Home » 0. TOP content

Review – Acer Predator Triton 900 ที่สุดของเกมเมอร์ จอ 4K หมุนได้ สเปก i7 + RTX 2080 ราคา 139,900 บาท

21 Apr 19 - By l

Acer Predator Triton 900 เป็น Gaming Notebook แบบ 2-in-1 ที่มีความละเอียด 4K UHD ใช้ชิปประมวลผล Intel Core i7-8750H และการ์ดจอตัวแรงที่สุดอย่าง Nvidia Geforce RTX 2080 พร้อมติดตั้งแรมขนาด 32 GB และ NVMe RAID SSD ความจุ 1TB โดยผสานกับเทคโนโลยี G-Sync และความละเอียดหน้าจอระดับ 4K ก็จะทำให้ภาพที่ได้สวยงามสมจริง อีกทั้งยังมีตัวรับสัญญาณ Xbox wireless แบบ Built-in ข้างในด้วยทำให้ง่ายต่อการเชื่อมต่อเล่นเกมด้วยจอยของ Xbox ตามด้วยฟีเจอร์ระบบเสียง Waves Maxx ให้เสียงแบบ 3 มิติเพิ่มประสบการณ์เล่นเกมให้เร้าใจขึ้น

ระบบระบายความร้อนจะใช้ AeroBlade 3D Gen 4 พัดลมที่จะควบคุมอุณหภูมิไม่ให้ร้อนจนเกินไปขณะใช้งานหรือเล่นเกมเป็นระยะเวลานานและทาง Acer ยังได้เพิ่มความล้ำด้วยการควบคุมโน๊ตบุ๊คด้วยแอปพลิเคชั่น Predator Sense เมื่อดาวน์โหลดลงมือถือผู้ใช้สามารถตั้งค่าความเร็วพัดลม , Overclocking , Macro หรือแสงสว่างได้ คีย์บอร์ดจะเป็น Mechanical พร้อมไฟ LED มีปุ่ม Numpad ให้ใช้งานกันด้านขวาสุดล้ำกันไปเลย

Unbox Preview

Specification

Acer Predator Triton 900 มีเพียงสเปกเดียว มาพร้อมกับ CPU ชิปประมวลผลเป็น Intel Core i7-8750H ความเร็ว 2.2 GHz ที่สามารถเร่งการทำงานไปได้ถึง 4.1 GHz ทำงานแบบ 6 คอร์ 12 เธร์ด การ์ดจอแรงที่สุดในตระกูล RTX อย่าง NVIDIA GeForce RTX 2080 (8GB GDDR6) โดยแรงกว่า GTX 1080 SLI พร้อมขนาดใหญ่ที่ 32GB DDR4 ที่ฮาร์ดดิสก์เป็นแบบ SSD m.2 แบบ NVMe PCIe ที่ความจุ 1TB จัดว่าให้สเปกมาเหลือเฟือในการใช้งานทั่วไปมากๆ แต่เหมาะสำหรับการเล่นเกมแบบสุดๆ รองรับความละเอียด 4K UHD ลื่นๆ

หน้าจอขนาด 17.3 นิ้ว แบบกระจก รองรับการทัชสกรีน ความละเอียด 4K UHD (3840×2160 พิกเซล) ​พาเนลคุณภาพ IPS ตอบสนองที่ 60 Hz ทำงานร่วมกันกับชิป NVIDIA G-Sync ส่งผลให้ภาพทีความลื่นไหลไม่ฉีกขาด ในเฟรมเรทที่สูงอยู่ ตัวเครื่องยังมีลำโพงคุณภาพสูงทำงานบนซอฟแวร์เสียง Waves Maxx Audio ทำให้การขับเสียงเวลาเล่นเกม หรือดูหนังฟังเพลงทำได้อย่างยอดเยี่ยมอีกด้วย เรียกได้ว่าให้ประสบการณ์การใช้งานงานทั้งภาพและเสียงที่สมบูรณ์แบบ

ทางด้านพอร์ทเชื่อมต่อเองมีมาให้อย่างครบถ้วนไม่ว่าจะเป็น Thunderbolt 3 จำนวน 1 ช่อง, USB 3.1 Type-A จำนวน 3 ช่อง หนึ่งช่อง, HDMI, mini-DisplayPort, ช่องเสียบหูฟังขนาด 3.5, ช่องเสียบไมค์ขนาด 3.5 และช่องสาย Lan RJ45 พร้อม E3000 Ethernet Controller, Wireless-AC 1550 และ Killer Control Center 2.0 ของ Killerที่ช่วยให้การเล่นเกมออนไลน์ให้มีเสถียรภาพและสมูทขึ้นอย่างเห็นได้ชัด การเชื่อมต่อไร้สายอย่างก็รองรับตัวที่เป็น Bluetooth 5.0 เป็นมาตรฐาน

Acer Predator Triton 900 มี Windows 10 แท้พร้อมใช้งานทันที มีประกัน 3 ปี On-site Service หรือส่งศูนย์ซ่อมด่วนใน 3 ชั่วโมง  โดยสนนราคาอยู่ที่ 139,900 บาท ดูหน้าสเปกเต็มๆ 

Hardware / Design

สำหรับ Acer Predator Triton 900 ใช้พื้นฐานเดียวกันมาจาก Acer Predator Triton 700 และ Acer Predator Helios 500 รวมไปถึงดีไซน์แบบนี้ไม่ใช้ครั้งแรกของทาง Acer ย้อนกลับไปหลายปีก่อนกับรุ่น Acer Aspire R13 ก็เคยมีแบบนี้มาแล้ว โดยถือว่าเป็น Gaming Notebook มาตรฐานใหม่ที่มีความเป็น 2-in-1 Notebook ซึ่งเราสามารถใช้ปกติเหมือน Notebook ทั่วไป หรือหมุนหน้าจอใช้งานได้หลากหลายโหมด ด้วยตัวเครื่องนั้นจะมาพร้อมกับแกนยึดหน้าจอขนาดใหญ่ แข็งแรงทนทานที่สามารถปรับแต่งรูปแบบสำหรับการใช้งานได้ พร้อมรองรับการทัชสกรีน ซึ่งเราจะได้เห็นแนวคิดรูปแบบนี้กันอีกใน Acer Concept D9 ที่เป็น 2-in-1 Notebook สายของนักออกแบบ

เต็มที่ไปเลยกับขนาดที่หญ่โตและน้ำหนักของตัวเครื่อง โดยมีน้ำหนักที่ 4.5 กิโลกรัม จัดว่าเป็น Gaming Notebook จอ 17.3″ ที่ไม่เน้นความบางเบา แต่เน้นความแรง ระบบระบายความร้อน และฟีเจอร์มัลติโหมดเป็นหลัก ไม่สนความบางเบาอย่าง Gaming Notebook รุ่นอื่นๆ ในปัจจุบัน ทำให้การพกพานั้นอาจจะไม่สะดวกนัก แต่ก็พอที่เคลื่อนย้ายไปไหนมาไหนบ้าง บนพื้นฐานการออกแบบให้ความรู้สึกที่ดุดันมีพลังด้วยวัสดุอะลูมิเนียมตลอดทั้งตัวเครื่อง

ดีไซน์การของ Acer Predator Triton 900 มาพร้อมความสดใหม่ ตัวเครื่องนั้นเป็นทรงแบบเหลี่ยมตัดมุมตลอดทั้งตัวเครื่อง ที่นับว่าเป็น DNA ของ Acer ที่เป็น Gaming Notebook ซึ่งดูแล้วมีความสมมาตรลงตัว มาพร้อมกับวัสดุผสมระหว่างอลูมิเนียมและแมกนีเซียม มาในโทนสีดำอย่าง Obsidian black สลับกับสีฟ้าบางส่วนอย่างโลโก้และฟินระบายความร้อน พร้อมกันนั้นพื้นผิวเรียบจากการใช้วิธีพ่นทราย ซึ่งจะทำได้ละเอียดกว่าการขัดปกติ ผิวชิ้นงานเนียน และช่วยให้สีติดที่เนื้อวัสดุได้อย่างดีที่สุด แถมยังมีความทนทานด้วย โดยการใช้งานจริงนับว่าให้สัมผัสที่เยี่ยมยอด แตกต่างจาก Gaming Notebook ทั่วไปแบบรู้สึกได้ในครั้งแรก

ซึ่งเวลาใช้งานตัวเครื่องนั้นทำให้ดูน่าใช้งานแบบเทพๆ เข้าไปอีก ด้วยกระจกโปร่งใส่รมดำที่อยู่เหนือคีย์บอร์ดจะโชว์การทำงานของพัดลมและฮีทไปป์ขนาดใหญ่หลายเส้นพาดผ่านอยู่ส่วนด้านขวาพร้อมมีไฟ LED อย่างที่ไม่ต้องกังวลในเรื่องของรอยขีดขวนที่อาจจะเกิดขึ้น เรียกได้ว่าเป็นการออกแบบที่เรียบง่าย แต่ใช้งานได้จริงทีเดียว พร้อมช่องดูอากาศขนาดใหญ่มากๆ เพื่อให้ช่วยดูดลมเย็นระบายความร้อนที่ดีกว่าเดิม รวมไปถึงยังมีปุ่มการตั้งค่าโปรไฟล์พร้อมปุ่ม Turbo ที่อยู่มุมบนซ้าย เพื่อช่วยอำนวยความสะดวกในการเล่นเกมได้เป็นอย่างดี

Acer Predator Triton 900 โดดเด่นด้วยปุ่มกดที่เร่งประสิทธิภาพอย่าง Turbo ซึ่งอยู่เหนือแป้นคีย์บอร์ดทางซ้าย เพียงการกดครั้งเดียว ตัวเครื่องจะเร่งรอบพัดลมอัตโนมัติให้แรงที่สุดทั้ง 3 ตัว เพื่อให้ชิปประมวลผลทำได้เต็มที่ 100% ส่วนการ์ดจอก็จะมีการเร่งความแรงไปอีกให้เกิน 100% ด้วยการ Overclock เรียกได้ในการเล่นเกมเพื่อให้ลื่นไหลที่สุด ในการจัดการความร้อนที่ดีที่สุด เราสามารถทำได้ง่ายมากเพียงปุ่มเดียวเท่านั้น แต่ก็อย่าลืมว่ากดแล้วพัดลมก็จะดังที่สุดเช่นเดียวกัน คงเป็นเรื่องที่ต้องยอมรับกันได้ (แต่ถ้าใช้งานทั่วไปก็จะมีความเงียบมากๆ แทบไม่ได้ยินเสียงว่าพัดลมทำงานรอบต่ำเลยทีเดียว)

ฝาหลังจะมีโลโก้ Predator พร้อมกับความสามารถเปล่งแสงสีฟ้าได้ ส่วนขอบด้านหน้าจะมีการว้าวเว้นเอาไว้ให้เปิดฝาได้ง่าย ตรงขอบก็จะมีการตัดมุมไว้ให้ดูสวยงามและโดดเด่นกว่าโน้ตบุ๊คทั่วไป สำหรับด้านฐานล่างตัวเครื่อง Acer Predator Triton 900 รุ่นนี้เป็นอะลูมิเนียมเรียบๆ พร้อมมียางรองขนาดใหญ่ทั้งหมด 4 จุด ช่วยยกตัวเครื่องให้สูงขึ้น ช่วยส่งมวลลมเย็นถูกดูดเข้าช่องลมขนาดใหญ่ได้มากขึ้นส่งผลให้มีประสิทธิภาพในการระบายความร้อนที่ดี ส่วนงานประกอบก็เนียบเหมือนเดิม เรื่องนี้ไว้ใจทาง Acer เค้าได้เลย

Acer Predator Triton 900 ใช้เทคโนโลยีการระบายความร้อนด้วยพัดลมแบบพิเศษ AeroBlade 3D Gen 4  ใช้พัดลม 3 ตัว ตัวละ 59 ใบพัดขนาด 0.1 มิลลิเมตร ออกแบบพิเศษได้รับแรงบันดาลใจจากกลไกการบินที่เงียบสนิทและทรงพลังของนกฮูก ปลายใบพัดลมของเราจึงมีรอยหยักเพื่อให้อากาศผ่านได้มากขึ้น ซึ่งมีช่องระบายอากาศถึง 4 จุด อยู่ทางด้านหลังและด้านข้างของตัวเครื่อง เป่าไล่ลมร้อนผ่านชุดระบายที่แยกการระบายความร้อนระหว่างชิปประมวลผลและการ์ดจอด้วยฮีทไปป์รวมกันถึงหลายเส้น ที่ใหญ่กว่าทุกๆ รุ่นหายห่วงได้เลยในเรื่องของอุณหภูมิ และความทนทานในการใช้งานฮาร์ดแวร์ในระยาวไม่ว่าจะเล่นเกมหนักแค่ไหนก็ไม่ได้ก่อให้เกิดความร้อนสะสม

ส่วนปุ่มเปิดปิดเครื่อง Acer Predator Triton 900 ถูกติดตั้งไว้ขอบตัวเครื่องด้านขวาเรียบเนียนไปขอบตัวเครื่อง (ระวังเผลอไปโดนด้วยเวลาขยับเครื่อง) พร้อมไฟ LED แสดงสถานะการทำงาน ซึ่งตรงบริเวณนี้ตรงขอบบนมุมขวาจะเป็นโลโก้ลำโพงของ Waves Maxx Audio / WaveNX

ที่สำคัญนอกจากความเป็นที่สุดยอด Gaming Notebook ตัวแรงแล้วก็คือ Acer Predator Triton 900 มีโหมดหน้าจอให้เลือกถึง 4 โหมดได้แก่ Display Mode สำหรับแบ่งจอ , Ezel Mode สำหรับเล่นเกมแบบ Touchscreen , Notebook Mode สำหรับใช้งานแบบปกติ และ Stand Mode สำหรับใช้งานคล้ายเป็นแท็บเล็ต ที่ต้องยอมรับว่ามันดีจริงๆ ในเรื่องของมุมมองการใช้งานต่างๆ นับได้เหนือชั้นกว่า Notebook ทั่วไปแน่นอน แม้ราคาดูสูงแต่จัดเต็มทุกฟีเจอร์จริงๆ อย่างที่ Gaming Notebook ทั่วไปไม่สามารถให้ได้

 

Keyboard / Touchpad

คีย์บอร์ดของ Acer Predator Triton 900 เป็นแบบ Mechanical Keyboard ประเภท Low Profile ทำให้การตอบสนองของแป้นพิมพ์ แรงกด และการใช้ปุ่มหลายๆ ปุ่มพร้อมๆ กัน สามารถทำได้แม่นยำไม่แพ้ Mechanical Keyboard แบบแยกของพีซี บนเทคโนโลยีไฟ RGB ทำให้เปลี่ยนสีได้ตามใจของผู้ใช้หลากหลายรูปแบบ ซึ่งสามารถปรับแต่งได้ผ่านทางซอฟต์แวร์ Predator Sense ซึ่งความโดดเด่นด้วยการที่เป็นแบบโปร่งแสงทำให้มีไฟเรืองแสงขึ้นมาจากตัวอักษรด้วย เรียกได้ว่าเน้นสำหรับเกมหรือทำงานก็เต็มประสิทธิภาพ

ที่สำคัญไฟ LED ก็เป็นแบบ 4 โซน เราสามารถตามใจของผู้ใช้หลากหลายรูปแบบ ผ่านทางซอฟต์แวร์ PredatorSense หรือจะปรับเป็นสีเดียวนิ่งๆ ก็ทำได้ ส่วนในการใช้งาน Turbo เราก็สามารถกดปุ่มได้เลย โดยเมื่อกดแล้วเราจะเห็นว่ามีไฟสีฟ้าสว่างขึ้นที่ปุ่ม พร้อมกับรอบพัดลมที่ดังขึ้น และตัวซอฟต์แวร์เองก็จะแสดงสถานะการทำงานของการ Overclock การ์ดจอด้วย แต่มีเงื่อนไขก็คือ จำเป็นต้องต่ออแดปเตอร์ด้วย ไม่วั้นกดปุ่ม Turbo ไปแล้ว ก็จะไม่ทำงาน Turbo แต่อย่างใด

ดีไซน์ทัชแพดนั้นก็ใช้เป็นแบบปุ่มแยกออกมา โดยการควบคุมสามารถทำได้เป็นอย่างดีรวมไปถึงปุ่มคลิกทั้งซ้ายขวาก็มีความนุ่มและเด้งรับได้น่าประทับใจ การใช้งานจัดได้ว่าอยู่ในระดับที่ดีมาก นอกเหนือจากนั้นทัชแพดยังสามารถเปลี่ยนไปใช้งานในรูปแบบของปุ่ม NumPad ได้ จากการกดดับเบิ้ลตรงมุมขวาบนของทัชแพด สลับไปมาง่ายมากๆ

ซึ่งตรงจุดนี้นั้นถือว่า Acer สามารถที่จะใช้พื้นที่ได้อย่างมีประโยชน์ที่สุด แต่มันก็อาจจะไม่ค่อยสะดวกเท่าไรนัก เพราะ Gaming Notebook ปกติจะแยกส่วนมาให้นั่นเอง โดยเราเรียก ซอฟต์แวร์ PredatorSense ด้วย สำหรับการใช้งานจริงๆ คงต้องปรับตัวซะหน่อยทั้งคีย์บอร์ดและทัชแพด เพราะข้อมือของเราต้องโดนขอบเครื่องตรงๆ ซึ่งนั่นอาจจะทำให้ลำบากกว่าคีย์บอร์ด Gaming Notebook ทั่วไป แต่ก็ไม่ยากเกินไปที่เรียนรู้

Screen / Speaker

Acer Predator Triton 900 มีหน้าจอแสดงผลขนาด 17.3″ ความละเอียดเป็น 4K UHD (3840×2160 พิกเซล) ทำให้ภาพปรากฏออกมามีความเรียบเนียนแบบสุดๆ กว่าที่ตาเราเห็น สเกลอัพที่ 250% แม้ว่าจะรองรับที่ 60Hz แต่เกมในการเล่นเกมก็คือว่าเพียงพอแล้ว ที่สำคัญยังติดตั้งชิปประมวลผลภาพ NVIDIA G-SYNC ทำให้ในการใช้งานทั่วไป รวมไปถึงเล่นเกมนั้นมีความลื่นไหล ไม่มีอาการภาพฉีกหรือภาพเบลอให้เห็นอีกด้วย พร้อมใช้พาเนลคุณภาพสูง IPS คุณภาพสูง ขอบเขตสี sRGB ใกล้เคียง 100% โดดเด่นในของเรื่องมุมภาพที่กว้างแบบสีสันไม่เพี้ยน  เมื่อใช้การดูภาพ ดูวิดีโอ และเล่นเกมก็ทำได้อย่างเป็นอย่างดี เรียกได้ว่าเล่นเกมก็เทพทำงานก็เยี่ยม

ส่วนบานพับก็แข็งแรงกว่ารุ่นพร้อมกางได้ถึง 145องศา พร้อมการหมุนกลับไปมาได้เกือบ 360 องศา ส่งผลให้ได้มุมมองและประสบการณ์ใช้งานที่หลากหลาย ไม่ว่าจะนั่งนอนมุมไหนก็ตาม ก็ปรับได้อย่างอิสระ จะเอาขอบจอว่าตัวเครื่อง หรือยกให้สูง ก็ทำได้เหนือชั้นกว่า Notebook ทั่วไปที่มีฟีเจอร์นี้ โดยยังติดตั้งกล้องเว็บแคมและไมโครโฟนแบบคู่ไว้ด้านบนได้ตามปกติ ที่สำคัญบริเวณมุมขอบหน้าจอซ้ายและขวายังมีการตัดมุมให้ดูสวยงามลงตัวแตกต่างจาก Gaming Notebook ทั่วไป เรียกได้ว่าได้รับแรงบันดาลใจเต็มๆ มาจาก Acer Gaming Notebook หลากหลายรุ่นก็ว่าได้

การทดสอบประสิทธิภาพหน้าจอของ Acer Predator Triton 900  ที่เป็นโน้ตบุ๊กที่ใช้หน้าจอพาเนล IPS คุณภาพสูง เราใช้เครื่องมือที่เป็นทั้งซอฟต์แวร์และฮาร์ดแวร์อย่าง Spyder5Elite พร้อมทั้งคาลิเบรทหน้าจอให้สีสันมีความตรงความเป็นจริงมากที่สุด ผลที่ได้หลังจากที่คาลิเบรทก็คือคอนทราสต์มีการไล่โทนที่กว้างขึ้น รวมไปถึงมีสีสันและอุณหภูมิสีที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างชัดเจน จากโทนเย็นกลายเป็นโทนอุ่น

โดยให้ขอบเขตความกว้างของสีสันเทียบเท่ากับมาตรฐาน sRGB ที่ 96% Adobe RGB 92% ดูจากที่เส้นสีของหน้าจอจะเป็นสีแดง เรียกได้ว่าให้ประสิทธิภาพเรื่องของสีสันระดับที่ดีมากๆ สูงเกือบ 100% ทีเดียว ความสว่างหน้าจอสูงสุดอยู่ที่เกือบๆ 300 cd/m2 ซึ่งจัดได้ว่าอยู่ในเกณฑ์ดีกว่ามาตรฐานความสว่างของหน้าจอในโน้ตบุ๊กทั่วไป คือ พอสู้แสงกลางแจ้งได้ รวมไปถึงการทำงานภาพกราฟิกหรือตกแต่งภาพที่เน้นมืออาชีพมากๆ ก็ทำได้ดีเช่นกัน

ต่อกันที่วัดความสว่างของหน้าจอตามตำแหน่งต่างๆ ของ Acer Predator Triton 900 โดยแบ่งเป็น 9 ช่อง เทียบจากช่องกลางที่ปกติแล้วจะให้ความสว่างที่มากที่สุด ที่จะเห็นได้ว่าแถวกลางของจอเป็น 0% ก็คือแสดงความสว่างได้เต็มที่ที่สุด แต่สำหรับช่องกลางด้านล่างเหมือนจะมีแสงสว่างที่ลดลงระดับ 13% ในการทดสอบก็เพื่อให้เราใช้งานอย่างระมัดระวังสำหรับคนที่บังเอิญจำเป็นต้องใช้งานภาพถ่าย หรืองานกราฟิกอื่นๆ ปิดท้ายด้วยคะแนน 4 เมื่อทดสอบด้านการแสดงผลต่างๆ ทั้งหมดแล้ว ผ่านทางอุปกรณ์ Spyder5Elite

ระบบเสียง Acer Predator Triton 900 ก็น่าประทับใจไม่แพ้กัน ด้วยลำโพงคุณภาพสูงติดตั้งอยู่มุมหน้าด้านหน้าของตัวเครื่องทั้งขอบด้านบนและขอบด้านล่าง โดยมีซอฟแวร์ปรับแต่งเสียง Waves Maxx Audio ระบบเสียงที่ดีที่สุดสำหรับการใช้งานที่หลากหลาย ขยายทั้งความดัง คุณภาพเสียงที่ดี และเสียงทุ่ม รองรับทั้งเล่นเกมหรือทำงานทั่วไป ทำให้มีการปรับแต่งเสียงที่ดีกว่าโน้ตบุ๊คทั่วไปอย่างชัดเจน สนับสนุน VR และ 3D เต็มรูปแบบใช้เล่นเกมนี่บันเทิงได้เต็มอารมณ์ ยิ่งถ้าต่อหูฟังยิ่งได้อรรถรสในการเล่นเกมได้ดีขึ้นไปอีกระดับ

Connector / Thin And Weight

Acer Predator Triton 900 จัดว่าเป็น Gaming Notebook หน้าจอ 17.3 นิ้ว ที่มีขนาดใหญ่กว่า Gaming Notebook ในขนาดหน้าจอเดียวกัน โดยมีพอร์ตเชื่อมต่อต่างๆ กระจายไปทั้งขอบด้านข้างซ้ายขวาและด้านหลังของตัวเครื่อง ไม่ว่าจะเป็น 3 x USB 3.1, 2 x USB Type-C (1 x Thunderbolt 3) , 1 x HDMI 1.4, 1 x DisplayPort 1.2, RJ45 (E3000 Ethernet Controller) และ Mic-in/Headphone-out พร้อมมีตัวรับสัญญาณ Xbox wireless แบบ Built-in ข้างใน ส่วนพอร์ต USB สีฟ้าก็ดูเข้ากันกับตัวเครื่อง Predator เป็นอย่างดี

มี Bluetooth 5.0 และ Wi-Fi 802.11 ac อย่าง Wireless-AC 1550 ระบบเน็ตเวิร์คสำหรับการเล่นเกมโดยเฉพาะลดกาารกระตุกช่วยให้การเล่นเกมออนไลน์ได้ลื่นๆ ลดค่าปิงต่ำได้เป็นอย่างดี ทำงานผ่านทาง Killer Control Center 2.0 ส่วนของการพกพา ก็ถือว่าทำได้แต่อาจจะไม่ได้เหมาะสำหรับทุกคน ด้วยน้ำหนัก 4.5 กิโลกรัม นับว่าหนักกว่ามาตรฐานของ Gaming Notebook โดยเมื่อรวมกับอแดปเตอร์แล้วจะมีน้ำหนักที่มากกว่า 5 กิโลกรัม สรุปคือพอพกพาได้ แต่ในแบกขึ้นรถสาธารณะอันนี้คงไม่ไหว

Performance / Software

โดย Acer Predator Triton 900 มาพร้อมกับชิปประมวลผล Intel Core i Gen อย่าง Intel Core i7-8750H (ว่าที่รุ่นยอดนิยมประจำปี 2019) ซึ่งเป็นชิปประมวลผลที่เน้นการใช้งานหนักๆ ไม่จะเป็นการโปรเซสหรือเล่นเกม มีความเร็วในการประมวลผลอยู่ที่ 2.20 GHz แต่สามารถเร่งประสิทธิภาพขึ้นไปได้สูงสุดถึง 4.10 GHz เป็นซีพียูแบบ 6 Core 12 Threads

ที่แรงเพียงพอสำหรับการใช้งานทั่วไปมากๆ หรือถ้างานที่ต้องประมวลผลจริงจังก็รองรับได้อย่างสบายๆ เรียกได้ว่าแรงกว่ารุ่นก่อนหน้าอย่าง Intel Core i7-7700HQ พอตัว มาพร้อมแรมภายในขนาด 16GB DDR4 แบบ 2 แถว รวมเป็น 32GB ที่สามารถขับเคลื่อนระบบปฏิบัติการ Windows 10 ลิขสิทธิ์ที่มีมาให้แบบสบายๆ

   

กราฟิกการ์ดเป็นแบบออนบอร์ดอย่าง Intel UHD Graphics 630 ได้ถูกปิดลงไปเพื่อให้การ์ดจอแยกอย่าง NVIDIA GeForce RTX 2080 ทำงานได้เต็มประสิทธิภาพที่สุด ที่ต้องบอกว่าแรงเทียบเท่าระดับพีซีแบบสบายๆ แรงกว่า GTX 1080 SLI (2 ใบ) ที่เป็นรุ่นก่อนหน้าแน่นนอน เรียกได้ยิ่งตอบสนองในส่วนของการทำงานที่เกี่ยวข้องกับ 3 มิติ หรือเกมที่กินทรัพยากรได้เป็นอย่างดีทีเดียว เรียกว่าสำหรับเกมออนไลน์สามารถทำได้เป็น 100 FPS ให้ประสิทธิภาพความแรงที่ดีที่สุด แรงสุดในการ์ดจอ RTX ด้วยกันทั้งหมด

พร้อมกันนั้นยังมาเทคโนโลยี Ray Tracing ที่สามารถแสดงผลการติดตามแสงของวัตถุ และสภาพแวดล้อมในแบบเรียลไทม์ ระหว่างกระบวนการเรนเดอร์กราฟิกสามารถคำนวณการสะท้อน และหักเหแสงได้อย่างถูกต้อง ครอบคลุมทั้งแสง และเงาทางกายภาพ ทำให้เกมนั้นสมจริงมากยิ่งขึ้นกว่าเดิม เรียกได้ยิ่งตอบสนองในส่วนของการทำงานที่เกี่ยวข้องกับ 3 มิติ หรือเกมที่กินทรัพยากรได้เป็นอย่างดีทีเดียว เหนือชั้นกว่าการ์ดจอ GTX 10 Series ก่อนหน้านี้ทีเดียว ที่ไม่ใช่แค่ลื่นไหลแต่สวยสมจริงด้วย รวมไปถึงมีชิปช่วยประมวลผลภาพแยกอย่าง NVIDIA G-Sync ทำให้ลดภาระของซีพียูในเรื่องของการทำงานลดภาพฉีกขาดลงไปอีกขั้น (ดีกว่าไม่มีชิป NVIDIA G-Sync แน่นอน)

สำหรับโปรแกรมทดสอบ CINEBENCH ที่เน้นในเรื่องของพลังชิปประมวลผล คะแนนก็อยู่ในระดับสูงสุดๆ ที่น่าประทับใจ เปรียบเทียบกับชิปประมวลผลรุ่นก่อนหน้าแล้ว ก็ทำได้ดีกว่าเล็กน้อย รวมไปถึงตัวกราฟิกการ์ดเองก็มีประสิทธิภาพสูงขึ้น เรียกได้ว่าตอบโจทย์ในส่วนของงานประมวลผลหนักๆ ได้อย่างสบายๆ รวดเร็วทันใจแบบสุดๆ สมกับเป็นชิปประมวลผลตัวบนในรุ่นใช้งานเต็มกำลัง และการ์ดจอระดับบน ที่เน้นการทำงานเป็นหลัก

ตัวเก็บข้อมูลของเครื่องที่เลือกใช้ SSD ก็ทำคะแนนออกมาได้อย่างรวดเร็วเป็นที่น่าพอใจบนขนาดความจุ 1TB แบบ M.2 NVMe PCIe ระดับสูง แน่นอนว่าเร็วกว่า SSD M.2 SATA 3 แบบทั่วไป ยิ่งเมื่อนำไปใช้เทียบกับฮาร์ดดิสก์แบบจานหมุนแล้วละก็จะเห็นถึงประสิทธิภาพทั้งในด้านการทดสอบและในด้านการใช้งานจริงที่แตกต่างกันอย่างเห็นเห็นได้ชัด เรียกได้ว่าเปิดอะไรปุ๊บก็ติดปั๊บ ทั้งการทำงานและเล่นเกม ที่ต้องบอกว่าความเร็วระดับการอ่านที่ราวๆ 3506MB/s และเขียนที่ 3026MB/s โหลดอะไรก็เร็วไปหมดไม่ต้องรอเลย

การทดสอบประสิทธิภาพกับโปรแกรม PCMark 10 Advance ซึ่งสามารถทำคะแนนการทดสอบรวมได้มากถึง 5,923 คะแนน ถือได้ว่าในส่วนของการใช้งานทั่วไปโดยรวมนั้นสอบผ่านแบบสบายๆ เหลือเฟือมากๆ ทั้งในส่วนของการเล่นเว็บไซต์ งานเอกสาร งานตกแต่งรูปภาพ รวมถึงงานตัดต่อวิดีโอ และจากการที่เป็นโน้ตบุ๊คเล่นเกมมีการ์ดจอแยกอย่าง RTX 2080 ทำให้มีคะแนนพุ่งกว่า Gaming Notebook ทั่วไปมากๆ กับคะแนนสูงระดับนี้ที่เราไม่ค่อยได้เห็นเท่าไร

คะแนนและเฟรมเรมในการเล่นเกมทำออกมาน่าสนใจมากๆ โดยเฉลี่ยของเฟรมเรท (FPS) จากทั้ง 6 เกมที่ได้ทดสอบมีค่าเฟรมเรทเฉลี่ยมากกว่า 60 FPS ขึ้นไปแทบทุกเกม ซึ่งตรงนี้ก็สามารถชี้วัดความสามารถในการเล่นเกมที่กราฟิกละเอียดๆ และภาพสวยๆ ได้ลื่นไหลเป็นอย่างดีเลย จากการที่สเปกภายในเป็นชิปประมวลผล Intel Core i7-8750H ที่สามารถรีดพลัง NVIDIA GeForce RTX 2080 ออกมาได้อย่างเต็มที่ ประกอบกับยังใช้แรม 32GB DDR4 รวมไปถึง SSD NVMe ก็ส่งผลช่วยด้วย

ทดสอบเกมออนไลน์อย่าง DOTA 2 / Overwatch / PUBG ก็จัดการทดสอบแบบปรับสุดหมดให้ด้วยเช่นกันที่ความละเอียด Full HD และ 4K UHD ซึ่งเป็นความละเอียดที่จะสามารถเล่นให้ลื่นไหลได้ สำหรับรายละเอียดภาพอื่นๆ ก็เรียกได้ว่าเปิดทุกอัน  ผลที่ได้ออกมาก็คือสามารถเรนเดอร์ได้อย่างไหลลื่นในระดับเฟรมเรทที่สูงสุด แม้กระทั่งฉากตะลุมบอนกันก็สบายๆ ค่าเฟรมเรทอยู่ที่ราวๆ 100 – 200 ขึ้นไปตลอด แจ่เห็นว่ามี DOTA 2 เกมเดียวที่ทั้ง 2 ความละเอียดมีเฟรมเรทที่ต่างกันไม่มาก เหมือนเกมอื่นๆ ที่จะต่างกันประมาณ 2 เท่าตัว

ส่วนเกมกินทรัพยากรพอตัวอย่าง Battlefield V / FarCry 5 / GTA V ก็สามารถเล่นได้ดีที่ความละเอียด Full HD และ 4K UHD โดยกราฟิกปรับระดับสูงสุดทั้งหมด ตามภาพด้านบน ที่ต้องบอกว่าภาพก็สวยจนน่าประทับใจ เรียกได้ว่าเหลือๆ กับการตอบสนองความต้องการเล่นเกมได้สมบูรณ์ที่สุดแล้ว โดยเกม Battlefield V โดดเด่นด้วการรองรับเทคโนโลยี Ray Tracing ที่ไม่ใช่แค่ลื่นไหล แต่สวยสมจริงกว่าที่เคยมีมาอีกด้วย รวมไปถึงเห็นได้ชัดถึงความต่างของเฟรมเรทที่ได้ เมื่อเราปรับความละเอียด Full HD และ 4K UHD ส่วนมากคือต่างกันประมาณเท่านึงได้

ซึ่งการที่จะดันเฟรมเรทให้ได้สูงเพียงพอต่อความสามารถอันล้นเหลือของหน้าจอแสดงผลนั้น ทำให้ Acer Predator Triton 900 จึงมาพร้อมกับกราฟิกการ์ดระดับสูงสุดถึง GeForce RTX 2080โดยสถาปัตยกรรม Turing แบบใหม่ที่มาพร้อมกับกลุ่มกราฟิกการ์ดสำหรับโน้ตบุ๊ครุ่นล่าสุดจากทาง NVIDIA นั้นได้รวมเอาการเรนเดอร์ภาพแบบปกติเข้ากับเทคโนโลยี Ray tracing แบบเรียลไทม์ และระบบปัญญาประดิษฐ์

เพื่อให้ได้ซึ่งความสมจริงที่ยอดเยี่ยมยิ่งขึ้น แกนประมวลผล CUDA แบบเดิมทำงานร่วมกับแกนประมวลผล RT สำหรับ Ray tracing และแกนประมวลผล Tensor สำหรับ AI เพื่อให้แสง, เงา, และเอฟเฟคท์อื่นๆมีคุณภาพที่ดียิ่งขึ้น พลังในการประมวลผลที่มีความหลากหลายเหล่านี้ยังสามารถนำไปใช้ในงานลักษณะอื่นๆได้อีกมากมาย ตั้งแต่การสร้างสรรค์คอนเทนต์ ไปจนถึงการสร้างแบบจำลองสามมิติ หรือการเรียนรู้เชิงลึก (deep learning)

Acer Predator Triton 900 มาพร้อมกับซอฟแวร์ยูทิลิตี้ PredatorSense ที่ทำให้เราสามารถปรับค่าต่างๆ ในตัวเครื่องได้อย่างง่ายดายไม่ว่าจะเป็นการตั้งค่าไฟคีย์บอร์ด RGB, ไฟพัดลม, เร่งรอบพัดลมได้เมื่อต้องใช้งานหนักๆ รวมไปถึงเรายังสามารถ Overclock การ์ดจอ เพื่อเร่งประสิทธิภาพให้แรงยิ่งขึ้นไปอีกได้ และสุดท้ายกับการดูสถานะการทำงานของตัวเครื่องก็มีทั้ง อุณหภูมิ รอบพัดลม กันแบบเวลาจริงเลยล่ะ เรียกได้ว่า Acer ใส่ใจใน Predator Sense  เพื่อให้เราใช้งานได้งานและใช้งานได้จริงทีเดียว

นอกจากนี้ทาง Acer Predator Triton 900 เองก็ยังมีในส่วนของซอต์ฟแวร์ที่จะเป็นตัวช่วยในการใช้งานของเราอีกด้วยอย่าง Acer Care Center (เปิดเครื่องมาเจอเลย) ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของสเปกภายใน หรือเช็คสถานะการทำงานส่วนต่างๆ ของเครื่อง รวมไปถึงยังสามารถ ตรวจเช็คสถานะเครื่องกับข้อมูลแคชต่างๆ ก็ทำการลบทิ้งได้ตรงนี้เลย หรือเช็คอัพเดทซอฟ์ตแวร์และไดร์เวอร์ต่างๆ ของเครื่องก็สามารถทำผ่านตรงนี้ได้เช่นกัน ที่สำคัญถ้าใครต้องการ Backup หรือ Recovery ข้อมูลภายในก็จัดการได้เลย

Battery / Heat / Noise

แบตเตอรี่ที่ติดตั้งมาให้ใน Acer Predator Triton 900 เครื่องนี้เป็นแบบฝังตามปกติ ส่วนของการทดสอบระยะเวลาใช้งานของแบตเตอรี่โดยตั้งค่าความสว่างหน้าจอและเสียงให้ระดับกลางๆ แล้วเล่นเว็บสลับกับดู Youtube แล้ว โปรแกรม BatteryMon แจ้งระยะเวลาใช้งานต่อเนื่องในเงื่อนไขดังกล่าวเกือบๆ 2 ชั่วโมงโดยประมาณ แม้ว่าอาจจะใช้งานได้ไม่ยาวนานมาก แต่ก็ต้องเข้าใจว่ารุ่นนี้ปิดการ์ดจอออนบอร์ดลงไป ใช้เป็นการ์ดจอแยกพร้อมระบบ NVIDIA Optimus ช่วยจัดการแทน ทำให้แบตเตอรี่ใช้งานได้ประมาณนี้ก็ถือยอมรับได้แล้ว

ส่วนเรื่องอุณหภูมิในการใช้งานนั้น Acer Predator Triton 900 เมื่อใช้งานแบบปกติชิปประมวลผลจะอยู่ที่ประมาณ  35 – 45 องศาเซลเซียส ภายในห้องปรับอากาศอุณหภูมิประมาณ 25 องศาเซลเซียส จากนั้นทำการทดสอบเบิร์นให้เครื่องทำงาน 100% ด้วยการเล่นเกมกราฟิก 3 มิติ เพื่อให้เห็นถึงระบบระบายความร้อนและเสียงรบกวนที่จะเกิดขึ้นเมื่อพัดลมหมุนรอบจัดสุด ด้วยการเปิดโหมดพัดลมระดับสูงสุดด้วยการกดปุ่ม Turbo เพื่อให้พัดลมทำงาน 100%

ที่ดูจากภาพแล้วจะเห็นได้ว่าอุณหภูมิสูงสุดของชิปประมวลผล CPU อยู่ที่ไม่เกิน 91 – 96 องศาเซลเซียส ส่วนการ์ดจอถือว่าเย็นมากๆ ร้อนสุดๆ เพียง 69 องศาเซลเซียสเท่านั้น โดยรวมแล้วมีการจัดการอุณหภูมิได้เป็นอย่างดีมาก ซึ่งเมื่อเทียบกับประสิทธิภาพที่ได้กลับมากับความบางเบาตัวเครื่องที่เน้นพกพา แน่นอนว่าดีกว่า Gaming Notebook ในสเปกเดียวกัน สำหรับเสียงรบกวนในเวลาทำงานนั้นถือว่าดังประมาณนึง จากการที่เราสามารถเพิ่มรอบสูงสุดได้ด้วยโหมด Turbo นั่นเอง

Conclusion / Award

Acer Predator Triton 900 นั้นถือว่าเป็นโน๊ตบุ๊คสำหรับการเล่นเกมเน้นประสิทธิภาพสูงที่สุด พร้อมโหมดหน้าจอการใช้งานที่หลากหลายโดยมีน้ำหนักที่ 4.5 กิโลกรัม เรียกว่าไม่เน้นความบางเบาเลย ซึ่งสามารถที่จะใช้งานได้ในระยะยาวโดยน่าจะรองรับกับเกมใหม่ๆ ระดับ AAA ใน 2 – 3 ปีนี้ได้อย่างสบาย ด้วยการมาพร้อมกับชิปประมวลผล Intel Core i7-8750H ที่เป็น Core i Gen 8 บนแรม DDR4 ที่ 32GB และ SSD NVMe ความเร็วสูงความจุ 1TB ที่รองรับงานประมวลผลหนักๆ ได้อย่างสบายๆ เพียงพอที่จะทำงานไปด้วยเล่นเกมไปด้วยได้เลย

ที่สำคัญก็คือ ได้การ์ดจอตัวเทพอย่าง NVIDIA GeForce RTX 2018 ที่แรงที่สุด ที่ต้องบอกว่าแรงกว่า GTX 1080 SLI ที่เคยเทพที่สุดในปีที่แล้วด้วยซ้ำ ซึ่งด้วยเทคโนโลยี RTX ray-tracing จะทำให้การเล่นเกมของเรานั้นไม่ใช่แค่ลื่นไหล แต่ได้ประสบการณ์ใช้งานเพิ่มยิ่งขึ้นด้วย จากความสวยงามและเรื่องแสงและเงา อย่างที่ GTX ไม่สามารถให้ได้มาก่อน และนั่นก็มีผลต่อควบคุมความร้อน ซึ่ง Acer ทำออกมาได้อย่างมีเสถียรภาพผ่านชุดระบายความร้อน AeroBlade 3D Gen 4  ที่ต้องบอกว่าด้วยสเปกขนาดนี้แต่ว่าเครื่องทำงานได้ไม่ร้อนเลย ยิ่งการ์ดจอเย็นจัดๆ ไปเลย

Acer Predator Triton 900 ยังมาพร้อมกับความละเอียดระดับ 4K UHD IPS มี G-Sync ในตัวให้ภาพที่ลื่นไหล ไม่มีสะดุด อย่างี่หาไม่ได้ใน Gaming Notebook ทั่วไป และมี Windows 10 แท้ในตัวมาให้เลย ทำให้ Acer Predator Triton 900 แอดมินโป้งมารีวิวนั้น เรียกได้ว่าเป็น Gaming Notebook ที่แรงที่สุดในตลาดตอนนี้ก็ว่าได้ ความแรงเพียงพอแล้วสำหรับทุกเกมบนโลกในนี้ที่ความละเอียด 4K UHD ที่ 60 เฟรมเรท หรือใครอยากลื่นไหลกว่านั้นก็ปรับต่อจอแยกแล้วปรับเป็นความละเอียด Full HD ก็สามารถทำได้

ที่แตกต่างอย่างชัดเจนก็คือ Acer Predator Triton 900 มีโหมดหน้าจอให้เลือกถึง 4 โหมดได้แก่ Display Mode สำหรับแบ่งจอ , Ezel Mode สำหรับเล่นเกมแบบ Touchscreen , Notebook Mode สำหรับใช้งานแบบปกติ และ Stand Mode สำหรับใช้งานเป็นแทบเล็ต ที่ต้องยอมรับว่ามันดีจริงๆ ในเรื่องของมุมมองการใช้งานต่างๆ นับได้เหนือชั้นกว่า Notebook ทั่วไปแน่นอน แม้ราคาดูสูงแต่จัดเต็มทุกฟีเจอร์จริงๆ อย่างที่ Gaming Notebook ทั่วไปไม่สามารถให้ได้ เป็นหนึ่งในสุดยอด Gaming Notebook ปี 2019 ก็ว่าได้เลย (ก่อนที่รุ่นพี่อย่าง Acer Predator 21X ที่เป็นรุ่นใหม่ การ์ดจอ RTX 2080 SLI จะมา)

ข้อสังเกตของเครื่องนี้ก็มีอยู่บ้างคือ Acer Predator Triton 900 ตัวเครื่องค่อนข้างหนา ใหญ่และหนัก ทำให้เวลาพกพาไปไหนค่อนข้างลำบาก รวมถึงอแดปเตอร์ก็อันใหญ่หนักมากเช่นกัน ในส่วนของพอร์ตเชื่อมต่อก็แอบเสียดายนิดหนึ่งที่ไม่มี SD Card Reader ส่วนในเรื่องของหน้าจอที่ไม่ใช่ 144Hz ก็เป็นอะไรที่รับได้ ต้องเข้าใจว่าในตลาดตอนนี้หน้าจอ 4K UHD ที่ 144Hz ในตลาด Gaming Notebook ยังไม่มี รวมถึงในการใช้งานจริงๆ ถ้าอยากขับเฟรมเรทขนาดนั้น จำเป็นต้องใช้ RTX 2080 SLI ทีเดียว รวมไปถึงคีย์บอร์ดไม่มีภาษาไทยนะ อีกนิดก็คือน่าจะให้ Core i9-8950HK มาเลย จะได้สุดทาง

อย่างไรก็ตาม Acer Predator Triton 900 ถ้าเรามีงบประมาณถึงค่าตัวที่ 139,900 บาท ก็ถือเป็นอีกตัวเลือกหนึ่งที่น่าซื้อไม่น้อย เพราะด้วยสเปคที่เต็มในทุกๆ ด้าน ที่ให้มากกว่าคู่แข่งอื่นๆ ทั้งในส่วนของสเปคซีพียูการ์ดจอเอง, จอมี G-Sync, มี Thudnerbolt 3 และขอบเขตสีที่สูงถึง 96% sRGB 92% AdobeRGB ก็เพียงพอมากๆ แล้วสำหรับ Gaming Notebook เครื่องหนึ่งที่ควรมี เรียกได้ว่าเจ็บแต่จบตั้งแต่ตัวเริ่มต้นเลยครับ มีเงินก็ต้องจัดแล้วล่ะ แถมหากเครื่องมีปัญหาก็ประกัน Onsite ซ่อมปีถึงบ้าน 3 ปีเลย ซึ่งถือว่าเป็นมาตรฐานประกันที่ดีมากๆ

ข้อดี

  • ดีไซน์การออกแบบมาใหม่สวยงาม  วัสดุดี งานประกอบแน่นหนา พรีเมียมหรูหรา
  • มีโหมดหน้าจอให้เลือกถึง 4 โหมด มุมมองหลากหลาย ใช้งานได้จริง
  • สเปคแรงมาก Core i7-8750H การ์ดจอ RTX 2080 แรม 32GB พร้อม SSD NVMe 1TB
  • ประสิทธิภาพความแรงในการเล่นเกมสูงมาก เล่นที่ความละเอียด 4K UHD ลื่นไหล
  • พอร์ตเชื่อมต่อครบครันทั้ง Thunderbolt 3 และมี DisplayPort ตัวเต็มมาให้ด้วย
  • มีระบบอินเตอร์เน็ตแบบ Killer Network ช่วยจัดการให้เล่นเกมให้ไหลลื่นขึ้น
  • โปรแกรม PredatorSense สามารถปรับตั้งค่าได้หลายอย่างกว่าเดิม OC เพิ่มได้
  • เป็น Mechanical Keyboard ประเภท Low Profile สีไฟ RGB มีปุ่มมาโครมาให้
  • จอ 17.3 นิ้ว 4K UHD พาเนล IPS คุณภาพสูงมาก พร้อม G-Sync ในตัว
  • ลำโพงคุณภาพสูง โดยมีซอฟแวร์ปรับแต่งเสียง Waves Maxx Audio
  • มี Windows 10 แท้ติดตั้งมาให้เลย พร้อมซอฟต์แวร์ Acer Care Center ใช้งานได้จริง
  • การรับประกัน 3 ปี แบบ On-site Service ซ่อมฟรีถึงบ้าน

ข้อสังเกต

  • ตัวเครื่องกับอแอปเตอร์ใหญ่ หนา หนัก พกพาไปไหนไม่สะดวก
  • ไม่มี SD Card Reader
  • คีย์บอร์ดไม่มรภาษาไทย
  • น่าจะใช้ชิปประมวลผล Core i9-8950HK มาเลย
  • หน้าจอไม่ใช้ 144Hz แต่ก็ยอมรับได้
  • ราคาสูงกว่า Gaming Notebook ทั่วไปมาก

AWARDS

โดยในครั้งนี้จะเป็นการเปรียบเทียบการให้รางวัลกับโน้ตบุ๊คในกลุ่ม Gaming Notebook ขนาดหน้าจอ 17.3 นิ้ว ซึ่ง Acer Predator Triton 900 ก็ได้รับรางวัลต่างๆ ดังนี้

Best Design

เรื่องของรูปร่างหน้าตาก็เป็นหนึ่งในจุดเด่นที่มีอยู่ในผลิตภัณฑ์ของ Acer มาตั้งแต่ไหนแต่ไร ซึ่งจุดเด่นในข้อนี้ก็เห็นได้ชัดใน Acer Predator Triton 900 ที่มีดีไซน์ของตัวเครื่องสวยงาม ดุดัน เรียกได้ว่าพัฒนามาจากตัว Predator ทุกรุ่นได้อย่างยอดเยี่ยมและลงตัวสุดๆ มาพร้อมกับวัสดุผสมระหว่างอลูมิเนียมและแมกนีเซียม มาในโทนสีดำอย่าง Obsidian black สลับกับสีฟ้าบางส่วนอย่างโลโก้และฟินระบายความร้อน พร้อมกันนั้นพื้นผิวเรียบจากการใช้วิธีพ่นทราย ซึ่งจะทำได้ละเอียดกว่าการขัดปกติ ผิวชิ้นงานเนียน

Best Performance

Acer Predator Triton 900 สเปคที่ได้แรงโคตรอยู่ในระดับท็อปๆ ของ Gaming Notebook ในตลาด ทั้ง Intel Core i7-8750H และการ์ดจอ NVIDIA GeForce RTX 2080 พร้อมแรมตัวเครื่องขนาด 32 GB เหลือ และ SSD M.2 NVMe ความจุ 1TB เข้าถึงข้อมูลได้รวดเร็ว เล่นเกมได้อย่างลื่นไหลไม่มีปัญหา ที่ความละเอียด 4K UHD อย่างที่หาประสบกาณ์การเล่นเกมแบบนี้ใน Gaming Notebook ทั่วไปไม่ได้

Best Multimedia

Acer Predator Triton 900 ถือได้ว่าเป็น Gaming Notebook ฟีเจอร์คุณสมบัติอื่นมาอย่างเต็มเปี่ยม ไม่ว่าจะเป็นหน้าจอที่ใช้ NVIDIA G-Sync ความคมชัดระดับ 4K ขอบเขตสีคุณภาพสูง พร้อม 4 โหมดได้แก่ Display Mode สำหรับแบ่งจอ , Ezel Mode สำหรับเล่นเกมแบบ Touchscreen , Notebook Mode สำหรับใช้งานแบบปกติ และ Stand Mode สำหรับใช้งานคล้ายเป็นแท็บเล็ต  ระบบอินเตอร์เน็ตแบบ Killer Network พอร์ต Thunderbolt 3 ที่ล้ำสมัย เรียกได้ว่านอกจะเล่นเกมเก่งแล้วยังสามารถใช้งานด้านโปรดักชั่นหรือเอามาดูหนังฟังเพลงก็เก่งอีกด้วย ใช้งานได้ครอบจักรวาลมากรุ่นนี้

© Copyright - Notebookspec.com All Rights