Home » Accessories

Kingston HyperX Cloud II Pink Review หูฟังเกมมิ่ง สีสดใส เอาใจคนชอบสีสัน

26 Jun 15 - By l

อย่างที่หลายคนอาจคุ้นตากันดีกับหูฟังสำหรับคอเกมที่ทาง Kingston เปิดตัวให้กับผู้ใช้ได้สัมผัสกันในชื่อของ HyperX Cloud II ที่อาจเรียกได้ว่าเป็นรุ่นที่สร้างชื่อให้กับ Kingston ได้ไม่น้อย ทั้งในรุ่น HyperX Cloud และ Cloud II ด้วยรูปทรงที่ดูทันสมัยและคุณภาพของระบบเสียง โดยเฉพาะในรุ่น Cloud II ที่มาพร้อมกับซาวด์การ์ดในแบบ USB ที่ให้ระบบเสียง 7.1-channel มาในตัว ทำให้เพิ่มอรรถรสในการฟังทั้งในส่วนของเกมและความบันเทิงได้ดียิ่งขึ้น ซึ่งในแง่ของเกมเป็นสิ่งที่ตอบโจทย์มาอย่างมาก โดยเฉพาะการเล่นเกมแนว FPS หรือ Action Shooting

Hyperx-cloud ii-pink (30)

โดยล่าสุด HyperX Cloud II ก็ได้เปิดตัวหูฟังรุ่นใหม่ ในแบบสีชมพู เอาใจทั้งสาวๆ และหนุ่มๆ ที่ชอบความสวยงามแบบลงตัว สำหรับการเล่นเกมที่ต้องบอกว่าเป็นสไตล์ที่น่ารักกุ้บกิ้บมากทีเดียว ซึ่งทาง Kingston ได้ยกเอาโครงสร้างของ Cloud II มาในทุกส่วน แต่เปลี่ยนโฉมให้ดูน่ารักขึ้น ด้วยการเติมสีชมพูลงไปในบอดี้ ตัดกับเส้นสายสีขาว ให้ดูนุ่มนวลและไม่ทำให้ดูแข็งเกินไปนัก บวกกับโครงสร้างที่ดูกลมกลืน แต่ยังแฝงไปด้วยฟีเจอร์สำคัญ ไม่ว่าจะเป็น ชุดขับขนาด 53mm พร้อมกับนีโอดายเมียม บนความถี่ 15Hz – 25,000Hz กับน้ำหนักที่เบา และสวมใส่แบบสบายหู ไม่รำคาญเมื่อใช้งานนานๆ กับฟองน้ำครอบหูที่เปลี่ยนได้ 2 แบบอีกด้วย

Specifications :
Headset
Transducer Type: Dynamic 53mm diameter with Neodynium Magnets
Operating Principle: Closed
Frequency Response: 15Hz – 25,000Hz
Nominal Impedance: 60Ω per system
Nominal SPL: 98 ± 3dB
T.H.D.: < 2%
Power Handling Capacity: 150mW
Sound Coupling to the Ear: Circumaural
Ambient Noise Attenuation: Approx. 20 dBa
Headband Pressure: 5N
Weight with Microphone and Cable: 320g
Cable Length and Type: 1m + 2m Extension
Connection: Single mini stereo jack plug (3.5 mm)

Microphone
Transducer Type: Dynamic 53mm diameter with Neodynium Magnets
Operating Principle: Closed
Frequency Response: 15Hz – 25,000Hz
Nominal Impedance: 60Ω per system
Nominal SPL: 98 ± 3dB
T.H.D.: < 2%
Power Handling Capacity: 150mW
Sound Coupling to the Ear: Circumaural
Ambient Noise Attenuation: Approx. 20 dBa
Headband Pressure: 5N
Weight with Microphone and Cable: 320g
Cable Length and Type: 1m + 2m Extension
Connection: Single mini stereo jack plug (3.5 mm)

แกะกล่อง

Hyperx-cloud ii-pink (1)

ดูจากหน้ากล่องของ HyperX Cloud II Pink เหมือนว่าทาง Kingston ยังไม่อยากฉีกไปจากเดิม เพียงแค่ใช้รูปหูฟังในรุ่นใหม่นี้ใส่เข้ามา โดยมีรายละเอียดหน้ากล่องอยู่ครบถ้วนเหมือนเดิม

Hyperx-cloud ii-pink (2) Hyperx-cloud ii-pink (3) Hyperx-cloud ii-pink (4)

ส่วนในด้านข้างและด้านหลัง ยังคงจัดเต็มกับฟีเจอร์และฟังก์ชั่นการใช้งานพื้นฐานตามสไตล์ของทาง Kingston ซึ่งถือเป็นเอกลักษณ์และช่วยให้ผู้ใช้ได้นำไปเป็นข้อมูลในการตัดสินใจได้อีกด้วย

Hyperx-cloud ii-pink (5)

กล่องด้านใน จากเดิมที่เป็นสีดำ พอเปิดกล่องออกมาดูรุ่น Pink นี้ เล่นเอาอึ้ง เพราะสีชมพูของกล่องนี้สวยน่ารักมากทีเดียว เป็นกล่องกระดาษแข็งทนทาน

Hyperx-cloud ii-pink (6)

เปิดฝากล่องออกมา ก็จะพบตัวหูฟังและอุปกรณ์ต่อพ่วงต่างๆ ที่เป็นสีขาวคาดชมพู จัดใส่มาในกล่องอย่างสวยงาม

Hyperx-cloud ii-pink (7)

เมื่อแกะออกมาจากกล่อง ก็จะมีอุปกรณ์พื้นฐานอยู่หลายชิ้นด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็น ชุดซาวด์การ์ด USB แจ๊คสำหรับต่อเข้ากับระบบเสียง ไมโครโฟนแบบถอดได้และถุงผ้าสีขาว

Hyperx-cloud ii-pink (8) Hyperx-cloud ii-pink (10)

โดยอุปรณ์สำคัญคือ ชุดต่อซาวด์ USB ที่สามารถปรับระดับเสียงได้ในตัว และไมโครโฟนแบบถอดต่อได้กับตัวหูฟัง

Hyperx-cloud ii-pink (11)

รูปลักษณ์และการออกแบบ

Hyperx-cloud ii-pink (15)

มาดูที่ตัวหูฟังกันบ้าง ถึงแม้ทาง Kingston จะโปรโมตรุ่นนี้เป็น Pink ที่ใส่เป็นสีชมพู แต่พอเห็นของจริง ดูค่อนข้างจะลงตัวอย่างมาก ไม่ได้ใส่เป็นสีชมพูแบบมากมาย แต่เน้นที่ลวดลายบางส่วน เช่น ก้านของหูฟังและโลโก้ด้านข้างที่เป็นสีชมพูสดใส รวมถึงเส้นสายเล็กๆ บนที่คาดศีรษะเท่านั้นที่เป็นสีชมพู จึงทำให้ดูไม่ชมพูมากจนเกินไป

Hyperx-cloud ii-pink (16)

สังเกตได้ในบางจุดที่เป็นสีชมพูนั้น ทำให้ดูสวยงาม ตัดกับโทนหลักที่เป็นสีขาวของหูฟัง ยิ่งทำให้ดูเก๋ไก๋ไม่ซ้ำแบบใคร และไม่เด่นมากเกินไปด้วย

Hyperx-cloud ii-pink (17)

ด้านบนของที่ครอบศีรษะยังคงเป็นแบบของ Cloud และ Cloud II เดิม เป็นสัญลักษณ์ของ HyperX สีขาว ดูกลืนไปกับตัวหูฟัง

Hyperx-cloud ii-pink (18)  Hyperx-cloud ii-pink (19)

ในมุมของที่ครอบหูฟัง ยังมีโลโก้สีชมพูโดดเด่น เข้าคู่กับก้านปรับระดับ

Hyperx-cloud ii-pink (20)

ครอบหูฟังเป็นแบบหนังหุ้มฟองน้ำ ให้ความนุ่มนวล ลดเสียงได้ดีในระดับหนึ่ง มีที่ครอบในแบบฟองน้ำมาในชุดให้เปลี่ยนใช้งาน มาพร้อมตัวขับ Dynamic 53mm ในแบบนีโอดายเมียม

Hyperx-cloud ii-pink (21)

ก้านปรับระดับได้ 4 ระดับ ปรับเลื่อนได้ง่าย เพื่อปรับให้เข้ากับศีรษะได้อย่างเหมาะสม ค่อนข้างจะปรับได้ง่ายในระหว่างที่สวมอยู่

Hyperx-cloud ii-pink (22)

ครอบหูฟังมีความยืดหยุ่น กางให้เข้ากับศีรษะได้หลายระดับ และมีความนุ่มนวลมากขึ้น น้ำหนักเบา

Hyperx-cloud ii-pink (23)  Hyperx-cloud ii-pink (24)

ช่องต่อไมโครโฟน ถอดประกอบได้เมื่อไม่ใช้งาน อยู่บริเวณด้านข้างของหูฟัง ผ่านแจ๊ค 3.5mm

Hyperx-cloud ii-pink (25)

 

เมื่อประกอบเข้าไปแล้วจะได้เป็นรูปแบบนี้ ซึ่งก้านของไมโครโฟน สามารถปรับงอได้ตามต้องการ พร้อมที่หุ้มไมค์

Hyperx-cloud ii-pink (26)

สายถักสีขาวแข็งแรงยาว 1 เมตร พร้อมต่อเข้ากับ Sound card ที่ต่อกับ USB เพิ่มระยะการใช้งานได้มากขึ้นและดูกลมกลืนเข้ากับหูฟังได้ดีทีเดียว

Conclusion

สำหรับหูฟัง HyperX Cloud II Pink รุ่นนี้ ในภาพรวมอาจไม่ได้ต่างไปจาก Cloud II ในรุ่นที่ผ่านมามากนัก เนื่องจากโครงสร้างโดยทั่วไป แทบไม่มีสิ่งใดที่เพิ่มเติมเข้ามาใหม่เป็นพิเศษ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของวัสดุหรือประสิทธิภาพ มีในแง่ของสีสัน ที่มีการปรับลุคให้มีความนุ่มนวล ด้วยโทนสีชมพูดูสบายๆ แต่ไม่เน้นความฉูดฉาด เพราะเป็นการเติมชิ้นส่วนและลวดลายเข้าไปเท่านั้น จึงไม่ได้กำหนดว่าเฉพาะของผู้หญิงหรือผู้ชาย เนื่องจากยังมีความเข้มของดีไซน์ HyperX เข้ามาช่วยให้ผู้ชายก็ใช้งานได้เหมือนกัน เรียกว่าเป็นการปรับสีสันให้แปลกตาออกไป เพื่อให้เข้าถึงกลุ่มผู้ใช้ได้ง่ายขึ้น ไม่ได้เฉพาะเจาะจงว่าหูฟังเกมเมอร์ ต้องมีแค่สีดำหรือแดงเท่านั้น ก็จัดว่าเป็นการวางแผนมาเป็นอย่างดีสำหรับ Kingston

การกระจายน้ำหนักและการสวมใส่ ยังคงเน้นที่ความเรียบง่าย แค่กางออกและปรับเลื่อนขึ้นลงตามความเหมาะสม ไม่ได้ต้องปรับหมุน บิดหรือขยับให้ยุ่งยาก ด้วยพื้นฐานของหูฟังที่น้ำหนักเบา จึงทำให้สบายศีรษะ จะหมุนหรือเอียงคอก็สะดวก ไม่ได้รู้สึกเกะกะ เล่นเกมได้นานโดยไม่รู้สึกรบกวน ดังนั้นจึงเป็นหูฟังอีกรุ่นหนึ่งที่ให้คอเกมเล่นกันแบบสบายๆ ไม่เน้นที่ฟังก์ชั่น แต่ให้ความสะดวกในการใช้งานมากขึ้น

ส่วนในด้านประสิทธิภาพและคุณภาพของเสียง ก็คงต้องยกให้กับคุณภาพที่คงเส้นคงวาของตัวขับขนาดใหญ่ 53mm ที่ช่วยเพิ่มพลังในเรื่องของเสียงได้อย่างเต็มอิ่ม และด้วย Sound Card USB ที่มีมาให้ด้วย ก็ยิ่งช่วยเพิ่มความสนุกสนานได้มากขึ้น เพราะได้ระบบเสียงแบบ 7.1-channel เพิ่มเข้ามา สำหรับการเล่นเกมและดูหนัง ได้อย่างมีมิติ โดยเฉพาะคนที่ชอบเล่นเกมแนวแอ็คชั่นหรือเกมแข่งรถ จะได้ประโยชน์ในการรับรู้ทิศทางของศัตรูได้อย่างชัดเจน หรือจะเป็นการดูหนังก็ได้ฟีลลิ่งของระบบเสียงรอบทิศทางมากขึ้น พร้อมอัดโวลุ่มเสียงได้เต็มที่ ซึ่งถ้าเบิร์นไว้บ้างสักระยะ ก็จะเข้าที่ไม่มีเสียงแตกพล่าให้รบกวน

นับว่า HyperX Cloud II Pink รุ่นนี้ ยังคงความสามารถหลักของรุ่นเดิมไว้ครบ โดยเฉพาะเรื่องคุณภาพเสียงและรูปแบบการใช้งาน ไม่นับรวมถึงดีไซน์ที่คงต้องบอกว่าเป็นอีกทางเลือกสำหรับคนที่ชอบความชิค ดูสวยๆ สีไม่แรงจนเกินไป ให้อารมณ์แบบสนุกสนาน สมกับการออกแบบมาเพื่อเกมมิ่งโดยเฉพาะ ทีนี้ก็ขึ้นอยู่กับผู้ใช้แล้วว่ามองแล้วชอบหรือมองแล้วใช่ ก็เลือกสรรกันไปตามสไตล์ของแต่ละบุคคล

จุดเด่น

  • โทนสีชมพู สวยสดใส ไม่แรงเกินไป
  • สวมใส่สบายน้ำหนักเบา ลดเสียงรบกวนได้ดีในระดับหนึ่ง
  • ให้พลังเสียง 7.1-channel เหมาะทั้งการเล่นเกมและดูหนัง

ข้อสังเกต

  • เน้นโทนเสียงไปที่ทุ้มกลาง เน้นพลังขับสำหรับเกม เก็บเสียงแหลมยังไม่เต็มที่นัก

 



© Copyright - Notebookspec.com All Rights