึงตัวกราฟิกการ์ดเองก็มีประสิทธิภาพสูงขึ้น เรียกได้ว่าตอบโจทย์ในส่วนของงานประมวลผลหนักๆ ได้อย่างสบายๆ รวดเร็วทันใจแบบสุดๆ สมกับเป็นชิปประมวลผลตัวบนในรุ่นใช้งานเต็มกำลัง และการ์ดจอระดับบน ที่เน้นการทำงานเป็นหลัก

ตัวเก็บข้อมูลของเครื่องที่เลือกใช้ SSD ก็ทำคะแนนออกมาได้อย่างรวดเร็วเป็นที่น่าพอใจบนขนาดความจุ 512GB แบบ M.2 NVMe ระดับกลางๆ แน่นอนว่าเร็วกว่า SSD M.2 SATA 3 แบบทั่วไป ยิ่งเมื่อนำไปใช้เทียบกับฮาร์ดดิสก์แบบจานหมุนแล้วละก็จะเห็นถึงประสิทธิภาพทั้งในด้านการทดสอบและในด้านการใช้งานจริงที่แตกต่างกันอย่างเห็นเห็นได้ชัด เรียกได้ว่าเปิดอะไรปุ๊บก็ติดปั๊บ ที่ต้องบอกว่าความเร็วระดับการอ่านที่ราวๆ 1655MB/s และเขียนที่ 932MB/s ส่วนตัวถ้าใส่ NVMe ที่เร็วระดับ 3xxx MB/s มาจะดีมากๆ

การทดสอบประสิทธิภาพกับโปรแกรม PCMark 10 Advance ซึ่งสามารถทำคะแนนการทดสอบรวมได้มากถึง 5,080 คะแนน ถือได้ว่าในส่วนของการใช้งานทั่วไปโดยรวมนั้นสอบผ่านแบบสบายๆ ทั้งในส่วนของการเล่นเว็บไซต์ งานเอกสาร งานตกแต่งรูปภาพ รวมถึงงานตัดต่อวิดีโอ และจากการที่เป็นโน้ตบุ๊คเล่นเกมมีการ์ดจอแยกอย่าง RTX 2070 ทำให้มีคะแนนพุ่งกว่าโน้ตบุ๊คทั่วไปมากพอสมควร ระดับเทียบเท่า Desktop สบายๆ

คะแนนและเฟรมเรมในการเล่นเกมทำออกมาน่าสนใจมากๆ โดยเฉลี่ยของเฟรมเรท (FPS) จากทั้ง 6 เกมที่ได้ทดสอบมีค่าเฟรมเรทเฉลี่ยมากกว่า 60 FPS ขึ้นไปแทบทุกเกม ซึ่งตรงนี้ก็สามารถชี้วัดความสามารถในการเล่นเกมที่กราฟิกละเอียดๆ และภาพสวยๆ ได้ลื่นไหลเป็นอย่างดีเลย จากการที่สเปกภายในเป็นชิปประมวลผล Intel Core i7-9750H ทำงานร่วมกับการ์ดจอ NVIDIA GeForce RTX 2070 ทำให้ประสิทธิภาพออกมาได้ประมาณนึง อย่างไรก็ตามแรมให้มา 8GB DDR4 ควรอัพเกรด รวมไปถึง SSD NVMe ตัวให้มาจะมีความเร็วน้อยไปหน่อย สำหรับ Gaming Notebook ระดับนี้

ทดสอบเกมกินทรัพยากรพอตัวอย่าง Battlefield V/ FarCry 5 / GTA V ก็สามารถเล่นได้ดีที่ความละเอียด 1920 x 1080 พิกเซล โดยกราฟิกปรับระดับสูงสุดทั้งหมด ตามภาพด้านบน ที่ต้องบอกว่าภาพก็สวยจนน่าประทับใจ เรียกได้ว่าเหลือๆ กับการตอบสนองความต้องการเล่นเกมได้สมบูรณ์ที่สุดแล้ว โดย Battlefield V เปิด DX12 ทำให้ภาพสวยงาม แต่ก็กินทรัพยากรเครื่องพอตัวอยู่

เกมออนไลน์กินสเปกเบาๆ หน่อยอย่าง DOTA 2 / Overwatch รวมไปถึง PUBG ก็จัดการทดสอบแบบปรับสุดหมดให้ด้วยเช่นกัน โดยทั้งนี้การตั้งค่าความละเอียดของภาพก็อยู่ที่ 1920 x 1080 พิกเซล ซึ่งเป็นความละเอียดที่จะสามารถเล่นให้ลื่นได้ สำหรับรายละเอียดภาพอื่นๆ ก็เรียกได้ว่าเปิดทุกอัน  ผลที่ได้ออกมาก็คือสามารถเรนเดอร์ได้อย่างไหลลื่นในระดับเฟรมเรทที่สูงสุด แม้กระทั่งฉากตะลุมบอนกันก็สบายๆ ค่าเฟรมเรทอยู่ที่ราวๆ 100 ขึ้นไปตลอด ซึ่งสรุปโดยรวมแล้ว ก็ถือว่าเล่นได้สบายๆ แบบไร้กังวล

ที่สำคัญด้วยหน้าจอ พาเนล IPS แบบ 240Hz ทำให้เกมมีความลื่นไหลกับฉากที่เคลื่อนไหวเร็วๆ เวลาที่เราปรับให้ปล่อยเฟรมเรทสูงๆ แบบสุดๆ หมดปัญหาภาพฉีก หรือภาพกระตุกไปเลย แต่นั่นก็ต้องอยู่กับตัวเกมด้วยว่าขับเฟรมเรทได้แค่ไหน ถ้าเกมกินสเปกหนักๆ 240Hz อาจไม่เห็นผลมากนักกับความลื่นไหล หรือเอาจริงๆ สำหรับเกมสไตล์ MOBA แค่ 60 FPS นิ่งๆ ก็เอาอยู่ หรือถ้าอยากให้วิ่ง 240Hz ก็จะปรับกราฟิกของเกมลงมากลางๆ หน่อย

ซอฟต์แวร์  Armoury Crate ซึ่งรวบรวมเอาฮาร์ดแวร์ต่างๆของ ROG มาไว้บนยูทิลิตี้เดียว ทำให้สามารถเข้าถึงฟังค์ชั่นต่างๆได้อย่างง่ายดาย การตั้งค่าต่างๆของระบบรวมไปถึงการปรับแต่งไฟด้วย Aura Sync นั้นทำได้ง่ายเพียงปลายนิ้ว หรือผู้ใช้สามารถบันทึกการตั้งค่าต่างๆตามความชอบเป็นรูปแบบได้หลากหลายโปรไฟล์ และการจัดการ ROG Keystone ก็จะอยู่ในส่วนของซอฟต์แวร์นี้ด้วย

ซึ่งการตั้งค่าต่างๆจะถูกเรียกใช้งานโดยอัตโนมัติเมื่อมีการเปิดเกมที่ได้เลือกไว้ Armoury Crate ยังมาพร้อมกับโปรแกรมเสริม Mobile Dashboard สำหรับ Android และ iOS รวมไปถึงความสามารถอื่นๆ ที่จะมีเพิ่มขึ้นจากการอัพเดทในอนาคต

Battery / Heat / Noise

แบตเตอรี่ที่ติดตั้งมาให้ใน ASUS ROG Strix Hero III เครื่องนี้เป็นแบบฝังตามปกติ ส่วนของการทดสอบระยะเวลาใช้งานของแบตเตอรี่โดยตั้งค่าความสว่างหน้าจอและเสียงให้ระดับกลางๆ แล้วเล่นเว็บสลับกับดู Youtube แล้ว โปรแกรม BatteryMon แจ้งระยะเวลาใช้งานต่อเนื่องในเงื่อนไขดังกล่าวราวๆ 2 ชั่วโมงโดยประมาณ เรียกได้ว่าน่าประทับใจทีเดียวกับการที่ Gaming Notebook ใช้งานแบตเตอรี่ได้ยาวนานขนาดนี้ เพราะปกติจะอยู่ที่ 3-4 ขั่วโมงเท่านั้น

ส่วนเรื่องอุณหภูมิในการใช้งานนั้น ASUS ROG Strix Hero III เมื่อใช้งานแบบปกติชิปประมวลผลจะอยู่ที่ประมาณ 30 – 40 องศาเซลเซียส ส่วนกราฟิกการ์ดจะอยู่ที่ 35 – 45 องศาเซลเซียส ภายในห้องปรับอากาศอุณหภูมิประมาณ 25 – 28 องศาเซลเซียส จากนั้นทำการทดสอบเบิร์นให้เครื่องทำงาน 100% ด้วยการเล่นเกมกราฟิก 3 มิติ เพื่อให้เห็นถึงระบบระบายความร้อนและเสียงรบกวนที่จะเกิดขึ้นเมื่อพัดลมหมุนรอบจัดสุด ด้วยการเปิดโหมดพัดลม Turbo ผ่านทาง Armory Crate

ที่ดูจากภาพแล้วจะเห็นได้ว่าอุณหภูมิสูงสุดของตัวเครื่องอยู่ที่ไม่เกิน 95 – 98 องศาเซลเซียส ส่วนกราฟิกการ์ดจะอยู่ที่ 70 – 82 องศาเซลเซียสโดยรวมแล้วมีการจัดการอุณหภูมิได้เป็นอย่างดี สำหรับเสียงรบกวนในเวลาทำงานนั้นถือว่าดังประมาณนึง จากการที่เราสามารถเพิ่มรอบสูงสุดได้ด้วยซอฟต์แวร์จากปกติที่จะเป็นแบบ Balance ก็สามารถทำได้

Conclusion / Award

จากประสบการณ์และใช้งานจริงๆ ของ ASUS ROG Strix Hero III ทั้งการเล่นเกมหลากหลายเกม รวมไปถึงทำงานและความบันเทิงดูหนังฟังเพลง บอกได้อย่างเต็มปากเลยว่า ASUS ทำออกมาได้ดีกว่ารุ่นก่อนหน้าอย่าง ASUS ROG Strix Hero II ทั้งในเรื่องของดีไซน์การออกแบบที่ล้ำหน้า เน้นฟีเจอร์และความพรีเมียม งานประกอบและวัสดุที่เยี่ยมยอด เรียกได้ว่าเหนือชั้นกว่า Gaming Notebook ช่วงราคาเดียวกัน  สเปคประสิทธิภาพสูง ที่สำคัญคือได้หน้าจอพาเนล IPS 240Hz และมี Windows 10 มาให้พร้อมใช้งานด้วย

ที่น่าสนใจอื่นๆ ก็จะเป็นระบบระบายความร้อนอย่าง 3D Thermal Design และROG Intelligent Cooling ที่ใส่ทุกอย่างจัดเต็มกว่าทีเคยมีมา ที่แม้สเปกจะแรงขึ้นแต่ก็เย็นกว่าเดิม คีย์บอร์ดมีไฟหลากสีด้วยเทคโนโลยี AuraRGB ของทาง ROG เป็น แบบ Per-key และ Surrounded Light Bar ที่สามารถปรับแต่งเองได้ด้วยซอฟต์แวร์ภายใน ให้ความสะดวกด้วยระยะของปุ่มที่เลื่อนลงไปเพียง 1.8 มิลลิเมตร แต่ละปุ่มมีมุมโค้งขนาด 0.25 มิลลิเมตร เข้ากับนิ้วมือเวลากดลงไปสุดๆ การเชื่อมต่อก็ครบครันด้วย USB / Gigabit Ethernet / Bluetooth 5.0 / Wi-Fi AC ASUS RangeBoost

เรื่องของการออกแบบที่ ASUS ROG Strix Hero III ทำได้ดีมาก ฉีกรูปแบบเดิมๆ ออกไป ด้วยดีไซน์สไตล์ ROG ที่เป็น Gaming Notebook ที่ดูดุดันจริงจังเกินราคา ซึ่งได้ทาง BMW Designworks Group มาร่วมออกแบบด้วย เห็นได้ชัดจากชุดระบายความร้อนด้านหลังที่เป็นครีบคล้ายกับเสื้อสูมมอเตอร์ไซต์จาก BMW เรียกได้ว่ายกระดับขึ้นไปอีกขั้น​กับช่องดูดลมเย็นจากทางด้านบน ส่วนที่แตกต่างสุดๆ ก็คือ ROG Keystone กุญแจ NFC ที่ไม่มีใครเคยมีมาก่อน (เวลาใส่ไฟ LED เอฟเฟคเล็กๆ ด้วย) พร้อมทั้งได้ระบบเสียง Smart Amp คุณภาพดี รวมถึงมี USB 3.1 Type-C ติดตั้งมาพร้อมใช้งานตามาตรฐานโน้ตบุ๊คปี 2019

รุ่นที่เราได้รับมารีวิวจะเป็นสเปก Core i7-9750H พร้อมด้วยการ์ดจอ GeForce RTX 2070 และแรม DDR4 ขนาด 8GB อีกทั้งยังมี SSD แบบ M.2 NVMe ความจุ 512GB มาให้พร้อมกับ Windows 10 ทันที ครบครันกับการใช้งาน สมกับเป็น Gaming Notebook มีความเป็น ROG ที่ไม่ใช่แค่สวยงามดุดัน แต่เน้นประสิทธิภาพและฟีเจอร์ล้ำๆ ด้วย อย่างไรก็ตามแม้ไม่มีชิป NVIDIA G-Sync คอยช่วยทำงาน แต่เราก็สามารถเปิด V-Sync แทนที่ได้ เพื่อทำงานร่วมกับจอ 240Hz แบบสบายๆ เพราะสเปกนั้นแรงอยู่แล้ว

ส่วนในเรื่องของการทดสอบใช้งานการเล่นเกมหนักๆ พบว่ามีการจัดการอุณหภูมิที่ดีกว่า Gaming Notebook รุ่นอื่นๆ ที่มีสเปกเหมือนกัน แต่ก็ต้องยอมรับว่าชิปประมวลผล Intel Core i Gen 9 นี้ยังถือว่าสูงอยู่ ซึ่งก็เข้าใจว่ามีประสิทธิภาพมากเวลาใช้งานจริงๆ ส่วนแบตเตอรี่ใช้งานได้ยาวนานประมาณ  5 ชั่วโมงทีเดียว ถือว่าทำได้ดีกว่ามาตรฐาน

อย่างไรก็ตามใช่ว่า ASUS ROG Strix Hero III จะไม่มีข้อสังเกตเสียทีเดียว คงเป็นเรื่องของมีแค่พอร์ท Thunderbolt 3 ที่ไม่มีมาให้ (ไม่มีก็ไม่เป็นไร) รวมไปถึงกล้องเว็บแคมที่ต้องบอกว่า ASUS ใจเด็ด เลือกที่จะตัดออกไปเลย เข้าใจว่า Gamer ใช้งานกันน้อยอยู่แล้ว ส่วนถ้าใครจะสตรีมจริงจังยังไงก็คงต้องซื้อแยกอยู่ดีนั่นเอง และสุดท้ายกับแรม 8GB และ SSD ความเร็วระดับนี้ ยังไม่สามารถขับสเปกนี้ได้เต็มที่ เพราะจริงๆ แล้วเฟรมเรทน่าจะไปได้ไกลกว่านี้

สรุปแล้ว ASUS ROG Strix Hero III ถือว่าเป็น Gaming Notebook ที่ดีที่สุดรุ่นหนึ่งก็ว่าได้ในช่วงราคานี้ เพราะมาพร้อมกับประสิทธิภาพที่สูงทั้งด้วยชิปประมวลผลและกราฟิกการ์ดที่แรงเพียงพอกับทุกเกมในตลาด พร้อมจอพาเนล IPS 240Hz ซึ่งเป็นหน้าจอที่ดีที่สุดของ Gaming Notebook ในตลาด ที่สำคัญฟีเจอร์อื่นๆ ยัดมาให้อย่างแน่นอน ไม่แค่นั้นเรื่องระบบระบายความร้อนก็ทำได้ดี ทั้งจากรูปลักษณ์และใช้งานจริง สมราคา 59,990 เหมาะกับคนที่งบถึงเงินถึงและต้องการประสบการณ์ใช้งานที่ดีกว่า Gaming Notebook รุ่นอื่นๆ ที่สเปกใกล้เคียงกัน แต่ถ้าใครต้องการรุ่นถูกกว่านั้นที่เป็น ROG Strix ลองดูเป็น ASUS ROG Strix G531 หรือ G731 ก็ได้ ราคาเริ่มต้นที่ 27,990 บาท

 จุดเด่น

  • ดีไซน์การออกแบบสวยงามถูกใจเกมเมอร์พันธุ์ ROG งานประกอบแน่นวัสดุดี
  • ประสิทธิภาพสูงด้วยชิปประมวลผล Core i7-9750H และการ์ดจอ RTX 2070
  • ติดตั้ง SSD M.2 NVMe ความจุ 512GB และติดตั้งฮาร์ดดิสก์ SATA III 2.5″ เพิ่มได้
  • ได้หน้าจอพาเนล IPS คุณภาพสูง พร้อมรองรับ 240Hz Response Time 3ms
  • คีย์บอร์ดมีไฟหลากสี พร้อม Surrounded Light Bar และโลโก้ ROG ด้วย AURA RGB
  • ทัชแพดสามารถแปลงเป็นแป้นตัวเลขได้ด้วย NumberPad
  • มี ROG Keystone กุญแจ NFC ส่วนตัว
  • มีซอฟต์แวร์มากมาย ที่ใช้ได้จริง มาช่วยปรับแต่ง
  • มาพร้อม Windows 10 ใช้งานได้ทันที
  • มีพอร์ตการเชื่อมต่อครบครัน
  • ลำโพงคุณภาพเสียงดี
  • ระบบระบายความร้อนดี เทียบกับสเปกที่แรงขนาดนี้
  • ประสบการณ์ใช้งานโดยรวมประทับใจ
  • ประกัน 2 ปี ส่งศูนย์ พร้อมฝากส่งเคลม 7-11 ปีแรกมีประกับอุบัติเหตุ

ข้อสังเกต

  • ไม่มีกล้องเว็บแคมมาให้ในตัว
  • ไม่มีพอร์ต Thunderbolt 3
  • แบตเตอรี่ใช้งานได้ยาวนาน 2 ชั่วโมง
  • เป็นไปได้ควรอัพเกรดแรมเป็น 16GB และอัพเกรด SSD ให้เป็นตัวสูงกว่านี้

Award

โดยในครั้งนี้จะเป็นการเปรียบเทียบการให้รางวัลกับเครื่องในกลุ่มของโน้ตบุ๊กขนาดหน้าจอ 15.6 นิ้วด้วยกัน ซึ่ง ASUS ROG Strix Hero III ก็ได้รางวัลต่างๆ ดังนี้

Best Technology

ASUS ROG Strix Hero III เป็น Gaming Notebook ที่มีความสดใหม่และเทคโนโลยีล้ำๆ มากมาย อาทิเช่น หน้าจอ 240Hz พาเนล IPS ขอบจอบางเฉียบ ตัวเครื่องเป็น 3D Thermal Design ระบบระบายความร้อนดีเยี่ยม Surrounded Light Bar ไฟ RGB AURA รอบตัว อีกทั้งมี ROG Keystone กุญแจ NFC ส่วนตัว รวมไปถึงซอฟต์แวร์ Armory Crate ซึ่งสามารถใช้ประโยชน์ได้จริง และอื่นๆ อีกมากมาย สมกับเป็นโน้ตบุ๊คเล่นเกมสำหรับคนงบเยอะ ถือได้ว่าเป็นผู้นำในตลาด Gaming Notebook ยิ่งเทียบในระดับเดียวกันยิ่งหาตัวจับยาก

Best Design

เรื่องของรูปร่างหน้าตาก็เป็นหนึ่งในจุดเด่นที่มีอยู่ในผลิตภัณฑ์ของ ASUS ROG โน้ตบุ๊คสายคุ้มค่ามาตั้งแต่ไหนแต่ไร ซึ่งจุดเด่นในข้อนี้ก็เห็นได้ชัดเจนใน ASUS ROG Strix Hero III ที่มีดีไซน์ของตัวเครื่องสวยงามโฉบเฉี่ยวเป็นเอกลักษณ์ ดูแล้วหรูหราตามสไตล์คนรุ่นใหม่ที่ชอบเล่นเกม จากการที่ได้ทาง BMW Designworks Group มาร่วมออกแบบด้วย เห็นได้ชัดจากชุดระบายความร้อนด้านหลังที่เป็นครีบคล้ายกับเสื้อสูมมอเตอร์ไซต์จาก BMW เรียกได้ว่ายกระดับขึ้นไปอีกขั้น ซึ่งในจุดของรูปร่างหน้าตาก็เป็นสิ่งที่หลายๆ คนยอมรับกัน ในระดับหนึ่งอยู่แล้ว

Best Performance

ด้วยสเปกชิปประมวลผล Intel Core i7-9750H ตัวล่าสุด ที่มาพร้อมกับแรมขนาด 8GB แบบ DDR4 และกราฟิกการ์ดยอดนิยมอย่าง NVIDIA GeForce RTX 2070 (6GB GDDR6) รวมไปถึง SSD M.2 NVMe ความเร็วสูงก็ทำให้ประสิทธิภาพโดยรวมของตัวเครื่องนี้มีความน่าประทับใจ ทั้งจากในการใช้ทำงานจริงๆ รวมไปถึงการทดสอบด้วยโปรแกรมต่างๆ ซึ่งจะเห็นได้ว่าในสเปกโน้ตบุ๊คเครื่องอื่นๆ ที่ใกล้เคียงกัน ผลคะแนนที่ออกมานั้นทำได้อยู่ในช่วงเดียวกัน หรือบางจุดก็มากกว่าซะด้วย

 

© Copyright - Notebookspec.com All Rights