Home » 6. Mac Corner

iOS 8 พร้อมดาวน์โหลดให้ใช้งานเที่ยงคืนนี้ พร้อมสรุป 15 ฟีเจอร์ใหม่ๆ ที่น่าสนใจ

17 Sep 14 - By l

สิ้นสุดการรอคอยแล้วนะครับ สำหรับการใช้งาน iOS 8 ซึ่งเป็น iOS รุ่นล่าสุดของทาง Apple ที่เรียกได้ว่ามีการเปลี่ยนแปลงในหลายๆ จุดเลย รวมไปถึงมีฟีเจอร์ใหม่ๆ เพิ่มขึ้นมาด้วยอย่างมากมาย อย่างไรก็ตามก่อนที่เราจะอัพเดทใช้งานให้เป็น iOS 8 ก็ควรที่จะ Backup ข้อมูลในเครื่องเสียก่อน เพื่อป้องกันกรณีที่มีการอัพเดทผิดพลาด ยังไงจะได้ Retstore ข้อมูลกลับมาเหมือนเดิมได้

โดยในการดาวน์โหลดและอัพเดท iOS 8 นั้นสามารถทำได้ง่ายมากๆ ผ่านทาง iTunes?(ดาวน์โหลดเวอร์ชั่นล่าสุดกันก่อน)?เพียงเชื่อมต่ออุปกรณ์เข้าไป จากนั้นก็กดที่ปุ่ม?Check for Update?ตัวเครื่องก็จะทำการอัพเดทในทันที พร้อมกับแจ้งเตือนให้เราทำการ Backup ก่อน?(วิธีการ Backup แบบละเอียด)

หรือถ้าใครไม่ต้องการที่จะใช้ iTunes ในการอัพเดท ก็สามารถเลือกอัพเดทไร้สายผ่านทาง Wi-Fi ได้ (OTA) โดยการดาวน์โหลดและติดตั้งได้ที่?Settings > General > Software Update > Download and Install?ผ่านทางตัวอุปกรณ์ iOS

iDevice ที่ได้ไปต่อ iOS 8 มีรายชื่อดังนี้ครับ

Screen Shot 2557-06-03 at 11.01.40

  • iPhone 4s
  • iPhone 5
  • iPhone 5c
  • iPhone 5s
  • iPad 2
  • iPad 3 (The New iPad)
  • iPad 4 (iPad with Retina Display)
  • iPad Air
  • iPad Mini
  • iPad Mini 2 (iPad Mini with Retina Display)
  • iPod touch 5th generation

โดยรุ่นที่ได้ทำตัวหนาเอาไว้จะเป็นดีไวซ์ที่จะทำงานร่วมกับ iOS 8 ได้ดีที่สุดครับ เนื่องจากตัว iOS 8 เองใช้ API แบบใหม่ที่มีชื่อว่า Metal ทำให้รีดประสิทธิภาพของชิป Apple A7 ออกมาได้อย่างเต็มที่ซักที (แล้ว iOS 7 หมายความว่าอย่างไร :P) และนี่คือ 15?ฟีเจอร์ใหม่ฉบับสมบูรณ์ที่สุด

 

1. Health hub

Health-hub

ศูนย์รวมสำหรับแอพเกี่ยวกับสุขภาพบน iOS 8 ครับ หลังจากที่ตอนแรกลือกันว่าจะมาในชื่อ Healthbook แต่ Apple ใช้ชื่อว่า Health เฉยๆ แต่ชื่อไม่สำคัญเท่ากับว่ามันทำอะไรได้บ้างครับ โดย Health hub เนี่ยจะคอยเก็บกิจกรรมประจำวันของเรา อาทิเช่น การนับแคลอรี่, อัตราการเต้นหัวใจ , ความดันโลหิต รูปแบบการนอน และอื่น ๆ รวมถึงทำงานร่วมกับอุปกรณ์เสริมภายนอกอย่างพวก Wearable Gadget ต่างๆ ได้อีกต่างหาก

2. การแจ้งเตือนแบบใหม่ และ Third-Party Widget

Interactive-notifications-and-third-party-widgets

ใน iOS 8 ผู้ใช้สามารถตอบกลับข้อความ, Email, Twitter หรือแม้แต่ Facebook (สามารถกดไลค์ได้ด้วยนะ) ผ่านทาง Notification Center โดยที่ไม่ต้องออกจาก App ที่กำลังใช้งานอยู่ได้แล้ว และที่สำคัญคือมันรองรับการทำงานร่วมกับ Third-Party App ได้อย่างสบายๆ อย่างเช่นเรากำลัง Bid ของชิ้นหนึ่งใน Ebay แต่ดันมีคนให้เงินมากกว่า ตัว App ก็จะแจ้งเตือนที่ Notification Center และเราก็สามารถ Bid สู้ราคาได้ทันทีผ่านทาง Notification Center โดยที่ไม่ต้องเข้า App ให้เสียเวลา ถือว่าสะดวกขึ้นเยอะเลยครับ

 

3. Multitasking ปรับปรุงใหม่

Frequent-Contacts-get-to-the-Multitasking-View

จากเดิมที่การกดปุ่ม Home ติดกัน 2 ครั้งจะเป็นการเรียกหน้า Multitasking ของ App ที่เราเคยเปิดใช้ แต่ใน iOS 8 จะไม่ได้แสดงแค่เพียง App ที่เราเปิดใช้เท่านั้น มันยังแสดง Contact หรือรายชื่อผู้ติดต่อล่าสุดของเราได้อีกด้วย และเราสามารถโทรออก, ส่งข้อความ หรือแม้แต่ Facetime ได้ทันทีโดยไม่ต้องออกจาก Multitask ให้เสียเวลา

 

4. QuickType Keyboard

QuickType-keyboard

ความเร็วของแป้นพิมพ์ QuickType จะอยู่ที่การคาดเดาคำ (เหมือนอย่าง Android และ Windows Phone นั่นเอง) เมื่อเราเริ่มพิมพ์ ตัวคีย์บอร์ดก็จะทำการเสนอคำที่คิดว่าเรากำลังจะพิมพ์ เพื่อช่วยให้พิมพ์ได้ไวขึ้น อีกทั้งยังสามารถเรียนรู้คำศัพท์ รวมถึงปรับตัวให้เข้ากับลักษณะการพิมพ์ของเราได้อีกต่างหาก

 

5. Third-Party Keyboard

Third-party-keyboards

และนี่คือสิ่งที่ผู้ใช้ iOS หลายท่านรอคอยมานาน ใน iOS 8 เราสามารถดาวโหลดคีย์บอร์ดมาใช้เพิ่มเติมได้เองแล้ว สำหรับใครที่ไม่ถูกใจคีย์บอร์ดติดเครื่องก็แค่โหลดมาใช้เพิ่มเติม (เหมือนอย่าง Android นั่นเองครับ)

 

6.?Family Sharing

Family-Sharing

เป็นการแชร์ทุกสิ่งให้กับครอบครัวของเราครับ อาทิเช่นแชร์ภาพถ่าย, กิจกรรมในปฏิทิน, การแจ้งเตือนต่างๆ และที่เด็ดกว่านั้นคือมันสามารถแชร์คอนเท้นจาก iTunes Store ได้ด้วย ไม่ว่าจะเป็น App, เพลง รวมถึงภาพยนตร์ และที่สำคัญคือ Find my iPhone สามารถบอกพิกัดที่อยู่ของคนในครอบครัวได้อีกต่างหาก

 

7. การส่งข้อความแบบกลุ่ม

Group-messaging

สรุปง่ายๆ คือแอพ Messages ตอนนี้สามารถทำงานได้ใกล้เคียงกับแอพพลิเคชันสำหรับแชทเจ้าอื่นๆ ได้แล้ว ไม่ว่าจะเป็นการตั้งห้องแชท, เพิ่มผู้สนทนาในกลุ่ม, ส่งข้อความเสียง, สตรีมวีดีโอ หรือแม้แต่การแชร์ Location ก็ทำได้ครับ ขาดแค่ส่ง Sticker เท่านั้นแหละ?:P

 

8.?Spotlight ที่รู้ไปซะทุกเรื่อง

Spotlight

Spotlight หรือการค้นหาบน iOS 8 นั้นได้รับการพัฒนาขึ้นครับ สามารถค้นหาได้เกือบทุกอย่างที่ต้องการผ่านทาง Spotlight ได้เลย ไม่ว่าจะเป็น App, ข่าวสาร, เพลงบน iTunes Store, ตารางฉายภาพยนตร์ รวมถึงข้อมูลอื่นๆ เรียกได้ว่าทำงานได้ใกล้เคียงกับ Google Now เลยหล่ะครับ

9. Aways-on Siri มาพร้อมกับ Shazam

Always-on-Siri-powered-by-Shazam

Siri บน iOS 8 สามารถเรียกได้ตลอดเวลาด้วยคำสั่ง ?Hey, Siri? (เหมือนอย่าง OK Google) อีกทั้งรองรับภาษาใหม่ๆ เพิ่มเติมอีก 22 ภาษาเลยทีเดียว และมาพร้อม Shazam ที่สามารถบอกได้ว่าเพลงที่ได้ยินอยู่นี่ชื่อว่าเพลงอะไร และลิ้งไปที่ iTunes Store เพื่อเข้าไปซื้อเพลงได้ทันที

 

10. Photos

Photos

เป็นอีกหนึ่งการปรับปรุงครั้งใหญ่บน iOS 8 นะครับ สำหรับ Photos ที่รอบนี้มาพร้อมกับการปรับแต่งรูปภาพได้ค่อนข้างละเอียดมากเลยทีเดียว ในฟีเจอร์ Smart Editing จัดการได้หมดไม่ว่าจะเป็นแสง. เงา ดีเทลต่างๆ และยังสามารถ Crop ภาพได้ด้วย ที่สำคัญในการเข้าถึงระหว่าง iDevice ของเราค่อนข้างจะเป็นแบบเรียลไทม์เลยหล่ะ เรียกได้ว่าแก้ไขภาพใน iPad เสร็จปุ๊บ รูปก็ไปโผล่ใน iPhone ทันทีเลย

 

11. iCloud Drive

iCloud-Drive

iCloud Drive จะมีลักษณะการใช้งานเช่นเดียวกับ Dropbox (หรือ Google Drive) โดยมันทำงานเป็นพื้นที่จัดเก็บไฟล์ได้ทุกชนิด และเข้าถึงได้ทั้งจาก iOS, OS X หรือแม้แต่ Windows สำหรับพื้นที่จัดเก็บเบื้องต้นจะให้มาที่ 5 GB และสามารถซื้อเพิ่มเติมได้โดยคิดอัตราที่ 20 GB ราคา $0.99 ต่อเดือน สามารถเพิ่มพื้นที่จัดเก็บบน iCloud Drive ได้มากสุดถึง 1 TB

 

12. Mail แบบใหม่พร้อม Gesture Control

New-Mail-features-and-Gestures-control

แอพ Mail หรือจดหมายใน iOS อาจจะไม่ค่อยได้รับความนิยมมากนัก แต่ใน iOS 8 มันถูกปรับปรุงให้ดียิ่งขึ้น อย่างเช่นการแนบไฟล์ได้สูงสุด 5 GB ผ่านทาง Cloud Drive รวมถึง Gesture Control เพียงแค่ปัดที่จดหมายก็สามารถเลือกได้ว่าจะส่งมันไปที่ถังขยะ, ติดธง หรือจะดูรายละเอียดเพิ่มเติม (ลักษณะคล้ายๆ แอพ Gmail)

 

13. Design และ Animation แบบใหม่

New-design-and-animations

ใน iOS 8 เมื่อเทียบกับ iOS 7 แล้ว Apple ได้ทำการปรับปรุงอินเตอร์เฟสให้มีการเคลื่อนไหวที่น้อยลง ถือเป็นเรื่องราวดีๆ สำหรับผู้ใช้งานดีไวซ์รุ่นเก่า และยังสามารถเข้าถึงสิ่งต่างๆ ใน iOS 8 ได้ง่ายขึ้นจาก Notification Center

 

14. Maps

Maps

Apple ได้ปรับปรุงแผนที่ของตัวเองหลายอย่าง หลักๆ เลยก็คือเพิ่มความละเอียดของแผนที่ และที่สำคัญคือตอนนี้เพิ่มแผนที่ประเทศจีนเข้าไปเรียบร้อยแล้ว

 

15. Handoff

Handoff

เป็นหนึ่งในฟีเจอร์ที่เจ๋งมากๆ สำหรับสาวก Apple เลยครับ มันคือการเข้ากันได้ของอุปกรณ์แอปเปิ้ลทั้งหมดของเรา เช่นที่บ้านมี iPhone, iPad และ iMac เวลาที่มีคนโทรเข้ามา สามารถรับสายจากอุปกรณ์ชิ้นใดก็ได้ รวมถึงแอพพลิเคชันบางตัวที่สามารถใช้งานร่วมกันได้อาทิเช่น Apple Mail, iMessage และ Safari

promo_ios8_2x-640x351

จบไปแล้วนะครับสำหรับ 15 ฟีเจอร์สุดเจ๋งบน iOS 8 ซึ่ง Apple จะปล่อยให้เราได้อัพเดตกันแบบเต็มๆ ในช่วงฤดูใบไม้ผลิที่จะถึงนี้ โดยแต่ละฟีเจอร์ที่เพิ่มขึ้นมานั้นช่วยอำนวยความสะดวกให้กับการใช้งานสมาร์ทโฟนค่อนข้างมากเลยทีเดียว หากถามว่าผู้เขียนประทับใจอะไรใน iOS 8 มากที่สุดก็คงไม่พ้น Notification Center แบบใหม่กับ Handoff นี่แหละครับ เชื่อเลยหล่ะว่า iOS 8 แม้การเปลี่ยนแปลงจะไม่ได้ยกแผงเหมือนอย่าง iOS 6 ไป iOS 7 แต่เรื่องความเจ๋งไม่แพ้กันแน่นอน ?รวมไปถึงการใช้งานร่วมกันระหว่างอุปกรณ์ของ Apple ที่ได้รับการอัพเดทให้ใช้งานดีขึ้นครับ (เช่นการใช้งานร่วมกับ Mac)



© Copyright - Notebookspec.com All Rights