Home » 0. TOP content

แนะนำ Notebook จอ 14″ ปี 2020 รุ่นใหม่ใช้การ์ดจอ GeForce MX330 / MX350 เบาสุด 990 กรัม ราคา 2x,xxx – 3x,xxx บาท

20 May 20 - By l

อัพเดทการ์ดจอแยกรุ่นใหม่กันอีกแล้วในปี 2020 นี้ กับการมาของ NVIDIA GeForce MX330 / MX350 สำหรับ Notebook เน้นความบางเบา (Ultrabook) ที่อาจจะมีงาน 3 มิติ หรือเล่นเกมบ้าง เหมาะกับคนทำงานออนไลน์หรือสายงานอะไรก็ได้ที่เกี่ยวกับดิจิตอล รวมไปถึงนักเรียนนักศึกษาที่ต้องมี Notebook เอาไว้ใช้ทำรายงานหรือนำเสนองานผ่านโปรแกรม Word / Excel / Power Point ซึ่งถ้าเทียบกับคอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะแบบ PC Desktop ก็ต้องยอมรับว่า Notebook มีความคล่องตัวกว่าอยู่แล้ว จากการที่สามารถพกพาไปไหนมาไหนได้ง่าย ไม่ว่าจะเป็นที่ทำงาน ร้านกาแฟ หรือมหาวิทยาลัยนั่นเอง จะให้ดีสเปก Notebook ปี 2020 นี้ก็มีความแรงเพียงพอการใช้งานพื้นฐานแบบลื่นไหลแล้วล่ะ แต่ก็ขอมีการ์ดจอแยกด้วย

สำหรับการ์ดจอแยก NVIDIA GeForce MX โดยปกติแล้ว จะให้ประสิทธิภาพที่ดีกว่าการ์ดจอออนชิปของ CPU อยู่เสมอๆ (ถ้าไม่ดีกว่ามีไปทำไม ฮา)  แต่ก็จะเป็น Series รองกว่าการ์ดจออย่าง NVIDIA GeForce GTX / RTX แน่นอน อย่างไรก็ตามการมาของ NVIDIA GeForce MX330 / MX350 ยังคงพื้นฐานสถาปัตยกรรม Pascal เอาไว้ ไม่ได้มีอัพเกรดเป็น Turing เหมือนอย่าง GTX / RTX แต่อย่างใด  ซึ่ง MX330 / MX350 เหมาะกับคนที่ต้องการ Notebook การ์ดจอแยกที่ไม่เน้นเล่นเกม หรืออาจจะเล่นบ้างนั่นเอง

โดยที่ MX330 ได้รับการเพิ่มความเร็วให้สูงขึ้นกว่า MX250 ประมาณ 0.8% ในเวอร์ชั่น 25W (N17S-G3) ซึ่งดูเล็กน้อยมาก และด้วยการเปลี่ยนแปลงเช่นนี้ จึงบอกได้ว่า MX330 ดีกว่า MX230 รุ่นก่อนเทียบเท่า MX250 ส่วน MX350 อาจเทียบได้กับ GTX1050 และใกล้เคียงกับ GTX 960M โดยการ์ดรุ่นนี้ ใช้ชิป GP107 เช่นเดียวกับ GTX1050 อย่างไรก็ดี MX350 จะมีบัสหน่วยความจำแค่ 64-bit GDDR5 และมีค่า TDP ต่ำกว่า 25W พร้อมกันนี้ยังมาพร้อม CUDA core 640 หน่วย เหตุนี้เองจึงทำให้ MX350 มีประสิทธิภาพมากกว่า GTX 960M นั่นเอง (แน่นอนว่าต้องร้อนน้อยกว่าด้วย)

โดยในบทความนี้เราก็เลยจะมาแนะนำ Notebook จอ 14″ ปี 2020 รุ่นใหม่ใช้การ์ดจอ GeForce MX330 / MX350 โดยมาแทนที่ MX230 / MX250 รุ่นก่อนหน้า ตัวเครื่องมีความเบาสุด 990 กรัม กับช่วงราคา 2x,xxx – 3x,xxx บาท ซึ่งสำหรับชิปประมวลผลแนะนำเป็น Intel Core i5 / i7 Gen 10 ก็เพราะมีความแรงที่ดีแน่นอน รวมไปถึงประหยัดพลังงาน ที่สำคัญ Notebook ที่มาพร้อมกับ Intel Core Gen 10 มักจะได้สเปกอื่นๆ ที่ครบถ้วนครบครันด้วย อย่างแรม 8GB – 16GB และ SSD 512GB – 1TB โดยหน้าจอเป็น 14″ พาเนล IPS คุณภาพดี ความละเอียดเป็น Full HD เหมาะสมกับการใช้งาน แบตเตอรี่ใช้งานได้ยาวนานเป็น 10 ชั่วโมง ซึ่งบางรุ่นจะได้โปรแกรม Microsoft Office Home & Student 2019 แท้ (มูลค่า 4,299 บาท) อีกด้วย ว่าแล้วจะรุ่นอะไรบ้างนั้น ไปชมกันต่อเลย

 

Lenovo IdeaPad 5 14 ราคา 22,990 – 30,990 บาท

Lenovo IdeaPad 5 14 เป็นโน้ตบุ๊ครุ่นใหม่ล่าสุด สเปก Intel Core i5-1035G1 + NVIDIA GeForce MX350 (ใหม่สุดๆ) ที่เน้นความบางเบาที่ 19.9 มิลลิเมตร และหนักเพียง 1.58 กิโลกรัม และหรูหราตามสไตล์ของ Ultrabook มีเอกลักษณ์ด้วยดีไซน์ที่เรียบง่ายและมีสไตล์ Lenovo เหมาะสำหรับการใช้งานไปนู้นมานี่เน้นตอบโจทย์คนที่ต้องการโน้ตบุ๊คที่ต้องการพกพาไปนอกสถานที่บ่อยๆ รูปลักษณ์ดูดีเกินกว่าค่าตัว โดยรองรับการทำงานพื้นฐานเป็นหลัก ไม่ว่าจะเป็นทำงานเอกสาร เล่นอินเตอร์เน็ต ดูหนังฟังเพลงดูซีรีส์สตรีมมิ่งต่างๆ รวมไปถึงเล่นเกม 3 มิติพอได้ โดย Lenovo IdeaPad 5 14 มีราคาเพียง 22,990 บาท

มาพร้อมชิปประมวลผล Intel Core i5-1035G1 หรือ Core i7-1065G7 ทำงานร่วมกับแรม DDR4 Bus 2666MHz ขนาด 8GB การ์ดจอออนบอร์ด Intel UHD Graphics 620 สำหรับใช้งานทั่วไป และมีการ์ดจอแยก NVIDIA GeForce MX350 (2GB GDRR5) ส่วนที่เก็บข้อมูลก็ใช้เป็น SSD M.2 NVMe ความจุ 512 GB ทำให้สเปคโดยรวมนั้นลงตัวมาก ๆ สำหรับการใช้งานทั่วไป เล่นเว็บ ทำเอกสาร ดูหนัง ฟังเพลง เล่นเกมได้ลื่นไหล เน้นพกพาไปใช้งานนอกสถานที่อีกส่วนที่น่าสนใจก็คือหน้าจอ โดย Lenovo IdeaPad 5 14ใช้หน้าจอขนาด 14″ ความละเอียดระดับ Full HD พาเนลจอแบบ IPS ที่ให้มุมมองกว้าง

มาพร้อม Windows 10 Home Single Language และซอฟต์แวร์จากทาง Lenovo Vantage ที่ช่วยในการจัดการปรับแต่ง พอร์ตเชื่อมต่อก็มาพร้อมพอร์ตจำเป็นค่อนข้างครบถ้วน ไม่ว่าจะเป็น USB 3.1 Type-A จำนวน 2 พอร์ต และ USB 3.1 Type-C (power delivery & display port) ที่เน้นไว้ชาร์จไฟผ่านทางอแดปเตอร์เป็นหลัก ส่วนช่องเสียบหูฟัง 3.5 ม.ม. ยังมีมาให้ การเชื่อมต่อไร้สายเป็น Wi-Fi 6 AX และ Bluetooth 5.1 ที่สำคัญได้โปรแกรม Office Home & Student 2019 (มูลค่า 4,299 บาท) มาใช้งานทันที นับว่าคุ้มค่าจริงๆ ที่เหนือกว่าหลายๆ แบรนด์

แม้ขอบจอจะบางเฉียบแต่ก็ได้ติดตั้งกล้องเว็บแคมไว้ด้านบนเหมือนเดิม ที่สำคัญยังมาพร้อมฟีเจอร์ Privacy Shutter ม่านชัตเตอร์ปิดเลนส์กล้องที่ทำให้เรามั่นใจว่ากล้องจะเห็นในเวลาที่เราต้องการใช้งานเท่านั้น การใช้งานก็ง่ายมากๆ ด้วยการใช้นิ้วเลื่อนเปิดหรือปิดการใช้งานเท่านั้น เพื่อเติมเต็มประสบการณ์การใช้งานที่สมบูรณ์แบบ เรียกได้ว่ามีฟีเจอร์ที่เทียบเท่ากับในส่วนของ ThikPad Series ที่เป็นโน้ตบุ๊คสายทำงานระดับมืออาชีพเลยก็ว่าได้ โดยรองรับการใช้งานแบตเตอรี่ได้ยาวนาน 12 ชั่วโมง รองรับ Quick Charging ผ่านทาง USB-C ด้วย

Acer Swift 3 ราคา 28,900 บาท

Acer Swift 3 เป็นโน้ตบุ๊คบางเบาที่จัดเต็มเรื่องความคุ้มค่า การพกพา งานประกอบ และสิทธิภาพที่ดีเยี่ยม โดยรุ่นใหม่ได้เปิดตัวมาตั้งแต่ช่วงปลายปีในปี 2019 นี้ จนถึงตอนนี้ปี 2020 ก็ยังนับว่าเป็นโน้ตบุ๊คประเภท Ultrabook ที่คุ้มค่าที่น่าจับตามองที่สุด ด้วยราคาเพียง 23,990 บาท กับสเปกที่นำมารีวิวเป็น i7-1065G7 + MX350 ได้ฟีเจอร์ครบครันครบเครื่อง พร้อมมีพอร์ต Thunderbolt 3 ที่รองรับการใช้งานที่ดีที่สุด นอกจากนี้ยังได้การเชื่อมต่อไร้สายเป็น Wi-Fi 6 AX ที่ใหม่ที่สุดด้วย พร้อมได้โปรแกรม Office Home & Student 2019 (มูลค่า 4,299 บาท) ไปใช้งานติดเครื่องแบบฟรีๆ ไม่ต้องซื้อเองไปใช้งานด้วย

Acer Swift 3 จะเลือกใช้ชิปประมวลผล Intel  Core i Gen 10 สถาปัตยกรรม Ice Lake เทคโนโลยีการผลิตที่ 10 นาโนเมตร  ที่แรงกว่าเดิม จัดเต็มเรื่องความคุ้มค่า การพกพา ซึ่งมีน้ำหนักเพียง 1.19 กก. และบางเพียง 15.95มม. เท่านั้น เหมาะกับนักเรียน นักศึกษา คนทำงาน ที่ต้องการโน้ตบุ๊คคุ้มค่า หรูหรา บางเบา จบครบในเครื่องเดียว ได้ประกันระยะ 3 ปี โดยปีแรกจะเป็นแบบ On-site Service พร้อมบริการซ่อมเครื่องด่วนภายใน 3 ชั่วโมง ทั้งหมดนี้เลยทำให้ Acer Swift 3 เป็นโน้ตบุ๊คในตลาดปี 2020 ที่น่าซื้อจริงๆ

สเปก ดีไซน์การออกแบบ พร้อมฟีเจอร์ต่างๆ นั้น เป็นการต่อยอดจากรุ่นเดิมที่ดูลงตัว เพราะดูแล้ว Acer ทำการบ้านมาเป็นอย่างดีกับโน้ตบุ๊คบางเบาราคาคุ้มค่า ที่ราคาไม่แพง แต่ได้สเปกแรงขึ้นด้วยการ์ดจอแยก MX350 เหมาะมากๆ สำหรับคนทำงานจริงจังพนักงานออฟฟิศ หรือนักเรียนนักศึกษา ที่เน้นใช้งานทั่วไปให้ประสิทธิภาพพอตัว รวมไปถึงเล่นเกม 3 มิติบ้าง แต่พกพาไปที่นู้นที่นั่นบ่อยๆ ซึ่งรองรับการทำงานได้ยาวนานกว่าโน้ตบุ๊คปกติ ทำให้เราสามารถพกพาไปใช้งานนอกสถานที่ได้อย่างคล่องตัวเหมือนอย่างที่ Ultrabook ราคาแพงหลายหมื่นบาทสมัยก่อนทำได้เลยล่ะ

พอร์ตเชื่อมต่อนั้นก็ยังมีพอร์ตมาตรฐานซึ่งมาให้ค่อนข้างครบ อย่าง Thunderbolt 3 (เป็น USB 3.1 Type-C + DisplayPort + Power Delivery), USB 3.1 Type-A, USB 2.0 Type-A, HDMI สำหรับเชื่อมต่อจอภายนอก ที่สำคัญยังมาพร้อม Dual-Band Intel Wi-Fi 6 (GIG+) 802.11ax ที่แรงขึ้น 3 เท่า และการเชื่อมต่อไร้สาย Bluetooth 5.0 ใหม่ล่าสุด แบตเตอรี่ใช้งานได้ยาวนาน พร้อมยังสามารถชาร์จได้รวดเร็วด้วยการชาร์จเพียง 30 นาที ก็สามารถใช้งานได้ถึง 4 ชั่วโมง นอกจากนี้ยังมีฟีเจอร์สแกนลายนิ้วมือแบบใหม่ที่เพียงแตะเท่านั้น คล้ายๆ ใช้งานพวกสมาร์ทโฟน ซึ่งถือว่าเป็นอะไรที่ใช้งานได้ง่ายและสะดวกมากๆ

Acer Swift 5 ราคา 36,900 บาท

Acer Swift 5 รุ่นใหม่ปี 2020 สเปกใช้ชิปประมวลผล Intel Core i Gen 10 อย่าง Core i7-1065G7 ใช้การ์ดจอออนชิปอย่าง Iris Graphics G7 หรือมีรุ่นการ์ดจอแยกเป็น NVIDIA GeForce MX350 มาพร้อมหน้าจอ 14″ Full HD พาเนล IPS เกรดสูง sRGB 97% โดยมีน้ำหนักเพียง 990 กรัมเท่านั้น ส่วนสเปกอื่นๆ ก็ครบครันทั้งแรมขนาด 16GB LPDDR4X แบบออนบอร์ด และที่เก็บข้อมูลเป็น SSD M.2 NVMe ความจุ 512GB รองรับการทำงานที่เต็มที่หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นงานเอกสาร ความบันเทิง หรืองานประมวลผลหนักๆ ก็พอได้เลย เหมาะกับคนทำงาน นักเรียน นักศึกษา ที่ต้องการโน้ตบุ๊คที่เบาที่สุด แบตเตอรี่ใช้งานได้ยาวนาน 10 ชั่วโมง

ได้ระบบปฏิบัติการ Windows 10 ลิขสิทธิ์ทันที ทำงานพื้นฐานได้แบบสบายๆ สนับสนุนการทำงานร่วมกับโปรแกรมต่างๆ ถือได้ว่าในส่วนของการใช้งานทั่วไปโดยรวมนั้นสอบผ่านแบบสบายๆ  ทั้งในส่วนของการเล่นเว็บไซต์ งานเอกสาร งานตกแต่งรูปภาพ รวมถึงงานตัดต่อวิดีโอ ส่วนความบันเทิงดูหนังฟังเพลง ชม Netflix ก็สบายๆ ไปอีก และพอที่จะใช้งานหนักๆ อย่างตัดต่อวีดีโอก็พอได้บ้าง รวมไปถึงเล่นเกม 3 มิติก็ลื่นไหล จากการที่มีการ์ดจอแยก NVIDIA GeForce MX350 (2GB GDDR5) ที่แรงพอๆ กับ GTX 960M เลยทีเดียว

ส่วนเรื่องของพอร์ตเชื่อมต่อนั้นก็ยังมีพอร์ตมาตรฐานซึ่งมาให้ค่อนข้างครบ เช่น Thunderbolt 3 (เป็น USB 3.1 Type-C + DisplayPort + Power Delivery), USB 3.1 Type-A, USB 2.0 Type-A, HDMI สำหรับเชื่อมต่อจอภายนอก ที่สำคัญยังมาพร้อม Dual-Band Intel Wi-Fi 6 (GIG+) 802.11ax ที่แรงขึ้น 3 เท่า และการเชื่อมต่อไร้สาย Bluetooth 5.0 ใหม่ล่าสุด ได้ประกันจะเป็นแบบ 3 ปี โดยปีแรกเป็นแบบ On-site Serive ซ่อมฟรีถึงบ้าน และกรณีส่งซ่อมตามศูนย์ก็จะซ่อมอย่างรวดเร็วภายใน 3 ชั่วโมงอีกด้วย ที่สำคัญได้โปรแกรม Office Home & Student 2019 (มูลค่า 4,299 บาท) มาใช้งานทันที นับว่าคุ้มค่าจริงๆ ที่เหนือกว่าหลายๆ แบรนด์

เรียกได้ว่าถือว่าเป็นโน้ตบุ๊คขนาดหน้าจอ 14″ ที่เบาที่สุดรุ่นหนึ่งในตลาดก็ว่าได้ ส่วนความบางอาจจะไม่มาก โดยอยู่ที่ 14.95 มิลลิเมตร แต่ก็ถือว่าอยู่ในเกณฑ์ที่ดีกว่ามาตรฐานโน้ตบุ๊คพกพามาตรฐานระดับสูงอยู่ดี อีกทั้งในรุ่นใหม่นี้ได้ดีไซน์พิเศษโดยมียางรองขอบเครื่องด้านหลังช่วยยกตัวเครื่องให้เอียงสูงขึ้นเมือเรากางหน้าจอ ส่งผลให้พิมพ์ง่ายขึ้นและมุมมองดีขึ้นด้วย วัสดุจากอลูมิเมียนผสมแม็กนีเซียมอัลลอยด์ให้น้ำหนักเบาเป็นพิเศษแต่ก็ยังแข็งแรงและทนทาน กับสีสัน Charcoal Blue พร้อมแซมด้วยสีทองตามจุดต่างๆ เหมาะทั้งหนุ่มๆ หรือสาวๆ ยุคใหม่ที่ดูทันสมัยสวยงามลงตัว ส่วนสี Moonstone White นับว่าเป็นอีกสีที่ดูหรูหราไม่แพ้กัน เน้นขาวๆ สะอาดๆ

MSI Prestige 14 ราคา 38,900 บาท

MSI Prestige 14 Rose Pink Limited Edition เป็นโน้ตบุ๊ครุ่นใหม่หน้าจอ 14″ ตัวแรงลื่น สีชมพูโดดเด่นเหมาะกับสาวๆ อย่างที่สุด โดยมาพร้อมกับประสิทธิภาพจากชิปประมวลผล Intel Core i Gen 10 รุ่นล่าสุดอย่าง Core i7-10510U ผสานการทำงานร่วมกับการ์ดจอ NVIDIA GeForce MX330 และฟีเจอร์พอร์ต Thunderbolt 3 / USB PD ที่สำคัญคือตัวเครื่องมีความพรีเมียมและบางเบาอย่างที่สุด มีน้ำหนักเพียง 1.29 กิโลกรัมเท่านั้น ในส่วนของสเปกแรมได้มาขนาด 16GB DDR4 Bus 2666MHz และ SSD M.2 NVMe ที่ความจุ 512GB จัดเต็ม ส่งให้มีประสิทธิภาพในการทำงานที่ทรงพลังอย่างที่สุด สนับสนุนทั้งทำงานและเล่นเกมที่เหนือชั้น

สำหรับ MSI Prestige 14 ถือว่าเป็นโน้ตบุ๊คประสิทธิภาพสูงแต่บางเบาขนาดหน้าจอ 14″ รุ่นล่าสุดอีกรุ่นหนึ่งที่ครบเครื่อง ดีไซน์ที่เน้นความบางเบา พกพาได้สะดวก โดยยังรักษาความเป็นโน้ตบุ๊คสายทำงานมืออาชีพได้อย่างสมบูรณ์แบบ การออกแบบให้ความรู้สึกที่ดุดันพรีเมียมด้วยวัสดุอลูมิเนียม ตลอดทั้งตัวเครื่อง พร้อมตัดขอบเพชรเพิ่มความหรูหรา พร้อมความทนทานระดับ Military Standard ด้วยการผ่านการทดสอบคุณภาพอย่างเข้มงวด ทั้งทนร้อนทนเย็น ความดันอากาษ ความชื้นและฝุ่นต่างๆ ในระดับหนึ่ง ซึ่งดูแล้วเป็นการเปลี่ยนจากรูปแบบเดิมๆ ที่โน้ตบุ๊คสายทำงานมืออาชีพต้องดูดำๆ ดีไซน์โบราณ ให้กลายเป็นโน้ตบุ๊คที่ดูน้อยแต่เรียบหรูและน่ารักนั่นเอง

สเปกหน้าจอขนาด 14″ ความละเอียด 1920 x 1080 พิกเซล Full HD ซึ่งให้ประสบการณ์การใช้งานที่ประทับใจอย่างสุดๆ ขอบจอเป็นสีชมพูบางเฉียบโดยมีพื้นที่แสดงผลกว่า 90% จอเป็นแบบด้านที่ให้เรื่องสีสันสดใส รองรับใช้การดูภาพ ดูวิดีโอ และเล่นเกมก็ทำได้อย่างเป็นอย่างดี ส่วนบานพับก็แข็งแรงกว่ารุ่นก่อนๆ พร้อมกางได้ 180 องศา ทำให้นำเสนองานได้อย่างเต็มที่และง่ายขึ้นกว่าเดิม ที่สำคัญยังเป็นมาตรฐานการเชื่อมต่อไร้สายก็ครบครันด้วย Wi-Fi 6 AX (2 x 2) และ Bluetooth 5.0 ส่วนพอร์ตการเชื่อมต่อก็มีทุกรูปแบบรวมไปถึงได้ Thunderbolt 3 จำนวน 2 พอร์ต เป็นมาตรฐานอีกด้วย

MSI Prestige 14 พร้อมระบบปฎิบัติการ Windows 10 และซอฟต์แวร์ Creator Center ช่วยปรับแต่งการทำงานที่ใช้งานได้ทันทีตั้งแต่เปิดเครื่องครั้งแรก นอกจากนี้ยังมี Fingerprint สำหรับใช้งานร่วมกับฟังก์ชัน Windows Hello ของ Windows 10 เพื่อล็อกอินโดยใช้การสแกนนิ้ว ส่วนการรับประกัน 2 ปี ตามมาตรฐานของ MSI (ปีแรกประกันทั่วโลก) พิเศษสำหรับรุ่นนี้เท่านั้น รับไปทันที Pink Gift Set – Limited Edition ที่ข้างในนั้นบรรจุไปด้วยซองหนังสีชมพูลายเรียบหรู ดูดี, พวงกุญแจ Dragon Lucky สีชมพู, และ Prestige Wireless Mouse Limited Edition มูลค่านั้นรวมทั้งสิ้น 3,000 บาท  ทั้งหมดนี้ในราคาเพียง 38,900 บาทเท่านั้น

Lenovo Yoga Slim 7 14 ราคา 31,990 – 39,990 บาท

ดีไซน์การออกแบบโดยรวมของ Lenovo Yoga Slim 7 14 นั้นจะดูเล็กกว่าโน้ตบุ๊คหน้าจอ 14″ แบบสมัยก่อนอยู่พอสมควร เนื่องด้วยขอบจอที่บางกว่าปกติ ทำให้ตัวเครื่องดูเล็ก กะทัดรัด เหมาะกับการพกพา แต่ทั้งนี้ถึงแม้ว่าตัวเครื่องจะเล็กพอๆ กับโน้ตบุ๊คจอ 13.3″ ส่งผลให้ Lenovo Yoga Slim 7 14 เป็นอีกหนึ่ง Ultrabook ปี 2020 ที่ดูเล็กกระทัดที่สุด โดยมีน้ำหนักอยู่ที่ 1.4 ด้วยดีไซน์ออกมาได้ขอบหน้าจอบาง ส่วนของตัวเครื่องทั้งหมดจะใช้เป็นอะลูมิเนียมเป็นส่วนประกอบ ทำให้ได้ข้อดีมาก็คือทั้งความแข็งแรงและน้ำหนักที่เบา ส่งผลให้ภาพลักษณ์โดยรวมของตัวเครื่องดูหรูหราให้อารมณ์พรีเมียมสุดๆ

ตัวเครื่องมีการออกแบบโดยรวมให้ดูทันสมัยและเรียบง่าย โลโก้ Lenovo จะมีอยู่ 2 จุดเท่านั้น คือ มุมบนฝาหลังด้านซ้าย และมุมใต้หน้าจอด้านซ้ายเท่านั้น ที่มุมตัวเครื่องจะทำให้เป็นแบบโค้งมน แต่ว่าไม่ได้มนมากจนเกินไป ตามมาด้วยการใส่รายละเอียดในการทำให้ตัวเครื่องมีลักษณะงานประกอบทั้งหมดแทบจะเป็นชิ้นเดียวกัน แบบ Unibody ส่งให้เวลาที่เราจับถือหรือใช้งานจะรู้สึกว่าแน่นหนา ซึ่งจากการใช้งานจริงพื้นผิวบางนี้เป็บรอยนิ้วมือค่อนข้างยาก ฉะนั้นหายห่วงเรื่องความสะอาดได้เลย หรือถ้าจะเช็ดก็ง่ายดาย โดดเด่นด้วยสีสันใหม่ไม่ซ้ำใครอย่าง Slate Grey

สเปกของ Lenovo Yoga Slim 7 14 ใช้ชิปประมวลผลเป็น Intel Core i7-1065G7 หรือ Core i5-1035G1 สถาปัตยกรรม Ice Lake ที่เทคโนโลยีการผลิตที่ 10 นาโนเมตร มีค่า TDP ที่ 25Watt ส่วนการ์ดจอติดตั้งเป็นรุ่นใหม่ล่าสุดอย่าง NVIDIA GeForce MX350(2GB GDDR5) ด้านแรมก็ติดตั้งมาให้ขนาด 16GB LPDDR4X Bus 3200MHz และที่เก็บข้มูลแบบ SSD M.2 NVMe ความจุ 512GB – 1TB ที่ทั้งมีพื้นที่เยอะและลื่นไหล เพียงพอกับการใช้งาน มาพร้อม Windows 10 และซอฟต์แวร์จากทาง Lenovo Vantage ที่ช่วยในการจัดการปรับแต่ง

อีกส่วนที่น่าสนใจก็คือหน้าจอ โดย Lenovo YOGA C940 ใช้หน้าจอขนาด 14″ ความละเอียดระดับ Full HD อัตราส่วน 16:9 ขอบจอบางเฉียบ พาเนลจอแบบ IPS เกรดสูง ที่ให้มุมมองกว้างถึง 178 องศา  พอร์ตเชื่อมต่อมี Thunderbolt 3 เป็นมาตรฐาน พร้อม Wi-Fi 6 AX (2 x 2) นอกจากนี้ยังมี 3D IR Camera สำหรับใช้งานร่วมกับฟังก์ชัน Windows Hello ของ Windows 10 เพื่อล็อกอินโดยใช้การสแกนใบหน้า สำหรับประกันเป็น 2 ปี ตามมาตรฐาน Lenovo ที่ทุกคนมั่นใจ ปิดท้ายเรื่องความคุ้มค่าพร้อมใช้งานทันทีด้วยโปรแกรม Office Home & Student 2019 (มูลค่า 4,299 บาท) ด้วย



© Copyright - Notebookspec.com All Rights