Home » 6. Mac Corner

Preview MacBook Pro 15 [Macbook ขวัญใจชาว Mac]

6 May 09 - By l

กลับมาอีกครั้งกับบทความผลิตภัณฑ์ของ Apple และแล้วในที่สุดก็จะรีวิวถึงตัว MacBook Pro 15? รุ่น Unibody

ซึ่ง เป็นเนื้อหาที่ตรงกับเว็บ Notebook Spec แห่งนี้กันเสียทีนะครับ ก่อนอื่นก็ต้องขอขอบคุณทีมงาน NBS ด้วยที่เอื้อเฟื้อเครื่องทดสอบการใช้งาน และอันดับต่อมาก็ต้องขออภัยคุณผู้อ่านที่บทความในครั้งนี้กว่าจะมา MacBook Pro ตัวนี้ก็ทำตลาดไปแล้วพักใหญ่แล้ว อย่างไรก็ตามมาช้ายังดีกว่าไม่มา และการมาช้าในครั้งนี้ ก็ทำให้ผมได้ใช้งานมันจริงๆจังๆ ค่อนข้างเต็มที่เลยทีเดียว (หลังจากคืนเครื่องทดสอบให้ NBS แล้วผมก็ติดใจ จนไปหามาใช้งานเองในที่สุด ฮึ่มๆ)


อย่างที่เคยเกริ่นไปก่อนหน้านี้ว่างานผมส่วนนึง จะเป็นงานภาคสนาม ก่อนหน้านี้ก็คิดว่าจะซื้อ MacBook มาใช้งานอยู่แล้ว ตั้งแต่สมัย MacBook รุ่นสีขาว แต่ยังลังเลเรื่อง Body ของรุ่นนั้นอยู่ เพราะงานผมเป็นงานภาคสนามกลัวว่ามันจะไม่ทนมือพอ จนกระทั่งเมื่อ Apple เปิดตัว MacBook และ MacBook Pro รุ่น Unibody ออกมา ทำให้ผมตัดสินใจได้ง่ายขึ้น แต่มันมาติดอยู่ที่งานผมต้องใช้ FireWire ด้วย ซึ่ง MacBook รุ่นใหม่ได้ตัดออกไปแล้ว คงเหลือแต่ MacBook Pro เท่านั้นที่มี FireWire ให้ ในขณะที่รอการตัดสินใจอยู่ ก็มีโอกาสได้ทดลองใช้งานเครื่องจาก NBS ทำให้ในที่สุดผมก็ตัดสินใจได้เสียที ว่าแล้วก็เข้าเรื่องกันเลยดีกว่าครับ สำหรับ Spec เครื่องนั้นคงไม่พิมพ์รายละเอียดมากนะครับ เพราะสามารถหาข้อมูลกันได้โดยทั่วไปอยู่แล้ว คร่าวๆมีดังนี้นะครับ

? MacBook Pro (Unibody)
? Intel Core 2 Duo 2.4GHz L2 Cache 3MB FSB 1066MHz
? 15.4? LED blacklighting glossy display , Resolution 1440×900
? nVidia GeForce 9400M 256MB GDDR3 shared RAM
? nVidia GeForce 9600M GT 256MB GDDR3
? 2GB (1GBx2) DDR3 1066MHz
? 250GB Serial ATA 5400 RPM
? Airport Extreme 802.11a/b/g/n , SuperDrive , FireWire 800 , USB 2.0 , iSight

การบรรจุหีบห่อและอุปกรณ์เสริม

สำหรับหีบห่อของ MacBook Pro นี้มาพร้อมกับกล่องสไตล์ Apple สีขาวสะอาดตา ขนาดกระทัดรัด มีภาพตัวเครื่องขนาดใหญ่อยู่ด้านข้าง พร้อมกับหูหิ้วที่แข็งแรงเพียงพอให้คุณหิ้วขึ้นรถโดยสารประจำทาง จนถึงบ้านได้โดยไม่ขาดร่วงหล่นให้ต้องเสียน้ำตา เปิดมาข้างในก็จะมีแผงพลาสติกสีดำอยู่อีกชั้น ข้างล่างมีอุปกรณ์เสริมอย่างพวก Power Adapter ที่เป็น MagSafe พร้อมทั้งหัวเปลี่ยนปลั๊ก AC สองหัว พร้อมทั้งคู่มือการใช้งานและ DVD ระบบปฎิบัติการ Mac OS X 10.5 Leopard รวมถึงชุดโปรแกรม i?Life เสียดายว่าปัจจุบันไม่มีแถม Apple Remote ให้แล้ว ต้องซื้อแยกต่างหาก

การออกแบบและตัวเครื่อง

ตัวเครื่องเป็นอะลูมิเนียม ผลิตด้วยเทคโนโลยีการผลิตแบบ Unibody คือตัวเครื่องถูกทำออกมาเป็นชิ้นเดียว ทำให้มีส่วนที่เป็นรอยต่อของชิ้นส่วนต่างๆ ให้เห็นน้อยถึงน้อยมาก เป็นเทคโนโลยีแบบเดียวกับที่ใช้ในการผลิต MacBook Air ทำให้ความแข็งแรงของตัวเครื่องอยู่ในระดับแข็งแรงมาก แม้ว่าจะไม่ได้โยนลงมาเพื่อทดสอบ เพราะว่าไม่กล้า แต่เท่าที่ใช้ๆมา ก็รู้สึกว่ามันแข็งแรงดี จนทำให้สบายใจในการหยิบ การวาง ในทุกสถานการณ์ และถึงแม้ว่ามันจะมีขนาด 15? แต่ก็ได้รับการออกแบบมาดีจนไม่รู้สึกว่าใหญ่เทอะทะเกินไป เทียบกับ Magazine แล้วก็ใหญ่กว่าไม่เท่าไหร่เอง น้ำหนักประมาณ 2.49 กิโลกรัม ก็ไม่ได้รู้สึกว่าหนักอะไรเลยสำหรับเครื่องขนาดนี้ (สมัยก่อน Laptop ออกงานผมหนัก 5 กิโลกว่าๆ มาเจอหนักต่ำกว่าสองกิโลครึ่งนี่ดีใจน้ำตาแทบร่วง) การออกแบบยังคงใส่ใจทุกรายละเอียดตามสไตล์ Adapter แบบ MagSafe ก็เป็นเรื่องที่เคยพูดถึงไปแล้ว ก็ยังคงมีอยู่ มีการออกแบบให้มีไฟแสดงสถานะของแบตเตอรี่อยู่ด้านข้างเล็กๆด้วย Apple สำหรับความสวยงามนั้น First Impression ยังไง ทุกวันนี้ใช้งานก็ยังรู้สึกดีอยู่เหมือนเดิมไม่แตกต่างเลย ปลื้มจริงๆ


ด้านข้างซ้ายมือนั้นถูกจัดไว้เป็นช่องสำหรับอุปกรณ์ต่อพ่วงทั้งหลาย ไม่ว่าจะเป็น MagSafe Adapter , Ethernet , FireWire 800 , USB 2.0 จำนวน 2 ช่อง , MiniDisplay Port , ช่องหูฟังและไมค์ รวมถึง ExpressCard/34 (อันนี้ไม่เคยได้ใช้งานมันสักที) สำหรับ FireWire นั้นมีแต่ FireWire 800 ไม่มี 400 อย่างไรก็ตามสามารถใช้งานอุปกรณ์ที่เป็น 400 กับช่อง FireWire 800 ได้แต่ต้องมีสายต่อ หรือหัวแปลงอีกที ถัดไปจาก ExpressCard ก็เป็นไฟแสดงสถานะของแบตเตอรี่ดังที่กล่าวไปแล้ว ไฟสถานะของแบตจะติดขึ้นเมื่อเรากดปุ่มเล็กๆที่อยู่ด้านข้าง

ประสิทธิภาพในการใช้งาน

MacBook Pro ของผมนั้นเป็น Intel Core 2 Duo 2.4GHz ตาม spec พื้นฐานของเครื่องที่ราคา 73,900 บาทเลยครับ ไม่ได้มีการปรับเปลี่ยนเพิ่มอะไรแต่อย่างใด แรมก็ใช้ตามที่ให้มา 2GB การใช้งานโปรแกรมต่างๆ ทำได้รวดเร็วดีมาก ใช้เวลาในการบูตเครื่องจนถึงหน้าจอ Desktop พร้อมใช้งานได้ภายในเวลาประมาณ 30 วินาทีไม่เกินนั้น สามารถเปิดไฟล์ภาพใหญ่ๆได้อย่างรวดเร็ว ลองนำ Footage งานคอนเสิร์ตเก่าๆ มาลงแล้วก็ตัดๆดู ก็ทำได้ราบรื่นดี อย่างไรก็ตามงานตัดส่วนใหญ่ ก็จะทำลักษณะ Cut and Take เสียมาก ยังไม่ได้ทดสอบการทำ Compositing ว่ารองรับได้ขนาดไหน ส่วนงานทางด้านเสียงสามารถทำงานได้ดี แม้แต่ชิ้นงานที่มีหลาย Track ก็ทำงานได้ราบรื่น งานทั่วๆไปนี่เรียกได้ว่าไม่มีปัญหา เครื่องที่ผมใช้งาน ใช้ Storage เป็น Hard Disk 5400 รอบธรรมดาไม่ได้ใช้ SSD รวมถึงไม่ได้เปลี่ยนเป็น HDD 7200 รอบ จึงไม่ทราบว่าถ้าเปลี่ยนไปใช้ SSD ประสิทธิภาพและความเร็วในการทำงานจะเพิ่มขึ้นกี่มากน้อย


สำหรับการ์ดแสดงผลกราฟฟิกนั้น มีสองระบบคือการ์ดแบบออนบอร์ด NVIDIA 9400M ตัวนึง กับการ์ดแยก 9600M GT อีกตัวนึงเราสามารถเลือกที่จะใช้งานได้ โดย 9600M GT ก็จะแรงกว่า แต่แน่นอนว่าย่อมกินไฟมากกว่า ในทางกลับกัน 9400 นั้นไม่แรงเท่าแต่ก็กินไฟน้อยกว่า สำหรับการใช้งานที่ไม่ต้องใช้ประสิทธิภาพการแสดงผลกราฟฟิกอะไรมาก ปกติใช้ 9400M ก็ค่อนข้างเหลือเฟือ

ผมไม่ได้ทดสอบกับเกมส์ใดๆเลย เนื่องจากไม่มี อย่างไรก็ตามสำหรับโปรแกรมใช้งานหากินต่างๆ ทั้งงานทางด้านวีดีโอ ทางด้านเสียง และการตัดแต่งภาพ ทำงานได้ดีไม่มีที่ติ ซึ่งก็ค่อนข้างตอบโจทย์ที่ตั้งไว้แล้ว คือเป็นเครื่องสำหรับหากินนั่นเอง

หน้าจอแสดงผล

สำหรับ MacBook Pro รุ่นใหม่นี้ มีการเปลี่ยนหน้าจอแสดงผลเป็นแบบ LED backlight Glossy Glass และเช่นกันสำหรับตัวเลือกเปลี่ยนจอเป็นแบบ Matte screen (จอด้านแบบเดิม) ผมไม่ได้เลือกมาดังนั้นจอที่ใช้อยู่ก็จะเป็น spec เดิมๆทั่วไปเลย หน้าจอ 15? ให้ความละเอียดที่ 1440×900 สามารถใช้งาน Pro Application ทั่วไปได้โดยสะดวก สีสัน และความสว่างออกมาได้ดีมาก สีดำก็ดูดำชัดเจนดี แรกๆก็ขัดใจกับเงาสะท้อนอยู่บ้าง แต่พอใช้ไปเรื่อยๆก็ค่อยๆคุ้นชินมากขึ้น


ด้านบนของจอจะมีรูเล็กๆ เป็นกล้อง iSight ที่มีความละเอียด 3 ล้านพิกเซล รอบๆจอออกแบบให้เป็นขอบสีดำช่วยเน้นการใช้งานให้เด่นชัด และรู้สึกว่ามีพื้นที่การทำงานเพิ่มมากขึ้น




© Copyright - Notebookspec.com All Rights