Home » Buyer's Guide

แนะนำ 5 Notebook รุ่นใหม่ได้ AMD Ryzen 3000 สายทำงาน บางเบา คุ้มค่า เล่นเกมได้ ประจำเมษายน 2019

22 Apr 19 - By l

ในทุกของเวลาของทุกปี ก็จะมี Notebook 2019 รุ่นใหม่ๆ ออกมาเรื่อยๆ ตามแต่แบรนด์ ทั้งแบบหน้าตาเหมือนเดิมแต่เปลี่ยนสเปกข้างในให้ใหม่ขึ้น หรือสเปกเหมือนเดิมแต่เปลี่ยนหน้าตาเป็นรุ่นใหม่ รวมไปถึงเปลี่ยนมันต้องหน้าตาและอัพเดทสเปกใหม่กันไปเลย ในบทความนี้แอดมินโป้งก็จะมาแนะนำ 5 Notebook รุ่นใหม่ที่น่าสนใจ โดยเพิ่งออกมาในช่วงเดือนเมษายน 2019 นี้ มีอะไรเด็ดๆ บ้างเดี๋ยวไปดูกัน บอกเลยว่า คนที่กำลังมองหา Notebook สายทำงาน บางเบา คุ้มค่า เล่นเกมได้ ต้องโดนใจแน่นอน

Lenovo ideapad L340 ราคา 15,750 – 17,750 บาท

เริ่มก่อนเลยกับ Notebook ที่เน้นความคุ้มค่าเป็นหลัก แต่ได้สเปกโดยรวมแล้วที่ดีมากๆ อย่าง Lenovo ideapad L340 ที่เป็น Notebook สายทำงานหน้าจอ 15.6″ ตามมาตรฐานยอดนิยม มาพร้อมดีไซน์ที่สวยามแบบเรียบๆ น้อยแต่มากสไตล์ Lenovo ที่ทุกคนต้องบอกว่าลงตัว โดดเด่นตรงที่ได้ขอบหน้าจอที่บางทำให้ตัวเครื่องเล็กกระชับลงไปอีก อีกทั้งยังติดตั้ง DVD Drive ที่ตอนนี้หาได้ยากแล้วใน Notebook ปี 2019 และด้วยน้ำหนัก 2.2 กิโลกรัม ทำให้การพกพาก็ถือว่าทำได้สะดวกสบายกว่า Notebook หน้าจอ 15.6″ แบบเมื่อก่อน

Lenovo ideapad L340 ได้สเปกเป็นชิปประมวลผลรุ่นใหม่ล่าสุดอย่าง AMD Ryzen 5 3500U (2.1 – 3.7GHz) หรือ AMD Ryzen 7 3700U (2.3 – 4GHz) เป็นสถาปัตยกรรม 12 nm Zen+ รุ่นใหม่ ทำงานแบบ 4 คอร์ 8 เธร์ด การ์ดจอออนบอร์ด VEGA 8/10 ประสิทธิภาพดี รองรับการเล่นเกมออนไลน์พอได้ หน้าจอ 15.6 นิ้ว Full HD และที่สำคัญที่สุดมาพร้อมกับ Windows 10 แท้ในตัว เปิดเครื่องใช้งานได้ทันที ให้แรมมาขนาด 8GB เพียงพอกับการใช้งาน ส่วนฮาร์ดดิสก์เป็นแบบปกติความจุ 1TB ที่ในอนาคตเราจะอัพเกรดเป็น SSD ก็สามารถทำได้ เพิ่มความลื่นไหล

Lenovo ideapad L340 มีราคาไม่แพงเลย หลักๆ แบ่งด้วยกันเป็น 2 สเปกคือ AMD Ryzen 5 3500U อยู่ที่ 15,750 บาท และสเปก AMD Ryzen 7 3700U มีราคาที่ 17,750 บาท ประกันเป็นแบบ 2 ปีปกติ มาตรฐาน Lenovo จัดว่าเป็น Notebook รุ่นใหม่ที่น่าสนใจมากๆ ส่วนตอนนี้แอดมินโป้งกำลังหามารีวิวอยู่อยากรู้ถึงประสิทธิภาพความแรงของ AMD รุ่นใหม่ Ryzen 3000 Series ที่เป็นรหัส U จริงๆ ว่าจะดีกว่า Intel Core i Gen 8 แค่ไหนกัน ???

Acer Aspire 5 A515-53G 59M2 ราคา 19,190 บาท

สำหรับ Acer Aspire 5 A515 ในเรื่องของการดีไซน์บอกเลยครับว่าเเปลี่ยนใหม่หมดจด และที่เรื่องแปลกมากที่มากับพร้อมกับจอ 15.6″ ที่ให้มิติตัวเครื่องใกล้เคียงกับ 14″ เพราะได้ขอบหน้าจอที่บาง โดยวัสดุที่ใช้ในงานประกอบหลักจะเป็นพลาสติกและโลหะ ทำให้ตัวเครื่องมีน้ำหนักเบาและแข็งแรง แค่ 1.8 กิโลกรัมเท่านั้น ดูเผินๆ ก็แอบคล้าย Acer Aspire 5 A514 ที่หน้าจอ 14″ ที่เน้นความเรียบง่าย สวยงามมากยิ่งขึ้นกว่ารุ่นก่อนๆ นั่นเอง

สเปคภายในของตัว Acer Aspire 5 A515 มีหน้าจอความละเอียด 1920 x 1080 พิกเซล Full HD พาเนล TN ด้านประสิทธิภาพ สเปกภายในเลือกใช้ชิปประมวลผล Intel Core i5-8265U ความเร็ว 1.6 GHz ที่สามารถเร่งการทำงานไปได้ถึง 3.9 GHz โดยเป็นชิปประหยัดพลังงานพิเศษ แบบ 4 Core/8 Thread ซึ่งแน่นอนว่าให้ทั้งความแรงและใช้งานได้ยาวนานรุ่นล่าสุดประจำตระกูล Whiskey Lake

ส่วน Ram ก็ติดตั้งมาให้ขนาด 4GB DDR4 Bus 2666 (เป็นออนบอร์ด 4 + ใส่เพิ่มอีก 1 แถว) เพียงพอต่อการใช้งาน ในส่วนของกราฟิกการ์ดก็เป็น NVIDIA GeForce MX130 (2GB GDDR5) รุ่นใหม่ที่ให้ประสิทธิภาพการทำงานรองรับ 3 มิติระดับหนึ่ง สำหรับความจุตัวเครื่องเลือกใช้ HDD 1 TB 5400 RPM พร้อมรองรับการอัปเกรด SSD m.2 ส่วนมาตรฐานการเชื่อมต่อไร้สายก็เป็นแบบ Wi-Fi Dual-band 802.11ac gigabit-class และ Bluetooth 4.2 มี Windows 10 แท้ใช้งานได้ทันที ประกันเป็นแบบ 2 ปีปกติ มาตรฐาน Acer

Dell Inspiron 14 3480 ราคา 14,790 – 24,790 บาท

มื่อแรกเห็นต้องยอมรับเลยครับว่า Dell Inspiron 14 3480 เป็นโน้ตบุ๊คหน้าจอ 14″ อีกรุ่นหนึ่งที่มีความสวยงามลงตัวแบบเรียบง่ายที่สุดทั้งการออกแบบภายในและภายนอก อย่างที่หาโน้ตบุ๊คน้อยรุ่นมาเปรียบเทียบได้ ด้วยการดีไซน์เน้นความเรียบหรูบางเบา จากวัสดุอะลูเนียมชั้นดีสีเงินบวกกับพลาสติกที่ดูแล้วมีความโดดเด่น อีกทั้งบริเวณขอบตัวเครื่องและฝาหลังยังมีการลบเหลี่ยมมุมอย่างลงตัว โดยยังเสริมถึงความมันวาวเล็กน้อย ที่สำคัญตัวเครื่องยังมีความบางและเบากว่าโน้ตบุ๊คปกติ โดยส่วนตัวก็ถือได้ว่าสร้างความน่าสนใจพอสมควร ถ้ามองข้ามเรื่องความละเอียดหน้าจอที่เป็น HD 1366 x 768 พิกเซลไปได้นะ

Dell Inspiron 14 3480 เลือกใช้ชิปประมวลผลมีให้เลือกตั้งแต่ Core i3 Gen 7 อย่าง i3-7020U จนไปถึง Core i Gen 8 อาทิ i5-8265U / i7-8565U โดยเลือกตามลักษณะการใช้งานได้เลย มาพร้อมทั้งรุ่นที่มีการ์ดจอออนบอร์ด และการ์ดจอแยกอย่าง AMD Raderon 520 ทำงานร่วมกับแรมขนาด 4 – 8 GB ส่วนพื้นที่เก็บข้อมูลภายในเครื่องจะเป็นฮาร์ดดิสก์ความจุ 1TB ทำให้สามารถรองรับการใช้งานทั้งงานเอกสาร เว็บไซต์ เล่นเกมเบาๆ ได้สบายๆ อยู่ ยังไงก็ตามสำหรับรุ่นสเปกที่ได้แรมมา 4GB ก็ควรอัพเกรดเป็น 8GB รวมไปถึงถ้ามีงบอีกหน่อยก็แนะนำให้ซื้อ SSD มาอัพเกรดด้วยก็ดี เพิ่มความลื่นไหลไปอีก

น้ำหนักตัวเครื่องหนักเพียง 1.66 กิโลกรัมเท่านั้น ถือว่าเบามากๆ เลยทีเดียว พกพาไปกับอแดปเตอร์ก็จะหนักเพียง 2 กิโลกรัมนิดๆ ก็จัดว่าเป็นโน้ตบุ๊คจอ 14 นิ้วที่มีน้ำหนักเบาพอสมควร ซึ่งแน่นอนสามารถว่าตอบสนองในเรื่องของการพกพาไปนอกสถานที่ได้อย่างดีเลยทีเดียว แถมได้ประกัน Onsite 2 ปีอีกด้วย และมี Windows 10 แท้มาให้ ในราคา 14,790 บาท เรียกได้ว่าเป็น Notebook ที่คุ้มค่าที่สุดรุ่นนึงในตลาด เหมาะสำหรับทำงานทั่วไป รวมไปถึงดูหนังฟังเพลงก็สบายๆ

HP Pavilion 14 ce2009tx ราคา 24,590 บาท

ดีไซน์การออกแบบของ HP Pavilion 14 ce2009tx เน้นไปที่ความเรียบง่าย หรูหราตามสไตล์ของตระกูล Pavilion วัสดุบอดี้จะเป็นพลาสติกและโลหะคุณภาพสูง งานประกอบแน่นหนา ฝาหลังเป็นแบบเรียบๆ แต่ติดมือทำให้เวลาจับไม่ลื่น แกนฝาพับก็เป็นแบบแกนเดียวขนาดใหญ่ ส่วนตัวบอดี้บริเวณคีย์บอร์ดจะเรียบๆ เช่นกัน ส่วนปุ่มเปิดปิดเครื่องจะอยู่ที่มุมบนซ้ายด้านบนของคีย์บอดร์ด

HP Pavilion 14 ce2009tx ได้สเปกเป็นชิปประมวลผล Intel Core i5-8265U ประสิทธิภาพดี ส่วนการ์ดจอก็มีมาให้เป็น NVIDIA GeForce MX250 รุ่นใหม่ล่าสุด รองรับการเล่นเกมออนไลน์พอได้ หน้าจอ 14 นิ้ว Full HD พาเนล IPS และที่สำคัญที่สุดมาพร้อมกับ Windows 10 แท้ในตัวใช้งานได้ทันที ให้แรมมาขนาด 8GB เพียงพอกับการใช้งาน ส่วนฮาร์ดดิสก์เป็นแบบเป็น SSD มีความลื่นไหลตั้งแต่เปิดเครื่องครั้งแรก

น้ำหนักตัวเครื่องหนักเพียง 1.6 กิโลกรัมเท่านั้น ถือว่าเบามากๆ เลยทีเดียว พกพาไปกับอแดปเตอร์ก็จะหนักไม่ถึง 2 กิโลกรัมแน่นอน ก็จัดว่าเป็นโน้ตบุ๊คจอ 14 นิ้วที่มีน้ำหนักเบาพอสมควร สามารถว่าตอบสนองในเรื่องของการพกพาไปนอกสถานที่ได้อย่างดีเลยทีเดียว แถมได้ประกัน Onsite 2 ปีอีกด้วย ในราคา 24,590 บาท เรียกได้ว่าเป็น Notebook หน้าจอ 14 นิ้ว เหมาะสำหรับทำงานทั่วไป รวมไปถึงดูหนังฟังเพลงก็สบายๆ

Huawei MateBook 13 ราคา 29,990 – 37,990 บาท

Huawei MateBook 13 รุ่นที่จำหน่ายในไทยจะมีด้วยกัน 2 สเปก มาพร้อมขนาดหน้าจอ 13″ ขอบหน้าจอบาง ความละเอียด 2160 x 1440 พิกเซล พาเนลคุณภาพสูง IPS ให้สีสันที่สวยสมจริง มุมมองกว้าง ขอบเขตสี sRGB ใกล้เคียง 100% ด้านประสิทธิภาพด้วยอย่างการใช้ชิปประมวลผล Core i5-8265U / Core i7-8565U  โดยเป็นชิปประหยัดพลังงานพิเศษ แบบ 4 คอร์ 8 เทรด ซึ่งแน่นอนว่าให้ทั้งความแรงและใช้งานได้ยาวนาน เป็นสถาปัตยกรรม Intel Core i Gen 8 (Coffee Lake-R)

ส่วนแรมก็ติดตั้งมาให้ขนาด 8GB DDR3Lซึ่งพอเพียงกับการใช้งานแน่นอน ในส่วนของกราฟิกการ์ดรุ่นเริ่มต้นจะมีเพียงการ์ดจอออนบอร์ด Intel Graphic UHD620 แต่ถ้าเป็นตัวบนจะได้การ์ดจอแยก NVIDIA GeForce MX150 2GB GDDR5 มาด้วย ที่ให้ประสิทธิภาพการทำงานรองรับ 3 มิติได้ดี เล่นเกมออนไลน์ได้สบายๆ ระดับเทียบเท่า GTX 950M เรียกได้ว่าพอที่จะเล่นเกมออนไลน์ได้อย่างลื่นไหลทีเดียว สำหรับฮาร์ดดิสก์ความเร็วสูงแบบ SSD M.2 NVMe ความจุ 256GB/512GB ที่สำคัญยังเป็นมาตรฐานการเชื่อมต่อ Wi-Fi AC และ Bluetooth 5.0

รวมถึงติดตั้งระบบปฏิบัติการ Windows 10 แท้ ที่สำคัญมีการติดตั้งปุ่มเปิด/ปิดเครื่องแบบ One-Touch ของ Huawei MateBook 13 และ BIOS ที่ปรับแต่งมาโดยเฉพาะ ช่วยให้เราเปิดเครื่องและล็อกอินเข้าใช้งานได้ทันที ทั้งปลอดภัย รวดเร็ว และใช้งานง่าย มาพร้อมการรับประกัน 2 ปี ตามมาตรฐานของ Huawei



© Copyright - Notebookspec.com All Rights