Home » 4. Other News

Ohm แบตเตอรี่สำหรับรถยนต์ที่เบาลงกว่าเดิมและฉลาดมากขึ้นสามารถใช้ได้กับรถยนต์ทุกชนิด

17 Aug 15 - By l

แบตเตอรี่รถยนต์นั้นถือได้ว่าเป็นอุปกรณ์สำคัญชนิดหนึ่งที่บางทีหลายๆ ท่านอาจจะลืมมันไปเลยจนกระทั่งเมื่อถึงเวลาที่ช้าไปแล้วถึงจะมารู้ตัวว่าถึงเวลาที่ควรจะซ่อมบำรุงหรือเปลี่ยนใหม่ครับ สิ่งหนึ่งที่ทำให้มันหายไปจากวงจรการให้ความสำคัญของใครหลายๆ ท่านก็คือการที่มันสามารถจะใช้งานได้จนกระทั่งหมดอายุการใช้งานไปของมันเองไปโดยอัตโนมัติไม่มีการแจ้งเตือนแต่อย่างใดนั่นเองครับ

โดยทั่วไปนั้นจะเห็นได้ว่าแบตเตอรี่รถยนต์นั้นมีน้ำหนักที่ค่อนข้างจะมากพอๆ กับเด็กตัวเล็กๆ คนหนึ่งเลยก็ว่าได้ครับ ทำให้การเปลี่ยนแบตเตอรี่ด้วยตัวเองนั้นเป็นเรื่องที่ยากลำบากแถมเจ้าแบตเตอรี่บางรุ่นบางชนิดก็ไปกินระยะเวลาการใช้งานของเชื้อเพลิงของคุณอีก สิ่งที่ร้ายที่สุดคงหนีไม่พ้นว่าภายในแบตเตอรี่นั้นมีสารประกอบซึ่งเป็นอันตรายต่อสภาพแวดล้อมของโลกเราด้วยครับ

ohm small battery 600 01

ถึงแม้ว่ากาลเวลาจะผ่านมานานเท่าไรแต่เทคโนโลยีที่ใช้บนแบตเตอรี่นั้นก็ไม่ได้เปลี่ยนแปลงไปจากเดิมมากนักสักเท่าไรครับ(เอาเป็นว่าเทคโนโลยีของแบตเตอรี่ที่เราๆ ท่านๆ ใช้กันในปัจจุบันนั้นมีมาเป็นทศววรรษแล้วก็ว่าได้ครับ) Ohm แบตเตอรี่น้องใหม่ที่พึ่งเปิดตัวมาในช่วงฤดูร้อนของปี 2015 จะเข้ามาเปลี่ยนทุกสิ่งของแบตเตอรี่รถยนต์ที่คุณเคยรู้จักครับ เพราะมันจะเบาลงกว่าเดิม ฉลาดมากขึ้นกว่าเดิม แถมยังสามารถวางเปลี่ยนกับแบตเตอรี่เก่าที่มีใช้ในปัจจุบันได้ทันทีอีกด้วยครับ

โดยทั่วไปแล้วแบตเตอรี่ส่วนใหญ่ของรถยนต์นั้นจะมีน้ำหนักอยู่ที่ประมาณ 18 kg ครับ ซึ่งน้ำหนักที่มหาศาลของแบตเตอรี่ขนาดเล็ก(เมื่อเทียบกับตัวรถยนต์) นี้ก็มาจากแผ่นตะกั่วที่ถูกใช้ภายในตัวแบตเตอรี่มากซะเกินกว่าครึ่ง และอย่างที่เราๆ ท่านๆ รู้กันครับว่าตะกั๋วนั้นเป็นสารพิษชั้นดีครับ ทว่า Ohm นั้นจะมีน้ำหนักอยู่ที่ประมาณ 2.72 kg เท่านั้นเพราแทนที่จะใช้แผ่นตะกั่วแบบเดิมๆ แต่ Ohm ใช้ระบบใหม่ 2 ระบบที่เรียกว่า EDLC ที่เป็น supercapacitor ที่มีความสามารถมากพอที่จะสตาร์ทเครื่องยนต์ของรถคุณให้ติดได้ และแบตเตอรี่ขนาดเล็กๆ ที่มีชื่อเรียกว่า LiFePO4 ที่ไม่มีสารโลหะหนักที่เป็นพิษ โดยจะช่วยทำให้เครื่องยังคงติดเวลาที่ส่วนของ EDLC ทำงานเสร็จสิ้นครับ(หรือสตาร์ทเครื่องแล้วนั่นเอง)

ohm small battery 600 02

จริงๆ แล้วอุปกรณ์ภายในของ Ohm นั้นใช้พื้นที่ในการทำงานน้อยกว่าแบตเตอรี่ในปัจจุบันค่อนข้างมากครับ แต่เพื่อที่จะสามารถทำให้ Ohm สามารถใช้งานแทนที่แบตเตอรี่ในปัจจุบันได้ทันที ดังนั้นกรอบภายนอกของ Ohm จึงได้รับการออกแบบมาให้มีขนาดเท่ากับแบตเตอรี่รูปแบบเดิมที่มีใช้อยู่ในปัจจุบัน ทำให้การติดตั้ง Ohm ลงบนรถยนต์ปัจจุบันนั้นทำได้ง่ายและไม่ต้องการอุปกรณ์พิเศษใดๆ เพิ่มเติมเข้ามาในการติดตั้งครับ

และแทนที่ทางผู้พัฒนาจะทิ้งเนื้อที่ภายในไว้ไม่ให้เกิดประโยชน์ พวกเขากลับนำเอาพื้นที่เหล่านั้นมาใส่ความสามารถอัจฉริยะให้กับเจ้า Ohm แทนครับ ความสามารถอัจฉริยะที่ว่านี้จะอยู่ในรูปของวงจรที่คอยมอนิเตอร์ศักยภาพการส่งออกของ supercapacitor ที่ใช้ในการสตารท์เครื่องยนต์ โดยถ้าเข้า supercapacitor นี้เริ่มจะเสื่อมสภาพไม่สามารถที่จะสตาร์ทรถยนต์ให้คุณได้อีกต่อไป

Ohm ก็จะทำการปิดระบบที่ใช้ไฟฟ้าภายในรถยนต์ทุกอย่างไม่ว่าจะเป็นไฟหน้า, ไฟภายใน ระบบยกกระจกหรือแม้กระทั่งวิทยุ เพื่อที่จะทำการบูทตัวเองเพื่อให้สามารถที่จะสตาร์ทเครื่องยนต์ให้ติดได้อีกครั้ง ซึ่งนัั่นก็จะเป็นการส่งสัญญาณให้คุณรู้ว่า Ohm เริ่มหมดอายุการใช้งานและต้องการการเปลี่ยนแล้วนั่นเองครับ(เพียงแต่ว่าคุณยังสตาร์ทรถได้อยู่ และไม่ต้องไฟพึ่งการชาร์จไฟจากแบตเตอรี่ของรถยนต์คันอื่นมาช่วยครับ)

สำหรับอายุการใช้งานของ Ohm นั้นจะอยู่ที่ปีะมาณ 7 ปีครับ มากกว่าแบตเตอรี่แบบปัจจุบันถึง 2 เท่าตัว(ที่มีอายุการใช้งานอยู่ที่ 3 – 4 ปีแล้วแต่สภาพการใช้งาน) ทางบริษัทผู้พัฒนา Ohm ได้บอกเอาไว้ว่าเจ้า Ohm นั้นจะมีราคาอยู่ในช่วง $200 หรือประมาณ 6,800 บาท ซึ่งจะว่าไปแล้วเทียบกับประสิทธิภาพแล้วอายุการใช้งานก็ถือว่าเป็นราคาที่ไม่แพงมากเท่าไรนักเมื่อเทียบกันในระยะยาวครับ ส่วนเราจะได้เห็น Ohm เป็นๆ เมื่อไรนั้นบอกได้เพียงแต่ว่าคงต้องรอสักพักครับ เนื่องจากว่าตอนนี้ Ohm ยังอยู่ในขั้นตอนของการทดสอบเบื้องต้นภายในอยู่ครับ(ถ้าเสร็จเร็วเดือนหน้าอาจจะได้เห็นกันแล้วก็ได้ครับ)

ที่มา : thehcrunch




© Copyright - Notebookspec.com All Rights