Home » 0. TOP content

[Review] Acer Swift 3 2017 โน้ตบุ๊คสายทำงานของจริง ที่ทั้งเบา สวย ลื่น ฟีเจอร์เยอะ คุ้มค่าในราคา 22,990 บาท

5 Jul 17 - By l

เมื่อปีที่แล้วมีโน้ตบุ๊คที่น่าสนใจที่สุดอยู่รุ่นนึงนั่นก็คือ Acer Swift 3 ซึ่ง Acer ได้พัฒนาในส่วนของโน้ตบุ๊คที่เน้นการพกพามาโดยตลอด ที่สำคัญยังเป็นแบรนด์แรกที่นำเสนอโน้ตบุ๊ครูปแบบใหม่อย่าง Ultrabook มาสู่ท้องตลาดอีกด้วย กับ Acer Aspire S3 ซึ่งที่ผ่านมา ก็ได้รับการต่อยอดมาโดยตลอด อย่างในส่วนของตระกูล Acer Aspire S Series และ 2-in-1 Notebook รุ่นอื่นๆ

และในปี 2017 นี้ Acer ก็พร้อมแล้วที่จะนำเสนอโน้ตบุ๊คบางเบารุ่นใหม่ล่าสุดที่คุ้มค่าไม่แพ้กัน อย่าง Acer Swift 3 ปี 2017 (Acer Swift 3 SF314-51 57TR) ที่จัดได้ว่าโน้ตบุ๊คบางเบาพรีเมียมเกินราคา  จากดีไซน์และการออกแบบที่โดดเด่นสวยงามกว่าเดิม อีกทั้งยังมาพร้อมวัสดุคุณภาพสูง สำหรับสเปกก็ขับเคลื่อนด้วยชิปประมวลผล Intel Core i เจอเนอเรชั่นรุ่นที่ 7 (Kaby Lake) โดยสเปกเป็นชิปประมวลผล i5-7200U ได้แรม 8GB และ SSD PCIe ความจุ 256 ที่สำคัญหน้าจอเป็นพาเนล IPS ความละเอียด Full HD ในราคาเพียง 22,990 บาทเท่านั้น

VDO Review

Specification

ในเรื่องของสเปก Acer Swift 3 ปี 2017 เครื่องที่เราได้มารีวิวเป็นเครื่องที่ใช้ชิปประมวลผลเป็น Intel Core i5-7200U ที่มีความเร็วในการประมวลผลอยู่ที่ 2.5 GHz และเร่งความเร็วด้วย TurboBoost ได้เป็น 3.1 GHz ส่วนการ์ดจอก็แน่นอนว่าต้องเป็น Intel HD Graphics 620 ที่ติดมาในซีพียูจาก Intel ตระกูล Kaby Lake แรมก็ให้มา 8GB DDR4 เป็นแบบฝังติดบอร์ดมาเช่นเดียวกับ Ultrabook ปกติ ส่วน SSD PCIe มีมาให้ขนาด 256GB มาพร้อมความเร็วสูง นอกจากนี้ยังมีเรื่องจอที่ได้กล่าวไปแล้วว่าใช้จอขนาด 14 นิ้ว ความละเอียด 1920 x 1080 พิกเซล พาเนลคุณภาพสูง IPS

ส่วนเรื่องของพอร์ตเชื่อมต่อนั้นก็ยังมีพอร์ตมาตรฐานซึ่งมาให้ค่อนข้างครบ เช่น USB 3.1 Type-C , USB 3.0, USB 2.0 HDMI สำหรับเชื่อมต่อจอภายนอก และ Card Reader มาให้ด้วย ที่สำคัญยังมาพร้อม Wi-Fi มาตรฐาน 802.11ac พร้อมรองรับ MIMO ส่งผลให้เรานั้นจะได้สัมผัสกับความสามารถของระบบไร้สายในระดับที่แรงอย่างจริงจัง ง่ายๆ คือแรงกว่าเดิมถึง 2 เท่า ช่วยให้เราได้สัมผัสการใช้งาน Wi-Fi ดีกว่าที่เคย

สนนราคา 22,990 บาท ประกันจะเป็นแบบ  2 ปี ซ่อมรวดเร็วภายใน 3 ชั่วโมง โดยสามารถแบ่งเป็นสเปกเต็มๆ ดังต่อไปนี้

Hardware / Design

Acer Swift 3 ปี 2017 เครื่องนี้ใช้วัสดุประกอบหลักเป็นอลูมิเนียมอัลลอยด์คุณภาพดีแบบขัดลาย ที่ทั้งตัวเครื่องให้ความบางเบาแต่แข็งแรง เรียกได้ว่าได้รับการพัฒนาต่อยอดจากโน้ตบุ๊คบางเบาของทาง Acer ได้เป็นอย่างดี ส่งผลให้ดีไซน์โดยรวมดูแล้วมีความเรียบหรูกว่าราคาไปมาก โดยมาพร้อมกับบางเพียง 17.9 มิลลิเมตร และมีน้ำหนักเพียง 1.5 กิโลกรัมเท่านั้น ถือได้ว่าเป็นโน้ตบุ๊คหน้าจอขนาด 14 นิ้ว ที่บางเบาที่สุดรุ่นหนึ่ง ที่สำคัญมาพร้อมสีสันหรูหราอย่าง Sparkly Silver

ฝาหลังเป็นวัสดุอลูมิเนียมอัลลอยด์ที่ให้ผิวสัมผัสที่ดีมีความพรีเมียมกว่าโน้ตบุ๊คทั่วไป พร้อมโลโก้ Acer ตามมาตรฐานกลางฝาหลัง สำหรับขอบตัวเครื่องมีความโค้งมนเพื่อความสวยงาม ส่วนด้านในก็จะเป็นอลูมิเนียมที่ดูหรูหรา ตัดกับคีย์บอร์ดสีดำยิ่งให้ความสวยงามและโดดเด่น โดยตัวบานพันเป็นแบบแถวยาวแถวเดียวโดยมีคำว่า Swift อยู่ (คล้ายๆ กับ Aspire VX5) รวมไปถึงบริเวณนั้นก็จะเป็นช่องระบายความร้อนด้วย ทำให้ไม่รบกวนผู้ใช้งานแต่อย่างใด ส่วนด้านล่างของตัวเครื่องถูกออกแบบมาให้ดูเรียบง่าย ด้านข้างทั้งสองด้านฝั่งผู้ใช้จะเป็นในส่วนของลำโพง

โดยจากสติ๊กเกอร์ฟีเจอร์ที่แปะไว้เอาไว้ บอกว่าสามารถใช้งานได้ยาวนานสูงสุดที่ 10 ชั่วโมงด้วยกัน รวมไปถึงยังมีฟีเจอร์อื่นๆ อีก ไม่ว่าจะเป็น มีฟีเจอร์สแกนลายนิ้วมือ ไว้ใช้งานร่วมกับ Windows Hello เพื่อเข้าใช้งาน, กระจกหน้าจอเป็น Coring Gorilla Glass แข็งแรงทนทาน, หน้าจอ IPS มุมมองกว้าง และการเชื่อมต่อไร้สาย MIMO Wi-Fi ที่ดีกว่าปกติถึง 2 เท่า

สรุปสำหรับตัวเครื่องและดีไซน์การออกแบบของ Acer Swift 3 ปี 2017 นั้น เป็นการต่อยอดจากรุ่นเดิมที่ดูลงตัว เพราะดูแล้ว Acer ทำการบ้านมาเป็นอย่างดีกับโน้ตบุ๊คบางเบาราคาคุ้มค่า ที่ราคาไม่แพงที่ประมาณสองหมื่นบาท แต่ภาพลักษณ์โดยรวมนั้นทำได้เป็นอย่างดีน่าประทับใจ โดยเหมาะมากๆ สำหรับคนทำงานจริงจังพนักงานออฟฟิศ หรือนักเรียนนักศึกษา ที่เน้นใช้งานทั่วไปให้ประสิทธิภาพพอตัว แต่พกพาไปที่นู้นที่นั่นบ่อยๆ ซึ่งรองรับการทำงานได้ยาวนานกว่าโน้ตบุ๊คปกติ ทำให้เราสามารถพกพาไปใช้งานนอกสถานที่ได้อย่างสบายๆ

Keyboard / Touchpad

คีย์บอร์ดที่ติดตั้งมาใน Acer Swift 3 ปี 2017 เป็นแบบ Chiclet Keyboard ซึ่งระยะเว้นระหว่างปุ่มพิมพ์ทำออกมาได้พอดีไม่ชิดกันมากเกินไปและระยะยุบตัวของปุ่มพิมพ์นั้นค่อนข้างสั้น แต่ใช้งานจริงก็พอได้อยู่ไม่ได้ลำบากในการใช้งานนัก ผิวสัมผัสของปุ่มแต่ละปุ่มนั้นให้ความรู้สึกที่ติดนิ้ว ส่งผลให้พิมพ์ได้อย่างสะดวกไม่แพ้คีย์บอร์ดของโน้ตบุ๊ครุ่นอื่นๆ เลย พร้อมมีไฟคีย์บอร์ดส่องสว่างปรับระดับได้ ส่วนปุ่มเปิดเครื่องจะไปอยู่ที่มุมขวาบน สีกลืนไปกับเครื่อง ซึ่งแม้ว่าเราจะไปเผลอกดระหว่างการใช้งานก็ไม่ได้ทำให้เครื่องปิดแต่อย่างใด (ต้องกดค้างซัก 3 วินาทีถึงจะมีเมนูของ Acer ขึ้นมา)

ทัชแพดถูกออกแบบมาให้มีขนาดที่ใหญ่กำลังดี โดยจะซ่อนปุ่มคลิกซ้ายและคลิกขวาเอาไว้ทำให้ดูเรียบง่ายหรูหรา จากการทดสอบแล้วทัดแพชนี้รองรับ Gesture Control ได้ดีและมีการตอบสนองที่รวดเร็ว นอกจากนี้ยังมีฟีเจอร์สแกนลายนิ้วมือแบบใหม่ที่เพียงแตะเท่านั้น คล้ายๆ ใช้งานพวกสมาร์ทโฟน ซึ่งถือว่าเป็นอะไรที่เจ๋งมากๆ สำหรับโน้ตบุ๊คราคาคุ้มค่าแบบนี้ โดยใช้งานผ่านทาง Windows Hello ของ Windows 10

Screen / Speaker

Acer Swift 3 ปี 2017 ได้ติดตั้งหน้าจอขนาด 14 นิ้ว พาเนลคุณภาพสูง IPS ที่รองรับความละเอียด Full HD หรือ 1920 x 1080 พิกเซล ที่เหมาะกับการทำงานหรือความบันเทิงแบบสุดๆ ด้วยสีสันที่สมจริงเรียบเนียมและมุมมองที่กว่า 170 องศา อีกทั้งยังมี Acer Color Intelligence เทคโนโลยีนี้จะปรับแกมม่าและความอิ่มตัวสีแบบเรียลไทม์ ช่วยปรับสี ความสว่าง และความอิ่มตัวสี โดยไม่มีภาพขาดและความอิ่มตัวของสีเกิน แน่นอนว่าให้ประสบการณ์ใช้งานในการแสดงผลที่เยี่ยมยอด รองรับกับงานทั่วไปเป็นอย่างดีและพอเพียงกับการใช้งานทั่วไป อย่างเล่นอินเตอร์เน็ต พิมพ์งาน

ในส่วนของลำโพงที่ติดตั้งมาเป็นแบบสเตอริโอ มาพร้อมระบบเสียง Dolby Home Theater และ Acer TrueHarmony โดยเป็นลำโพงขนาดเล็กอยู่ทางด้านล่างฝั่งผู้ใช้มุมซ้ายและขวาของตัวเครื่องอัดลงพื้นให้สะท้อนขึ้น จากการทดสอบลำโพงพบว่าเสียงที่ออกมาค่อนข้างดีน่าประทับใจ แยกรายละเอียดได้ในระดับหนึ่ง ถือได้ว่ามีเสียงที่ดังชัดเจน โดยเน้นไปโทนกลางเป็นหลักตามสไลต์ลำโพงจากโน้ตบุ๊กทั่วไป นอกจากนี้ยังมีเสียงที่ค่อนข้างดังกว่าโน้ตบุ๊คทั่วไปอีกด้วย

Connector / Thin And Weight

พอร์ตการเชื่อมต่อตัวเครื่อง Acer Swift 3 ปี 2017 นี้จัดว่าเป็นโน้ตบุ๊คที่มีความครบครับระดับนึง แม้ว่าจะเป็นเครื่องที่มีการออกแบบมาให้เป็นเครื่องที่มีขนาดความบางเพียง 17.9 มิลลิเมตรและน้ำหนักเบา แต่เรื่องพอร์ตการเชื่อมต่อต่างๆ นั้น ก็มีมาให้มากพอทีเดียว ไม่ว่าจะเป็น USB 3.0 (2 ช่อง), USB 2.0 และ HDMI พร้อมช่องต่อหูฟังขนาดมาตรฐานและ Card Reader ที่สำคัญยังให้พอร์ตที่ทันสมัยอย่าง USB 3.1 Type-C อีกด้วย โดยรวมแล้วต้องบอกว่าพอเพียงสำหรับการใช้งานทั่วไปทีเดียว

ขนาดของตัวเครื่องและสายชาร์จ เมื่อเทียบกับขนาดของโน้ตบุ๊คหน้าจอ 14 นิ้วทั่วไปถือได้ว่ามีมิติที่พอๆ กัน ส่วนน้ำหนักตัวเครื่องเปล่านั้น อยู่ที่ 1.5 กิโลกรัมเท่านั้น และเมื่อรวมกับตัวอแดปเตอร์ไซส์เล็กเข้าไปด้วย ก็จะมีหนักไม่ถึง 1.7 กิโลกรัม ซึ่งตรงนี้ต้องบอกว่านอกจากตัวเครื่องที่บางเบาแล้ว ในส่วนของอแดปเตอร์เองกมีขนาดที่เล็กและเบามากๆ เทียบได้ก็พอๆ กับอแดปเตอร์ของสมาร์ทโฟนเท่านั้นเอง โดยรวมแล้วก็จัดว่ามีน้ำหนักที่ไม่ลำบากในการพกพาเลย แน่นอนว่าตอบสนองในเรื่องของการพกพาไปนอกสถานที่ได้อย่างเต็มรูปแบบ สมกับเป็นโน้ตบุ๊คบางเบาอีกรุ่นหนึ่ง

Performance / Software

Acer Swift 3 ปี 2017 มาพร้อมกับชิปประมวลผลจาก Intel Core i5-7200U ซึ่งเป็นชิปประมวลผลใช้พลังงานไฟต่ำมาก มีความเร็วในการประมวลผลอยู่ที่ 2.5 GHz แต่สามารถเร่งประสิทธิภาพขึ้นไปได้สูงสุดถึง 3.1 GHz เป็นซีพียูแบบ 2 Core 4 Threads ที่เพียงพอสำหรับการใช้งานทั่วไป หรือถ้างานที่ต้องประมวลผลหนักก็รองรับได้อย่างสบายๆ (แต่จะช้าๆ หน่อย) มาพร้อมแรมภายในขนาด 8GB DDR4

กราฟิกการ์ดเป็นแบบออนบอร์ดอย่าง Intel HD Graphics 620 ที่ให้พลังในการประมวลผลที่ดีในระดับหนึ่ง อย่างในเรื่องของกราฟิก 2 มิตินั้นก็รองรับได้อย่างสบายๆ หรือถ้าเป็น 3  มิติก็ต้องบอกว่ารองรับการทำงานได้ในระดับเบื้องต้นเท่านั้น แต่เอาเข้าจริงๆ ก็สนับสนุนการเล่นเกมได้ในระดับนึงเหมือนกัน ที่โดยรวมแล้วให้ประสิทธิภาพการทำงานที่ดีกว่า Intel HD Graphics 520 รุ่นก่อนหน้าแน่นอน เพราะอย่างน้อยๆ ก็รองรับการทำงานกับหน้าจอความละเอียดสูงได้แบบไม่มีปัญหา

สำหรับโปรแกรมทดสอบ CINEBENCH ที่เน้นในเรื่องของพลังชิปประมวลผล คะแนนก็อยู่ในระดับที่น่าพอใจ เปรียบเทียบกับชิปประมวลผลที่เป็นรหัส U รุ่นก่อนหน้าแล้ว ก็ทำได้ดีกว่าเล็กน้อย รวมไปถึงตัวกราฟิกการ์ดเองก็มีประสิทธิภาพสูงขึ้น เรียกได้ว่าตอบโจทย์ในส่วนของงานประมวลผลหนักๆ ได้อย่างสบายๆ ไม่น่าเป็นห่วงนัก

ตัวเก็บข้อมูลของเครื่องที่เลือกใช้เป็น SSD แบบ PCIe ที่ความจุ 256GB ก็ทำคะแนนออกมาได้อย่างรวดเร็วเป็นที่น่าพอใจบนขนาดความจุ 512GB โดยเป็นของแบรนด์ชั้นนำอย่าง Intel กับความเร็วระดับ Read: 1580 MB/s – Write: 591 MB/s ยิ่งเมื่อนำไปใช้เทียบกับฮาร์ดไดร์ฟแบบจานหมุนหรือแบบลูกผสมอย่าง SSHD แล้วละก็จะเห็นถึงประสิทธิภาพทั้งในด้านการทดสอบและในด้านการใช้งานจริงที่แตกต่างกันอย่างเห็นเห็นได้ชัด

อีกเกมหนึ่งที่โดยส่วนตัวเล่นเป็นประจำอย่าง DOTA 2 และ Overwatch ก็จัดการทดสอบให้ด้วยเช่นกัน โดยทั้งนี้การตั้งค่าความละเอียดของภาพก็อยู่ที่ Native 1920 x 1080 พิกเซล สำหรับรายละเอียดภาพอื่นๆ ก็เรียกได้ว่าเลือกแบบต่ำสุด  ผลที่ได้ออกมาก็คือสามารถเรนเดอร์ได้อย่างไหลลื่นในระดับ พูดตรงๆ ก็คือพอจะเล่นได้สำหรับเกมออนไลนท์เกมนี้ ส่วนเกมอื่นๆ ที่ไม่เกินทรัพยากรเท่าอย่าง CS:GO หรือ Point Blank รวมไปถึงเกมออนไลน์อื่นๆ ก็น่าจะเล่นได้ลื่นๆ อย่างแน่นอน

นอกจากนี้ทาง Acer เองเองก็ยังมีในส่วนของซอต์ฟแวร์ที่จะเป็นตัวช่วยในการใช้งานของเราอีกด้วยอย่าง Acer Care Center (ต้องดาวน์โหลดมาเพิ่มเอง) ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของสเปกภายใน หรือเช็คสถานะการทำงานส่วนต่างๆ ของเครื่อง รวมไปถึงยังสามารถ ตรวจเช็คสถานะเครื่องกับข้อมูลแคชต่างๆ ก็ทำการลบทิ้งได้ตรงนี้เลย หรือเช็คอัพเดทซอฟ์ตแวร์และไดร์เวอร์ต่างๆ ของเครื่องก็สามารถทำผ่านตรงนี้ได้เช่นกัน ที่สำคัญถ้าใครต้องการ Backup หรือ Recovery ข้อมูลภายในก็จัดการได้เลย

 

Battery / Heat / Noise

แบตเตอรี่ของ Acer Swift 3 เป็นแบบฝังไว้ในเครื่องเหมือนกับโน้ตบุ๊คหลายรุ่น ที่ความจุ 2900 mAh โดยสามารถทำงานต่อเนื่องยาวนานได้ราวๆ 10 ชั่วโมงต่อเนื่องในการใช้งานแบบปกติ (ดูภาพยนตร์และเล่นอินเตอร์เน็ต) และคาดว่าจะระยะเวลาการใช้งานแบตเตอรี่จะเปลี่ยนแปลงตามการใช้งานของแต่ละคน โดยอาจจะขึ้นอยู่กับหลายๆ ตัวแปร ส่วนช่องระบายความร้อนของ Acer Swift 3 จะอยู่ด้านบนของฐานเครื่องบริเวณขาพับจอ โดยออกแบบให้ซ่อนตัวเอาไว้ด้านหลังติดกับกรอบอะลูมิเนียมของจอ ถึงพับจอก็ไม่เห็นช่องระบายความร้อนเลย

อุณหภูมิปกติของเครื่องจะอยู่ที่ 34 องศาเซลเซียส แต่พอรีดประสิทธิภาพเต็มที่จะเห็นว่าเครื่องจะร้อนที่สุดเพียง 71 องศาเซลเซียสเท่านั้น นับว่าระบบระบายความร้อนของ Acer Swift 3 เครื่องนี้ทำออกมาได้ดี โดยสามารถจัดการระบบระบายความร้อนออกมาอย่างน่าประทับใจ ซึ่งนั่นน่าจะเป็นเพราะชุดระบายความร้อนจาก Acer ที่ดี และชิปประมวลผล Intel รุ่นล่าสุดที่มีมีเทคโนโลยีการผลิตที่เล็กลง แต่ก็มีข้องสังเกตว่าความเร็วการทำงานจะลดลงเกือบครึ่งเหมือนความร้อนไปแตะในระดับที่สูงจนเกินไป ยังไงตรงนี้ก็เป็นเรื่องของระบบการประหยัดพลังงานของชิปประมวลผลด้วย

Conclusion / Award

ประสบการณ์ใช้งานที่ได้จาก Acer Swift 3 ปี 2017 หลักๆ แล้วมีการต่อยอดจากรุ่นเดิมในเรื่องของดีไซน์การออกแบบที่ดูสวยหรู ที่เชื่อว่าทุกคนต้องชื่นชอบ เหมาะที่จะนำไปใช้งานในชีวิตประจำวัน โดยสีสันเป็นแบบ Sparkly Silver ที่ดูแพงเกินกว่าราคา อีกทั้งงานประกอบก็มีความแน่นหนาจากการใช้วัสดุคุณภาพสูงอย่างอลูมิเนียมตลอดทั้งตัวเครื่อง โดยมีความบางเพียง 17.9 มิลลิเมตร และมีความเบาเพียง 1.5 กิโลกรัม  แน่นอนว่าตอบโจทย์สำหรับการพกพาแบบสุดๆ

สเปก Acer Swift 3 ปี 2017 ก็ถือว่าดีมากๆ ด้วยการติดตั้งชิปประมวลผลจาก Intel Core i สถาปัตยกรรม Kaby Lake แรมก็เป็นมาตรฐาน DDR4 ขนาด 8GB การเข้าถึงข้อมูลได้ไวด้วยฮาร์ดดิสก์แบบ SSD ความเร็วสูงที่ความจุ 256GB และระบบเสียงของ Dolby ที่ปรับแต่งมาดี รวมถึงยังได้ติดตั้งพอร์ตการใช้งานครบครัน ซึ่งก็ USB 3.1 Type-C อยู่ด้วย

ที่สำคัญ Acer Swift 3 ปี 2017 ได้นำเทคโนโลยีเชื่อมต่อไร้สาย Wi-Fi มาตรฐาน 802.11ac พร้อมรองรับ MU-MIMO มาติดตั้ง ส่งผลให้เรานั้นจะได้สัมผัสกับความสามารถของระบบไร้สายในระดับที่แรงอย่างจริงจัง ที่มาพร้อมความเร็วในการดาวน์โหลดสูงสุดถึง 866 Mbps เลยทีเดียว พูดๆ ง่ายคือแรงกว่าเดิมถึง 2 เท่า ซึ่งช่วยให้เราได้สัมผัสการใช้งาน Wi-Fi ดีกว่าที่เคย และไม่พลาดทุกการเชื่อมต่ออย่างแน่นอน ไม่ว่าจะเป็นการเล่นอินเตอร์เน็ต การเล่นเกม การสตรีมข้อมูล รวมถึงการดาวน์โหลดไฟล์ต่างๆ

อย่างไรก็ตามในเรื่องข้อสังเกตของ Acer Swift 3 ปี 2017 ก็คือไม่มีระบบปฏิบัติการ Windwos 10 ติดตั้งมาให้พร้อมใช้งาน แต่ก็เข้าใจในเรื่องของราคาต้นทุนที่ทาง Acer ตั้งใจให้ Acer Swift 3 เป็นโน้ตบุ๊คบางเบาที่เน้นความคุ้มค่าเสียมากกว่า ซึ่งจริงๆ แล้วก็สามารถใช้งานได้ทันที เพราะมีระบบปฏิบัติการ Endless OS มาอยู่แล้วนั่นเอง (Linux ประเภทนึง)

แน่นอนว่าเหมาะกับ Acer Swift 3 ปี 2017 คนทำงานพนักงานออฟฟิศหรือนักเรียนนักศึกษาที่ต้องการโน้ตบุ๊ค ที่เน้นใช้งานทั่วไปให้ประสิทธิภาพพอตัว แต่พกพาไปที่นู้นที่นั่นบ่อยๆ ซึ่งรองรับการทำงานได้ยาวนานกว่าโน้ตบุ๊คปกติ ทำให้เราสามารถพกพาไปใช้งานนอกสถานที่ได้อย่างสบายๆ แต่ประสิทธิภาพก็คงจะสู้โน้ตบุ๊คที่เน้นความคุ้มค่าต่อประสิทธิภาพอย่าง Acer Aspire F5 ไม่ได้ในราคาที่ใกล้เคียงกัน

จุดเด่น

  • มีดีไซน์ที่สวยงามเป็นเอกลักษณ์และมีความหรูหราเกินราคา
  • วัสดุทำจากอลูมิเนียมตลอดทั้งตัวเครื่องที่มีความแข็งแรง งานประกอบดูแน่นหนา
  • น้ำหนักเบาพกพาสะดวกเหมาะสำหรับคนที่ชอบนำไปใช้งานนอกสถานที่บ่อยๆ
  • สเปกโดยรวมให้ประสิทธิภาพการทำงานที่ลื่นไหลรวดเร็ว
  • ฮาร์ดดิสก์ SSD PCIe มีความรวดเร็วในการใช้งานมาก
  • หน้าจอความละเอียด Full HD พาเนล IPS สีสันสวยงามเนียนตา
  • ติดตั้ง Wi-Fi มาตรฐาน 802.11ac พร้อมรองรับ MIMO
  • ติดตั้ง USB 3.1 Type-C กับพอร์ตมาตรฐานใหม่
  • แบตเตอรี่อยู่ได้นานสามารถใช้งานติดต่อกันได้สูงสุด 10 ชั่วโมง
  • ประกัน 2 ปี ส่งศูนย์ซ่อมไวใน 3 ชั่วโมง

ข้อสังเกต

  • ไม่สามารถอัพเกรดอุปกรณ์ต่างๆเพิ่มเติมได้ ตามสไตล์ Ultrabook
  • ไม่มีระบบปฏิบัติการ Windows 10 ติดตั้งมาให้

Award

โดยในครั้งนี้จะเป็นการเปรียบเทียบการให้รางวัลกับเครื่องในกลุ่มของโน้ตบุ๊กขนาดหน้าจอ 14 นิ้วด้วยกัน ซึ่ง Acer Swift 3 ก็ได้รางวัลต่างๆ ดังนี้


Best Design

นับได้ว่าเป็นอีกหนึ่งจุดเด่นของ Acer Swift 3 ในเรื่องของดีไซน์การออกแบบมที่ไม่เหมือนใคร รวมถึงมีเอกลักษณ์โดดเด่นเฉพาะตัว ด้วยการที่ตัวเครื่องมีความบางและน้ำหนักเบาเป็นพิเศษ ที่เชื่อได้เลยว่าทาง Acer ได้ใส่ใจในส่วนของรายละเอียดนี้เป็นอย่างมาก ประกอบกับวัสดุหลักในการผลิตยังใช้เป็นอลูมิเนียมที่ให้ในเรื่องของความแข็งแรงทนทาน และยังบ่องบอกได้ถึงความสวยงามหรูหราอีกด้วย ฉะนั้นในเรื่องของรางวัล Best Design ทำให้ได้ไปอย่างไม่ยากเย็น

award_use_2_create_12

Best Value

ถึงแม้ Acer Swift 3 จะไม่ใช่โน้ตบุ๊คที่มีสเปคที่ดีที่สุด แต่ถือว่าเป็นโน้ตบุ๊คราคาประมาณสองหมื่นบาท ที่คุ้มค่าที่สุดรุ่นหนึ่ง ด้วยราคาขาย 22,990 บาท ที่มาพร้อมสเปคอย่าง Core i5 รวมถึงมีแรม 8GB DDR4 และฮาร์ดดิสก์แบบ SSD PCIe ความจุ 256GB แถมมีสแกนลายนิ้วมือ พร้อมดีไซน์แบบฉบับโน้ตบุ๊คบางเบา เหมาะกับการใช้งานทั่วไปเน้นพกพาแบบสุดๆ เรียกได้ว่าหาได้ยากสำหรับโน้ตบุ๊คแบบนี้ ที่สำคัญประกันยังมีระยะถึง 2 ปี เราจึงมอบรางวัล Best Value ไปให้เลยอย่างไม่ต้องสงสัย

Best Mobility

สำหรับ Acer Swift 3 ที่มีความบางเพียง 17.9 มิลลิเมตร และมีความหนักเพียง 1.5 กิโลกรัม นั้น จัดได้ว่าเป็นโน้ตบุ๊กที่มีน้ำหนักเบามากๆ แน่นอนว่าจะไม่เป็นภาระในการนำออกไปใช้งานนอกสถานที่ และความบางของตัวเครื่องก็ยังมีความบางเฉียบ เหนือกว่าโน้ตบุ๊คในกลุ่มขนาดหน้าจอ 14 นิ้วด้วยกันในหลายๆ ตัว และสำหรับระยะเวลาในการใช้งานแบตเตอรี่ก็ถือได้ว่ามีความน่าประทับใจที่สูงสุด 10 ชั่วโมง จึงได้รางวัลในส่วนนี้ไปไม่ยากนัก

award_use_2_create_23

© Copyright - Notebookspec.com All Rights