Home » 0. TOP content

Preview – Surface Laptop และ Surface Book 2 สำหรับทุกคน (Microsoft บอกมา) ราคาเริ่มต้น 34,900 บาท

15 Mar 18 - By l

ถือว่าเป็นสุดยอดอุปกรณ์ Windows 10 อีก 2 รุ่นที่สุดยอดมากๆ จากทาง Microsoft ที่ช่วงหลังสนใจจะมาทำฮาร์ดแวร์ขายอย่างตั้งอกตั้งใจ ที่ผ่านมาในไทยเราคงได้เห็น Surface Pro ขายกันไปซักแล้ว (เจน 5) แน่นอนว่ากระแสตอบรับก็ดีประมาณนึงสำหรับคนที่ต้องการแท็บเล็ต Windows ตัวหรูมาพร้อมปากกา กับราคาที่อาจจะสูงไปสำหรับคนทั่วไป แต่คนที่มีกำลังพร้อมจะจ่ายก็สามารถซื้อมาใช้งานตามร้านกาแฟหรือออฟฟิศได้แบบไม่ต้องคิดอะไรมาก

ล่าสุดเมื่อวันที่ 14 มีนาคมนี้ ทีมงาน NotebookSPEC ได้ไปงานเปิดตัวของใหม่ โดยทาง Microsoft ประเทศไทยก็พร้อมแล้วที่จะนำ Surface Family ที่เป็น Mobile Device อีก 2 ตัวด้วยกัน อย่าง Surface Laptop และ Surface Book 2 ที่ตัวนึงจะเป็น Ultrabook ระดับสูง ส่วนอีกตัวจะเป็น 2-in-1 Notebook โดยมีจำหน่ายแล้วที่ BaNANA, Power Buy, Power Buy, Power Mall และ JIB 

มาพร้อมคุณสมบัติอันโดดเด่นในอุปกรณ์ของ Microsoft ที่จะทำให้ผู้ใช้งานได้ปลดปล่อยความคิดสร้างสรรค์ผ่านฟีเจอร์ต่างๆ บน Windows 10 เวอร์ชั่นอัปเดทล่าสุด ซึ่งก็คือ Fall Creators Update และยังจะช่วยเป็นแรงสำคัญให้ทุกคนในการสร้างสรรค์งานอย่างมีประสิทธิภาพ โดยทาง Microsoft ยังบอกอีกว่า Surface Family ไม่ว่าจะเป็น Surface Pro, Surface Laptop และ Surface Book 2 ว่าเป็น Surface สำหรับทุกคน 

  

ราคาขายตามหน้าร้านตามสเปกของ Microsoft Surface Laptop และ Surface Book 2 ในไทยได้ ที่นี่ <<<

ผลิตภัณฑ์

ราคา (บาท)

Surface Laptop

Intel Core m3, 128 GB SSD, 4GB RAM, Intel HD Graphics 615

34,900

Intel Core i5, 128 GB SSD, 4GB RAM, Intel HD Graphics 620

38,900

Intel Core™ i5, 256 GB SSD, 8GB RAM, Intel® HD Graphics 620

49,900

Intel Core i7, 256 GB SSD, 8GB RAM, Intel IrisT Plus Graphics 640

59,900

Intel Core i7, 512 GB SSD, 16GB RAM, Intel Iris Plus Graphics 640

82,900

Intel Core i7, 1TB SSD, 16GB RAM, Intel Iris Plus Graphics 640

101,900

Surface Book 2 รุ่น 13 นิ้ว

Intel Core i5, 256 GB SSD, 8GB RAM, Intel HD Graphics 620

54,900

Intel Core i7, 256 GB SSD, 8GB RAM, NVIDIA GeForce GTX 1050

72,900

Intel Core i7, 512 GB SSD, 16GB RAM, NVIDIA GeForce GTX 1050

92,900

Intel Core i7, 1TB SSD, 16GB RAM, NVIDIA GeForce GTX 1050

109,900

Surface Book 2 รุ่น 15 นิ้ว

Intel Core i7, 512 GB SSD, 16GB RAM, NVIDIA GeForce GTX 1060

103,900

Intel Core i7, 1TB SSD, 16GB RAM, NVIDIA GeForce GTX 1060

118,900

อุปกรณ์เสริม

อะแดปเตอร์แปลง USB-C เป็น HDMI

1,590

อะแดปเตอร์แปลง USB-C เป็น VGA

1,590

เมาส์ Microsoft Surface Precision

3,900

 ส่วนรายละเอียดอื่นๆ ของ Microsoft Surface Pro, Surface Laptop และ Surface Book 2 ก็ตามนี้เลย

Surface Laptop : ประสิทธิภาพพร้อมการออกแบบอย่างมีสไตล์

Surface Laptop ยกระดับความสามารถและการออกแบบ มาในอุปกรณ์ฝาพับที่ดูหรูหราทันสมัย ได้รับการพัฒนามาให้ใช้งานได้อย่างรวดเร็วตั้งแต่เปิดเครื่อง เหนือชั้นกว่าแล็ปท็อปทั่วไป ด้วยซีพียู Intel Core เจนเนอเรชันที่ 7 พร้อมแบตเตอรี่ที่ใช้งานได้นาน 14.5 ชั่วโมง ยาวนานตลอดทั้งวัน ด้วยน้ำหนักเพียง 1.25 กิโลกรัม และบางเพียง 14.5 มิลลิเมตร ทำให้ Surface Laptop เข้ากับกระเป๋าใบโปรดของคุณและพกพาสะดวกได้อย่างลงตัว

นอกจากนี้ Surface Laptop ยังเปี่ยมด้วยเอกลักษณ์เฉพาะตัวจากวัสดุสุดหรูอย่าง Alcantara พร้อมปุ่มที่ตอบสนองรวดเร็วและเงียบ แทร็กแพดขนาดใหญ่ที่มีความแม่นยำสูง และที่พักข้อมือเพื่อความนุ่มสบายขณะพิมพ์

Surface Laptop มาพร้อมกับ Windows 10 S ประสบการณ์ใหม่บนแพลตฟอร์ม Windows ที่ผสมผสานความปลอดภัยและประสิทธิภาพอันยอดเยี่ยมไว้ด้วยกันอย่างลงตัว ช่วยให้ตัวเครื่องพร้อมใช้งานหลังเปิดเครื่องในไม่กี่วินาทีด้วยเทคโนโลยี InstantOn และตอบสนองเร็วขึ้นด้วยแพลตฟอร์มที่ออกแบบมาเพื่อการใช้งานอย่างต่อเนื่องแบบเต็มสมรรถนะ

  

วัสดุของ Surface Laptop จะเลือกใช้เป็นอะลูมิเนียมสีเงินโทนสว่างตลอดทั้งตัวเครื่องแบบ Unibody ไร้รอยต่อทั้งด้านนอกและด้านใน แต่ด้านในจะมีความพิเศษตรงที่ Alcantara นับว่าเป็นวัสดุผ้าที่มีความหรูหราสวยงาม เหมือนกับที่เคยใช้ไปแล้วก่อนหน้านี้กับ Surface Pro ส่วนของ Type Cover (Docking Keyboard) ซึ่งมีข้องสังเกตุว่าอาจจะเลอะง่ายถ้ามือเราไม่สะอาดขณะใช้งาน ฉะนั้นต้องระวังในส่วนนี้ด้วย

หน้าจอขนาด 13.5″ สัดส่วน 3:2 เหมือน Surface Pro ที่ทำให้มีพื้นที่ในการใช้งานด้านบนมากกว่าสัดส่วน 16:9 ทั่วไป ความละเอียดที่ 2256 x 1504 พิกเซล พาเนล IPS คุณภาพสูง รองรับการทัชสกรีนทั้งนิ้วและ Surface Pen มีกล้อง IR ไว้ใช้งานร่วมกับ Windows Hello เพื่อเข้าใช้งาน โดยมีช่องระบายความร้อนของตัวเครื่องอยู่ใต้หน้าจอ

  

ส่วนชุดคีย์บอร์ดเป็นแบบ Full Size มีไฟส่องสว่างขึ้นมา โดยตัวปุ่มเป็นพลากสติกสีสันเดียวกับผ้า ตัวอักษรเป็นสีขาว พร้อมทัชแพดแบบซ่อนปุ่มคลิกซ้ายขวา จากการทดลองวางมือใช้งานเพื่อนการพิมพ์ให้สัมผัสที่ดีแตกต่างจากวัสดุอื่นๆ สำหรับลำโพงได้มีการติดตั้งไว้อยู่ใต้คีย์บอร์ดอีกที เสียงที่ออกมามีความไพเราะใช้ได้ โดยให้เสียงที่ดีกว่า Surface Book 2 และ Surface Pro เพราะเสียงนั้นมีการผ่านผ้ามาอีกชั้นนึง

  

พอร์ตการเชื่อมต่อหลักๆ มีน้อยมากเมื่อเทียบกับ Ultrabook เจ้าอื่นๆ โดยมีเพียง USB 3.0 Type-A, Mini DisplayPort, ช่องต่อหูฟัง 3.5 ม.ม. และ Surface Connect ที่ไว้ต่อกับอแดปเตอร์หรือ Ducking เพิ่มเติมเท่านั้น ส่วนระบบปฏิบัติการเป็น Windows 10S เราสามารถที่จะเปลี่ยนเป็น Windows 10 ธรรมดาได้ภายหลัง (แต่เปลี่ยนกลับไม่ได้) ซึ่ง Windows 10 S มันก็คือ Windows 10 ปกติที่ปรับแต่ง ไม่ให้ลงโปรแกรมอื่นๆ ได้โดยตรง ต้องลงจะ Microsoft Store เท่านั้น รวมถึงปิดฟีเจอร์การทำงานบางอย่างลง เพื่อให้ตัวเครื่องทำงานเบาลงลื่นขึ้นนั่นเอง

Surface Book 2 : อุปกรณ์ Surface แบบพกพาที่ทรงประสิทธิภาพที่สุด

ลดความต่างระหว่างคอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะและโน้ตบุ๊คด้วย Surface Book 2 ที่โดดเด่นด้วยซีพียูรุ่นล่าสุด Intel Core เจเนอเรชั่นที่ 8 (สำหรับรุ่น Core i7 แต่เป็น i5 จะเป็นเจน 7 การ์ดจอก็จะเป็นเพียงออนบอร์ด) และหน่วยประมวลผลกราฟฟิกอย่างการ์ดจอ NVIDIA GeForce GTX 1050 (ตัว 13.5″) และ GTX 1060 (ตัว 15″) ทำให้ Surface Book 2 ทรงพลังมากกว่ารุ่นเดิมถึง 5 เท่า

  

การออกแบบโดยรวมของ Surface Book 2 (เจนแรกไม่มาไทย) มาในรูปแบบของ 2-in-1 Notebook ที่สามารถใช้งานได้หลากหลายโหมด วัสดุใช้เป็นแม็กนีเซียมอัลลอยด์ที่ให้ทั้งความแข็งแรงทนทานน้ำหนักเบา สัมผัสดีเยี่ยมกว่าอะลูมิเนียม โดยรุ่นขนาดหน้า 13.5″ มีน้ำหนักอยู่ที่ 1.53 – 16.4 กิโลกรัม และหน้าจอ 15″ จะมีน้ำหนักอยู่ที่ 1.9 กิโลกรัม ถือว่าเป็นโน้ตบุ๊คน้ำหนักเบา เน้นพกพาสะดวก แต่เปี่ยมด้วยประสิทธิภาพ

  

บานพับหน้าจอเป็นแบบพิเศษที่มีความแข็งแรงทนทาน ดีไซน์ไม่ซ้ำใครแน่นอน ข้อสังเกตุคือเวลาพับจอจะปิดไม่สนิทแนบไปกับตัวเครื่องเหมือนโน้ตบุ๊คทั่วไป ซึ่งมีข้อดีกรณีที่เราถอดหน้าจอแล้วใส่อีกด้าน มันจะรองรับองศาที่เหมาะกับการใช้งานปากกาขีดเขียนได้อย่างลงตัว แม้จะดูแปลกๆ หน่อยก็ตามที

  

คีย์บอร์ดของ Surface Book 2 เป็นสีสันเดียวกับตัวเครื่องให้ประสบการณ์ใช้งานที่เยี่ยมยอด ให้ความนุ่มนวลเด้งรับกับการพิมพ์อย่างลงตัว มาพร้อมด้วยไฟเรืองแสงให้แสงสว่างในการทำงาน ที่ตอบสนองได้ดีกว่าคีย์บอร์ดทั่วไปแบบรู้สึกได้แถมยังสวยงามหรูหรา ส่วน Layout คีย์บอร์ดยังคงเป็น 4 แถวขนาด Full Size ซึ่งในด้านการใช้งานในการพิมพ์ ก็ตอบสนองได้เป็นอย่างดีทั้งขนาดแป้นพิมพ์ที่รับกันนิ้วและช่องว่างระหว่างแป้นที่ทำให้มีความแม่นยำ ส่วนดีไซน์ทัชแพดนั้นก็ใช้เป็นแบบไม่มีปุ่มแยกออกมาเช่นเดียวกับโน้ตบุ๊คปัจจุบันหลายๆ รุ่น การใช้งานจัดได้ว่าอยู่ในระดับที่น่าพอใจ

  

ส่วนของหน้าจอ Surface Book 2 จะมีความคล้ายกับ Surface Pro เพราะอุปกรณ์ฮาร์ดแวร์ภายในได้ถูกติดตั้งลงส่วนของหน้าจอ ทั้งซีพียู แรม SSD และอื่นๆ รวมไปถึงลำโพงที่ซ้ายขวาของหน้าจอ กล้อง IR พร้อมด้วยแบตเตอรี่ 1 ก้อน รองรับการทำงานโหมดแท็บเล็ตได้ประมาณ 5 ชั่วโมง รอบๆ ตัวเครื่องก็จะมีช่องระบายความร้อน พร้อมปุ่ม Power ปรับเสียง และช่องต่อหูฟัง ส่วนขอบด้านล่างก็จะเป็นจุดที่ไว้เชื่อมต่อกับ Docking Keyboard ส่วนด้านหลังหน้าจอก็เป็น โดยมีกล้องด้านหลังพร้อมไมค์คู่

  

พอร์ตการเชื่อมต่อครบครันกว่า Surface ทุกรุ่นด้วย ด้วยการที่ส่วนของ Docking Keyboard พอร์ตการเชื่อมต่อ USB 3.0 Type-C จำนวนสองช่อง พร้อมช่อง SD Card Reader และ USB 3.1 Type-C แน่นอนที่ขาดไม่ได้คือ Surface Connect นอกเหนือจากนี้ความเจ๋งยังมีการติดตั้งแบตเตอรี่ก้อนที่ 2 อีกด้วย (ก้อนใหญ่กว่า) รวมไปถึงยังมีการติดตั้งการ์ดจอแยกไว้ตรงส่วนนี้ด้วย ทั้ง GTX 1050 ที่เป็นรุ่นหน้าจอ 13.5″ สเปก Core i7 และการ์ดจอ GTX 1060 ที่เป็นรุ่นหน้าจอ 15″ ฉะนั้นเมื่อเชื่อมต่อ Docking Keyboard จะได้ความแรงเพิ่มขึ้นด้วย

  

สำหรับผู้ที่ต้องการความคล่องตัวในการใช้งานอุปกรณ์ ด้วย Surface Book 2 นั้น สามารถถอดหน้าจอได้โดยเป็นแบบแม่เหล็กที่ใช้ไฟฟ้าในการควบคุมทำให้ต้องกดปุ่มปลดล็อคก่อนเสมอ เมื่อเราต้องการจะดึงจอขึ้น รองรับการใช้งานถึง 4 โหมด คือ Studio Mode, Laptop Mode, View Mode หรือแม้แต่ Tablet Mode ที่ใช้งานง่ายๆ เพียงถอดหน้าจอออก โดยการเป็นแท็บเล็ตจะมีน้ำหนักเบาเพียง 719 กรัม (13.5″) และ 817 กรัม (15″)

  

สำหรับความต่างของ Surface Book 2 รุ่นหน้าจอ 13.5″ และ 15″ นอกเหนือจากขนาดและน้ำหนักก็คือ ตัว Docking Keyboard ของรุ่น 15″ จะมีความใหญ่และนู้น พร้อมช่องระบายอากาศที่ใหญ่กว่านั่นเอง แต่ก็ถือว่ายังอยู่ในเกณฑ์ของโน้ตบุ๊คขนาดจอ 15″ สเปกแบบนี้ ที่มีความบางเบามากกว่าอยู่ดี

  

สำคัญคืออย่างที่บอกไปเรื่องของสเปกชิปประมวลผล Intel Core i เจน 7 เจน 8 ที่ติดตั้งมาใน Surface ทุกรุ่น จะเป็นรุ่นรหัสพิเศษที่ไม่เหมือนกับโน้ตบุ๊คทั่วไป เพราะจะมีความแรงมากกว่าเล็กน้อย โดยเป็นการที่ทาง Microsoft คุยกับ Intel เป็นการเฉพาะกิจ ส่วน i7 เจน 8 นั้นจะเป็นรุ่นตระกูล U ทั้งหมด ไม่ใช่ตระกูล H แต่อย่างใด ซึ่งความแรงบอกได้เลยว่า i7 เจน 8 ก็แรงอยู่พอตัวทีเดียว เกือบเทียบกับตระกูล HQ บน เจน 7 แล้วก็ว่าได้

  

Surface Book 2 มีวางจำหน่าย 2 รุ่น คือ 13.5″ และ 15″ ที่ให้พลังงานแบตเตอรี่ยาวนานถึง 17 ชั่วโมง เพื่อการสร้างสรรค์ผลงานอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่การเปิดใช้งานซอฟต์แวร์ เช่น Adobe Creative Cloud และ Autodesk ไปจนถึงการเล่นเกม อย่าง DOTA 2 / Overwatch และเกมปัจจุบันอื่นๆ ที่ความละเอียด 1080p และการแสดงผล 60fps ที่สลับใช้งานได้ทั้งการทำงานและเล่นเกมได้อย่างไม่สะดุด

ปิดท้ายด้วยที่หาก Surface Book 2 กำลังใช้งานการ์ดจอแยกบน Docking Keyboard เราก็จะไม่สามารถถอดหน้าจอได้ โดยถ้าเรากดปุ่ม มันก็จะขึ้นสีแดง พร้อมหน้าจอที่ขึ้นสถานะว่าติดการทำงานที่โปรแกรมไหนบ้าง ถ้าเราจะถอดก็จำเป็นต้องปิดโปรแกรมเหล่านั้นที่รันอยู่เสียก่อน

ไว้ยังไงถ้าทีมงาน NotebookSPEC มีโอกาสทดสอบรีวิว Surface Laptop และ Surface Book 2 จะมาว่ากันละเอียดๆ อีกทีครับ ขอบคุณที่ติดตามกัน



© Copyright - Notebookspec.com All Rights