Home » 1.Acer Reviews

Review – Acer Aspire 3 A315-55 โน้ตบุ๊คจอ 15.6″ Core i Gen 10 สเปกครบเครื่อง เริ่มต้นถูกสุด 17,990 บาท

6 Nov 19 - By l

Acer Aspire 3 A315-55 จัดว่าเป็นโน้ตบุ๊ครุ่นใหม่ๆ ชิปประมวลผล Intel Core i Gen 10 ทั้ง Core i5-10210U หรือ Core i7-10510U สถาปัตยกรรม Comet Lake ที่ 14 นาโนเมตร ให้ความแรงกว่า Core i Gen 8 รุ่นก่อนๆ พร้อมได้สเปกครบเครื่อง อีกหนึ่งในรุ่นที่น่าสนใจ โดยเป็นโน้ตบุ๊คหน้าจอ 15.6″  ซึ่งมีความเบาของตัวเครื่อเพียง 1.9 กิโลกรัม ดีไซน์การออกแบบก็มีความสวยงามลงตัว เน้นในเรื่องของความครบครันคุ้มค่ากับราคาที่จ่ายงบหมื่นกว่าบาท ถูกสุดเริ่มต้นที่ 17,990 บาท ที่บอกเลยว่าไม่แพงเลย เมื่อเทียบกับสิ่งที่ได้กลับมา

โดยได้สเปกที่ครบครันสุดๆ ทั้งการ์ดจอแยกอย่าง NVIDIA GeForce MX230 แรมให้มาไม่ต้องอัพเกรดที่ 8GB DDR4 พร้อม SSD M.2 NVMe  ความจุ 512GB แรงลื่นในตัว หรืออยากได้รุ่นที่เป็น SSD 128GB + HDD 1TB ก็มีให้เลือกกัน ติดตั้งหน้าจอความละเอียด Full HD ที่คมชัด และระบบปฏิบัติการ Windows 10 ใช้งานได้ทันที สำหรับเป็นแบบประกัน 2 ปี มีบริการซ่อมด่วนใน 3 ชั่วโมงด้วย เหมาะกับนักเรียน นักศึกษา คนทำงาน ที่เอาไปใช้งานทั่วไปตัวเดียวจบ รองรับงานเอกสาร ความบันเทิง เล่นอินเตอร์เน็ต ดูหนังออนไลน์ หรือเล่นเกมเบาๆ ก็ยังพอได้

Specification

สเปกเต็มๆ ของ Acer Aspire 3 A315-55 แบ่งออกเป็น 3 รุ่น 3 ราคา ด้วยชิปประมวลผล Intel Core i5-10210U จำนวน 2 รุ่น และ Intel Core i7-10510U อีก 1 รุ่น โดยมีราคา 17,990 / 18,790 / 21,990 บาท เรียกได้ว่าเลือกตามความต้องการ ของลักษณะการใช้งานแต่ละคนได้เลย ซึ่งในส่วนของสเปกชิปประมวลผล Intel Core i5-10210U เป็นการทำงานแบบ 4 Core 8 Thread ความเร็ว 1.6GHz (เร่งไปได้สูงสุดที่ 4.2GHz)และรุ่นชิปประมวลผล Intel Core i7-10510U ที่เป็นการทำงานแบบ 4 Core 8 Thread ความเร็ว 1.8GHz (เร่งไปได้สูงสุดที่ 4.9GHz) โดยทั้ง 2 รุ่นนี้ใช้เทคโนโลยีการผลิตที่ 14 นาโนเมตร มีค่า TDP ที่ 25Watt เป็นสถาปัตยกรรม Comet Lake เหมือนกัน

สำหรับการ์ดจอก็แน่นอนว่าต้องเป็น Intel UHD Graphics 620 ที่ติดมาในซีพียูจาก Intel พร้อมการ์ดจอแยก NVIDIA GeForce MX230 (2GB GDDR5) ที่แรงพอเล่นเกมออนไลน์ได้บ้าง มาพร้อมแรมขนาด 8GB DDR4 ที่เพียงพอ สนับสนุนการทำงานลื่นไหลด้วย SSD M.2 NVMe ความจุ 512GB หรือ SSD 128GB + HDD 1TB ที่สำคัญได้ระบบปฏิบัติการ Windows 10 ใช้งานได้ทันทีตั้งแต่เปิดเครื่องในครั้งแรก กับราคาเพียง 17,990 – 23,990 บาท ถือว่าราคาไม่แพงเลย ถ้าเทียบกับความสดใหม่และสเปกโดยรวมที่ได้ โดยทุกรุ่นได้การรับประกันเป็น 2 ปี โดยมีบริการซ่อมด่วนใน 3 ชั่วโมงด้วย

Hardware / Design

ด้านการออกแบบดีไซน์ของ Acer Aspire 3 A315-55 รุ่นนี้จะมาในสไตล์เรียบๆ ได้หน้าจอแบบขอบจอบาง โดยลักษณะรวมแล้วเป็นสีดำเทาๆ แบบด้านและมีลักษณะพื้นผิวแบบเรียบๆ แต่ดูดี มาพร้อมสเปกและประสิทธิภาพการใช้งานที่ครบครันด้วยสเปกใหม่ล่าสุด ในงบประมาณการเลือกซื้อที่ไม่แพงจนเกินไป ด้านการออกแบบดีไซน์ใหม่นี้จะมาในสไตล์เรียบง่ายแต่มีความสวยงามดูดีเกินราคา โดดเด่นจากการที่เป็นโน้ตบุ๊คหน้าจอขนาด 15.6″ ที่มีน้ำหนักเพียง 1.9 กิโลกรัมเท่านั้นเอง ที่สามารถกางหน้าจอได้สุดถึง 180 องศา

ตัวเครื่องฮาร์ดแวร์ของ Acer Aspire 3 A315-55 นั้นมีความน่าประทับใจมากๆ ในทุกมิติ เมื่อเทียบกับราคาแค่หลักหมื่นบาทปลายๆ ดูแล้ว Acer ทำการบ้านมาเป็นอย่างดีกับโน้ตบุ๊คราคาคุ้มค่า แต่ภาพลักษณ์โดยรวมนั้นทำได้เป็นอย่างดีน่าประทับใจ โดยเหมาะมากๆ สำหรับนักเรียนนักศึกษาที่ต้องการโน้ตบุ๊ค หรือคนทำงานพนักงานออฟฟิศ ที่เน้นใช้งานทั่วไปให้ประสิทธิภาพพอตัว แต่พกพาไปที่นู้นที่นั่นบ่อยๆ ซึ่งรองรับการทำงานได้ยาวนานกว่าโน้ตบุ๊คปกติ ทำให้เราสามารถพกพาไปใช้งานนอกสถานที่ได้อย่างสบายๆ

โดยจากสติ๊กเกอร์ด้านในบริเวณที่วางมือฟีเจอร์ที่แปะไว้เอาไว้ บอกว่ารองรับการเชื่อมต่อไร้สายแบบ Wi-Fi AC / ขอบหน้าจอบางเฉียบ / มีเทคโนโลยี BlueLightShield กรองแสงสีฟ้า รวมถึงเป็น Precision Touch ที่มีความแม่นยำ อีกทั้งยังสุดท้ายกับการที่มีพอร์ต HDMI ที่โดยรวมแล้ว ส่วนอื่นๆ ก็จะเป็นสติ๊กเกอร์ Intel Core i Gen 10 ที่เป็นสีเงินและ NVIDIA GeForce ที่เป็นสีเขียว อีกทั้งยังมีสติ๊กเกอร์บริการพิเศษจาก Acer ส่งเคลมซ่อมด่วนใน 3 ชั่วโมงด้วย อย่างที่หาบริการแบบนี้ไม่ได้ในแบรนด์อื่นๆ

ตัวเครื่องและดีไซน์การออกแบบของ Acer Aspire 3 A315-55 นั้น เป็นการต่อยอดจากรุ่นเดิมที่ดูลงตัว เพราะดูแล้ว Acer ทำการบ้านมาเป็นอย่างดีกับโน้ตบุ๊คบางเบาราคาคุ้มค่า ที่ราคาไม่แพง โดนเริ่มต้นไม่ถึง 20,000 บาท ที่ว่าเป็นโน้ตบุ๊คสเปก Core i Gen 10 ที่ราคาไม่แพง ที่สำคัญคือเมื่อเทียบกับรุ่นก่อนๆ จัดได้ว่ามีราคาที่ถูกลงกว่าเดิมด้วย เหมาะกับทั้งหนุ่มๆ หรือสาวๆ นักเรียนนักศึกษา คนทำงานที่อยากได้โน้ตบุ๊คที่คุ้มค่าสเปกใหม่ล่าสุด

 

Keyboard / Touchpad

Acer Aspire 3 A315-55 มาพร้อมกับหน้าจอใหญ่ถึง 15.6″ ทำให้ติดตั้งคีย์บอร์ด Full size แบบ Chiclet Keyboard พร้อม Numpad ได้ โดยมีการแยกแต่ละปุ่มออกจากกัน ตามมาตราฐานโน้ตบุ๊คทั่วไปให้ผู้ใช้งานได้ใช้กันได้อย่างสบายๆ ซึ่งระยะเว้นระหว่างปุ่มพิมพ์ทำออกมาได้พอดีไม่ชิดกันมากเกินไปและระยะยุบตัวของปุ่มพิมพ์นั้นค่อนข้างดี โดยมีปุ่มแป้นตัวเลข Numpad มาให้ครบถ้วนเหมาะกับคนที่ต้องการกดปุ่มตัวเลขบ่อยๆ ส่วนปุ่มเปิดเครื่องจะไปอยู่ที่มุมขวาบน สีกลืนไปกับเครื่อง ซึ่งแม้ว่าเราจะไปเผลอกดระหว่างการใช้งานก็ไม่ได้ทำให้เครื่องปิดแต่อย่างใด (ต้องกดค้างซัก 3 วินาทีถึงจะมีเมนูของ Acer ขึ้นมา)

ในส่วนของทัชแพดนั้นออกแบบมาดูเรียบๆ เหมือนโน้ตบุ๊คทั่วไปปกติ ซึ่งเป็นแบบซ่อนปุ้มคลิกซ้ายคลิกขวาเป็นชิ้นเดียวกัน ไม่ได้แยกปุ่มออกชัดเจน การสัมผัสและการคลิกถือว่าทำได้ดี ไม่มีผิดเพี้ยน มีความแม่นยำกว่ารุ่นก่อนๆ และมีขนาดค่อนข้างใหญ่กว่าปกติ รองรับ Gesture Control ได้ดี ลองดูโดยรวมแล้วให้การใช้งานและความรู้สึกก็ถือว่าทำได้ดีในระดับโน้ตบุ๊คธรรมดาทั่วไป

 

Screen / Speaker

Acer Aspire 3 A315-55 ติดตั้งหน้าจอขนาด 15.6″แบบขอบจองบางเฉียบ บนความละเอียด Full HD พาเนล TN ตามมาตรฐานโน้ตบุ๊คทั่วๆ ไป เป็นรองพาเนล IPS ให้เรื่องของมุมมองและสีสัน แต่ก็สามารถแสดงผลได้รวดเร็วและให้สีสันที่สวยงามในระดับหนึ่องอยู่ ซึ่งหน้าจอนี้เพียงพอสำหรับใช้งานทั่วไปโดยมี BluelightShield ลดแสงสีฟ้า ทำให้สบายตาเวลาใช้งานไปนานๆ รองรับกับงานทั่วไปเป็นอย่างดีและพอเพียงกับการใช้งานต่างๆ อาทิ อย่างเล่นอินเตอร์เน็ต พิมพ์งาน ส่วนขอบบนหน้าจอจะมีกล้อง Webcam ความคมชัดระดับ HD 720p ติดตั้งมาให้ด้วย พร้อมกับไมค์สองตัวแบบตัดเสียงเพื่อใช้งาน Video Call ซึ่งกล้องหน้านี้ก็สามารถตอบสนองได้ดีทีเดียว

การทดสอบประสิทธิภาพหน้าจอของ Acer Aspire 3 A315-55 ที่แม้จะเป็นโน้ตบุ๊คที่ใช้หน้าจอพาเนล TN ก็ตาม ทางทีมงานเลยถือโอกาสทดสอบหน้าจอแบบละเอียดๆ ด้วยเครื่องมือที่เป็นทั้งซอฟต์แวร์และฮาร์ดแวร์อย่าง Spyder5Elite พร้อมทั้งคาลิเบรทหน้าจอให้สีสันมีความตรงความเป็นจริงมากที่สุด ซึ่งเมื่อคาลิเบรตแล้วเราก็เลือกโปรไฟล์ที่เราได้คาลิเบรทเอาไว้ ผลที่ได้หลังจากที่คาลิเบรทก็คือคอนทราสต์มีการไล่โทนที่กว้างขึ้น รวมไปถึงมีสีสันและอุณหภูมิสีที่เปลี่ยนแปลงไปเล็กน้อยจากโทนเย็นกลายเป็นโทนอุ่น

โดยให้ขอบเขตความกว้างของสีสันเทียบเท่ากับมาตรฐาน sRGB ที่ 61% และ AdobeRGB ที่ 46% เรียกได้ว่าให้ประสิทธิภาพเรื่องของสีสันอยู่ในระดับมาตรฐานในช่วงราคานี้ ไม่เหมาะกับผู้ที่ใช้งานด้านตกแต่งภาพ หรือทำ Art Work ที่ต้องการความเที่ยงตรงของสีเป็นหลัก แต่ถ้าเป็นงานที่ไม่จริงจังมากก็พอได้อยู่ ความสว่างหน้าจอสูงสุดอยู่ที่ประมาณ 250 cd/m2 ซึ่งจัดได้อยู่ในเกณฑ์ค่อนข้างดีเลยทีเดียว เอาไปทำงานข้างนอกสบายๆ

ต่อกันที่วัดความสว่างของหน้าจอตามตำแหน่งต่างๆ โดยแบ่งเป็น 9 ช่อง เทียบจากช่องกลางที่ปกติแล้วจะให้ความสว่างที่มากที่สุด ที่จะเห็นได้ว่าช่องกลางหน้าจอมีค่า 0% ก็คือแสดงความสว่างได้เต็มที่ แต่สำหรับขวาแถวกลางที่ลดลงไปที่ระดับ 11% ทำให้ต้องใช้งานอย่างระมัดระวังสำหรับคนที่บังเอิญจำเป็นต้องใช้งานภาพถ่าย หรืองานกราฟิกอื่นๆ ปิดท้ายด้วยคะแนนรวม 3.0 คะแนนถือว่าอยู่ในเกณฑ์ที่ดีตามมาตราฐานของพาเนล TN ทั่วไป เหมาะสำหรับคนเอามาดูหนังฟังเพลง เล่นเกม หรือทำงานกราฟิกเล็กๆ น้อยๆ ก็พอได้

ลำโพงที่ติดตั้งมาให้จะอยู่ที่ใต้ตัวเครื่องเครื่องด้านหน้า บริเวณมุมฝั่งซ้ายและขวาด้านล่างของตัวเครื่อง ที่ให้เสียงเป็นแบบ Stereo 2.0 โดยคุณภาพเสียงที่ได้นั้นถือว่าธรรมดาทั่วไป มีเสียงที่ดังฟังชัด แยกเสียงมิติซ้ายขวาชัดเจน จะนำไปใช้ดูหนัง ฟังเพลง เล่นเกม ก็สามารถทำได้ดีเลยเดียว

Connector / Thin And Weight

Acer Aspire 3 A315-55 จัดว่าเป็นโน้ตบุ๊คเน้นคุม้ค่าขนาดหน้าจอ 15.6″ ที่มีพอร์ตเชื่อมต่อที่ครบครันประมาณนึง ไม่ว่าจะเป็น 2 x USB 3.1 Type-A, 1 x USB 2.0, HDMI, Lan RJ45 และรูหูฟังกับไมค์แบบ Combo เรียกได้ว่าพอเพียงกับการใช้งานทั่วไปอย่างแน่นอน  แต่ก็น่าเสียดายที่ไม่มี USB 3.1 Type-C เลย น่าจะให้มาซัก 1 พอร์ต ส่วนการเชื่อมต่อไร้สายอย่างรองรับทั้ง Bluetooth 4.2 และอินเตอร์เน็ตไร้สายมาตรฐาน Wi-Fi AC รูปแบบมาตราฐานของปี 2019 ที่รองรับสัญญานแบบ 5 GHz แต่ถ้าให้มาเป็น Wi-Fi AX น่าจะดีกว่านี้

ขนาดของตัวเครื่องและสายชาร์จ เมื่อเทียบกับขนาดของโน้ตบุ๊คหน้าจอ 15.6″ ทั่วไปถือได้ว่ามีมิติที่เล็กกว่ารุ่นก่อนๆ ส่วนน้ำหนักตัวเครื่องเปล่านั้น อยู่ที่ 1.9 กิโลกรัมเท่านั้น และเมื่อรวมกับตัวอแดปเตอร์ไซส์เล็กเข้าไปด้วย ก็จะมีหนักอยู่ที่ 2 กิโลกรัมนิดๆ ซึ่งตรงนี้ต้องบอกว่านอกจากตัวเครื่องที่บางเบาแล้ว ในส่วนของอแดปเตอร์เองก็มีขนาดที่เล็กและเบามากๆ โดยรวมแล้วก็จัดว่ามีน้ำหนักที่ไม่ลำบากในการพกพาเลย สมกับเป็นโน้ตบุ๊คจอใหญ่อีกรุ่นหนึ่ง ที่เพื่อนๆ น่าจะชอบกัน หยิบใส่กระเป๋าไปใช้งานข้างนอกสบายๆ

Inside / Upgrade

การแกะเครื่องเพื่ออัพเกรด Acer Aspire 3 A315-55 นั้นสามารถทำได้ง่าย โดยเฉพาะในส่วนของแรมและฮาร์ดดิสก์เพียงแค่ไขน็อตทุกตัวรอบฝาล่างออก (สามารถเจาะทะลุสติ๊กเกอร์ Acer ได้เลย ไม่ต้องกังวลว่าประกันจะหลุด) จากนั้นใช้บัตรแข็งค่อยๆ รูดถอดออกที่ละส่วน จากด้านหลังมาด้านหน้าทีละข้าง งานประกอบการจัดวางตำแหน่งดูแล้วเรียบง่าย  โดยอาศัยพัดลม 1 ตัว ดูดลมเย็นจากใต้ตัวเครื่องจากนั้นถ่ายเทความร้อนออกไปให้โดนฮีทไปป์พร้อมฟินทองแดงทางด้านหลังของตัวเครื่อง ที่ซ่อนช่องระบายความร้อนไว้อย่างเรียบเนียน

ซึ่งแรมกับฮาร์ดดิสก์จะแยกส่วนกันอย่างชัดเจน ที่เห็นได้ถึงแรมสามารถติดตั้งได้ 1 แถว โดยติดตั้งขนาด 8GB ตามสเปกมาแล้ว (4GB Onboard + 4GB 1 Slot)ส่วน SSD M.2 NVMe ติดมาแล้วที่ 128GB มีการติดตั้งใกล้ๆ กับแบตเตอรี่ขนาดใหญ่ ส่วนอื่นๆ ก็จะเป็นฮาร์ดดิสก์แบบ 2.5″ ที่ให้มาอยู่แล้วเป็นมาตรฐานความจุ 1TB ที่ถ้าใน Acer Aspire 3 A315-55 รุ่นอื่นๆ ที่ไม่มีการติดตั้ง HDD มาก็จะเว้นว่างเอาไว้ในเราได้อัพเกรดภายหลัง โดยรวมแล้วการแกะตัวเครื่อง Acer Aspire 3 A315-55 เพื่ออัพเกรดหรือทำความสะอาดก็สามารถทำได้ง่ายและก็สะดวกทีเดียว

Performance / Software

 . 

Acer Aspire 3 A315-55 ที่ได้รับมารีวิวเป็นสเปกขายจริง ได้ชิปประมวลผลรุ่นล่าสุดระดับสูงอย่าง Intel Core i5-10510U สถาปัตยกรรม Comet Lakeใหม่ล่าสุด ทำงานแบบ 4 Core / 8 Thread ความเร็ว 1.60 – 4.20 GHz เทคโนโลยีการผลิตที่ 14 นาโนเมตร มีค่า TDP ที่ 10 – 15 – 25Watt ที่เน้นความแรงกว่า Ice Lake 10 นาโนเมตร รองรับการใช้งานทั่วไปได้สบายๆ ส่วนแรมก็ให้มาเป็นแบบ 8 GB DDR4 Bus 2400 MHz  (4GB Onboard + 4GB 1 Slot) ที่เพียงพอต่อการใช้งานทันที อีกทั้งได้ SSD M.2 NVMe ความจุ 128GB + HDD อีก 1 TB ที่ได้ทั้งขนาดที่ใหญ่ใส่ไฟล์ได้เยอะ

โดยมาพร้อมกับระบบปฏิบัติการ Windows 10 Home Single Language มาตั้งแต่แกะกล่อง ดังนั้นจึงไม่ต้องห่วงเรื่องลิขสิทธิ์ Windows เลยครับ ส่วนถ้าต้องการเคลียร์เครื่อง ก็สามารถใช้งานฟังก์ชัน Reset this PC ที่อยู่ใน Settings ของ Windows 10 ได้เลยโดยไม่ต้องฟอร์แมต SSD เพื่อลง Windows ใหม่

   

กราฟิกการ์ดเป็นแบบออนบอร์ดอย่าง Intel UHD Graphics 620 ไม่ต่างจาก Core i Gen 8 ที่ให้พลังในการประมวลผลที่ดีในระดับหนึ่ง อย่างในเรื่องของกราฟิก 2 มิตินั้นก็รองรับได้อย่างสบายๆ หรือถ้าเป็น 3  มิติก็ต้องบอกว่ารองรับการทำงานได้ในระดับเบื้องต้นเท่านั้น แต่ก็รองรับการทำงานกับหน้าจอความละเอียดสูงได้แบบไม่มีปัญหา และนอกจากนี้ยังมาพร้อมกับการ์ดจอน้องเล็กรุ่นล่าสุดอย่าง NVIDIA GeForce MX230 (2GB GDDR5) ที่ประสิทธิภาพที่เรียกได้ว่าเป็นรองกว่า MX250 แต่ก็พอเล่นเกมออนไลน์ได้บ้าง ซึ่งเดี๋ยวไปดูผลทดสอบกันอีกที

สำหรับโปรแกรมทดสอบ CINEBENCH ที่เน้นในเรื่องของพลังชิปประมวลผล คะแนนก็อยู่ในระดับที่น่าพอใจ เปรียบเทียบกับชิปประมวลผลที่เป็นรหัส U รุ่นก่อนหน้าแล้วอย่าง Core i Gen 8 ก็ทำได้ดีกว่าเล็กน้อย รวมไปถึงตัวกราฟิกการ์ดเองก็มีประสิทธิภาพสูงขึ้นแต่ก็ยังใกล้เคียงของเดิม เรียกได้ว่าตอบโจทย์ในส่วนของงานประมวลผลหนักๆ ได้อย่างสบายๆ ไม่น่าเป็นห่วงนัก

ตัวเก็บข้อมูลของเครื่องที่เลือกใช้ SSD ก็ทำคะแนนออกมาได้อย่างรวดเร็วเป็นที่น่าพอใจบนขนาดความจุ 128GB แบบ M.2 NVMe ระดับกลางๆ แน่นอนว่าเร็วกว่า SSD M.2 SATA 3 แบบทั่วไป ยิ่งเมื่อนำไปใช้เทียบกับฮาร์ดดิสก์แบบจานหมุนแล้วละก็จะเห็นถึงประสิทธิภาพทั้งในด้านการทดสอบและในด้านการใช้งานจริงที่แตกต่างกันอย่างเห็นเห็นได้ชัด เรียกได้ว่าเปิดอะไรปุ๊บก็ติดปั๊บ ที่ต้องบอกว่าความเร็วระดับการอ่านที่ราวๆ 1349 MB/s และเขียนที่ 454 MB/s เป็นระดับความเร็วในการอ่านที่เหมาะสม แต่ความเร็วในการเขียนอันนี้ถือว่าน้อยไปหน่อย

ทดสอบการทำงานฮาร์ดดิสก์ ความจุอยู่ที่ 1TB แบบความเร็วรอบ 5400 RPM มาให้ด้วย ทำการเทสกับโปรแกรม HD Tune แล้วพบว่าอัตราการถ่ายโอนข้อมูลน้อยสุดที่เป็น 79.9 MB/s และสูงสุดที่ 255.4 MB/s ทำให้ค่าเฉลี่ยอยู่ที่ 237.5 MB/s ด้วยกัน มีอัตราการเข้าถึงข้อมูลที่ 1.53 ms ซึ่งนับได้ว่าผลทดสอบที่ออกมานั้นมีความน่าประทับใจทีเดียว ยิ่งเมื่อใช้ร่วมกับ SSD M.2 NVMe แล้ว การใช้งานโดยรวมก็ลื่นไหลน่าประทับใจมากๆ

การทดสอบประสิทธิภาพกับโปรแกรม PCMark 10 Advance ซึ่งสามารถทำคะแนนการทดสอบรวมได้มากถึง 3,346 คะแนน ถือได้ว่าในส่วนของการใช้งานทั่วไปโดยรวมนั้นสอบผ่านแบบสบายๆ ทั้งในส่วนของการเล่นเว็บไซต์ งานเอกสาร งานตกแต่งรูปภาพ รวมถึงงานตัดต่อวิดีโอ  จากการที่เป็นโน้ตบุ๊คใช้ชิปประมวลผล Intel Core i Gen 10 มีการ์ดจอแยกเป็น NVIDIA GeForce MX250 ทำให้มีคะแนนพุ่งกว่าโน้ตบุ๊คในสเปกใกล้เคียงกันที่ไม่มีการ์ดจอแยกนั่นเอง

ทดสอบเกมสำหรับ Acer Aspire 3 A315-55 คะแนนและเฟรมเรมในการเล่นเกมทำออกมาน่าสนใจมากๆ โดยเฉลี่ยของเฟรมเรท (FPS) จากทั้ง 3 เกมออนไลน์ เกมที่ได้ทดสอบมีค่าเฟรมเรทเฉลี่ยค่อนข้างลื่นไหล น่าประทับใจทีเดียว เมื่อเทียบกับโน้ตบุ๊คที่ไม่ได้เน้นเล่นเกมมาก ซึ่งตรงนี้ก็สามารถชี้วัดความสามารถในการเล่นเกมที่กราฟิกละเอียดๆ และภาพสวยๆ ได้ลื่นไหลเป็นอย่างดีเลย จากการที่สเปกภายในเป็นชิปประมวลผล Intel Core i5-10210U ที่สามารถรีดพลัง NVIDIA GeForce MX230 ประกอบกับยังใช้แรม 8GB DDR4 รวมไปถึง SSD ก็ส่งผลช่วยด้วย

สำหรับเกมออนไลน์อย่าง DOTA 2  ก็จัดการทดสอบแบบปรับสุดหมด ซึ่งเป็นความละเอียดที่จะสามารถเล่นให้ลื่นได้ สำหรับรายละเอียดภาพอื่นๆ ก็เรียกได้ว่าเปิดทุกอัน  ผลที่ได้ออกมาก็คือสามารถเรนเดอร์ได้อย่างไหลลื่นในระดับเฟรมเรทที่เฉลี่ยที่ 46 แต่ฉากตะลุมบอนกันก็เฟรมเรทลดลงไปที่ 17 (อยากลื่นกว่านี้ก็ปรับกลางๆ ได้) ในส่วนของเกมอื่นๆ อย่าง Overwatch / PUBG ที่ปรับ Low ทดสอบแล้วจะมีเฟรมเรทตกต่ำกว่า 60 / 30 ซึ่งร่วงสุดจะอยู่ที่ 46/21 กันเลยทีเดียว นั่นก็เป็นเพราะเป็นเกมออนไลน์ที่กินทรัพยากรพอตัวเหมือนกัน จากการที่เครื่องมีอุณหภูมิสูงเกินปกติเวลาใช้งานหนักๆ ตัวชิปประมวลผลก็จะลดความเร็วลงมาเพื่อความปลอดภัยนั่นเอง

นอกจากนี้ Acer Aspire 3 A315-55 เองก็ยังมีในส่วนของซอต์ฟแวร์ที่จะเป็นตัวช่วยในการใช้งานของเราอีกด้วยอย่าง Acer Care Center (เปิดเครื่องมาพร้อมใช้งานทันที) ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของสเปกภายใน หรือเช็คสถานะการทำงานส่วนต่างๆ ของเครื่อง รวมไปถึงยังสามารถ ตรวจเช็คสถานะเครื่องกับข้อมูลแคชต่างๆ ก็ทำการลบทิ้งได้ตรงนี้เลย หรือเช็คอัพเดทซอฟ์ตแวร์และไดร์เวอร์ต่างๆ ของเครื่องก็สามารถทำผ่านตรงนี้ได้เช่นกัน ที่สำคัญถ้าใครต้องการ Backup หรือ Recovery ข้อมูลภายในก็จัดการได้เลย

Battery / Heat / Noise

แบตเตอรี่ของ Acer Aspire 3 A315-55 เป็นแบบฝังไว้ในเครื่องเหมือนกับโน้ตบุ๊คหลายๆ รุ่นในปัจจุบัน ตัวแบตเตอรี่จากการทดสอบด้วยการเปิด Wi-Fi และปรับเป็น Power Saver Mode ทำงานต่อเนื่องยาวนานได้ราวๆ เกือบ 8 ชั่วโมงต่อเนื่องในการใช้งานอย่างการดูภาพยนตร์และเล่นอินเตอร์เน็ต คาดว่าจะทำได้นานยิ่งกว่านั้นปรับเปลี่ยนตามการใช้งานของแต่ละคน ดูแล้วอาจให้ระยะเวลาการทำงานที่ค่อนข้างสั้นกว่าเครื่องอื่นเล็กน้อย ส่วนช่องระบายความร้อนจะอยู่ด้านบนบริเวณข้อพับจอ โดยออกแบบให้ซ่อนตัวเอาไว้ด้านหลัง ซ่อนไว้ไม่เห็นช่องระบายความร้อนเลย

อุณหภูมิปกติของชิปประมวลผลจะอยู่ที่ 40 – 50 – 60 องศาเซลเซียส แต่พอรีดประสิทธิภาพเต็มที่จะเห็นว่าเครื่องจะร้อนที่สุดที่ 95 องศาเซลเซียส ส่วนการ์ดจอร้อนสุดจะอยู่ที่ 75 องศาเซลเซียส ถือว่าทำได้ดีขึ้นกว่ารุ่นก่อนๆ แต่ด้วยการที่ระบบระบายความร้อนของ Acer Aspire 3 A315-55 ไม่ได้ออกแบบมาให้ทำงานหนักๆ ตลอดเวลา เหมือน Gaming Notebook เครื่องอื่นๆ ซึ่งจากการทดสอบเป็นการนำไปเล่นเกมหลายชั่วโมง อย่างไรก็ตามตัวเครื่องไม่ได้เกิดอาการค้าง หน่วง หรือมีปัญหาแต่อย่างใด เว้นแต่กรณีเล่นเกมจะมีเฟรมเรทล่วงไปบ้าง แม้ว่าชิปประมวลผล Intel และ NVDIA รุ่นล่าสุดจะแรงขึ้น เรียกได้ว่าชุดระบายความร้อนของ Acer สามารถจัดการได้ดีประมาณนึง

Conclusion / Award

Acer Aspire 3 A315-55 เป็นโน้ตบุ๊คหน้าจอขนาด 15.6″ ที่เรียกได้ว่าได้รับการพัฒนาต่อยอดจาก Acer Aspire 3 รุ่นก่อนๆ อย่างน่าประทับใจทีเดียว ทั้งเรื่อง สเปก ดีไซน์การออกแบบ พร้อมฟีเจอร์ต่างๆ นั้น เป็นการต่อยอดจากรุ่นเดิมที่ดูลงตัว เพราะดูแล้ว Acer ทำการบ้านมาเป็นอย่างดีกับโน้ตบุ๊คราคาคุ้มค่า ที่ราคาไม่แพง แต่ได้สเปกแรงๆ อย่าง Core i Gen 10 + GeForce MX230 รวมไปถึงแรมและ SSD + HDD มี Windows 10 แท้ใช้งานได้ทันที สนนราคาเริ่มต้นเพียง 17,990 บาท

เหมาะมากๆ สำหรับคนทำงานจริงจังพนักงานออฟฟิศ หรือนักเรียนนักศึกษา ที่เน้นใช้งานทั่วไปในราคาคุ้มค่าไม่แพงให้ประสิทธิภาพพอตัว รองรับการพกพาไปที่นู้นที่นั่นบ่อยๆ ซึ่งรองรับการทำงานได้ยาวนานกว่าโน้ตบุ๊ครุ่นก่อนๆ ทำให้เราสามารถพกพาไปใช้งานนอกสถานที่ได้อย่างคล่องตัวเหมือนกันด้วยน้ำหนักเพียง 1.9 กิโลกรัม ที่แม้อาจจะไม่เบามากแต่แบตใช้งานได้ยาวนานเกือบ 8 ชั่วโมงทีเดียว อย่างที่ Ultrabook บางเบาราคาแพงหลายหมื่นบาทสมัยก่อนทำได้เลยล่ะ

สเปก Acer Aspire 3 A315-55 ก็ถือว่าคุ้มค่ามากๆ ด้วยการติดตั้งชิปประมวลผล Intel Core i5-10210U ราคา 17,990 บาท และ Core i7-10510U ราคา 23,990 บาท พร้อมการ์ดจอตัวแรง NVIDIA GeForce MX230 แรมก็เป็นมาตรฐาน DDR4 ขนาด 8GB การเข้าถึงข้อมูลได้ไวด้วยฮาร์ดดิสก์แบบ SSD ความเร็วสูงที่ความจุ 512GB ซึ่งทั้ง 2 สเปกนี้มีความแตกต่างกันที่ราคา 6,000 บาท หรือจะเลือกสเปกที่เรานำมารีวิวจะอยู่ที่ 18,990 บาท คือเป็นสเปก Core i5 ได้ SSD 128GB + HDD 1TB  ซึ่งทั้ง 3 สเปกนี้มาพร้อมการรับประกันเป็นประกัน 2 ปีส่งศูนย์บริการ และมีบริการส่งเคลมศูนย์ซ่อมด่วนใน 3 ชั่วโมงด้วย

อย่างไรก็ตามในเรื่องข้อสังเกตของ Acer Aspire 3 A315-55 ก็คือหน้าจอพาเนล TN ให้ขอบเขตสีที่น้อยลงกว่า IPS รวมไปถึงการ์ดจอแยกได้เป็น MX230 และพอร์ตการเชื่อมต่อไม่มี USB 3.1 Type-C อีกทั้ง Wi-Fi ยังเป็น AC ต่างจากโน้ตบุ๊ค Acer สเปก Core i Gen 10 รุ่นอื่นๆ อย่าง Swift 3 ที่เป็นรุ่นพี่กว่าให้มาดีกว่า แน่นอนว่าเหมาะกับ Acer Aspire 3 A315-55 คนทำงานพนักงานออฟฟิศหรือนักเรียนนักศึกษาที่ต้องการโน้ตบุ๊ค ที่เน้นใช้งานทั่วไปให้ประสิทธิภาพพอตัว กับราคาเริ่มต้นที่ไม่แพงจนเกินไป

ปิดท้ายคือ ถ้าให้แนะนำจริงๆ เพิ่มงบประมาณได้และไม่ติดว่าต้องเป็นหน้าจอ 15.6″ เท่านั้น ให้เลือกเป็น Acer Swift 3 SF314-57G ดูแล้วจะได้ความคุ้มค่ากว่า ในราคา 20,990 บาท ได้สเปกเป็น Intel Core i5-1035G1 + MX250 + RAM 8GB + SSD 512GB + หน้าจอ 14″ พาเนล IPS ที่สำคัญคือได้พอร์ตการเชื่อมต่ออย่าง Thunderbolt 3 ที่เป็น USB 3.1 / DisplayPort / PD รองรับการชาร์จไฟ อีกทั้งการเชื่อมต่อไร้สายก็เป็น Wi-Fi AX แล้ว  ที่สำคัญได้ความเบาเป็น 1.19 กิโลกรัม แถมมี Fingerprint +โปรแกรม Office อีกด้วย

จุดเด่น

  • เป็นโน้ตบุ๊คหน้าจอ 15.6″ ที่เบาเพียง 1.9 กิโลกรัม มีการ์ดจอแยก ขอบจอบาง
  • มีดีไซน์ที่สวยงามเป็นเอกลักษณ์ตามสไตล์ Aspire 3 มีความเรียบง่ายดูดีเกินราคา
  • วัสดุทำจากพลาสติกเกรดดีตลอดทั้งตัวเครื่องที่มีความแข็งแรง งานประกอบดูแน่นหนา
  • สเปกโดยรวมให้ประสิทธิภาพการทำงานที่ลื่นไหลรวดเร็ว เพียงต่อต่อการใช้งาน
  • มีระบบปฏิบัติการ Windows 10 ติดตั้งมาให้ทันที
  • แบตเตอรี่อยู่ได้นานสามารถใช้งานติดต่อกันได้สูงสุดเกือบ 8 ชั่วโมง
  • ประกัน 2 ปี ส่งเคลมศูนย์ซ่อมไวสุดใน 3 ชั่วโมง
  • มีราคาเริ่มต้นเพียง 17,990 บาท คุ้มๆ ไม่ต้องอัพเกรด

ข้อสังเกต

  • แรมฝังบอร์ดมาแล้วขนาด 4GB อัพเกรดได้อีก 1 แถว (สูงสุด 20GB)
  • ยังมีพอร์ต USB 2.0 Type-A ติดตั้งมาให้อยู่
  • ไม่มีพอร์ต USB 3.1 Type-C ติดตั้งมาให้
  • การเชื่อมต่อ Wi-Fi ยังเป็นมาตรฐาน AC อยู่
  • หน้าจอพาเนล TN ขอบเขตสีน้อยกว่า IPS

Award

โดยในครั้งนี้จะเป็นการเปรียบเทียบการให้รางวัลกับเครื่องในกลุ่มของโน้ตบุ๊กขนาดหน้าจอ 15.6 นิ้วด้วยกัน ซึ่ง Acer Aspire 3 A315-55 ก็ได้รางวัลต่างๆ ดังนี้


Best Design

นับได้ว่าเป็นอีกหนึ่งจุดเด่นของ Acer Aspire 3 A315-55  ในเรื่องของดีไซน์การออกแบบมที่ไม่เหมือนใคร รวมถึงมีเอกลักษณ์โดดเด่นเฉพาะตัว ด้วยการที่ตัวเครื่องมีความบางและน้ำหนักเบาเป็นพิเศษ ที่เชื่อได้เลยว่าทาง Acer ได้ใส่ใจในส่วนของรายละเอียดนี้เป็นอย่างมาก ประกอบกับวัสดุหลักในการผลิตยังใช้เป็นพลาสติกคุณภาพดีที่ให้ในเรื่องของความแข็งแรงทนทาน และยังบ่องบอกได้ถึงความสวยงามเรียบหราอีกด้วย ฉะนั้นในเรื่องของรางวัล Best Design ทำให้ได้ไปอย่างไม่ยากเย็น

Best Value

ถึงแม้ Acer Aspire 3 A315-55  จะไม่ใช่โน้ตบุ๊คที่มีสเปคที่ดีที่สุด แต่ถือว่าเป็นโน้ตบุ๊คสายทำงานราคาเริ่มต้นที่หมื่นบาทปลายๆ ที่คุ้มค่าที่สุดรุ่นหนึ่ง ด้วยราคาขาย 17,990 – 23,990 บาท ถูกกว่ารุ่นก่อน ที่มาพร้อมสเปกใหม่อย่าง Core i5 – Core i7 Gen 10 Comet Lake การ์ดจอแยกเป็น MX230 รวมถึงมีแรม 8GB DDR4 และฮาร์ดดิสก์แบบ SSD M.2 NVMe ความจุ 512GB แถมมีสแกนลายนิ้วมือ พร้อมดีไซน์แบบฉบับโน้ตบุ๊คบางเบา เหมาะกับการใช้งานทั่วไปเน้นพกพาแบบสุดๆ เรียกได้ว่าหาได้ยากสำหรับโน้ตบุ๊คแบบนี้ เราจึงมอบรางวัล Best Value ไปให้เลยอย่างไม่ต้องสงสัย

© Copyright - Notebookspec.com All Rights