Home » 0. TOP content

Review – Acer Swift 5 ของโคตรดี โน้ตบุ๊คเบาที่สุดในโลก หนักแค่ 970 กรัม Core i Gen 8 ราคาเริ่ม 32,990 บาท

3 May 18 - By l

หากกล่าวถึงโน้ตบุ๊คบางเบาแล้ว หลายๆ คนต้องนึกถึงแบรนด์ Acer เป็นเจ้าแรกๆ อย่างแน่นอน จากการที่ทาง Acer ได้พัฒนาในส่วนของโน้ตบุ๊คที่เน้นการพกพามาโดยตลอด ที่สำคัญเมื่อหลายปีที่ผ่านมายังเป็นแบรนด์แรกๆ ที่นำเสนอโน้ตบุ๊ครูปแบบใหม่อย่าง Ultrabook มาสู่ท้องตลาดอีกด้วย กับ Acer Aspire S3 ซึ่งที่ผ่านมา ก็ได้รับการต่อยอดมาโดยตลอด จนมาถึงซีรีส์ของ Swift รุ่นต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น 3, 5, 7

ในบทความนี้จะเป็นรีวิว Acer Swift 5 ที่เป็นโน๊ตบุ๊คที่มีน้ำหนักเบาที่สุดรุ่นหนึ่งในโลก โดยมีน้ำหนักแค่เพียง 970 กรัมเท่านั้น (หรือ 0.970 กิโลกรัม) กับมาตรฐานหน้าจอขนาด 14 นิ้วใช้พาเนลแบบ IPS เรียกได้ว่าเป็น Ultrabook รุ่นใหม่ที่น่าสนใจจริงๆ มาพร้อมชิปประมวลผล Intel สถาปัตยกรรม Kaby Lake-R รุ่นใหม่ล่าสุด อีกทั้งยังมาพร้อมกับลำโพงที่มีเทคโนโลยี Dolby Audio แบตเตอรี่สามารถใช้งานได้ยาวนานต่อเนื่องถึง 8 ชั่วโมง สนนราคาเริ่มต้นเพียง 32,990 บาทเท่านั้นเอง

VDO Review

Review – Acer Swift 5 ของโคตรดี โน้ตบุ๊คเบาที่สุดในโลก

หนักแค่ 970 กรัม Core i Gen 8 ราคาเริ่ม 32,990 บาท

Specification

สเปกของ Acer Swift 5 ถูกแบ่งออกเป็น 2 รุ่นด้วยกัน กับราคา 32,990 บาท ที่เป็นรุ่นเริ่มต้น และ 42,990 บาท ที่เป็นรุ่นท็อป โดยรุ่นเริ่มต้นจะเป็น Intel Core i5-8250U ทำงานแบบ 4 คอร์ 8 เธร์ด แรม 8GB การ์ดจอเป็นออนบอร์ด UHD 620 ตัวแรง พอเล่นเกมออนไลน์ 3 มิติได้ พร้อมฮาร์ดดสก์แบบ SSD ความจุ 256 GB หน้าจอ 14″ ความละเอียด Full HD พาเนล IPS และระบบสัมผัสทัชสกรีน ที่สำคัญได้ระบบปฏิบัติการ Windows 10 แท้พร้อมใช้งาน

อีกรุ่นที่ราคาสูงกว่าจะเป็นชิปประมวลผล Intel Core i7-8550U เพิ่ม SSD เป็นความจุ 512GB เหลือเพียงในเรื่องความเร็วและความจุในการใช้งานทั่วไปมากๆ เรียกได้ว่าสเปกนั้นใช้งานทั่วไปได้อย่างลื่นไหลไร้สะดุดแน่นอน จากชิปประมวลผลรุ่นล่าสุดตัวแรง พร้อม SSD และแรมขนาด 8GB ที่พอเพียงแล้วปัจจุบัน

สนนราคา 42,990 บาทสำหรับรุ่น Core i7 ที่เป็นตัวท็อปสุด ประกันจะเป็นแบบ 3 ปี On-site Service ซ่อมฟรีถึงบ้าน ซึ่งยังมีรุ่น Core i5 ในราคาที่ถูกลงเพียง 32,990 บาท ประกันจะเป็นแบบ 2 ปี On-site Service ซ่อมรวดเร็วภายใน 3 ชั่วโมง โดยสามารถแบ่งเป็นสเปกเต็มๆ ดังต่อไปนี้

ชมหน้าสเปกเต็มๆ ของ Acer Swift 5

Hardware / Design

Acer Swift 5 เป็นโน้ตบุ๊คที่เบามากๆ โดยมีน้ำหนักแค่ 970 กรัมออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์ผู้ใช้งานที่ชื่นชอบโน้ตบุ๊กรูปทรงกะทัดรัด พกพาง่าย ทำจากวัสดุที่แข็งแกร่งทนทาน เรียกได้ว่าถือว่าเป็นโน้ตบุ๊คขนาดหน้าจอ 14″ ที่เบาที่สุดรุ่นหนึ่งในตลาดก็ว่าได้ ส่วนความบางอาจจะไม่มาก โดยอยู่ที่ 14.58 มิลลิเมตร แต่ก็ถือว่าอยู่ในเกณฑ์ที่ดีกว่ามาตรฐานโน้ตบุ๊คพกพาอยู่ดี

บ่งบอกถึงสไตล์ผู้ใช้งาน ตัวเครื่อง Acer Swift 5 มีน้ำหนักน้อยกว่า 1 กิโลกรัม แน่นอนว่าง่ายต่อการพกพา อีกทั้ง Acer Swift 5 ยังผลิตจากวัสดุอุปกรณ์ที่ถูกคัดสรรมาเป็นอย่างดี ไม่ว่าจะเป็น ตัวฐาน บริเวณที่วางมือ และฝาครอบทำจากอะลูมิเมียนผสมแม็กนีเซียมอัลลอยด์ให้น้ำหนักเบาเป็นพิเศษแต่ก็ยังแข็งแรงและทนทาน กับสีสัน Honey Gold และ Charcoal Blue ให้เลือกซื้อ

ซึ่งนอกเหนือจากทำให้เรามั่นใจในการใช้งานที่ดูแล้วไม่แตกหักง่ายๆ ยังเสริมภาพลักษณ์ที่ดูสวยงาม หรูหรา ทั้งๆ ที่ราคาไม่แพงจนเกินไปด้วย ตามมาตรฐาน Acer ที่ปกติแล้วดีไซน์จะสวยงามแบบเรียบๆ พร้อมความทนทานที่ให้ได้มากกว่ากับตระกูล Ultrabook ระดับสูง

ส่วนอแดปเตอร์แทบไม่ต้องพกติดไปด้วย เพราะใช้งานแบตเตอรี่ได้ยาวนานประมาณ 8 ชั่วโมง นับได้ว่าเป็นการเปลี่ยนความรู้สึกแบบแต่ก่อน ที่เราต้องคอยพกพาโน้ตบุ๊คน้ำหนักกิโลกว่า หรือถ้ารวมอแดปเตอร์ด้วยก็อาจจะปาเข้าไปเป็น 2 กิโลกรัมได้เลย เพราะเบากว่าเดิมมากๆ ถือมือเดียวสบาย

ด้านล่างของตัวเครื่องถูกออกแบบมาให้ดูเรียบง่าย ด้านข้างทั้งสองด้านฝั่งผู้ใช้จะเป็นในส่วนของลำโพง ขึ้นไปที่เป็นตะแกงแถบยาวเป็นส่วนช่องดูดอากาศเย็นเข้าไปหมุนเวียนเพื่อทำความเย็นให้กับตัวเครื่องเพื่อระบายออกทางด้านหลังแทน

เรียกได้ว่า Acer Swift 5 เครื่องนี้ได้รับการใส่ใจในการออกแบบเป็นดี สำหรับตัวเครื่องฮาร์ดแวร์และดีไซน์นั้นมีความน่าประทับใจในทุกมิติจริงๆ เพราะดูแล้ว Acer ทำการบ้านมาเป็นอย่างดีกับ Ultrabook รุ่นล่าสุด ที่ราคาไม่แพงแต่ภาพลักษณ์โดยรวมนั้นทำได้เป็นอย่างดี

Keyboard / Touchpad

คีย์บอร์ดที่ติดตั้งมาให้เป็นแบบ Chiclet Keyboard ซึ่งมาพร้อมไฟ Backlit สีขาวให้ความรู้สึกหรูหราไม่เหมือนกับฝั่ง Gaming Notebook ซึ่งระยะเว้นระหว่างปุ่มพิมพ์ทำออกมาได้พอดีไม่ชิดกันมากเกินไปและระยะยุบตัวของปุ่มพิมพ์นั้นค่อนข้างดี ผิวสัมผัสของปุ่มแต่ละปุ่มนั้นให้ความรู้สึกที่ติดนิ้ว

ส่วนปุ่มเปิดเครื่องจะไปอยู่ที่มุมขวาบน สีกลืนไปกับเครื่อง ซึ่งแม้ว่าเราจะไปเผลอกดระหว่างการใช้งานก็ไม่ได้ทำให้เครื่องปิดแต่อย่างใด (ต้องกดค้างซัก 3 วินาทีถึงจะมีเมนูของ Acer ขึ้นมา) แน่นอนว่ายังมี Finger Print ติดตั้งมาให้ใช้งานร่วมกับ Windows Hello ให้พร้อมเข้าใช้งาน

ทัชแพดถูกออกแบบมาให้มีขนาดที่ใหญ่กำลังดีอยู่ในตำแหน่งที่เหมาะสมทำให้เวลาพิมพ์งานมือจะไม่เผลอไปสัมผัสกับทัชแพด โดยจะซ่อนปุ่มคลิกซ้ายและคลิกขวาเอาไว้ทำให้ดูเรียบง่ายหรูหรา จากการทดสอบแล้วทัดแพชนี้รองรับ Gesture Control ได้ดีและมีการตอบสนองที่รวดเร็วซึ่งเป็นข้อดีของการใช้งานนอกสถานที่ที่ส่วนใหญ่ต้องใช้ทัชแพดมากกว่าการใช้เม้าส์อยู่แล้ว

Screen / Speaker

Acer Swift 5 ได้หน้าจอเป็นแบบด้านรองรับการทัชสกรีนด้วยนิ้วมือปกติ ขนาด 14″ ความละเอียด Full HD หรือ 1920 x 1080 พิกเซล ที่เหมาะกับการทำงานหรือความบันเทิงแบบสุดๆ ด้วยสีสันที่สมจริงเรียบเนียมและมุมมองที่กว่า 170 องศา อีกทั้งยังมี Acer Color Intelligence เทคโนโลยีนี้จะปรับแกมม่าและความอิ่มตัวสีแบบเรียลไทม์ ช่วยปรับสี ความสว่าง และความอิ่มตัวสี โดยไม่มีภาพขาดและความอิ่มตัวของสีเกิน รองรับการทัชสกรีนช่วยในการเรื่องการนำเสนอได้อย่างลงตัว ไม่ต้องละมือไปจับทัชแพดไปมา อีกทั้งดีไซน์ขอบจอบางเฉียบ เพื่อเติมเต็มประสบการณ์การรับชมอย่างสมบูรณ์แบบ

การทดสอบประสิทธิภาพหน้าจอของ Acer Swift 5 ที่เป็นโน้ตบุ๊คที่ใช้หน้าจอพาเนล IPS ทางทีมงานเลยถือโอกาสทดสอบหน้าจอแบบละเอียดๆ ด้วยเครื่องมือที่เป็นทั้งซอฟต์แวร์และฮาร์ดแวร์อย่าง Spyder5Elite พร้อมทั้งคาลิเบรทหน้าจอให้สีสันมีความตรงความเป็นจริงมากที่สุด ซึ่งเมื่อคาลิเบรตแล้วเราก็เลือกโปรไฟล์ที่เราได้คาลิเบรทเอาไว้ ผลที่ได้หลังจากที่คาลิเบรทก็คือคอนทราสต์มีการไล่โทนที่กว้างขึ้น รวมไปถึงมีสีสันและอุณหภูมิสีที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างชัดเจน จากโทนเย็นกลายเป็นโทนอุ่น

โดยให้ขอบเขตความกว้างของสีสันเทียบเท่ากับมาตรฐาน sRGB ที่ 95% ดูจากที่เส้นสีของหน้าจอจะเป็นสีเหลืองอมแดง เรียกได้ว่าให้ประสิทธิภาพเรื่องของสีสันธรรมดาในเกณฑ์ทั่วไป ความสว่างหน้าจอสูงสุดอยู่ที่ประมาณ 220 cd/m2 ซึ่งจัดได้อยู่ในเกณฑ์ค่อนข้างดีเลยทีเดียว เอาไปทำงานข้างนอกสบายๆ เหมาะกับผู้ที่ใช้งานด้านตกแต่งภาพที่ต้องการความเที่ยงตรงของสีเป็นหลักได้สบายๆ

ต่อกันที่วัดความสว่างของหน้าจอตามตำแหน่งต่างๆ โดยแบ่งเป็น 9 ช่อง เทียบจากช่องกลางที่ปกติแล้วจะให้ความสว่างที่มากที่สุด ที่จะเห็นได้ว่าตรงกลางหน้าจอมีค่า 0% ก็คือแสดงความสว่างได้เต็มที่ แต่สำหรับขอบจอด้านขอบซ้ายกลางที่ลดลงไปที่ระดับ 11% ทำให้ต้องใช้งานอย่างระมัดระวังสำหรับคนที่บังเอิญจำเป็นต้องใช้งานภาพถ่าย หรืองานกราฟิกอื่นๆ ปิดท้ายด้วยคะแนนรวม 4.0 คะแนนถือว่าอยู่ในเกณฑ์กลางๆ มาตราฐานทั่วไป เหมาะสำหรับคนเอามาดูหนังฟังเพลง เล่นเกม เพราะมีค่า Contrast ที่สูงมากๆ

ในส่วนของลำโพงที่ติดตั้งมาเป็นแบบสเตอริโอ มาพร้อมระบบเสียง Dolby Home Theater และ Acer TrueHarmony โดยเป็นลำโพงขนาดเล็กอยู่ทางด้านล่างฝั่งผู้ใช้มุมซ้ายและขวาของตัวเครื่องอัดลงพื้นให้สะท้อนขึ้น จากการทดสอบลำโพงพบว่าเสียงที่ออกมาค่อนข้างดีน่าประทับใจ แยกรายละเอียดได้ในระดับหนึ่ง ถือได้ว่ามีเสียงที่ดังชัดเจน โดยเน้นไปโทนกลางเป็นหลักตามสไลต์ลำโพงจากโน้ตบุ๊กทั่วไป นอกจากนี้ยังมีเสียงที่ค่อนข้างดังกว่าโน้ตบุ๊คทั่วไปอีกด้วย

Connector / Thin And Weight

Acer Swift 5 ที่ทั้งบางและเบามากๆ เพียงแค่เอากระดาษ A4 ม้วนแล้วใช้คลิปหนีบกระดาษติดไว้ ก็สามารถวางเครื่องลงไปได้อย่างเหลือเชื่อ โน้ตบุ๊คที่มีพอร์ตการเชื่อมต่อครบครับระดับนึง แต่เรื่องพอร์ตการเชื่อมต่อต่างๆ นั้น ก็มีมาให้มากพอทีเดียว ไม่ว่าจะเป็น USB 3.0 (2 ช่อง) และ HDMI พร้อมช่องต่อหูฟังขนาดมาตรฐาน ที่สำคัญยังให้พอร์ตที่ทันสมัยอย่าง USB 3.1 Type-C อีกด้วย โดยรวมแล้วต้องบอกว่าพอเพียงสำหรับการใช้งานทั่วไปทีเดียว สำหรับโน้ตบุ๊คที่เน้นการใช้งานนอกสถานที่

ขนาดของตัวเครื่องและสายชาร์จ เมื่อเทียบกับขนาดของโน้ตบุ๊คหน้าจอ 14 นิ้วทั่วไปถือได้ว่ามีมิติที่พอๆ กัน ส่วนน้ำหนักตัวเครื่องเปล่านั้น อยู่ที่ 970 กรัมเท่านั้น ซึ่งตรงนี้ต้องบอกว่านอกจากตัวเครื่องที่บางเบาแล้ว ในส่วนของอแดปเตอร์เองก็มีขนาดที่เล็กและเบามากๆ เทียบได้ก็พอๆ กับอแดปเตอร์ของสมาร์ทโฟนเท่านั้นเองเมื่อรวมกับตัวอแดปเตอร์ไซส์เล็กเข้าไปด้วย ก็จะมีหนักไม่ถึง 1.1 กิโลกรัม แน่นอนว่าตอบสนองในเรื่องของการพกพาไปนอกสถานที่ได้อย่างเต็มรูปแบบ สมกับเป็นโน้ตบุ๊คบางเบาอีกรุ่นหนึ่ง

Performance / Software

Acer Swift 5 เครื่องรีวิวนี้มาพร้อมกับชิปประมวลผลจาก Intel Core i5-8250U ซึ่งเป็นชิปประมวลผลใช้พลังงานไฟต่ำมาก มีความเร็วในการประมวลผลอยู่ที่ 1.6 GHz แต่สามารถเร่งประสิทธิภาพขึ้นไปได้สูงสุดถึง 3.4 GHz นะครับ เป็นซีพียูแบบ 4 Core 8 Threads ที่เพียงพอสำหรับการใช้งานทั่วไป หรือถ้างานที่ต้องประมวลผลหนักก็รองรับได้อย่างสบายๆ

เทียบกับรุ่นก่อนเรียกได้ว่าแรงขึ้นพอตัวเพราะ Core เยอะขึ้น แม้ก็ต้องยอมรับว่าอาจจะสู้กพวก Core i5 ตัวซีรีย์ H ไม่ได้ตรงๆ แต่เรื่องประหยัดพลังงานนั้นไม่เป็นรองใครอย่างแน่นอน มาพร้อมแรมภายในขนาด 8GB DDR4 ที่สามารถขับเคลื่อนระบบปฏิบัติการ Windows 10 ลิขสิทธิ์ที่มีมาให้แบบสบาย

กราฟิกการ์ดเป็นแบบออนบอร์ดอย่าง Intel UHD Graphics 620 ที่ให้พลังในการประมวลผลที่ดีในระดับหนึ่ง อย่างในเรื่องของกราฟิก 2 มิตินั้นก็รองรับได้อย่างสบายๆ หรือถ้าเป็น 3  มิติก็ต้องบอกว่ารองรับการทำงานได้ในระดับเบื้องต้นเท่านั้น แต่เอาเข้าจริงๆ ก็สนับสนุนการเล่นเกมได้ในระดับนึงเหมือนกัน ที่โดยรวมแล้วให้ประสิทธิภาพการทำงานที่ดีกว่า Intel HD Graphics 620 รุ่นก่อนหน้าแน่นอน เพราะอย่างน้อยๆ ก็รองรับการทำงานกับหน้าจอความละเอียดสูงได้แบบไม่มีปัญหา

สำหรับโปรแกรมทดสอบ CINEBENCH ที่เน้นในเรื่องของพลังชิปประมวลผล คะแนนก็อยู่ในระดับที่น่าพอใจ เปรียบเทียบกับชิปประมวลผลที่เป็นรหัส U รุ่นก่อนหน้าแล้ว ก็ทำได้ดีกว่าเล็กน้อย รวมไปถึงตัวกราฟิกการ์ดเองก็มีประสิทธิภาพสูงขึ้น เรียกได้ว่าตอบโจทย์ในส่วนของงานประมวลผลหนักๆ ได้อย่างสบายๆ ไม่น่าเป็นห่วงนัก

ตัวเก็บข้อมูลของเครื่องที่เลือกใช้เป็น SSD แบบ M.2 SATA3 ที่ความจุ 256GB ก็ทำคะแนนออกมาได้อย่างรวดเร็วเป็นที่น่าพอใจ กับความเร็วระดับ Read: 532 MB/s – Write: 494 MB/s ยิ่งเมื่อนำไปใช้เทียบกับฮาร์ดไดร์ฟแบบจานหมุนหรือแบบลูกผสมอย่าง SSHD แล้วละก็จะเห็นถึงประสิทธิภาพทั้งในด้านการทดสอบและในด้านการใช้งานจริงที่แตกต่างกันอย่างเห็นเห็นได้ชัด

การทดสอบประสิทธิภาพกับโปรแกรม PCMark 10 Advance ซึ่งสามารถทำคะแนนการทดสอบรวมได้มากถึง 3,333 คะแนน ถือได้ว่าในส่วนของการใช้งานทั่วไปโดยรวมนั้นสอบผ่านแบบสบายๆ ทั้งในส่วนของการเล่นเว็บไซต์ งานเอกสาร งานตกแต่งรูปภาพ รวมถึงงานตัดต่อวิดีโอ ที่แม้ว่าเป็นโน้ตบุ๊คการ์ดจอแยก ซึ่งถ้ามีคะแนนพุ่งเยอะกว่านี้แน่นอนครับ

อีกเกมหนึ่งที่โดยส่วนตัวเล่นเป็นประจำอย่าง DOTA 2 และ Overwatch ก็จัดการทดสอบให้ด้วยเช่นกัน โดยทั้งนี้การตั้งค่าความละเอียดของภาพก็อยู่ที่ Native 1920 x 1080 พิกเซล สำหรับรายละเอียดภาพอื่นๆ ก็เรียกได้ว่าปรับสุด Best Looking เลยสำหรับ DOTA 2 ส่วน Overwatch จะเป็นปรับแบบ Midium โดย Rendering 100% ผลที่ได้ออกมาก็คือสามารถเรนเดอร์ได้อย่างไหลลื่นในระดับ พูดตรงๆ ก็คือพอจะเล่นได้สำหรับเกมออนไลนท์เกมนี้ ส่วนเกมอื่นๆ ที่ไม่เกินทรัพยากรเท่าอย่าง CS:GO หรือ Point Blank รวมไปถึงเกมออนไลน์อื่นๆ ก็น่าจะเล่นได้ลื่นๆ อย่างแน่นอน

นอกจากนี้ทาง Acer เองเองก็ยังมีในส่วนของซอต์ฟแวร์ที่จะเป็นตัวช่วยในการใช้งานของเราอีกด้วยอย่าง Acer Care Center (ต้องดาวน์โหลดมาเพิ่มเอง) ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของสเปกภายใน หรือเช็คสถานะการทำงานส่วนต่างๆ ของเครื่อง รวมไปถึงยังสามารถ ตรวจเช็คสถานะเครื่องกับข้อมูลแคชต่างๆ ก็ทำการลบทิ้งได้ตรงนี้เลย หรือเช็คอัพเดทซอฟ์ตแวร์และไดร์เวอร์ต่างๆ ของเครื่องก็สามารถทำผ่านตรงนี้ได้เช่นกัน ที่สำคัญถ้าใครต้องการ Backup หรือ Recovery ข้อมูลภายในก็จัดการได้เลย

Battery / Heat / Noise

แบตเตอรี่ของ Acer Swift 5 เป็นแบบฝังไว้ในเครื่องเหมือนกับโน้ตบุ๊คหลายรุ่น ที่ความจุ 4090mAh โดยสามารถทำงานต่อเนื่องยาวนานได้ราวๆ 8 – 9 ชั่วโมงต่อเนื่องในการใช้งานแบบปกติ (ดูภาพยนตร์และเล่นอินเตอร์เน็ต) และคาดว่าจะระยะเวลาการใช้งานแบตเตอรี่จะเปลี่ยนแปลงตามการใช้งานของแต่ละคน โดยอาจจะขึ้นอยู่กับหลายๆ ตัวแปร ส่วนช่องระบายความร้อนของ Acer Swift 5 จะอยู่ด้านบนของฐานเครื่องบริเวณขาพับจอ โดยออกแบบให้ซ่อนตัวเอาไว้ด้านหลังติดกับกรอบอะลูมิเนียมของจอ ถึงพับจอก็ไม่เห็นช่องระบายความร้อนเลย

อุณหภูมิปกติของเครื่องจะอยู่ที่ 40 องศาเซลเซียส แต่พอรีดประสิทธิภาพเต็มที่จะเห็นว่าเครื่องจะร้อนที่สุดเพียง 87 องศาเซลเซียสเท่านั้น นับว่าระบบระบายความร้อนของ Acer Swift 5 เครื่องนี้ทำออกมาได้ดี โดยสามารถจัดการระบบระบายความร้อนออกมาอย่างน่าประทับใจ ซึ่งนั่นน่าจะเป็นเพราะชุดระบายความร้อนจาก Acer ที่ดี และชิปประมวลผล Intel รุ่นล่าสุดที่มีมีเทคโนโลยีการผลิตที่เล็กลง แต่ก็มีข้องสังเกตว่าความเร็วการทำงานจะลดลงเกือบครึ่งเหมือนความร้อนไปแตะในระดับที่สูงจนเกินไป ยังไงตรงนี้ก็เป็นเรื่องของระบบการประหยัดพลังงานของชิปประมวลผลด้วย

Conclusion / Award

สำหรับราคาของ Acer Swift 5 ถือว่าไม่แพงเลย เมื่อเทียบกับสิ่งที่ได้ ไม่ว่าจะเป็น ความเบา งานประกอบ วัสดุ สเปก และฟีเจอร์อื่นๆ สนนราคาเริ่มต้นที่ 32,990 บาท และ 42,990 บาท ที่จะว่ากันตามจริง ซื้อเพียงรุ่นเริ่มต้นก็เหลือๆ ในการใช้งานทั่วไปแล้วล่ะ โดยเมื่อเทียบกับหลายๆ แบรนด์โน้ตบุ๊คในรุ่นที่ใกล้เคียงกัน

จะเห็นว่า Acer Swift 5 ได้อะไรที่เหนือกว่าโน้ตบุ๊คหลายๆ รุ่นด้วยกัน ทั้งความเบาอย่างที่สุด ราคาที่คุ้มค่า และประกันที่ On-site Service ซ่อมฟรีถึงบ้าน สูงสุดถึง 3 ปีด้วยกันในรุ่นท็อป ส่วนรุ่นเริ่มต้นจะเป็นแบบ 2 ปี On-site Service ทำให้กรณีที่เครื่องมีปัญหา แค่โทรไปก็จะมีเจ้าหน้าที่ Acer มาจัดการให้ถึงหน้าบ้านทีเดียว ไม่ต้องเสียเวลาไปเคลมแบบเดิมๆ อีกต่อไป

ที่สำคัญ Acer Swift 5 ได้นำเทคโนโลยีเชื่อมต่อไร้สาย Wi-Fi มาตรฐาน 802.11ac พร้อมรองรับ MU-MIMO มาติดตั้ง ส่งผลให้เรานั้นจะได้สัมผัสกับความสามารถของระบบไร้สายในระดับที่แรงอย่างจริงจัง ที่มาพร้อมความเร็วในการดาวน์โหลดสูงสุดถึง 866 Mbps เลยทีเดียว พูดๆ ง่ายคือแรงกว่าเดิมถึง 2 เท่า ซึ่งช่วยให้เราได้สัมผัสการใช้งาน Wi-Fi ดีกว่าที่เคย และไม่พลาดทุกการเชื่อมต่ออย่างแน่นอน ไม่ว่าจะเป็นการเล่นอินเตอร์เน็ต การเล่นเกม การสตรีมข้อมูล รวมถึงการดาวน์โหลดไฟล์ต่างๆ

ที่สำคัญ Acer Swift 5 มีระบบปฏิบัติการ Windwos 10 ติดตั้งมาให้พร้อมใช้งานทันที สนนราคาต่อสเปกต่อสิ่งที่ได้ทั้งหมดแล้วก็ถือว่าราคาไม่แพงเลย เหมาะสำหรับคนทำงานพนักงานออฟฟิศหรือนักเรียนนักศึกษาที่ต้องการโน้ตบุ๊คบางเบาที่สุด ที่เน้นใช้งานทั่วไปให้ประสิทธิภาพพอตัว แต่พกพาไปที่นู้นที่นั่นบ่อยๆ ซึ่งรองรับการทำงานได้ยาวนานกว่าโน้ตบุ๊คปกติ ทำให้เราสามารถพกพาไปใช้งานนอกสถานที่ได้อย่างสบายๆ แต่ประสิทธิภาพก็คงจะสู้โน้ตบุ๊คที่เน้นความคุ้มค่าต่อประสิทธิภาพอย่าง Acer Nitro 5 ไม่ได้ในราคาที่ใกล้เคียงกัน

ปิดท้ายว่าแล้วจะซื้อ Acer Swift 5 รุ่นไหนดีล่ะ ราคาห่างกันที่ 10,000 บาท ส่วนอื่นๆ ที่แตกต่างกันก็คือ ชิปประมวลผล Core i5 / Core i7 และ SSD ความจุ 256GB / 512GB รวมไปถึงประกันที่ 2 ปี / 3 ปี ก็บอกได้เลยว่า งบถึงตัวไหนซื้อตัวนั้น เพราะจริงๆ แล้วรุ่น Core i5 ก็ถือว่าให้ความคุ้มค่าที่ดีพอตัวแล้ว ใช้งานได้ลื่นไหลแน่นอน แต่ถ้าเพิ่มอีก 10,000 บาท ได้เป็นรุ่น Core i7 ก็ถือว่าเป็นการซื้อความแรงความจุและประกัน ที่มีความคุ้มค่าไม่แพ้กันเช่นกัน

จุดเด่น

  • มีดีไซน์ที่สวยงามเป็นเอกลักษณ์ตามสไตล์ Swift 5 มีความหรูหราสมราคา
  • วัสดุทำจากอลูมิเนียมตลอดทั้งตัวเครื่องที่มีความแข็งแรง งานประกอบดูแน่นหนา
  • น้ำหนักเบาพกพาสะดวกเหมาะสำหรับคนที่ชอบนำไปใช้งานนอกสถานที่บ่อยๆ
  • สเปกโดยรวมให้ประสิทธิภาพการทำงานที่ลื่นไหลรวดเร็ว มีการ์ดจอแยกเล่นเกมได้
  • ฮาร์ดดิสก์ SSD M.2 SATA 3 มีความรวดเร็วในการใช้งานมาก
  • หน้าจอความละเอียด Full HD พาเนล IPS สีสันสวยงามเนียนตา พร้อมทัชสกรีน
  • ติดตั้ง Wi-Fi มาตรฐาน 802.11ac พร้อมรองรับ MIMO
  • ติดตั้ง USB 3.1 Type-C กับพอร์ตมาตรฐานใหม่
  • มีระบบปฏิบัติการ Windows 10 ติดตั้งมาให้ทันที
  • แบตเตอรี่อยู่ได้นานสามารถใช้งานติดต่อกันได้สูงสุด 8 ชั่วโมง
  • ประกัน 2 – 3 ปี ส่งศูนย์ซ่อมไวใน 3 ชั่วโมง

ข้อสังเกต

  • ไม่สามารถอัพเกรดอุปกรณ์ต่างๆเพิ่มเติมได้ ตามสไตล์ Ultrabook
  • น่าจะมีอแดปเตอร์แปลงเป็นพอร์ตอื่นๆ มาให้ด้วย

Award

โดยในครั้งนี้จะเป็นการเปรียบเทียบการให้รางวัลกับเครื่องในกลุ่มของโน้ตบุ๊กขนาดหน้าจอ 14 นิ้วด้วยกัน ซึ่ง Acer Swift 5 ก็ได้รางวัลต่างๆ ดังนี้


Best Design

นับได้ว่าเป็นอีกหนึ่งจุดเด่นของ Acer Swift 5 ในเรื่องของดีไซน์การออกแบบมที่ไม่เหมือนใคร รวมถึงมีเอกลักษณ์โดดเด่นเฉพาะตัว ด้วยการที่ตัวเครื่องมีความบางและน้ำหนักเบาเป็นพิเศษ ที่เชื่อได้เลยว่าทาง Acer ได้ใส่ใจในส่วนของรายละเอียดนี้เป็นอย่างมาก ประกอบกับวัสดุหลักในการผลิตยังใช้เป็นอลูมิเนียมที่ให้ในเรื่องของความแข็งแรงทนทาน และยังบ่องบอกได้ถึงความสวยงามหรูหราอีกด้วย ฉะนั้นในเรื่องของรางวัล Best Design ทำให้ได้ไปอย่างไม่ยากเย็น

award_use_2_create_12

Best Value

ถึงแม้ Acer Swift 5 จะไม่ใช่โน้ตบุ๊คที่มีสเปคที่ดีที่สุด แต่ถือว่าเป็นโน้ตบุ๊คราคาประมาณสามหมื่นบาทต้นๆ ที่คุ้มค่าที่สุดรุ่นหนึ่ง ด้วยราคาขาย 32,990 บาท ที่มาพร้อมสเปคอย่าง Core i5 – Core i7 Gen 8 รวมถึงมีแรม 8GB DDR4 และฮาร์ดดิสก์แบบ SSD ความจุ 256GB แถมมีสแกนลายนิ้วมือ พร้อมดีไซน์แบบฉบับโน้ตบุ๊คบางเบา เหมาะกับการใช้งานทั่วไปเน้นพกพาแบบสุดๆ เรียกได้ว่าหาได้ยากสำหรับโน้ตบุ๊คแบบนี้ ที่สำคัญประกันยังมีระยะถึง 2 – 3 ปี แบบ On-stie Service เราจึงมอบรางวัล Best Value ไปให้เลยอย่างไม่ต้องสงสัย

Best Mobility

สำหรับ Acer Swift 5 ที่มีความบางเพียง 14.58 มิลลิเมตร และมีความหนักเพียง 970 กรัม นั้น จัดได้ว่าเป็นโน้ตบุ๊กที่มีน้ำหนักเบามากๆ แน่นอนว่าจะไม่เป็นภาระในการนำออกไปใช้งานนอกสถานที่ และความบางของตัวเครื่องก็ยังมีความบางเฉียบ เหนือกว่าโน้ตบุ๊คในกลุ่มขนาดหน้าจอ 14 นิ้วด้วยกันในหลายๆ ตัว และสำหรับระยะเวลาในการใช้งานแบตเตอรี่ก็ถือได้ว่ามีความน่าประทับใจที่สูงสุด 8-9 ชั่วโมง จึงได้รางวัลในส่วนนี้ไปไม่ยากนัก

award_use_2_create_23

© Copyright - Notebookspec.com All Rights