Home » Buyer's Guide

[Buyer’s Guide] Feature VS Performance เลือกซื้อการ์ดจอควรดูที่ฟีเจอร์หรือประสิทธิภาพ ?

4 Oct 16 - By l

ณ ปัจจุบันนี้การ์ดจอมาการมาย หลากหลายรุ่น หลากหลายแบรนด์ กลาดเกลื่อนเมืองไทยเต็มไปหมด ซึ่งก็มีราคาที่แตกต่างกันออกไปตั้งแต่ 4,000 บาท จนถึง 30,000 บาท หรือแพงมากกว่านั้นก็ยังมีมาให้เห็นอยู่เป็นระยะ ซึ่งในบทความนี้จะมาพูดถึงการ์ดจอสาย Performance ล้วนๆ และก็สาย Feature อลังการ ว่าแบบไหนน่าเล่นกว่ากัน

performance-feature

ถ้าลองมองดูการ์ดจอแบรนด์ต่าง ๆ ในตอนนี้จะได้เห็นได้ถึงความแตกต่างที่เป็นเอกลักษ์ของแต่ละแบรนด์ที่ถูกเสริมเติมแต่งลงไปในตัวการ์ดจอให้โดดเด่นมากกว่าการ์ดจอแบบดั้งเดิมหรือ Founder Edition ซึ่งแต่ละค่ายก็จะมีเทคโนโลยีของตัวเองนำมาปรับใช้กับการ์ดจอในรุ่นนั้น ๆ เช่นชุดระบายความร้อน ภาคจ่ายไฟ โปรแกรมควบคุม รวมถึงออกแบบตัวการ์ดใหม่ทั้งหมด คงไว้แต่ชิป GPU ของทาง Nvidia การออกแบบใหม่ทั้งหมดนี้เองทำให้ประสิทธิภาพของตัวการ์ดจอและต้นทุนการผลิตของแต่ละค่ายแตกต่างกันออกไป

ถ้าลองจัดกลุ่มการ์ดจอจะจัดได้เป็น 2กลุ่มใหญ่  ๆ คือกลุ่ม “Feature” ที่จะมีฟังก์ชันการทำงานที่หลากหลาย ตัวการ์ดสวยงามอลังการ ลูกเล่นเยอะ ไฟสว่างสไว มีฟีเจอร์มากมายเจอร์ร่ายยาวราว 2-3 หน้ากระดาษ A4 อย่างเช่น ASUS, GIGABYET และ MSI ส่วนกลุ่มถัดมาจะเป็นการ์ดจอที่เน้น “Performance” คือเน้นประสิทธิภาพการใช้งานของตัวการ์ดล้วน ๆ ปรับแต่งตัวการ์ดจอไม่ได้มากนัก ฟีเจอร์ไม่ค่อยหลากหลาย ซึ่งกลุ่มนี่ก็จะสามารถแบ่งออกได้เป็นอีก 2 กลุ่มย่อยคือ Performance สายโหด เช่น GALAX ส่วนอีกหนึ่งกลุ่มย่อยคือ Performance Lowcost เช่น PALIT, ZOTAC และ LEADTEK

galax-geforce-gtx-980-ti-hof-ex-wc_pcb_3-1140x713-custom

การ์ดจอสาย Feature เห็นได้ชัดเลยว่าจะมาพร้อมกับฟีเจอร์ที่มากมาย เช่นฟีเจอร์ยอดนิยมอย่างไฟ RGB และซอฟแวร์ปรับแต่งความแรงที่สามารถปรับโหมด Overclock การ์ดจอได้ภายในคลิกเดียว เป็นที่แน่นอนว่าความอลังการทั้งด้านประสิทธิภาพความแรง และฟีเจอร์ต่าง ๆ รวมถึงความสวยงามองการ์ดจอที่โดดเด่น ยกระดับความเท่ให้กับเคสคอมพิวเตอร์ เป็นที่แน่นอนว่าทำให้การ์ดจอสายนี้มีราคาที่ค่อนข้างสูง

27093537633l-custom

การ์ดจอสาย Performance ชื่อก็บอกอยูแล้วว่าเน้นประสิทธิภาพล้วน ๆ แน่นอนว่าการ์ดสายนี้ไม่เน้นอะไรยุ่งยากวุ่นวาย ไม่มีฟีเจอร์อะไรที่ยืดยาวอาจจะเน้นในส่วนของชุดภาคจ่ายไฟ และหน้าตาตัวการ์ดรวมถึงชุดระบายความร้อนก็ยังคงออกแบบมาสวยงามเช่นกัน ถ้าไม่นับ GALAX ที่เป็นการ์ดจอ Performance รองรับการ Overclock แบบโหด ๆ ก็จะเป็นการ์ดจอที่ราคาประหยัดที่มีประสิทธิภาพไม่แพ้การ์ดจอสาย Feature เพียงแต่ตัดฟังก์ชันการทำงานต่าง ๆ ที่ไม่จำเป็นออก รวมถึงลดคุณภาพวัสดุการ์ดจอในรุ่นล่าง ๆ ที่เน้นราคาคาถูก

7776_12_zotac-geforce-gtx-1080-amp-extreme-fastest-custom

ถ้าพูดถึงเรื่องการเลือกซื้อระหว่างการ์ดจอ Feature และ Performance จะเลือกการ์ดจอสายไหน ก็คงต้องมาดูกันที่ปัจจัยหลาย ๆ อย่างของผู้ใช้งานเอง สำหรับคนที่นิยมความสวยงาม ความที่เน้นแต่งเคสอลังการ แน่นอนว่าจะต้องเลือกการ์ดจอสายฟีเจอร์อย่างแน่นอน ได้ทั้งความสวยงามและความแรงอย่างครบถ้วน  แต่สำหรับบางคนที่ซื้อการ์ดจอแล้วต้องการนำไปใช้ติดตั้งบล๊อกน้ำในชุดน้ำเปิด ชุดระบายความร้อนเดิมของการ์ดจอคงไม่จำเป็น แนะนำให้เน้นการ์ดราคาไม่แพงอย่าง LEADTEK แต่สำหรับคนงบเยอะแต่ชอบ Performance โหด ๆ GALAX คือคำตอบที่ดีที่สุด ด้วยระบบการจ่ายไฟที่เหนื่อกว่าการ์ดจอทุกค่ายทำให้สามารถ Overclock ได้อย่างสบาย ๆ แต่คนงบน้องก็การ์ดจอราคาประหยัดอย่าง PALIT และ ZOTAC ก็สามารใช้งานเล่นเกมสเปคสูง ๆ ได้ไม่ต่างกับการ์ดจอราคาแพง

ekfc1080-gtx_np_green_1600-1030x687-custom

โดยรวมแล้วจะเลือกการ์ดจอแบบไหนก็ตามการใช้งานของแต่ละคน รวมถึงงบในกระเป๋าด้วย เลือกซื้อการ์ดจอไม่มีผิดไม่มีถูก แต่สำหรับตัวผู้เขียนเองคงจะเลือกซื้อการ์ดจอ ZOTAC GTX 1080 Amp Extreme ด้วยความแรงเต็มประสิทธิภาพรวมถึงราคาที่ไม่แพง ส่วนฟีเจอร์ต่าง ๆ ผู้เขียนเองก็ไม่ได้ใส่ใจมากนัก ซอฟแวร์การ Overclock ก็สามารถหาโหลด Freeware เช่นโปรแกรม Nvidia Inspector หรือ MSI Afterburner มาใช้งานได้เช่นกัน

 




© Copyright - Notebookspec.com All Rights