Home » 0. TOP content

จัดอันดับ Notebook รุ่นใหม่ ปี 2020 สเปกล่าสุด Intel / AMD / NVIDIA ราคาเริ่ม 18,000 บาท

2 Feb 20 - By l

ในปี 2020 นี้ เราจะได้เจอกับ Notebook รุ่นใหม่ๆ มากมาย ที่เป็นการนำเสนอจากแบรนด์คอมพิวเตอร์ชั้นนำ รวมไปถึงผู้ผลิตชิปประมวลผลและการ์ดจอ ที่ตั้งใจขายของใหม่สด ที่จัดเต็มด้วยเรื่องของประสิทธิภาพที่สูงยิ่งขึ้นไปอีก ส่วนฟีเจอร์และดีไซน์ก็ล้ำหน้า รวมไปถึงมีลูกเล่นที่ไม่เคยมีมาก่อน ส่งเสริมให้เรามีประสบการณ์ใช้งานที่ยอดเยี่ยมสมกับเป็น Notebook ปี 2020 ที่ต่อยอดมาจากปีก่อน 2019 นั่นเอง

สำหรับบทความนี้เราจะมาจัดอันดับ Notebook ปี 2020 ที่มีความน่าสนใจในแต่แบรนด์ที่ได้มีการเปิดตัวกันไปแล้ว ซึ่งจะพร้อมขายจริงเร็วๆ นี้ จากการที่ต้องรอทางผู้ผลิตฮาร์ดแวร์เปิดตัวของใหม่ด้วย ไม่ว่าจะเป็น ASUS TUF Gaming A15/A17 และ ASUS ROG Zephyrus G14 ที่ได้ชิปประมวลล่าสุดอย่าง AMD Ryzen 7 4800H/4800HS สถาปัตยกรรม 7 นาโนเมตร ที่แรงขึ้นแต่ร้อนน้อยลงอีก

ส่วน MSI จะเป็น MSI Bravo 15 ที่เป็น AMD Ryzen ตัวเดียวกันจับคู่มากับ Radeon RX5500M และ MSI GE66 Raider, MSI GS66 Stealth ที่ได้ชิปประมวลผลเป็น Intel Core i Gen 10 รหัส H การ์ดจอก็คาดว่าเป็น NVDIA GeForce RTX Super นอกจากนี้ยังมีในส่วนของ Acer Swift 3 รุ่นใหม่จอใหม่ที่เลือกใช้ AMD Ryzen 4000 Series รหัส U ปิดท้ายด้วย Lenovo Legion Y740S ที่เป็น Gaming Notebook ที่บางสุดในโลกกับแนวคิดใหม่ รายละเอียดจะเป็นอย่างไรบ้าง ไปชมกันเลย

ASUS TUF Gaming A15/A17 ราคา 2x,xxx บาท

ตลาด Gaming Notebook แตกกันไปแล้ว เมื่อปี 2019 จากการมาของ ASUS TUF Gaming FX505 Series มาในตอนนี้ทาง ASUS ก็ได้นำเสนอ ASUS TUF Gaming A15/A17 (FX506/FX706) อีกแล้ว โดยเป็นโน้ตบุ๊คเล่นเกมสายคุ้มค่ารุ่นใหม่ ใช้ชิปประมวลผล AMD Ryzen 4000 Series รหัส H รุ่นล่าสุด อย่าง Ryzen 7 4800H (หรือ Ryzen 5 4600H) โดยจับคู่มาการ์ดจอที่แรงสุดอย่าง NVIDIA GeForce RTX 2060 (เริ่มต้นด้วย GTX 1650) แน่นอนว่ามาแทนที่รุ่นเดิมอย่าง ASUS TUF Gaming FX505 รุ่นต่างๆ อาทิ DT, DU, DV พร้อมเตรียมลดราคาให้ถูกลงเก่าเดิมด้วย

สำหรับ ASUS TUF Gaming A15/A17 (FX506/FX706) เพิ่งเปิดตัวกันไปในงาน CES 2020 เมื่อต้นปีที่ผ่านมา  เรียกได้ว่าเป็น Gaming Notebook อีกหนึ่งรุ่นที่สดใหม่สุดๆ ทั้งจากสเปกชิปประมวลผล AMD Ryzen 4000 Series (เทคโนโลยีการผลิต 7 นาโนเมตร) และได้ดีไซน์ใหม่ล่าสุด ซึ่งกว่าเดิม สวยกว่าเดิม พร้อมคงฟีเจอร์เด็ดๆ ไว้เช่นเดิม ในส่วนของราคาคาดการณ์แล้วอยู่ที่ประมาณ 20,000 บาทต้นๆ จนไปถึง 30,000 บาทกลางๆ นั่นเอง

ASUS TUF Gaming A15 (FX506) ก็มีความน่าสนใจไม่แพ้รุ่นอื่นๆ อย่างในเรื่องของขอบหน้าจอบาง  นั่นก็ทำให้ตัวเครื่องมิติโดยรวมมีความเล็กกระทัดรัดลง แม้เป็น Gaming Notebook หน้าจอ 15.6″ แต่ก็มีความใกล้เคียงกับโน้ตบุ๊คขนาดหน้าจอ 14″ แบบสมัยก่อนๆ มาก ส่วนน้ำหนักก็อยู่ที่ 2.3 กิโลกรัม จัดได้ว่าเป็น Notebook ที่สเปกแรงมากๆ แต่น้ำหนักเบาๆ พกพาสะดวก

  

ASUS TUF Gaming A15 (FX506) ลดขนาดของตัวเครื่องแบบ 15.6″ ลงได้ถึง 7% เมื่อเทียบกับรุ่นก่อน และตัวเครื่องแบบ 17.3″ อย่าง ASUS TUF Gaming A17 ลงได้ถึง 8% (คาดว่าจะเข้าไทยภายหลัง) โดย ASUS TUF Gaming รุ่นใหม่ที่จะเลือกเป็นโมเดลมาจำหน่ายในไทยจะเป็น Fortress Gray โดดเด่นด้วยฝาโลหะพ่นทรายให้พื้นผิวสีเทาที่สวยงาม

โลโก้ TUF Gaming ที่เรียบหรูสลักด้วยเลเซอร์ทำให้ดูโดดเด่นยิ่งขึ้น แน่นอนว่าด้วยความที่เป็น TUF Gaming ก็จะได้รับการรับรองตามมาตรฐานทางการทหาร MIL-STD-810H โดยสามารถทนต่อแรงสั่นสะเทือน, อุณหภูมิและความชื้นสูง ส่งผลให้มีความทนทานกว่า Gaming Notebook ทั่วไป

  

โดยรวมการออกแบบดีไซน์ภายนอกและวัสดุของ ASUS TUF Gaming A15 (FX506) ที่เป็น Gaming Notebook สเปกชิปประมวลผล AMD Ryzen รุ่นใหม่ล่าสุดนั้น ทำได้ดีตามมาตรฐานของ ASUS TUF Gaming ที่ทุกคนไว้ใจและมั่นใจจริงๆ ตอบโจทย์ของคนที่ต้องการโน้ตบุ๊คประสิทธิภาพสูงในดีไซน์เรียบๆ แต่แอบแฝงความแรงและเรียบหรูเอาไว้ ที่ไม่ใช่แค่แรง แต่แข็งแรงทนทาน ระบบระบายความร้อนดี ขอบจอต้องบางเฉียบ ยกให้เป็น Gaming Notebook การ์ดจอ RTX ราคาคุ้มค่าที่สุดของช่วงต้นปี 2020 เลยก็ว่าได้ (ไว้ราคาราคาและสเปกจริงๆ เคาะอีกที)

สำหรับ ASUS TUF Gaming A17 (FX706) ซึ่งเป็นรุ่นหน้าจอ 17.3″ จะมีความคล้ายกับ ASUS TUF Gaming A15 (FX506) ในทุกๆ ดีไซน์การออกแบบ แต่จะแตกต่างเรื่องของมิติที่มีความใหญ่กว่าทุกๆ ด้าน รวมไปถึงมีน้ำหนักที่มากกว่าที่ 2.6 กิโลกรัม เหมาะสำหรับคนที่ต้องการ Gaming Notebook หน้าจอใหญ่ เน้นเล่นเกมหรือมองได้สะใจ โดยที่สามารถแบกรับน้ำหนักที่มากกว่าได้ ยังไงรอลุ้นกันอีกทีว่าทาง ASUS จะนำเข้าไทยเมื่อไร และราคาจะสูงกว่า ASUS TUF Gaming A15 (FX506) แค่ไหนกัน

ASUS ROG Zephyrus G14 ราคา 3x,xxx บาท

ASUS ROG Zephyrus G14 เป็น Gaming Notebook ปี 2020 หน้าจอ 14″ ที่แรงที่สุดในโลก สเปก AMD Ryzen 7 4800HS และ NVIDIA GeForce RTX 2060 ซึ่งเป็นชิปประมวลผลรุ่นใหม่สุดแรงสุด ทำงานแบบ 8 คอร์ 16 เธรด เทคโนโลยีการผลิต 7 นาโนเมตร พร้อมการ์ดจอประสิทธิภาพสูงยอดนิยมที่สุด คุ้มค่าสุดๆ จัดเต็มเลยการเล่นเกมหรือทำงาน มารวมตัวกันใน ASUS ROG Zephyrus G14 ที่เป็น Gaming Notebook ที่อยู่ในซีรีส์พรีเมียมของ ASUS ที่เน้นความพรีเมียม บางเบา แบตยาวนาน ทำงานก็ดีเล่นเกมก็ได้ โดยมีน้ำหนักเบาแค่ 1.6 กิโลกรัม เน้นพกพาสะดวกตัวเครื่องเล็กกระทัดรัดกว่า 15.6″ พอตัว

อีกทั้ง ASUS ROG Zephyrus G14 ยังโดดเด่นด้วยฟีเจอร์ Anume Martix ฝาหลังที่เป็นไฟ LED จำนวน 6536 ดวง ที่ปรับแต่งเปลี่ยนแปลงได้ผ่านทางซอฟตฺแวร์ วัสดุฝาหลังเป็นโลหะผ่านกระบวนการขึ้นรูปเจาะ CNC ที่เรียบเนียนสวยงาม ส่วนสเปกอื่นๆ ก็น่าสนใจไม่แพ้กัน โดยสามารถติดตั้งแรมได้สูงสุดที่ 32GB อีกทั้งได้ที่เก็บข้อมูลมาเป็นแบบ SSD M.2 NVMe ความจุ 512GB สำหรับราคาและสเปกยังไม่เคาะขายในไทย แน่นอนว่ามาพร้อมระบบปฏิบัติการ Windows 10 ใช้ได้ทันที และได้ประกันก็เป็น 2 ปีตามาตรฐาน ASUS ที่สามารถเคลมผ่านทางร้าน 7-11 ได้ และประกันอุบัติเหตุในปีแรกด้วย รายละเอียดส่วนนี้รอติดตามกันอีกที

สำหรับสเปก ASUS ROG Zephyrus G14 เป็นโน้ตบุ๊คเล่นเกมสายบางเบาแนวใหม่ ด้วยขนาดหน้าจอ 14″ ที่ปกติเราไม่ค่อยได้เห็นกัน ใช้ชิปประมวลผล AMD Ryzen 4000 Series รหัส H (Mobile) ​รุ่นล่าสุด อย่าง Ryzen 7 4800H (Up to 4.2 GHz ,8 core/16 thread ,TDP 45W ) ในเทคโนโลยีการผลิต 7 นาโนเมตร ที่ร้อนน้อยแรงและแรงขึ้น เช่นเดียวกับ AMD Ryzen 3000 Series (Dekstop) และที่สำคัญคือสามารถใส่แรมบัสสูงได้มากขึ้นถึง DDR4-3200MHz ทำให้ไม่ว่าจะเป็นการทำงานหนักๆ หรือเล่นเกม 3 มิติก็จะมีความลื่นไหลแน่นอนกว่ารุ่นก่อนๆ

ASUS ROG Zephyrus G14 เป็นซีรีส์ ROG ที่เน้นความบาง ที่ 17.9 – 19.9 มิลลิเมตร  มาพร้อมน้ำหนักเบาที่ 1.6 กิโลกรัม รวมไปถึงแบตเตอรี่ใช้งานได้ยาวนานกว่า Gaming Notebook ทั่วไปกับขนาดหน้าจอขอบบางที่ 6.9 มิลลิเมตร ขนาด 14″ ความละเอียด Full HD พาเนล IPS รองรับที่ 120Hz ดีไซน์โดยรวมเน้นความดุดัน แข็งแกร่งสไตล์ ROG ด้วยวัสดุฝาหลังเป็นโลหะให้ดีไซน์ที่ไม่เคยมีมาก่อนใน ROG ที่เน้นความเรียบง่ายสุดๆ ดูแล้วมีความสดใหม่ เรียกได้ว่าดูเป็น Gamer สายทำงานพกพายิ่งขึ้นไปอีกกว่าพวก TUF Gaming Series ที่เน้นคุ้มค่า

ตัวเครื่องของ ASUS ROG Zephyrus G14 มี 2 สีสันให้เลือกคือ สีขาวและดำ เลือกใช้วัสดุตัวเครื่องเป็นโลหะส่วนของชิ้นฝาหลัง โดยมุมซ้ายล่างจะเป็นแผ่นสีเงิน ROG ส่วนด้านในเป็นพลาสติกคุณภาพสูง มีความแข็งแรงทนทานประมาณนึง โดยยังคงไว้ซึ่งการออกแบบที่สวยงามทันสมัยพรีเมียม มีความทนทานระดับ Military Grade ต่อแรงกระแทก อุณหภูมิสูงต่ำ ความชื้น ความกดอากาศ และแสงแดด เรียกได้ว่าเป็น Gaming Notebook น้อยรุ่นนักที่มาพร้อมคุณสมบัติแบบนี้ ด้วยการออกแบบและวิศวกรรมที่เป็นสัญลักษณ์แห่งคุณภาพของ Zephyrus Series

การมาของ ASUS ROG Zephyrus G14 เชื่อได้เลยว่าตลาด Gaming Notebook สนุกสนานแน่นอน ไม่ใช่แต่เป็นรุ่นหน้าจอ 14″ ที่แรงที่สุดในโลกเท่านั้น  แต่จากการมาของสเปกชิปประมวลผลให้ล่าสุดจาก AMD อย่าง Ryzen 4000 Series ที่ดูแล้วจากรายละเอียดที่เปิดเผยออกมา มีความเหนือกว่า Intel อยู่พอสมควร (ว่ากันตามสเปกที่ทราบตอนนี้) รวมไปถึงฟีเจอร์อื่นๆ ก็จัดเต็มไม่แพ้กัน สนนราคาอยู่ที่ไม่เกิน 40,000 บาท

MSI Bravo 15 ราคา 2x,xxx บาท

จัดว่าเป็น Gaming Notebook ไฮไลท์ในงาน CES 2020 จากทาง MSI เลยก็ว่าได้ กับการมาของ MSI Bravo 15 ได้สเปกเป็นชิปประมวลผล AMD Ryzen 7 4800H ที่เป็นรุ่นใหม่ล่าสุด เน้นประสิทธิภาพจากทาง AMD ที่แรงขึ้นเป็นเท่าตัวพร้อมประหยัดแบตเตอรี่มากกว่าเดิม จากเทคโนโลยีการผลิตชิป CPU ที่ 7 นาโนเมตร

จับคู่มากับการ์ดจอ AMD Radeon RX5500M ซึ่งได้เทคโนโลยี 7 นาโนเมตรรุ่นแรกของโลก แน่นอนว่าสเปกนี้ทำให้เราเล่นเกมได้แรงลื่น โดยรุ่นที่เราได้จับตัวจริงยังได้ส่วนของแรมเป็นขนาด 16GB และ SSD M.2 NVMe ที่ 256GB พร้อมด้วย HDD 2TB อีกหนึ่งตัวด้วยกัน สนนราคาคาดว่าอยู่ที่ 2x,xxx บาท ตามแต่สเปกขายจริงอีกที

สำหรับ MSI Bravo 15 ถือว่าเป็น Gaming Notebook รุ่นถัดมาจาก MSI Alpha 15 ที่เป็น AMD Notebook ที่ใช้ทั้งชิปประมวลผล Ryzen 7 3750H และการ์ดจอเป็น AMD Radeon RX5500M โดยในความพรีเมียม แตกต่างจาก MSI Bravo 15 จะให้ความคุ้มค่าที่มากกว่า เพราะถูกจัดว่าให้เป็นรุ่นที่รองกว่า MSI Alpha 15 นั่นเอง (แต่ได้สเปกใหม่กว่านะ) โดยเป็นโน้ตบุ๊คหน้าจอขนาด 15.6″ Full HD พาเนล IPS มี Refesh Rate ที่ 144Hz แน่นอนว่ารองรับ FreeSync ให้ภาพไม่ฉีกขาด โดดเด่นด้วยน้ำหนักเพียง 1.86 กิโลกรัม ขอบจอบางเฉียบ มิติตัวเครื่องเล็กกระทัดรัด

รายละเอียดของชิปประมวลผล AMD Ryzen 7 4800H เป็น CPU ที่ทำงานแบบ 8 คอร์ 16 เธรด มีความเร็วอยู่ที่ 2.9 – 4.2GHz โดดเด่นด้วยเทคโนโลยีการผลิตที่ 7 นาโนเมตร เช่นเดียวกับการ์ดจอ Radeon RX5500M ส่งผลให้ได้ประสิทธิภาพการทำงานที่ดียิ่ง พร้อมด้วยความร้อนที่น้อยลงไปอีก และประหยัดแบตเตอรี่มากกว่าเดิมด้วย เรียกได้ว่ามีความน่าสนใจจริงๆ สำหรับการมาของ AMD Ryzen รุ่นใหม่ตระกูล 4000 H Series ซึ่งได้เห็นตัวจริงๆ ครั้งแรกบน  MSI Bravo 15 นั่นเอง

หน้าตาการออกแบบเอง MSI Bravo 15 ต้องบอกว่ามีลักษณะรูปทรงใกล้เคียงกับ MSI GF63 / GF65 ทั้งในส่วนของดีไซน์ภายนอกภายใน ซึ่งก็ต้องยอมรับว่าทำได้แตกต่างชัดเจนคือส่วนของโลโก้ฝาหลังด้วยนกธันเดอร์เบิร์ดสยายปีกสีเงินมันวาว สวยดุดันตามสไตล์ของ Gaming Notebook ที่บรรดาเกมเมอร์ชื่นชอบกัน โดย MSI Bravo 15 ใช้เป็นโทนสีดำตลอดทั้งตัวเครื่องตัดกับสีแดงเช่นเดิม ซึ่งต้องยอมรับว่าโดยรวมนั้นดีอยู่แล้ว มีน้ำหนักที่คาว่าใกล้เคียงกับ MSI GF63 / GF65 ที่เบาเพียง 1.86 กิโลกรัม

MSI GE66 Raider ราคา 6x,xxx บาท

ที่สุดของ Gaming Notebook รุ่นล่าสุดจากทาง MSI อย่าง MSI GE66 Raider ที่เปิดตัวครั้งแรกในงาน CES 2020 จัดว่าเป็น Gaming Notebook สุดล้ำ ออกแบบมาสำหรับยุคอนาคต โดยเป็นการผสมผสานการออกแบบระหว่างคอนเซปต์ sci-fi รูปทรงภายนอกนั้นมีการนำความเป็น sci-fi ในโลกอนาคตมาปรากฏอยู่บนรูปทรงของตัวเครื่อง สื่อถึงเรื่องของประสิทธิภาพและความรวดเร็วในการใช้งานที่เหนือกว่าใคร สเปกภายในเป็น Intel + NVIDIA รุ่นใหม่สุด ที่ยังไม่สามารถเปิดเผยไม่ได้

วัสดุหลักรวมถึงส่วนของฝาพับทำมาจากอลูมิเนียมคุณภาพสูง หุ้มด้วยไทเทเนียมสีเงินที่ส่องประกายฉายให้เห็นโทนสีที่ดูโดดเด่นเป็นเอกลักษณ์ และในส่วนหลักของแสงที่ส่องสว่างออกมาจากบริเวณด้านหน้าของที่วางมือ ก็คือฟังก์ชั่น Mystic Light แสดงแสงไฟแบบ Panoramic Aurora กว่า 16.7 ล้านเฉดสี วัสดุเป็นอะคริลิคที่ทั้งใสและสวยงาม ประกอบกับไฟ Per-Key RGB Gaming Keyboard ที่ร่วมพัฒนากับแบรนด์ SteelSeries ช่วยให้ได้บรรยากาศที่เหมาะสมในการเล่นอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน

MSI GE66 Raider เป็รุ่นต่อยอดมาจาก MSI GE65 Raider เมื่อปีก่อน แต่ได้แรงบรรดาใจเต็มๆ จากรุ่นพี่อย่าง MSI GT76 Titan โดยถูกออกแบบโดดเน้นความเป็นเกมมิ่งด้วย Design ที่ดุดัน โฉบเฉี่ยว เน้นโทนสีเทาสว่างตลอดทั้งตัวเครื่อง แตกต่างจากตาม Gaming Notebook ทั่วไปของ MSI ดูแล้วคล้ายคลึงกับรถยนต์สปอร์ตหรูหรา โดยจะเน้นความสวยงามทั้งด้านการออกแบบ และวัสดุ เริ่มจากบานฝาพับถูกออกแบบโดยใช้วัสดุ Aluminum เรียบเน้นความโดดเด่นให้เห็นพื้นผิวของอลูมิเนียม

ซึ่งจะให้ความหรูหราน่าสัมผัส พร้อมความเรียบเนียนของพื้นผิวฝาหลัง ประกอบกับสัญลักษณ์ของตัวเครื่องที่โดยปกติแล้วนั้นรถยนต์สปอร์ตสุดหรูจะมีการแสดงตราสัญลักษณ์ตัวเครื่องที่กระโปรงฝาหน้ารถ ซึ่งในทำนองเดียวกันเองนั้นทาง MSI เองก็มีการแสดงในส่วนนี้เช่นเดียวกันทำให้ทั้งหมดนั้น MSI GE66 Raider สื่อถึงความหรูหรามีระดับพร้อมทั้งยังมากับประสิทธิภาพที่เราต้องประทับใจมากๆ สมกับเป็น Gaming Notebook ระดับสูงของปี 2020 นี้จริงๆ

MSI GE66 Raider เป็น Gaming Notebook หน้าจอขนาด 15.6″ ที่เน้นความเป็นที่สุดในเกือบทุกด้าน โดยเป็นรองเพียง GT Series เท่านั้น ที่ได้สเปกใหม่ล่าสุดที่ยังเปิดเผยไม่ได้ ซึ่งจะเป็นชิปประมวลผล Intel Core i Gen 10 รหัส H พร้อมด้วยการ์ดจอ NVIDIA GeFroce ที่ใหม่กว่า RTX 20 Series ด้วยความสมบูรณ์แบบในความเป็นโน้ตบุ๊คเพื่อการเล่นเกมจากประสิทธิภาพในการเล่นเกมที่ทำได้ดี ให้ความร้อนที่น้อยลงแต่ความแรงเพิ่มขึ้น พร้อมให้หน้าจอ Refresh Rate ที่ 300Hz เป็นพาเนล IPS คุณภาพสูง สำหรับราคาคาดว่าอยู่ที่ 6x,xxx บาท พร้อมเปิดตัวสเปกขายจริงช่วงกลางปี 2020 นี้

MSI GS66 Stealth ราคา 5x,xxx บาท

สำหรับ MSI GS66 Stealth มีรายละเอียดต่างจาก MSI GS65 รุ่นก่อนมากมาย ทั้งสเปกและดีไซน์ โดยเปิดตัวครั้งแรกที่งาน CES 2020 ซึ่งเราได้มีโอกาสพรีวิวตัวจริงกัน โดยเป็น Gaming Notebook ขนาดหน้าจอ 15.6″ ที่เน้นความบางเบาหรูหรา ด้วยสีสันตัวเครื่องที่ดำด้านสนิทตลอดทุกส่วน โดดเด่นด้วยโลโก้ MSI ฝาหลังเป็นแบบการยิงเลเซอร์ฝังลงไป ให้ความพรีเมียมเรียบเนียนอย่างที่สุด

MSI GS66 Stealth ยังเป็น Gaming Notebook มาตรฐานใหม่ที่มีความเบาบางมีขอบจอบางพิเศษ ที่ได้ความแรงไม่แพง Gaming Notebook เครื่องหนักๆ หนาๆ แบบแต่ก่อน โดดเด่นในเรื่องของการดีไซน์ที่เพกพาได้สะดวก ที่รักษาความเป็นเกมเมอร์ได้อย่างสมบูรณ์แบบ ด้วยน้ำหนักเพียง 1.99 กิโลกรัม บางที่ 19.81 มิลลิเมตร ทำให้ถือมือเดียวได้ หรือหยิบใส่กระเป๋าแบบสบายๆ การออกแบบให้ความรู้สึกที่ดุดันมีพลังด้วยวัสดุอลูมิเนียมตลอดทั้งตัวเครื่อง

สเปกยังไม่เปิดเผยอย่างเป็นทางการ แต่คาดว่าใช้ชิปประมวลผล Intel Core i Gen 10 รหัส H ส่วนการ์ดจอก็เป็น NVIDIA GeForce RTX Super รุ่นใหม่ๆ ที่จะมีการเปิดตัวเร็วๆ นี้เช่นกัน แน่นอนว่าส่วนของแรมและ SSD ต้องจัดเต็มแน่นอน มาพร้อมการเชื่อมต่อที่ครบครันด้วย Wi-Fi 6 AX และ Thunderbolt 3 ซึ่งเป็นเทคโนโลยีที่ดีที่สุดในขณะนี้ ที่สำคัญคือได้หน้าจอเป็นพาเนล IPS เกรดสูง ความละเอียด Full HD ที่รองรับ Refresh Rate ที่สูงถึง 300Hz ทีเดียว เรียกได้ว่าส่วนสเปกฮาร์ดแวร์จัดเต็มแบบสุดๆ ไปเลย

MSI GS66 Stealth ใช้เทคโนโลยีการระบายความร้อน MSI Cooler Boost Trinity+ ขจัดความร้อนได้ดีกว่าเดิม เพิ่มเติมด้วยการระบายอากาศที่ดีขึ้นถึง 10% เน้นความบางด้วยการนำใบพัดขนาด 0.1 มม. มาใส่ไว้ ทำให้ได้อุณหภูมิที่ดีที่สุดในขณะเล่นเกม ด้วยพัดลม 3 ตัวที่แตกต่างกัน เป่าไล่ลมร้อนผ่านชุดระบายที่แยกการระบายความร้อนระหว่างชิปประมวลผลและการ์ดจอ หายห่วงได้เลยในเรื่องของอุณหภูมิ และความทนทานในการใช้งานฮาร์ดแวร์ในระยาวไม่ว่าจะเล่นเกมหนักแค่ไหนก็ไม่ได้ก่อให้เกิดความร้อนสะสม

ปิดท้ายด้วย MSI GS66 Stealth  ยังมีแบตเตอรี่ ที่มาพร้อมความจุสูงสุด 99.9Whr ระดับเดียวกับที่อนุญาตให้พกขึ้นเครื่องบินโดยสาร รองรับการทำงานของแบตเตอรี่ที่ยาวนานกว่า 8 ชั่วโมง + รวมไปถึงรองรับการชาร์จไฟผ่านทาง USB PD ได้อีกด้วย เรียกได้ยกมาตรฐานใหม่สำหรับ Gaming Notebook สายบางเบาประจำปี 2020 นี้จริงๆ คาดว่าจะเข้าไทยจริงๆ ประมาณกลางปี 2020 นี้ (หรือเร็วกว่านั้น) เพราะต้องรอเปิดตัวชิปประมวลผล Intel Core i Gen 10 รหัส H และการ์ดจอ NVIDIA GeForce RTX 20 Series Super / RTX 30 Series เสียก่อน สนนราคา MSI GS66 Stealth คาดการณ์อยู่ที่ 5x,xxx บาทขึ้นไป

 Acer Swift 3 ราคา 18,000 บาท

ในงาน CES 2020 ก็มีการนำเสนอ Acer Swift 3 รุ่นใหม่ จอ 13.5″ ที่ได้สัดส่วนเป็น 3:2 พร้อมความละเอียด 2256 x 1504 พิกเซล พาเนล IPS ที่ดีกว่าเดิม (รุ่นก่อนเป็น 14″ 1920 x 1080 พิกเซล) ซึ่งอย่างที่รู้กัน Acer ได้พัฒนาในส่วนของโน้ตบุ๊คที่เน้นการพกพามาโดยตลอด แบตเตอรี่ใช้งานได้ยาวนานสุด 16 ชั่วโมง พร้อมยังสามารถชาร์จได้รวดเร็วเพียง 30 นาที ก็สามารถใช้งานได้ถึง 4 ชั่วโมง

อีกทั้งได้สเปกเป็น Intel Core i Gen 10 และเพิ่มสเปก AMD Ryzen 4000 เข้ามา ส่งผลให้เป็นโน้ตบุ๊คบางเบารุ่นใหม่ที่คุ้มค่าที่น่าจับตามองที่สุด ด้วยราคาเริ่มต้นที่ $599 หรือประมาณ 18,000 บาท สำหรับสเปก AMD หรือถ้าเป็นสเปก Intel จะมีราคาเริ่มต้นที่ $699 หรือประมาณ 21,000 บาท แต่ได้สเปกครบครันครบเครื่อง พร้อมมีพอร์ตเทพ Thunderbolt 3 ด้วย (สำหรับสเปก Intel)

Acer Swift 3 ปี 2020 ได้สเปกชิปประมวลผล Intel  Core i Gen 10 สถาปัตยกรรม Ice Lake เทคโนโลยีการผลิตที่ 10 นาโนเมตร ทั้ง Core i3-1005G1 / Core i5-1035G1 / Core i7-1065G7  ที่แรงกว่าเดิม จับคู่มากับการ์ดจอ NVIDIA GeForce MX250 หรือ AMD Ryzen 7 4700U ที่สถาปัตยกรรม 7 นาโนเมตร พร้อมการ์ดจอออนชิป Radeon Vega 7 พร้อมจัดเต็มเรื่องความคุ้มค่า การพกพา

สเปก Acer Swift 3 ปี 2020 รุ่น Intel Core i Gen 10 จะได้การ์ดจอแยก NVIDIA GeForce MX250 ที่แรงระดับเทียบเคียง GTX 950M ทำให้พอเล่นเกมออนไลน์ได้สบายๆ แต่ให้ความร้อนที่น้อย แรมให้มาขนาด 8GB LPDDR4X (รองรับสูงสุด 16GB )เพียงพอต่อการใช้งานทันที ส่วน SSD M.2 NVMe มีมาให้ขนาด 512GB มาพร้อมความเร็วสูงและพื้นที่ใส่ไฟล์ใหญ่ๆ ได้สบายๆ ส่วนสเปก AMD Ryzen 4000 เท่าที่ทราบตอนนี้จะมีเพียง AMD Ryzen 7 4700U ทำงานแบบ 8 คอร์ 8 เธรด ที่ความเร็ว 2.1 – 4.0GHz ส่วนสเปกอื่นๆ น่าจะใหล้เคียงกัน

ส่วนเรื่องของพอร์ตเชื่อมต่อนั้นก็ยังมีพอร์ตมาตรฐานซึ่งมาให้ค่อนข้างครบ Thunderbolt 3 รองรับการใช้งานหลากหลายทั้ง USB 3.1 Type-C + DisplayPort + Power Delivery (ส่วนสเปก AMD เป็น USB 3.1 Type-C), USB 3.1 Type-A, USB 2.0 Type-A, HDMI สำหรับเชื่อมต่อจอภายนอก ที่สำคัญยังมาพร้อม Dual-Band Intel Wi-Fi 6 AX ที่แรงขึ้น 3 เท่า และการเชื่อมต่อไร้สาย Bluetooth 5.0 ใหม่ล่าสุด

ซึ่งสเปก Intel จะมีน้ำหนักเพียง 1.19 ก.ก. และบางเพียง 15.95 ม.ม. เท่านั้น ส่วนสเปก AMD จะมีน้ำหนักที่ 1.19 ก.ก. เหมือนกัน โดยมีความบางมากกว่าที่ 16.6 ม.ม. ได้ดีไซน์ขอบจอบางเฉียบ และสิทธิภาพที่ดีเยี่ยมกว่าเดิม เหมาะกับนักเรียน นักศึกษา คนทำงาน ที่ต้องการโน้ตบุ๊คคุ้มค่า หรูหรา บางเบา จบครบในเครื่องเดียว แน่นอนว่าในการที่จอเป็นเป็นสัดส่วน 3:2 ที่ความละเอียด 2256 x 1504 พิกเซล ทำให้ได้ประสบการณ์การใช้งานที่ดีขึ้นกว่ารุ่นก่อนๆ เพราะได้พื้นที่เพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน พร้อมความเรียบเนียนตาด้วย

รียกได้ว่าตัวเครื่องและดีไซน์การออกแบบของ Acer Swift 3 ปี 2020 นั้น เป็นการต่อยอดจากรุ่นเดิมที่ดูลงตัว เพราะดูแล้ว Acer ทำการบ้านมาเป็นอย่างดีกับโน้ตบุ๊คบางเบาราคาคุ้มค่า ที่ราคาไม่แพง โดยเริ่มต้นเพียงสองหมื่นบาทต้นๆ เท่านั้น ที่ให้ภาพลักษณ์โดยรวมนั้นทำได้เป็นอย่างดีน่าประทับใจ ที่สำคัญคือเมื่อเทียบกับรุ่นก่อนๆ จัดได้ว่ามีราคาที่ถูกลงกว่าเดิมมากๆ อีกทั้งยังได้ความบางเบาและมีพอร์ต Thunderbolt 3 ด้วย อย่างที่โน้ตบุ๊ครุ่นอื่นๆ Intel Core i Gen 10 ที่แบรนด์อื่นๆ ไม่ให้มา ส่วนถ้าสเปกเป็น AMD Ryzen 4000 จะได้เป็น USB 3.1 Type-C

Lenovo Legion Y740S ราคา 30,000 บาท

ล่าสุด ทาง Lenovo ได้นำเสนอ Lenovo Legion Y740S โดยเป็น Gaming Notebook ที่บางที่สุดในโลกตอนนี้ กับความบางเพียง 14.9 มิลลิเมตรเท่านั้น ซึ่งเป็นโน้ตบุ๊คประสิทธิภาพสูงขนาดหน้าจอ 15.6″ รุ่นใหม่ล่าสุด ใช้งานแบตเตอรี่ได้ยาวนานประมาณ 8 ชั่วโมง ในส่วนของสเปกจะมีการอัพเดทอีกครั้งซึ่งคาดว่าน่าจะมาพร้อมชิปประมวลผล Intel Core i Gen 10 รหัส H (ที่กำลังจะเปิดตัว) หลักๆ ใช้การ์ดจอเป็นออนชิปกรณีใช้งานทั่วไป แต่ที่แน่นอนเลยก็คือได้พอร์ต Thunderbolt 3 มา 2 พอร์ต รองรับการเชื่อมต่อ eGPU เพื่อการเล่นเกม 3 มิติหนักๆ อีกที

สำหรับ Gaming Notebook ของทาง Lenovo ซีรีส์ Legion ได้ถูกพัฒนาต่อยอดมาโดยตลอด แน่นอนว่าได้รับการตอบรับที่ดีจากแฟนๆ เช่นเดียวกัน ด้วยรูปลักษณ์ที่ดูสวยงามแตกต่างจากแบรนด์อื่นๆ ชัดเจน เน้นความเรียบง่ายใช้งานได้จริง ให้อารมณ์โน้ตบุ๊คที่ใช้งานระดับมืออาชีพ พร้อมประสิทธิภาพการเล่นเกมหรือทำงานหนักๆ ได้แบบสบายๆ และในงาน CES 2020 ก็ได้เปิดตัว Lenovo Legion Y740S ที่จัดว่าเป็น Gaming Notebook ที่เบาที่สุด มีมิติตัวเครื่องเพียง 356 x 251.8 x 14.9 มิลลิเมตร เน้นพกพาบางเบา คาดการณ์น้ำหนักตัวเครื่องน่าจะอยู่ที่ไม่เกิน 2 กิโลกรัม

ดีไซน์ของตัวเครื่องเน้นความเรียบง่ายแต่ดุดันตามสไตล์ของ Legion ที่มีลักษณะชัดเจนไม่ซ้ำใคร ได้สีสัน Iron Gray ที่ Lenovo ใช้ในหลายๆ รุ่นของตนเอง ให้ความรู้สึกที่แข็งแรงบึกบึน วัสดุเป็นอลูมิเนียมให้ความหรูหราพร้อมกับป้องกันรอยนิ้วมือไปในตัว สำหรับสเปกอื่นๆ อย่างหน้าจอได้มีใหเเลือกสูงสุดเป็นพาเนล IPS ความละเอียด 4K Ultra HD ที่ให้ความสว่างถึง 500 nits พร้อมได้มาตรฐานขอบเขตสี 100% sRGB ชิปประมวลผลเป็น Intel Core i Gen 10 รหัส H รุ่นสูงสุดเป็น Core i9 ส่วนของแรมขนาด 32GB และ SSD M.2 NVMe ความจุสูงสุดที่ 1TB สำหรับการ์ดจอที่ใช้งานในการเล่นเกมจำเป็นต้องต่อการ์จอแบบกล่องแยก eGPU เท่านั้น

สนนราคาของ Lenovo Legion Y740S อยู่ที่ 1099.99 เหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 30,000 บาท ตามแต่สเปกและฟีเจอร์แบบละเอียด พร้อมจำหน่ายอย่างเป็นทางการช่วงเดือนพฤษภาคมปี 2020 นี้ แฟนๆ ของ  Lenovo ซีรีส์ Legion รอซื้อกันได้เลย



© Copyright - Notebookspec.com All Rights