Home » 0. TOP content

Review – Acer Swift 7 (2019) โน้ตบุ๊คจอ 14″ เล็กที่สุดในโลก เบา 890 กรัม บาง 9.95 ม.ม.สเปก Core i7

5 Oct 19 - By l

Acer Swift 7 (2019) จัดว่าเป็น Ultrabook หรือ Notebook หน้าจอ 14″ ที่มีขนาดเล็กที่สุดรุ่นนึงของโลก ได้ความเบาและบางกว่ารุ่นเดิม พร้อมใช้ชิปประมวลผล Intel รุ่นพิเศษอย่าง Core i7-8500Y ที่เป็นขุมพลังแรงแต่ประหยัดพลังงานและยังมาพร้อมกับ Thunderbolt 3 และตัวเครื่องยังใช้วัสดุและกรรมวิธีสุดเทพ พร้อมขอบจอที่บางเฉียบทั้ง 4 ด้าน ทำให้ต้องซ่อนกล้อง Webcam แบบ Pop Up เอาไว้ที่ด้านบนอีกด้วย เรียกได้ว่าล้ำสุดๆ ไปเลยสำหรับ Ultrabook ปี 2019

สเปกภายในใช้ Intel Core i7-8500Y ซึ่งเป็น Core i Gen 8 จาก Intel (Amber Lake-Y) เป็นตัวประมวลผล และมาพร้อมกับแรม 16GB LPDDR3 และได้ SSD M.2 NVMe ความจุ 512GB ปุ่มเปิด-ปิดเป็นปุ่มเดียวกับปุ่มแสกนลายนิ้วมือ ที่ใช้กับ Windows Hello ได้ ส่วนแบตเตอรี่ใช้งานได้ 12 ชั่วโมง พร้อมการเชื่อมต่อมาตรฐาน 2×2 MU-MIMO Gigabit Wi-Fi และ Bluetooth 5.0. นอกจากนี้ส่วนของคีย์บอร์ดยังมีระยะกดที่ 1.1 มิลลิเมตรทำให้ได้ประสบการณ์ด้านการพิมพ์ที่สุดยอด แน่นอนว่าตัวเครื่องบางขนาดนี้ก็ยังเป็นแบบไร้พัดลมเหมือนเดิม

VDO Review

Coming Soon

Specification

สเปกของ Acer Swift 7 (2019) มีเพียงรุ่นเดียวสเปกเดียว แต่มีในเลือก 2 สีสัน คือ Starfield Black / Moonstone White สนนราคาที่ 59,990 บาท โดยเลือกใช้ชิปประมวลผลเป็น Intel Core i7-8500Y (Amber Lake-Y) ทำงานแบบ 2 คอร์ 4 เธร์ด กับความเร็วที่ 1.50 – 4.20 GHz โดยมีค่า TDP การกินไฟที่ต่ำมากๆ เพียง 3.5 – 7 Watt เท่านั้น  ทำให้ความร้อนที่ปลดปล่อยออกมานั้นน้อยจนไม่จำเป็นต้องมีพัดลมระบายความร้อน

นับได้ว่าน้อยรุ่นนักที่จะใช้ชิปประมวลผลประเภทนี้ จากการที่เน้นความบางสุดๆ นั่นเอง หน่วยความจำแรมติดตั้งมาให้ขนาด 16GB แบบ DDR3L การ์ดจอเป็นออนบอร์ด HD 615 เน้นใช้งานทั่วไป รวมไปถึงการดูหนัง มากกว่าการเล่นเกม พร้อมฮาร์ดดสก์แบบ SSD NVMe ความจุ 512 GB หน้าจอ 14″ ความละเอียด Full HD พาเนล IPS คุณภาพสูง และได้ระบบสัมผัสทัชสกรีนแบบ 10 จุดพร้อมๆ กัน โดยใช้กระจกจอ Corning Gorilla Glass 6 ที่แข็งแรงทนทาน

นอกจากนี้ยังมีการเชื่อมต่อที่ดีที่สุดอย่างพอร์ต Thunderbolt 3 (USB-C) จำนวน 2 พอร์ต ที่รองรับทุกอุปกรณ์สมัยใหม่ อย่าง DisplayPort / USB 3.1 Gen 2 รวมไปถึงการเชื่อมต่อกับอแดปเตอร์จ่ายไฟด้วย โดยมีช่องต่อหูฟัง 3.5 มิลลิเมตรมาให้ปกติ ส่วนการเชื่อมต่อไร้สายจะได้มาตรฐาน Wi-Fi 6 อย่าง 802.11ax with 2×2 MU-MIMO technology และ Bluetooth เวอร์ชั่น 5.0 แน่นอนว่ายังมีกล้องเว็บแคมความละเอียด 1.3 ล้านพิกเซล ส่วนน้ำหนักตัวเครื่อง 890 กรัม ที่สำคัญยังติดตั้งระบบสแกนลายนิ้วมือในปุ่มเปิดในปุ่มเดียงอีกด้วย

แน่นอนว่าได้ระบบปฏิบัติการ Windows 10 แท้พร้อมใช้งาน ที่สำคัญคือได้โปรแกรม Microsoft Office Home & Student 2019 มูลค่า 4,290 บาทมาใช้งานฟรีๆ อีกด้วย สำหรับการประกันจะเป็นแบบ 3 ปี (On-site ปีแรก) ซ่อมฟรีถึงบ้าน รวมไปถึงมีบริการซ่อมรวดเร็วภายใน 3 ชั่วโมงอีกด้วย เรียกได้ว่าเราสามารถใช้งานได้อย่างสบายใจหายห่วงได้เลย

โดยส่วนของบันเดิลในชุดจัดจำหน่าย Acer Swift 7 (2019) ยังมาพร้อมกับซอฟต์เคสแบบซองหนังพรีเมียมมีความหรูหราสวยงามเข้ากับตัวเครื่องเป็นอย่างดี นอกจากนี้ทาง Acer ยังให้ USB-C Hub อแดปเตอร์ต่อขยายเพิ่มพอร์ตการเชื่อมต่อมาให้ทันที รองรับการเชื่อมต่อเพิ่ม อาทิ USB-C / HDMI / USB-A ไว้เชื่อมต่อกับอุปกรณ์ที่เราจำเป็นใช้บางกรณี ปิดท้ายด้วยอแดปเตอร์จ่ายไฟที่ได้สีสันเข้ากับตัวเครื่อง อย่าง Moonstone White จะได้มาเป็นชุดสีขาวนั่นเอง

Hardware / Design

Acer Swift 7 (2019) เป็นโน้ตบุ๊คที่บางมากๆ ซึ่งทาง Acer เคลมว่าบางที่สุดในโลก โดยมีความบางของตัวเครื่องเพียง 9.95 มิลลิเมตร ออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์ผู้ใช้งานที่ชื่นชอบโน้ตบุ๊กรูปทรงกะทัดรัด พกพาง่าย ทำจากวัสดุแมกนีเซียมและอลูมิเนียมอัลลอยด์แบบไร้รอยต่อที่แข็งแกร่งทนทานพร้อมความพรีเมียมที่สุด โดยมี 2 สีสันให้เลือก คือ Starfield Black / Moonstone White

เรียกได้ว่าถือว่าเป็นโน้ตบุ๊คขนาดหน้าจอ 14″ ที่เบาที่สุดรุ่นหนึ่งในตลาดก็ว่าได้ ส่วนน้ำหนักอาจจะไม่เบาที่สุด โดยอยู่ที่ 890 กิโลกรัม แต่ก็ถือว่าอยู่ในเกณฑ์ที่ดีกว่ามาตรฐานโน้ตบุ๊คพกพาทั่วไปมากๆ มีระบบปฏิบัติการ Windwos 10 ติดตั้งมาให้พร้อมใช้งานทันที และสามารถใช้งาน Windows Hello ได้ผ่านทางสเแกนลายนิ้วมือเพื่อเข้าใช้งาน โดยเป็นปุ่มเดียวกันกับปุ่ม Power

ฝาหลังมีการใช้เทคโนโลยี Micro-Arc Oxidation เป็นการใช้ไฟฟ้าสูงกว่า 10,000 โวลต์เผาวัสดุอลูมิเนียมก่อให้เกิดปฏิกิริยาทางเคมีถึงระดับจุลภาค กำเนิดเป็น Magnesium-Lithium พื้นผิวเซรามิคเคลือบทับวัสดุ Magnesium Alloys อีกที ทำให้ตัวเครื่อง Acer Swift 7 ทนทานต่อรอยขีดข่วนเรียบหรูคงทน พร้อมความหรูหราและสวยงาม แตกต่างจาก Ultrabook รุ่นอื่นๆ ทั่วไป ที่สำคัญสิบเนื่องมาจากขอบหน้าจอที่บางสุดๆ แต่ก็ยังเลือกติดตั้งกล้อง Webcam มาให้ จึงได้ติดตั้งเป็นแบบ Pop Up เอาไว้ที่ขอบจอด้านบน

ซึ่งนอกเหนือจากทำให้เรามั่นใจในการใช้งานที่ดูแล้วไม่แตกหักง่ายๆ ยังเสริมภาพลักษณ์ที่ดูสวยงาม หรูหรา ตามมาตรฐาน Acer ที่ปกติแล้วดีไซน์จะสวยงามแบบเรียบๆ พร้อมความทนทานที่ให้ได้มากกว่ากับตระกูล Ultrabook ระดับสูง ขอบตัวเครื่องมีการใช้เป็นสีเงินมันวาวดูโดดเด่นสไตล์ Diamond Cutting พร้อมขอบตัวเครื่องด้านหลังยังมีการสลักคำว่า Swift เอาไว้ เพิ่มความหรูหราเข้าไปอีก ที่ไม่ใช้แค่ว่าตัวเครื่องบางเบาแบบที่สามารถถือมือเดียวสบาย แต่ยังให้ประสบการณ์ใช้งานที่เยี่ยมยอดอีกด้วย

ด้านล่างของตัวเครื่องถูกออกแบบมาให้ดูเรียบง่าย ด้านข้างทั้งสองด้านฝั่งผู้ใช้จะเป็นในส่วนของลำโพง ที่โดดเด่นก็คือไม่มีในส่วนของช่องดูดอากาศเย็นเข้าไปหมุนเวียนเพื่อระบายออกเลย เพราะไม่มีพัดลมและช่องระบายความร้อน แน่นอนในการทำงานจริงคือเงียบสนิท ในห้องนี่คือไร้เสียงรบกวนไปเลย เรียกได้ว่า Acer Swift 7 (2019) โน้ตบุ๊คบางเบาระดับท็อป เครื่องนี้ได้รับการใส่ใจในการออกแบบเป็นดี สำหรับตัวเครื่องฮาร์ดแวร์และดีไซน์นั้นมีความน่าประทับใจในทุกมิติจริงๆ เพราะดูแล้ว Acer ทำการบ้านมาเป็นอย่างดีกับ Ultrabook รุ่นล่าสุด

ขนาดของตัวเครื่องและสายชาร์จ เมื่อเทียบกับขนาดของโน้ตบุ๊คหน้าจอ 14 นิ้วทั่วไปถือได้ว่ามีมิติที่เล็กมาก ส่วนน้ำหนักตัวเครื่องเปล่านั้น อยู่ที่ 890 กรัมเท่านั้น ซึ่งตรงนี้ต้องบอกว่านอกจากตัวเครื่องที่บางเบาแล้ว ในส่วนของอแดปเตอร์เองก็มีขนาดที่เล็กและเบามากๆ เทียบได้ก็พอๆ กับอแดปเตอร์ของสมาร์ทโฟนเท่านั้นเองเมื่อรวมกับตัวอแดปเตอร์ไซส์เล็กเข้าไปด้วย ก็จะมีหนักเพียง 1 กิโลกรัม แน่นอนว่าตอบสนองในเรื่องของการพกพาไปนอกสถานที่ได้อย่างเต็มรูปแบบ สมกับเป็นโน้ตบุ๊คบางเบาอีกรุ่นหนึ่ง

Keyboard / Touchpad

คีย์บอร์ดที่ติดตั้งมาให้ Acer Swift 7 (2019) เป็นแบบ Chiclet Keyboard สีเดียวกับตัวเครื่อง ตัวอักษรเลือกใช้การสีฟ้าดูโดดเด่น ซึ่งมาพร้อมไฟ Backlit สีขาวให้ความรู้สึกหรูหรา ซึ่งระยะเว้นระหว่างปุ่มพิมพ์ทำออกมาได้พอดีไม่ชิดกันมากเกินไปและระยะยุบตัวของปุ่มพิมพ์นั้นค่อนข้างดี ที่ 1.1 มิลลิเมตรทำให้ได้ประสบการณ์ด้านการพิมพ์ที่สุดยอด ผิวสัมผัสของปุ่มแต่ละปุ่มนั้นให้ความรู้สึกที่ติดนิ้ว ส่วนปุ่มเปิดเครื่องจะเป็นปุ่มเดียวกับ Fingerprint โดยติดตั้งมาให้ใช้งานร่วมกับ Windows Hello ให้พร้อมเข้าใช้งาน ซึ่งติดตั้งอยู่ขอบคีย์บอร์ดด้านข้างมุมซ้าย ที่ทำให้สามารถใช้งานได้สะดวกอย่างที่สุด พร้อมได้ดีไซน์ที่สวยงามเป็นหนึ่งเดียวกัน

ทัชแพดถูกออกแบบมาให้มีขนาดที่ใหญ่มากๆ โดยจะซ่อนปุ่มคลิกซ้ายและคลิกขวาเอาไว้ทำให้ดูเรียบง่ายหรูหรา อยู่ในตำแหน่งที่เหมาะสมทำให้เวลาพิมพ์งานมือ ที่แม้จะเผลอไปสัมผัสกับทัชแพดก็มีการป้องกันเอาไว้ จากการทดสอบแล้วทัดแพชนี้รองรับ Gesture Control ได้ดีและมีการตอบสนองที่รวดเร็วซึ่งเป็นข้อดีของการใช้งานนอกสถานที่ที่ส่วนใหญ่ต้องใช้ทัชแพดมากกว่าการใช้เม้าส์อยู่แล้ว

Screen / Speaker

Acer Swift 7 (2019) ได้หน้าจอเป็นแบบกระจก ZeroFrame มีสัดส่วนหน้าจอสูงถึง 92% ของพื้นที่ทั้งหมด (จากรุ่นเดิม 8.5 มิลลิเมตร เหลือเพียง 2.57 มิลลิเมตร) และหน้าจอพาเนล IPS ด้วยสีสันที่สมจริงเรียบเนียมและมุมมองที่กว่า 178 องศา ความละเอียด Full HD รองรับ Touch  Screen ขนาด 14 นิ้ว มีการใช้หน้าจอเป็นกระจก Corning Gorilla Glass 6 ที่แข็งแรงทนทาน กันรอยขีดขวนได้ดี เหมาะกับการทำงานหรือความบันเทิงแบบสุดๆ

และด้วยการที่หน้าจอรองรับการทัชสกรีนช่วยในการเรื่องการนำเสนอได้อย่างลงตัว ไม่ต้องละมือไปจับทัชแพดไปมา อีกทั้งจากการที่ดีไซน์ขอบจอบางเฉียบ ทำให้มีการย้ายกล้องเว็บแคมไว้ใต้หน้าจอเหนือคีย์บอร์ดแทน ใช้งานแบบ Pop-up กดแล้วเด้งขึ้นมา เพื่อขอบหน้าจอที่บางเฉียบ 4 ด้าน ซึ่งจากการใช้งานถือว่ามุมมองดูลงตัวเลย ไม่ได้ผิดเพี้ยนมากมายอะไรนัก

การทดสอบประสิทธิภาพหน้าจอของ Acer Swift 7 (2019) ด้วยเครื่องมือที่เป็นทั้งซอฟต์แวร์และฮาร์ดแวร์อย่าง Spyder5Elite พร้อมทั้งคาลิเบรทหน้าจอให้สีสันมีความตรงความเป็นจริงมากที่สุด โดยให้ขอบเขตความกว้างของสีสันเทียบเท่ากับมาตรฐาน sRGB ที่ 90% และได้ค่า Adobe RGB ที่ 73% เรียกได้ว่าให้ประสิทธิภาพเรื่องของสีสันในเกณฑ์ที่ดีมากๆ มีความเที่ยงตรงสูง ความสว่างหน้าจอสูงสุดอยู่ที่ประมาณ 300 cd/m2 ซึ่งจัดได้อยู่ในเกณฑ์ค่อนข้างดีเลยทีเดียว เอาไปทำงานข้างนอกสบายๆ เหมาะกับผู้ที่ใช้งานด้านตกแต่งภาพที่ต้องการความเที่ยงตรงของสีเป็นหลักได้สบายๆ

ต่อกันที่วัดความสว่างของหน้าจอตามตำแหน่งต่างๆ โดยแบ่งเป็น 9 ช่อง เทียบจากช่องกลางที่ปกติแล้วจะให้ความสว่างที่มากที่สุด ที่จะเห็นได้ว่าช่องตรงกลางและขวาแถวกลางมีค่า 0% ก็คือแสดงความสว่างได้เต็มที่ แต่สำหรับช่องมุมซ้ายบนลดลงไปที่ระดับ 11% ทำให้ต้องใช้งานอย่างระมัดระวังสำหรับคนที่บังเอิญจำเป็นต้องใช้งานภาพถ่าย หรืองานกราฟิกอื่นๆ ปิดท้ายด้วยคะแนนรวม 4.0 คะแนนถือว่าอยู่ในเกณฑ์กลางๆ มาตราฐานทั่วไป เหมาะสำหรับคนเอามาดูหนังฟังเพลง เพราะมีค่า Contrast ที่สูงมากๆ ให้สีสันสดใสสวยงาม

ในส่วนของลำโพงที่ติดตั้งมาเป็นแบบสเตอริโอคุณภาพดี โดยเป็นลำโพงขนาดเล็กอยู่ทางด้านล่างฝั่งผู้ใช้มุมซ้ายและขวาของตัวเครื่องอัดลงพื้นให้สะท้อนขึ้น จากการทดสอบลำโพงพบว่าเสียงที่ออกมาค่อนข้างดีน่าประทับใจ แยกรายละเอียดได้ในระดับหนึ่ง ถือได้ว่ามีเสียงที่ดังชัดเจน โดยเน้นไปโทนกลางเป็นหลักตามสไลต์ลำโพงจากโน้ตบุ๊กทั่วไป นอกจากนี้ยังมีเสียงที่ค่อนข้างดังกว่าโน้ตบุ๊คทั่วไปอีกด้วย

Connector / Thin And Weight

Acer Swift 7 (2019) ต้องยอมรับว่าเป็นโน้ตบุ๊คที่ตัวเครื่องบางมากๆ เรียกได้ว่าบางเฉียบเสมอพอร์ตสุดล้ำอย่าง Thunderbolt 3 ฟอร์มาตรฐาน USB-C โดยติดตั้งมาให้ 2 พอร์ตด้วยกัน รองรับการชาร์จจากอแดปเตอร์ขนาด 45Watt หรือ Power Bank ที่รองรับอีกด้วย พร้อมช่องต่อหูฟังขนาดมาตรฐาน ซึ่งถ้าใครจำเป็นต้องต่อพอร์ตอื่นๆ อย่าง USB-C / USB-A / HDMI ก็มี USB-C Hub ที่รองรับการเชื่อมต่อมาให้ในบันเดิลแล้ว ที่สำคัญการเชื่อมต่อไร้สายยังรองรับ Wi-Fi 6 อย่าง 802.11ax with 2×2 MU-MIMO technology และ Bluetooth เวอร์ชั่น 5.0 ที่ดีและทันสมัยที่สุดด้วย

ขนาดของตัวเครื่องและสายชาร์จ เมื่อเทียบกับขนาดของโน้ตบุ๊คหน้าจอ 14 นิ้วทั่วไปถือได้ว่ามีมิติที่เล็กมาก ส่วนน้ำหนักตัวเครื่องเปล่านั้น อยู่ที่ 890 กรัมเท่านั้น ซึ่งตรงนี้ต้องบอกว่านอกจากตัวเครื่องที่บางเบาแล้ว ในส่วนของอแดปเตอร์เองก็มีขนาดที่เล็กและเบามากๆ เทียบได้ก็พอๆ กับอแดปเตอร์ของสมาร์ทโฟนเท่านั้นเองเมื่อรวมกับตัวอแดปเตอร์ไซส์เล็กเข้าไปด้วย ก็จะมีน้ำหนักที่ 1 กิโลกรัมนิดๆ เท่านั้น แน่นอนว่าตอบสนองในเรื่องของการพกพาไปนอกสถานที่ได้อย่างเต็มรูปแบบ สมกับเป็นโน้ตบุ๊คบางเบาที่สุดในโลกอีกรุ่นหนึ่ง

Performance / Software

   

Acer Swift 7 (2019) เครื่องรีวิวนี้มาพร้อมกับชิปประมวลผลจาก Intel Core i7-8500Y ซึ่งเป็นชิปประมวลผลใช้พลังงานไฟต่ำมาก มีความเร็วในการประมวลผลอยู่ที่ 1.50 GHz แต่สามารถเร่งประสิทธิภาพขึ้นไปได้สูงสุดถึง 4.20 GHz เป็นซีพียูแบบ 2 Core 4 Threads ที่เพียงพอสำหรับการใช้งานทั่วไปมากกว่า งานที่ต้องประมวลผลหนักๆ เทียบกับรุ่นตระกูล U ก็ต้องยอมรับว่าอาจจะสู้พวก Core i5 ไม่ได้ตรงๆ แต่เรื่องประหยัดพลังงานนั้นไม่เป็นรองใครอย่างแน่นอน มาพร้อมแรมภายในขนาด 16GB DDR3L Bus 2133 MHz ที่สามารถขับเคลื่อนระบบปฏิบัติการ Windows 10 ลิขสิทธิ์ที่มีมาให้แบบสบาย

กราฟิกการ์ดเป็นแบบออนบอร์ดอย่าง Intel HD Graphics 615 ที่ให้พลังในการประมวลผลที่ดีในระดับหนึ่ง อย่างในเรื่องของกราฟิก 2 มิตินั้นก็รองรับได้อย่างสบายๆ แต่ถ้าเป็น 3 มิติก็ต้องบอกว่ารองรับการทำงานได้ในระดับเบื้องต้นเท่านั้น แต่เอาเข้าจริงๆ ก็สนับสนุนการเล่นเกมได้ในระดับนึงเหมือนกัน ที่โดยรวมแล้วให้ประสิทธิภาพการทำงานที่ดีเป็นรอง Intel HD Graphics 620 ซะหน่อย แต่ก็เพียงพอรองรับการทำงานกับหน้าจอความละเอียดสูงได้แบบไม่มีปัญหา

สำหรับโปรแกรมทดสอบ CINEBENCH ที่เน้นในเรื่องของพลังชิปประมวลผล คะแนนก็อยู่ในระดับที่น่าพอใจตามสไตล์ของ Core i Gen 8 ที่เป็นตระกูล Y เปรียบเทียบกับชิปประมวลผลที่เป็นรหัส U แล้ว ก็เป็นรองกว่าเล็กน้อย รวมไปถึงตัวกราฟิกการ์ดเองก็มีประสิทธิภาพที่เพียงพอกับการใช้งานทั่วไป เรียกได้ว่าตอบโจทย์ในส่วนของงานประมวลผลหนักๆ ไม่ไหว เน้นงานแสดงผล 2 มิติมากกว่า

ตัวเก็บข้อมูลของเครื่องที่เลือกใช้เป็น SSD แบบ M.2 NVMe ที่ความจุ 512GB ก็ทำคะแนนออกมาได้อย่างรวดเร็วเป็นที่น่าพอใจ กับความเร็วระดับ Read: 1643 MB/s – Write: 819 MB/s ยิ่งเมื่อนำไปใช้เทียบกับฮาร์ดไดร์ฟแบบจานหมุนหรือแบบลูกผสมแล้วละก็จะเห็นถึงประสิทธิภาพทั้งในด้านการทดสอบและในด้านการใช้งานจริงที่แตกต่างกันอย่างเห็นได้ชัด แต่อย่างไรก็ตาม ด้วยความเป็นที่เป็น Ultrabook ระดับสูง น่าจะให้ SSD ตัวที่มีประสิทธิภาพมากกว่านี้มา น่าจะเหมาะสมกว่า

การทดสอบประสิทธิภาพกับโปรแกรม PCMark 10 Advance ซึ่งสามารถทำคะแนนการทดสอบรวมได้มากถึง 2,738 คะแนน ถือได้ว่าในส่วนของการใช้งานทั่วไปโดยรวมนั้นสอบผ่านแบบสบายๆ ทั้งในส่วนของการเล่นเว็บไซต์ งานเอกสาร งานตกแต่งรูปภาพ ตามประสิทธิภาพของ Intel Core i7-8500Y ที่ไม่เน้นประสิทธิภาพการทำงานโดยรวมเท่ากับตระกูล U

นอกจากนี้ทาง Acer Swift 7 (2019) เองก็ยังมีในส่วนของซอต์ฟแวร์ที่จะเป็นตัวช่วยในการใช้งานของเราอีกด้วยอย่าง Acer Care Center (ต้องดาวน์โหลดมาเพิ่มเอง) ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของสเปกภายใน หรือเช็คสถานะการทำงานส่วนต่างๆ ของเครื่อง รวมไปถึงยังสามารถ ตรวจเช็คสถานะเครื่องกับข้อมูลแคชต่างๆ ก็ทำการลบทิ้งได้ตรงนี้เลย หรือเช็คอัพเดทซอฟ์ตแวร์และไดร์เวอร์ต่างๆ ของเครื่องก็สามารถทำผ่านตรงนี้ได้เช่นกัน ที่สำคัญถ้าใครต้องการ Backup หรือ Recovery ข้อมูลภายในก็จัดการได้เลย

Battery / Heat / Noise

แบตเตอรี่ของ Acer Swift 7 (2019) เป็นแบบฝังไว้ในเครื่องเหมือนกับโน้ตบุ๊คหลายรุ่น ที่ความจุ 2550 mAh โดยสามารถทำงานต่อเนื่องยาวนานได้ราวๆ 13 – 14 ชั่วโมงต่อเนื่องในการใช้งานแบบปกติด้วยโหมด Power Saver อย่างการดูภาพยนตร์ Youtube Netflix และเล่นอินเตอร์เน็ต รวมไปถึงทำงานเอกสาร พร้อมลดแสงไฟจอและคีย์บอร์ดลงจนสุด ปรับเสียงดังแค่ 10% ถือได้ว่าใช้งานได้ยาวนานกว่า ตามที่เคลมเอาไว้ที่ 12 ชั่วโมงอีกด้วย อย่างไรก็ตามขึ้นอยู่กับการใช้งานของแต่ละคน แน่นอนว่าถ้าใช้งานหนักกว่า แบตเตอรี่ก็จะลงลดมากกว่านี้เป็นปกติ

อุณหภูมิปกติของเครื่องจะอยู่ที่ประมาณ 35 องศาเซลเซียส แต่พอรีดประสิทธิภาพเต็มที่จะเห็นว่าเครื่องจะร้อนที่สุดเพียง 87 องศาเซลเซียสเท่านั้น เมื่อผ่านการประมวลปลหนักๆ ทดสอบที่อุณหภูมิห้องปรับอากาศที่ 25 องศา นับว่าระบบระบายความร้อนของ Acer Swift 7 (2019) เครื่องนี้ทำออกมาได้ดี โดยสามารถจัดการระบบระบายความร้อนออกมาอย่างน่าประทับใจ ซึ่งนั่นน่าจะเป็นเพราะชุดระบายความร้อนจาก Acer ที่ดี และชิปประมวลผล Intel รุ่นพิเศษเน้นประหยัดพลังงาน ปลดความร้อนน้อย ที่สำคัญด้วยความที่ตัวเครื่องออกแบบไร้พัดลม ในเรื่องของการทำงานนั้นก็จะเงียบสนิทไม่มีเสียงใดๆ ส่วนเรื่องการถ่ายเทความร้อนออก อาจจะไม่รวดเร็วเหมือนอย่างรุ่นที่ใช้พัดลมในการระบายความร้อนนั่นเอง

Conclusion / Award

สำหรับราคาของ Acer Swift 7 (2019) ถือเป็นโน้ตบุ๊คระดับสูงที่มีราคาอยู่ที่ 49,990 บาท จากการที่อยู่ในกลุ่มของ Ultrabook ตัวท็อปสุดของทาง Acer ซึ่งเมื่อเทียบกับสิ่งที่ได้ ไม่ว่าจะเป็น ความเบา งานประกอบ วัสดุ สเปก และฟีเจอร์อื่นๆ รวมไปถึงประสบกาณ์ใช้งาน เหมาะสำหรับคนที่ต้องการที่สุดของโน้ตบุ๊คที่เน้นความบางและความพรีเมียม หรูหรา หยิบออกมาจากกระเป๋า คนรอบข้างต้องตะลึงในความบางเฉียบของตัวเครื่องเพียง 9.95 มิลลิเมตร และเบาเพียง 890 กรัม นับได้ว่าเป็นโน้ตบุ๊คหน้าจอ 14″ ที่เล็ก บาง เบา ที่สุดในโลกรุ่นนึงก็ว่าได้

อีกทั้งตัวเครื่องและงานประกอบเองก็อยู่ในขั้นสุด ด้วยการใช้เทคโนโลยี Micro-Arc Oxidation เป็นการใช้ไฟฟ้าสูงกว่า 10,000 โวลต์เผาวัสดุโลหะก่อให้เกิดปฏิกิริยาทางเคมีถึงระดับจุลภาค กำเนิดเป็น Magnesium-Lithium + Magnesium Alloys ทำให้ตัวเครื่อง Acer Swift 7 (2019) ทนทานต่อรอยขีดข่วนเรียบหรูคงทน พร้อมความหรูหราและสวยงาม ให้ประสบการณ์ใช้งานที่มากว่าโน้ตบุ๊คทั่วไป พร้อมกันนั้นยังได้พอร์ต Thunderbolt 3 จำนวน 2 พอร์ต ที่ Acer ก็ใส่ใจให้ USB-C Hub มาเลย และของพรีเมียมซองหนังบันเดิลมาให้ให้ใช้งานทันที

ในส่วนของสเปกก็จัดเต็มตามรูปแบบโน้ตบุ๊คไร้พัดลมโดยได้สเปกเป็น Core i7-8500Y + RAM 16GB + SSD 512GB พร้อมหน้าจอขอบจอบางที่สุด พาเนล IPS เกรดสูง รองรับการทัชสกรีนมีกระจกเป็น Corning Gorilla Glass 6 ที่สำคัญ Acer Swift 7 (2019) ได้นำเทคโนโลยีเชื่อมต่อไร้สายมาตรฐาน Wi-Fi 6 อย่าง 802.11ax with 2×2 MU-MIMO technology  มาติดตั้ง ส่งผลให้เรานั้นจะได้สัมผัสกับความสามารถของระบบไร้สายในระดับที่แรงอย่างจริงจัง ปิดท้ายด้วยได้ Windows 10 และโปรแกรม Microsoft Office Home & Student 2019 มูลค่า 4,290 บาทมาใช้งานฟรีๆ อีกด้วย

จะเห็นว่า Acer Swift 7 (2019) ได้อะไรที่เหนือกว่าโน้ตบุ๊คหลายๆ รุ่นด้วยกัน ทั้งความบางอย่างที่สุด และประกันที่ On-site Service ซ่อมฟรีถึงบ้าน ทำให้กรณีที่เครื่องมีปัญหา แค่โทรไปก็จะมีเจ้าหน้าที่ Acer มาจัดการให้ถึงหน้าบ้านทีเดียว ไม่ต้องเสียเวลาไปเคลมแบบเดิมๆ อีกต่อไป หรือถ้าใครอยากเคลมก็เข้าศูนย์ได้ พร้อมบริการซ่อมด่วนใน 3 ชั่วโมงเท่านั้น รวมไปถึงมีเครื่องสำรองให้ใช้งานงานระหว่างรอซ่อมด้วย (กรณีที่ซ่อมนานเกิน 3 ชั่วโมง) จัดได้ว่าเป็นบริการหลังการขายที่เหนือชั้นกว่าแบรนด์อื่นๆ จริงๆ

Acer Swift 7 (2019) สนนราคาต่อสเปกต่อสิ่งที่ได้ทั้งหมดแล้วก็ถือว่าราคาสมเหตุสมผล เพราะด้วยเทคโนโลยีที่ออกแบบมา ความยากที่จะทำ จำนวนเครื่องที่ผลิต ต้นทุนต่อตัวจึงสูง คำถามคือ แล้วเหมาะกับใครกันล่ะ ??? คำตอบคือ คนที่งบประมาณในการซื้อไม่ใช่ปัญหา พร้อมต้องการโน้ตบุ๊คเบาที่สุด พรีเมียมที่สุด ที่เน้นใช้งานทั่วไปให้ประสิทธิภาพพอตัว แต่พกพาไปที่นู้นที่นั่นบ่อยๆ ซึ่งรองรับการทำงานได้ยาวนานกว่าโน้ตบุ๊คปกติ ทำให้เราสามารถพกพาไปใช้งานนอกสถานที่ได้อย่างสบายๆ แต่ประสิทธิภาพก็คงจะสู้โน้ตบุ๊คที่เน้นความคุ้มค่าต่อประสิทธิภาพอย่าง Predator Helios 300 ไม่ได้ในราคาที่ใกล้เคียงกัน

ปิดท้ายก็คือ Acer Swift 7 (2019) ไม่ใช่โน้ตบุ๊คที่ทาง Acer ออกแบบและผลิตขึ้นมาสำหรับทุกคน เพราะด้วยราคาจำหน่ายที่อยู่ในระดับสูง อีกทั้งไม่ได้เน้นประสิทธิภาพความแรง แต่เน้นประสบการณ์ใช้งานเรื่องความบางเบาและพกพา พร้อมความพรีเมียมมากกว่า กับราคา 49,990 บาท ถือว่าเป็นผลิตภัณฑ์ที่ชูเรื่องของนวัตกรรมของทาง Acer อีกหนึ่งรุ่น ส่วนตัวเองก็ถือว่าเป็นประสบการณ์ที่ดีที่ได้สัมผัสและรีวิวสุดยอดโน้ตบุ๊คแบบนี้เหมือนกัน

จุดเด่น

  • มีดีไซน์ที่สวยงามเป็นเอกลักษณ์ตามสไตล์ Swift 7 มีความหรูหรา พรีเมียมอย่างที่สุด
  • วัสดุทำจาก Magnesium-Lithium + Magnesium Alloys ที่มีความแข็งแรง งานประกอบดูแน่น
  • น้ำหนักเบา ขอบจอบาง พกพาสะดวกเหมาะสำหรับคนที่ชอบนำไปใช้งานนอกสถานที่บ่อยๆ
  • เป็นโน้ตบุ๊คที่มีตัวเครื่อง เล็ก บาง เบา ที่สุดรุ่นหนึ่งของในโลก
  • หน้าจอความละเอียด Full HD พาเนล IPS สีสันสวยงามเนียนตา พร้อมทัชสกรีน
  • ติดตั้ง Wi-Fi มาตรฐาน 802.11AX พร้อมรองรับ MIMO ที่ดีที่สุด
  • ติดตั้ง Thunderbolt 3 จำนวน 2 พอร์ต พร้อมให้ USB-C Hub มาด้วย
  • มีระบบปฏิบัติการ Windows 10 ติดตั้งมาให้ทันที
  • ได้โปรแกรม Microsoft Office Home & Student 2019 ฟรี
  • การทำงานไม่มีพัดลมทำให้เงียบสนิท
  • มีซองหนังซอฟต์เคสพรีเมียมมาให้
  • ทดสอบแบตเตอรี่ใช้งานได้ยาวนานมากกว่า 12 ชั่วโมง
  • ประกัน  3 ปี (On-site ปีแรก) ส่งศูนย์ซ่อมไวใน 3 ชั่วโมง

ข้อสังเกต

  • ประสิทธิภาพไม่แรงมาก เพราะเป็น Intel Core i7-8500Y เน้นร้อนน้อย เพราะไม่มีพัดลม
  • ประสิทธิภาพความแรงต่อราคาถือว่าไม่คุ้มค่าต่อราคา เน้นประสบการณ์การใช้งานมากว่า
  • ได้ SSD M.2 NVMe ความเร็วน้อยไป กว่าที่ควรจะเป็น
  • กระจก Corning Gorilla Glass 6 มีความสะท้อนแสงสูง

Award

โดยในครั้งนี้จะเป็นการเปรียบเทียบการให้รางวัลกับเครื่องในกลุ่มของโน้ตบุ๊กขนาดหน้าจอ 14 นิ้วด้วยกัน ซึ่ง Acer Swift 7 (2019) ก็ได้รางวัลต่างๆ ดังนี้


Best Design

นับได้ว่าเป็นอีกหนึ่งจุดเด่นของ Acer Swift 7 (2019) ในเรื่องของดีไซน์การออกแบบมที่ไม่เหมือนใคร รวมถึงมีเอกลักษณ์โดดเด่นเฉพาะตัว ด้วยการที่ตัวเครื่องมีความบางและน้ำหนักเบาเป็นพิเศษ ที่เชื่อได้เลยว่าทาง Acer ได้ใส่ใจในส่วนของรายละเอียดนี้เป็นอย่างมาก ประกอบกับวัสดุหลักในการผลิตยังใช้เป็นอลูมิเนียมที่ให้ในเรื่องของความแข็งแรงทนทาน และยังบ่องบอกได้ถึงความสวยงามหรูหราอีกด้วย ฉะนั้นในเรื่องของรางวัล Best Design ทำให้ได้ไปอย่างไม่ยากเย็น

Best Mobility

สำหรับ Acer Swift 7 (2019) ที่มีความบางเพียง 9.95 มิลลิเมตร และมีความหนักเพียง 890 กรัมนั้น จัดได้ว่าเป็นโน้ตบุ๊กที่มีความบางเบามากๆ แน่นอนว่าจะไม่เป็นภาระในการนำออกไปใช้งานนอกสถานที่ และความบางของตัวเครื่องก็ยังมีความบางเฉียบ เหนือกว่าโน้ตบุ๊คในกลุ่มขนาดหน้าจอ 14 นิ้วด้วยกันในหลายๆ ตัว และสำหรับระยะเวลาในการใช้งานแบตเตอรี่ก็ถือได้ว่ามีความน่าประทับใจที่สูงสุด 12ชั่วโมง +  จึงได้รางวัลในส่วนนี้ไปไม่ยากนัก

 

© Copyright - Notebookspec.com All Rights