Home » 0. TOP content

Review – Acer Nitro 5 : Ryzen 7 3750H + GeForce GTX 1650 + จอ IPS 120Hz ราคา 20,900 บาท

27 Feb 20 - By l

Acer Nitro 5 รุ่นใหม่มีความพิเศษตรงที่ได้สเปกที่เป็น AMD ทั้งชิปประมวลผล Ryzen 7 3750H และใช้การ์ดจอเป็น NVIDIA GeForce GTX 1650 ในราคา 20,900 บาทเท่านั้น ที่สำคัญได้หน้าจอเป็นพาเนล IPS ที่ 120 Hz ซึ่งดูจากราคาค่าตัวแล้วคุ้มค่ามากๆ แน่นอนว่ามี Windows 10 แท้พร้อมใช้งานทันที จากที่ก่อนหน้านี้มีสเปก Ryzen 5 3550H + Radeon RX560X ให้เลือกเท่านั้น พร้อมด้วยดีไซน์ขอบจอบางเฉียบซึ่งต้องบอกว่าได้รับการออกแบบที่เหมือนกันสำหรับภายนอก แต่ภายในนั้นต่างด้วยสเปกชัดเจน ส่วนฟีเจอร์ CoolBoots ช่วยระบายความร้อนก็ทำได้อย่างดีเยี่ยม

เรียกได้ว่าเป็น Gaming Notebook สายพันธุ์ AMD ที่มีผสานการทำงานการ์ดจอ NVIDIA ที่ราคาคุ้มค่าสเปกโดนใจ ที่น่าจับตามองมากๆ จากการที่เป็น AMD Ryzen 3000 ซีรีส์ H ที่ทั้งแรงและร้อนน้อย ส่วนการ์ดจอก็แรงพอตัวไว้ใจได้อยู่แล้วกับการเล่นเกมออนไลน์ออฟไลน์ในปัจจุบัน แบตเตอรี่ก็ใช้งานได้ยาวนานถึง 9 ชั่วโมง สเปกอื่นๆ ก็น่าสนใจไม่แพ้กัน ด้วยแรม 8GB ส่วน SSD M.2 NVMe ใส่ให้มาเลย 512GB รองรับอัพเกรด M.2 SATA อีก 1 ช่อง พร้อม HDD 2.5″  ได้ประกัน 3 ปี On-site Service หรือจะส่งศูนย์ซ่อมด่วนภายใน 3 ชั่วโมงก็สามารถทำได้

VDO Review

Specification

Acer Nitro 5 รุ่นใหม่นี้มาพร้อมกับชิปประมวลผล AMD Ryzen 7 3750H ที่แรงกว่า Ryzen 5 3550H สถาปัตยกรรม Zen+ มาพร้อมกับสถาปัตยกรรม 12 nm ความเร็ว 2.30 – 4.00 GHz แบบ 4 Core/ 8 Thread ผสานกับการ์ดจอออนบอร์ดที่เป็น Radeon RX Vega 10 ส่วนการ์ดจอแยกจะเป็น บนสถาปัตยกรรมล่าสุด 12 nm ประสิทธิภาพแรงใช้ได้ พร้อมกราฟิการ์ด NVIDIA GeForce GTX 1650 ในส่วนของแรม 8GB แบบ DDR4 Bus 2400 MHz มาให้ 1 แถว (มีช่องใส่แรม 2 ช่อง) ใส่ความจุเป็น SSD M.2 NVMe ความจุ 512GB รองรับการอัปเกรด SSD หรือ HDD 2.5 เพิ่มเติมได้ทีหลัง  ซึ่งสเปกนี้ก็พอเทียบเท่าได้กับสเปกที่เป็น Core i5 + GTX 1650 ได้อยู่

มาพร้อมจอแสดงผลแบบด้าน 15.6″ ที่ความละเอียด Full HD ความละเอียด 1920 x 1080 พาเนล IPS เกรดสูง ให้สีสันที่สวยงามทุกมุมมอง  ด้วย Refresh Rate ที่ 120Hz ทำให้มีความลื่นไหลกว่า 60Hz เดิมๆ และในส่วนของระบบเสียงเป็นลำโพงแบบสเตอริโอ 2.0 ให้เสียงที่ดีในระดับที่น่าพอใจกว่ารุ่นเดิม ประกอบกับมีซอฟต์แวร์จัดการเสียงอย่าง Wave MaxxAudio ทำให้มีคุณภาพที่ดียิ่งขั้นไปอีก

น้ำหนักจะอยู่ที่ 2.3 กิโลกรัมถือว่าอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานของ Gaming Notebook หน้าจอ 15.6″ มาพร้อมกล้อง Webcam แบบ HD และมีไมค์ดิจิตอล 2 ตัวแบบตัดเสียง การเชื่อมต่อไร้สายก็มาพร้อมกับ Bluetooth 5.0 และ Wi-Fi 5 2×2 MU-MIMO พร้อมระบบปฎิบัติการติดตั้ง Windows 10 แท้มาให้ในตัว สนนราคาของ Acer Nitro 5 AN515-43-R0T3 อยู่ที่ 20,900 บาท มาพร้อมการรับประกัน 3 ปี แบบ On-site Service ซ่อมฟรีถึงบ้าน หรือจะส่งศูนย์ซ่อมด้วยใน 3 ชั่วโมงก็สามารถทำได้เช่นกัน สำหรับหน้าสเปกก็ตามด้านล่างนี้เลย

Hardware / Design

เรื่องของการดีไซน์ออกแบบ Acer Nitro 5 ปี 2020 หลักๆ ยังมีทรงตัวเครื่องมีความเล็กกระชับขอบจอบาง วัสดุของตัวเครื่องทั้งหมดจะเป็นพลาสติกเกรดดี ส่งผลให้ตัวเครื่องมีความบางเบากว่าเดิมแน่นอน รวมไปถึงการพกพาก็สะดวกยิ่งขึ้น อย่าง Acer Nitro 5 หน้าจอ 15.6″ พาเนล IPS ขอบจอบางเพียง 7.18 มิลลิเมตร พื้นที่สัดส่วนกว่า 80% ทำให้มีขนาดเครื่องพอๆ กับโน้ตบุ๊คหน้าจอ 14″ แบบก่อน โดยเป็นหน้าจอ Refresh Rate ที่ 120Hz ซึ่งถือว่าให้มาด้วยในรุ่นราคาเท่านี้ จัดว่าดีเยี่ยมไม่เป็นรองในส่วนของ Intel + NVIDIA ซึ่งดูรวมๆ แล้งทั้งสีสันและความคมชัดจัดว่าใช้ได้เลยทีเดียว เหมาะกับการใช้งานทั่วไปหรือการเล่นเกม ดูหนังก็ทำได้ย่อมทำได้อย่างน่าประทับใจไม่มีปัญหา

สำหรับสีสันก็ยังคงเอกลักษณ์สีดำแซมด้วยสีแดงเอาไว้อยู่ อย่างโดดเด่นและสวยงาม ที่ต้องว่า Acer Nitro 5 ฝาหลังจะมีลักษณะลวดลายผิวไม่เรียบบริเวณด้านข้างซ้ายและขวา ฝาบนจะโลโก้คำว่า Acer สีดำคมเข้มไม่ธรรมดา ผิวฝาบนพื้นผิวเป็นพลาสติกมีสีดำด้านให้สัมผัสดีมีคุณภาพสูง พร้อมมีเกล็ดเล็กๆ แต่ดูเหมือนว่าจะเป็นรอยนิ้วมือง่ายนิดหนึ่ง ซึ่งคงต้องหมั่นคอยเช็ดทำความสะอาดสักหน่อย เวลามือมีเหงื่อออกแล้วไปจับ รวมไปถึงขอบตัวเครื่องบริเวณฝาพับ Acer Nitro 5 จะเป็นสีแดงพร้อมกับมีคำว่า Nitro เอาไว้ โดยสามารถกางหน้าจอได้มากกว่า 145 องศาทีเดียว

ด้านในตัวเครื่องงานดีไซน์ก็เหมือนกับ Acer Nitro 5 ปี 2019 โดยมีพื้นผิวคล้ายกับด้านนอก ที่มีการติดตั้งปุ่ม Power ไว้มุมขวาบนสุดของชุดคีย์บอร์ด รวมไปถึงยังมีการติดตั้งปุ่ม NitroSense ไว้เหนือแป้นตัวเลขด้วย กดใช้งานได้สะดวกดี นอกจากนั้นก็เป็นสติกเกอร์ต่างๆ ติดเอาไว้ไม่ว่าจะเป็น ชิปประมวลผล AMD Ryzen 7 3750H และการ์ดจอ NVIDIA GeForce GTX 1650 รวมไปถึงมีการบอกถึงบริการซ่อมด่วนใน 3 ชั่วโมงตามสไตล์ของ Acer อีกด้วย อีกทั้งยังมีการแจกแจงถึงฟีเจอร์ต่างๆ ที่น่าสนใจ อาทิเช่น Dual SSD M.2 + One HDD Slot / ขอบจอบาง / พาเนล IPS / NitroSense + CoolBoost / Network Optimize / HDMI Port เป็นต้น

ส่วนการอัพเกรดแรมและ SSD ในอนาคตนั้น แน่นอนว่าเราจำเป็นต้องถอดฝาล่างของตัวเครื่องออกมา โดยวัสดุของฝาหลังนี้ก็เป็นพลาสติกเกรดดี พื้นผิวเป็นแบบสากๆ ทำให้หยิบจำแล้วไม่ลื่นไหล พร้อมยางรองตัวเครื่องขนาดใหญ่ 4 จุดด้วยกัน ซึ่งมีความมั่นคงดี ซึ่งเมื่อมองไปที่ช่องด้านล่างก็จะพบกับช่องดูดลมเย็นพร้อมกับพัดลม 2 ตัว ที่กรณีที่เราเปิดเครื่องก็จะเห็นไฟสีแดงจากคีย์บอร์ดติดอยู่ด้วย ดูแล้วก็สวยงามไปอีกแบบ ที่เดี๋ยวเราจะพาไปแกะชมข้างในกันอีกที

ทางด้านหลังตัวเครื่องก็จะมีช่องระบายความร้อน 1 ช่องขนาดใหญ่ทางซ้ายเห็นเป็นลักษณะของฟินสีดำสนิท ส่วนช่องทางขวาจะเป็นช่องที่ดีไซน์คล้ายกันเป็นตะแกรงสีดำ แต่ไม่มีพัดลมติดตั้งอยู่ พร้อมแกนฝาพับจะเป็นสีแดง พร้อมมีตัวอักษรเขียนไว้ว่า Nitro แสดงถึงความเป็นเอกลักษณ์เฉพาะรุ่น ซึ่งดูสวยงามโดดเด่นมากเลยทีเดียว

นอกจากนี้ยังมีเทคโนโลยี Acer CoolBoost และช่องระบายความร้อนคู่ จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพและระบายความร้อนด้วยพัดลมคู่ เมื่อมีการใช้งานที่หนักหน่วง CoolBoost จะเพิ่มความเร็วพัดลมมากขึ้น 10% และการระบายความร้อน CPU/GPU มากขึ้น 9% เมื่อเทียบกับโหมดอัตโนมัติ (ตามที่ Acer เคลมไว้) พร้อมจัดการระบบของเราแบบเรียลไทม์ด้วยซอฟต์แวร์ NitroSense ซึ่งครอบคลุมถึงอุณหภูมิ ความเร็วพัดลมและอีกมากมาย

สรุป Acer Nitro 5 ปี 2020 สเปก AMD Ryzen 7 3750H + NVIDIA GeForce GTX 1650 รวมไปถึงดีไซน์การออกแบบ ทำออกมาได้ดีตามมาตรฐานมีรูปทรงภาพลักษณ์เดิมไว้สไตล์ Gaming ในเรื่องของลวดลายฝาหลังที่ให้ความแตกต่างจาก Notebook ปกติทั่วไปใชัดเจน รวมไปถึงมิติตัวเครื่องลดลง ทำให้พกพาได้สะดวกยิ่งขึ้น แต่ก็ไม่ได้เล็กมากจนเกินไปเหมือน Gaming Notebook บางรุ่นที่เน้นความบางเบา แต่เน้นในเรื่องของระบบระบายความร้อน รวมถึงชิป AMD + NVIDIA รุ่นใหม่ก็เย็นลงด้วย

Keyboard / Touchpad

Acer Nitro 5 ปี 2020 ติดตั้งคีย์บอร์ดแบบ Full Size มาให้ผู้ใช้งานได้ใช้กันได้อย่างสบายๆ ที่มาพร้อมปุ่มแป้นคีย์ตัวเลข (Numpad) โดยตัวปุ่มจะเป็นสีดำ มีฟอนต์เป็นสีแดง รวมไปถึงแป้นปุ่มตรงตัวอักษร WASD และปุ่มทิศทาง รวมถึงปุ่ม NitroSense จะมีขอบเป็นสีแดงเด่นออกมา นอกจากนี้ยังมาพร้อมกับไฟ Backlit สีแดง (ปรับแสงได้ 5 ระดับ) ที่ให้ความสว่างพอสมควรดูเป็น Gaming Notebook สวยงาม เอามาเล่นตอนกลางคืนสบายๆ อีกทั้งเรื่องการกดการสัมผัสบนคีย์บอร์ดที่ปุ่มมีความนุ่มติดมือ รู้สึกได้เลยว่าดีกว่าโน้ตบุ๊คธรรมดาทั่วไปแน่นอน จะเอาไปเล่นเกมหรือทำงานก็ตอบสนองได้ดีเยี่ยม

ในส่วนทัชแพดนั้นจะมีขนาดกลางๆ ไม่เล็กไม่ใหญ่จนเกินไป ดีไซน์มีลักษณะขอบแดงรอบๆ ออกแบบปุ่มมาเป็นแบบชิ้นเดียวซ่อนปุ่มตามสมัยนิยมทั้งคลิกซ้ายคลิกขวา มีขอบเป็นสีแดง ให้ความลื่นไหลในการใช้งานเป็นอย่างดี ซึ่งตัวทัชแพดจะวางตัวไปทางด้านซ้ายของเครื่องเล็กน้อยไม่ได้อยู่ตรงกลางหน้าจอเป๊ะๆ โดยรวมก็สามารถใช้งานได้ดีไม่ปัญหาแต่อย่างใด

Screen / Speaker

Acer Nitro 5 สเปก AMD + NVIDIA มาพร้อมหน้าจอขนาด 15.6″ แบบ Screen-to-Body เป็น 80% ด้วยขอบจอบางเพียง 7.18 มิลลิเมตร บนความละเอียด Full HD (1920×1080 พิกเซล) ที่เลือกใช้ พาเนล IPS ให้มุมมองที่คมชัด สีสันสวยสดงดงามสมจริง ซึ่งเป็น Refresh Rate ที่ 120Hz ให้แสดงผลได้ลื่นไหลกว่ารุ่น 60Hz โดยพื้นผิวจอเป็นแบบจอด้าน Anti-Glare ช่วยลดแสงสะท้อนเวลาเรานำโน้ตบุ๊คไปทำงานข้างนอก ซึ่งดูรวมๆ แล้วทั้งสีสันและความคมชัดจัดว่าใช้ได้เลยทีเดียว เหมาะกับการใช้งานทั่วไปหรือการเล่นเกม ดูหนังก็ทำได้ย่อมทำได้อย่างน่าประทับใจไม่มีปัญหา

การทดสอบประสิทธิภาพหน้าจอของ Acer Nitro 5 รุ่นปี 2020 เป็นโน้ตบุ๊กที่ใช้หน้าจอพาเนล IPS ทางทีมงานเลยถือโอกาสทดสอบหน้าจอแบบละเอียดๆ ด้วยเครื่องมือที่เป็นทั้งซอฟต์แวร์และฮาร์ดแวร์อย่าง Spyder5Elite พร้อมทั้งคาลิเบรทหน้าจอให้สีสันมีความตรงความเป็นจริงมากที่สุด ซึ่งเมื่อคาลิเบรตแล้วเราก็เลือกโปรไฟล์ที่เราได้คาลิเบรทเอาไว้ ผลที่ได้หลังจากที่คาลิเบรทก็คือคอนทราสต์มีการไล่โทนที่กว้างขึ้น รวมไปถึงมีสีสันและอุณหภูมิสีที่เปลี่ยนแปลงไปเล็กน้อย เพราะพื้นฐานหน้าจอเกรดดีอยู่แล้ว

โดยให้ขอบเขตความกว้างของสีสันเทียบเท่ากับมาตรฐาน sRGB ที่ 59% และ Adobe RGB ที่ 44% ดูจากที่เส้นสีของหน้าจอ เรียกได้ว่าให้ประสิทธิภาพเรื่องของสีสันนั้นดีมากกว่าเกมมิ่งโน้ตบุ๊ครุ่นอื่นๆ ซึ่งมีความเที่ยงตรงของสีสูง ส่วนความสว่างหน้าจอสูงสุดอยู่ที่เกือบๆ 230 cd/m2 ซึ่งจัดได้ว่าค่อนข้างสว่างกว่าหน้าจอเกมมิ่งโน้ตบุ๊ครุ่นอื่น ทำให้เมื่อคาลิเบตหน้าจอแล้วสามารถไปทำงานภาพกราฟิกหรือตกแต่งภาพที่เน้นความเที่ยงตรงได้โอเคเลยทีเดียว

สรุปสุดท้ายด้วยคะแนนรวมทั้งหมดโดยตัวเครื่อง Acer Nitro 5 สเปก AMD + NVIDIA ก็ได้คะแนนไป 3.5 คะแนน ซึ่งเมื่อทดสอบด้านการแสดงผลต่างๆ ทั้งหมดแล้ว เทียบกับ Acer Nitro 5 รุ่น Intel + NVIDIA ให้ค่าขอบเขตสีที่น้อยกว่า รวมไปถึงคะแนนรวมก็น้อยกว่าด้วย แต่ในส่วนของการใช้งานทั่วไปไม่มีผลแต่อย่างใด

ส่วนทางด้านลำโพงของ Acer Nitro 5 รุ่นนี้ นั้นจะมีด้วยกัน 2 ตัวโดยจะอยู่ทางด้านล่างมุมซ้ายและขวาของเครื่องอย่างละตัว ลำโพงนั้นจะมีการวางตำแหน่งในลักษณะเฉียงลงไปยังพื้นเพื่อที่จะให้เสียงได้สัมผัสกับพื้นแล้วสะท้อนขึ้นมาก ซึ่งคุณภาพเสียงการใช้งานต่างๆ เมื่อใช้งานร่วมกับฟีเจอร์ Waves MaxxAudio ที่ผสานกับ Acer TrueHarmony เพิ่มประสิทธิภาพเสียงเบส เสียงสนทนา และระดับเสียงได้อย่างยอดเยี่ยม ก็สามารถทำออกมาได้ดีในระดับหนึ่งและจากการใช้งานรู้สึกว่าดีกว่ารุ่นเก่าด้วย

Inside / Upgrade

การแกะเครื่องเพื่ออัพเกรด Acer Nitro 5 สเปก AMD + NVIDIA นั้นสามารถทำได้ง่าย โดยเฉพาะในส่วนของแรมและฮาร์ดดิสก์เพียงแค่ไขน็อตทุกตัวรอบฝาล่างออก จะมีน็อตแค่ตัวเดียวที่มีสติกเกอร์แปะอยู่ เราสามารถเจาะทะลุไปได้เลย จากนั้นใช้บัตรแข็งค่อยๆ รูดถอดออกที่ละส่วน จากด้านหลังมาด้านหน้าทีละข้าง โดยเวลาทำห้ามใจร้อนเด็ดขาด ไม่งั้นเกลียวใต้ฝาอาจจะหักได้ แล้วค่อยๆ แงะฝาขึ้นมาอีกที งานประกอบการจัดวางตำแหน่งคล้ายกับรุ่นเดิมมีฮีท์ไปป์สองเส้นพาดผ่าน CPU และ GPU โดยมีพัดลมสองตัวติดกัน ช่องระบายความร้อนแถวยาวช่องเดียว

ซึ่งแรมกับฮาร์ดดิสก์จะแยกส่วนกันอย่างชัดเจน ที่เห็นได้ถึงแรมสามารถติดตั้งได้ 2 แถว โดยติดตั้ง 8GB มาแล้ว 1 แถว สามารถอัพเกรดเพิ่มได้อีกแถวทันที โดยรองรับสูงสุดที่ 32GB ส่วน SSD M.2 NVMe รองรับการติดตั้ง 2 สล็อตด้วยกัน (ซ้าย SATA 3 / ขวา NVMe) พร้อมมีน็อตมาให้ด้วย ส่วนอื่นๆ ก็จะเป็นฮาร์ดดิสก์แบบ 2.5″ ที่ให้มาอยู่แล้วเป็นมาตรฐาน พร้อมมีสายแพรมาให้ในกล่อง อย่างไรก็ตามการแกะฝาล่างนั้นไม่ทำให้หลุดประกันแต่บริษัทจะไม่รับผิดชอบหากแกะเองแล้วเกิดความเสียหาย โดยรวมแล้วการแกะตัวเครื่อง Acer Nitro 5 เพื่ออัพเกรดหรือทำความสะอาดก็สามารถทำได้ง่ายและก็สะดวกทีเดียว

Connector / Thin And Weight

Acer Nitro 5 สเปก AMD + NVIDIA จัดว่าเป็น Gaming Notebook ขนาดหน้าจอ 15.6″ ที่มีพอร์ตเชื่อมต่อที่ครบครันอีกรุ่นเลยทีเดียว ไม่ว่าจะเป็น 2 x USB 3.1 Type-A (เป็นแบบชาร์จเจอร์ด้วย), 1 x USB 3.1 Type-C, 1 x USB 2.0, HDMI 2.0, RJ45 (Gigabit Ethernet) พร้อมด้วยความสามารถ Killer Ethernet เพื่อการเล่นเกมออนไลน์ที่ลื่นไหล และ Mic-in/Headphone-out แบบ Combo เรียกได้ว่าพอเพียงกับการใช้งานทั่วไปอย่างแน่นอน ทั้งในการโอนถ่ายไฟล์หรือเชื่อมต่ออุปกรณ์เทียบกับรุ่นก่อนก็ถือว่าดีกว่าหลายด้าน

ส่วนการเชื่อมต่อไร้สายอย่างรองรับทั้ง Bluetooth 5.0 และอินเตอร์เน็ตไร้ Wi-Fi 5 AC ที่มีเทคโนโลยี 2×2 MU-MIMO เชื่อมต่อกับอุปกรณ์ต่อพ่วงทั้งหมดด้วยพอร์ตที่ครบครันและทางด้านการพกพา Acer Nitro 5 ทำได้น่าพอใจในระดับที่ดีขึ้นกว่ารุ่นเดิม ด้วยมิติตัวเครื่องกระชับเทียบเท่าหน้าจอ 14″ แบบก่อนๆ รวมถึงน้ำหนักตัวเครื่องที่ 2.3 กิโลกรัม และเมื่อรวมกับอแดปเตอร์สายชาร์จเข้าไปด้วยแล้วก็จะมีน้ำหนักอยู่ที่ประมาณ 2.6 กิโลกรัม นับได้ว่าพกพาสะดวกอยู่เวลาใช้งานนอกสถานที่

Performance / Software

   

โดย Acer Nitro 5 ปี 2020 รุ่นที่ได้รับมารีวิวมาพร้อมกับชิปประมวลผล AMD Ryzen 7 3750H รุ่นล่าสุดสถาปัตกรรม 12 nm ซึ่งเป็นชิปประมวลผลที่เน้นการใช้งานหนักๆ ไม่จะเป็นการโปรเซสหรือเล่นเกม มีความเร็วในการประมวลผลอยู่ที่ 2.30 GHz สามารถเร่งประสิทธิภาพขึ้นไปได้สูงสุดถึง 4.00 GHz เป็นซีพียูแบบ 4 Core/8 Thread ที่เพียงพอสำหรับการใช้งานทั่วไป ไปจนถึงระดับหนักๆ ก็พอทำได้สบายๆ และ มาพร้อมแรมขนาด 8GB DDR4 Bus 2400 1 แถว (ใส่ Ram ได้ 2 แถว อัพเกรดได้สูงสุด 32 GB) ที่สามารถขับเคลื่อนระบบปฏิบัติการ Windows 10 ลิขสิทธิ์ที่มีมาให้แบบสบายๆ

   

ในส่วนของกราฟิกการ์ดตัวนี้จะใช้การ์ดจอออนบอร์ดเป็นตัว AMD Radeon Vega 10 ปกติ อีกทั้งยังมีกราฟิกการ์ดจอแยกอย่าง NVIDIA GeForce GTX 1650 รุ่นใหม่มีแรมขนาด 4 GB แบบ GDDR5  ที่ต้องบอกว่าทาง NVIDIA ตั้งใจเอามาแทนที่ของเดิมอย่าง GTX 1050 Ti มีความคุ้มค่าน่าซื้อกว่า GTX 1050 (3GB DRR5) แต่ถ้าแรงสุดในรุ่นยังคงเป็น GTX 1660Ti (6GB GDDR6) อยู่ สามารถตอบสนองในส่วนของการทำงานที่เกี่ยวข้องกับ 3 มิติ หรือเกมที่กินทรัพยากรได้เป็นอย่างดีทีเดียว เล่นเกมระดับ Full HD ลื่นๆ ได้เกือบทุกเกมบนโลกแน่นอน

สำหรับโปรแกรมทดสอบ CINEBENCH ที่เน้นในเรื่องของพลังชิปประมวลผล คะแนนก็อยู่ในระดับที่น่าประทับใจ เปรียบเทียบกับชิปประมวลผล Intel Core i5 ถือว่ามีความใกล้เคียงกัน รวมไปถึงตัวกราฟิกการ์ดเองก็มีประสิทธิภาพสูงในระดับนึง เรียกได้ว่าตอบโจทย์ในส่วนของงานประมวลผลหนักๆ ได้อย่างสบายๆ รวดเร็วทันใจแบบสุดๆ สมกับเป็นชิปประมวลผลตัวบนในรุ่นใช้งานเต็มกำลัง และการ์ดจอระดับ GeForce GTX 1650 ที่เน้นการทำงานหรือเล่นเกมเป็นหลัก

ตัวเก็บข้อมูลของเครื่องที่เลือกใช้ SSD ก็ทำคะแนนออกมาได้อย่างรวดเร็วเป็นที่น่าพอใจบนขนาดความจุ 512GB แบบ M.2 NVMe ยิ่งเมื่อนำไปใช้เทียบกับฮาร์ดดิสก์แบบจานหมุนแล้วละก็จะเห็นถึงประสิทธิภาพทั้งในด้านการทดสอบและในด้านการใช้งานจริงที่แตกต่างกันอย่างเห็นเห็นได้ชัด เรียกได้ว่าเปิดอะไรปุ๊บก็ติดปั๊บ ที่ต้องบอกว่าความเร็วระดับการอ่านที่ราวๆ 1559MB/s และเขียนที่ 746MB/s แม้อาจจะไม่ได้เร็วมากมาย แต่ก็ถือว่าดีกว่ามาตรฐาน SATA 3 แบบเดิมๆ แล้ว

การทดสอบประสิทธิภาพกับโปรแกรม PCMark 10 Advance ซึ่งสามารถทำคะแนนการทดสอบรวมได้มากถึง 3,647 คะแนน ถือได้ว่าในส่วนของการใช้งานทั่วไปโดยรวมนั้นสอบผ่านแบบสบายๆ ทั้งในส่วนของการเล่นเว็บไซต์ งานเอกสาร งานตกแต่งรูปภาพ รวมถึงงานตัดต่อวิดีโอ และจากการที่เป็นโน้ตบุ๊คเล่นเกมมีการ์ดจอแยก ทำให้มีคะแนนมีความใกล้เคียงกับโน้ตบุ๊คสเปก Core i5-9300H + GTX 1650 โดยเป็นรองกว่าเล็กน้อย

คะแนนและเฟรมเรมในการเล่นเกมทำออกมาน่าสนใจประมาณนึง โดยเฉลี่ยของเฟรมเรท (FPS) จากทั้ง 6 เกมที่ได้ทดสอบมีค่าเฟรมเรทเฉลี่ยมากกว่า 30 – 60 FPS ขึ้นไปแทบทุกเกม ซึ่งตรงนี้ก็สามารถชี้วัดความสามารถในการเล่นเกมที่กราฟิกละเอียดๆ และภาพสวยๆ ได้ลื่นไหลเป็นอย่างดีเลย จากการที่สเปกภายในเป็นชิปประมวลผล AMD Ryzen 7 3750H ที่สามารถรีดพลัง NVIDIA GeForce GTX 1650 ออกมาได้อย่างเต็มที่และเหมาะสม ประกอบกับยังใช้แรม 8GB DDR4 ก็ถือว่าพอได้อยู่ พร้อมใส่ SSD M.2 NVMe มาเลย ทำให้ประสิทธิภาพโดยรวมดูดีมากๆ

ทดสอบเกมกินทรัพยากรพอตัวอย่าง GTA V / Battlefield V / FarCry 5ก็สามารถเล่นได้ดีที่ความละเอียด 1920 x 1080 พิกเซล โดยกราฟิกปรับระดับสูงสุดทั้งหมด ตามภาพด้านบน ที่ต้องบอกว่าภาพก็สวยจนน่าประทับใจ เรียกได้ว่าเหลือๆ กับการตอบสนองความต้องการเล่นเกมได้สมบูรณ์ที่สุดแล้ว ซึ่งถ้าอยากให้เฟรมเรทลื่นไหลกว่านี้ก็สามารถเลือกปรับกราฟิกระดับกลางๆ ก็ได้

เกมออนไลน์อย่าง PUBG / Overwatch / DOTA 2 ก็จัดการทดสอบแบบปรับสุดหมดให้ด้วยเช่นกัน โดยทั้งนี้การตั้งค่าความละเอียดของภาพก็อยู่ที่ 1920 x 1080 พิกเซล ซึ่งเป็นความละเอียดที่จะสามารถเล่นให้ลื่นได้ สำหรับรายละเอียดภาพอื่นๆ ก็เรียกได้ว่าเปิดทุกอัน  ผลที่ได้ออกมาก็คือสามารถเรนเดอร์ได้อย่างไหลลื่นในระดับเฟรมเรทที่สูงสุด

แม้กระทั่งฉากตะลุมบอนกันก็สบายๆ ค่าเฟรมเรทอยู่ที่ราวๆ 40 – 60ขึ้นไปตลอด แต่ในส่วนของเกม PUBG อาจจะมีเฟรมเรทตกไปต่ำกว่า 60 บ้าง รวมไปถึงอาจจะมีอาการโหลดฉากช้าบ้าง ซึ่งนั่นก็เป็นเพราะเป็นเกมออนไลน์ที่กินทรัพยากรพอตัวเหมือนกัน ซึ่งสรุปโดยรวมแล้ว ก็ถือว่าเล่นพอได้อยู่ ซึ่งถ้าอยากให้ขับได้ถึง 120 เพื่อใช้งานจอ 120Hz ก็จำเป็นต้องปรับเกมให้ต่ำกว่านี้อีกหน่อย รวมไปถึงอัพเกรดแรมเป็น 16GB ก็จะดีขึ้นอีกระดับทีเดียว

Acer Nitro 5 รุ่น AMD + NVIDIA มาพร้อมกับซอฟแวร์ยูทิลิตี้ NitroSense ที่ทำให้เราสามารถปรับค่าต่างๆ ในตัวเครื่องได้อย่างง่ายดายไม่ว่า CoolBoots เร่งรอบพัดลมให้สุดที่ 6000 รอบทั้ง 2 ตัว ที่ใช้ระบายความร้อน CPU/GPU เมื่อต้องใช้งานหนักๆ รวมไปถึงการปรับโหมดการใช้งาน เช่นประหยัดพลังงานใช้แบตเตอรี่ก็ต้องเป็น Power Saver และสุดท้ายกับการดูสถานะการทำงานของตัวเครื่องก็มีทั้ง อุณหภูมิ รอบพัดลม กันแบบเวลาจริงเลยล่ะ เรียกได้ว่า Acer ใส่ใจใน NitroSense เพื่อให้เราใช้งานได้งานและใช้งานได้จริงทีเดียว

นอกจากนี้ทาง Acer Nitro 5 รุ่นนี้เองก็ยังมีในส่วนของซอต์ฟแวร์ที่จะเป็นตัวช่วยในการใช้งานของเราอีกด้วยอย่าง Acer Care Center (เปิดเครื่องมาเจอเลย) เหมือนกับ Acer รุ่นอื่นๆ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของสเปกภายใน หรือเช็คสถานะการทำงานส่วนต่างๆ ของเครื่อง รวมไปถึงยังสามารถ ตรวจเช็คสถานะเครื่องกับข้อมูลแคชต่างๆ ก็ทำการลบทิ้งได้ตรงนี้เลย หรือเช็คอัพเดทซอฟ์ตแวร์และไดร์เวอร์ต่างๆ ของเครื่องก็สามารถทำผ่านตรงนี้ได้เช่นกัน ที่สำคัญถ้าใครต้องการ Backup หรือ Recovery ข้อมูลภายในก็จัดการได้เลย

Battery / Heat / Noise

แบตเตอรี่ที่ติดตั้งมาให้ใน Acer Nitro 5 สเปก AMD + NVIDIA เครื่องนี้เป็นแบบฝังตามปกติ ความจุ 3750mAh ส่วนของการทดสอบระยะเวลาใช้งานของแบตเตอรี่โดยตั้งค่าความสว่างหน้าจอและเสียงให้ระดับต่ำ แล้วเล่นเว็บสลับกับดู Youtube พร้อมเปิดโปรแกรม BatteryMon แจ้งระยะเวลาใช้งานต่อเนื่องในเงื่อนไขดังกล่าวราวๆ 8 – 9 ชั่วโมงโดยประมาณ เรียกได้ว่าน่าประทับใจทีเดียวกับการที่ Gaming Notebook จอ 15.6″ ใช้งานแบตเตอรี่ได้ยาวนานขนาดนี้

ส่วนเรื่องอุณหภูมิในการใช้งานนั้น Acer Nitro 5 รุ่นนี้ เมื่อใช้งานแบบปกติชิปประมวลผลจะอยู่ที่ประมาณ  35 – 45 องศาเซลเซียส ภายในห้องปรับอากาศอุณหภูมิประมาณ 25 – 27 องศาเซลเซียส จากนั้นทำการทดสอบเบิร์นให้เครื่องทำงาน 100% ด้วยการเล่นเกมกราฟิก 3 มิติ เพื่อให้เห็นถึงระบบระบายความร้อนและเสียงรบกวนที่จะเกิดขึ้นเมื่อพัดลมหมุนรอบจัดสุด ด้วยการเปิดโหมดพัดลมระดับสูงสุดด้วยารปรับเป็น CoolBoots เพื่อให้พัดลมทำงาน 100%

ที่ดูจากภาพแล้วจะเห็นได้ว่าอุณหภูมิสูงสุดของชิปประมวลผล CPU อยู่ที่ประมาณ 84 องศาเซลเซียสเท่านั้น นับว่าเย็นกว่าหลายๆ รุ่นพอตัว ส่วนการ์ดจอถือว่าเย็นทีเดียวโดยร้อนสุดเพียง 61 องศาเซลเซียสเท่านั้น โดยรวมแล้วมีการจัดการอุณหภูมิได้เป็นอย่างดี ซึ่งเมื่อเทียบกับประสิทธิภาพที่ได้กลับมากับขนาดตัวเครื่องเล็กกระทัดรัดพกพาง่ายกว่าเดิม สำหรับเสียงรบกวนในเวลาทำงานนั้นถือว่าดังประมาณนึง จากการที่เราสามารถเพิ่มรอบสูงสุดได้ด้วยโหมด CoolBoots นั่นเอง

Conclusion / Award

ประทับใจมากๆ สำหรับการมาของ Gaming Notebook อย่าง Acer Nitro 5 รุ่น AMD Ryzen 7 3750H + NVIDIA GeForce GTX 1650 ด้วยสเปกใหม่ล่าสุดที่ไม่เคยมีมาก่อนในแบรนด์ Acer ซึ่งได้ขอบจอบางลงกว่ารุ่นก่อน มิติตัวเครื่องเล็กลงกว่าโน้ตบุ๊คยุคก่อน และน้ำหนักก็เบาลงด้วย การประกอบก็แน่นอนไว้ใจได้ ถอดอัพเกรดก็ง่ายขึ้น เชื่อได้ว่าเพื่อนๆ น่าจะถูกใจกันไม่น้อย (รองรับการใส่ SSD M.2 NVMe จำนวน 1 ช่อง / SATA 3 อีก 1 ช่อง และ HDD 2.5″ จำนวน 1 ช่อง)โดยรวมแล้วก็เป็นการต่อยอดจากรุ่นเดิม ที่น่าประทับใจมีราคาคุ้มค่า เทียบแล้วราคาถูกกว่า Acer Nitro 5 รุ่นอื่นๆ

ส่วนสเปกได้มีตัวเลือกใช้เป็นชิปประมวลผลรุ่น AMD Ryzen 7 3750H ที่ทั้งแรงใกล้เคียงกับ Core i5-9300H สำหรับการ์ดจอเป็น GeForce GTX 1650 แม้จะไม่ใช่รุ่นใหม่ แต่ก็มีความแรงพอตัวและยอดนิยมมากๆ ทำให้เล่นเกมได้ลื่นไหล กับราคาที่ 20,900 บาท ได้ประกัน On-site Service 3 ปีถือว่าคุ้มค่ามากๆ ส่วนสเปกอื่นๆ ก็ลงตัว ซื้อพร้อมใช้งานทันที ไม่ว่าจะเป็นแรมขนาด 8GB ที่เพียงพอต่อการใช้งาน ทั้งทำงานหรือเล่นเกม ส่วนที่เก็บข้อมูลก็เป็น SSD M.2 NVMe ความจุ 512GB ทำให้ทั้งลื่นไหลและรองรับการใช้งานได้แบบไม่อึดอัดมากนัก ซึ่งถ้าคิดว่าไม่พอก็สามารถอัพเกรดเพิ่มได้ภายหลัง

ผลทดสอบของหน้าจอก็น่าประทับใจในรดับนึง ที่ได้ทั้งความเป็นพาเนล IPS ที่รองรับการแสดงผล Refreash Rate ที่ 120Hz แม้ว่าจะไม่ใช่เกรดระดับสูง แต่ก็เพียงพอกับการใช้งาน เทียบกับค่าตัวเพียงสองหมื่นบาทต้นๆ ก็ถือว่าคุ้มค่าอยู่ ในเรื่องของการเชื่อมต่อก็ครบครันกว่าเดิมด้วย USB 3.1 Type-C จำนวน 2 ช่อง แต่ก็ยังมี USB 2.0 Type-A อีกช่องอยู่ไว้เชื่อมต่อเมาส์เป็นหลัก พร้อมกับ LAN เป็น Killer Ethernet ทำให้เมื่อต่อสาย RJ45 ก็จะช่วยการเล่นเกมที่ลื่นไหลได้ ส่วนการเชื่อมต่อไร้สายก็เป็นมาตรฐานที่ดีมีเทคโนโลยี 2×2 MU-MIMO เหนือชั้นกว่า Gaming Notebook ทั่วไปที่ไม่มีตรงนี้ แต่ก็น่าเสียดายที่ไม่มี SD(XC/HC) Card reader มาให้ในตัว

สำหรับการระบายความร้อนก็นับว่าทำได้ดีกว่ามาตรฐาน Gaming Notebook อยู่ คือ ไม่ได้ร้อนเกินไปกว่า 84 องศาเลย ส่วนการ์ดจอก็แค่ 61 องศา เข้าใจว่าทาง Acer ออกแบบมาได้ดีอยู่แล้ว ที่สำคัญในส่วนของการพกพาไปใช้งานนนอกสถานที่ก็ได้ทำได้ดีเยี่ยมจากการที่แบตเตอรี่สามารถใช้งานได้ยาวนานกว่า 8 – 9 ชั่วโมง แถมไม้เด็ดก็คือ On-Site Service 3 ปี และส่งซ่อมศูนย์ด่วนแบบรับภายใน 3 ชั่วโมงจัดเต็มเหมือนเดิม เรียกได้ว่าครบครันเสร็จสรรพในเครื่องเดียวโคตรคุ้ม

ข้อดี

  • ดีไซน์การออกแบบมาเล็กกระชับ ขอบหน้าจอบาง งานประกอบแน่นหนา
  • การแกะอัพเกรดทำได้ง่ายกว่าเดิม รองรับ SSD M.2 สองสล็อต และ HDD อีก 1 ช่อง
  • สเปคคุ้มราคาได้ทั้ง AMD Ryzen 7 3750H + NVIDIA GeForce GTX 1650
  • ได้แรมขนาด 8GB DDR4 และ SSD M.2 NVMe ความจุ 512GB มาเลย
  • มีโปรแกรม Nitrosense ปรับรอบพัดลมติดตั้งมาให้ในเครื่องเลย
  • จัดการความร้อนทำได้ดีเยี่ยม เย็นทั้ง CPU / GPU เมื่อใช้งานหนักๆ
  • หน้าจอพาเนล IPS เกรดคุณภาพดี พร้อมรองรับ Refresh Rate ที่ 120Hz
  • พอร์ตเชื่อมต่อครบครันทั้ง USB 3.1 Type-A, USB 3.1 Type-C, HDMI
  • LAN รองรับ Killer Ethernet E2500 ช่วยลด Ping เวลาเล่นเกมออนไลน์
  • Wi-Fi 5 AC มีเทคโนโลยี 2×2 MU-MIMO ดีกว่าแบบเดิมๆ
  • คีย์บอร์ดมีไฟ Backlit สีแดงตามสไตล์เกมมิ่ง
  • แบตเตอรี่ใช้งานได้ยาวนาน 8 – 9  ชั่วโมง
  • มาพร้อมกับการรับประกัน 3 ปี แบบ On-site Service ซ่อมฟรีถึงบ้าน
  • ตัวเครื่องมาพร้อมกับ Windows 10 แท้ และซอฟต์แวร์ Acer Care Center

ข้อสังเกต

  • ประสิทธิภาพในการเล่นเกมยังเป็นรอง i5-9300H + GTX 1650 เล็กน้อย
  • หน้าจอ 120Hz ถือว่าดี แต่พาเนล IPS คุณภาพเป็นรองกว่ารุ่นก่อนๆ
  • SSD M.2 NVMe มีความเร็วในการเขียนน้อยไปนิด
  • ไม่มี SD(XC/HC) Card reader มาให้ในตัว
  • แนะนำให้อัพแรมเป็นขนาด 16GB ไปเลย จะลื่นไหลกว่านี้อีก

Award

โดยในครั้งนี้จะเป็นการเปรียบเทียบการให้รางวัลกับเครื่องในกลุ่มของโน้ตบุ๊กขนาดหน้าจอ 15.6 นิ้วด้วยกัน ซึ่ง Acer Nitro 5 ปี 2020 ก็ได้รางวัลต่างๆ ดังนี้

Best Design

เรื่องของรูปร่างหน้าตาก็เป็นหนึ่งในจุดเด่นที่มีอยู่ในผลิตภัณฑ์ของ Acer Nitro โน้ตบุ๊คเล่นเกมสายคุ้มค่ามาตั้งแต่ไหนแต่ไร ซึ่งจุดเด่นในข้อนี้ก็เห็นได้ชัดเจนใน Acer Nitro 5 รุ่น AMD Ryzen 7 3750H + NVIDIA GeForce GTX 1650 ที่มีดีไซน์ของตัวเครื่องสวยงามโฉบเฉี่ยวเป็นเอกลักษณ์ ดูแล้วเรียบหรูตามสไตล์คนรุ่นใหม่ที่ชอบเล่นเกม ที่สำคัญคือขอบจอบาง แม้หน้าจอ 15.6″ ทำให้มิติตัวเครื่องใกล้เคียงพวกจอ 14″ แถมน้ำหนักเบาแค่ 2.3 กิโลกรัมเท่านั้น พร้อมระบบระบายความร้อนที่ดีเยี่ยมจากทาง Acer ที่คิดมาเป็นอย่างดีแล้ว

Best Value

Acer Nitro 5 รุ่นปี 2020 สเปก AMD Ryzen 7 3750H ใช้ชิปประมวลผลรุ่นล่าสุด ที่เย็นและประหยัดพลังงาน และการ์ดจอเป็น NVIDIA GeForce GTX 1650 เล่นเกมได้ลื่นไหลทั้งออนไลน์และออฟไลน์ พร้อมแรม 8GB และ SSD 512GB ราคาเพียง 21,990 บาท เรียกได้ว่าสมการรอคอยการมาของ Gaming Notebook สายพันธุ์ AMD อีกหนึ่งรุ่นที่ทุกคนให้ความสนใจ จากสเปกที่ดี ราคาคุ้มค่า เรียกได้ว่าคุ้มค่าจนหาตัวจับได้อยากทีเดียว สำหรับ Gaming Notebook หน้าจอ 15.6″ ที่ซื้อมาแล้วจบครบไม่ต้องอัพเกรดอะไรก็ใช้งานได้ลื่นไหลแบบนี้

Best Mobility

ส่วนของความสามารถในการพกพาของ Acer Nitro 5 ปี 2020 อยู่ในระดับที่ดีกว่า Gaming Notebook ยุคก่อนๆ ชัดเจน ด้วยขอบหน้าจอที่บางและน้ำหนักเบาเพียง 2.3 กิโลกรัม ที่ทำให้สามารถหิ้วไปไหนมาไหนได้อย่างสะดวก รวมแล้วหนักแค่ 2 กิโลกรัมกลางๆ เท่านั้น โดยสามารถพับฝาจอลงแล้วเก็บเครื่องได้ทันที พกพาสะดวก เหมาะมากๆ กับคนที่ทำงานนอกสถานที่บ่อยๆ รวมถึงแบตอาจจะใช้งานได้ 8 – 9 ชั่วโมงจริงๆ ก็ถือว่าอยู่ในเกณฑ์ที่ดีกว่ามาตรฐานของ Gaming Notebook จอ 15.6″ ทั่วไป กรณีที่ไม่พกอแดปเตอร์ไปด้วยก็สามารถทำได้

© Copyright - Notebookspec.com All Rights