Home » How to

[Windows Tips] ตั้งค่า Default บนพรินเตอร์ไม่ได้ พิมพ์งานไม่ได้ พรินเตอร์ไม่ตรงรุ่น แก้ไขในไม่กี่ขั้นตอน

6 Feb 17 - By l

จะทำอย่างไรหากวันนึงคุณเห็นหน้าต่างรายงาน “Default printer cannot be set” บน Windows 10 ในขณะที่ทำการ Add Printer ทำให้เวลาที่เราสั่งพิมพ์ทุกครั้ง ก็ต้องมาคลิกเลือกพรินเตอร์ หากพิมพ์จำนวนมากหลายๆ ไฟล์ ก็จะเสียเวลาไม่น้อยทีเดียว ซึ่งหากพบปัญหาดังกล่าวนี้ สามารถใช้การปรับรีจิสทรีเล็กน้อย ก็สามารถแก้ไขได้

HP-Laserjet-Pro -M102W-printer (11)

ปัญหานี้มักเกิดจากการที่มีพรินเตอร์จำนวนมากในระบบ ซึ่งวินโดวส์จะมองพรินเตอร์ที่เหมาะกับการเป็นเครื่องพิมพ์เริ่มต้น เช่น เปิดทำงานอยู่หรือใช้งานล่าสุด แต่บางกรณีเครื่องพิมพ์ที่เหมาะกับการเป็นตัวแรก กลับไม่ได้เลือกให้เป็น Default ซึ่งโดยทั่วไปพรินเตอร์ที่จะมีเป็นอันดับแรกๆ จะมีการจัดเรียงตามตัวอักษรที่ปรากฏอยู่บนเครื่องพิมพ์ อย่างไรก็ดีในการแก้ไข อาจเริ่มต้นด้วยการยกเลิกค่า Default ของพรินเตอร์ปัจจุบัน และเพิ่มพรินเตอร์เข้าไปใหม่ (Add printer) จากนั้นตั้งค่าใหม่อีกครั้ง

printer-can-not-default (1)

โดยทางเลือกในการใช้งาน คุณสามารถเปิดการตั้งค่าแอพฯ แล้วไปที่ Devices > Printers & scanners จากนั้นกำหนดการตั้งค่าพรินเตอร์ให้เป็น Default ในเบื้องต้น แต่หากยังใช้งานไม่ได้ก็ต้องอาศัยการปรับแก้รีจิสทรี ตามขั้นตอนด้านล่างนี้

*การแก้ไขปรับตั้งค่า Registry อาจส่งผลต่อการทำงานของระบบ จึงควรทำด้วยความระมัดระวังและสำรอง Registry เดิมเอาไว้ด้วยการสร้าง create a System Restore point

printer-can-not-default (2)

1
ให้กดปุ่ม Windows + R จากนั้นพิมพ์ regedit ลงไปในช่อง เพื่อเปิดการทำงานของ Registry Editor
2
เข้าไปตามพาธดังกล่าวนี้ (HKEY_CURRENT_USER\Software\Microsoft\Windows NT\CurrentVersion\Windows)

printer-can-not-default (3)

3
ทางด้านขวามือของหน้าต่าง Windows Registry ให้มองหา Device registry string (REG_SZ) ด้านในจะปรากฏ Value Data อยู่ 3 ส่วนด้วยกัน ส่วนแรกจะเป็นการตั้งค่า Default printer สำหรับระบบปฏิบัติการ Windows ส่วนที่สองและสามจะเป็น Spooler หรือ Print Spooler service และข้อมูลการเชื่อมต่อ ให้ดับเบิลคลิกบนค่าดังกล่าวนี้ในช่อง Value Data:

printer-can-not-default (4)

4
และสุดท้ายในช่อง Edit String box เริ่มต้นให้ปรับแต่งชื่อของพรินเตอร์ที่คุณต้องการตั้งให้เป็น Default ซึ่งชื่อนั้นต้องตรงกับในรายชื่อพรินเตอร์ที่ปรากฏอยู่ โดยให้เข้าไปที่ Control Panel > All Control Panel Items > Devices and Printers หรือ Settings app > Devices > Printers & scanners แล้วคลิก Ok เพื่อปิดการทำงานของ Registry Editor

printer-can-not-default (5)

โดยที่คุณสามารถเช็คใน Control panel และมองเห็นพรินเตอร์ที่คุณ Add default เข้าไปได้ ซึ่งระบบจะเริ่มการใช้งานด้วยพรินเตอร์นี้เป็นอันดับแรกทุกครั้ง

ที่มา : kapilarya

 



© Copyright - Notebookspec.com All Rights