Home » Special Story

Computex 2019 – สัมผัสโน้ตบุ๊กใหม่จาก MSI ทั้งสายเกม สาย Workstation และสาย Creative จากไต้หวัน

1 Jun 19 - By l

ยังคงต่อกันกับบทความแนะนำสิ่งที่น่าสนใจในงาน Computex 2019 ที่ประเทศไต้หวันนะครับ โดยในคราวนี้จะเป็นส่วนของการพาทัวร์บูท MSI ในส่วนของโน้ตบุ๊กว่าจะมีรุ่นใดมาโชว์บ้าง รวมถึงจุดเด่นที่น่าสนใจของแต่ละรุ่น งานนี้บอกเลยว่า MSI ไม่ได้จัดเต็มแต่สายเกมมิ่งเหมือนเดิมแล้ว แต่โน้ตบุ๊กสำหรับสายงานอื่น ๆ ก็น่าสนใจไม่แพ้กันเลยทีเดียว

สำหรับในรอบนี้ MSI เลือกนำเสนอโน้ตบุ๊กที่ตอบโจทย์การใช้งานของ 3 กลุ่มหลัก ๆ ครับ ได้แก่กลุ่มเกมเมอร์ที่เป็นจุดขายของ MSI อยู่แล้ว ต่อมาก็เป็นกลุ่มของเครื่อง workstation ขนาดพกพาสำหรับสายงานด้านการออกแบบ วิศวกรรม และกลุ่มที่สามก็คือกลุ่มของ creator เช่น นักสร้างสรรค์ผลงานบน YouTube สายทำคลิป vlog อะไรประมาณนี้ โดยแต่ละกลุ่มก็จะมีความต้องการโน้ตบุ๊กที่แตกต่างกัน ทั้งในแง่ของรูปแบบการใช้งาน ความถนัดในการพกพา และรูปลักษณ์ของตัวเครื่อง ซึ่ง MSI ก็ต้องการที่จะตอบโจทย์เหล่านี้ พร้อมกับขยายไลน์ผลิตภัณฑ์ให้กว้างขึ้นกว่าแต่ก่อน

เรามาเริ่มกันที่กลุ่มโน้ตบุ๊กเกมมิ่งก่อนเลยครับ

 

MSI GT76 Titan

รุ่นที่เป็นไฮไลท์ที่สุดก็คือ MSI GT76 Titan ที่จัดเต็มสุดทั้งในด้านของสเปคและระบบระบายความร้อน อย่างในด้านสเปคที่น่าสนใจก็เช่น

  • ชิปประมวลผลสูงสุดที่ Intel Core i9-9900K
  • การ์ดจอสูงสุดที่ NVIDIA GeForce RTX 2080 แรมการ์ดจอ GDDR6 8 GB
  • รองรับแรมได้ 4 ช่อง โดยในเครื่องที่โชว์จะใส่เอาไว้ที่ 64 GB
  • หน้าจอขนาด 17.3″ มีให้เลือกทั้งรุ่นจอ FHD 144Hz IPS และ 4K 100% AdobeRGB IPS
  • มาพร้อม Windows 10
  • ระบบระบายความร้อนแบบใหม่ MSI Cooler Boost Titan ที่มีพัดลมถึง 4 ตัว และฮีตไปป์ 11 เส้น
  • คีย์บอร์ด SteelSeries พร้อมระบบปรับไฟ RGB ได้รายปุ่ม และไฟ Mystic Light ที่ตัวเครื่อง
  • ระบบเสียง Dynaaudio รองรับ Hi-Res
  • Killer Wi-Fi 6
  • ระบบแลน Killer DoubleShot Pro
  • มีช่อง Thunderbolt 3
  • มาพร้อมกับซอฟต์แวร์ Dragon Center เวอร์ชันใหม่

ในส่วนของดีไซน์ตัวเครื่อง ก็จะมีความพรีเมียมและ luxury มากขึ้น ให้ความรู้สึกแตกต่างจากโน้ตบุ๊กเกมมิ่งของ MSI ที่ผ่าน ๆ มา รวมถึงยังมีไฟ RGB ที่ด้านล่างของตัวเครื่อง ช่วยเพิ่มความโดดเด่นระหว่างใช้งานได้เป็นอย่างดี

ส่วนอีกจุดที่สำคัญก็คือฝาปิดตัวเครื่องด้านล่างที่ได้รับการออกแบบใหม่ โดยมีการเพิ่มส่วนที่เป็นตะแกรงขึ้นมา เพื่อช่วยในการดูดลมเย็นเข้าไปช่วยระบายความร้อนจากฮีตซิงค์ภายใน ซึ่งในแง่ของเทคนิคและรายละเอียดเพิ่มเติมของ MSI GT76 Titan สามารถเข้าไปดูต่อได้จากบทความพรีวิวของเราได้เลยครับ

สำหรับ MSI GT76 Titan นี้ ทาง MSI แจ้งว่าจะเริ่มเปิดสั่งจองแบบพรีออเดอร์ก่อนในเร็ว ๆ นี้ อย่างช้าก็ช่วงต้นเดือนกรกฎาคมครับ ส่วนราคานั้นยังไม่สามารถเปิดเผยได้ในขณะนี้ว่ารุ่นที่เข้าไทยจะเปิดราคามาที่เท่าไหร่

 

MSI GE65 Raider

โน้ตบุ๊กเกมมิ่งรุ่นต่อมาก็คือ MSI GE65 Raider ซึ่งเป็นรุ่นใหม่ถอดด้ามเช่นกันครับ ลักษณะตัวเครื่องโดยรวมจะบางเบากว่า GT76 Titan พอสมควร อยู่ในระดับที่พกพาได้สะดวกขึ้น แต่ความแรงก็จัดเต็มแทบจะไม่น้อยหน้ากันเลย

  • ชิปประมวลผลสูงสุด Intel Core i9 gen 9 (i9-9880H)
  • การ์ดจอรองรับได้สูงสุด NVIDIA GeForce RTX 2070 8 GB GDDR6
  • มีช่องใส่แรม 2 ช่อง รองรับได้สูงสุด 64 GB DDR4-2666
  • หน้าจอ 15.6″ FHD IPS พร้อมรีเฟรชเรตสูงถึง 240 Hz
  • มีทั้งช่อง 2.5″ และ NVMe M.2 PCIe Gen 3
  • มาพร้อม Windows 10
  • USB-C 3.2 Gen 2
  • ระบบระบายความร้อน Cooler Boost 5
  • ระบบเสียงจาก Dynaudio พร้อมซับวูฟเฟอร์
  • คีย์บอร์ด SteelSeries พร้อมไฟ RGB แบบปรับแต่งแยกได้รายปุ่ม
  • Killer Gigabit Ethernet และ Killer Wi-Fi 6
  • มาพร้อมกับซอฟต์แวร์ Dragon Center เวอร์ชันใหม่

จากในสเปคก็จะเห็นแล้วนะครับว่า MSI GE65 Raider มีจุดเด่นในด้านของหน้าจอที่มีรีเฟรชเรตสูงสุดถึง 240 Hz เหนือกว่าโน้ตบุ๊กเกมมิ่งทั่วไปในท้องตลาด ช่วยให้ภาพจากเกม หรือจะเป็นการใช้งานทั่วไปก็ตาม มีความไหลลื่นขึ้น เนียนตากันสุดๆ ไปเลย

นอกจากนี้ MSI GE65 Raider ยังติดตั้งไฟ LED สีแดงมาให้ตรงพอร์ต USB-A ทั้งสองฝั่งด้วย เพื่อเพิ่มความสะดวกให้กับการใช้งานในยามค่ำคืน จะได้ไม่ต้องกลัวปัญหาเสียบสาย USB ผิด ๆ ถูก ๆ กันอีกต่อไป

อีกฟังก์ชันที่น่าสนใจก็คือ MSI App Player ที่เป็นแอปสำหรับเล่นเกมของียวแพลตฟอร์ม Android บนโน้ตบุ๊ก MSI ซึ่งเกิดจากความร่วมมือกันระหว่าง MSI กับ BlueStacks เมื่อทำงานร่วมกับจอ 240 Hz ของ MSI GE65 Raider ก็รับประกันได้เลยว่าภาพจากเกมที่ได้จะดูไหลลื่น เหมือนว่าเป็นเกมสำหรับพีซีจริง ๆ เลยทีเดียว โดยเท่าที่ผมดูการสาธิตเทียบให้เห็นความแตกต่างระหว่างการเคลื่อนไหวของภาพในเกมบนจอ 60 Hz กับจอ 240 Hz นั้นต่างกันมากจริง ๆ

ส่วนกำหนดการเข้าวางจำหน่ายในไทยของ MSI GE65 Raider ก็จะเหมือนกับ GT76 Titan ครับ คือจะเปิดให้สั่งจองพรีออเดอร์เร็ว ๆ นี้เช่นกัน ยังไงก็สามารถเข้าไปชมบทความพรีวิวที่จัดเต็มในด้านรายละเอียดของ GE65 Raider ได้ที่บทความนี้เลย

 

MSI GP65 Leopard

ต่อกันที่โน้ตบุ๊กรุ่นใหม่อีกรุ่นอย่าง MSI GP65 Leopard ครับ ก็จะเป็นโน้ตบุ๊กเกมมิ่งที่อยู่ในระดับคุ้มค่าขึ้นมาอีกนิด ส่วนสเปคก็ไม่ใช่ย่อยอยู่เหมือนกัน

  • ชิปประมวลผลสูงสุด Intel Core i7 9th gen
  • การ์ดจอสูงสุด NVIDIA GeForce RTX 2060 6GB GDDR6
  • หน้าจอ IPS ขนาด 15.6″ FHD 144 Hz ขอบบาง
  • แรม DDR4-2666 สูงสุด 64 GB
  • 1x SSD NVMe PCIe Gen 3 + 1x SATA HDD หรือ SATA-SSD combo
  • ระบบระบายความร้อน MSI Cooler Boost 5
  • คีย์บอร์ด SteelSeries พร้อมไฟ RGB ที่สามารถปรับสีแยกปุ่มได้
  • Killer Gigabit Ethernet
  • ซอฟต์แวร์ Dragon Center เวอร์ชันใหม่
  • รองรับ MSI App Player เหมือนรุ่นใหญ่

สำหรับในเครื่องที่โชว์ในงาน จะใช้ CPU เป็น Intel Core i7-9750H จับคู่กับการ์ดจอ NVIDIA GeForce GTX 1660 Ti นะครับ โดยอีกสิ่งที่ให้มาเหมือนรุ่นใหญ่เลยก็คือแผงปิดตัวเครื่องด้านล่างที่ใช้ตะแกรงปิดตรงส่วนชุดระบายความร้อน เพื่อให้สามารถดูดลมเย็นเข้าไปทางพัดลมได้มากที่สุด ซึ่งเราน่าจะได้เห็นโน้ตบุ๊กเกมมิ่งของ MSI อีกหลายรุ่นที่จะเปิดตัวในปีนี้ มาพร้อมกับฝาหลังในลักษณะนี้อย่างแน่นอน

MSI GP65 Leopard ตามกำหนดแล้ว น่าจะเปิดวางจำหน่ายในไทยช่วงเดือนสิงหาคมที่จะถึงนี้จ้า

 

MSI GP75 Leopard

ขยับขึ้นมานิดนึงก็จะเป็น MSI GP75 Leopard ที่จะมีความแตกต่างหลัก ๆ กับ GP65 Leopard ก็คือหน้าจอที่มีขนาดใหญ่ขึ้นครับ โดยจะเป็นขนาด 17.3″ ความละเอียดระดับ FHD 144 Hz เท่ากัน แต่ด้วยการที่ใช้ขอบจอบาง เลยทำให้ตัวเครื่องดูไม่เทอะทะจนเกินไป เหมาะกับคนที่ต้องการภาพแบบเต็ม ๆ ตา ส่วนสเปคอื่น ๆ ก็ตามนี้ครับ

  • ชิปประมวลผลสูงสุด Intel Core i7 9th gen
  • การ์ดจอสูงสุด NVIDIA GeForce RTX 2060 6GB GDDR6
  • แรม DDR4-2666 สูงสุด 64 GB
  • 1x SSD NVMe PCIe Gen 3 + 1x SATA HDD หรือ SATA-SSD combo
  • ระบบระบายความร้อน MSI Cooler Boost 5
  • คีย์บอร์ด SteelSeries พร้อมไฟ RGB ที่สามารถปรับสีแยกปุ่มได้
  • Killer Gigabit Ethernet
  • ซอฟต์แวร์ Dragon Center เวอร์ชันใหม่
  • รองรับ MSI App Player เหมือนรุ่นใหญ่

แต่ว่าฝาปิดด้านล่างของ GP75 Leopard นั้นจะไม่ได้เป็นตะแกรงเหมือนกับใน GP65 นะครับ แต่ก็ยังมีช่องรับลมค่อนข้างเยอะพอสมควร ประกอบกับการที่บอดี้มีขนาดใหญ่ เลยทำให้ไม่เป็นอุปสรรคกับการระบายความร้อนมากนัก

ด้านของกำหนดการวางจำหน่ายของ MSI GP75 Leopard จะเร็วกว่ากันหน่อยครับ คือน่าจะมาก่อน Commart ที่จะถึงนี้ หรือช้าสุดก็คือเปิดขายใน Commart เลย (4-7 ก.ค. นี้)

 

MSI GS75 Stealth

ส่วนของโน้ตบุ๊กในซีรีส์​ MSI GS75 Stealth ก็มาพร้อมกับการปรับสเปคให้ทันสมัยขึ้น ภายใต้รูปลักษณ์ที่เน้นความบางเบาเช่นเคย

  • ชิปประมวลผลสูงสุด Intel Core i9 9th gen
  • การ์ดจอสูงสุด NVIDIA GeForce RTX 2080 Max-Q 8GB GDDR6
  • แรม DDR4-2666 สูงสุด 64 GB
  • 2x SSD NVMe M.2 PCIe Gen 3 หรือ SATA-SSD combo + 1x SSD NVMe M.2
  • หน้าจอ IPS ขนาด 17.3″ FHD 144 Hz
  • คีย์บอร์ด SteelSeries พร้อมไฟ RGB ที่สามารถปรับสีแยกปุ่มได้
  • Killer Gigabit Ethernet
  • ซอฟต์แวร์ Dragon Center เวอร์ชันใหม่
  • รองรับ MSI App Player เหมือนรุ่นใหญ่
  • ระบบระบายความร้อน Cooler Boost Trinity+

ซึ่งตัวของ MSI GS75 Stealth เองก็ได้รับรางวัลมาพอตัวเลยครับ ไม่ว่าจะเป็น Best Gaming Notebook จาก European Hardware Awards 2019 รวมถึงรางวัล d&i awards 2019 ของทาง Computex อีกด้วย

 

MSI WE75

ทีนี้เป็นกลุ่มของโน้ตบุ๊กสำหรับสายงาน workstation กันบ้างครับ เริ่มต้นกันด้วย MSI WE75 ที่มาพร้อมสเปคดังนี้

  • ชิปประมวลผลสูงสุด Intel Core i7 9th gen
  • การ์ดจอสูงสุด NVIDIA Quadro RTX 3000 6GB GDDR6
  • แรม DDR4-2666 หรือ DDR4-2400 ECC สูงสุด 64 GB
  • 1x SSD NVMe M.2 PCIe Gen 3 + 1x 2.5 HDD หรือ SATA-SSD combo + 1x SSD NVMe M.2
  • หน้าจอ IPS ขนาด 17.3″ FHD พร้อมเทคโนโลยี True Color
  • เซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือที่ทัชแพด
  • มาพร้อมซอฟต์แวร์ Creator Center ที่ช่วยจัดการเครื่อง และเป็นลันเชอร์สำหรับรวบรวมไอคอนโปรแกรมสำหรับการทำงานเอาไว้ในที่เดียว
  • ผ่านการรับรองมาตรฐานความทนทานระดับกองทัพ (MIL-STD-810G)
  • ผ่านการรับรองมาตรฐานจาก ISV
  • ระบบระบายความร้อน MSI Cooler Boost Technology
  • มีโมดูล TPM 2.0 มาให้

ตัวเครื่องของ MSI WE75 ได้รับการออกแบบและผลิตให้มีความทนทานสูง รองรับการทำงานได้เป็นระยะเวลานาน โดยเฉพาะพลังของการ์ดจอซีรีส์​ Quadro RTX ของ NVIDIA ที่ช่วยให้การเรนเดอร์ภาพ เรนเดอร์แสงเงาในโปรแกรมต่าง ๆ ทำได้เร็วกว่าการเรนเดอร์ด้วย CPU มาก

 

MSI WS65

ถัดมาก็จะเป็น MSI WS65 ที่มีขนาดย่อมเยาลงมานิดนึง แต่กลับมาพร้อมสเปคระดับท็อปสุดในซีรีส์เครื่อง workstation พกพาจาก MSI เลยทีเดียว

  • ชิปประมวลผลสูงสุด Intel Core i9 9th gen
  • การ์ดจอสูงสุด NVIDIA Quadro RTX 5000 16GB GDDR6
  • แรม DDR4-2666 สูงสุด 64 GB (มีรุ่นที่รองรับ ECC ด้วย)
  • 1x SSD NVMe M.2 PCIe Gen 3 / 1x SSD NVMe M.2 combo with SATA
  • หน้าจอ IPS ขนาด 15.6″ ความละเอียดสูงสุดระดับ UHD (3840 x 2160) แสดงสีตามมาตรฐาน AdobeRGB ได้ 100%
  • เซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือที่ทัชแพด
  • ทัชแพดได้รับการออกแบบให้มีความกว้างเป็นพิเศษ เคลือบผิวด้วยกระจกเพื่อความลื่นไหลในการใช้งาน
  • มาพร้อมซอฟต์แวร์ Creator Center ที่ช่วยจัดการเครื่อง และเป็นลันเชอร์สำหรับรวบรวมไอคอนโปรแกรมสำหรับการทำงานเอาไว้ในที่เดียว
  • ผ่านการรับรองมาตรฐานความทนทานระดับกองทัพ (MIL-STD-810G)
  • ผ่านการรับรองมาตรฐานจาก ISV
  • ระบบระบายความร้อน MSI Cooler Boost Technology
  • แบตเตอรี่ใช้งานได้นานกว่า 8 ชั่วโมง

 

ตามสเปคแล้ว ต้องบอกเลยว่า MSI WS65 เป็นโน้ตบุ๊กในกลุ่ม workstation ที่มาพร้อมสเปคระดับสูงสุด ด้วยการ์ดจอ NVIDIA Quadro RTX 5000 ประกอบกับตัวเครื่องที่มีขนาดไม่ใหญ่จนเกินไป ทำให้สามารถใช้งานเป็นทั้งเครื่องตั้งบนโต๊ะสุดแรง และใช้งานนอกสถานที่ได้สบาย ๆ

 

MSI WS75

ส่วน MSI WS75 ก็จะเป็นเครื่องในซีรีส์เดียวกันกับ WS65 ครับ แต่มีหน้าจอขนาดใหญ่ขึ้นมาเป็น 17.3 นิ้ว ด้านของสเปคก็จะลดหลั่นลงมานิดนึง

  • ชิปประมวลผลสูงสุด Intel Core i9 9th gen
  • การ์ดจอสูงสุด NVIDIA Quadro RTX 4000
  • แรม DDR4-2666 สูงสุด 64 GB (มีรุ่นที่รองรับ ECC ด้วย)
  • 2x SSD NVMe M.2 PCIe Gen 3 / 1x SSD NVMe M.2 SATA SSD
  • หน้าจอ IPS ขนาด 17.3″ ความละเอียดสูงสุดระดับ UHD (3840 x 2160) แสดงสีตามมาตรฐาน AdobeRGB ได้ 100%
  • เซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือที่ทัชแพด
  • ทัชแพดได้รับการออกแบบให้มีความกว้างเป็นพิเศษ เคลือบผิวด้วยกระจกเพื่อความลื่นไหลในการใช้งาน
  • มาพร้อมซอฟต์แวร์ Creator Center ที่ช่วยจัดการเครื่อง และเป็นลันเชอร์สำหรับรวบรวมไอคอนโปรแกรมสำหรับการทำงานเอาไว้ในที่เดียว
  • ผ่านการรับรองมาตรฐานความทนทานระดับกองทัพ (MIL-STD-810G)
  • ผ่านการรับรองมาตรฐานจาก ISV
  • ระบบระบายความร้อน MSI Cooler Boost Technology
  • แบตเตอรี่ใช้งานได้นานกว่า 8 ชั่วโมง

 

สำหรับโน้ตบุ๊กในกลุ่มเครื่อง workstation ของ MSI นี้ ต้องรอดูกันอีกทีครับว่าจะเข้ามาในไทยหรือเปล่า และจะมีรุ่นไหนเข้ามาบ้างครับ

 

MSI PS63 Modern

จบจากสาย workstation แล้วก็มาปิดท้ายด้วยโน้ตบุ๊กสาย creator ในซีรีส์ Prestige กันบ้างครับ โดยจุดเด่นของโน้ตบุ๊กในซีรีส์นี้ก็คือตัวเครื่องที่มีความบางเบา ดีไซน์ที่ช่วยเสริมภาพลักษณ์ให้กับผู้ใช้ ควบคู่กับสเปคที่ยังคงมีประสิทธิภาพสูงอยู่ ทำให้สามารถพกไปใช้งานนอกสถานที่ได้สบาย

เริ่มต้นกันด้วย MSI PS63 Modern ที่มีความพิเศษคือ เป็นรุ่นที่ MSI จับมือกับ Discovery Channel ในการโปรโมตถึงความสะดวก และประสิทธิภาพในการใช้งานระหว่างออกกองถ่ายทำจริง สำหรับสเปคที่มีมาก็ตามนี้ครับ

  • ชิปประมวผลสูงสุด Intel Core i7 8th gen
  • การ์ดจอสูงสุด NVIDIA GeForce GTX 1650 Max-Q 4GB GDDR5
  • หน้าจอ IPS ขนาด 15.6″ ความละเอียดระดับ FHD แสดงผลได้ถึง 100% sRGB
  • แรม DDR4-2400 สูงสุด 64 GB
  • 1x SSD NVMe M.2 PCIe Gen 3 / SATA SSD combo + 1x SSD M.2 SATA SSD
  • เทคโนโลยีระบายความร้อน MSI Cooler Boost 3
  • แบตเตอรี่ใช้งานได้นานสุด 16 ชั่วโมง
  • รองรับการชาร์จเร็ว Qualcomm Quick Charge 3.0 ที่สามารถชาร์จได้สูงสุด 80% ภายใน 35 นาที
  • ผิวทัชแพดทำจากกระจก และมีพื้นที่ในการใช้งานมากขึ้นกว่าเดิมถึง 35% และมีเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือ
  • ผ่านการรับรอง Quiet Mark ที่การันตีว่ามีเสียงรบกวนในระหว่างการใช้งานต่ำ

 

 

MSI P65 Creator

ข้าง ๆ กันก็จะเป็น MSI P65 Creator ที่เป็นสายเครื่องโน้ตบุ๊กสำหรับ creator ในสเปคแบบจัดเต็มกันบ้าง บอดี้ก็จะใหญ่ขึ้นกว่า PS63 Modern เล็กน้อยครับ

  • ชิปประมวผลสูงสุด Intel Core i9 9th gen
  • การ์ดจอสูงสุด NVIDIA GeForce RTX 2070 8GB GDDR6
  • หน้าจอ IPS ขนาด 15.6″ ความละเอียดมีทั้งระดับ 4K และ FHD 100% sRGB
  • แรม DDR4-2666 สูงสุด 64 GB
  • 1x SSD NVMe M.2 PCIe Gen 3 / SATA SSD combo + 1x SSD M.2 SATA SSD
  • เทคโนโลยีระบายความร้อน MSI Cooler Boost Trinity
  • แบตเตอรี่ใช้งานได้นานสุด 8 ชั่วโมง
  • น้ำหนักตัวเครื่องเพียง 1.9 กิโลกรัม
  • ผิวทัชแพดทำจากกระจก และมีพื้นที่ในการใช้งานมากขึ้นกว่าเดิมถึง 35% และมีเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือ

 

 

MSI PS42 Modern

ปิดท้ายกันด้วย MSI PS42 Modern ที่เน้นความบางเบาขั้นสุด ด้วยน้ำหนักตัวเครื่องเพียง 1.19 กิโลกรัม และมีความหนาเพียง 15.9 มม. เท่านั้น แต่สเปคก็ยังแรงเพียงพอสำหรับการใช้งานสาย creative อยู่เช่นเดิม

  • ชิปประมวผลสูงสุด Intel Core i7 8th gen
  • การ์ดจอสูงสุด NVIDIA GeForce GTX 1050 Max-Q 4GB GDDR5
  • หน้าจอ IPS ขนาด 15.6″ ความละเอียดระดับ FHD แสดงผลได้ถึง 100% sRGB ขอบจอบาง ทำให้ตัวเครื่องมีขนาดกะทัดรัด
  • แรม DDR4-2400 สูงสุด 16 GB
  • 1x SSD NVMe M.2 PCIe Gen 3 / SATA SSD combo
  • เทคโนโลยีระบายความร้อน MSI Cooler Boost 3
  • แบตเตอรี่ใช้งานได้นานสุด 10 ชั่วโมง
  • มีเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือที่ทัชแพด

 

นอกจากส่วนที่จัดแสดงโน้ตบุ๊กแล้ว MSI ยังมีส่วนที่จัดเป็นห้องจำลองห้องทำงานสาย creative พร้อมกับมีเซสชันบรรยายจากผู้เชี่ยวชาญอีกด้วย ซึ่งธีมหลักก็คือจะเป็นการนำเอาผลิตภัณฑ์จาก MSI เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของงานด้าน creative นั่นเอง

อีกส่วนหนึ่งก็จะเป็นห้องเดโมการจัดห้อง เพื่อช่วยสร้างบรรยากาศตามคำสั่งงานด้วยเสียงของผู้ใช้ โดยหลัก ๆ แล้วก็จะมีการจัดไฟ และลำโพงสำหรับในการตอบสนองคำสั่งและข้อมูลต่าง ๆ ผ่านการสั่งงานด้วยเสียงบนโน้ตบุ๊ก MSI ครับ โดยจะทำผ่านผู้ช่วยอย่าง Alexa ที่ให้ผู้ใช้สามารถพูดสั่งงานกับตัวเครื่องได้เลย

ซึ่งในขณะนี้ ทาง MSI ยังคงพัฒนาและต่อยอดคำสั่งต่าง ๆ อยู่ครับ โดยในตอนนี้ยังคงรองรับคำสั่งหลัก ๆ เช่น การตอบข้อมูลสภาพอากาศ การปรับแสงสว่างในห้อง เป็นต้น

ทั้งหมดนี้ก็เป็นไฮไลท์ที่น่าสนใจในฝั่งของโน้ตบุ๊กจากทาง MSI ในงาน Computex 2019 ที่ประเทศไต้หวันครับ ยังไงก็รอดูกันต่อไปได้เลย เพราะจากที่คุยกับทาง MSI ปีนี้เราน่าจะได้เห็นผลิตภัณฑ์รุ่นใหม่ ๆ ออกมาวางจำหน่าย และเทคโนโลยีที่จัดเต็มกันอย่างแน่นอน รวมถึงไลน์ผลิตภัณฑ์ของ MSI ที่จะเติมเต็มในทุกความต้องการมากขึ้นกว่าที่เคย



© Copyright - Notebookspec.com All Rights