Home » 0. TOP content

[เจาะลึก] ราคา คุณสมบัติ iPhone 7 และ iPhone 7 Plus ก่อนตัดสินใจซื้อ ต้องอ่านบทความนี้ !!!

8 Sep 16 - By l

ได้การต้อนรับขับสู้เป็นอย่างดีสำหรับการมาของ iPhone 7 กับหลายๆ คนที่ชอบและยอมรับการเปลี่ยนแปลง แต่อีกหลายๆ คนก็อาจจะไม่ชอบเพราะมันดูบังคับมากเกิน แต่ไม่เป็นไรในบทความนี้เราจะมาสรุปคุณสมบัติสาระสำคัญของทั้ง iPhone 7 และ iPhone 7 Plus ให้รับทราบกันอย่างละเอียด เพื่อที่เวลาไปคุยกับใครจะได้รู้เรื่องและรู้จริง !!! แต่ก่อนอื่น ไปชมวีดีโอล้ำๆ กันก่อนเลย

ราคา iPhone 7 ในไทย คาดใกล้เคียงเดิม

ราคาเปิดตัว iPhone 7 ในสหรัฐอเมริกาจะเปิดราคาเริ่มต้นที่ $649 สำหรับ iPhone 7 และ $769 สำหรับ iPhone 7 Plus โดยทั้ง iPhone 7 และ iPhone 7 Plus ในประเทศไทยจากการคาดการณ์สำหรับเครื่องเปล่า ไม่ติดสัญญา น่าจะใกล้เคียงกับ iPhone 6s รุ่นก่อน ซึ่งมีรายละเอียดดังต่อไปนี้

  • iPhone 7 32 GB ราคาประมาณ 26,000 บาท
  • iPhone 7 128 GB ราคาประมาณ 30,00 บาท
  • iPhone 7 256 GB ราคาประมาณ 34,000 บาท
  • iPhone 7 Plus 32 GB ราคาประมาณ 30,700 บาท
  • iPhone 7 Plus 128 GB ราคาประมาณ 34,700 บาท
  • iPhone 7 Plus 256 GB ราคาประมาณ  38,700 บาท

สาเหตุที่ราคาดูค่อนข้างแรง เพราะจับคูณด้วย 40 บาท ซึ่งเป็นช่วงราคาที่ Apple ใช้มาโดยตลอดกับผลิตภัณฑ์หลังจากที่มีการปรับตัวคูณค่าเงินเมื่อปลายปี 2015 ส่งผลให้ราคาของสินค้า Apple แทบทุกชิ้น ณ ตอนนั้นราคาพุ่งขึ้นไปเยอะพอสมควร (อันนี้คือรวมภาษีนู้นนี่นั่นเรียบร้อยแล้ว)

iphone7-top

iPhone 7 ขายในไทยเมื่อไร

ส่วนวันวางขาย iPhone 7 น่าจะอยู่ในช่วงปลายเดือนตุลาคม – ต้นเดือนพฤศจิกายน 2016 ครับ ถ้าอิงตาม iPhone รุ่นก่อนๆ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นก็ต้องมารอดูกันต่อไป ว่า Apple จะเปิดตัว iPhone 7 ในไทย เร็วขึ้นกว่าเดิมหรือไม่ (ปกติไทยอยู่กลุ่ม 3) เพราะถ้าเราอยู่ในประเทศกลุ่มที่ 2 ก็อาจจะได้ซื้อ iPhone 7 กันเร็วกว่านี้ เผลอ ๆ จะเป็นช่วงกลางเดือนตุลาคมด้วยซ้ำ (ย้ำว่าถ้าเป็นกลุ่มที่ 2) เอาเป็นว่าในงาน Commart 2016 ต้นเดือนพฤศจิกายน น่าจะได้เห็นเครื่องจริงพร้อมสอย iPhone 7 กันช่วงนั้นมากกว่า

ราคา iPhone 7 เครื่อง AIS, dtac, Truemove-H

สำหรับราคาของ iPhone 7 แบบเครื่องเปล่า ไม่ติดสัญญา ที่ซื้อผ่านทางผู้ให้บริการเครือข่าย True, dtac และ AIS ก็จะมีราคาที่แพงกว่าราคาของ iPhone 7 ที่ขายผ่านทางเว็บ Apple Shop เล็กน้อย ส่วนถ้าซื้อแบบเครื่องติดสัญญา ติดแพคเกจ ก็จะได้ราคาเครื่องที่ถูกกว่านั่นเอง

แต่อย่างไรอย่าลืมว่าการซื้อเครื่องพร้อมส่วนลดนั้น อาจจำเป็นจะต้องจ่ายค่าบริการล่วงหน้าเพิ่มในแพคเกจด้วย ความคุ้มค่าอันนี้ขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคลแล้ว ซึ่งถ้าใครต้องจ่ายรายเดือนเป็นปกติอยู่แล้ว การซื้อผ่านผู้ให้บริการก็ทำให้ได้ส่วนลดนิดหน่อย

สเปคเบื้องต้น iPhone 7 และ iPhone 7 Plus

  • หน้าจอ Retina HD Display ขนาด 4.7 และ 5.5 นิ้ว
  • ชิปประมวลผล Apple A10 Fusion
  • หน่วยความจำภายใน 32/ 128/ 256 GB
  • กล้องหน้า Facetime ความละเอียด 7 ล้านพิกเซล
  • กล้องหลังความละเอียด 12 ล้านพิกเซล f/1.8, กันสั่น OIS
  • กล้องหลัง 2 ตัว ช่วยถ่ายในระยะ Wide กับ Tele (iPhone 7 Plus เท่านั้น)
  • ปุ่ม Home แบบ Force Touch รองรับแรงกด
  • แบตเตอรี่ที่ใช้งานได้นานกว่า iPhone ตัวก่อนหน้า 2 ชั่วโมง

iPhone 7 ขายในไทยเมื่อไร ขายที่ไหนบ้าง

ใครที่สนใจ iPhone 7 และ iPhone 7 Plus เครื่องศูนย์ไทย ให้เตรียมเงินไว้ให้ดีเลยครับ เพราะ iPhone 7 กับ iPhone 7 Plus จะวางขายในไทยประมาณเดือนตุลาคม ผ่านช่องทางหลักๆ 2 ช่องทาง ได้แก่

  • ขายผ่านเว็บ Apple Shop
  • ขายผ่าน True, dtac และ AIS

ส่วนเครื่องหิ้วคาดว่าหลังจากเปิดขายในกลุ่มประเทศที่หนึ่งไม่นาน ก็จะมีพ่อค้าหิ้วเข้ามาขายตามเว็บไซต์ต่างๆ รวมไปถึง MBK แล้วล่ะ แน่นอนว่าราคานั้นก็สูงเป็นเท่าตัวได้ ตรงนี้ใครไม่รีบก็ไม่ต้องไปซื้อแต่อย่างใด ส่วนใครรอไม่ได้จะจัดก็คงไม่ว่ากัน ซึ่ง iPhone ถ้าซื้อผ่านตัวแทนจำหน่ายถูกต้องที่ต่างประเทศ ก็จะมีประกันอยู่แล้วล่ะ สามารถเคลมที่ศูนย์ไทยที่เป็นตัวแทนได้เช่นกัน หากอนาคตเครื่องมีปัญหา

iPhone 7 สีสัน ดีไซน์ วัสดุ การออกแบบ ก็คล้ายๆ เดิม แต่เบาลง !?!?!

iPhone 7 มีความเปลี่ยนแปลงไปจากรุ่นก่อนพอสมควร โดย iPhone 7 และ iPhone 7 Plus มาพร้อมกับบอดี้แบบใหม่ แม้ว่ารูปทรงจะดูคล้ายของเดิมอย่าง iPhone 6s แต่ก็มีความเปลี่ยนแปลงหลายจุดทีเดียว ได้แก่

  • มีสีใหม่ Jet Black สีคล้าย ๆ กับใน Mac Pro คือเป็นสีดำมันเงา (เป็นรอยขนแมวง่าย)
  • ส่วนสีเทาเข้ม Space Gray เปลี่ยนเป็นสีดำ Black ที่โทนเข้มกว่าเดิม
  • ส่วนสีอื่น ๆ เช่นสีทอง, สีเงิน และสีชมพู Rose Gold ยังมีเหมือนเดิม
  • iPhone 7 ตัดเสาอากาศด้านหลังตัวเครื่องทิ้งไป ไม่มีเส้นพาดด้านหลังอีกแล้ว
  • กล้องหลังเปลี่ยนดีไซน์เล็กน้อยตามโมดูลกล้อง โดย iPhone 7 จะมีขนาดใหญ่ขึ้น ส่วน iPhone 7 Plus มาพร้อมกล้องคู่
  • ตัวเครื่องมีความหนาเท่าเดิม แต่มีน้ำหนักเบาลงเล็กน้อย 5 – 10 กรัม !!!

iphone7-colour

iPhone 7 ประสิทธิภาพที่ดีขึ้นเยอะ, แบตอึดกว่าเดิมหน่อย แต่ยังไม่รู้ว่าแรมเท่าไร 

ด้วยชิปประมวลผล Apple A10 Fusion ชิปเซ็ตแบบ 4 คอร์ 64 Bit (2+2) ซึ่งแรงกว่า iPhone รุ่นแรกถึง 120 เท่า และแรงกว่าชิป Apple A9 ใน iPhone 6s ถึง 40% กับ 2 คอร์แรก ส่วนอีก 2 คอร์คือชิปเซ็ตตัวรอง ช่วยประมวลผลที่ไม่หนักมาก มีจุดเด่นที่กินพลังงานเพียง 1 ใน 5 ของทั้งหมด สำหรับชิปกราฟฟิค แรงกว่ารุ่นก่อนอย่าง Apple A9 ถึง 50% โดย Apple กล้าเคลมเลยว่า Apple A10 Fusion เป็นชิปเซ็ตมือถือที่แรงที่สุดในโลก ณ ตอนนี้

นอกจากนี้แบตเตอรี่ของ iPhone 7 และ iPhone 7 Plus แม้จะไม่มีการแจ้งความจุว่าให้มากี่มิลลิแอมป์ แต่สามารถใช้งานได้นานกว่า iPhone รุ่นก่อนถึง 2 ชั่วโมง แม้ว่ามันจะแรงกว่า iPhone 6s ถึง 40% ก็ตามที (เท่าที่รู้ตอนนี้คือ iPhone 7 Plus มีขนาดแรม 3GB)

iphone7-a10

iPhone 7 ใช้ปุ่ม Home แบบ Force Touch ที่หลอกว่ากดได้จริง

ปุ่ม Home เกิดมาพร้อมกับ iPhone เลยก็ว่าได้ ซึ่งได้แรงบรรดาลใจมากจาก Click Wheel ใน iPod ซึ่งแต่เดิมปุ่ม Home ก็ทำหน้าที่หลายอย่างอยู่แล้ว แต่ใน iPhone 7 ได้ทำการอัพเกรดปุ่ม Home ให้ล้ำเข้าไปอีกขั้น จากที่สแกนนิ้วได้อย่างเดียว ตอนนี้ปุ่ม Home จะเป็นแบบ Force Touch แล้ว โดยใช้ Tapic Engine เหมือนกับใน Force Touch TrackPad ใน MacBook คือกดลงไปจริงๆ ไม่ได้ แต่ใช้การสั่นหลอกเราว่ามากดลงไปนิดนึง

iphone7-home

iPhone 7 กันน้ำ กันฝุ่นระดับ IP67 แต่น้ำเข้าประกันขาด เหมือนค่ายอื่นๆ

ความสามารถในการกันน้ำ กันฝุ่น ก็เป็นอีกฟีเจอร์หลักของ iPhone 7 และจัดเป็นไอโฟนรุ่นแรกที่สามารถกันน้ำ กันฝุ่นได้ถึงระดับ IP67 กันน้ำได้ลึก 1 เมตร นาน 30 นาที เป็นผลสืบเนื่องมาจากการที่ตัดช่องเชื่อมต่อหูฟังด้วยส่วนหนึ่ง ทำให้เราไม่ต้องเป็นกังวลมาเรื่องโดนน้ำโดนฝนหรือใช้งานที่ลุยๆ แต่ก็ยังไม่ขนาดเอาไปดำน้ำได้ ยิ่งน้ำทะเลต้องหากเอาไว้เลย แน่นอนว่า ถ้าสมมุติน้ำเข้าก็ประกันขาดอยู่ดี ตามนโยบาย Apple ได้กล่าวไว้คือ

“iPhone 7 และ iPhone 7 Plus มีความสามารถในการทนน้ำ น้ำที่กระเด็นใส่ และฝุ่น ซึ่งผ่านการทดสอบตามหลักเกณฑ์ของห้องปฏิบัติการที่ได้รับการควบคุมที่ระดับ IP67 ตามมาตรฐาน IEC 60529 ความสามารถ ในการทนน้ำ น้ำที่กระเด็นใส่ และฝุ่นจะไม่คงอยู่ถาวร ซึ่งความสามารถดังกล่าวอาจลดลงจากการใช้งานตามปกติ ห้ามชาร์จ iPhone ในขณะที่เครื่องยังเปียกอยู่ โปรดดูคำแนะนำเกี่ยวกับการทำความสะอาดและ การทำให้แห้งในคู่มือผู้ใช้ การรับประกันไม่ครอบคลุมความเสียหายที่เกิดจากของเหลว”

iphone7-ip67

iPhone 7 กล้องเซนเซอร์ใหม่ ถ่ายรูปได้ดีขึ้น 7 Plus มาพร้อมกล้องคู่

แม้ดูจากจำนวนพิเซลแล้วกล้องหลัง iPhone 7 ก็มีความละเอียด 12 ล้านพิกเซลเหมือนเดิม เพิ่มเติมคือรูรับแรงกว้างถึง f/1.8 ทำให้ถ่ายรูปในที่แสงน้อยได้ดีขึ้น ติดกันสั่น OIS มาให้ทั้ง iPhone 7 และ iPhone 7 Plus (จากเดิม iPhone 6s ไม่มี) ที่โดดเด่นก็คือกล้องหลัง iPhone 7 Plus เป็นกล้องหลังแบบคู่ โดยกล้องทั้ง 2 ตัว แบ่งเป็นกล้องเลนส์ Wide กับเลนส์ Tele ทำให้ iPhone 7 Plus สามารถซูมภาพได้ถึง 2 เท่าในแบบออฟติคอลซูม และ 10 เท่าในแบบดิจิตอลซูม

ฟีเจอร์เด่นอื่น ๆ ของกล้อง iPhone 7 ได้แก่

  • 6 ชิ้นเลนส์
  • การจับโฟกัสแบบความเร็วสูงเพียง 25 มิลลิวินาที
  • แฟลช LED จำนวน 4 ดวง
  • ชิปประมวลผลกล้อง Apple ISP ที่ Apple พัฒนาขึ้นเอง
  • กล้องหลังที่มีค่าความกว้างของสีสูง (Wide Gamut) ทำให้ได้ภาพที่สมจริงมากขึ้น

นอกจากกล้องหลัง 2 ตัวจะช่วยให้ ซูมภาพแบบออฟติคอลได้แล้ว ยังช่วยให้การถ่ายภาพเบลอแบบหน้าชัด – หลังเบลอในระดับที่ใกล้เคียงกับกล้อง DSLR และที่สำคัญคือเป็นการโปรเซสตั้งแต่ก่อนถ่ายภาพ ไม่ได้มาทำโพสโปรเซสเหมือนกล้องคู่มือถือ Android คือเราจะเห็นตั้งแต่ก่อนถ่ายเลยว่าภาพที่ออกมาเป็นอย่างไร ละลายหลังมากน้อยแค่ไหน (สำหรับโหมด Portrait ถ่ายบุคคล ที่จริงๆ แล้วเราจะเอาไปถ่ายอะไรก็แล้วแต่) ส่วนคุณสมบัติกล้องวีดีโอนั้นยังคงเหมือนเดิม

iphone7-camerajpg

iPhone 7 ใช้หน้าจอ แบบใหม่ Retina HD Display

ถึงแม้ว่าหน้าจอของ iPhone 7 และ iPhone 7 Plus จะมีขนาดเท่าเดิม คือ หน้าจอขนาด 4.7 และ 5.5 นิ้วตามลำดับ และความละเอียดก็เท่าเดิมกับตอน iPhone 6s และ iPhone 6s Plus แต่สิ่งที่เปลี่ยนไปจากเดิมคือหน้าจอเป็นแบบ Retina HD Display ที่มีค่าความกว้างของสีสูงมาก มีความสว่างมากกว่าเดิม 25% รองรับการใช้งาน 3D Touch (เช่นเดิม) ส่วนค่าสีเป็นแบบ Wide Color Gamut คุณภาพระดับเดียวกับเกรดที่ใช้ถ่ายทำภาพยนตร์เลยทีเดียว ซึ่งคงต้องรอดูตัวจริงอีกทีว่าจะสวยงามกว่าเดิมแค่ไหนกัน

iphone7-retina

iPhone 7 มาพร้อมลำโพงคู่ Stereo Speaker ที่ดังและดีขึ้น

เป็นครั้งแรกของลำโพงบน iPhone ที่ในส่วนของ iPhone 7 และ iPhone 7 Plus เปลี่ยนมาใช้ลำโพง 2 ตัวแบบ Stereo อยู่บริเวณด้านบนและด้านล่างของตัวเครื่อง ให้เสียงที่ชัดเจน รายละเอียดมาเต็มยิ่งกว่าเดิม แน่นอนว่าให้ทั้งความดังและคุณภาพเสียงที่ดียิ่งขึ้นกว่าเดิมด้วย น่าจะถูกใจหลายคนทีเดียว ที่ทุกวันนี้ดู Youtube ผ่านมือถืออย่างเดียว แทบไม่แตะคอมเลย ฮาๆ

iphone7-speaker

iPhone 7 ใช้ EarPod แบบใหม่ เสียบผ่าน Lightning

ตามการเปลี่ยนแปลงของ Apple ภาคบังคับ (ไม่บังคับก็ไม่เริ่มซักที) กับการก้าวเข้าสู่ยุคดิจิตอลแบบสมบูรณ์แบบ ไม่มีอีกแล้วช่องหูฟังขนาด 3.5 มิลลิเมตร แต่เปลี่ยนมาใช้พอร์ท Lightning ในการเชื่อมต่อแทน โดยหูฟัง EarPod ที่แถมมาในกล่องของ iPhone 7 จะเป็นแบบสาย Lightning ตั้งแต่แรก แต่ถ้าใครอยากจะใช้หูฟังแบบ 3.5 มิลลิเมตรกับ iPhone 7 ก็ยังทำได้เหมือนเดิม เพราะในบันเดิลก็มีอแดปเตอร์ตัวแปลง Lightning to 3.5มิลลิเมตรมาให้พร้อมใช้งาน พร้อมวางจำหน่ายแยกอีกด้วย สนนราคา 390 บาท

iphone7-box

iPhone 7 มีหูฟังไร้สาย คู่บุญอย่าง AirPods ราคา 6,900 บาท (ซื้อแยก)

ถือว่าเป็นครั้งแรกที่ Apple นำเสนอหูฟังไร้สายที่ไม่ใช่หูฟัง Bluetooth ธรรมดา เพราะจะมาพลิกโฉมรูปแบบการใช้งานหูฟัง กับ AirPods พราะไม่ว่าเมื่อไหร่การหยิบออกจากกล่องชาร์จ AirPods จะเปิดและเชื่อมต่อเข้ากับ iPhone, Apple Watch, iPad หรือ Mac ของเราโดยทันที โดยเสียงจะเริ่มเล่นโดยอัตโนมัติทันทีที่คุณใส่หูฟัง และจะหยุดเล่นเมื่อคุณถอดออก หรือหากต้องการปรับระดับเสียง เปลี่ยนเพลง โทรออก หรือดูเส้นทาง ก็ทำได้ง่ายๆ เพียงแค่แตะสองครั้งเพื่อเปิดใช้งาน Siri

apple-airpods-reactions-lose-them

AirPods มาพร้อมกับขุมพลังจากชิปประมวลผล W1 ที่ Apple ออกแบบขึ้นเอง โดยเซ็นเซอร์ออปติคอลและอุปกรณ์ตรวจจับการเคลื่อนไหวนั้นจะสามารถรับรู้ได้ทันทีเมื่ออยู่ในหู ดังนั้นไม่ว่าจะใช้หูฟังทั้งสองข้างหรือเพียงข้างเดียว ชิป W1 ก็จะส่งสัญญาณเสียงให้ออกมาที่หูฟังพร้อมเปิดใช้งานไมโครโฟนโดยอัตโนมัติ และเมื่อเรากำลังโทรหรือพูดกับ Siri อุปกรณ์ตรวจจับการเคลื่อนไหวอีกตัวจะทำงานร่วมกับไมโครโฟนแบบบีมฟอร์มมิ่ง เพื่อกรองเสียงรบกวนรอบข้างและให้ความสำคัญกับเสียงของเราเป็นหลัก

mmef2_av5

ซึ่งนอกจากจะใช้พลังงานน้อยเป็นพิเศษแล้ว ชิพ W1 ยังจัดการกับระยะเวลาการใช้งานแบตเตอรี่ได้อย่างดีเยี่ยม ทำให้ AirPods เป็นหูฟังระดับแนวหน้าของวงการ ที่ให้คุณฟังได้นานถึง 5 ชั่วโมงต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง อีกทั้งยังออกแบบมาให้พร้อมไปกับเราได้ทุกที่ เพราะมีกล่องชาร์จที่สามารถชาร์จได้อีกหลายครั้ง รวมใช้งานได้นานกว่า 24 ชั่วโมง หรือถ้าต้องรีบใช้ก็ไม่มีปัญหา เพราะใส่ในกล่องแค่ 15 นาทีก็สามารถฟังได้นานถึง 3 ชั่วโมงเลยทีเดียว

เป็นอย่างไรกันบ้างครับกับการมาของ iPhone 7 ยังไงเป็นไปได้แอดมินโป้งรีบเสาะหา iPhone 7 มารีวิวให้เห็นกันเร็วที่สุดเลย ทั้งตัวบทความรีวิว iPhone 7 และวีดีโอรีวิว iPhone 7 เพราะเชื่อว่ามีเพื่อนๆ หลายคนให้ความสนใจกันอยู่ ทำไงได้ปีนี้เลข 7 มาแรง !!! ส่วนใครจะซื้อ 7 ไหนนั้นก็ลองช่างใจกันดูเองอีกที

iphone7-news



© Copyright - Notebookspec.com All Rights