Home » 0. TOP content

Preview – ASUS ROG Zephyrus Duo 15 ที่สุดของนวัตกรรม Gaming Notebook สองหน้าจอ สเปก Core i9-10980HK + RTX 2080 Super

2 Apr 20 - By l

ปฏิวัติวงการ Gaming Notebook อีกครั้ง สำหรับการมาของ ASUS ROG Zephyrus Duo 15 ซึ่งจัดว่าเป็นรุ่นพี่ใหม่สุดล้ำที่สุดของตระกูล ROG โดดเด่นด้วยสเปกชิปประมวลผล Intel Core i9-10980HK และการ์ดจอ NVIDIA GeForce RTX 2080 Super พร้อมจัดเต็มด้วยฟีเจอร์มากมาย แต่ที่เป็นจุดเด่นที่สุดก็คือนวัตกรรมหน้าจอที่สอง ROG ScreenPad Plus ที่ถูกยกมาจาก ASUS ZenBook Pro Duo UX581 ซึ่งจะเป็นตัวช่วยในการเล่นเกมและทำงานได้อย่างเต็มรูปแบบ มีความพิเศษที่เมื่อกางหน้าจอหลักขึ้นมา จอที่สองก็ยกตัวให้สูงยิ่งขึ้นทำให้ได้มุมมองใช้งานลงที่สุด

ซึ่งล่าสุดแอดมินโป้งได้ไปร่วมงานเปิดตัวลับๆ ที่ทาง ASUS ประเทศไทยจัดขึ้น กับรอบ Sneak Peek ที่มีการนำเสนอ Gaming Notebook รุ่นใหม่ๆ ปี 2020 อย่าง ASUS ROG Zephyrus Duo 15 และรุ่นอื่นๆ ไม่ว่าจะเป็น ASUS ROG Strix 15,17 / ASUS ROG Scar 15, 17 /ASUS ROG Zephyrus G15, M15, S15, S17 ด้วย เรียกได้ว่าเป็นการอัพเดทสเปกและฟีเจอร์ใหม่ทั้งหมด รวมไปถึงได้ปรับดีไซน์การออกแบบไปในตัว ส่งผลให้ใครจะซื้อ Gaming Notebook รุ่นล่าสุด ตอนนี้ก็ใกล้มากๆ แล้วก็จะเปิดสเปกและราคาขายจริงอย่างเป็นทางการ

  

สำหรับบทความนี้เราจะมาทำการพรีวิว ASUS ROG Zephyrus Duo 15 ที่เป็นตัวท็อปกันก่อน ที่ต้องบอกว่ามีความน่าสนใจสุดๆ เพราะเป็น Gaming Notebook ทรงใหม่รุ่นใหม่ที่ไม่เคยมาก่อนใน ASUS จากการที่ผสานนวัตกรรมจาก ASUS ZenBook Pro Duo UX581 ซึ่งเป็น Notebook สายทำงานระดับมืออาชีพ กับ ASUS ROG Zephyrus Series ที่เป็น Notebook เล่นเกมสายจริงจังตัวจริง ที่ทุกๆ คนยอมรับและรู้จักกันเป็นอย่างดี ที่จะมีรายละเอียดของ ASUS ROG Zephyrus Duo 15 อย่างไรบ้าง ไปชมกันต่อเลย

  

ASUS ROG Zephyrus Duo 15 เป็น Gaming Notebook หน้าจอขนาด 15.6″ ระดับสูง 4K sRGB 100% (หรือ Full HD 300Hz) + หน้าจอที่สอง ROG ScreenPad Plus โดยทำงานร่วมกันอย่างลงตัวสุดๆ นอกจากนี้ยังได้เรื่องของระบบระบายความร้อน AAS Plus amplifies airflow ที่ให้อากาศไหลเวียนได้ดีขึ้นกว่า 30% อีกทั้งทั้งทำงานร่วมกับซิลิโคนนำความร้อนขั้นเทพอย่าง Liquid Metal จากทาง Thermal Grizzly ที่เป็นส่วนหนึ่งในการจัดการความร้อน ที่ก่อนหน้านี้เคยใชใน ASUS ROG Mothership GZ700 ไปแล้ว ในส่วนของไฟ RGB คีย์บอร์ด, ระบบเสียง, และการเชื่อมต่ออื่นๆ ก็จัดเต็มที่สุด สมกับเป็นหนึ่งในที่สุดของ Gaming Notebook ปี 2020 จริงๆ

  

ดีไซน์โดยรวมของ ASUS ROG Zephyrus Duo 15 ดูเป็น Gaming Notebook ที่ได้รับ DNA จาก ASUS ROG มาอย่างเต็มเปี่ยม โดยมีน้ำหนักเบาทเพียง 2.4 กิโลกรัม และเนื่องด้วยมีขอบจอที่ค่อนข้างบาง ทำให้ตัวเครื่องดูเล็ก กะทัดรัด เหมาะกับการพกพาสะดวกสบาย แม้จะไม่ได้เบาที่สุดๆ แต่ได้ฟีเจอร์จัดเต็มแบบไร้คู่แข่ง เพราะในตลาดตอนนี้แนวคิดหน้าจอที่สองขนาดใหญ่โตระดับ 14.1″ แบบนี้มีเพียง ASUS เท่านั้น ได้ความละเอียดเป็น 3840 x 1100 พิกเซล พาเนล IPS เกรดสูง รองรับการทัชสกรีนทั้งนิ้วและปากกา แบบนี้มีเพียง ASUS เท่านั้น

ซึ่งการออกแบบออกมาได้ดูทันสมัยและเรียบง่ายมากยิ่งขึ้น โดยในส่วนของมุมตัวเครื่องจะทำให้เป็นแบบมุมเป็นเหลี่ยม มิติโดยรวมเป็นแบบสี่เหลี่ยมตัดขอบสวยงามให้ผิวสัมผัสที่ดีอารมณ์ซีรีส์ StudioBook ลักษณะสีเงินพร้อมสลับด้วยสีดำลงไปที่ไม่เหมือนใคร ส่วนวัสดุงานประกอบจะเป็นอลูมิเนียมเกรดสูงทั้งหมด สำหรับตำแหน่งของคีย์บอร์ดที่แตกต่างจากโน้ตบุ๊ครุ่นทั่วไปอย่างชัดเจน จากการที่เลื่อนชุดแป้นคีย์บอร์ดมาไว้ด้านล่างสุด และขยับในส่วนของทัชแพดออกไปด้านข้าง จากการที่ด้านบนเหนือคีย์บอร์ดได้มีการติดตั้ง ROG ScreenPad Plus เอาไว้นั่นเอง

ตัวเครื่องภายนอกทั้งฝาหลังและด้านล่างตัวเครื่องวัสดุจะเป็นอลูมิเนียมทั้งหมด ซึ่งโลหะเกรดนี้มีความแข็งแรงมากกว่าโลหะอัลลอยธรรมดาแสดงถึงความเอาใจใส่ในรายละเอียดของการดีไซน์ทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นฝาหลัง ตัวเครื่องด้านใน และใต้ตัวเครื่อง ทำให้มีทั้งความแข็งแรในด้านดีไซน์ฝาหลังใช้ลวดลายเป็นแนวทะแยงแบ่งครึ่งพร้อมโลโก้ ASUS ROG ติดตั้งไปทางด้านขวา รวมถึงแกนพับหน้าจอขนาดใหญ่ดูแข็งแรงทนทานสุดๆ เลยทีเดียว พร้อมเว้นช่อง V-Shaped ทำให้ไม่บังช่องระบายความร้อนด้านหลัง

  

หน้าจอ ROG ScreenPad Plus ของ ASUS ROG Zephyrus Duo 15 เป็นพาเนล IPS แบบด้าน รองรับการทัชสกรีน บนความคมชัดระดับ 4K ที่ 3840 x 1100 พิกเซล  อันเป็นเอกลักษณ์ของ ASUS ช่วยให้ผู้ใช้สามารถเพลิดเพลินและใช้งานจอภาพทั้งสองบนโน้ตบุ๊กหนึ่งเครื่องได้อย่างเต็มความสามารถ หน้าจอสัมผัสขนาดอัตราส่วน 32:9 เหนือคีย์บอร์ดเพิ่มเนื้อที่การทำงานของจอภาพ ในขณะที่ยังคงรูปแบบโน้ตบุ๊ก โดยหน้าจอ ROG ScreenPad Plus จะเอียงขึ้นมา 13 องศาเอง เมื่อเราเปิดฝาหน้าจอหลักขึ้นมา

โดยสามารถใช้งานจอ ScreenPad Plus ได้เสมือนเป็นจอแสดงผลที่สองของ Windows 10 ใช้แสดงภาพ หรือใช้ฟังก์ชั่นต่างๆที่ออกแบบมาเพื่อช่วยประหยัดเวลาผู้ใช้ด้วยซอฟท์แวร์ ScreenXpert ซึ่งช่วยให้การใช้งานหลายๆหน้าต่างและแอพลิเคชั่นเป็นเรื่องง่าย รวมถึงปุ่มลัดคอนโทรลอย่าง App Switcher, ViewMax และ App Navigator ที่สามารถใช้งานโต้ตอบข้ามหน้าจอระหว่างหน้าจอหลัก และ ScreenPad Plus ผู้ใช้สามารถเริ่มโหมดการทำงานเปิดโปรแกรมหลายโปรแกรมได้ด้วยการกดเพียงครั้งเดียว

  

นอกจากนี้ยังสามารถลากแอพพลิเคชั่น, แถบเครื่องมือ หรือเมนูไปยังจอ ScreenPad Plus เพื่อลดความยุ่งเหยิงของหน้าจอหลัก และเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานมากขึ้น กลุ่มครีเอเตอร์สามารถเชื่อมต่อเครื่องมือในการทำงาน เช่น ตัวอย่างวีดีโอ. การควบคุมไทม์ไลน์, รหัสวินโดวส์ หรือพาแนลเสียงเข้ากับ ROG ScreenPad Plus เพื่อให้การทำงานเป็นไปได้อย่างลื่นไหลมากที่สุด และเมื่อใช้งานแอพลิเคชั่นทางด้านโซเชียลบน ROG ScreenPad Plus ก็ยังช่วยให้สามารถติดตามข่าวสารและตอบข้อความได้ทันทีในขณะทำงานโดยไม่จำเป็นต้องสลับหน้าต่างไปมา

  

เมื่อมีจอที่สองเกินขึ้น สำหรับ ASUS ROG Zephyrus Duo 15 ก็ได้มีการวางตำแหน่งของคีย์บอร์ดที่แตกต่างจากโน้ตบุ๊ครุ่นทั่วไปอย่างชัดเจน จากการที่เลื่อนชุดแป้นคีย์บอร์ดมาไว้ด้านล่างสุด และขยับในส่วนของทัชแพดออกไปด้านข้าง ทำให้บริเวณด้านบนเหนือคีย์บอร์ดมีพื้นที่ไว้ติดตั้ง ROG ScreeenPad Plus ซึ่งจริงๆ นั้นทาง ASUS ได้ติดตั้งระบบระบายความร้อนแบบจัดเต็มเอาไว้ด้วยด้านล่าง โดยมีช่องขนาดใหญ่ทำหน้าที่ดูดลมเย็นลงไปให้ผ่านทางฮีต์ไปป์ เรียกได้ว่างานประณีตละเอียดดีจริงๆ

โดยแป้นพิมพ์ของ ASUS ROG Zephyrus Duo 15การตอบสนองของแป้นพิมพ์ แรงกด ได้เป็นอย่างดี ซึ่งมีการออกแบบมาให้ปุ่มมีขนาดใหญ่พอดีกับนิ้วมือ เป็นแบบ Chiclet มีระยะยุบ 1.4 มิลลิเมตร พร้อมความโค้งของปุ่มรับเข้ากับนิ้ว ทำให้สามารถพิมพ์ได้ง่ายขึ้น สัมผัสนุ่ม มีระยะห่างของปุ่มกำลังพอดี แน่นอนว่ามี พร้อมไฟ RGB จัดเต็ม และเทคโนโลยี OverStroke เพื่อการกดรัวที่ดียิ่งขึ้นด้วยปุ่ม N-key rollover & anti-ghosting และอายุคีย์บอร์ดที่สามารถกดได้ 20 ล้านครั้งด้วย

ดีไซน์ทัชแพดแบบ NumberPad นั้นก็ใช้เป็นแบบซ่อนปุ่มคลิก โดยการควบคุมสามารถทำได้เป็นอย่างดีรวมไปถึงปุ่มคลิกทั้งซ้ายขวาก็มีความนุ่มและเด้งรับได้น่าประทับใจ การใช้งานจัดได้ว่าอยู่ในระดับที่ดีมาก นอกเหนือจากนั้นทัชแพดยังสามารถเปลี่ยนไปใช้งานในรูปแบบของปุ่ม NumPad ได้ ซึ่งตรงจุดนี้นั้นถือว่า ASUS สามารถที่จะใช้พื้นที่ได้อย่างมีประโยชน์ที่สุด

  

ตัวลำโพงเป็นแบบสเตอริโอเลือกใช้ลำโพง 2 ตัว ระบบเสียง ESS + Hi-Res Audio พร้อมด้วย Smart AMP ให้ที่เสียงที่ดีมากทั้งความดังและคุณภาพ ผ่านตัวซอฟต์แวร์ Nahimic Sonic Studio ทั้งในเรื่องของเสียงเบสที่มีน้ำหนัก เสียงกลางที่สมดุล และเสียงแหลมที่ออกมาใสๆ พร้อมทั้งความดังและกังวาลที่มากกว่า พูดเลยว่ามีโน้ตบุ๊คเพียงไม่กี่รุ่นที่ทำเสียงออกมาดีได้ขนาดนี้  ซึ่งตัวลำโพงจะอยู่บริเวณใต้ตัวเครื่องซ้ายและขวาลักษณะยิงลงพื้น 2 ตัว ทำให้เสียงที่ออกมามีเสียงดังฟังชัด

  

พอร์ตการเชื่อมต่อตัวเครื่อง ASUS ROG Zephyrus Duo 15 นี้จัดว่าเป็นโน้ตบุ๊คที่มีพอร์ตมาให้ครบครับใช้ได้เลยทีเดียว ไม่ว่าจะเป็น USB 3.2 Type-A จำนวน 3 พอร์ต, และพอร์ต Thunderbolt 3 อีก 1 พอร์ต รองรับการ DisplayPort 1.4 และ USB PD ในตัว พร้อมช่องต่อหูฟังกับไมค์แบบ แยกออกจากกันขนาด 3.5 มิลลิเมตร อย่างละช่อง, HDMI และช่องเสียบอแดปเตอร์ ปิดท้ายด้วย LAN RJ45 ในส่วนของการเชื่อมต่อไร้สายจะใช้ Bluetooth 5.0 และ Wi-Fi 6 AX (2×2) พร้อมอัตราการรับ-ส่งข้อมูลที่เร็วและเสถียรยิ่งขึ้น

ส่วนการพกพาเองก็ถือว่า ASUS ROG Zephyrus Duo 15 มีน้ำหนักตัวเครื่องที่ 2.4 กิโลกรัม เมื่อเทียบกับโน้ตบุ๊ค 15.6 นิ้วตัวอื่นๆ ที่เน้นประสิทธิภาพการทำงานที่สูงเหมือนกันถือว่าหนักและหนากว่าเล็กน้อย ที่รับได้อยู่จากฟีเจอร์ล้ำๆ มากมาย แต่ก็โดดเด่นกว่าก็คือมิติตัวเครื่องเล็กลงมาก อยู่ในเกณฑ์ที่ดีเยี่ยมในเรื่องการพกพาไปไหนมาไหน ก็พอที่จะใส่กระเป๋าและเอาไปใช้งานนอกสถานที่ได้ไม่ยากเย็นอะไร สำหรับรายละเอียดอื่นๆ ก็จะเป็นเรื่องของมาตรฐานแรมจะได้เป็น DDR4 Bus 3200MHz ตามสเปกของ Core i Gen 10 H ส่วน SSD M.2 NVMe ก็จัดเต็ม !!!

ไว้ยังไงเราคงได้มีโอกาสรีวิว ASUS ROG Zephyrus Duo 15 กันอีกครั้ง บอกได้เลยว่าเป็น Gaming Notebook อีกตัวที่น่าตื่นเต้นจริงๆ ไม่ใช่แต่ได้สเปกใหม่ล่าสุดที่เป็น Intel Core i Gen 10 H และการ์ดจอ NVIDIA GeForce RTX Super เท่านั้น แต่ทาง ASUS ยังยัดฟีเจอร์ล้ำๆ มากมายทั้งเรื่องระบบระบายความร้อน การแสดงผลหน้าจอที่สองและอื่นๆ เยอะแยะไปหมด ในส่วนของราคาคาดการณ์สำหรับสเปกท็อปสุดน่าจะมีมากกว่า 100,000 บาทแน่นอน ส่วนถ้าเป็นสเปกรองลงมาหน่อย น่าจะอยู่เกือบๆ 100,000 บาทนะครับ ไว้รอติดตามสเปกและราคาขายจริงกันอีกทีก็แล้วกัน น่าจะทราบข้อมูลเพิ่มเติมกันช่วงเดือนเมษายนต่อนี้แหละ



© Copyright - Notebookspec.com All Rights