Home » 0. TOP content

จัดเต็มเทคโนโลยีการ์ดจอ NVIDIA GeForce RTX Super Series ที่แรงลื่นล้ำ บน Gaming Notebook ระดับตัว Top

25 May 20 - By l

ทยอยมากันเรื่อยๆ แล้วสำหรับ Gaming Notebook ประสิทธิภาพทรงพลังพร้อมฟีเจอร์จัดเต็ม ซึ่งติดตั้งมาพร้อมกับการ์ดจอ (GPU) NVDIA GeForce RTX Super ที่เป็นซีรีส์นล่าสุด หลังจากที่ในส่วนของการ์ดจอ Desktop ได้เปิดตัวและขายกันไปซักแล้ว ซึ่งแม้ว่าสถาปัตยกรรมการ์ดจอยังคงเป็นตัวเดิม เพิ่มเติมคือความเร็วที่มากขึ้น พร้อมรองรับกับการ์ดจอ NVDIA GeForce RTX Super รุ่นใหม่ที่เปิดตัวมาพร้อม Gaming Notebook สเปกชิปประมวลผล Intel Core i Gen 10H (Comet Lake H) อาทิ Core i7-10750H และ Core i9-10980HK ที่แรงลื่นกว่ารุ่นก่อนๆ ไปอีกขั้น

เรียกได้ว่านอกจากจะมี NVDIA GeForce RTX Super รุ่นที่จัดเต็มเรื่องความแรง โดยมีพี่ใหญ่สุดคือการ์ดจอ NVIDIA GeForce RTX 2070 Super และ GeForce RTX 2080 Super ยังคงเป็นสถาปัตยกรรม Turing ที่ดีเยี่ยมเรื่องประสิทธิภาพอยู่ แต่มีการเพิ่ม CUDA Core เข้ามามากขึ้น เน้นไปที่ Gaming Notebook ที่ออกแบบมาให้มีประสิทธิภาพสำหรับการเล่นเกมระดับสูงโดยเฉพาะ เมื่อเทียบสเปกกับรุ่นก่อนก็มีความแรงที่มากกว่าพอตัว ส่วน NVDIA GeForce RTX 2060 SUPER ยังไม่มีกล่าวถึงในการเปิดตัวนี้ แต่คาดว่ามีตามมาภายหลังแน่นอน

อีกทั้งยังมีรุ่นที่เป็นเวอร์ชั่น Max-Q (ใช้พลังงานต่ำและปลดปล่อยความร้อนน้อยกว่าปกติ) ซึ่งในส่วนของการ์ดจอ NVDIA GeForce RTX 2080 Super Max-Q และ NVDIA GeForce RTX 2070 Super Max-Q จะเน้นไปที่ Gaming Noebook ที่เน้นความบางเบาของตัวเครื่องที่มากกว่ารุ่นปกติ แต่ยังได้ประสิทธิภาพลื่นไหลในการขับเคลื่อนไม่แพ้กัน พร้อมจับมือผู้ผลิตทุกค่ายไม่ว่าจะเป็น Acer / ASUS / MSI / HP / Lenovo / Dell และอื่นๆ ปล่อย Gaming Notebook ที่มาพร้อมการ์ดจอใหม่กว่า 100 รุ่น ที่ยืนยันแล้วตอนนี้ พร้อมเริ่มวางจำหน่ายในเดือนนี้ โดยในส่วนของ การ์ดจอ NVIDIA GeForce RTX 2060 จะมีราคาเริ่มต้นที่ 3x,xxx บาทเท่านั้น

สำหรับฟีเจอร์ที่น่าสนใจ ก็จะเป็น Dynamic Boost ซึ่งเป็นการปรับสมดุลพลังงานอัตโนมัติระหว่าง CPU และ GPU เทคโนโลยีนี้ปรับตัวเปิดใช้งานตลอดเวลา รวมไปถึงแรมการ์ดจอ DDR6 ที่กินพลังงานต่ำแต่ได้ความแรงที่สูงขึ้น นอกจากนี้การ์ดใหม่จะรองรับ Advanced Optimus ปรับแต่งการสลับการ์ดจอระหว่าาการ์ดจอแยก NVIDIA กับการ์ดจอออนชิปของชิปประมวลผล (CPU) ที่ดีและราบลื่นยิ่งขึ้น ปิดท้ายด้วยเทคโนโลยี Real-Time Ray Tracing เพิ่มความสมจริงให้กับกราฟิกภาพในเกม พร้อมอิ่มเอมไปกับการแสดงผลที่ถูกปรับปรุงให้ดียิ่งขึ้นไป ด้วย AI อัจฉริยะที่จะปรับเปลี่ยนให้ภาพและแสงมีความเนียนตา มาพร้อมประสิทธิภาพที่เหนือกว่ารุ่นก่อนนี้หลายเท่า

สำหรับ Gaming Notebook ระดับตัว Top ซึ่งมาพร้อมการ์ดจอ NVIDIA GeForce RTX Super Series ที่น่าสนใจในตอนนี้มีอยู่ 2 รุ่นด้วยกันก็คือ MSI GS75 Stealth ซึ่งเป็น Gaming Notebook ระดับสูงหน้าจอ 17.3″ และ Lenovo Legion 7i ที่เป็น Gaming Notebook หน้าจอ 15.6″ ฟีเจอร์จัดเต็มทีสุด ซึ่งทั้งคู่สเปกหลักๆ จะมาพร้อมการ์ดจอ NVIDIA GeForce RTX 2070 Super Max-Q หรือ RTX 2080 Super Max-Q จับคู่มากับชิปประมวลผลที่ทรงพลังที่สุดอย่าง Intel Core i9-10980HK ซึ่งรายละเอียดของ Gaming Notebook ทั้ง 2 รุ่นจะเป็นอย่างไร ไปชมกันต่อเลย

MSI GS75 Stealth

MSI GS75 Stealth ปี 2020 นี้เป็นการต่อยอดมาจาก Gaming Notebook รูปแบบ Thin & Light รุ่นก่อนๆ เสริมด้วย ประสิทธิภาพกับความสมจริงกว่าที่เคยมีมา พร้อมด้วยชิป Intel Core i Gen 10H ที่ให้ประสิทธิภาพความแรงสูงสุดกว่าที่เคยมีมาทั้งหมด ภายใต้ตัวเครื่องที่เบา 2.25 กิโลกรัม และบางเฉียบเพียง 18.95 มิลลิเมตร เรียกได้ว่าแรงเกินตัวจริงๆ โดยมีหน้าจอขนาดใหญ่ 17.3″ แต่กลับมีความเล็กลงจากมิติตัวเครื่องเล็กลงถึง 60% (ใกล้เคียงกับโน้ตบุ๊คหน้าจอ 15.6″ ได้เลย) การออกแบบให้ความรู้สึกที่ดุดันมีพลังด้วยวัสดุอลูมิเนียมตลอดทั้งตัวเครื่อง

MSI GS75 Stealth Thin ใช้สเปกชิปประมวลผลเป็น Intel รุ่นท็อปที่สุดแรงที่สุดอย่าง Core i9-10980HK (2.40 – 5.30 GHz) ทำงานแบบ 8 คอร์ 16 เธร์ด ประสิทธิภาพสูงสุดในฝั่งของ Gaming Notebook พร้อมการ์ดจอตัวบนอย่าง NVIDIA GeForce RTX 2070 Super Max-Q (8GB GDDR6) และ RTX 2080 Super Max-Q (8GB GDDR6)ที่เป็นรุ่นใหม่ในซีรีส์ Max-Q มีที่เก็บข้อมูลรองรับการติดตั้ง SSD แบบ M.2 NVMe จำนวน 2 สล็อต โดยตามสเปกได้ติดตั้งมาแล้วที่ 1 – 2TB ในส่วนของแรมเองมีมาให้ 32GB แบบ DDR4 แบบ Dual Channel แน่นอนทั้งตัวเครื่องนั้นแทบไม่ต้องอัพเกรดอะไร ลื่นไหลที่สุดอย่างไร้กังวล

นอกจากนี้มาพร้อมจอแสดงผลแบบด้าน 17.3″ ที่ความละเอียด Full HD พาเนลคุณภาพสูง IPS คุณภาพสูง ให้จอแสดงผลมีมุมมองกว้าง พร้อมเทคโนโลยี MSI True Color Technology ปรับโปรไฟล์สีให้ตรงกับการใช้งานได้ทุกรูปแบบ ที่สำคัญต่างจากรุ่นก่อนหน้าก็คือการรองรับ 300Hz ส่งผลให้เล่นเกมได้ลื่นไหลสุดๆ และตัวเครื่องยังมีลำโพงจากแบรนด์ Dynaudio พร้อมซอฟแวร์เสียง Nahimic เวอร์ชั่น 3 ขับเสียงได้ดียิ่งกว่า มาพร้อม Windows 10 แท้ใช้งานได้ทันที

  

Lenovo Legion 7i

Lenovo Legion 7i ถูกออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์ทุกความต้องการที่เกมเมอร์มองหาใน Gaming Notebook หน้าจอ 15.6″ ตัวเครื่องภายนอกผลิตด้วยโลหะเฉดสี Slate Grey ตัดด้วยเส้นแสงไฟ RGB สุดล้ำ ให้น้ำหนักเบาเพียง 2.2 กิโลกรัม แต่ภายในนั้นอัดแน่นไปด้วยพลังชิปประมวลผลสูงสุดอย่าง i9-10980HK พร้อมด้วยการ์ดจอที่ดีที่สุดอย่าง NVDIA GeForce RTX 2080 Super Max-Q (8GB GDDR6) อัดแรมได้มากสุดๆ ที่ 32GB DDR4 แบบ Dual Channel โดยติดตั้ง SSD M.2 NVMe ความจุ 1TB ที่ทำงานร่วมกัน Intel Optane 32GB ได้อีกด้วย

จุดเด่นคือได้หน้าจอความละเอียด Full HD พาเนล IPS เกรดสูง รองรับ Refresh Rate ที่ 144Hz ความสว่าง 500 nitts ความแม่นยำสี Adobe sRGB สูง 100% และ VESA DisplayHDR 400 เพื่อการแสดงรายละเอียดของภาพที่คมชัดยิ่งขึ้น พร้อมตัวเลือกรีเฟรชเรทสูงสุดถึง 240Hz ลดเวลาการตอบสนองให้เหลือน้อยกว่า 1ms ผ่าน OverDrivesupport อีกทั้งด้วยฟีเจอร์ G-SYNC ที่ทำงานร่วมกับการ์ดจอ NVIDIA ให้ภาพลื่นไหลไม่ฉีกขาด พร้อมเทคโนโลยี Dolby Vision และ Dolby Atmos Speaker System เพื่อประสบการณ์ความบันเทิงที่สมบูรณ์แบบ

โดดเด่นด้วยระบบระบายความร้อนเต็มไปด้วยนวัตกรรมขั้นสูง Lenovo Legion Coldfront 2.0ที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการจัดการอุณหภูมิ มาพร้อม Vapor Chamber และเซ็นเซอร์ตรวจจับความร้อน 6 ตัว และพัดลมแบบ liquid crystal polymer ช่วยเพิ่มการไหลเวียนอากาศและถ่ายเทความร้อนสี่จุดรอบตัวเครื่อง อีกทั้งระบบ Dual Burn ที่จัดการ การทำงานของ CPU  และGPU ให้ทำงานร่วมกันเพื่อประสิทธิภาพสูงสุด

อัพเกรดให้ทุกสัมผัสบนแป้นพิมพ์ตอบโจทย์การเล่นได้ดียิ่งกว่าเดิม ด้วย Lenovo Legion TrueStrikeKeyboard รองรับ anti-ghosting ตอบสนองรวดเร็วในระยะเวลาเพียงเสี้ยววินาที ให้สัมผัสของการลงปุ่มกดที่นุ่มนวลแต่หนักแน่นเสมือนใช้ปุ่มกดจากแป้นคีย์บอร์ดสำหรับเกมมิ่ง ดีไซน์ขอบโค้งรับกับนิ้วมือ ปรับแต่งเฉดสีได้มากถึง 16 ล้านเฉดด้วยระบบ Corsair iCUE คีย์บอร์ดของ Lenovo Legion ทุกรุ่นแข็งแรงทนทานผ่านการเคลือบเพื่อต้านทานการเสียดสีและการสึกกร่อนอีกด้วย

Lenovo Legion 7i มาพร้อมแบตเตอรี่ขนาด 80WHr สามารถให้พลังงานได้นานถึง 8 ชั่วโมง อะแดปเตอร์ขนาดเล็กลง เพิ่มความยืดหยุ่นในการพกพา และระบบ Rapid Charge Pro ช่วยชาร์จแบตเตอรี่ถึง 50% ได้ภายใน 30 นาที  สำหรับราคาของ Lenovo Legion 7i ราคาและรุ่นสเปกต่างๆ รวมไปถึงการวางจำหน่ายในประเทศไทยอย่างเป็นทางการ จะแจ้งให้ทราบภายหลังอีกที




© Copyright - Notebookspec.com All Rights