Home » Adver

Review – ASUS ROG Strix G731 จอเทพ 17.3″ IPS 144Hz ราคาคุ้ม ครบเครื่อง สเปก i7 + RTX2060

24 Oct 19 - By l

ASUS ROG Strix G731 เป็น Gaming Notebook หน้าจอ 17.3″ ที่มีฟีเจอร์และสเปกแรงลื่นใหม่ล่าสุด ต่อยอดมาจาก ASUS ROG Strix GL704 พร้อมเป็นรุ่นพี่ของ ASUS ROG Strix G531 เน้นความคุ้มค่าและฟีเจอร์ที่มากกว่า โดดเด่นด้วยไฟคีย์บอร์ด RGB พร้อม Surrounded Light Bar รอบตัวเครื่อง นอกจากนี้ยังมาพร้อมความสดใหม่ด้วยระบบระบายความร้อนอัจฉริยะ ROG Intelligent Cooling ที่ทำงานร่วมกับดีไซน์ช่องระบายความร้อนแบบ 3D Flow Zone ด้วยพัดลมคู่ความเร็วรอบสูงแบบ 12V 83 ใบพัด

รุ่นที่แอดมินโป้งได้รับมารีวิวก็คือ ASUS ROG Strix G731 โน้ตบุ๊คเล่นเกมสเปกแรงลื่นคุ้มค่า ได้ชิปประมวลผลตัวแรง Intel Core i7-9750H ที่ทำงานแบบ 6 คอร์ 12 เธร์ด พร้อมด้วยการ์ดจอประสิทธิภาพสูงอย่าง NVIDIA GeForce RTX 2060(6GB GDDR6) ได้แรมขนาด 16GB DDR4 และ SSD M.2 NVMe 512GB อีกทั้งได้หน้าจอเป็น 17.3″ Full HD พาเนล IPS ที่ Refresh Rate 144Hz ที่ต้องบอกว่าเป็นหน้าจอที่ดีสำหรับเล่นเกม กับราคาเพียง 49,990 บาท ได้ประกัน 2 ปี ที่สามารถเคลมผ่าน 7-11 ได้ โดยปีแรกมีประกันอุบัติเหตุด้วย

Specification

ASUS ROG Strix G731 จะมีจำหน่ายอยู่หลากหลายสเปก โดยรุ่นที่แอดมินโป้งนำมารีวิวเป็นรุ่นราคา 49,990 บาท ได้ชิปประมวลผลตัวแรงเป็น Intel Core i7-9750H (2.60 – 4.50 GHz) ทำงานแบบ 6 คอร์ 12 เธร์ด ประสิทธิภาพไว้ใจได้ พร้อมกราฟฟิการ์ดตัวแรงอย่าง NVIDIA GeForce RTX2060 (6GB GDDR6) พร้อมฮาร์ดดิสก์แบบ SSD แบบ NVMe ความจุ 512GB ไว้ด้วย ในส่วนของแรมเองมีมาให้ 16GB แบบ DDR4 สองแถว (อัพได้สูงสุด 32GB) ระบบปฎิบัติการเป็น Windows 10 แท้ พร้อมใช้งานตั้งแต่เปิดเครื่องครั้งแรก

หน้าจอที่นำมาติดตั้งเป็นหน้าจอที่ดีที่สุดในตลาดตอนนี้ กับความละเอียด Full HD พาเนล IPS รองรับ Refresh Rate ที่ 120Hz แบบผิวด้าน ให้สีสันการแสดงผลในเกณฑ์ดีน่าประทับใจอย่างที่สุดทั้งเล่นเกมหรือทำงาน ส่วนการเชื่อมต่อก็มีมาอย่างครบถ้วน ทั้ง USB 3.1 Type-C, mini DisplayPort, HDMI, 3 x USB 3.0, Kensington lock slot , SD Card Reader, RJ-45 , Headset

พร้อมยังรองรับมาตรฐานการเชื่อมต่อไร้สายอย่าง Bluetooth 5.0 และ Wi-Fi มาตรฐาน 802.11 ac พร้อมเทคโนโลยี RangeBoost เกมมิ่งโน้ตบุ๊ครุ่นแรกของโลกที่ใช้ตัวรับสัญญาน Wifi แบบ Multi-antenna บนมาตรฐาน Wave 2 (2×2 + 2×2) ให้ระยะการรับสัญญานที่ไกลขึ้นถึง 30% พร้อมอัตราการรับ-ส่งข้อมูลที่เร็วและเสถียรยิ่งขึ้น สนนราคา ASUS ROG Strix G731 จัดว่าคุ้มค่าไม่แพง ส่วนการรับประกันแน่นอนว่าเป็น เวลา 2 ปี พร้อมประกันอุบัติเหตุอีก 1 ปี จากทาง ASUS Thailand ที่เราสามารถส่งได้ตามศูนย์บริการ หรือใครจะสะดวกฝากส่งเคลมตามร้าน 7-11 ทั่วประเทศก็สามารถทำได้เช่นกัน

Hardware / Design

ASUS ROG Strix G731 เป็น Gaming Notebook ขอบจอบางตัวเครื่องมิติเล็กกระชับทั้ง 3 ด้าน คือ บน ซ้ายและขวา พร้อมตัดกล้องเว็บแคมออกไป มีน้ำหนักอยู่ที่ 2.85 กิโลกรัม คาดว่าจะมาแบบแยกแนวเดียวกับ ASUS Zephyrus S GX701 ส่วนบานพับเป็นแบบ ASUS Zephyrus S GX531 แบบ 2 แกนยกตัวขึ้นมา ที่ทั้ง ASUS ROG Strix Hero III ได้ทาง BMW Designworks Group มาร่วมออกแบบด้วย เห็นได้ชัดจากชุดระบายความร้อนด้านหลังที่เป็นครีบคล้ายกับเสื้อสูมมอเตอร์ไซต์จาก BMW เรียกได้ว่ายกระดับขึ้นไปอีกขั้น

ส่งผลให้ ASUS ROG Strix G731 มีความพิเศษที่ 3D Thermal Design ได้เรื่องความล้ำสมัยและคำนึงถึงอรรถประโยชน์ในการใช้งานเป็นหลัก โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับดีไซน์ช่องระบายความร้อนแบบ 3D Flow Zone เพิ่มการไหลเวียนของอากาศ นำความร้อนออกจากภายในตัวเครื่องได้รวดเร็วที่สุด ให้ผิวสัมผัสบนตัวเครื่องในส่วนที่ต้องใช้งานมีอุณหภูมิไม่สูงกว่า 40C (ทดสอบที่อุณหภูมิห้อง 25C)

ที่สำคัญจากรุ่นก่อนที่มี Light Bar ด้านหน้า รุ่นนี้จะได้ไฟ RGB ด้านซ้ายและขวาของตัวเครื่องเข้ามา อย่าง Surrounded Light Bar รอบตัวเครื่องพร้อมเกมมิ่งคีย์บอร์ดแบบ  RGB ให้สามารถปรับแต่งแสงไฟได้ตามสไตล์ของผู้ใช้อย่างอิสระมากถึง 16.7 ล้านสี ผ่านฟีเจอร์ Aura Sync รวมไปถึงอุปกรณ์ต่อพ่วงต่างๆ ที่รองรับ ที่โดดเด่นอีกอย่างก็คือได้ NumberPad เข้ามาด้วย โดยทัชแพดเองสามารถเปลี่ยนเป็นแป้นตัวเลขได้ จากการที่ตัด Numpad ด้านขวาออกไป พร้อมขยายปุ่มคีย์บอร์ดให้มีความกว้างขึ้น

วัสดุโดยรวมทั้งหมดเป็นพลาสติกให้สัมผัสที่ดีพรีเมียม จับติดมือ ไม่ลื่น และรู้สึกดีกว่าพลาสติกแบบธรรมดาทั่วไป ส่วนหน้าจอของ ASUS ROG Strix G731 จะเป็นแบบบานพับสองแกนดูแล้วแข็งทนทานกางหน้าจอได้ประมาณ 145 องศา พร้อมเว้นขอบเอาไว้โชว์ไฟแสดงไฟ LED การทำงานต่างๆ ส่วนด้านท้ายและขอบเครื่องทางขวาจะเห็นถึงช่องระบายความร้อนขนาดใหญ่ 3 ช่อง 2 สองพัดลมขนาดใหญ่ ความเร็วสูงแบบ 12V (เพิ่มอัตราการไหลเวียนอากาศได้ดีขึ้น เมื่อเทียบกับพัดลมแบบ 5V ปกติ) พร้อมปรับรอบพัดลมได้ 3 แบบ ทั้งแบบเงียบ ปกติ และ Turbo

อีกทั้งด้วยระบบระบายความร้อนอัจฉริยะ ROG Intelligent Cooling ที่ทำงานร่วมกับดีไซน์ช่องระบายความร้อนแบบ 3D Flow Zone ด้วยพัดลมคู่ความเร็วรอบสูงแบบ 12V 83 ใบพัด แยกฝั่ง ซ้าย-ขวา, ท่อฮีทไปป์จำนวน 5 ท่อ, copper plate ที่ครอบทับบริเวณชิ้นส่วนที่จะเกิดความร้อนทั้งหมด, และครีบทองแดงบนฮีทซิ้งค์ที่บางพิเศษเพียง 0.1 มิลลิเมตร รวมไปถึงระบบกำจัดฝุ่น Anti-Dust Cooling ช่วยให้ความร้อนต่ำและใช้งานตัวเครื่องได้ด้วยความเสถียรอย่างต่อเนื่อง

ส่วนด้านฐานของตัวเครื่องเป็นวัสดุพลาสติกมีลวดลาย ROG พร้อมอากาศเย็นผ่าน โดยมีช่องดูดลมเย็นอีก 3 ช่องด้านล่างใต้เครื่อง อีกทั้งยังมีช่องด้านบนเหนือคีย์บอร์ดมีช่องดูดลมอีกช่องช่วยนำพาอากาศเย็นเข้าไปอีก ส่วนถ้าจะอัพเกรดก็ทำได้ง่ายๆ เพียงแค่ขันน็อตไม่กี่ตัวจากนั้นค่อยๆ ดึงขึ้น (รองรับการอัพเกรดแรมได้ 1 แถว, SSD M.2 และฮาร์ดดิสก์) รวมๆ แล้วต้องยอมรับว่าทาง ASUS นั้นใส่ใจในการออกแบบมาจริงๆ นอกจากที่อัพเกรดได้ไม่ยากแล้ว ยังทำความสะอาดได้สะดวกสบายอีกด้วย

สรุปโดยรวมการออกแบบดีไซน์ภายนอกและวัสดุนั้น ทำได้ดีตามมาตรฐานของ ASUS ROG ที่ทุกคนไว้ใจและมั่นใจจริงๆ ตอบโจทย์ของคนที่ต้องการโน้ตบุ๊คประสิทธิภาพสูงในดีไซน์เรียบๆ แต่แอบแฝงความแรงและเรียบหรูเอาไว้ กับมาตรฐานใหม่ของ Gaming Notebook ช่วงครึ่งหลังปี 2019 ที่ไม่ใช่แค่แรง แต่ขอบจอต้องบางเฉียบด้วย ซึ่งต้องยอมที่จะตัดกล้องเว็บแคมออกไปเลย ถ้าจะใช้ต้องหามาเอง ซึ่งแม้ ASUS ROG Strix G731  จะอยู่บนพื้นฐานการออกแบบของตระกูล ROG ที่เน้นสายเกมเมอร์เป็นหลัก แต่ใครจะเอาไปทำงานเบาๆ หรือทำงานหนักๆ อะไรก็แล้วแต่เลย เพราะสามารถตอบโจทย์การใช้งานได้ทั้งหมด

Keyboard / Touchpad

ASUS ROG Strix G731 เป็นคีย์บอร์ดมีไฟหลากสีด้วยเทคโนโลยี AuraRGB ของทาง ROG เป็นแบบคีย์บอร์ด RGB ที่สามารถปรับแต่งเองได้ด้วยซอฟต์แวร์ภายในได้ในแต่ละปุ่ม ให้ความสะดวกด้วยระยะของปุ่มที่เลื่อนลงไปเพียง 1.8 มิลลิเมตร แต่ละปุ่มมีมุมโค้งขนาด 0.25 มิลลิเมตร เข้ากับนิ้วมือเวลากดลงไปพร้อมจังหวะเด้งสุดๆ พร้อมเทคโนโลยี OverStroke เพื่อการกดรัวที่ดียิ่งขึ้นด้วยปุ่ม N-key rollover & anti-ghosting และอายุคีย์บอร์ดที่สามารถกดได้ 20 ล้านครั้ง

รวมถึงสามารถมีฟังก์ชั่นเพิ่มลดเสียง เปิดปิดไมค์ และ ปุ่ม Armory Crate ซอฟต์แวร์ Utility  ซึ่งตัวปุ่มต่างๆ ออกแบบมาสำหรับเกมเมอร์ ที่สำคัญมีในส่วนของปุ่มลัดบนคีย์บอร์ดอย่าง F5 ทำให้ผู้ใช้สามารถสลับเปลี่ยนโหมดการใช้งาน Turbo Mode ตัวทัชแพดเองขนาดใหญ่แบบปุ่มแยกออกจากกัน ซึ่งการใช้งานสามารถใช้งานได้อย่างราบรื่นสะดวกสบาย ปุ่มนุ่มกดง่าย การใช้งานจัดได้ว่าอยู่ในระดับที่น่าพอใจมาก ตัวซอฟต์แวร์ควบคุมก็ช่วยจัดการได้ดี โดยรวมแล้วเป็นคีย์บอร์ดและทัชแพดที่ให้ประสบการณ์ใช้งานที่เหนือชั้นกว่า Gaming Notebook ทั่วไป

Screen / Speaker

หน้าจอแสดงผลของ ASUS ROG Strix G731 มีขนาด 17.3” ความละเอียด Full HD พาเนล IPS คุณภาพสูงแบบด้าน Anti-glare สำหรับการเล่นเกมที่ดีที่สุดในปัจจุบัน ด้วย refresh rate สูงสุด 144Hz ให้ทุกการเล่นเกมคมชัด สมจริง ลื่นไหลและยังแสดงสีได้อย่างแม่นยำสำหรับการทำงานเฉพาะทางอีกด้วย แน่นอนว่ามีดีไซน์หน้าจอขอบจอบางเฉียบทั้งขอบด้านข้างและด้านบน (พร้อมเลือกตัดกล้องเว็บแคมออกไปเลย) ถือว่าเป็นมาตรฐานหน้าจอของ Gaming Notebook ปี 2019 ที่ควรจะเป็นจริงๆ

การทดสอบประสิทธิภาพหน้าจอของ ASUS ROG Strix G731  ที่เป็นโน้ตบุ๊กที่ใช้หน้าจอพาเนล IPS คุณภาพสูง จึงได้ทำการทดสอบหน้าจอแบบละเอียดๆ ด้วยเครื่องมือที่เป็นทั้งซอฟต์แวร์และฮาร์ดแวร์อย่าง Spyder5Elite พร้อมทั้งคาลิเบรทหน้าจอให้สีสันมีความตรงความเป็นจริงมากที่สุด ผลที่ได้หลังจากที่คาลิเบรทก็คือคอนทราสต์มีการไล่โทนที่กว้างขึ้น รวมไปถึงมีสีสันและอุณหภูมิสีที่เปลี่ยนแปลงไปเล็กน้อย จากโทนเย็นกลายเป็นโทนอุ่น

โดยให้ขอบเขตความกว้างของสีสันเทียบเท่ากับมาตรฐาน sRGB ที่ 94% และ AdobeRGB ที่ 70% เรียกได้ว่าให้ประสิทธิภาพเรื่องของสีสันระดับที่ดีเยี่ยม เมื่อเทียบกับ Gaming Notebook ทั่วไปในตลาด ความสว่างหน้าจอสูงสุดอยู่ที่เกือบๆ 300 cd/m2 ซึ่งจัดได้ว่าอยู่ในเกณฑ์ดีกว่ามาตรฐานความสว่างของหน้าจอในโน้ตบุ๊กทั่วไป คือสู้แสงกลางแจ้งได้ รวมไปถึงการทำงานภาพกราฟิกหรือตกแต่งภาพที่เน้นมืออาชีพมากๆ ก็ทำได้ดีเช่นกัน

ต่อกันที่วัดความสว่างของหน้าจอตามตำแหน่งต่างๆ โดยแบ่งเป็น 9 ช่อง เทียบจากช่องกลางที่ปกติแล้วจะให้ความสว่างที่มากที่สุด ที่จะเห็นได้ว่าช่องซ้ายแถวกลางและขวาล่างของจอเป็น 0% ก็คือแสดงความสว่างได้เต็มที่ แต่สำหรับช่องกลางแถวบนจะมีแสงสว่างที่ลดลงระดับ 5% เท่านั้น ในการทดสอบก็เพื่อให้เราใช้งานอย่างระมัดระวังสำหรับคนที่บังเอิญจำเป็นต้องใช้งานภาพถ่าย หรืองานกราฟิกอื่นๆ ปิดท้ายด้วยคะแนน 4.0 เมื่อทดสอบด้านการแสดงผลต่างๆ ทั้งหมดแล้ว ผ่านทางอุปกรณ์ Spyder5Elite

ตัวเครื่องมีช่องลำโพงคู่ (4W x 2) อยู่ขอบตัวเครื่องข้างๆ ซ้ายขวา คุณภาพสูง พร้อม Smart Amp เพื่อให้ได้รับประสบการณ์ระบบเสียงชั้นยอดอีกด้วย ให้เสียงคมชัด เพิ่มอรรถรสในการเล่นเกมให้ถึงใจยิ่งขึ้น ให้ขอบเขตเสียงที่กว้าง จากการที่เสียงกลางแหลมออกชัดเจนดี ส่วนทุ้มมีออกมาหน่อยๆ แม้จะมีลำโพงซัฟวูฟเฟอร์ก็ตาม เรื่องของความดังของเสียงถือว่ามากกว่า 2 เท่า ส่วนในเรื่องคุณภาพเสียงนั้นถือว่าดีมากๆ ทั้งเรื่องคุณภาพและความดัง ซึ่งหากว่าเพื่อนๆ เป็นผู้ใช้งานทั่วไป คุณภาพเสียงที่ได้นั้น ก็ถือว่าดีกว่าโน้ตบุ๊คทั่วไปแบบรู้สึกได้

Connector / Thin And Weight

พอร์ตการเชื่อมต่อตัวเครื่อง ASUS ROG Strix G731 นี้จัดว่าเป็นโน้ตบุ๊คที่มีพอร์ทมาให้ครบครับใช้ได้เลยทีเดียว ไม่ว่าจะเป็น USB 3.1 Type-A จำนวน 3 พอร์ต, และ USB 3.1 Type-C อีกจำนวน 1 พอร์ตมาให้ด้วย พร้อมช่องต่อหูฟังกับไมค์แบบ Combo ขนาด 3.5 มิลลิเมตร 1 ช่อง, SD Card Reader ขนาดมาตรฐาน, พอร์ท LAN ตัวเต็ม และ HDMI, Mini DisplayPort ในส่วนของการเชื่อมต่อไร้สายจะใช้ Bluetooth 5 และ Wi-Fi มาตรฐาน 802.11 ac พร้อมเทคโนโลยี RangeBoost แบบ Multi-antenna บนมาตรฐาน Wave 2 (2×2 + 2×2) ให้ระยะการรับสัญญานที่ไกลขึ้นถึง 30% พร้อมอัตราการรับ-ส่งข้อมูลที่เร็วและเสถียรยิ่งขึ้น

ส่วนการพกพาเองก็ถือว่า ASUS ROG Strix G731 ไม่หนักไม่เบา มีน้ำหนักตัวอยู่ที่ 2.85 กิโลกรัม เมื่อเทียบกับโน้ตบุ๊ค 17.3 นิ้วตัวอื่นๆ แต่ที่โดดเด่นกว่าก็คือมิติตัวเครื่องเล็กลง อยู่ในเกณฑ์ที่ดีเยี่ยมในเรื่องการพกพาไปไหนมาไหน แม้ว่าถ้ารวมอแดปเตอร์ 180 Watt แล้วจะมีน้ำหนักประมาณ 3 กิโลกรัมนิดๆ ก็พอที่จะใส่กระเป๋าและเอาไปใช้งานนอกสถานที่ได้ไม่ยากเย็นอะไร ถือได้ว่าสะดวกสำหรับการเคลื่อนย้ายอยู่

Inside / Upgrade

ถ้าใครต้องการจะแกะทั้งฝาล่างทั้งหมดเพื่ออัพเกรดหรือทำความสะอาดก็สามารถทำได้ง่ายๆ เพียงแค่ไขน็อตทั้งหมดประมาณ 10 ตัว พิเศษตรงที่จะมีน็อตตรงมุมสองตัวช่วยดันฝาออกมาเล็กน้อย หลังจากนั้นก็ค่อยๆ แงะแกะทีละส่วนขึ้นอย่างช้าๆ เพียงเท่านี้ก็จะแกะฝาล่างได้ไม่ยากเย็น ส่วนประกอบภายในอื่นๆ  ที่มีงานประกอบเรียบร้อยดี อย่างไรก็ตามสำหรับ ASUS ROG Strix G731 มีข้อควรระวังก็คือ Surrounded Light Bar รอบตัวเครื่อง ซึ่งจะมีสายแพรเชื่อมต่อไว้อยู่ ไม่แนะนำให้ถอดโดดเด็ดขาด ฉะนั้นเมื่อแกะฝาแล้วให้ถอดวางไว้ใกล้ๆ กัน และระมัดระวังมากๆ ขณะที่อัพเกรดหรือทำความสะอาด

เมื่อแกะฝาล่างออกมาแล้วเราก็จะพบแรมจำนวน 2 ช่อง ที่ติดตั้งมาแล้ว 2 แถวขนาด 8GB x 2 DDR4 Bus 2666MHz โดยรองรับการอัพเกรดได้สูงสุด 32GB (Dual Channel) และ SSD ขนาด 512GB แบบ M.2 PCIe (รองรับการอัพเกรด SSD/HDD แบบ 2.5” SATA เพิ่มอีก) ให้การใช้งานเป็นไปอย่างลื่นไหลไร้คอขวด ที่ต้องบอกว่าสำหรับการใช้งานทั่วไปจนไปถึงเล่นเกมหนักๆ ก็ใช้งานได้แบบไม่จำเป็นต้องอัพเกรดแล้ว

ระบบระบายความร้อน 3D Thermal Design ของ ASUS ROG Strix G531 นั้นมีทิศทางการไหลของลมที่ดีขึ้นจากเดิมพอสมควร ส่วนที่ใช้ในการพัดลมเข้าออกนั้นจะอยู่ที่บริเวณด้านหลังของตัวเครื่อง 2 ช่อง ด้านข้างอีก 1 โดยการเชื่อมต่อระหว่างส่วนของพัดลมนี้กับชิปกราฟิกและชิปกราฟิกจะทำผ่าน Heat Pipe จำนวน 4 เส้น (2 เส้นหลักมีขนาดใหญ่) ที่วางตัวยาวตั้งแต่ส่วนของชิปประมวลเรื่อยมาจนถึงส่วนที่เป็นครีบระบายความร้อนทองแดงทางด้านหลังของตัวเครื่อง

ที่สำคัญคือพัดลมแบบใหม่ที่ใช้ไฟ 12V ทำให้มีกำลังมากกว่าพัดลม 5V ที่ใช้งานใน Gaming Notebook ทั่วไป ซึ่งการทดสอบเบื้องต้นบอกได้เลยว่าน่าประทับใจมากๆ แม้สเปกจะแรงมาก แต่ความร้อนนั้นถือว่าเย็นทีเดียวสำหรับการ์ดจอ ส่วนชิปประมวลผลร้อนไปหน่อยแต่ก็ยังเอาอยู่ รวมไปถึงจากการที่มีระบบกำจัดฝุ่น Anti-Dust Cooling ช่วยให้ความร้อนต่ำและใช้งานตัวเครื่องได้ด้วยความเสถียรอย่างต่อเนื่อง

Performance / Software

 .  

ASUS ROG Strix G731 มาพร้อมกับระบบปฏิบัติการ Windows 10 Home Single Language มาตั้งแต่แกะกล่อง ดังนั้นจึงไม่ต้องห่วงเรื่องลิขสิทธิ์ Windows เลยครับ ส่วนถ้าต้องการเคลียร์เครื่อง ก็สามารถใช้งานฟังก์ชัน Reset this PC ที่อยู่ใน Settings ของ Windows 10 ได้เลยโดยไม่ต้องฟอร์แมต SSD เพื่อลง Windows ใหม่

เมื่อตรวจสอบข้อมูลของชิปประมวลผลด้วยโปรแกรม CPU-Z ก็พบว่าข้อมูลขึ้นมาครบถ้วนเลย  แรงสุดๆ ด้วยโปรเซเสเซอร์ Intel Core i7 9750H รุ่นล่าสุดที่มีแกนประมวลผลแบบ 6 คอร์ 12 เธรด ให้ความเร็วสูงสุดถึง 4.5GHz และมี L3 cache ขนาดใหญ่ถึง 12MB รองรับการทำงานที่หลากหลายพร้อมๆกันได้อย่างดีเยี่ยมยิ่งขึ้น

 .   

กราฟิกการ์ดตัวแรกเป็นแบบออนบอร์ดอย่าง Intel UHD Graphics 630 ที่ให้พลังในการประมวลผลที่ดีในระดับหนึ่ง อย่างในเรื่องของกราฟิก 2 มิตินั้นก็รองรับได้อย่างสบายๆ หรือถ้าเป็น 3 มิติ ก็ต้องบอกว่ารองรับการทำงานได้ในระดับเบื้องต้นเท่านั้น แต่เอาเข้าจริงๆ ก็สนับสนุนการใช้งานจอความละเอียดสูงมากกว่าการเล่นเกม

โดยมีกราฟิกการ์ดจอแยกตัวแรงอย่าง NVIDIA GeForce GTX 2060 ที่ต้องบอกว่าแรงเทียบเท่าระดับพีซีแบบสบายๆ แรงกว่า GTX 1070 แบบรู้สึกได้ เรียกได้ยิ่งตอบสนองในส่วนของการทำงานที่เกี่ยวข้องกับ 3 มิติ หรือเกมที่กินทรัพยากรได้เป็นอย่างดีทีเดียว เรียกว่าสำหรับเกมออนไลน์สามารถทำได้เป็น 100 FPS

พร้อมกันนั้นยังมาเทคโนโลยี“ Ray Tracing” ที่สามารถแสดงผลการติดตามแสงของวัตถุ และสภาพแวดล้อมในแบบเรียลไทม์ ระหว่างกระบวนการเรนเดอร์กราฟิกสามารถคำนวณการสะท้อน และหักเหแสงได้อย่างถูกต้อง ครอบคลุมทั้งแสง และเงาทางกายภาพ ทำให้เกมนั้นสมจริงมากยิ่งขึ้นกว่าเดิม เรียกได้ยิ่งตอบสนองในส่วนของการทำงานที่เกี่ยวข้

สำหรับโปรแกรมทดสอบ CINEBENCH ที่เน้นในเรื่องของพลังชิปประมวลผล คะแนนก็อยู่ในระดับสูงสุดๆ ที่น่าประทับใจ เปรียบเทียบกับชิปประมวลผลรุ่นก่อนหน้าแล้ว ก็ทำได้ดีกว่าเล็กน้อย รวมไปถึงตัวกราฟิกการ์ดเองก็มีประสิทธิภาพสูงขึ้น เรียกได้ว่าตอบโจทย์ในส่วนของงานประมวลผลหนักๆ ได้อย่างสบายๆ รวดเร็วทันใจแบบสุดๆ สมกับเป็นชิปประมวลผลตัวบนในรุ่นใช้งานเต็มกำลัง และการ์ดจอระดับบน ที่เน้นการทำงานเป็นหลัก

ตัวเก็บข้อมูลของเครื่องที่เลือกใช้ SSD ก็ทำคะแนนออกมาได้อย่างรวดเร็วเป็นที่น่าพอใจบนขนาดความจุ 512GB แบบ M.2 NVMe ระดับกลางๆ แน่นอนว่าเร็วกว่า SSD M.2 SATA 3 แบบทั่วไป ยิ่งเมื่อนำไปใช้เทียบกับฮาร์ดดิสก์แบบจานหมุนแล้วละก็จะเห็นถึงประสิทธิภาพทั้งในด้านการทดสอบและในด้านการใช้งานจริงที่แตกต่างกันอย่างเห็นเห็นได้ชัด เรียกได้ว่าเปิดอะไรปุ๊บก็ติดปั๊บ ที่ต้องบอกว่าความเร็วระดับการอ่านที่ราวๆ 1455 MB/s และเขียนที่ 980 MB/s ส่วนตัวถ้าใส่ NVMe ที่เร็วระดับ 3xxx MB/s มาจะดีมากๆ

การทดสอบประสิทธิภาพกับโปรแกรม PCMark 10 Advance ซึ่งสามารถทำคะแนนการทดสอบรวมได้มากถึง 5334 คะแนน ถือได้ว่าในส่วนของการใช้งานทั่วไปโดยรวมนั้นสอบผ่านแบบสบายๆ ทั้งในส่วนของการเล่นเว็บไซต์ งานเอกสาร งานตกแต่งรูปภาพ รวมถึงงานตัดต่อวิดีโอ และจากการที่เป็นโน้ตบุ๊คเล่นเกมมีการ์ดจอแยกอย่าง RTX 2060 และชุดระบายความร้อนที่ดีเยี่ยม ทำให้มีคะแนนพุ่งกว่าโน้ตบุ๊คทั่วไปมากพอสมควร ระดับเทียบเท่า Desktop สบายๆ

คะแนนและเฟรมเรมในการเล่นเกมทำออกมาน่าสนใจมากๆ โดยเฉลี่ยของเฟรมเรท (FPS) จากทั้ง 6 เกมที่ได้ทดสอบมีค่าเฟรมเรทเฉลี่ยมากกว่า 60 FPS ขึ้นไปแทบทุกเกม ซึ่งตรงนี้ก็สามารถชี้วัดความสามารถในการเล่นเกมที่กราฟิกละเอียดๆ และภาพสวยๆ ได้ลื่นไหลเป็นอย่างดีเลย จากการที่สเปกภายในเป็นชิปประมวลผล Intel Core i7-9750H ทำงานร่วมกับการ์ดจอ NVIDIA GeForce RTX 2060 ทำให้ประสิทธิภาพออกมาได้ดีเยี่ยมจากแรมให้มา 16GB DDR4 Dual Channel อย่างไรก็ตาม SSD NVMe ตัวให้มาจะมีความเร็วน้อยไปหน่อย สำหรับ Gaming Notebook ระดับนี้

ทดสอบเกมกินทรัพยากรพอตัวอย่าง Battlefield V/ FarCry 5 / GTA V ก็สามารถเล่นได้ดีที่ความละเอียด 1920 x 1080 พิกเซล โดยกราฟิกปรับระดับสูงสุดทั้งหมด ตามภาพด้านบน ที่ต้องบอกว่าภาพก็สวยจนน่าประทับใจ เรียกได้ว่าเหลือๆ กับการตอบสนองความต้องการเล่นเกมได้สมบูรณ์ที่สุดแล้ว โดย Battlefield V เปิด DX12 ทำให้ภาพสวยงาม แต่เลือกปิดฟีเจอร์ DLSS / Ray Tracing ที่แม้ทำให้ภาพสวยงามแบบสุดๆ เพื่อลดการกินทรัพยากรเครื่องลง (สวยไม่สุด แต่ลื่นขึ้นชัดเจน)

เกมออนไลน์กินสเปกเบาๆ หน่อยอย่าง DOTA 2 / Overwatch รวมไปถึง PUBG ก็จัดการทดสอบแบบปรับสุดหมดให้ด้วยเช่นกัน โดยทั้งนี้การตั้งค่าความละเอียดของภาพก็อยู่ที่ 1920 x 1080 พิกเซล ซึ่งเป็นความละเอียดที่จะสามารถเล่นให้ลื่นได้ สำหรับรายละเอียดภาพอื่นๆ ก็เรียกได้ว่าเปิดทุกอัน  ผลที่ได้ออกมาก็คือสามารถเรนเดอร์ได้อย่างไหลลื่นในระดับเฟรมเรทที่สูงสุด แม้กระทั่งฉากตะลุมบอนกันก็สบายๆ ค่าเฟรมเรทอยู่ที่ราวๆ 100 ขึ้นไปตลอด ซึ่งสรุปโดยรวมแล้ว ก็ถือว่าเล่นได้สบายๆ แบบไร้กังวล

ที่สำคัญด้วยหน้าจอ พาเนล IPS แบบ 144Hz ทำให้เกมมีความลื่นไหลกับฉากที่เคลื่อนไหวเร็วๆ เวลาที่เราปรับให้ปล่อยเฟรมเรทสูงๆ แบบสุดๆ หมดปัญหาภาพฉีก หรือภาพกระตุกไปเลย แต่นั่นก็ต้องอยู่กับตัวเกมด้วยว่าขับเฟรมเรทได้แค่ไหน ถ้าเกมกินสเปกหนักๆ 144Hz อาจไม่เห็นผลมากนักกับความลื่นไหล หรือเอาจริงๆ สำหรับเกมสไตล์ MOBA / FPS ที่ไม่กินสเปกมาก ปรับสุดแล้ววิ่ง 144Hz นิ่งๆ ก็พอได้อยู่

ซอฟต์แวร์  Armoury Crate ซึ่งรวบรวมเอาฮาร์ดแวร์ต่างๆของ ROG มาไว้บนยูทิลิตี้เดียว ทำให้สามารถเข้าถึงฟังค์ชั่นต่างๆได้อย่างง่ายดาย การตั้งค่าต่างๆของระบบรวมไปถึงการปรับแต่งไฟด้วย Aura Sync นั้นทำได้ง่ายเพียงปลายนิ้ว หรือผู้ใช้สามารถบันทึกการตั้งค่าต่างๆตามความชอบเป็นรูปแบบได้หลากหลายโปรไฟล์ ซึ่งการตั้งค่าต่างๆจะถูกเรียกใช้งานโดยอัตโนมัติเมื่อมีการเปิดเกมที่ได้เลือกไว้ Armoury Crate ยังมาพร้อมกับโปรแกรมเสริม Mobile Dashboard สำหรับ Android และ iOS รวมไปถึงความสามารถอื่นๆ ที่จะมีเพิ่มขึ้นจากการอัพเดทในอนาคต

นอกจากนี้ ASUS ROG Strix G731 เองก็ยังมีในส่วนของซอต์ฟแวร์ที่จะเป็นตัวช่วยในการใช้งานของเราอีกด้วยอย่าง MyASUS (เปิดเครื่องมาเจอเลย) ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของสเปกภายใน หรือเช็คสถานะการทำงานส่วนต่างๆ ของเครื่อง รวมไปถึงยังสามารถ ตรวจเช็คสถานะเครื่องกับข้อมูลแคชต่างๆ ก็ทำการลบทิ้งได้ตรงนี้เลย หรือเช็คอัพเดทซอฟ์ตแวร์และไดร์เวอร์ต่างๆ ของเครื่องก็สามารถทำผ่านตรงนี้ได้เช่นกัน

Battery / Heat / Noise

แบตเตอรี่ที่ติดตั้งมาให้ใน ASUS ROG Strix G731 เครื่องนี้เป็นแบบฝังตามปกติ ส่วนของการทดสอบระยะเวลาใช้งานของแบตเตอรี่โดยตั้งค่าความสว่างหน้าจอและเสียงให้ระดับกลางๆ แล้วเล่นเว็บสลับกับดู Youtube แล้ว โปรแกรม BatteryMon แจ้งระยะเวลาใช้งานต่อเนื่องในเงื่อนไขดังกล่าวได้ที่ 5:30 ชั่วโมงโดยประมาณ เรียกได้ว่าน่าประทับใจทีเดียวกับการที่ Gaming Notebook ใช้งานแบตเตอรี่ได้ยาวนานขนาดนี้ เพราะปกติจะอยู่ที่ 3-4 ขั่วโมงเท่านั้น

ส่วนเรื่องอุณหภูมิในการใช้งานนั้น ASUS ROG Strix G731 เมื่อใช้งานแบบปกติชิปประมวลผลจะอยู่ที่ประมาณ 40 – 60 องศาเซลเซียส ส่วนกราฟิกการ์ดจะอยู่ที่ 40 องศาเซลเซียส ภายในห้องปรับอากาศอุณหภูมิประมาณ 25 – 28 องศาเซลเซียส จากนั้นทำการทดสอบเบิร์นให้เครื่องทำงาน 100% ด้วยการเล่นเกมกราฟิก 3 มิติ เพื่อให้เห็นถึงระบบระบายความร้อนและเสียงรบกวนที่จะเกิดขึ้นเมื่อพัดลมหมุนรอบจัดสุด ด้วยการเปิดโหมดพัดลม Turbo ผ่านทาง Armory Crate

ที่ดูจากภาพแล้วจะเห็นได้ว่าอุณหภูมิสูงสุดของชิปประมวลผลอยู่ที่ไม่เกิน 100 องศาเซลเซียส ส่วนกราฟิกการ์ดจะอยู่ที่ 72 องศาเซลเซียสโดยรวมแล้วมีการจัดการอุณหภูมิได้เป็นอย่างดี แม้ว่าจะดูสูงไปหน่อยสำหรับส่วนของชิปประมวลผล แต่ก็ไม่มีผลต่อการใช้งานแต่อย่างใด สำหรับเสียงรบกวนในเวลาทำงานนั้นถือว่าดังประมาณนึง จากการที่เราสามารถเพิ่มรอบสูงสุดได้ด้วยซอฟต์แวร์จากปกติที่จะเป็นแบบ Balance ก็สามารถทำได้

Conclusion / Award

จากประสบการณ์และใช้งานจริงๆ ของ ASUS ROG Strix G731 สเปก i7-9750H + RTX 2060 ได้แรมมาเลย 16GB  ทั้งการเล่นเกมหลากหลายเกม รวมไปถึงทำงานและความบันเทิงดูหนังฟังเพลง บอกได้อย่างเต็มปากเลยว่า ASUS ทำออกมาได้ดีกว่ารุ่นก่อนหน้าอย่าง ASUS ROG Strix GL704 ทั้งในเรื่องของดีไซน์การออกแบบที่ล้ำหน้า เน้นฟีเจอร์และความพรีเมียม งานประกอบและวัสดุที่เยี่ยมยอด เรียกได้ว่าเหนือชั้นกว่า Gaming Notebook ช่วงราคาเดียวกัน  สเปคประสิทธิภาพสูง ที่สำคัญคือได้หน้าจอพาเนล IPS 144 Hz และมี Windows 10 มาให้พร้อมใช้งานด้วย

ที่น่าสนใจอื่นๆ ก็จะเป็นระบบระบายความร้อนอย่าง 3D Thermal Design และ ROG Intelligent Cooling ที่ใส่ทุกอย่างจัดเต็มกว่าทีเคยมีมา ที่แม้สเปกจะแรงขึ้นแต่ก็เย็นกว่าเดิม คีย์บอร์ดมีไฟหลากสีด้วยเทคโนโลยี AuraRGB ของทาง ROG และ Surrounded Light Bar ที่สามารถปรับแต่งเองได้ด้วยซอฟต์แวร์ภายใน ให้ความสะดวกด้วยระยะของปุ่มที่เลื่อนลงไปเพียง 1.8 มิลลิเมตร แต่ละปุ่มมีมุมโค้งขนาด 0.25 มิลลิเมตร เข้ากับนิ้วมือเวลากดลงไปสุดๆ การเชื่อมต่อก็ครบครันด้วย USB / Gigabit Ethernet / Bluetooth 5.0 / Wi-Fi AC ASUS RangeBoost

เรื่องของการออกแบบที่ ASUS ROG Strix G731 ทำได้ดีมาก ฉีกรูปแบบเดิมๆ ออกไป ด้วยดีไซน์สไตล์ ROG ที่เป็น Gaming Notebook ที่ดูดุดันจริงจังเกินราคา ซึ่งได้ทาง BMW Designworks Group มาร่วมออกแบบด้วย เห็นได้ชัดจากชุดระบายความร้อนด้านหลังที่เป็นครีบคล้ายกับเสื้อสูมมอเตอร์ไซต์จาก BMW เรียกได้ว่ายกระดับขึ้นไปอีกขั้น​กับช่องดูดลมเย็นจากทางด้านบน พร้อมทั้งได้ระบบเสียง Smart Amp คุณภาพดี รวมถึงมี USB 3.1 Type-C ติดตั้งมาพร้อมใช้งานตามาตรฐานโน้ตบุ๊คปี 2019

ส่วนในเรื่องของการทดสอบใช้งานการเล่นเกมหนักๆ พบว่ามีการจัดการอุณหภูมิที่ดีกว่า Gaming Notebook รุ่นอื่นๆ ที่มีสเปกเหมือนกัน แต่ก็ต้องยอมรับว่าชิปประมวลผล Intel Core i Gen 9 นี้ยังถือว่าสูงอยู่ ซึ่งก็เข้าใจว่ามีประสิทธิภาพมากเวลาใช้งานจริงๆ อย่างไรก็ตามไม่มีผลต่อการใช้งานใดๆ ส่วนแบตเตอรี่ใช้งานได้ยาวนานประมาณ 5:30 ชั่วโมงทีเดียว ถือว่าทำได้ดีกว่ามาตรฐานเมื่อเทียบกับโน้ตบุ๊คหน้าจอ 17.3″ ด้วยกัน

อย่างไรก็ตามใช่ว่า ASUS ROG Strix G731 จะไม่มีข้อสังเกตเสียทีเดียว คงเป็นเรื่องของมีแค่พอร์ท Thunderbolt 3 ที่ไม่มีมาให้ (ไม่มีก็ไม่เป็นไร) รวมไปถึงกล้องเว็บแคมที่ต้องบอกว่า ASUS ใจเด็ด เลือกที่จะตัดออกไปเลย เข้าใจว่า Gamer ใช้งานกันน้อยอยู่แล้ว ส่วนถ้าใครจะสตรีมจริงจังยังไงก็คงต้องซื้อแยกอยู่ดีนั่นเอง และสุดท้ายกับ SSD ความเร็วระดับนี้ ยังไม่สามารถขับสเปกนี้ได้เต็มที่ เพราะจริงๆ แล้วเฟรมเรทน่าจะไปได้ไกลกว่านี้

สรุปแล้ว ASUS ROG Strix G731 ถือว่าเป็น Gaming Notebook ที่ดีที่สุดรุ่นหนึ่งก็ว่าได้ในช่วงราคานี้ เพราะมาพร้อมกับประสิทธิภาพที่สูงทั้งด้วยชิปประมวลผลและกราฟิกการ์ดที่แรงเพียงพอกับทุกเกมในตลาด พร้อมจอพาเนล IPS 144 Hz ซึ่งเป็นหน้าจอที่ดีเยี่ยมทั้งลื่นไหลและให้สีสันที่เที่ยงตรง ที่สำคัญฟีเจอร์อื่นๆ ยัดมาให้อย่างแน่นอน ไม่แค่นั้นเรื่องระบบระบายความร้อนก็ทำได้ดี ทั้งจากรูปลักษณ์และใช้งานจริง  เน้นความคุ้มค่าต้องการประสบการณ์ใช้งานที่ดีกว่า Gaming Notebook หน้าจอ 17.3″ รุ่นอื่นๆ ที่สเปกใกล้เคียงกัน โดยมีราคา 49,990 บาท จัดว่าคุ้มค่าแล้วครับ

 จุดเด่น

  • ดีไซน์การออกแบบสวยงามถูกใจเกมเมอร์พันธุ์ ROG งานประกอบแน่นวัสดุดี
  • ประสิทธิภาพสูงด้วยชิปประมวลผล Core i7-9750H และการ์ดจอ RTX 2060
  • ติดตั้งแรมมา 16GB ไม่ต้องอัพเกรดเพิ่ม รองรับการติดตั้งฮาร์ดดิสก์ SATA III 2.5″ เพิ่มได้
  • ได้หน้าจอพาเนล IPS คุณภาพสูง พร้อมรองรับ Refresh Rate ที่ 144Hz
  • คีย์บอร์ดมีไฟหลากสี พร้อม Surrounded Light Bar และโลโก้ ROG ด้วย AURA RGB
  • ประสิทธิภาพและประสบการณ์ในการเล่นเกมทำได้เยี่ยมยอด
  • มีซอฟต์แวร์มากมาย ที่ใช้ได้จริง มาช่วยปรับแต่ง
  • มาพร้อม Windows 10 ใช้งานได้ทันที
  • มีพอร์ตการเชื่อมต่อครบครัน
  • ลำโพงเสียงดัง คุณภาพเสียงดี
  • ระบบระบายความร้อนดี เทียบกับสเปกที่แรงขนาดนี้
  • แบตเตอรี่ใช้งานได้ยาวนาน 5:30 ชั่วโมง
  • ประกัน 2 ปี ส่งศูนย์ พร้อมฝากส่งเคลม 7-11 ปีแรกมีประกับอุบัติเหตุ

ข้อสังเกต

  • ไม่มีกล้องเว็บแคมมาให้ในตัว
  • ไม่มีพอร์ต Thunderbolt 3
  • SSD M.2 NVMe ความจุ 512GB ความเร็วน้อยไปหน่อย
  • อุณหภูมิชิปประมวลผลสูงไปหน่อย เวลาใช้งานหนักๆ

Award

โดยในครั้งนี้จะเป็นการเปรียบเทียบการให้รางวัลกับเครื่องในกลุ่มของโน้ตบุ๊กขนาดหน้าจอ 17.3 นิ้วด้วยกัน ซึ่ง ASUS ROG Strix G731 ก็ได้รางวัลต่างๆ ดังนี้

Best Gaming

ASUS ROG Strix G731 เป็น Gaming Notebook ที่มีความสดใหม่และเทคโนโลยีล้ำๆ มากมาย อาทิเช่น หน้าจอ 144Hz พาเนล IPS ขอบจอบางเฉียบ ตัวเครื่องเป็น 3D Thermal Design ระบบระบายความร้อนดีเยี่ยม Surrounded Light Bar ไฟ RGB AURA รอบตัว รวมไปถึงซอฟต์แวร์ Armory Crate ซึ่งสามารถใช้ประโยชน์ได้จริง และอื่นๆ อีกมากมาย สมกับเป็นโน้ตบุ๊คเล่นเกมเน้นความคุ้มค่าที่มาพร้อมฟีเจอร์ ถือได้ว่าเป็นตัวเลือกในตลาด Gaming Notebook ที่ดีรุ่นหนึ่ง

Best Design

เรื่องของรูปร่างหน้าตาก็เป็นหนึ่งในจุดเด่นที่มีอยู่ในผลิตภัณฑ์ของ ASUS ROG โน้ตบุ๊คสายคุ้มค่ามาตั้งแต่ไหนแต่ไร ซึ่งจุดเด่นในข้อนี้ก็เห็นได้ชัดเจนใน ASUS ROG Strix G731 ที่มีดีไซน์ของตัวเครื่องสวยงามโฉบเฉี่ยวเป็นเอกลักษณ์ ดูแล้วหรูหราตามสไตล์คนรุ่นใหม่ที่ชอบเล่นเกม จากการที่ได้ทาง BMW Designworks Group มาร่วมออกแบบด้วย เห็นได้ชัดจากชุดระบายความร้อนด้านหลังที่เป็นครีบคล้ายกับเสื้อสูมมอเตอร์ไซต์จาก BMW เรียกได้ว่ายกระดับขึ้นไปอีกขั้น ซึ่งในจุดของรูปร่างหน้าตาก็เป็นสิ่งที่หลายๆ คนยอมรับกัน ในระดับหนึ่งอยู่แล้ว

Best Performance

ด้วยสเปกชิปประมวลผล Intel Core i7-9750H ตัวล่าสุด ที่มาพร้อมกับแรมขนาด 16GB แบบ DDR4 และกราฟิกการ์ดยอดนิยมอย่าง NVIDIA GeForce RTX 2060 (6GB GDDR6) ที่แม้ให้ SSD M.2 NVMe ความเร็วไม่สูงมาก แต่ก็ทำให้ประสิทธิภาพโดยรวมของตัวเครื่องนี้มีความน่าประทับใจ ทั้งจากในการใช้ทำงานจริงๆ รวมไปถึงการทดสอบด้วยโปรแกรมต่างๆ ซึ่งจะเห็นได้ว่าในสเปกโน้ตบุ๊คเครื่องอื่นๆ ที่ใกล้เคียงกัน ผลคะแนนที่ออกมานั้นทำได้อยู่ในช่วงเดียวกัน หรือบางจุดก็มากกว่าซะด้วย

© Copyright - Notebookspec.com All Rights