Home » 1.Acer Reviews

Review – Acer Swift 3 บางเบาบอดี้โลหะ จอ 14″ Full HD IPS แบต 10 ชั่วโมง สเปกคุ้มค่า ราคาแค่ 13,990 บาท

18 Jun 19 - By l

Acer Swift 3 ปี 2019 จัดได้ว่าโน้ตบุ๊คบางเบาดูดีเกินราคา ด้วยดีไซน์และการออกแบบที่โดดเด่นสวยงาม อีกทั้งยังมาพร้อมวัสดุคุณภาพสูง ในรุ่นนี้มีราคาแค่หมื่นบาทต้นๆ เท่านั้น เรียกว่าได้ว่าถูกกว่า Acer Swift 3 รุ่นก่อนๆ ที่ราคา 2 – 3 หมื่นบาทพอตัว เป็นผลมาจากทาง Acer ได้พัฒนาในส่วนของโน้ตบุ๊คที่เน้นการพกพามาโดยตลอด ซึ่งเป็นแบรนด์แรกที่นำเสนอโน้ตบุ๊ครูปแบบใหม่อย่าง Ultrabook มาสู่ท้องตลาดกับ Acer Aspire S3 ซึ่งที่ผ่านมา ก็ได้รับการต่อยอดมาโดยตลอด อย่างในส่วนของตระกูล Aspire S Series และล่าสุดจะเป็นตระกูล Swift 1, 3, 5 และ 7

โดยช่วงกลางปี 2019 นี้ทาง Acer ก็พร้อมแล้วที่จะนำเสนอโน้ตบุ๊คบางเบาดูดีแต่ราคาย่อมเยาคุ้มค่าที่สุดอย่าง Acer Swift 3 รุ่นใหม่ล่าสุด สเปกก็ขับเคลื่อนด้วยชิปประมวลผล Intel Pentium Gold 4417U ที่ได้ประสิทธิภาพการทำงานที่ดีใกล้เคียงกับ Core i3 มาพร้อมกับแรมขนาด 4GB DDR4 และ SSD 256GB ความเร็วสูง มี Windows 10 แท้ จอ 14″ Full HD IPS มีสแกนลายนิ้วในตัว สนนราคาที่ 13,990 บาทเท่านั้น เทียบกับคู่แข่งแล้ว จ่ายมากกว่าแค่ 1,000 เดียว แต่คุ้มกว่า !!!

Specification

Acer Swift 3 จริงๆ แล้วมีอยู่หลากหลายรุ่นด้วยกัน ทั้ง Intel Core i รวมไปถึง AMD Ryzen แต่ในรุ่นที่แอดมินโป้งได้มารีวิวนี้เป็นสเปกใหใ่ล่าสุดอย่าง ชิปประมวลผล Intel Pentium Gold 4417U (Kaby Lake R) ทำงานแบบ 2 คอร์ 4 เธร์ด ด้วยความเร็วนาฬิกาที่ 2.3GHz มีค่าที่ TDP อยู่ที่ 15Watt เท่านั้น ประสิทธิภาพเทียบเคียงกับ Core i3-7020U ทีเดียว ส่วนการ์ดจอเป็น Intel HD 610 ให้กำลังในการประมวลผลกราฟิกที่พอเพียงในการใช้งานทั่วไป แรมให้มาขนาด 4GB DDR4 แบบฝังบอร์ด โดยเป็นรุ่นประหยัดพลังงานพิเศษ ทำให้กินไฟต่ำใช้งานได้ยาวนาน

หน้าจอขนาด 14 นิ้ว บนความละเอียดมาตรฐาน 1920 x 1080 พิกเซล ซึ่งเป็นแบบหน้าจอด้าน พาเนลเป็น IPS คุณภาพดี แรมภายในเครื่องมีมาให้ขนาด 4GB แบบ DDR4 ส่วนฮาร์ดดิสก์แบบ SSD NVMe M.2 มีความจุ 256GB ซึ่งรองรับการใช้งานได้อย่างสบายๆ ติดตั้ง Windows 10 ใช้งานได้ทันที นอกจากนี้ยังมีการเชื่อมต่อครบครันด้วยพอร์ตต่างๆ

อาทิ USB 3.1 Type-A, USB 3.1 Type-C, HDMI, Card Reader, Wi-Fi และ Bluetooth แน่นอนว่ายังมีกล้องหน้าความละเอียด 1.3 ล้านพิกเซล ส่วนน้ำหนักตัวเครื่อง 1.5 กิโลกรัม ที่สำคัญยังติดตั้งระบบสแกนลายนิ้วมือให้ด้วย สนนราคาของ Acer Swift 3 ปี 2019 เครื่องนี้เพียง 13,990 บาท พร้อมการรับประกันถึง 2 ปีเต็มอีกด้วย

Hardware / Design

Acer Swift 3 ปี 2019 เครื่องนี้ใช้วัสดุประกอบหลักเป็นอะลูมิเนียมอัลลอยด์คุณภาพดีที่ทั้งตัวเครื่องให้ความบางเบาแต่แข็งแรง เรียกได้ว่าได้รับการพัฒนาต่อยอดจากโน้ตบุ๊คบางเบาของทาง Acer ได้เป็นอย่างดี ส่งผลให้ดีไซน์โดยรวมดูแล้วมีความเรียบหรูกว่าราคาไปมาก โดยมาพร้อมกับบางเพียง 18.7 มิลลิเมตร และมีน้ำหนักเพียง 1.5 กิโลกรัมเท่านั้น ถือได้ว่าเป็นโน้ตบุ๊คหน้าจอขนาด 14 นิ้ว ที่บางเบาที่สุดรุ่นหนึ่ง กับราคาแค่หมื่บาทต้นๆ เทียบกับแบรนด์อื่นๆ ถือว่าน่าประทับใจทีเดียว

จากการที่ฝาหลังเป็นวัสดุอลูมิเนียมอัลลอยด์ที่ให้ผิวสัมผัสที่ดีมีความพรีเมียมกว่าโน้ตบุ๊คทั่วไป พร้อมโลโก้ Acer ตามมาตรฐาน สำหรับขอบตัวเครื่องมีความโค้งมนเพื่อความสวยงาม ส่วนด้านในก็จะเป็นอลูมิเนียมที่ดูหรูหรา ตัดกับคีย์บอร์ดสีดำยิ่งให้ความสวยงามและโดดเด่น โดยตัวบานพันเป็นแบบแถวยาวแถวเดียวให้ความแข็งแรงทนทานรวมไปถึงยังสามารถกางได้ 180 องศาด้วย ส่วนด้านล่างของตัวเครื่องถูกออกแบบมาให้ดูเรียบง่าย ด้านข้างทั้งสองด้านฝั่งผู้ใช้จะเป็นในส่วนของลำโพง

โดยจากสติ๊กเกอร์ฟีเจอร์ที่แปะไว้เอาไว้ บอกว่าสามารถใช้งานได้ยาวนานสูงสุดที่ 12 ชั่วโมงด้วยกัน รวมไปถึงยังมีฟีเจอร์อื่นๆ อีก ไม่ว่าจะเป็น มีฟีเจอร์สแกนลายนิ้วมือ ไว้ใช้งานร่วมกับ Windows Hello เพื่อเข้าใช้งาน, ขอบหน้าจอบางเฉียบตามาตรฐานโน้ตบุ๊คที่ดี ได้หน้าจอพาเนล IPS สีสันสวยงามสมจริง ให้อารมณ์เดียวกับโน้ตบุ๊คระดับไฮเอนด์ทีเดียว

สรุปสำหรับตัวเครื่องฮาร์ดแวร์และดีไซน์การออกแบบของ Acer Swift 3 ปี 2019 นั้นมีความน่าประทับใจมากๆ ในทุกมิติ เมื่อเทียบกับราคาแค่หมื่นบาทต้นๆ ดูแล้ว Acer ทำการบ้านมาเป็นอย่างดีกับโน้ตบุ๊คบางเบาราคาคุ้มค่า แต่ภาพลักษณ์โดยรวมนั้นทำได้เป็นอย่างดีน่าประทับใจ โดยเหมาะมากๆ สำหรับนักเรียนนักศึกษาที่ต้องการโน้ตบุ๊ค หรือคนทำงานพนักงานออฟฟิศ ที่เน้นใช้งานทั่วไปให้ประสิทธิภาพพอตัว แต่พกพาไปที่นู้นที่นั่นบ่อยๆ ซึ่งรองรับการทำงานได้ยาวนานกว่าโน้ตบุ๊คปกติ ทำให้เราสามารถพกพาไปใช้งานนอกสถานที่ได้อย่างสบายๆ

Keyboard / Touchpad

คีย์บอร์ดที่ติดตั้งมาใน Acer Swift 3 ปี 2019 เป็นแบบ Chiclet Keyboard ซึ่งระยะเว้นระหว่างปุ่มพิมพ์ทำออกมาได้พอดีไม่ชิดกันมากเกินไปพร้อมมีไฟคีย์บอร์ด อย่างที่หาไม่ได้ในโน้ตบุ๊คช่วงราคานี้ ผิวสัมผัสของปุ่มแต่ละปุ่มนั้นให้ความรู้สึกที่ติดนิ้ว ส่งผลให้พิมพ์ได้อย่างสะดวกไม่แพ้คีย์บอร์ดของโน้ตบุ๊ครุ่นอื่นๆ เลย ส่วนปุ่มเปิดเครื่องจะไปอยู่ที่มุมขวาบน สีกลืนไปกับเครื่อง ซึ่งแม้ว่าเราจะไปเผลอกดระหว่างการใช้งานก็ไม่ได้ทำให้เครื่องปิดแต่อย่างใด (ต้องกดค้างซัก 3 วินาทีถึงจะมีเมนูของ Acer ขึ้นมา) ส่วนสแกนลายนิ้วมืออยู่บริเวณมุมขวาล่างของแป้นคีย์บอร์ด

ทัชแพดถูกออกแบบมาให้มีขนาดที่ใหญ่กำลังดี โดยจะซ่อนปุ่มคลิกซ้ายและคลิกขวาเอาไว้ทำให้ดูเรียบง่ายหรูหรา จากการทดสอบแล้วทัดแพชนี้รองรับ Gesture Control ได้ดีและมีการตอบสนองที่รวดเร็ว นอกจากนี้ Acer Swift 1 ยังมีฟีเจอร์สแกนลายนิ้วมือแบบใหม่ที่เพียงแตะเท่านั้น คล้ายๆ ใช้งานพวกสมาร์ทโฟน ซึ่งถือว่าเป็นอะไรที่เจ๋งมากๆ สำหรับโน้ตบุ๊คราคาคุ้มค่าแบบนี้

Screen / Speaker

Acer Swift 3 ปี 2019 ได้ติดตั้งหน้าจอขนาด 14 นิ้ว ความละเอียดระดับ Full HD ที่ 1920×1080 พิกเซล พาเนล IPS ให้คุณภาพด้านสีสันที่ดีกว่ามาตรฐานเหมือนกับโน้ตบุ๊คทั่วไป ส่วนหน้าจอเป็นแบบด้าน ซึ่งส่งผลให้ลดสะท้อนแสงพอสมควรถ้าอยู่ในที่สว่างมากๆ พร้อมด้วยเทคโนโลยี Acer Color Intelligence ที่จะจะปรับแกมม่าและความอิ่มตัวสีแบบเรียลไทม์ ช่วยปรับสี ความสว่าง และความอิ่มตัวสี จากการใช้งานจริงอยู่ในเกณฑ์ที่น่าพอใจทีเดียวสำหรับโน้ตบุ๊คราคานี้

การทดสอบประสิทธิภาพหน้าจอของ Acer Swift 3 ปี 2019 ที่เป็นโน้ตบุ๊กที่ใช้หน้าจอพาเนล IPS ที่ดีกว่า TN แน่นอน แต่เพื่อการีวิวจำเป็นต้องทดสอบหน้าจอแบบละเอียดๆ ด้วยเครื่องมือที่เป็นทั้งซอฟต์แวร์และฮาร์ดแวร์อย่าง Spyder5Elite พร้อมทั้งคาลิเบรทหน้าจอให้สีสันมีความตรงความเป็นจริงมากที่สุด ซึ่งเมื่อคาลิเบรตแล้วเราก็เลือกโปรไฟล์ที่เราได้คาลิเบรทเอาไว้ ผลที่ได้หลังจากที่คาลิเบรทก็คือคอนทราสต์มีการไล่โทนที่กว้างขึ้น รวมไปถึงมีสีสันและอุณหภูมิสีที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างชัดเจน จากโทนเย็นกลายเป็นโทนอุ่น

โดยให้ขอบเขตความกว้างของสีสันเทียบเท่ากับมาตรฐาน sRGB ที่ 61% ส่วน AdobeRGB ที่ 46% ดูจากที่เส้นสีของหน้าจอจะเป็นสีแดง เรียกได้ว่าให้ประสิทธิภาพเรื่องของสีสันแค่พอใช้เท่านั้น ความสว่างหน้าจอสูงสุดอยู่ที่เกือบๆ 220 cd/m2 ซึ่งจัดได้ว่าอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานความสว่างของหน้าจอในโน้ตบุ๊กราคาระดับนี้ คือเพียงพอต่อการใช้งานทั่วๆ ไป หรือจะเอาไปทำภาพกราฟิกหรือตกแต่งภาพที่เน้นความเที่ยงตรงก็ดีกว่าพาเนล TN แน่นอน

ต่อกันที่วัดความสว่างของหน้าจอตามตำแหน่งต่างๆ โดยแบ่งเป็น 9 ช่อง เทียบจากช่องกลางที่ปกติแล้วจะให้ความสว่างที่มากที่สุด ที่จะเห็นได้ว่ามุมขวาบนหน้าจอเป็น 0% ก็คือแสดงความสว่างได้เต็มที่ แต่สำหรับขอบจอมุมล่างขวาจะมีแสงสว่างที่ลดลงไปถึงระดับ 23% เลยทีเดียว ในการทดสอบก็เพื่อให้เราใช้งานอย่างระมัดระวังสำหรับคนที่บังเอิญจำเป็นต้องใช้งานภาพถ่าย หรืองานกราฟิกอื่นๆ ปิดท้ายด้วยคะแนน 3.5 เมื่อทดสอบด้านการแสดงผลต่างๆ ทั้งหมดแล้ว ผ่านทางอุปกรณ์ Spyder5Elite

ในส่วนของลำโพงที่ติดตั้งมาเป็นแบบสเตอริโอ มาพร้อมระบบเสียง Dolby Home Theater และ Acer TrueHarmony โดยเป็นลำโพงขนาดเล็กอยู่ทางด้านล่างฝั่งผู้ใช้มุมซ้ายและขวาของตัวเครื่องอัดลงพื้นให้สะท้อนขึ้น จากการทดสอบลำโพงพบว่าเสียงที่ออกมาค่อนข้างดีน่าประทับใจ แยกรายละเอียดได้ในระดับหนึ่ง ถือได้ว่ามีเสียงที่ดังชัดเจน โดยเน้นไปโทนกลางเป็นหลักตามสไลต์ลำโพงจากโน้ตบุ๊กทั่วไป นอกจากนี้ยังมีเสียงที่ค่อนข้างดังกว่าโน้ตบุ๊คทั่วไปอีกด้วย

Connector / Thin And Weight

พอร์ตการเชื่อมต่อตัวเครื่อง Acer Swift 3 ปี 2019 นี้จัดว่าเป็นโน้ตบุ๊คที่มีความครบครับระดับนึง แม้ว่าจะเป็นเครื่องที่มีการออกแบบมาให้เป็นเครื่องที่มีขนาดความบางเพียง 18.7  มิลลิเมตรและน้ำหนักเบา แต่เรื่องพอร์ตการเชื่อมต่อต่างๆ นั้น ก็มีมาให้มากพอทีเดียว ไม่ว่าจะเป็น USB 3.1 Type-A จำนวน 2 ช่อง USB 3.1 Type-A จำนวน 1 ช่อง และ HDMI พร้อมช่องต่อหูฟังขนาดมาตรฐานและ Card Reader ที่สำคัญยังให้พอร์ตที่ทันสมัยอย่าง USB 3.1 Type-C อีกด้วย โดยรวมแล้วต้องบอกว่าพอเพียงสำหรับการใช้งานทั่วไปทีเดียว

ขนาดของตัวเครื่องและสายชาร์จ เมื่อเทียบกับขนาดของโน้ตบุ๊คหน้าจอ 14 นิ้วทั่วไปถือได้ว่ามีมิติที่พอๆ กัน ส่วนน้ำหนักตัวเครื่องเปล่านั้น อยู่ที่ 1.5 กิโลกรัมเท่านั้น และเมื่อรวมกับตัวอแด็ปเตอร์ขนาดเล็กเข้าไปด้วย ก็จะน้ำหนักประมาณ 1.6 กิโลกรัม ซึ่งตรงนี้ต้องบอกว่านอกจากตัวเครื่องที่บางเบาแล้ว ในส่วนของอแดปเตอร์เองก็มีขนาดที่เล็กและเบามากๆ เทียบได้ก็พอๆ กับอแดปเตอร์ของสมาร์ทโฟนเท่านั้นเอง

Performance / Software

Acer Swift 3 ปี 2019 เครื่องรีวิวนี้มาพร้อมกับชิปประมวลผลจาก Intel Pentium Gold 4417U ซึ่งเป็นชิปประมวลผลใช้พลังงานไฟต่ำมาก มีความเร็วในการประมวลผลอยู่ที่ 2.3 GHz แต่ลดประสิทธิภาพไปอยู่ที่ 800 MHz ได้ เพื่อประหยัดพลังงาน เป็นซีพียูแบบ 2 Core 4 Threads สถาปัตยกรรม Kaby Lake R เทคโนโลยีการผลิตที่ 14 นาโนเมตร มีค่า TDP 15Watt ที่เพียงพอสำหรับการใช้งานทั่วไป มาพร้อมแรมออนบอร์ดขนาด 4GB DDR4 Bus 2400 MHz ที่สามารถขับเคลื่อนระบบปฏิบัติการ Windows 10 ลิขสิทธิ์ที่มีมาให้แบบสบายๆ

กราฟิกการ์ดเป็นแบบออนบอร์ดอย่าง Intel UHD Graphics 610 ที่ให้พลังในการประมวลผลที่ดีในระดับหนึ่ง อย่างในเรื่องของกราฟิก 2 มิตินั้นก็รองรับได้อย่างสบายๆ หรือถ้าเป็น 3  มิติก็ต้องบอกว่ารองรับการทำงานได้ในระดับเบื้องต้นเท่านั้น แต่ก็รองรับการทำงานกับหน้าจอความละเอียดสูง Full HD ได้แบบไม่มีปัญหา เว้นแต่เอาไปเล่นเกม 3 มิติให้ยุคปัจจุบัน อันนี้ไม่แนะนำ

สำหรับโปรแกรมทดสอบ CINEBENCH ที่เน้นในเรื่องของพลังชิปประมวลผล คะแนนก็อยู่ในระดับที่น่าพอใจตามมาตรฐานของ Intel Pentium Gold 4417U เปรียบเทียบกับชิปประมวลผล Intel Core i3-7020U รุ่นก่อนหน้าแล้ว ก็ทำได้ดีกว่าเล็กน้อย ในส่วนของตัวกราฟิกการ์ดเองก็มีประสิทธิภาพตอบโจทย์ในส่วนของงานทั่วไปเท่านั้น

ตัวเก็บข้อมูลของเครื่องที่เลือกใช้เป็น SSD แบบ M.2 NVMe ที่เป็นความเร็ว ให้ความจุ 256GB ก็ทำคะแนนออกมาได้อย่างรวดเร็วเป็นที่น่าพอใจ กับความเร็วระดับ Read: 1635 MB/s – Write: 907 MB/s ยิ่งเมื่อนำไปใช้เทียบกับฮาร์ดดิสก์แบบจานหมุนปกติหรือแบบลูกผสมอย่าง SSHD แล้วละก็จะเห็นถึงประสิทธิภาพทั้งในด้านการทดสอบและในด้านการใช้งานจริงที่แตกต่างกันอย่างเห็นเห็นได้ชัด เรียกได้ว่าประทับใจทั้งความจุที่ให้มามากกว่ารุ่นอื่นๆ รวมไปถึงความเร็วก็แรงเหมือนกับรุ่นระดับบนอีกด้วย

การทดสอบประสิทธิภาพกับโปรแกรม PCMark 10 Advance ซึ่งสามารถทำคะแนนการทดสอบรวมได้มากถึง 2,224 คะแนน ถือได้ว่าในส่วนของการใช้งานทั่วไปโดยรวมนั้นสอบผ่านแบบสบายๆ ทั้งในส่วนของการเล่นเว็บไซต์ งานเอกสาร งานตกแต่งรูปภาพ ส่วนถ้าเอาไปใช้งานหนักๆ เช่นงานประมวลผล ตัดต่อวีดีโอ โปรเซสไฟล์ภาพความละเอียดสูง รวมไปถึงเล่นเกม 3 มิติ อันนี้ไม่แนะนำ เพราะสเปกไม่ได้ออกแบบมาให้ใช้งานแบบนั้นแต่อย่างใด

นอกจากนี้ทาง Acer เองเองก็ยังมีในส่วนของซอต์ฟแวร์ที่จะเป็นตัวช่วยในการใช้งานของเราอีกด้วยอย่าง Acer Care Center (ต้องดาวน์โหลดมาเพิ่มเอง) ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของสเปกภายใน หรือเช็คสถานะการทำงานส่วนต่างๆ ของเครื่อง รวมไปถึงยังสามารถ ตรวจเช็คสถานะเครื่องกับข้อมูลแคชต่างๆ ก็ทำการลบทิ้งได้ตรงนี้เลย หรือเช็คอัพเดทซอฟ์ตแวร์และไดร์เวอร์ต่างๆ ของเครื่องก็สามารถทำผ่านตรงนี้ได้เช่นกัน ที่สำคัญถ้าใครต้องการ Backup หรือ Recovery ข้อมูลภายในก็จัดการได้เลย

Battery / Heat / Noise

แบตเตอรี่ของ Acer Swift 3 ปี 2019 เป็นแบบฝังไว้ในเครื่องเหมือนกับโน้ตบุ๊คหลายรุ่น สามารถทำงานต่อเนื่องยาวนานได้ราวๆ 10 ชั่วโมงต่อเนื่องในการใช้งานแบบปกติ (ดูภาพยนตร์และเล่นอินเตอร์เน็ต) และคาดว่าจะทำได้นานยิ่งกว่านั้นปรับเปลี่ยนตามการใช้งานของแต่ละคน โดยทาง Acer ได้เคลมว่าใช้งานได้ยาวนานกว่า 12 ชั่วโมงนั้นถือว่าทำได้ใกล้เคียงความเป็นจริง ซึ่งอาจจะขึ้นอยู่กับหลายๆ ตัวแปร แต่ก็ถือว่าใช้งานแบตเตอรี่ได้ยาวนานพอที่จะนำไปใช้งานตามร้านกาแฟ นอกสถานที่ ออฟฟิศ มหาวิทยาลัยได้ทั้งวันแล้ว

อุณหภูมิปกติของเครื่องจะอยู่ที่ 30 – 40 องศาเซลเซียส แต่พอรีดประสิทธิภาพเต็มที่จะเห็นว่าเครื่องจะร้อนที่สุดเพียง 62 องศาเซลเซียสเท่านั้น นับว่าระบบระบายความร้อนของ Acer Swift 3 ปี 2019 เครื่องนี้ทำออกมาได้ดี โดยสามารถจัดการระบบระบายความร้อนออกมาอย่างน่าประทับใจ ซึ่งนั่นน่าจะเป็นเพราะชุดระบายความร้อนจาก Acer ที่ดี และชิปประมวลผล Intel รุ่นล่าสุดที่มีมีเทคโนโลยีการผลิตที่เล็กลง ยังไงตรงนี้ก็เป็นเรื่องของระบบการประหยัดพลังงานของชิปประมวลผลด้วย

Conclusion / Award

ประสบการณ์ใช้งานที่ได้จาก Acer Swift 3 ปี 2019 เครื่องนี้ทำออกมาได้ประทับใจดี ไม่ว่าจะเป็นการออกแบบที่เข้ากันได้กับทุกคน เหมาะที่จะนำไปใช้งานในชีวิตประจำวัน ด้วยการดีไซน์ที่เรียบง่ายไม่หวือหวาจนเกินงามและยังให้สเปกที่ดีอีกด้วย อีกทั้งงานประกอบก็มีความแน่นหนาจากการใช้วัสดุคุณภาพสูงอย่างอลูมิเนียมตลอดทั้งตัวเครื่อง โดยมีความบางเพียง 18.7 มิลลิเมตร และมีความเบาเพียง 1.5 กิโลกรัม ในราคาเพียง 13,990 บาทเท่านั้น ได้ Windows 10 มาพร้อมใช้งานด้วย

สเปกก็ถือว่าดีเหมาะกับการใช้งานทั่วไปด้วยชิปประมวลผล Intel Pentium Gold 4417U แรมก็เป็นมาตรฐาน DDR4 ขนาด 4GB การเข้าถึงข้อมูลได้ไวด้วยฮาร์ดดิสก์แบบ SSD ความเร็วสูงที่ความจุ 256GB หน้าจอ 14 นิ้วขอบจอบางเฉียบ ความละเอียด Full HD พาเนล IPS และระบบเสียงของ Dolby ที่ปรับแต่งมาดี รวมถึงตัว Acer Swift 3 ยังได้ติดตั้งพอร์ตการใช้งานครบครัน ซึ่งก็ USB 3.1 Type-C อยู่ด้วย และมีสแกนลายนิ้วมือ Windows Hello พร้อมด้วยไฟคีย์บอร์ด อย่างที่หาไม่ได้ในโน้ตบุ๊คช่วงราคานี้ กับแบรนด์อื่นๆ ในรุ่นใกล้เคียงกัน

ที่สำคัญ Acer Swift 3 ปี 2019 ได้นำเทคโนโลยีเชื่อมต่อไร้สาย Wi-Fi มาตรฐาน 802.11ac พร้อมรองรับ MU-MIMO มาติดตั้ง ส่งผลให้เรานั้นจะได้สัมผัสกับความสามารถของระบบไร้สายในระดับที่แรงอย่างจริงจัง ที่มาพร้อมความเร็วในการดาวน์โหลดสูงสุดถึง 866 Mbps เลยทีเดียว พูดๆ ง่ายคือแรงกว่าเดิมถึง 3 เท่า ซึ่งช่วยให้เราได้สัมผัสการใช้งาน Wi-Fi ดีกว่าที่เคย และไม่พลาดทุกการเชื่อมต่ออย่างแน่นอน ไม่ว่าจะเป็นการเล่นอินเตอร์เน็ต การสตรีมข้อมูล รวมถึงการดาวน์โหลดไฟล์ต่างๆ

แน่นอนว่าเหมาะกับนักเรียนนักศึกษาที่ต้องการโน้ตบุ๊ค หรือคนทำงานพนักงานออฟฟิศ ที่เน้นใช้งานทั่วไปให้ประสิทธิภาพพอตัว แต่พกพาไปที่นู้นที่นั่นบ่อยๆ ซึ่งรองรับการทำงานได้ยาวนานกว่าโน้ตบุ๊คปกติ ทำให้เราสามารถพกพาไปใช้งานนอกสถานที่ได้อย่างสบายๆ จัดว่าเป็นโน้ตบุ๊คที่เน้นการพกพาไว้ใช้งานตามร้านกาแฟเสียมากกว่า Acer Swift 3 สเปก Intel Pentium Gold นี้ก็ตอบโจทย์สุดๆ ไปเลย ส่วนถ้าใครอยากได้ประสิทธิภาพที่ดียิ่งขึ้นก็อาจจะมองดูเป็น Acer Swift 3 สเปก Core i ไว้น่าจะเหมาะกว่า หรือเบาสุดๆ ก็เป็น Acer Swift 5 ไปเลย

สรุปปิดท้ายว่ากันตรงๆ Acer Swift 3 เหนือชั้นกว่า ASUS VivoBook X412 และ Lenovo IdeaPad S145 14 ถ้ายอมจ่ายแพงกว่า 1,000 – 1,500 บาท เพราะได้มากกว่าก็คือ หน้าจอ IPS ที่สีสันสวยกว่า ได้สแกนลายนิ้วมือ และแบตที่นานกว่าเป็น 10 ชั่วโมง รวมไปถึงตัวเครื่องเป็นโลหะที่ดูแล้วหรูหรามากกว่า อย่างไรก็ตามคงต้องตัดสินใจกันเองอีกที เพราะเอาจริงๆ ดีไซน์บางคนอาจจะตัวอื่นมากกว่า แล้วตัดสินใจซื้อตันั้นก็เป็นไปได้เหมือนกัน

จุดเด่น

  • มีดีไซน์ที่สวยงามเป็นเอกลักษณ์และมีความหรูหราเกินราคา
  • วัสดุทำจากอลูมิเนียมและพลาสติกที่มีความแข็งแรง งานประกอบดูแน่นหนา
  • หน้าจอ 14 นิ้วบนตัวเครื่อง 13.3″ ด้วยขอบจอที่บางเฉียบลง
  • ได้หน้าจอพาเนล IPS ให้สีสันสวยงามสมจริงกว่า TN ทั่วไป
  • น้ำหนักเบาพกพาสะดวกเหมาะสำหรับคนที่ชอบนำไปใช้งานนอกสถานที่บ่อยๆ
  • สเปกโดยรวมให้ประสิทธิภาพการทำงานที่พอเพียงสำหรับทั่วไป
  • คีย์บอร์ดมีไฟ LED อย่างที่หาในแบรนด์อื่นๆ ช่วงราคานี้ไม่ได้
  • มีสแกนลายนิ้วมือ ผ่านทาง Windows Hello ด้วย
  • ฮาร์ดดิสก์ SSD มีความรวดเร็วกว่าฮาร์ดดิสก์ปกติ
  • ติดตั้ง Wi-Fi มาตรฐาน 802.11ac พร้อมรองรับ MU-MIMO
  • ติดตั้ง USB 3.1 Type-C กับพอร์ตมาตรฐานใหม่
  • เมื่อใช้งานเต็มประสิทธิภาพ ตัวเครื่องไม่ร้อนเลย จากการที่เป็นชิปประหยัดพลังงานพิเศษ
  • แบตเตอรี่อยู่ได้นานสามารถใช้งานติดต่อกันได้สูงสุด 10 ชั่วโมง
  • ประกัน 2 ปี พร้อมบริการซ่อมด่วนภายใน 3 ชั่วโมง
  • ราคาคุ้มค่าสุดๆ เพียง 13,990 บาท

ข้อสังเกต

  • แรมให้มาเพียง 4GB จำนวน 1 แถว ถ้าอัพเกรดต้องถอดของเดิมออก
  • ไม่รองรับการใส่ฮาร์ดดิสก์แบบ 2.5″ เพิ่มเติม

Award

โดยในครั้งนี้จะเป็นการเปรียบเทียบการให้รางวัลกับเครื่องในกลุ่มของโน้ตบุ๊กขนาดหน้าจอ 14 นิ้วด้วยกัน ซึ่ง Acer Swift 3 ปี 2019 ก็ได้รางวัลต่างๆ ดังนี้


Best Design

นับได้ว่าเป็นอีกหนึ่งจุดเด่นของ Acer Swift 3 ปี 2019 ในเรื่องของดีไซน์การออกแบบที่ไม่เหมือนใคร รวมถึงมีเอกลักษณ์โดดเด่นเฉพาะตัว ด้วยการที่ตัวเครื่องมีความบางและน้ำหนักเบาเป็นพิเศษ ที่เชื่อได้เลยว่าทาง Acer ได้ใส่ใจในส่วนของรายละเอียดนี้เป็นอย่างมาก ประกอบกับวัสดุหลักในการผลิตยังใช้เป็นอลูมิเนียมที่ให้ในเรื่องของความแข็งแรงทนทาน และยังบ่องบอกได้ถึงความสวยงามหรูหราอีกด้วย ฉะนั้นในเรื่องของรางวัล Best Design ทำให้ได้ไปอย่างไม่ยากเย็น

Best Value

ถึงแม้ Acer Swift 3 ปี 2019 จะไม่ใช่โน้ตบุ๊คที่มีสเปคที่ดีที่สุด แต่ถือว่าเป็นโน้ตบุ๊คราคาหมื่นบาทต้นๆ ที่คุ้มค่าที่สุดรุ่นหนึ่ง ด้วยราคาขาย 13,990 บาท ที่มาพร้อมสเปคอย่าง Intel Pentium Gold 4417U รวมถึงมีแรม 4GB DDR4 ที่เพียงพอต่อการใช้งาน และฮาร์ดดิสก์แบบ SSD M.2 NVMe ความจุ 256GB พร้อมดีไซน์แบบฉบับโน้ตบุ๊คบางเบา เหมาะกับการใช้งานทั่วไปเน้นพกพาแบบสุดๆ เรียกได้ว่าหาได้ยากสำหรับโน้ตบุ๊คแบบนี้ ที่สำคัญประกันยังมีระยะถึง 2 ปี เราจึงมอบรางวัล Best Value ไปให้เลยอย่างไม่ต้องสงสัย

Best Mobility

สำหรับ Acer Swift 1 ที่มีความบางเพียง 18.7 มิลลิเมตร และมีความหนักเพียง 1.5 กิโลกรัม แถบขอบจอบางเฉียบ จัดได้ว่าเป็นโน้ตบุ๊กที่มีน้ำหนักเบามากๆ แน่นอนว่าจะไม่เป็นภาระในการนำออกไปใช้งานนอกสถานที่ และความบางของตัวเครื่องก็ยังมีความบางเฉียบ เหนือกว่าโน้ตบุ๊คในกลุ่มขนาดหน้าจอ 14 นิ้วด้วยกันในหลายๆ ตัว และสำหรับระยะเวลาในการใช้งานแบตเตอรี่ก็ถือได้ว่ามีความน่าประทับใจที่สูงสุด 10 ชั่วโมง จึงได้รางวัลในส่วนนี้ไปไม่ยากนัก

 

© Copyright - Notebookspec.com All Rights