Home » Accessories

Review – คีย์บอร์ดเล่นเกม HyperX Alloy Core RGB คลิกไว มีไฟ RGB ไม่ถึง 2,000 บาท

20 Dec 18 - By l

ช่วงปลายปีแบบนี้เกมมิ่งเกียร์ออกมาให้เหล่าเกมเมอร์ได้จับจองกันอย่างล้นตลาด โดยเฉพาะ เมาส์ หูฟัง คีย์บอร์ด ที่ออกรุ่นใหม่และจัดโปรโมชั่นกันชนิดกระเป๋าเงินสั่นกันเลยทีเดียว ซึ่งปัจจุบันไม่ใช่แค่ Mechanical keyboard เท่านั้น ที่เรียกเงินในกระเป๋าได้ แต่คีย์บอร์ดที่เสริมลูกเล่นน่าสนใจ เสียงคลิกไม่ต้องดัง ก็เป็นสิ่งที่หลายคนต้องการ ยิ่งราคาแบบกระเป๋าไม่ฉีกด้วยแล้ว ยิ่งดึงดูดไม่น้อย เช่นเดียวกับ คีย์บอร์ด hyperX รุ่นนี้

HyperX เป็นอีกค่ายหนึ่ง ที่เริ่มส่งอุปกรณ์เกมมิ่งเกียร์ในรุ่นต่างๆ ออกมาให้ใช้กันหลายรุ่น ตั้งแต่หูฟัง Cloud series ที่หลายคนคุ้นเคยกันดี ไปจนถึง คีย์บอร์ด HyperX Alloy FPS และเมาส์ในตระกูล Pulsefire ที่เรียกว่าออกไปได้โดนใจเหล่าเกมเมอร์กับราคาที่ไม่ได้เวอร์วัง แม้จะดูเรียบง่ายในช่วงแรกๆ เพราะเน้นเรื่องของคุณภาพและความแข็งแรง แต่ช่วงหลังก็นำเอาลูกเล่นอื่นๆ มาใส่ให้โดนใจวัยรุ่นกันมากขึ้น เช่นเดียวกับเกมมิ่งคีย์บอร์ด HyperX Alloy Core RGB รุ่นใหม่ ที่นำมารีวิวในวันนี้

ที่มาพร้อมลูกเล่นสำหรับคอเกมโดยเฉพาะ ทาง HyperX เลือกใช้ปุ่มแบบดั้งเดิมที่เรียกว่า Membrane ที่ให้สัมผัสนุ่มกว่า ซึ่งเอาใจคนที่ไม่ชอบเสียงดัง แต่ยังได้การตอบสนองที่ดี การกดที่นุ่มนวลนี้ ให้ความรู้สึกดีในการพิมพ์ หรือการเล่นเกมก็ตาม แม้ความรู้สึกจะไม่ได้เร้าใจ เพราะไร้เสียงและจังหวะ แต่ถ้าถึงเวลาลุยในสนามรบแล้ว เราก็แทบจะลืมเรื่องต่างๆ เหล่านี้กันไปแล้ว

อีกสิ่งที่ HyperX Alloy Core RGB เติมเข้ามาก็คือ สีสันของไฟ RGB บนปุ่ม ให้ผู้ใช้ปรับเองได้บนคีย์บอร์ด พร้อมสายถักขนาดใหญ่แข็งแรงและพื้นฐานของโครงสร้างคีย์บอร์ดที่ให้ความแข็งแรง มีน้ำหนักพอสมควร เพื่อให้วางบนโต๊ะได้แน่นหนา ไม่เลื่อนไปมาระหว่างใช้งาน ที่สำคัญยังกันน้ำได้ในระดับหนึ่ง ฟีเจอร์เรียกว่าเยอะพอสมควรในระดับราคาไม่ถึง 2 พันบาท

 

Specification

Keyboard

  • Type: Membrane
  • Backlight: RGB (5-zone multi-colour customisation)
  • Light effects: 6 LED modes and 3 brightness levels
  • Connection type: USB 2.0
  • Polling rate: 1000Hz
  • Anti-ghosting: Multi-key anti-ghosting
  • Media control: Yes
  • Game Mode: Yes
  • Spill resistance: tested up to 120ml of liquid
  • OS compatibility: Windows® 10, 8.1, 8, 7

Cable

  • Type: Attached, braided
  • Length: 1.8m
  • Dimensions
  • Width: 443.20mm
  • Depth: 175.31mm
  • Height: 35.68mm
  • Weight (Keyboard and cable): 1121g

 

รูปลักษณ์การออกแบบ

ทาง HyperX เลือกใช้โทนกล่องสีขาวตัดแดง เช่นเดียวกับหลายๆ รุ่นที่ออกมาในช่วงนี้ ไม่ว่าจะเป็น หูฟัง เมาส์หรือคีย์บอร์ด พร้อมภาพกราฟฟิกของคีย์บอร์ด ด้านหลังใส่ข้อมูลฟีเจอร์สำคัญมาให้อย่างชัดเจน

สิ่งที่อยู่ด้านในกล่อง คีย์บอร์ด HyperX ประกอบด้วย ตัวคีย์บอร์ดและเอกสารประกอบด้านเทคนิคเล็กน้อย เพื่อช่วยในการใช้งานเบื้องต้น

HyperX Alloy Core RGB มาในโทนสีดำตลอดทั้งตัว โลโก้ HyperX โดดเด่นอยู่ตรงกลาง และปุ่มคอนโทรลแสงไฟทางด้านซ้าย ส่วนทางขวาสำหรับระบบมัลติมีเดีย

โลโก้ HyperX จัดวางตรงกลางตัวคีย์บอร์ด ให้ความเรียบง่าย ค่อนข้างจะต่างจากในรุ่นที่ผ่านๆ มา โดยมีแถบแสงไฟ วิ่งผ่านทางด้านล่างโลโก้ตลอดแนวยาวของคีย์บอร์ด

 

ปุ่มบน คีย์บอร์ด HyperX รุ่นนี้เป็นแบบ Membrane ซึ่งคาดว่าในเวอร์ชั่นจำหน่ายจริงน่าจะมีปุ่มภาษาไทยมาด้วย ซึ่งทาง HyperX ระบุว่าเป็นคีย์บอร์ดในเกรดของเกมมิ่ง

ปุ่ม Quick-access ด้านซ้ายมือ ใช้สำหรับปรับแสงไฟบนคีย์บอร์ดได้ ปุ่มแรกสำหรับเปิด-ปิดไฟ, ปุ่มที่สองสำหรับเลือกเอฟฟเฟกต์แสงไฟได้ 5 แบบ ประกอบด้วย Color Cycle, Spectrum Wave, Breathing, Solid, 5 Zones และ Aurora

ปุ่มทางขวามือจะใช้ควบคุมระบบเสียงและมัลติมีเดีย ทั้งเปิด-ปิด, เพิ่ม-ลดเสียง รวมถึง RW, FW และ Pause/Play ครบครัน แต่ไม่ได้เป็นแบบไดอัลจ๊อกกิ้งเช่นเดียวกับในรุ่นก่อน แม้จะแยกส่วนกันอยู่ แต่ปุ่มไม่ได้ใหญ่มากนัก ช่วงแรกๆ อาจจะต้องสังเกตให้ดีก่อนกด

สายสัญญาณเป็นแบบสายถักแข็งแรงทีเดียว ความยาว 1.8ม หัวต่อ USB 2.0 ที่เรียกว่ายาวมากพอสำหรับการต่อพ่วงกับด้านหลังเคส ไม่ว่าจะวางบนโต๊ะหรือใต้โต๊ะก็ตาม

หน้าตาเต็มๆ ของ คีย์บอร์ด HyperX Alloy Core RGB ซึ่งมาพร้อมไฟ RGB ที่สามารถปรับรูปแบบได้ ผ่านทางปุ่มด้านบนซ้ายมือของคีย์บอร์ด ซึ่งปรับได้ 5 รูปแบบด้วยกัน คือ Color Cycle, Spectrum Wave, Breathing, Solid, 5 Zones และ Aurora ถึงแม้จะไม่ได้ซิงก์กับซอฟต์แวร์ เช่นเดียวกับในบางรุ่นของ HyperX แต่เท่าที่ให้มานี้ ก็ถือว่าเพิ่มความสวยงามได้ดีทีเดียว หาได้ยากบนคีย์บอร์ดราคาไม่ถึง 2 พันบาท

 

 

 

 

Conclusion

สำหรับ คีย์บอร์ด hyperX Alloy Core RGB รุ่นนี้ คงต้องบอกว่าน่าจะเป็นอีกหนึ่งตัวเลือกที่น่าสนใจสำหรับเกมเมอร์ที่มีงบประมาณไม่มาก แต่อยากได้เกมมิ่งคีย์บอร์ดราคาไม่แพง ด้วยสนนราคาไม่ถึง 2 พันบาท แต่มีลูกเล่นในการเล่นเกมและมัลติมีเดียอย่างครบครัน ซึ่งถ้ามองในแง่ของการเล่นเกมจริงจัง ไม่ได้สนเรื่องของสัมผัสและอารมณ์จากเสียงคลิก

คีย์แบบ Membrane นี้ก็ตามโจทย์ในการเล่นได้อย่างแน่นอน ด้วยสัมผัสที่ค่อนข้างเบา ระยะการกดอาจลึกไปบ้าง ตามรูปแบบของคีย์ แต่ยังให้ความรู้สึกในการเล่นได้สนุกทีเดียว จุดสำคัญคือ หากใครที่ไม่ได้สนใจเรื่องเสียงคลิ๊กบนคีย์แบบ Mechanical keyboard หรือชอบเสียงนุ่มๆ ของปุ่มที่ไม่สะท้อนน้ำหนักที่นิ้วนัก คีย์บอร์ดรุ่นนี้น่าจะเป็นคำตอบที่ดี ที่ได้ลองบนเกม FarCry5 และ PUBG ถือว่าสนุกได้ ตอบสนองไวไม่แพ้

ส่วนลูกเล่นของคีย์บอร์ดน่าจะมี 2 ส่วนที่ทำให้คีย์บอร์ดน่าใช้งานไม่น้อย นั่นคือ ปุ่ม Quick-access ที่ใช้ในการปรับแสงไฟ RGB ซึ่งอยู่ทางมุมซ้ายบนของคีย์บอร์ด ปุ่มแรกสำหรับเปิด-ปิดไฟ ปุ่มที่สองใช้ปรับโหมดแสง และสุดท้ายเป็นปุ่มสำหรับใช้ในโหมดเกม ทางด้านขวาก็ใช้ในการปรับเล่นมัลติมีเดียได้สะดวกไม่น้อยทีเดียว

โดยภาพรวมต้องถือว่าเป็นคีย์บอร์ดอีกรุ่นหนึ่งจากทาง HyperX ที่ออกมาเอาใจเกมเมอร์ที่กำลังมองหาอาวุธคู่มือเพื่อลุยในสนามรบ เสียงเบา ปุ่มแน่น มีไฟ RGB ถ้าไม่ได้ซีเรียสกับคีย์แบบ Cherry MX หรือเสียงคลิก ความสวยงานจากไฟ RGB และปุ่มที่คลิกได้นุ่มนวลแบบนี้ โดนใจคุณแน่นอน

 

จุดเด่น

  • ปุ่มให้การตอบสนองได้ดีพอสมควรและเสียงไม่ดัง
  • ปุ่มขนาดใหญ่ ให้ความแม่นยำ ไม่พลาดง่ายๆ
  • มาพร้อมปุ่ม Quick-access ใช้งานง่าย

ข้อสังเกต

  • แสงไฟบนคีย์บอร์ดปรับได้ในแบบ Manual ผ่านทางปุ่มควบคุมเท่านั้น

 

ราคา: ประมาณ 1,990 บาท

ข้อมูลเพิ่มเติม: HyperX Alloy Core RGB

 



© Copyright - Notebookspec.com All Rights