Home » 0. TOP content

Review – Predator Helios 300 Gen 8 ตัวท็อปสเปค i7-8750H + GTX 1060 เพิ่มจอ 144 Hz IPS สุดฟิน

17 Jun 18 - By l

ใครที่กำลังมองหาหนึ่งใน Gaming Notebook ขนาดหน้าจอ 15.6 นิ้ว สเปคแรงๆ บอกเลยในตอนนี้รุ่นที่น่าสนใจที่สุดในช่วงกลางปี 2018 คงหนีไม่พ้น Predator Helios 300 รุ่นใหม่ที่ใช้ CPU เป็น Core i7 Gen 8 ตัวล่าสุด อย่าง Intel Core i7-8750H แบบ 6 Core/12 Thread  และการ์ดจอสุดตัวแรงอย่าง NVIDIA GeForce GTX 1060 (6GB) โดยมีราคาเริ่มต้นเพียง 43,990 บาทเท่านั้น จนไปถึง 46,990 บาทในสำหรับจอ 60 Hz แต่หากใครอยากได้จอ 144 Hz ทาง Acer ก็จัดมาให้ด้วยเช่นกันในรุ่น 49,990 บาท บอกเลยครับว่าเป็นเกมมิ่งโน้ตบุ๊คที่มีสเปคต่อราคาคุ้มที่สุดรุ่นหนึ่งในงบไม่เกิน 50,000 บาทเลยทีเดียว

ทุกรุ่นมาพร้อมกับประกัน 3 ปีแบบ On-site Service ซ่อมฟรีถึงบ้าน เรียกได้ว่าทาง Acer เขานั้นจัดเต็มจริงๆ ซึ่งล่าสุดทางทีมงาน NBS รุ่นท็อปสุดมารีวิวเรียบร้อยแล้ว รุ่นที่ราคา 49,990 บาท ประสิทธิภาพการทดสอบจะเป็นเช่นไร ไปติดตามที่รีวิวนี้เต็มๆ ในบทความนี้กันได้เลยครับ

Specification

Predator Helios 300 Gen 8 ในตอนนี้จะมีจำหน่ายด้วยกัน 4 รุ่นย่อย ซึ่งตัวที่ทีมงาน NBS ได้มาทดสอบในบทความนี้จะเป็นรุ่นท็อบสุดที่ราคา 49,900 บาท ใช้ชิปประมวลผลเป็น Intel Core i7-8750H (2.20 – 4.10 GHz) ทำงานแบบ 6 Core/12 Thread ประสิทธิภาพสูงแรงกว่ารุ่นเดิมเยอะพอสมควร พร้อมกราฟิการ์ดตัวแรงระดับ Desktop อย่าง NVIDIA GeForce GTX 1060 (6GB GDDR5) มีที่เก็บข้อมูลฮาร์ดดิสก์ความจุ 1 TB 5400 รอบ พร้อมติดตั้ง SSD m.2 PCIe ความจุ 256 GB ไว้ด้วย ในส่วนของ Ram เองมีมาให้ 16 GB แบบ DDR4 Bus 2666 อัปเกรดได้สูงสุด 32 GB

นอกจากนี้ Predator Helios 300 Gen 8 มาพร้อมจอแสดงผลแบบด้าน 15.6 นิ้ว ที่ความละเอียด Full HD พาเนล IPS ให้สีสันที่สวยงามทุกมุมมอง แถมมาพร้อมขอบเขตสีสูงสุด 95% sRGB 144 Hz และในส่วนของระบบเสียงเป็นลำโพงแบบสเตอริโอให้เสียงที่ดีในระดับที่น่าพอใจ ประกอบกับมีซอฟต์แวร์จัดการเสียงอย่าง DOLBY AUDIO ทำให้มีคุณภาพที่ดียิ่งขั้นไปอีก

ตัวหน้าจอยังมาพร้อมกล้อง Webcam แบบ HD และมีไมค์ดิจิตอล 2 ตัวแบบตัดเสียง ส่วนการเชื่อมต่อก็มีมาอย่างครบถ้วน ทั้ง HDMI, 1 x USB 3.0, 1 x USB 3.1 Type-C,  2 x USB 2.0, Kensington Lock, 2-in-1 SD, RJ-45 , Headset 3.5mm พร้อมยังรองรับมาตรฐานการเชื่อมต่อไร้สายอย่าง Bluetooth 4.0 และ Wi-Fi Intel Dual Band มาตรฐาน 802.11a/b/g/n/ac

อีกอย่าง Predator Helios 300 Gen 8 ยังมาพร้อมกับ Windows 10 Home แท้ด้วยทุกรุ่น สนนราคาอยู่ที่ 49,990 บาทเท่านั้นถือว่าคุ้มค่าที่สุด ณ เวลานี้เลยทีเดียวครับ

Hardware / Design

ดีไซน์ของตัวเครื่อง Predator Helios 300 Gen 8 นั้นเรียกได้ว่าถอดรูปมาเดิมมาจากรุ่นเก่าทั้งหมดแล้วเปลี่ยนไส้ในเอา ซึ่งโครงสร้างภายนอกจะเน้นรูปทรงคล้ายกับยานอวกาศ วัสดุหลักทั้งตัวเครื่องไม่ว่าจะเป็นฝานอกหรือบอดี้ตรงฐานคีย์บอร์ดวัสดุจะเป็นโลหะทั้งหมด ซึ่งบอกได้เลยว่าประกอบเนี้ยบ ดูดีจริงๆ สมกับเป็นตระกูล Predator โดยสีสันจะเป็นโทนดำตัดกับสีแดงตามสไตล์ Gaming ดุดัน พร้อมมีโลโก้ Predator กับมีขีดสีแดงแถวเฉียงสองเส้นสวยงามไม่มีไฟ

ผิวฝาบนสีดำมันวาวลายบลัชลายโลหะสเแตนเลส ให้สัมผัสที่ดี งานมีคุณภาพ ส่วนขอบฝาด้านบนจะทำเป็นลาย Texture เวลาจับจะได้ไม่ลื่นมือ แต่ฝาบนอาจจะเป็ยรอยนิ้วมือง่ายนิดหนึ่งตรงส่วนบริเวณผิวอลูมิเนียมที่เป็นโลหะ ซึ่งคงต้องหมั่นคอยเช็ดทำความสะอาดสักหน่อยเวลาเหงื่อออกแล้วไปจับ แกนฝาพับเป็นแกนเดี่ยวตรงกลางแข็งแรงดี ไม่มีอาการโยกเยกเวลาเปิดปิด

สำหรับเรื่องขนาดของ Predator Helios 300 Gen 8 เรียกได้ว่าทำออกมาได้ดีในระดับหนึ่งคือไม่ใหญ่เกินไปเหมือน Predator 15 แล้วก็ไม่ได้เล็กมากจนเกินไปเหมือน Gaming Notebook บางรุ่นที่เน้นความบางเบา (จนบางครั้งก็บางเกิน ทำให้ระบายความร้อนได้ไม่ดีนัก) อย่างไรก็ตามเรื่องขนาดนั้นสรุปได้ว่า Predator Helios 300 Gen 8 อยู่ตรงโซนกลางๆ ของมิติโน้ตบุ๊คสำหรับการเล่นเกมที่มาพร้อมกับหน้าจอ 15.6 นิ้ว

Predator Helios 300 Gen 8 นั้นพร้อมกับฝาหลังสามารถที่จะแกะด้านล่างของตัวเครื่องออกมาได้สะดวก ทั้งอัพเกรด HDD หรือ Ram ก็ทำได้ง่าย เพียงไขน็อตตัวเดียวแล้วแกะออกก็สามารถทำการอัพเกรดได้แล้ว แต่ถ้าหากจะอัพเกรด SSD m.2 คงจะยากสักหน่อยเพราะมันอยู่ด้านในสุด ต้องแกะฝาหลังเครื่องออกทั้งหมดเลย ถ้าคนไม่เชี่ยวชาญคงต้องให้ทางร้านให้ช่างทำให้แล้วละครับ แกะเองระวังทำเกลียวฝาหลังหักต้องใจเย็นๆ หน่อยนะครับ

Keyboard / Touchpad

ตัวเครื่องที่มาพร้อมกับหน้าจอใหญ่ถึง 15.6 นิ้วนั้นทำให้ทาง Predator Helios 300 Gen 8 สามารถที่จะติดตั้งคีย์บอร์ดแบบ Full Size มาให้ผู้ใช้งานได้ใช้กันได้อย่างสบายๆ โดยจุดเด่นนั้นก็คงหนีไม่พ้นเรื่องการมีปุ่มแป้นคีย์ตัวเลข (Numpad) มาให้ด้วย รวมไปถึงแป้นปุ่มตรงตัวอักษร WASD ยังเป็นสีแดงเด่นออกมา ซึ่งมาพร้อมกับไฟส่องสว่างสีแดง (เปิดปิดได้เท่านั้น ปรับระดับแสงไม่ได้) ให้ความสว่างพอสมควรดูเป็นเกมมิ่งโน้ตบุ๊คสวยงาม อีกทั้งเรื่องการสัมผัสบนคีย์บอร์ดที่ปุ่มมีความนุ่มมาก รู้สึกได้เลยว่าดีกว่าโน้ตบุ๊คทั่วไปแน่นอน

ในส่วนทัชแพดนั้นจะมีขนาดกลางๆ ไม่เล็กไม่ใหญ่จนเกินไป ออกแบบปุ่มมาเป็นแบบชิ้นเดียวซ่อนปุ่มตามสมัยนิยมทั้งคลิกซ้ายคลิกขวา ให้ความลื่นไหลในการใช้งานเป็นอย่างดี ซึ่งตัวทัชแพดจะวางตัวไปทางด้านซ้ายของเครื่องเล็กน้อยไม่ได้อยู่ตรงกลางหน้าจอเป๊ะๆ โดยรวมก็สามารถใช้งานได้ดีไม่ปัญหาแต่อย่างใด

Screen / Speaker

Predator Helios 300 Gen 8 มาพร้อมหน้าจอขนาด 15.6 นิ้ว ความละเอียด Full HD (1920×1080 พิกเซล) แบบ ComfyView ที่เลือกใช้ พาเนล IPS 144 Hz ให้มุมมองที่คมชัด สีสันสวยสดงดงาม โดยพื้นผิวจอเป็นแบบจอด้าน Anti-Glare ช่วยลดแสงสะท้อนเวลาเรานำโน้ตบุ๊คไปทำงานข้างนอก ซึ่งดูรวมๆ แล้งทั้งสีสันและความคมชัดจัดว่าใช้ได้เลยทีเดียว เหมาะกับการใช้งานทั่วไปหรือการเล่นเกม ดูหนังก็ทำได้ย่อมทำได้อย่างน่าประทับใจไม่มีปัญหา

ส่วนทางด้านลำโพงของ Predator Helios 300 Gen 8 นั้นจะมีด้วยกัน 2 ตัวโดยจะอยู่ทางด้านล่างมุมซ้ายและขวาของเครื่องอย่างละตัว ลำโพงนั้นจะมีการวางตำแหน่งในลักษณะเฉียงลงไปยังพื้นเพื่อที่จะให้เสียงได้สัมผัสกับพื้นแล้วสะท้อนขึ้นมาให้ผู้ใช้ได้ยินซึ่งถือว่าเป็นการออกแบบที่ดีมาก ซึ่งคุณภาพเสียงการใช้งานต่างๆ เมื่อใช้งานร่วมกับฟีเจอร์ DOLBY AUDIO ก็สามารถทำออกมาได้ดีในระดับหนึ่งและจากการใช้งานรู้สึกว่าดีกว่ารุ่นเก่าด้วย

การทดสอบประสิทธิภาพหน้าจอของ Predator Helios 300 Gen 8 ที่เป็นโน้ตบุ๊กที่ใช้หน้าจอพาเนล IPS ทางทีมงานเลยถือโอกาสทดสอบหน้าจอแบบละเอียดๆ ด้วยเครื่องมือที่เป็นทั้งซอฟต์แวร์และฮาร์ดแวร์อย่าง Spyder5Elite พร้อมทั้งคาลิเบรทหน้าจอให้สีสันมีความตรงความเป็นจริงมากที่สุด ซึ่งเมื่อคาลิเบรตแล้วเราก็เลือกโปรไฟล์ที่เราได้คาลิเบรทเอาไว้ ผลที่ได้หลังจากที่คาลิเบรทก็คือคอนทราสต์มีการไล่โทนที่กว้างขึ้น รวมไปถึงมีสีสันและอุณหภูมิสีที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างชัดเจน จากโทนเย็นกลายเป็นโทนอุ่น

โดยให้ขอบเขตความกว้างของสีสันเทียบเท่ากับมาตรฐาน sRGB ที่ 95% ดูจากที่เส้นสีของหน้าจอจะเป็นสีแดง เรียกได้ว่าให้ประสิทธิภาพเรื่องของสีสันนั้นดีมากกว่าเกมมิ่งโน้ตบุ๊ครุ่นอื่นๆ ซึ่งมีความเที่ยงตรงของสีสูง ส่วนความสว่างหน้าจอสูงสุดอยู่ที่เกือบๆ 300 cd/m2 ซึ่งจัดได้ว่าค่อนข้างสว่างกว่าหน้าจอเกมมิ่งโน้ตบุ๊ครุ่นอื่น ทำให้เมื่อคาลิเบตหน้าจอแล้วสามารถไปทำงานภาพกราฟิกหรือตกแต่งภาพที่เน้นความเที่ยงตรงได้โอเคเลยทีเดียว

สรุปสุดท้ายด้วยคะแนนรวมทั้งหมดโดยตัวเครื่อง Predator Helios 300 Gen 8 รุ่นใหม่ล็อตใหม่ก็ได้คะแนนไป 4.0 คะแนน ซึ่งเมื่อทดสอบด้านการแสดงผลต่างๆ ทั้งหมดแล้ว ผ่านทางอุปกรณ์ Spyder5Elite ก็ถือว่าอยู่ในเกณฑ์ที่ดีเลยใช้งานได้ทุกรูปแบบไม่ว่าจะเล่นเกมหรือตกแต่งรูปภาพครับ

Connector / Thin And Weight

Predator Helios 300 Gen 8 จัดว่าเป็น Gaming Notebook ขนาดหน้าจอ 15.6 นิ้ว ที่มีพอร์ตเชื่อมต่อที่ครบครันอีกรุ่นเลยทีเดียว ไม่ว่าจะเป็น 1 x USB 3.0(เป็นแบบชาร์จเจอร์ด้วย), 1 x USB 3.1 Type-C, 2 x USB 2.0, HDMI, SD(XC/HC) Card reader, RJ45 (Gigabit Ethernet) และ Mic-in/Headphone-out แบบ Combo เรียกได้ว่าพอเพียงกับการใช้งานทั่วไปอย่างแน่นอน อย่างไรก็ตามสำหรับ USB 2.0 ที่ให้มา 2 พอร์ตนั้น ถ้าเปลี่ยนเป็น USB 3.0 ไปเลยจะดีมากๆ

ส่วนการเชื่อมต่อไร้สายอย่างรองรับทั้ง Bluetooth 5.0 และอินเตอร์เน็ตไร้สายมาตรฐาน 802.11b/g/n/ac รูปแบบมาตราฐานใหม่ที่รองรับสัญญานแบบ 5 GHz และทางด้านการพกพา Predator Helios 300 Gen อาจจะลำบากสักนิดเพราะน้ำหนักที่มากกว่าเดิม ซึ่งหนักอยู่ที่ 2.70 กิโลกรัม และเมื่อรวมกับอแดปเตอร์ก็เข้าไปด้วยรวมจะมีน้ำหนักอยู่ที่ประมาณ 3.2 กิโลกรัมได้ครับ

Performance / Software

สำหรับตัว Predator Helios 300 Gen 8 มาพร้อมกับชิปประมวลผลจาก Intel Core i7-8750H ซึ่งเป็นชิปประมวลผลที่เน้นการใช้งานหนักๆ ไม่ว่าจะเป็นการโปรเซสหรือเล่นเกม มีความเร็วในการประมวลผลอยู่ที่ 2.20 GHz แต่สามารถเร่งประสิทธิภาพขึ้นไปได้สูงสุดถึง4.10 GHz เป็นซีพียูแบบ 6 Core/12 Threads รุ่นใหม่ล่าสุดที่เพียงพอสำหรับการใช้งานทั่วไป หรือถ้างานที่ต้องประมวลผลจริงจังก็รองรับได้อย่างสบายๆ และมาพร้อม Ram ภายในขนาด 16 GB DDR4 Bus 2666 MHz หนึ่งแถว (ใส่ได้สูงสุดสองแถว)

กราฟิกการ์ดเป็นแบบออนบอร์ดอย่าง Intel UHD Graphics 630 ที่ให้พลังในการประมวลผลที่ดีในระดับหนึ่ง ส่วน การ์ดจอแยกใช้รุ่นใหม่ล่าสุดตัวแรงอย่าง NVIDIA GeForce GTX 1060 ขนาด 6 GB ที่ต้องบอกว่าแรงเทียบเท่าระดับพีซี และแรงกว่า GTX 1050/1050Ti แบบรู้สึกได้ สามารถนำเอาไปเล่นเกมแบบ Full HD ปรับสุดได้ทุกเกมสบายๆ แถมยังรองรับเทคโนโลยี VR ในอนาคตอีกด้วย

สำหรับโปรแกรมทดสอบ CINEBENCH ที่เน้นในเรื่องของพลังชิปประมวลผล คะแนนก็อยู่ในระดับสูงสุดๆ ที่น่าประทับใจ เปรียบเทียบกับชิปประมวลผลรุ่นก่อนหน้าแล้ว ก็ทำได้ดีกว่าเดิมมาก รวมไปถึงตัวกราฟิกการ์ดเองก็มีประสิทธิภาพสูงขึ้น เรียกได้ว่าตอบโจทย์ในส่วนของงานประมวลผลหนักๆ ได้อย่างสบายๆ รวดเร็วทันใจแบบสุดๆ สมกับเป็นชิปประมวลผลตัวบนในรุ่นผสานกับการ์ดจอระดับบน ที่เน้นการทำงานหนักเป็นหลัก

ตัวเก็บข้อมูลของเครื่องที่เลือกใช้ SSD ก็ทำคะแนนออกมาได้อย่างรวดเร็วเป็นที่น่าพอใจบนขนาดความจุ 256GB แบบ M.2 PCIe ยิ่งเมื่อนำไปใช้เทียบกับฮาร์ดดิสก์แบบจานหมุนแล้วละก็จะเห็นถึงประสิทธิภาพทั้งในด้านการทดสอบและในด้านการใช้งานจริงที่แตกต่างกันอย่างเห็นเห็นได้ชัด เรียกได้ว่าเปิดอะไรปุ๊บก็ติดปั๊บ ที่ต้องบอกว่าความเร็วระดับการอ่านที่ราวๆ 1550 MB/s และเขียนที่ 601.6  MB/s

ทดสอบการทำงานฮาร์ดดิสก์ความจุอยู่ที่ 1 TB แบบความเร็ว 5400 รอบที่ติดตั้งมาให้ ด้วยโปรแกรม HD Tune แล้วพบว่าอัตราการถ่ายโอนข้อมูลน้อยสุดที่ 69.2 MB/s และสูงสุดที่ 253.2 MB/s ทำให้ค่าเฉลี่ยอยู่ที่ 198.7 MB/s ด้วยกัน มีอัตราการเข้าถึงข้อมูลที่ 3.92 ms ซึ่งนับได้ว่าผลทดสอบที่ออกมานั้นมีความน่าประทับใจทีเดียว เรียกได้ว่าทำได้ดีกว่าฮาร์ดดิสก์ 5400 รอบตัวถูกๆ แบบรู้สึกได้เวลาเข้าเกมโหลดเกม

คะแนนและเฟรมเรมในการเล่นเกมทำออกมาน่าสนใจมากๆ โดยเฉลี่ยของ FPS จากทั้ง 6 เกม เรียกได้ว่าปรับสุดทุกอย่างมีคะแนน FPS เฉลี่ยมากกว่า 60 FPS ขึ้นไปทุกเกม ไปดูจากกราฟได้เลยครับว่าเป็นอย่างไรบ้าง

จากทดสอบเกมกินทรัพยากรพอตัวอย่าง Battlefield 1, GTA V, Far Cry 5 และ PUBG ก็สามารถเล่นได้ดีที่ความละเอียด 1920 x 1080 พิกเซล โดยกราฟิกปรับระดับสูงสุดทั้งหมด ภาพก็สวยจนน่าประทับใจแบบที่สุด ซึ่งดูจากเฟรมเรทเฉลี่ยแล้วแทบไม่ต่ำไปกว่า 60 FPS เรียกได้ว่าเหลือๆ ไม่มีอาการแลคแต่อย่างใด

ส่วนอีก 2 เกมออนไลน์ที่ทีมงานเล่นกันเป็นประจำอย่าง Overwatch, DOTA 2 ค่าเฟรมเรทไม่เฉลี่ยแทบไม่ต่ำกว่า 80 FPS พูดได้เลยว่าลื่นจนภาพฉีก (แนะนำให้เปิด V-Sync) สรุปโดยรวมแล้วคือ Predator Helios 300 Gen 8 คือเกมมิ่งโน้ตบุ๊คชั้นยอดสุดคุ้มที่สามารถเล่นเกมทุกเกมบนโลกได้อย่างสบายๆ และทำได้อย่างน่าประทับใจ ทั้งจากความลื่นไหลและหน้าจอที่สวยงามสมจริงนั่นเองครับ (เมื่อเปิดแบบ 144 Hz บางเกมจะกินสเปคมากกว่าปกติ)

Battery / Heat / Noise

Predator Helios 300 Gen 8 นั้นมาพร้อมกับแบตเตอรี่ 3,000 mAh ซึ่งจะว่าไปแล้วนั้นก็ค่อนข้างที่จะน้อยไปหน่อย แต่เมื่อมาดูประสิทธิภาพก็อยู่ในระดับกลางๆ ด้วยการทดสอบ Predator Helios 300 Gen 8 ใช้งาน Wi-Fi เพื่อท่องเว็บดูท่องเว็บดู YouTube ได้สูงสุด 3 ชั่วโมง 7 นาที ค่อนข้างน้อยไปสักนิด รู้สึกว่าจอ IPS 144 Hz จะกินไฟมากกว่ารุ่น IPS 60 Hz ธรรมดา

ส่วนของอุณหภูมิถือว่าสามารถที่จะทำได้ดีตอนที่ใช้งานเครื่องแบบไปบีบขั้นทรัพยากรมากนัก และถึงจะเป็นการเล่นเกมที่เน้น GPU และ CPU เข้ามาด้วยเป็นเวลานานๆ ตัวเครื่องจะไปร้อนสะสมอยู่ที่ด้านบนคีย์บอร์ด แต่ก็ไม่ได้ร้อนมากจนจับไม่ได้ โดยจากการทดสอบอุณหภูมิเฉลี่ยสูงสุดที่วัด CPU ได้อยู่ที่ 93 องศา และ GPU อยู่ที่ 79 องศา (ทดสอบในห้องแอร์อุณหภูมิ 25 องศา)

Conclusion / Award

สรุปรีวิว Predator Helios 300 Gen 8 เป็น Gaming Notebook ที่ติดตั้งการ์ดจอตัวแรงอย่าง NVIDIA GeForce GTX 1060 (6GB) ที่แรงคุ้มที่สุดในท้องตลาดในช่วงกลางปี 2018 เลยก็ว่าได้ ด้วยความสมบูรณ์แบบในความเป็นโน้ตบุ๊คเพื่อการเล่นเกมจากประสิทธิภาพในการเล่นเกมที่ทำได้ดี ด้วยชิปประมวลผล Intel Core i7-8750H สามารถอัพเกรด Ram ได้ถึง 32 GB ที่สำคัญสามารถรองรับการเล่นเกมได้อย่างครอบคลุมจริงๆ ไม่ว่าจะเป็นออฟไลน์หรือออนไลน์ อันนี้สบายๆ แน่นอน

อีกทั้งยังมาพร้อมกับ SSD M.2 PCIe 256 GB ที่มี Windows 10 แท้ในตัว ทำให้ Predator Helios 300 Gen 8 เรียกได้ว่าเป็นเกมมิ่งโน้ตบุ๊คที่คุ้มค่าที่สุดรุ่นหนึ่งในตอนนี้ก็ว่าได้ แถมการมาในครั้งนี้ราคาเปิดตัวถูกลงกว่าเดิมซึ่งร่นก่อนหน้านี้ที่เป็น Gen 7 ราคาเริ่มต้น 46,990 บาท (ตัว i7) แต่รุ่นปัจจุบัน Predator Helios 300 Gen 8 ราคาเริ่มต้นอยู่ที่ 43,990 บาทเท่านั้น และในรุ่นท็อปเองที่ได้จอ IPS 144 Hz เพียง 49,990 บาทเท่านั้น

ยังไม่พอทาง Acer ยังให้ประกัน Predator Helios 300 Gen 8 เป็นแบบประกัน On-Site Service 3 ปีเต็มอีกด้วย จัดเต็มกว่ายี่ห้ออื่นๆ กันพอสมควรเลย ส่วนข้อสังเกตของเครื่องนี้ก็มีอยู่บ้างคือ Predator Helios 300 Gen 8 ยังคงเลือกใช้ USB 2.0 จำนวน 2 ช่อง แทนที่จะเป็น USB 3.0 จำนวน 2 ช่องได้แล้ว (ไม่ได้เปลี่ยนแปลงจากรุ่นก่อนเลย) ทำให้ใครที่อยากใช้ USB 3.0 มากกว่าหนึ่งช่องต้องไปซื้อพอร์ตแปลง HUB ต่อผ่าน USB 3.1 type C แทนเอานะครับ

แต่เอาเข้าจริงๆ หากมองดูโดยรวมปราศจากอคติ Predator Helios 300 Gen 8 ถือเป็นเกมมิ่งโน้ตบุ๊คที่คุ้มค่าที่สุดในงบไม่เกิน 50,000 บาท ซึ่งได้สเปคอย่างที่บอกคือได้ GTX 1060 แบบ 6 GB ไม่กั๊ก หน้าจอ IPS sRGB 95% ประกัน 3 ปี On-site พร้อม SSD m.2 PCIe 256 GB มี Windows 10 แท้ แถมระบบระบายความร้อนทำการอัปเกรดใหม่ด้วย ไม่เรียกว่าโครตคุ้มก็ไม่รู้จะเรียกว่าอะไรแล้วละครับ

ข้อดี

  • ดีไซน์การออกแบบมาใหม่สวยงาม  วัสดุดี งานประกอบแน่นหนา แกะอัพเกรดได้ง่าย
  • สเปคแรงมาก Core i7-8750H และการ์ดจอ GeForce GTX 1060 (6GB)
  • พอร์ตเชื่อมต่อครบครันทีเดียวไม่ว่าจะเป็น USB 3.0, USB 3.1 Type-C, HDMI
  • มี SSD M.2 มาให้กับ Windows 10 แท้มาให้ทุกรุ่น
  • ใช้โปรแกรม PredatorSense ตัวใหม่สามารถ Overclock GPU ได้
  • จอ 15.6 นิ้ว Full HD IPS ขอบเขตสี 95% sRGB 144 Hz อย่างแจ่ม
  • ระบบระบายความร้อนสามารถทำได้ดีขึ้นกว่ารุ่นเดิมเป็น AeroBlade 3D
  • เสียงลำโพงดีขึ้นกว่ารุ่นเดิม
  • มาพร้อมกับการรับประกัน 3 ปี แบบ On-site Service ซ่อมฟรีถึงบ้าน
  • ราคาเทียบกับสเปคที่ได้คุ้มมาก

ข้อสังเกต

  • พอร์ต USB ยังคนเป็นเป็น USB 2.0 x 2 แทนที่จะเป็น USB 3.0 x 2 หรือ USB 3.0 ทั้งหมดได้แล้ว
  • ตัวเครื่องบอดี้เป็นรอยนิ้วมือค่อนข้างง่าย
  • พัดลมระบายความร้อนวางติดกันสองตัวด้านซ้าย ซึ่งน่าจะแยกสองตัวออกจากแบบแยกซ้ายขวามากกว่า
  • แบตเตอรี่ใช้งานได้เพียง 3 ชม น้อยกว่ารุ่นที่จอ 60 Hz ปกติ

AWARDS

โดยในครั้งนี้จะเป็นการเปรียบเทียบการให้รางวัลกับโน้ตบุ๊คในกลุ่ม Gaming Notebook ขนาดหน้าจอ 15.6 นิ้ว ซึ่ง Predator Helios 300 Gen 8 ก็ได้รับรางวัลต่างๆ ดังนี้

Best Performance

award_use_2_create_05

Predator Helios 300 Gen 8 ตัวท็อปมีสเปคที่ครบครัน ทั้งชิบประมวลผล Core i7-8750H และการ์ดจอ NVIDIA GeForce GTX 1060 (6GB GDDR5) พร้อม Ram ตัวเครื่องขนาด 16 GB มาตรฐานใหม่แบบ DDR4  และ SSD M.2 PCIe 256 GB ให้การเข้าถึงข้อมูลได้รวดเร็ว รวมถึงเล่นเกมได้อย่างลื่นไหลไม่มีปัญหา ซื้อครั้งเดียวจบไม่ต้องอัปเกรดอะไรเพิ่ม

Best Value

award_use_2_create_142

Predator Helios 300 Gen 8 มาพร้อมกับสเปคที่ลงตัวเอามากๆ ทั้ง i7-8750H + GTX 1060 (6GB) + Ram 16 + SSD m.2 PCIe 256 GB + จอ 15.6 นิ้ว IPS 144 Hz ประกัน On-site 3 ปี พร้อม Windows 10 แท้อีก เรียกได้ว่าซื้อไปตัวเดียวจบไม่ต้องอัพเกรดอะไรเพิ่ม ในราคา 49,990 บาทเท่านั้น เรียกได้ว่าคุ้มค่าที่สุดแล้วละครับในช่วงงบราคาครับ

© Copyright - Notebookspec.com All Rights