Home » 4. Other News

[Wearable] “Pavlok” สายรัดข้อมือสำหรับแก้นิสัยที่ไม่เหมาะสมอย่างการกัดเล็บมือ ด้วยการช็อตไฟฟ้า

13 Oct 16 - By l

เชื่อว่าไม่ว่าจะเป็นเด็กเล็กหรือผู้ใหญ่นั้นต่างก็ต้องมีนิสัยมีไม่พึงประสงค์กันทั้งนั้นครับ นิสัยที่ทำแล้วทำให้บุคลิกกภาพไม่ดีที่เราจะมาพูดถึงในวันนี้นั้นก็คือการกัดเล็บมือครับ หากเป็นเด็กเล็กๆ นั้น ผู้ใหญ่อาจจะช่วยเปลี่ยนนิสัยต่างๆ เหล่านั้นได้โดยการคอยสังเกตและคอยดุด่าว่ากล่าวสั่งสอนว่าสิ่งที่พวกเขาทำนั้นมันไม่ดี ทว่ากับผู้ใหญ่ที่โตแล้วนั้นการจะให้คนอื่นมาคอยบอกว่าสิ่งที่ทำไม่ดีสักเท่าไรนักก็ดูจะไม่ค่อยเข้าท่าครับ นี่แหละครับเลยเป็นที่มาของเครื่องสวมใส่แบบสายรัดข้อมือชื่อ “Pavlok” ครับ

pavlok-600-01

เชื่อไหมครับว่ามีคนจำนวนมากที่ติดนิสัยการกับเล็บมือและเหลือฃื่อที่ว่าหลายๆ เทคนิคที่เคยมีมาเพื่อการแก้ไขนั้นไม่ค่อยจะประสบความสำเร็จมากมายเท่าไรนักครับ(ทางผู้เขียนพรีวิว “Pavlok” ต้นฉบับอย่าง Alessandra Potenza บอกไว้ว่าเธอเคยลองหลายเทคนิคแล้วผลก็คือแทนที่เธอจะไปกัดนิ้วเล็กกลายเป็นว่าเธอไปกัดผิวหนังอ่อนบนนิ้วมือแทน) อย่างไรก็ตามเชื่อได้ครับว่าในผู้ใหญ่ที่ติดนิสัยกัดเล็บนี้มีหลายๆ คนอยากจะเลิกแให้ได้เพราะนั่นมันจะส่งผลกับบุคลิกภาพโดยตรงครับ

“Pavlok” นั้นแตกต่างออกไปจากเทคนิคอื่นๆ ครับ โดยเจ้า “Pavlok” นั้นจะมาในรูปแบบของสายรัดข้อมือที่มีขนาดพอๆ กับ Fitbit ที่สามารถสวมใส่บนข้อมือได้อย่างสบายเสมือนกับเป็นเครื่องประดับอันหนึ่ง แต่แทนที่มันจพทำการวัดก้าวเดินของผู้สวมใส่นั้น “Pavlok” จะคอยจับการเคลื่อนไหวของนิวมือแทนและเมื่อไรที่มันพบว่าคุณเผลอกัดเล็บนิ้วมือเข้าหล่ะก็ความสนุกก็จะบังเกิดเพราะเจ้า “Pavlok” จะส่งกระแสไฟฟ้าอ่อนๆ ไปที่ข้อมือให้คุณเกิดความรู้สึกและหยุดทำนิสัยไม่ดีนั้นๆ ครับ

หมายเหตุ – “Pavlok” สามารถที่จะตั้งค่าเพื่อหยุดนิสัยไม่ดีอื่นๆ อย่างเช่นการสูบบุหรี่หรือการกินไอศครีมได้อีกด้วยโดยเดี่ยวจะกล่างถึงต่อไปครับว่ามันทำได้อย่างไร

“Pavlok” นั้นตั้งชื่อตามนักจิตวิทยาชาวรัสเซียนาม Ivan Pavlov ซึ่งได้รางวัลโมเบลที่ได้ค้นพบ classical conditioning ที่เกี่ยวข้องกับการกระตุ้นประสาท(อย่าเช่นการได้ยินเสียงกระดิ่ง) คู่กับการกระตุ้นทางชีวิภาพ(อย่างเช่นอาหารเป็นต้น) โดยผลของการกระตุ้นทั้ง 2 นั้นจะออกมาในรูปแบบของการตอบสนองของร่างกาย(อย่าเช่นมีน้ำลายไหลออกมา) ซึ่งการค้นพบของ Pavlov นั้นได้ถูกนำมาสานต่อโดยนักจิตวิทยาของสหรัฐอเมริกาจนค้นพบ operant conditioning ซึ่งเป็นการปรับพฤติกรรมด้วยการลงโทษหรือได้รับรางวัลครับ

เจ้า “Pavlok” นั้นจะใช้วิธีการในรูปแบบการจัดการผ่านทางผิวหนังเพื่อปรับพฤติกรรมที่ไม่ดีครับ อย่างเช่นทุกครั้งที่คุณเผลอกัดนิวเล็บเจ้า “Pavlok” นั้นก็จะไปกระตุ้นผิวหนังของคุณด้วยการส่งกระแสไฟฟ้าไปช๊อตคุ๊ให้รู้สึกตัวเข้านี่แหละครับ ตามแนวคิดของอุปกรณ์นั้นจะทำให้สมองของคุณรับรู้ว่าทุกครั้งที่คณเผลอไปกัดนิ้วเล็บเข้าคุณก็จะเกิดความรู้สึกเจ็บปวดจาดกระแสไฟฟ้าที่ช๊อตคุณเข้า(ซึ่งกระแสไฟฟ้านั้นแค่ส่งเข้าไปให้สมองรู้สึกว่าเจ็บที่ผิวหนังแต่ไม่ถึงขั้นทำอันตรายให้ผู้สวมใส่นะครับ)

pavlok-600-02

คุณ Potenza(ผู้เขียนบทความพรีวิวต้นฉบับ) บอกเอาไว้ว่าเธอได้ทดสอบใส่เจ้า “Pavlok” เป็นเวลา 1 เดือนกว่าๆ ได้ พบว่าเจ้าอุปกรณ์ “Pavlok” นั้นไม่ได้ผลกับเธอครับ เหตุผลก็เนื่องมาจากว่าในช่วงอาทิตย์แรกนั้นเธอมิวินัยเป็นอย่างมากในการรักษาการกัดนิวมือด้วย “Pavlok” และมันสามารถที่จะทำงานได้ดีแต่ทว่าพอหลังจากเลย 1 อาทิตย์ไปแล้วนั้ันนิ้วมือของเธอมีความยาวมากขึ้น 0.5 นิ้ว ซึ่งกลายเป็นว่าหลังจากนั้นไปแล้วทุกครั้งที่เธอกัดเล็กเธอไม่เคยได้รับกระแสไฟช๊อตเธออีกเลยหล่ะครับ

ที่หนักไปกว่านั้นก็คือหลังจากเลย 1 อาทิตย์ไปแล้ว กลับกลายเป็นว่าเธอยิ่งกัดเล็บมือหนักกว่าเดิมซะงั้นและในท้ายที่สุดเธอก็ไม่ได้รู้สึกเลยว่าเธอเจ้า “Pavlok” บนข้อมือของเธออีกต่อไปครับ นี่ถือว่าเป็นข้อบกพร่องอย่างแรงของเจ้า “Pavlok” เลยก็ว่าได้ครับเพราะมันไม่ฉลาดมากพอว่าคุณทำการกัดเล็บมืออยู่ถ้าเล็บมือของคุณยาวเลยนิ้วมื้อส่วนที่เป็นผิวหนังไปแล้ว ซึ่งวิธีการที่จะทำให้เจ้า “Pavlok” ช๊อตคุณอีกก็คือตัวคุณเองเมื่อทำการกัดเล็บมือคุณจะต้องกดปุ่มที่เจ้า “Pavlok” เพื่อให้มันช๊อตคุณครับ

ซึ่งนั่นทำให้เธอรู้สึกว่ามันไม่ได้ต่างอะไรเลยกับการเตือนตัวเองแล้วก็ไม่รู้ว่าจะมี “Pavlok” ไว้ทำอะไรอีกสุดท้ายเธอก็เลิกใส่มันไป โดยเธอได้ถามไปที่นักจิตวิทยาผู้เชี่ยวชาญอย่าง Bankole Johnson ผู้ซึ่งเป็นนักจิตวิทยาของ University of Maryland School of Medicine และได้รับคำตอบกลับมาว่าการรักษาเช่นนี้นั้นเป็นการรักษาด้วยความเกลียดชังหรือใช้ความรุนแรงต่อพฤติกรรมที่ไม่ถูกต้อง(aversion therapy) ซึ่งมันไม่ค่อยได้ผลเท่าไรนักและในปัจจุบันไม่ค่อยจะใช้วิธีการนี้ในการรักษาครับ

pavlok-600-03

อย่างไรก็ตามครับในชุดจำหน่ายของ “Pavlok” นั้นได้มาพร้อมกับคู่มือการใช้งานที่มีการระบุเอาไว้แล้วครับว่าเจ้า “Pavlok” นี้นั้นเหมาะสมกับผู้ที่มีความต้องใจจริง(ถึงขั้นสาบานกับตัวเอง) ที่จะทำการเลิกพฤติกรรมที่ไม่ดีไม่ว่าจะเป็นต้องการเลิกบุหรี่, กัดเล็บมือ, กัดฟันและชอบทานอาการว่างบ่ายๆ(เพื่อแก้โรคอ้วนซึ่งในต่างประเทศการทานบ่อยๆ ถือเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดโรคอ้วนในหลายๆ คนไข้) โดยทางผู้สร้าง “Pavlok” อย่าง Maneesh Sethi นั้นได้บอกกับเธอไว้ครับว่าเจ้า “Pavlok” ผ่านการทดสอบทดลองจากทาง University of Massachusetts Boston ซึ่งเป็นผู้ให้ทุนในการผลิตมาแล้วด้วยครับ

ผลการศึกษาการใช้งาน “Pavlok” (ซึ่งไม่ได้รับการตีพิมพ์) นั้นพบว่าผู้ใช้งานที่ต้องการเลิกบุหรี่จำนวน 8 ราย ใช้งานเจ้า “Pavlok” เป็นระยะ 10 วัน สามารถที่จะเลิกบุหรี่ได้ทั้งหมด 6 รายด้วยกัน ซึ่งหากจะพูดกันตามตรงแล้วนั้นการศึกษานี้นั้นใช้เวลาค่อนข้างที่จะสั้นและตัวอย่างการศึกษานั้นไม่มากพอที่จะสรุปผลครับว่าเจ้า “Pavlok” นั้นสามารถใช้งานได้จริง แต่ทว่าอย่างไรก็ตามแต่เจ้า “Pavlok” นั้นก็ได้ผ่านด่านการตรวจสอบและสามารถผลิตออกมาได้แล้วครับ

เอาหล่ะครับอย่างไรก็ตามแต่เมื่อมีการวางจำหน่ายแล้วก็ต้องพูดถึงการใช้งาน “Pavlok” กันหน่อยครับ เจ้า “Pavlok” นั้นจะมาคู่กับแอปพลิเคชันบนสมาร์ทโฟนที่คุณสามารถเลือกได้ครับว่าต้องการแก้ไขพฤติกรรมไม่ดีอะไร และที่น่าจะเป็นจุดสนใจมากที่สุดก็คือคุณสามารถเลือกแรงดันไฟฟ้าที่จะช๊อตคุณได้ตั้งแต่ 45 volts ถึง 450 volts ซึ่งคุณ Potenza ได้เลือกไปที่ 90 volts ซึ่งเป็นขนาดแรงดันที่ทำให้เธอสะดุงได้แต่ผลก็อย่างที่บอกครับว่าท้ายที่สุดเธอก็ใช้ “Pavlok” ได้อค่อาทิตย์เดียวเท่านั้น

หมายเหตุ – เธอไม่ได้ลองแรงดันไฟฟ้ามากกว่านี้ครับ แถม “Pavlok” ยังมีข้อผิดพลาดที่ว่าเมื่อเข้าแอปแล้วมันจะไม่โชว์ค่าแรงดันที่ตั้งเอาไว้ทำให้เธอไม่สามารถรับรู้ได้ว่าสรุปแล้วเธอตั้งแรงดันไว้ถูกต้องแล้วหรือไม่ และที่แรงดัน 450 volts นั้นจะทำให้เธอรู้สึกเหมือนโดนแมลงกัดซึ่งทำให้รู้สึกไม่ดีเท่าไรครับ

pavlok-600-04

ทั้งนี้ทั้งนั้น “Pavlok” ก็ไม่ได้มีฟีเจอร์แค่การช๊อตเพื่อเตือนเพียงอย่างเดียวเพราะว่าผู้ใช้สามารถที่จะทำการเซ็ทบนแอพได้ด้วยครับว่าจะให้เจ้า “Pavlok” ทำการสั่นเตือนเมื่อคุณทำการยกมือขึ้นมาที่ปากก่อนที่จะทำการกัดล็บหรือพฤติกรรมที่ไม่สมควรอื่นๆ หรือไม่ ซึ่งฟีเจอร์นี้ถือว่าเป็นจุดดีเพราะทำให้ผู้ใช้สามารถรู้ตัวได้ว่าพวกเขากำลังจะเผลอทำพฤติกรรมที่ไม่ดีรึเปล่า อีกหนึ่งข้อดีของ “Pavlok” ก็คือสามารถที่จะสวมใส่ได้ทั้งบนข้อมือข้างซ้ายและข้างขวาครับ

ทั้งนี้ Potenza ได้สรุปเอาไว้ว่าถึงแม้ว่าการใช้ “Pavlok” จะไม่ได้ผลสำหรับเธอแต่ทว่ากับผู้ใช้คนอื่นแล้วนั้นก็ไม่ได้หมายความว่ามันจะไม่ได้ผลเสมอไป โดยหากท่านใดที่มีพฤติกรรมไม่พึงประสงค์ที่ต้องการจะกำจัดโดยเกี่ยวข้องกับนิ้วมือ(อย่างที่ได้บอกไปในตอนต้น) และต้องการที่จะลอง “Pavlok” คุณสามารถเข้าไปสั่งซื้อ “Pavlok” ได้ที่ buy.pavlok.com โดยสนนราคาของ “Pavlok” 1 เครื่องอยู่ที่ $169 หรือประมาณ 6,090 บาท(แต่จะได้ผลหรือไม่นั้นต้องขึ้นอยู่กับความตั้งใจของผู้ใช้ด้วยนะครับ)

ที่มา : theverge




© Copyright - Notebookspec.com All Rights