Home » 0. TOP content

Review – Predator Helios 300 Special Edition สีขาวทอง สเปคโคตรแรง i7 + GTX 1060 + จอ IPS 144 Hz

1 Sep 18 - By l

เป็นอีกรุ่นที่ซอยมาถี่ยิบถี่รุ่นเหลือเกินกับ Predator Helios 300 ที่คราวนี้มากับรุ่นที่พิเศษสุดเป็น Special Edition สีขาวทองสุดสวยไม่เหมือนใคร โดนใจเหล่าเกมเมอร์สาวๆ ที่ต้องการเกมมิ่งโน้ตบุ๊คสักเครื่องหรือหนุ่มๆ ที่ต้องการความแตกต่างเบื่อแล้วสีดำ สีดำแดง โดย Predator Helios 300 Special Edition เป็นเกมมิ่งโน้ตบุ๊คที่สเปคโคตรแรงมี CPU เป็น Intel Core i7 Gen 8 ตัวล่าสุดอย่าง i7-8750H แบบ 6 Core/12 Thread  และการ์ดจอสุดตัวเทพ NVIDIA GeForce GTX 1060 (6GB) แถมได้จอ 15.6 นิ้ว Full HD IPS 144 Hz ฟินๆ เล่นเกมไม่มีภาพฉีกแน่นอน โดยสนนราคาอยู่ที่ 54,990 บาทเท่านั้น + ของแถมสุดพิเศษอีกหลายชิ้น ซึ่งตัวเครื่องถูกผลิตออกมามีจำนวนจำกัด บอกเลยว่าสวยทั้งรูปจูบก็หอม

แน่นอนว่า  Predator Helios 300 ทุกรุ่นมาพร้อมกับประกัน 3 ปีแบบ On-site Service ซ่อมฟรีถึงบ้าน เรียกได้ว่าทาง Acer เขานั้นจัดเต็มจริงๆ โดยในบทความนี้เอง ทีมงาน NBS ก็ได้เครื่อง Predator Helios 300 Special Edition มารีวิวกัน มาดูกันครับว่าประสิทธิภาพเครื่องจะเป็นเช่นไร จะร้อนไหม เล่นเกมลื่นหรือเปล่า ไปดูกันครับ

VDO Review

Coming Soon.

Specification

Predator Helios 300 ในตอนนี้จะมีจำหน่ายด้วยกัน 4 รุ่นย่อย ซึ่งตัวที่ทีมงาน NBS ได้มาทดสอบในบทความนี้จะเป็นรุ่นพิเศษสีขาวตัวท็อปสุดที่ราคา 54,990 บาท ใช้ชิปประมวลผลเป็น Intel Core i7-8750H (2.20 – 4.10 GHz) ทำงานแบบ 6 Core/12 Thread ประสิทธิภาพสูงแรงกว่ารุ่นเดิมเยอะพอสมควร พร้อมกราฟิการ์ดตัวแรงระดับ Desktop อย่าง NVIDIA GeForce GTX 1060 (6GB GDDR5) มีที่เก็บข้อมูลฮาร์ดดิสก์ความจุ 1 TB 5400 รอบ พร้อมติดตั้ง SSD m.2 PCIe ความจุ 256 GB ไว้ด้วย ในส่วนของ Ram เองมีมาให้ 16 GB แบบ DDR4 Bus 2666 อัปเกรดได้สูงสุด 32 GB

นอกจากนี้ Predator Helios 300 Special Edition รุ่นที่รีวิวจะมาพร้อมจอแสดงผลแบบด้าน 15.6 นิ้ว ที่ความละเอียด Full HD พาเนล IPS ให้สีสันที่สวยงามทุกมุมมอง แถมมาพร้อมขอบเขตสีสูงสุด 92% sRGB 144 Hz และในส่วนของระบบเสียงเป็นลำโพงแบบสเตอริโอให้เสียงที่ดีในระดับที่น่าพอใจ ประกอบกับมีซอฟต์แวร์จัดการเสียงอย่าง DOLBY AUDIO ทำให้มีคุณภาพที่ดียิ่งขั้นไปอีก

ตัวหน้าจอยังมาพร้อมกล้อง Webcam แบบ HD และมีไมค์ดิจิตอล 2 ตัวแบบตัดเสียง ส่วนการเชื่อมต่อก็มีมาอย่างครบถ้วน ทั้ง HDMI, 1 x USB 3.0, 1 x USB 3.1 Type-C,  2 x USB 2.0, Kensington Lock, 2-in-1 SD, RJ-45 , Headset 3.5 mm พร้อมยังรองรับมาตรฐานการเชื่อมต่อไร้สายอย่าง Bluetooth 5.0 และ Wi-Fi Intel Dual Band มาตรฐาน 802.11 a/b/g/n/ac

อีกอย่าง Predator Helios 300 Special Edition ยังมาพร้อมกับ Windows 10 Home แท้ด้วยทุกรุ่น สนนราคาอยู่ที่ 54,990 บาทเท่านั้นพร้อมกับของแถมอย่างกระเป๋าสะพาย + เมาส์ + แผ่นรองเมาส์ + หูฟัง ที่มีเป็นลิมิเต็ดอิดิชั่นเฉพาะรุ่นนี้อีกด้วย รับรองว่าไปใช้ที่ไหนมีแต่คนมองแน่นอน

Hardware / Design

ดีไซน์ของตัวเครื่อง Predator Helios 300 Special Edition นั้นยังคงเดิมเพิ่มเติมคือเปลี่ยนสีใหม่ให้ดูไฉไลยิ่งขึ้น จากโทนสีดำแดง เป็นสีขางทอง ซึ่งโครงสร้างภายนอกจะเน้นรูปทรงภายนอกดูสมัยที่ดูคล้ายยานอวกาศ วัสดุหลักทั้งตัวเครื่องไม่ว่าจะเป็นฝานอกหรือบอดี้ตรงฐานคีย์บอร์ดวัสดุจะเป็นอะลูมิเนียมทั้งหมด บอกได้เลยว่าประกอบเนี้ยบ ดูดีจริงๆ สมกับเป็นตระกูล Predator โดยสีสันจะเป็นโทนขาวตัดทองดูพรีเมียม หรูหรากว่าเกมมิ่งโน้ตบุ๊คทั่วไป พร้อมมีโลโก้ Predator กับมีขีดสีทองแถวเฉียงสองเส้นสวยงาม

ผิวฝาบนสีขาวสะอาดตาให้สัมผัสที่ดี งานคุณภาพ ส่วนขอบฝาด้านบนจะทำเป็นลาย Texture เวลาจับจะได้ไม่ลื่นมือ แถมบริเวณฝาหลังพอเป็นสีขาวแล้วรู้สึกว่าไม่เป็นรอยนิ้วมือง่ายด้วย แต่อาจจะเลอะอย่างอื่นง่ายแทน ซึ่งต้องคอยหวังตัวเครื่องนิดหนึ่งว่าอย่างไปโดนอะไรเข้าสีขาวเปื้อนง่าย ส่วนแกนฝาพับเป็นแกนเดี่ยวตรงกลางสีทองแข็งแรงดี ไม่มีอาการโยกเยกเวลาเปิด-ปิด

สำหรับเรื่องขนาดของ Predator Helios 300 Special Edition เรียกได้ว่าทำออกมาได้ดีในระดับหนึ่งคือไม่เล็กหรือไม่ใหญ่จนเกินไป อยู่โซนกลางๆ ของมิติโน้ตบุ๊คสำหรับการเล่นเกมที่มาพร้อมกับหน้าจอ 15.6 นิ้ว นอกจากนี้สิ่งส่วนประกอบอื่นๆ อย่างสติ๊กเกอร์ ฟินระบายความร้อนเองก็ทำออกมาให้เป็นสีขาวเข้ากับตัวเครื่องด้วย แต่อย่างไรก็ตามรุ่นพิเศษแบบนี้น่าจะใส่ขอบจอบางมาบ้างให้สมกับความพรีเมียมหน่อยหรืออาจจะเก็บไว้เป็นรุ่นถัดไป

ส่วนฝาใต้เครื่องสามารถแกะด้านล่างของตัวเครื่องออกมาได้สะดวก ทั้งในการอัปเกรด HDD หรือ Ram ก็ทำได้ง่าย เพียงไขน็อตตัวเดียวแล้วแกะออกก็สามารถทำการอัปเกรดได้แล้ว แต่ถ้าหากจะอัพเกรด SSD m.2 คงจะยากสักหน่อยเพราะมันอยู่ด้านในสุด ต้องแกะฝาหลังเครื่องออกทั้งหมดเลย ถ้าคนไม่เชี่ยวชาญคงต้องให้ทางร้านให้ช่างทำให้แล้วละครับ แกะเองระวังทำเกลียวฝาหลังหักต้องใจเย็นๆ หน่อยนะครับ

Keyboard / Touchpad

ตัวเครื่องที่มาพร้อมกับหน้าจอใหญ่ถึง 15.6 นิ้วนั้นทำให้ทาง Predator Helios 300 Special Edition สามารถที่จะติดตั้งคีย์บอร์ดแบบ Full Size มาให้ผู้ใช้งานได้ใช้กันได้อย่างสบายๆ โดยจุดเด่นนั้นก็คงหนีไม่พ้นเรื่องการมี Numpad กับปุ่มลูกศรขนาดใหญ่ รวมไปถึงแป้นปุ่มตรงตัวอักษร WASD ยังเป็นสีทองโดดเด่นออกมา ซึ่งมาพร้อมกับไฟส่องสว่างสีขาวออกมา (เปิดปิดได้เท่านั้น ปรับระดับแสงไม่ได้) ให้ความสว่างพอสมควรดูเป็นเกมมิ่งโน้ตบุ๊คสวยงาม อีกทั้งเรื่องการสัมผัสบนคีย์บอร์ดที่ปุ่มมีความนุ่มมาก รู้สึกได้เลยว่าดีกว่าโน้ตบุ๊คทั่วไปแน่นอน

ในส่วนทัชแพดนั้นจะมีขนาดกลางๆ ไม่เล็กไม่ใหญ่จนเกินไป ออกแบบปุ่มมาเป็นแบบชิ้นเดียวซ่อนปุ่มตามสมัยนิยมทั้งคลิกซ้ายคลิกขวา ให้ความลื่นไหลในการใช้งานเป็นอย่างดี ซึ่งตัวทัชแพดจะวางตัวไปทางด้านซ้ายของเครื่องเล็กน้อยไม่ได้อยู่ตรงกลางหน้าจอเป๊ะๆ โดยรวมก็สามารถใช้งานได้ดีไม่ปัญหาแต่อย่างใด

Screen / Speaker

Predator Helios 300 Special Edition มาพร้อมหน้าจอขนาด 15.6 นิ้ว ความละเอียด Full HD (1920×1080 พิกเซล) แบบ ComfyView ที่เลือกใช้ พาเนล IPS 144 Hz ให้มุมมองที่คมชัด สีสันสวยสดงดงาม เล่นเกมฟินๆ ไม่มีภาพฉีก โดยพื้นผิวจอเป็นแบบจอด้าน Anti-Glare ช่วยลดแสงสะท้อนเวลาเรานำโน้ตบุ๊คไปทำงานข้างนอก ซึ่งดูรวมๆ แล้งทั้งสีสันและความคมชัดจัดว่าใช้ได้เลยทีเดียว เหมาะกับการใช้งานทั่วไปหรือการเล่นเกม ดูหนังก็ทำได้ย่อมทำได้อย่างน่าประทับใจไม่มีปัญหา

ส่วนทางด้านลำโพงของ Predator Helios 300 Special Edition นั้นจะมีด้วยกัน 2 ตัวโดยจะอยู่ทางด้านล่างมุมซ้ายและขวาของเครื่องอย่างละตัว ลำโพงนั้นจะมีการวางตำแหน่งในลักษณะเฉียงลงไปยังพื้นเพื่อที่จะให้เสียงได้สัมผัสกับพื้นแล้วสะท้อนขึ้นมาให้ผู้ใช้ได้ยินซึ่งถือว่าเป็นการออกแบบที่ดีมาก ซึ่งคุณภาพเสียงการใช้งานต่างๆ เมื่อใช้งานร่วมกับฟีเจอร์ DOLBY AUDIO ก็สามารถทำออกมาได้ดีในระดับหนึ่งและจากการใช้งานรู้สึกว่าดีกว่ารุ่นเก่าด้วย

การทดสอบประสิทธิภาพหน้าจอของ Predator Helios 300 Special Edition ที่เป็นโน้ตบุ๊กที่ใช้หน้าจอพาเนล IPS ทางทีมงานเลยถือโอกาสทดสอบหน้าจอแบบละเอียดๆ ด้วยเครื่องมือที่เป็นทั้งซอฟต์แวร์และฮาร์ดแวร์อย่าง Spyder5Elite พร้อมทั้งคาลิเบรทหน้าจอให้สีสันมีความตรงความเป็นจริงมากที่สุด ซึ่งเมื่อคาลิเบรตแล้วเราก็เลือกโปรไฟล์ที่เราได้คาลิเบรทเอาไว้ ผลที่ได้หลังจากที่คาลิเบรทก็คือคอนทราสต์มีการไล่โทนที่กว้างขึ้น รวมไปถึงมีสีสันและอุณหภูมิสีที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างชัดเจน จากโทนเย็นกลายเป็นโทนอุ่น

โดยให้ขอบเขตความกว้างของสีสันเทียบเท่ากับมาตรฐาน sRGB ที่ 92% ดูจากที่เส้นสีของหน้าจอจะเป็นสีแดง เรียกได้ว่าให้ประสิทธิภาพเรื่องของสีสันนั้นดีมากกว่าเกมมิ่งโน้ตบุ๊ครุ่นอื่นๆ ซึ่งมีความเที่ยงตรงของสีสูง ส่วนความสว่างหน้าจอสูงสุดอยู่ที่เกือบๆ 300 cd/m2 ซึ่งจัดได้ว่าค่อนข้างสว่างกว่าหน้าจอเกมมิ่งโน้ตบุ๊ครุ่นอื่น ทำให้เมื่อคาลิเบตหน้าจอแล้วสามารถไปทำงานภาพกราฟิกหรือตกแต่งภาพที่เน้นความเที่ยงตรงได้โอเคเลยทีเดียว

สรุปสุดท้ายด้วยคะแนนรวมทั้งหมดโดยตัวเครื่อง Predator Helios 300 Special Edition รุ่นใหม่ล็อตใหม่ก็ได้คะแนนไป 4.0 คะแนน ซึ่งเมื่อทดสอบด้านการแสดงผลต่างๆ ทั้งหมดแล้ว ผ่านทางอุปกรณ์ Spyder5Elite ก็ถือว่าอยู่ในเกณฑ์ที่ดีเลยใช้งานได้ทุกรูปแบบไม่ว่าจะเล่นเกมหรือตกแต่งรูปภาพครับ

Connector / Thin And Weight

Predator Helios 300 Special Edition จัดว่าเป็น Gaming Notebook ขนาดหน้าจอ 15.6 นิ้ว ที่มีพอร์ตเชื่อมต่อที่ครบครันอีกรุ่นเลยทีเดียว ไม่ว่าจะเป็น 1 x USB 3.0(เป็นแบบชาร์จเจอร์ด้วย), 1 x USB 3.1 Type-C, 2 x USB 2.0, HDMI, SD(XC/HC) Card reader, RJ45 (Gigabit Ethernet) และ Mic-in/Headphone-out แบบ Combo

เรียกได้ว่าพอเพียงกับการใช้งานทั่วไปอย่างแน่นอน อย่างไรก็ตามสำหรับ USB 2.0 ที่ให้มา 2 พอร์ตนั้น ถ้าเปลี่ยนเป็น USB 3.0 ไปทั้งหมดเลยจะดีมากๆ เวลาโอนถ่ายข้อมูลจาก External HDD to External HDD จะได้เร็วๆ

ส่วนการเชื่อมต่อไร้สายอย่างรองรับทั้ง Bluetooth 5.0 และอินเตอร์เน็ตไร้สายมาตรฐาน 802.11 b/g/n/ac รูปแบบมาตราฐานใหม่ที่รองรับสัญญานแบบ 5 GHz และทางด้านการพกพา Predator Helios 300 Gen อาจจะลำบากสักนิดเพราะน้ำหนักที่มากกว่าเดิม ซึ่งหนักอยู่ที่ 2.70 กิโลกรัม และเมื่อรวมกับอแดปเตอร์ก็เข้าไปด้วยรวมจะมีน้ำหนักอยู่ที่ประมาณ 3.2 กิโลกรัมได้ครับ

Performance / Software

สำหรับตัว Predator Helios 300 Special Edition มาพร้อมกับชิปประมวลผลจาก Intel Core i7-8750H ซึ่งเป็นชิปประมวลผลที่เน้นการใช้งานหนักๆ ไม่ว่าจะเป็นการโปรเซสหรือเล่นเกม มีความเร็วในการประมวลผลอยู่ที่ 2.20 GHz แต่สามารถเร่งประสิทธิภาพขึ้นไปได้สูงสุดถึง4.10 GHz เป็นซีพียูแบบ 6 Core/12 Threads รุ่นใหม่ล่าสุดที่เพียงพอสำหรับการใช้งานทั่วไป หรือถ้างานที่ต้องประมวลผลจริงจังก็รองรับได้อย่างสบายๆ และมาพร้อม Ram ภายในขนาด 16 GB DDR4 Bus 2666 MHz หนึ่งแถว (ใส่ได้สูงสุดสองแถว)

 

กราฟิกการ์ดเป็นแบบออนบอร์ดอย่าง Intel UHD Graphics 630 ที่ให้พลังในการประมวลผลที่ดีในระดับหนึ่ง ส่วน การ์ดจอแยกใช้รุ่นใหม่ล่าสุดตัวแรงอย่าง NVIDIA GeForce GTX 1060 ขนาด 6 GB ที่ต้องบอกว่าแรงเทียบเท่าระดับพีซี และแรงกว่า GTX 1050/1050Ti แบบรู้สึกได้ สามารถนำเอาไปเล่นเกมแบบ Full HD ปรับสุดได้ทุกเกมสบายๆ แถมยังรองรับเทคโนโลยี VR ในอนาคตอีกด้วย

 

สำหรับโปรแกรมทดสอบ CINEBENCH ที่เน้นในเรื่องของพลังชิปประมวลผล คะแนนก็อยู่ในระดับสูงสุดๆ ที่น่าประทับใจ เปรียบเทียบกับชิปประมวลผลรุ่นก่อนหน้าแล้ว ก็ทำได้ดีกว่าเดิมมาก รวมไปถึงตัวกราฟิกการ์ดเองก็มีประสิทธิภาพสูงขึ้น เรียกได้ว่าตอบโจทย์ในส่วนของงานประมวลผลหนักๆ ได้อย่างสบายๆ รวดเร็วทันใจแบบสุดๆ สมกับเป็นชิปประมวลผลตัวบนในรุ่นผสานกับการ์ดจอระดับบน ที่เน้นการทำงานหนักเป็นหลัก

ตัวเก็บข้อมูลของเครื่องที่เลือกใช้ SSD ก็ทำคะแนนออกมาได้อย่างรวดเร็วเป็นที่น่าพอใจบนขนาดความจุ 256GB แบบ M.2 PCIe ยิ่งเมื่อนำไปใช้เทียบกับฮาร์ดดิสก์แบบจานหมุนแล้วละก็จะเห็นถึงประสิทธิภาพทั้งในด้านการทดสอบและในด้านการใช้งานจริงที่แตกต่างกันอย่างเห็นเห็นได้ชัด เรียกได้ว่าเปิดอะไรปุ๊บก็ติดปั๊บ ที่ต้องบอกว่าความเร็วระดับการอ่านที่ราวๆ 1566.9 MB/s และเขียนที่ 578.9 MB/s

ทดสอบการทำงานฮาร์ดดิสก์ความจุอยู่ที่ 1 TB แบบความเร็ว 5400 รอบที่ติดตั้งมาให้ ด้วยโปรแกรม HD Tune แล้วพบว่าอัตราการถ่ายโอนข้อมูลน้อยสุดที่ 48.6 MB/s และสูงสุดที่ 252.2 MB/s ทำให้ค่าเฉลี่ยอยู่ที่ 219.8 MB/s ด้วยกัน มีอัตราการเข้าถึงข้อมูลที่ 2.73 ms ซึ่งนับได้ว่าผลทดสอบที่ออกมานั้นมีความน่าประทับใจทีเดียว เรียกได้ว่าทำได้ดีกว่าฮาร์ดดิสก์ 5400 รอบตัวถูกๆ แบบรู้สึกได้เวลาเข้าเกมโหลดเกม

การทดสอบประสิทธิภาพกับโปรแกรม PCMark 10 Advance ซึ่งสามารถทำคะแนนการทดสอบรวมได้มากถึง 4,641 คะแนน ถือได้ว่าในส่วนของการใช้งานพีซีทั่วไปนั่นสอบผ่านแบบสบายๆ ทั้งในส่วนของการเล่นเว็บไซต์ งานเอกสาร งานตกแต่งรูปภาพ รวมถึงงานตัดต่อวิดีโอ ค่อนข้างครบจบเอาในเครื่องเดียวมากๆ

คะแนนและเฟรมเรมในการเล่นเกมทำออกมาน่าสนใจมากๆ โดยเฉลี่ยของ FPS จากทั้ง 6 เกม เรียกได้ว่าปรับสุดทุกอย่างมีคะแนน FPS เฉลี่ยมากกว่า 50 FPS ขึ้นไปทุกเกม ไปดูจากกราฟได้เลยครับว่าเป็นอย่างไรบ้าง

คะแนนเฟรมเรทเฉลี่ยทั้ง 6 เกมที่ได้ทดสอบมีค่าเฉลี่ยมากกว่า 50 FPS ขึ้นไปทุกเกม สามารถเล่นได้ลื่นๆ ซึ่งถ้าหากใครอยากเล่นลื่นกว่านี้แบบระดับ 60 FPS+ ก็พอสามารถปรับกราฟิคในเกมให้ต่ำลงได้อีก ซึ่งจากที่ทดสอบเกมใหม่ล่าสุดอย่าง Monster Hunter World จะเห็นได้ว่าเกมค่อนข้างกินสเปคพอสมควรเลยทีเดียว ซึ่ง i7-8750H + GTX 1060 ปรับสุดยังเล่นได้สบายๆ แถมได้จอ IPS 144 Hz อีก บอกเลยว่าโคตรฟิน ถือเป็นประสบการณ์ที่ดีในการเล่นเกมเลยครับ

Battery / Heat / Noise

Predator Helios 300 Special Edition นั้นมาพร้อมกับแบตเตอรี่ 3,000 mAh ซึ่งจะว่าไปแล้วนั้นก็ค่อนข้างที่จะน้อยไปหน่อย แต่เมื่อมาดูประสิทธิภาพก็อยู่ในระดับกลางๆ ด้วยการทดสอบ ใช้งาน Wi-Fi เพื่อท่องเว็บดูท่องเว็บ ดู YouTube แบตเตอรี่เมื่อความจุ 100% จะใช้งานได้ประมาณ 4 ชั่วโมง 25 นาที ถือว่าค่อนข้างดีเลยทีเดียว

ส่วนของอุณหภูมิถือว่าสามารถที่จะทำได้ดีตอนที่ใช้งานเครื่องแบบไปบีบขั้นทรัพยากรมากนัก และถึงจะเป็นการเล่นเกมที่เน้น GPU และ CPU เข้ามาด้วยเป็นเวลานานๆ ตัวเครื่องจะไปร้อนสะสมอยู่ที่ด้านบนคีย์บอร์ด แต่ก็ไม่ได้ร้อนมากจนจับไม่ได้ โดยจากการทดสอบอุณหภูมิเฉลี่ยสูงสุดที่วัด CPU ได้อยู่ที่ 95 องศา และ GPU อยู่ที่ 81 องศา (ทดสอบในห้องแอร์อุณหภูมิ 25 องศา)

Conclusion / Award

สรุปรีวิว Predator Helios 300 Special Edition เป็น Gaming Notebook ที่ติดตั้งการ์ดจอตัวแรงอย่าง NVIDIA GeForce GTX 1060 (6GB) ที่มาพร้อมกับสีสันที่แปลกตาที่สุดในตลาดเกมมิ่งโน้ตบุ๊คบ้านเราเลยก็ว่าได้ ด้วยตัวเครื่องที่เป็นสีขาวทอง หรูหรา แนวคุณหนู แตกต่างจากเกมมิ่งโน้ตบุ๊คทั่วไปที่จะเน้นสีแดงดำ ดุดัน ซึ่งนอกจากเรื่องสีสันแล้วทางด้านสเปคก็ให้มาใกล้เคียงคำว่าความสมบูรณ์แบบตัวหนึ่งเลย ที่ให้ชิปประมวลผล Intel Core i7-8750H ตัวแรงและ Ram 16 GB (อัปได้ถึง 32 GB) ทำให้รองรับการเล่นเกมได้อย่างครอบคลุมจริงๆ ไม่ว่าจะเป็นออฟไลน์ ออนไลน์ หรือแม้แต่จะเป็น VR ก็สบายๆ หายห่วง

นอกจากนี้ตัวเครื่องยังมาพร้อมกับ SSD M.2 PCIe 256 GB ที่มี Windows 10 แท้ในตัว + ของ Bundle ที่ให้มาอยากกระเป๋าสะพายอย่างดี, เมาส์เกมมิ่ง, แผ่นรองเมาส์ และหูฟัง In-Ear ทำให้ Predator Helios 300 Special Edition ตัวนี้มันดูพิเศษจริงๆ สมกับชื่อ ยังไม่พอยังได้จอ IPS 144 Hz ที่มี sRGB สูงถึง 92% ไม่ว่าจะเล่นเกม ดูหนัง ทำงานแต่งภาพ ตัดต่อวิดีโอก็ลื่นฉลุยไม่ติดขัด ภาพไม่เพี้ยนแน่นอน

ส่วนการรับประกันก็จัดเต็มเหมือนเดิมคือเป็นแบบประกัน On-Site Service 3 ปีเต็ม ให้มากกว่ายี่ห้ออื่นๆ กันพอสมควร ส่วนข้อสังเกตของเครื่องนี้ก็มีอยู่บ้างและเหมือนเดิมมาตลอดคือ Predator Helios 300 Special Edition ยังคงเลือกใช้ USB 2.0 จำนวน 2 ช่อง แทนที่จะเป็น USB 3.0 จำนวน 2 ช่องได้แล้ว ทำให้ใครที่อยากใช้ USB 3.0 มากกว่าหนึ่งช่องต้องไปซื้อพอร์ตแปลง HUB ต่อผ่าน USB 3.1 type C แทนเอานะครับ

แต่เอาเข้าจริงๆ หากมองดูโดยรวมปราศจากอคติ Predator Helios 300 Special Edition ราคาแพงกว่าตัวปกติ 5,000 บาท ถามว่าคุ้มไหม ขอบอกเลยว่าแล้วแต่มุมมองของแต่ละคนละกัน บางคนบอกเอาตัวธรรมดาที่สเปคเหมือนกันเอาส่วนต่างไปซื้ออุปกรณ์เกมมิ่งโน้ตบุ๊คเองดีกว่า หรือบางคนเอาตัวนี้แหละไม่เหมือนใครดี แถมได้เป็นตัวลิมิตเต็ดด้วยนะไม่เหมือนใครแน่นอน ของที่ Bundle มาก็เป็นของดีใช่ของไก่กา ฉะนั้นก็ขึ้นอยู่กับผูบริโภคแล้วกันนะครับว่าจะเอาแบบไหน แต่ที่แน่ๆ ถ้าจะซื้อจริงๆ สำหรับ Predator Helios 300 Special Edition มี่ส่วนลดเพิ่มแน่นอนครับ ลองต่อร้านเขาดีๆ

ข้อดี

  • ดีไซน์การออกแบบมาใหม่สวยงามสีขาวทอง ดูหรูหรา ไม่เหมือนใคร
  • สเปคแรงมาก Core i7-8750H และการ์ดจอ GeForce GTX 1060 (6GB)
  • พอร์ตเชื่อมต่อครบครันทีเดียวไม่ว่าจะเป็น USB 3.0, USB 3.1 Type-C, HDMI
  • มี SSD M.2 256 GB PCIe มาให้พร้อมกับลง Windows 10 แท้มาให้ด้วย
  • ใช้โปรแกรม PredatorSense ตัวใหม่สีขาว สามารถ Overclock GPU ได้
  • จอ 15.6 นิ้ว Full HD IPS ขอบเขตสี 92% sRGB 144 Hz อย่างแจ่ม
  • ระบบระบายความร้อนสามารถทำได้ดีขึ้นกว่ารุ่นเดิมเป็น AeroBlade 3D
  • ลำโพงใช้ระบบเสียง Dobly Audio เสียงดังฟังชัด
  • การรับประกัน 3 ปี แบบ On-site Service ซ่อมฟรีถึงบ้าน
  • ของ Bundle ที่ให้คุณภาพดีทั้งกระเป๋า + เมาส์เกมมิ่ง + แผ่นรองเมาส์ + หูฟัง In-ear

ข้อสังเกต

  • พอร์ต USB ยังคนเป็นเป็น USB 2.0 x 2 แทนที่จะเป็น USB 3.0 x 2 หรือ USB 3.0 ทั้งหมดได้แล้ว
  • พัดลมระบายความร้อนวางติดกันสองตัวด้านซ้าย ซึ่งน่าจะแยกสองตัวออกจากแบบแยกซ้ายขวามากกว่า

AWARDS

โดยในครั้งนี้จะเป็นการเปรียบเทียบการให้รางวัลกับโน้ตบุ๊คในกลุ่ม Gaming Notebook ขนาดหน้าจอ 15.6 นิ้ว ซึ่ง Predator Helios 300 Special Edition ก็ได้รับรางวัลต่างๆ ดังนี้

Best Performance

award_use_2_create_05

Predator Helios 300 Special Edition ตัวท็อปมีสเปคที่ครบครัน ทั้งชิบประมวลผล Core i7-8750H และการ์ดจอ NVIDIA GeForce GTX 1060 (6GB GDDR5) พร้อม Ram ตัวเครื่องขนาด 16 GB มาตรฐานใหม่แบบ DDR4  และ SSD M.2 PCIe 256 GB ให้การเข้าถึงข้อมูลได้รวดเร็ว รวมถึงเล่นเกมได้อย่างลื่นไหลไม่มีปัญหา ซื้อครั้งเดียวจบไม่ต้องอัปเกรดอะไรเพิ่มแล้ว

Best Design

award_use_2_create_12

เรื่องของรูปร่างหน้าตาก็เป็นหนึ่งในจุดเด่นอีกอย่างของ  Predator Helios 300 Special Edition เครื่องนี้เลย ด้วยการดีไซน์เปลี่ยนสีจากดำแดงเป็นขาวทอง ทำให้ตัวเครื่องดูสะอาด เรียบหรู สวยงาม แตกต่างจากเกมมิ่งโน้ตบุ๊คทั่วไปอย่างสิ้นเชิง อีกทั้งตัวเครื่องวัสดุงานประกอบทำได้ดีแน่นหนาเอามากๆ ของที่ Bundle มาก็ดีไซน์ได้เข้ากับตัวเครื่องด้วย

© Copyright - Notebookspec.com All Rights