Home » 4. Other News

[Google] จัดหนักเตรียมกดดันคู่ค้าให้อัพเดท Android เวอร์ชันใหม่ให้ถึงผู้ใช้งานเร็วกว่านี้

5 Jun 16 - By l

ถึงแม้ว่าระบบปฎิบัติการ Android จะเป็นระบบปฎิบัติที่มีผู้ใช้งานมากที่สุดในโลกโดยคิดรวมทั้งหมดแล้วมีส่วนแบ่งในตลาดระบบปฎิบัติการสำหรับอุปกรณ์คลื่นที่มากกว่า 80% ก็ตาม ทว่าระบบปฎิบัติการ Android นั้นก็มีปัญหาหนึ่งซึ่ง Google ผู้ผลิตระบบปฎิบัติการพยายามที่จะแก้ไขมาโดยตลอดแต่ทำยังไงก็ไม่สามารถทำได้สักทีนั่นก็คือเรื่องของการบังคับให้ผู้ผลิตคู่ค้าทำการอัพเดทระบบปฎิบัติการใหม่ให้กับผู้ใช้งานได้ตามที่ Google ต้องการสักทีครับ ปัญหาเรื่องดังกล่าวนี้เป็นปัญหาใหญ่สำหรับ Google พอควรมากพอที่ทาง Google นั้นได้ใช้โอกาสในงาน Google I/O 2016 ที่ผ่านมาออกมาประกาศครับว่า Google จะไม่ยอมให้เรื่องดังกล่าวเกิดขึ้นอีกต่อไปแล้ว

android-6-0-marshmallow 600

ทาง Google(หรือจริงๆ แล้วก็คือ Alphabet Inc.) ได้บอกเอาไว้ครับว่าพวกเขามีความจำเป็นที่จะต้องแก้ไขปัญหาเรื่องพฤติกรรมแย่ๆ ที่ผู้ผลิตไม่ใส่ใจที่จะทำการอัพเดทระบบปฎิบัติการ Android ใหม่ๆ ให้แก่ผู้ใช้งานสักที สิ่งหนึ่งที่ทาง Google ได้บอกเอาไว้ก็คือการอัพเดทระบบปฎิบัติการ Android รุ่นใหม่ๆ ให้กับผู้ใช้นั้นไม่ใช่แค่เรื่องที่ผู้ใช้จะสามารถเข้าถึงฟีเจอร์ใหม่ๆ ของระบบปฎิบัติการ Android เวอร์ชันใหม่ๆ ได่เท่านั้น ทว่าเรื่องดังกล่าวมันยังหมายรวมถึงเรื่องของระบบความปลอดภัย, การอุดช่องใหว่ต่างๆ ที่มีเสริมเข้ามาบนระบบปฎิบัติการ Android เวอร์ชันใหม่อีกด้วย

อีกเหตุผลหนึ่งซึ่งเหตุผลดังกล่าวนั้นค่อนข้างที่จะเป็นเหตุผลทางด้านการค้าของทาง Google ซึ่งเป็นบริษัทที่ได้รับเงินจากการใช้บริการต่างๆ บนระบบปฎิบัติการ Android และการขายโฆษณาก็คือระบบปฎิบัติการ Android เวอร์ชันใหม่ๆ ที่มาพร้อมกับฟีเจอร์ใหม่ๆ นั้นจะมีฟีเจอร์ที่สามารถต่อยอดทำเงินให้กับทางบริษัทได้(รวมไปถึงบริษัทคู่ค้าผู้ผลิตสมาร์ทโฟนระบบปฎิบัติการ Android) ในที่นี้ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดเจนเลยก็คือฟีเจอร์ Daydream virtual reality system ของระบบปฎิบัติการ Android เวอร์ชันถัดไปที่หากบริษัทคู่ค้าอัพเดทระบบปฎิบัติการ Android เร็วมากขึ้นเท่าไรรวมไปถึงผู้ให้บริการเครือข่ายให้ความสำคัญในเรื่องการผลักดันการอัพเดทระบบปฎิบัติการมากขึ้นเท่าไรทาง Google เองก็จะสามารถได้รับรายได้จากฟีเจอร์ใหม่ๆ ที่ควรได้รับเร็วขึ้นครับ

android vs ios graph show new version upgrade 600

กราฟจากทาง Bloomberg ที่แสดงให้เห็นถึงความรวดเร็วในการได้รับอัพเดทระบบปฎิบัติการเวอร์ชันใหม่เมื่อมีการเปิดตัวอย่างเป็นทางการ

จุดเริ่มต้นของปัญหา

สาเหตุที่ทำให้สมาร์ทโฟนและแท็บเล็ตระบบปฎิบัติการ Android ไม่ได้รับการอัพเดทระบบปฎิบัติการเวอร์ชั้นใหม่ๆ เร็วตามที่ Google ต้องการนั้นก็คือปัญหาเรื่องของการกระจายตัวของอุปกรณ์หรือ “fragmentation” ของตัวอุปกรณ์ครับ อุปกรณ์ระบบปฎิบัติการ Android นั้นมีผู้ผลิตเป็นจำนวนมาก(เนื่องจากว่า Google ปล่อยให้ผู้ผลิตสามารถที่จะนำตัวระบบปฎิบัติการไปใช้งานได้ฟรีๆ แล้วใช้วิธีเก็บเงินจากบริการบนตัวเครื่องเอา) และผู้ผลิตแต่ละรายนั้นก็ใช้ฮาร์ดแวร์แตกต่างกันรวมไปถึงได้มีการสร้างซอฟต์แวร์ส่วนของ UI(ส่วนต่อประสาน) ที่เอาไว้ครอบระบบปฎิบัติการ Android ของตัวเองให้แตกต่างจากผู้ผลิตรายอื่นๆ อีกรอบ ดังนั้นแล้วผู้ผลิตจึงจำเป็นที่จะต้องมีเวลาระยะหนึ่งในการพัฒนาระบบปฎิบัติการ Android เวอร์ชันใหม่ให้เข้ากับอุปกรณ์ของตัวเองก่อนที่จะปล่อยออกมาให้ผู้ใช้ได้ใช้งานกันครับ

ปัญหาดังกล่าวนี้ไม่เพียงแค่ Google เท่านั้นนะครับที่แสดงอาการไม่พอใจ เพราะในความเป็นจริงแล้วจากการสำรวจของทาง Google เองนั้นพบว่าผู้บริโภคและหน่วยงานที่กำกับดูแลเรื่องของระบบซอฟต์แวร์ในองค์กรต่างๆ ก็มีความไม่พอใจเป็นอย่างมากเช่นเดียวกัน ตัวอย่างของความไม่พึงพอใจในเรื่องการไม่ปล่อยอัพเดทเวอร์ชันใหม่ๆ ของระบบปฎิบัติการ Android นั้นก็มีให้เห็นกันแล้วกับกลุ่มผู้ใช้ชาวดัตช์ที่ทำการยื่นฟ้อง Samsung Electronics Co., บริษัทผู้ผลิตอุปกรณ์ระบบปฎิบัติการ Android ที่ใหญ่ที่สุดในโลกไปเมื่อเดือนมกราคมที่ผ่านมาด้วยข้อกล่าวหาที่ว่าทาง Samsung นั้นละเลยเรื่องของการอัพเดทระบบปฎิบัติการให้กับอุปกรณ์ของตัวเองมากจนเกินไปครับ

อุปกรณ์ระบบปฎิบัติการ Android ทั้งหมดทั่วโลกนั้นนับยอดจนถึงปัจจุบันจะอยู่ที่ราวๆ ประมาณ 1.4 พันล้านเครื่อง โดยในจำนวนดังกล่าวนั้นมีเพียง 7.5% เท่านั้นที่ได้รับการอัพเดทมาใช้งานระบบปฎิบัติการ Android 6.0 Marshmallow ที่เปิดตัวมามากกว่า 1 ปีแล้ว ในขณะที่อุปกรณ์ระบบปฎิบัติการ iOS ของทางฝั่ง Apple นั้นหลังจากมีการเปิดตัวระบบปฎิบัติการเวอร์ชันใหม่ออกมาผู้ใช้สามารถที่จะทำการอัพเดทได้ทันทีโดยในปัจจุบันพบว่าอุปกรณ์ iOS กว่า 84% นั้นใช้ iOS เวอร์ชัน 9.0 แล้วครับ(แถม Apple ยังมีการประกาศอย่างเป็นทางการด้วยครับว่า iOS เวอร์ชันใหม่นั้นสามารถอัพเดทกับอุปกรณ์รุ่นไหนได้บ้าง โดยปกติถึงแม้ตัวอุปกรณ์จะมีอายุการใช้งานมา 3 – 4 ปี ก็สามารถทำการอัพเดทได้อยู่ แต่ฝั่ง Android นั้นผู้บริโภคต้องลุ้นเอาครับว่าจะโดน “แพ” หรือไม่

หมายเหตุ – ทั่วไปแล้วอุปกรณ์ระบบปฎิบัติการ Android นั้นจะมีอายุการใช้งานที่สั้นมาก โดยทั่วไปสมาร์ทโฟนหรือแท็บเล็ตระดับเรือธงจะได้รับอัพเดทเวอร์ชันระบบปฎิบัติการใหม่เพียงแค่ 1 – 2 ครั้งเท่านั้น ส่วนอุปกรณ์ที่อยู่ในระดับกลางไปจนถึงล่างนั้นบางทีก็ไม่เคยได้รับการอัพเดทเวอร์ชันระบบปฎิบัติการเลยหล่ะครับ

android_mobile_security-100434195-primary.idge

ในส่วนของการอัพเดทบางอย่างเช่นการอัพเดทระบบความปลอดภัยนั้นก็ไม่ได้ขึ้นอยู่กับผู้ผลิตอุปกรณ์แต่ทว่าขึ้นอยู่กับทางผู้ให้บริการเครือข่ายครับ ตัวอย่างที่ทาง Google ได้ยกขึ้นมานั้นก็คือบริษัท Verizon Communications Inc. ผู้ให้บริการเครือข่ายโอเปอร์เรเตอร์รายใหญ่ในสหรัฐอเมริกา ที่เมื่อได้รับไฟล์สำหรับการอัพเดทมาอยู่ในมือแล้วทาง Verizon เองจะต้องทำการทดสอบไฟล์นั้นๆ กับอุปกรณ์ของตัวเองก่อนรวมไปถึงทดสอบก่อนการปล่อยเข้าสู่ระบบเครือข่ายเพื่อทำการอัพเดทด้วยอีกทีหนึ่ง ซึ่งจุดนี้นั้นทาง Google บอกว่าแหล่งข่าวภายในได้บอก Google เอาไว้ครับว่ากระบวนการในการทดสอบเรื่องดังกล่าวอาจจะต้องใช้เวลาตั้งแต่ 2 อาทิตย์ไปจนกระทั่งถึง 1 เดือนเลยทีเดียวก่อนที่ทางผู้ให้บริการเครือข่ายจะปล่อยอัพเดทนั้นสู่ผู้บริโภค

หมายเหตุ – ทาง Verizon นั้นมีสมาร์ทโฟนที่ร่วมกันผลิตและวางจำหน่ายร่วมกับผู้ผลิตรายใหญ่ๆ หลายรายอย่างเช่น Samsung เป็นต้น โดยทาง Albert Aydin แหล่งข่าวของทาง Verizon ที่ให้ข้อมูลในเรื่องนี้กับ Bloomberg นั้นบอกเอาไว้ครับว่ากระบวนการขึ้นตอนต่างๆ ในการทดสอบอัพเดทก่อนที่จะปล่อยไปให้ผู้บริโภคได้อัพเดทกันนั้น ทาง Verizon เองก็ทำงานอย่างใกล้ชิดกับบริษัทคู่ค้าเช่นเดียวกันเพื่อให้อัพเดทดังกล่าวสามารถที่จะปล่อยออกไปยังผู้บริโภคได้เร็วที่สุด ทว่าเมื่อถามถึงการทำงานร่วมกับ Google เองในการปล่อยอัพเดทแล้วนั้นทาง Verizon ปฎิเสธที่จะให้ความเห็นครับ

หมายเหตุ 2 – Sprint Corp. ผู้ให้บริการเครือข่ายโอเปอร์เรเตอร์ในสหรัฐอเมริกาที่มีจำนวนผู้ใช้งานมากไม่แก้กันได้ให้ข้อมูลเอาไว้ครับว่าทางบริษัท Spint นั้นได้พยายามลดระยะเวลาในการทดสอบเรื่องของอัพเดทจากที่เคยอยู่ที่ประมาณ 12 อาทิตย์เป้นอย่างต่ำให้กลายมาเป้นเร็วขึ้นคืออยู่ที่ประมาณไม่เกิน 2 อาทิตย์ครับ(จากคำพูดของ Ryan Sullivan ผู้ดำรงตำแหน่งรองประธานผ่านพัฒนาผลิตภัณฑ์ของ Sprint)

หมายเหตุ 3 – จุดนี้จะค่อนข้างจะเหมือนเมืองไทยบ้านเราพอควรครับเนื่องจากว่าผู้ให้บริการเครือข่ายโอเปอร์เรเตอร์ทั้ง 3 รายในเมืองไทยนั้นก็มีการนำสมาร์ทโฟนรุ่นเฉพาะเจาะจงของตัวเองออกมาจำหน่ายเช่นเดียวกัน(ที่เห็นได้ชัดเจนที่สุดก็คงจะหนีไม่พ้น Truemove-H ที่มีสมาร์ทโฟนระบบปฎิบัติการ Android ราคาถูกจำหน่ายในชื่อของตัวเองครับ) สังเกตดูได้เลยครับว่าสมาร์ทโฟนดังกล่าวต่างๆ นั้นจะได้รับอัพเดทช้ามากหรือบางรุ่นนั้นตั้งแต่ซื้อมาใช้ก็ไม่เคยมีอัพเดทอะไรหลุดออกมาให้ได้อัพเดทกันเลยหล่ะครับ

android-n-update-hero-600

ปัญหาเรื่องความปลอดภัยที่ผู้ผลิตสมาร์ทโฟนไม่ส่งอัพเดทให้ผู้บริโภคในเวลาอันควร

สำหรับท่านผู้ใช้สมาร์ทโฟนระบบปฎิบัติการ Android น่าจะพอคุ้นกับปัญหาเรื่องช่องโหว่ Stagefright ที่ในปี 2015 นั้นค่อนข้างจะดังมากเลยทีเดียวครับ จุดที่ทำให้ปัญหาเรื่องช่องโหว่ Stagefright นั้นโด่งดังขึ้นได้ก็เนื่องมาจากว่ามีอุปกรณ์ระบบปฎิบัติการ Android มากกว่าพันล้านเครื่องที่เสี่ยงจากช่องโหว่อันนี้เพราะมันมีอยู่บนอุปกรณ์ระบบปฎิบัติการ Android ทุกรุ่นที่มีเวอร์ชันสูงกว่า 2.2 ขึ้นไปครับ(ณ เวลานั้นก็รวมๆ ได้กว่า 950 ล้านเครื่อง สำหรับท่านใดสนใจอยากรู้ว่าช่องโหว่ดังกล่าวมีลักษณะเป็นเช่นไรสามารถติดตามได้จากบทความเก่าที่ สมาร์ทโฟน Android กว่า 950 ล้านเครื่องทั่วโลกสามารถโดนเจาะได้เพียงแค่ MMS เดียวเท่านั้น ได้เลยครับ)

stageFright 600

หลังจากที่ทาง Google สามารถอุดช่องโหว่ดังกล่าวได้แล้วทางบริษัทก็ได้ส่งอัพเดทอุดช่องโหว่ดังกล่าวไปยังอุปกรณ์ Nexus ที่ใช้ระบบปฎิบัติการ Android เพียวๆ ทันทีภายในเวลาไม่ถึงเดือนเท่านั้นอุปกรณ์ใรซีรีส์ Nexus ก็ได้รับการอัพเดทความปลอดภัยเพื่อป้องกันช่องโหว่ Stagefright ทั้งหมด ทว่าอัพเดทดังกล่าวนี้กลับไปได้ไปถึงมือผู้บริโภคที่ใช้สมาร์ทโฟนผู้ซึ่งเคยผลิตสมาร์ทโฟนซีรีส์ Nexus อย่าง LG และ Samsung ในช่วงเวลาเดียวกันหล่ะครับ ถึงแม้ว่าทาง Google จะตั้งเป้าเอาไว้ว่าอัพเดทอุดช่องโหว่ Stagefright นั้นควรจะถึงมือของผู้บริโภคภายในเวลา 1 เดือน แต่ในความจริงแล้วก็หาได้เป็นเช่นนั้น

ไม่เพียงแค่ LG หรือ Samsung เท่านั้นนะครับที่ไม่สามารถทำตามที่ Google ต้องการได้เนื่องจากว่าทั้ง HTC และ Motorola เองก็เคยได้ออกมาบอกเหมือนกันครับว่ากระบวนการในการที่จะทดสอบช่องโหว่ดังกล่าวนั้นไม่ใช่แค่ได้รับมาแล้วดูว่ามันสามารถใช้งานกับเครื่องของพวกเขาได้เลยทันทีได้หรือไม่เท่านั้น แต่ทว่าพวกเขาจะต้องดูว่าอัพเดทดังกล่าวไปกระทบเข้ากับส่วนอื่นของระบบปฎิบัติการหรือส่วนต่อประสานของแต่ละบริษัทเองด้วยไปมอีกต่างหากซึ้งกระบวนการต่างๆ ดังกล่าวนี้อาจจะต้องใช้เงินทุนเพียงเพื่อการทดสอบมากถึงหลายแสนดอลลาร์ต่อสมาร์ทโฟน 1 รุ่นเลยทีเดียวครับ

แล้ว Google จะกดดันผู้ผลิตอย่างไร

Android-Lollipop-with-Google-logo 600

เอาเป็นว่าหากทุกท่านได้อ่านมาจนถึงจุดนี้แล้วนั้นจะเห็นได้ครับว่าการออกอัพเดทระบบปฎิบัติการรุ่นใหม่ไปยังผู้ใช้งานนั้นค่อนข้างจะเป็นเรื่องที่เสียทรัพยากรเป็นอย่างมากไม่ว่าจะเป็นทั้งเรื่องของเวลาและเรื่องของเงินทุน ทว่า Google ก็ได้หาแคร์ไม่ครับเนื่องจากว่าทาง Google นั้นได้เตรียมแนวกลยุทธ์ขั้นรุนแรงเอาไว้สำหรับเล่นงานบริษัทที่ไม่ยอมปล่อยอัพเดทระบบปฎิบัติดการ Android ใหม่ๆ ให้กับอุปกรณ์ของตัวเองแล้ว กลยุทธ์ดังกล่าวก็คือทาง Google นั้นจะมีรายชื่อพิเศษที่เป็นรายชื่อสำหรับบริษัทต่างๆ ว่าพวกเขาได้ทำการอัพเกรดระบบปฎิบัติการให้กับสมาร์ทโฟนหรืออัพเดทความปลอดภัยให้กับสมาร์ทโฟนไปมาน้อยเพียงใดเอาไว้อยู่ในมือ

แถมๆ รายชื่อต่างๆ เหล่านี้ยังได้ถูกเปิดเผย “ประจาน” ในบริษัทคู่ค้าของ Google ได้รู้ทั้งหมดอีกด้วยหล่ะครับว่าในปีที่ผ่านมาบริษัทผู้ผลิตสมาร์ทโฟนแต่ละรายมีลักษณะการอัพเดทความปลอดภัยหรืออัพเกรดระบบปฎิบัติการเป็นอย่างไรบ้าง แน่นอนหล่ะครับว่าการเผยรายชื่อออกมาแบบนี้นั้นบริษัทผู้ผลิตย่อมจะไม่ชอบแน่นอนเพราะนั่นหมายถึงทำให้บริษัทผู้ผลิตหมดความน่าเชื่อถือ(และมีความน่าอับอายเกิดขึ้นอย่างทันที) เอาเป็นว่าคงจะไม่มีใครอยากที่จะซื้อสมาร์ทโฟนจาก 2 บริษัทผู้ผลิตที่อยู่ในลำดับท้ายๆ และก็คงไม่มีใครอยากจะทำงานร่วมกับบริษัทที่ไม่ค่อยมีการพัฒนาตัวเองหล่ะครับ … งานนี้ Google เขาเล่นแรงจริงๆ ครับ

วิธีแก้ไขปัญหาอีกรูปแบบหนึ่งจาก Google

อย่างไรก็ตามใช่ว่า Google เองนั้นจะไปโทษผู้ผลิตเอาฝ่ายเดียวหล่ะครับว่าไม่ยอมปล่อยอัพเดทหรือปล่อยอัพเดทระบบปฎิบัติการช้าออกมา เพราะส่วนหนึ่งแล้ว Google เองก็ยังคงต้องพึ่งบรรดาผู้ผลิตทั้งหลายในการที่จะนะเอาระบบปฎิบัติการ Android ไปผลิตใช้เป็นระบบปฎิบัติการหลักบนสมาร์ทโฟนและแท็บเล็ตเพื่อที่ว่า Google จะยังคงสามารถที่จะจำหน่ายบริการของตัวเองเพื่อเก็บเงินได้ด้วยอีกต่อไป ในการณ์นี้นั้น Google ได้แก้ไขปัญหาเรื่องดังกล่าวด้วยการตัดฟีเจอร์บางอย่างที่จะมีออกมาบนระบบปฎิบัติการ Android รุ่นใหม่ๆ ให้มาเป็นแอปพลิเคชันเดี่ยวๆ ที่ผู้ใช้สามารถโหลดไปใช้งานได้เอาเองเลยดีกว่าครับ

Allo messaging service 600

Allo messaging service เป็นบริการหนึ่งที่เห็นได้ชัดว่าทาง Google นั้นได้ทำการตัดฟีเจอร์ที่จะอยู่บนระบบปฎิบัติการ Android รุ่นถัดไปมาทำเป็นแอปพลิเคชันแยกเอาไปเลยครับ Allo messaging service นั้นเป็นบริการเกี่ยวข้องกับการส่งข้อความรูปแบบใหม่ของทาง Google ซึ่งจุดเดนของมันเลยนอกจากที่จะใช้ในการส่งข้อความได้แล้วนั้นมันยังมาพร้อมกับผู้ช่วยอัจฉริยะที่สามารถใช้ในการทำงานได้อีกด้วย นอกไปจากนั้นแล้่วที่น่าสนใจมากกว่านั้นก็คือมันจะสามารถใช้งานได้ทั้งบนระบบปฎิบัติการ Android และ iOS โดยบนระบบปฎิบัติการ Android นั้นหากใครมีเวอร์ชัน Jellybean(ที่ออกมาตั้งแต่ปี 2012)ก็จะสามารถจะโหลดไปใช้ได้ครับ(ซึ่งก็กว่า 95% ของผู้ใช้สมาร์ทโฟนระบบปฎิบัติการ Android หล่ะครับ)

ทั้งนี้ทั้งนั้นก็คงต้องตามดูกันต่อไปหล่ะครับว่า Google จะกดดันให้ผู้ผลิตยอมออกอัพเดทผลิตภัณฑ์ของตัวเองออกมาเป็นเวอร์ชันใหม่ล่าสุดได้นานมากแค่ไหน(และเร็วมากขึ้นแค่ไหน) สิ่งหนึ่งที่ต้องไม่ลืมเลยก็คือด้วยความที่อุปกรณ์ของระบบปฎิบัติการ Android นั้นอัพเดทไม่ค่อยจะบ่อยมากนัก เรียกได้ว่า 2 ปีก็หมดอายุการใช้งานอย่างเป็นทางการแล้วทำให้มันยังคงสามารถที่จะวางาจำหน่ายเครื่องรุ่นใหม่ๆ ได้อยู่ตลอดเวลาอย่างต่อเนื่องด้วยหล่ะครับถ้างานนี้ Google เอาจริงเราอาจจะเห็นเห็นยอดจำหน่ายของสมาร์ทโฟนและแท็บเล็ตระบบปฎิบัติการ Android ลดลงไปจากเดิมบ้างก็เป็นได้หล่ะครับ

ที่มา : bloomberg, theverge




© Copyright - Notebookspec.com All Rights