Home » lenovo review

บทความแปล – Lenovo Z5170 Review [โน้ตบุ๊คสุดคุ้ม ชิปกราฟิก AMD รุ่นล่าสุด]

10 Oct 15 - By l

Lenovo Z5170 สเปกที่ขายในไทย ราคา 24,990 บาท 

สำหรับโน๊ตบุ๊กในกลุ่มของ Z series จากทาง Lenovo จะเป็นโน๊ตบุ๊กที่เติมความต้องการของผู้ใช้ในด้านธุรกิจและความบันเทิงได้ควบคู่กันไป ด้วยทั้งขุมพลังการประมวลผลและการออกแบบังก์ชั่นต่างๆ ให้สอดคล้องกับการใช้งานในชีวิตประจำวันของผู้ใช้ ภายใต้รูปลักษณ์ที่ดูเรียบง่าย ให้ความรู้สึกที่บาง และน้ำหนักไม่มากเกินไป เช่นเดียวกับ Lenovo Z5170 ที่เป็น Z series รุ่นใหม่นี้ ที่มาพร้อมกับการปรับปรุงในด้านมัลติมีเดียและกราฟฟิกการ์ดในระดับกลางจากทาง AMD พร้อมกับหน้าจอและระบบเสียงที่ตอบสนองการใช้งานด้านความบันเทิงได้ดี รวมถึงคีย์บอร์ดที่แข็งแกร่ง ออกแบบมาเพื่องานในสำนักงานได้อย่างคุ้มค่า

Lenovo-z51-70 (1)

โดยที่ Lenovo Z5170 มาในรูปแบบของโน๊ตบุ๊กมัลติมีเดีย ที่มีหน้าจอขนาด 15.6″ มีหน่วยประมวลผล Intel Core i5-5200U และแรม 8GB รวมถึง SSD 256GB มาบนบอร์ด แม้จะเป็นพื้นที่ที่ค่อนข้างจำกัดก็ตาม แต่มันก็ทำให้ได้ความเร็วและการเคลื่อนไหวได้ราบลื่นยิ่งขึ้นสำหรับการเปิดโปรแกรมหรือเกมก็ตาม ที่น่าสนใจก็คือ การใช้ชิปกราฟฟิกที่พัฒนาล่าสุด AMD Radeon R9 M375 ซึ่งเป็นกราฟฟิกในระดับกลาง ที่มาพร้อมกับหน่วยความจำ 2GB แยกต่างหาก ที่สามารถเรนเดอร์เกมในเวอรั่นล่าสุดได้ลื่นบนความละเอียดระดับกลาง

Lenovo-z51-70 (2)

สำหรับ Lenovo Z51 series มีแยกย่อยออกเป็น 8 รุ่นด้วยกัน โดยมีตั้งแต่ราคา 647 – 1125USD หรือประมาณ 23,000 – 40,000 บาท โดยที่ Lenovo ออกแบบบอดี้ได้น่าสนใจยิ่งขึ้น ด้วยการใช้กรอบหน้าจอแบบอลูมิเนียมที่มีพื้นผิวลายขัด ทำให้ลดการเกิดรอยนิ้วมือได้ดีขึ้น พร้อมฝาปิดที่มีความบาง ตัวฐานสามารถบิดตัวได้เล็กน้อย แม้โครงสร้างจะเป็นโลหะก็ตามและแบตเตอรี่ที่ถอดเปลี่ยนได้ตามรูปแบบพื้นฐานของ Z50 series นั่นเอง

Lenovo-z51-70 (16)

การเชื่อมต่อ
Lenovo เลือกวางพอร์ตเชื่อมต่ออุปกรณ์ให้ไม่ใช้งานยากจนเกินไป โดยมีการกระจายพอร์ตออกไปได้อย่างเหมาะสม โดยด้านซ้ายของเครื่องจะเป็นส่วนหลักในการติดตั้งพอร์ต ที่มีทั้ง USB 3.0, LAN เพื่อความสะดวกในการใช้อุปกรณ์จัดเก็บข้อมูลและอื่นๆ และพอร์ตแสดงผลที่มี D-Sub และ HDMI ซึ่งจะใกล้เคียงกับบริเวณที่ระบายความร้อน อีกด้วยหนึ่งที่เป็นไดรฟ์ DVD จะมีพอร์ต USB 2.0 ที่อาจจะดูช้าในการถ่ายโอนข้อมูล แต่ก็รองรับกับเมาส์และคีย์บอร์ดแยกได้ดีและมี Media Card Reader ไว้ให้ด้วย จัดวางให้มีพื้นที่ไม่ต้องเบียดกัน เวลาที่ใช้งาน

Lenovo-z51-70 (4)

การเชื่อมต่อไร้สาย
Lenovo เลือกใช้ชิป Wireless ในแบบ Dual-band ในรุ่น Wireless-AC 3160 ที่รองรับการใช้งานของ WiFi และ Bluetooth เอาไว้ด้วย ซึ่งมีคุณสมบัติในการรับ-ส่งสัญญาณที่แข็งแกร่ง โดยมีระยะและ Data rate ที่มีคุณภาพ แม้จะเลื่อนระยะออกมาจากเราเตอร์มากขึ้นแล้วก็ตาม

Lenovo-z51-70 (17)

 

ทัชแพด
ทัชแพดมีขนาดกลางและเป็นพื้นผิวหยาบ ไม่สะท้อนแสง ไม่สะดุดกับขอบด้านนอก มีอัตราการตอบสนองที่ดี รองรับการวางนิ้วแลการเลื่อน รวมถึงการ Drag & Drop ได้อย่างสมบูรณ์ สามารถใช้งานแบบ 3 นิ้วพร้อมกัน เมื่อติดตั้งไดรเวอร์ Elan เข้าไป ทำให้การการเลือกและ Crop ก็ทำได้ลื่น สะดวกมากยิ่งขึ้นทีเดียว

Lenovo-z51-70 (8)

Lenovo-z51-70 (10)  Lenovo-z51-70 (9)

แป้นพิมพ์คีย์บอร์ด
แป้นพิมพ์จัดวางได้ดี ช่องว่างระหว่างตัวปุ่มกำลังเหมาะ ช่วยให้การพิมพ์สบายมากยิ่งขึ้น มีเพียงตัวปุ่มที่อาจจะไม่แน่นมากนัก แต่ก็ไม่ส่งผลกระทบต่อการพิมพ์จนรู้สึกได้ แต่สิ่งสำคัญคือ การจังหวะการกดที่ไม่เสียไป ซึ่งอาจไม่นุ่มนวลนัก ให้การสะท้อนกลับมาที่นิ้วรวดเร็ว นอกจากนี้ส่วนของ Numpad มีขนาดที่เล็กลงบ้าง หากเทียบกับแป้นพิมพ์ในรูปแบบเดิม แต่ก็ยังใช้งานได้ดี ดูจะเป็นคีย์บอร์ดที่ใช้ในชีวิตประจำวันอย่างสบายๆ ได้อีกด้วย

Lenovo-z51-70 (20)

จอแสดงผล
Lenovo Z5170 มาพร้อมจอแสดงผลความละเอียด Full-HD (141 ppi) ในแบบจอด้าน บนพื้นฐานจองจอ TN Technology ให้ความคมชัดได้ดีพอสมควร ผลของค่า Brigtness ที่ความแตกต่างของพื้นสีดำอยู่ที่ 509:1 อยู่ในระดับปานกลาง ข้อจำกัดอยู่ที่มุมมองบนความสว่างระดับ 85% ทำให้ไม่ได้ความคมชัดในมุมมองเหมือนกับพาแนล IPS แต่ก็ให้ภาพในโทนของสีเย็นที่แจ่มชัด ไม่ทำให้เสียบรรยากาศในการใช้งานมากเกินไป นอกจากนี้การปรับและตั้งค่าโพรไฟล์บ้าง ก็ทำให้การใช้งานในรูปแบบต่างๆ ได้ย่างเหมาะสม

Lenovo-z51-70 (19)

และจากภาพที่แสดงในข้างต้นจะเห็นได้ว่า แม้จอจะมีการเคลือบเป็นแบบด้านมา ก็ไม่ได้มีผลมากกับการหันหน้าจอไปยังแหล่งกำเนิดแสงมากๆ แต่ในกรณีที่ต้องใช้งานในลักษณะดังกล่าว Lenovo ก็ยังออกแบบมาให้มีความสว่างสดใสมากยิ่งขึ้น แต่ก็คงไม่อาจสู้ความสว่างที่ได้จากจอแบบ Glare-type panel หน้าจอในบบ IPS น่าจะเป็นสิ่งที่หลายคนลุ้นให้ติดมากับ Z51-70 นี้ด้วย เพื่อให้ได้การมองภาพที่ดีกว่านี้ แต่ด้วยข้อจำกัดบางประการ การนำจอภาพ TN screen ที่ยังคงให้แสงและความคมชัดได้ดีระดับนึ่ง แม้มุมมองจะไม่สูงมาก และเรื่องการแสดงสีที่ไม่เพี้ยนเกินไป อีกทั้งให้ความคมชัดได้ดี ก็เป็นสิ่งที่ค่อนข้างลงตัวกับการใช้งานในราคาที่ไม่สูงเกินไป

Lenovo-z51-70 (3)

ประสิทธิภาพในการทำงาน
ด้านการประมวลผล
ประสิทธิภาพในการประมวลผลที่ได้จาก Broadwell ก็มีส่วนทำให้ประสิทธิภาพที่ได้ดีขึ้น หากเทียบกับ Haswell ที่เป็นชิปในอดีต ที่เป็นกระบวนการผลิต 22nm ด้วยสายการผลิตที่ 14nm นี้ ดูจะเป็นที่นิยมในการใช้งาน โดยเฉพาะซีพียู IntelCore i5-5200U (2.2-2.7GHz) ที่มาพร้อม Hypet-Threading และ TDP 15 Watts ที่ให้สัญญาณนาฬิการเพิ่มขึ้นจากเดิมประมาณ 5-15% จากเดิมที่เป็น Core i5-4200U (1.6-2.6GHz) ในค่า TDP 15 Watts เท่ากัน ซึ่งดูจะเป็นซีพียูสำหรับอัลตร้าบุ๊กที่บางและมีขนาดกระทัดรัด

Lenovo-z51-70 (21)  Lenovo-z51-70 (22)

ด้วยสัญญาณนาฬิกาที่สูงสุดและกราฟฟิกคุณภาพ Intel HD Graphic 5500 ที่ถูกรวมเข้ามาในตัว รองรับการทำงานร่วมกับซอฟต์แวร์ทั่วไป รวมถึงรับมือกับงานกราฟฟิกและมัลติทาส์กกิ้งได้อย่างไม่ยาก โดยเฉพาะโปรแกรมที่รองรับการประมวลผลแบบ 4 คอร์ แต่อาจจะสะดุดกับเกมบางตัวที่ต้องการพลังในการประมวลผลที่หนักหน่วง ผลการทำงานในบางอย่างอาจทำให้มีการโหลดล่าช้าลงบ้าง แต่ให้เสถียรภาพได้ดีกับ CineBench R15 ซึ่งก็ดูไม่ได้ทำให้การทำงานลดน้อยลงไป แม้จะเป็นซีพียูในซีรีส์ “U” ก็ตาม ที่สำคัญยังรองรับโหลดการทำงานในบางช่วงที่ความเร็วเต็มพิกัด 2.5GHz ในบางช่วงเวลาเท่านั้น

Lenovo-z51-70 (23)

ประสิทธิภาพโดยรวมของระบบ
ไม่เพียงแต่ CPU ที่มีส่วนสำคัญในการทำงานของระบบ ส่วนของกราฟฟิกเองก็มีผลสำคัญต่อการทำงาน รวมถึงอุปกรณ์จัดเก็บข้อมูล โดยในกราฟที่ปรากฏนั้น แสดงให้เห็นถึงขีดความสามารถในภาพรวมที่ค่อนข้างดี และส่วนหนึ่งก็มาจากการใช้ SSD กราฟฟิกที่มีประสิทธิภาพดีในรดับหนึ่ง ก็ช่วยยกระดับความสามารถขึ้นได้ไม่น้อย การเริ่มต้นโปรแกรม จากการเปิดไฟล์และโปรแกรมที่รวดเร็ว เข่น Adobe Lightroom ที่เปิดไฟล์งานได้อย่างราบลื่นและเปิดแท็ปบน Chrome ได้หลายๆ แท็ปพร้อมกัน ด้วยความลื่นไหลเหล่านี้ก็ทำให้ใช้งานบน Z51-70 ได้อย่างสนุกมากยิ่งขึ้น

อุปกรณ์จัดเก็บข้อมูล
ด้วยคะแนนรวมของ SSD รุ่นใหม่ๆ 256GB จากซัมซุงในรุ่น MZYLN256HCHP แม้ว่าจะไม่ได้ถูกวางอยู่ในโมเดลต้นๆ ของ SSD ก็ตาม ในการทดสอบ AS SSD และ Database แต่ผลที่ได้ก็สร้างความประทับใจได้ดี โดยเป็นเพียงไม่กี่รุ่น ที่ให้ความเร็วในการรับ-ส่งข้อมูลได้ถึง 507MB/s ในการอ่านข้อมูล 4K ส่วนการอ่านข้อมูล 4K-64 Read ในแบบมัลติเธรด อาจจะดูไม่สูงมากนัก ด้วยความเร็วประมาณ 379MB/s ก็ถือเป็นเรื่องธรรมดา ส่วนในการทดสอบ CrystalDiskMark 3.0 ที่ไม่ได้พัฒนามากับ SSDs โดยตรง แต่ผลที่ได้ในการทดสอบ ก็ยังให้ผลในการทำงานที่เร็วอย่างน่าทึ่ง

ประสิทธิภาพในด้านกราฟฟิก
เป็นที่น่าเสียดานสำหรับข้อมูลที่มีไม่มากนักของ AMD R9 M357 รุ่นใหม่ ที่เพิ่งเปิดตลาดไปเมื่อกลางปีนี้ ด้วยกราฟฟิกที่มีความจุเมมโมรี 2GB DDR3 (1800MHz) และสัญญาณนาฬิกาที่ 1050MHz แม้ว่าโดยปกติจะรองรับ GDDR5 ซึ่งให้อัตราการส่งข้อมูลที่สูงขึ้นบนอัตราแบนด์วิทธ์ของหน่วยความจำที่ 128 บิตก็ตาม อย่างไรก็ตามโมเดลดังกล่าวยังไม่มีให้เห็นในเวลานี้ ซึ่งการ์ดในรุ่นระดับกลางยังไม่มีฟีเจอร์เหล่านี้ด้วยเช่นกัน ส่วนสิ่งที่จะใช้ได้ดีก็คือ Eyefinity ที่จะช่วยให้ต่อจอภาพได้มากถึง 6 จอ ขึ้นอยู่กับอินเทอร์เฟสที่มี รวมถึงฟีเจอร์พิเศษอย่าง CNG และรองรับการใช้งานบน DirectX 12

Lenovo-z51-70 (24)

Enduro คือเทคโนโลยีที่ใช้สลับการทำงานระหว่าง HD 5500 และ R9 M375 ให้อัตโนมัติ ซึ่งมันสามารถใช้งานในรูปแบบของ nVIDIA Optimus ในการกำหนดการทำงานด้วยตัวเอง ซึ่งในการทดสอบหลายเกม R9 M375 (DDR3) สามารถทำผลงานได้สูสีกับ GeForce 940m ด้วยการเปรียบเทียบความเร็วในการทดสอบ 3DMark 2011 ด้วยคะแนนที่สูงถึง 3314 คะแนนเลยทีเดียว

Lenovo-z51-70 (26)

ประสิทธิภาพในด้านการเล่นเกม
R9 375M ยังคงเป็นกราฟฟิกที่มากความสามารถในการเรนเดอร์ได้ดีและตอบสนองความต้องการของเกมวันนี้ได้พอสมควร เช่นการเล่น Battlefield Hardline ของปี 2014 ที่ทำได้นุ่มนวลบนการตั้งค่า Medium ความละเอียด 1366 x 768 pixels แต่เกมเมอร์หลายคนก็ดูจะเฉยๆ กับเฟรมเรตที่ 44 fps. การตั้งค่าแบบ Medium ส่วนใหญ่มักจะปิดฟีเจอร์บางอย่าง เพื่อไม่ให้อัตราเฟรมเรตต่ำเกินไปจนรบกวนการเล่นได้หรือทำเฟรมเรตน้อยลงกว่าที่ต้องการ อย่างไรก็ดีมีเกมหลายเกมในปี 2013 ที่สามารถตั้งค่าแบบ High บนความละเอียด 1366 x 769 pixels ได้เช่นกัน

Lenovo-z51-70 (27)

อุณหภูมิในการทำงาน
ตัวอย่างจากการทดสอบแสดงให้เห็นถึงอุณหภูมิที่ร้อนสุดอยู่ที่บริเวณตัวระบายด้านล่างที่ 46 องศาเซลเซียส ซึ่งก็หมายความว่าจะไม่ได้รู้สึกอึดอัดเมื่อวางบนตักแน่นอน ส่วนบริเวณที่วางมือที่มีการสัมผัสบ่อยที่สุด ก็ยังไม่เกิน 35 องศา โดยยืนยันได้จากหน่วยประมวลผล 2.1GHz เมื่อมีการรันโปรแกรมประมาณ 20 นาทีผ่านไป ด้วย Prime95 และ FurMark ทำให้ซีพียูขยับไปที่ 2.2GHz ก็สามารถเช็คอุณหภูมิได้เพียง 83 องศาเซลเซียสเท่านั้น อาจกล่าวได้ว่า Lenovo มีการจัดการระบายความร้อนได้เป็นอย่างดีและควบคุมอุณหภูมิได้อยู่หมัด จากการทดสอบ Cinebench แบบต่อเนื่อง

Lenovo-z51-70 (29)

การใช้พลังงาน
Lenovo แสดงให้เห็นอย่างชัดเจนว่าประหยัดพลังงานอย่างมาก จากผลการทดสอบที่ได้ ด้วยโหลดการทำงานที่ค่อนข้างต่ำ เมื่อเทียบกับโน๊ตบุ๊กที่มีจอขนาด 15.6″ และใช้ซีพียู Intel Core i5-5200U ด้วยกัน ซึ่งส่วนใหญ่จะใช้พลังงานค่อนข้างสูง ส่วนหนึ่งอาจเป็นเพราะองค์ประกอบบางอย่างที่ทำงานร่วมกัน จนทำให้ผลลัพธ์ในภาพรวมออกมาดี

Lenovo-z51-70 (28)

ระยะการทำงานของแบตเตอรี่
ระยะเวลาในการทำงาน อาจไม่ได้ออกมาสวยหรูอย่างที่คาดหวัง จากแบตเตอรี่ลิเธียมไอออนความจุ 32Wh ซึ่งเมื่อมองไปที่แถบแบตเตอรี่ด้านล่าง สะท้อนให้เห็นถึง Load Runtime ด้วยการทำงานที่ 289 นาที ในโลกการทดสอบด้วยการต่อ WiFi และลดความสว่างลงไปในโหมดประหยัดพลังงาน และใช้การท่องเว็บด้วยการรัน Script

Conclusion
ยังไม่ชัดเจนว่า Lenovo จะนำจอ IPS มาลงใน Z series นี้ ไม่ว่าจะกรณีใดๆ ก็คงยังต้องใช้จอภาพเคลือบด้านในแบบ TN Panel กันต่อไป ที่มุมมองก็ยังคงจำกัด เรื่องของสีก็คงอาจจะต้องปรับปรุงอยู่บ้าง เช่นเดียวกับแป้นพิมพ์ที่อาจจะไม่ได้แน่นเท่าที่ควร แต่สิ่งเหล่านี้อาจเป็นเรื่องธรรมดา หากเทียบกับการใส่ความเป็นมัลติมีเดียเข้าไปได้น่าใช้มากยิ่งขึ้น รวมถึงการประมวลผลและการใช้กราฟฟิกใหม่ในระดับกลางที่ตอบรับกับเกมหลายเกมได้ดี แม้อาจจะอยู่ในการตั้งค่าแบบ Medium ก็ตาม ซึ่งความโดดเด่นที่สุดก็น่าจะเป็นเรื่องของการประหยัดพลังงานและการใช้งานต่อเนื่องมากขึ้น

จุดเด่น

  • ออกแบบรูปลักษณ์ได้โดดเด่นขึ้นและดูบางลง
  • ใช้กราฟฟิกรุ่นใหม่ R9 375M ที่มีประสิทธิภาพ
  • มีการใช้พลังงานที่ลดลง
  • จอภาพความละเอียด Full HD

ข้อสังเกต

  • จอภาพที่ยังคงเป็น TN Panel
  • น้ำหนัก 2.3 กิโลกรัม ที่ยังไม่ต่างจากรุ่นเดิมมากนัก

ที่มา :notebookcheck

 



© Copyright - Notebookspec.com All Rights