Home » Buyer's Guide

Buyer’s Guide – 5 สิ่งที่พื้นฐานที่ต้องดูต้องรู้ ก่อนจะซื้อ Notebook 2019

23 Jun 19 - By l

Notebook ปี 2019 นี้มีการเปิดตัวรุ่นใหม่ๆออกมาจำนวนมาก รวมทั้ง CPU รุ่นใหม่จากทางฝั่ง Intel Gen 9 และ AMD Ryzen 3000 ซีรี่ย์ ในส่วนของการ์ดจอเองที่ NVIDIA ได้เปิดตัวซีรีส์ GeForce RTX ไม่ว่าจะเป็น RTX 2060 / 2070 / 2080 และ GeForce GTX รุ่นใหม่อย่าง GTX 1660Ti / 1650 โดยในบทความนี้จะมาแนะนำวิธีเลือกซื้อโน๊ตบุ๊คเครื่องใหม่เพื่อไม่ให้พลาดซื้อเครื่องตกรุ่นมาครับ

1.CPU หน่วยประมวลผล

ในปัจจุบัน CPU มีแข่งกันอยู่ 2 ยี่ห้อคือ Intel และ AMD โดย Intel จะแบ่งเป็นตระกูล Core i ที่เป็น CPU ประสิทธิภาพสูงมีตั้งแต่ i3, i5 และ i7 โดยจะมีรหัสตัวต่อท้าย 3 แบบคือ รหัส U (ประหยัดพลังงาน) และ H (ประสิทธิภาพสูง) กับอีกตระกูลคือ Pentium จะอยู่ในโน้ตบุ๊คราคาประหยัด  ส่วน AMD ในปัจจุบันมีตระกูลเป็น Ryzen 3000ซีรี่ย์ โดย 3000ซีรี่ย์จะมีรหัส U (ประหยัดพลังงาน) และ H (ประสิทธิภาพสูง) ซึ่งมีประสิทธิภาพที่สูงและความร้อนน้อยอีกด้วย

คำแนะนำ

ถ้าจะซื้อโน้ตบุ๊คที่ใช้ CPU Intel ในเรื่องของการทำงานเล่นเกมธรรมดา เน้นทำงาน แบตอยู่นานๆ แนะนำว่าควรเป็น CPU Gen 8 ขึ้นไป โดยแนะนำรุ่นที่เป็น i5-8265U หรือ i7-8565U ส่วนถ้าไว้เล่นเกมทำงานตัดต่อหนักๆ เรนเดอร์ 3D ก็ต้องใช้ CPU ที่เป็นรหัส H เช่น i5-8300H และ i7-8750H ขึ้นไป เป็นต้น

หรือถ้าอยากได้ราคาที่ถูกลงนิดหน่อยก็จะเป็น AMD โดยที่วางขายตอนนี้จะมี Ryzen 5 และ Ryzen 7 โดยหากเน้นการทำงาน แบตอยู่ได้นานๆ แนะนำว่าควรเป็นรหัส U เช่น Ryzen 5 3500U หรือ Ryzen 7 3700U ส่วนถ้าเล่นเกม ทำงานตัดต่อหนักๆ เรนเดอร์ 3D ก็ต้องใช้ CPU ที่เป็นรหัส H เช่น Ryzen 5 3550H หรือ Ryzen 7 3750H โดยในตลาดตอนนี้จะมีขายแค่ 2 รุ่นนี้เท่านั้น

2.GPU หรือ กราฟิคการ์ด

GPU หรือเรียกกันติดปากว่าการ์ดจอ เป็นส่วนสำคัญอีกอย่างหนึ่งที่ควรดูเป็น โดยแบ่งได้สองแบบ คือ แบบออนบอร์ดและแบบการ์ดจอแยก ซึ่งถ้าใครจะซื้อเพื่อเอามาเล่นเกม จำเป็นจ้องซื้อเครื่องที่มีการ์ดจอแยกเสมอ โดยการ์ดจอแยกจะแบ่งออกเป็นสองแบรนด์ได้แก่

NVIDIA

สำหรับตัวการ์ดจอของ NVIDIA จะมีรหัสต่อท้ายตามชื่อรุ่นต่างๆ ไว้แบ่งตามระดับประสิทธิภาพการ์ดจอ โดยปัจจุบันตัวเริ่มต้นจะเป็น MX จะเป็นการ์ดจอที่กินไฟต่ำประสิทธิภาพกลางๆ  ต่อมาเป็น GTX คือการ์ดจอระดับที่สามารถเล่นเกมได้เต็มที่ และสุดท้าย RTX รุ่นล่าสุดประสิทธิภาพดีสุด ซึ่งจะมีหน่วยประมวลผล Ray Tracing เพิ่มเข้ามาทำให้ภาพเกมสวยขึ้นไปอีก (เกมต้องรองรับด้วย)

โดยการดูความแรงจะดูที่ตัวเลข 2 ตัวหลังเลข Gen โดยเลขยิ่งมากจะยิ่งแรง เช่น GTX 1050 จะเป็นรุ่นต่ำสุดของซีรี่ย์ GTX ไปจนถึง 1080 ที่เป็นตัวแรงสุดของซีรี่ย์ GTX และหากมี Ti ต่อท้ายหมายถึงตัวนั้นจะเป็นรุ่น Top สุดของรุ่นนั้นๆ

AMD

สำหรับตัวการ์ดจอทางฝั่ง AMD ก็จะเรียงลำดับคล้ายๆ กับ NVIDIA คือ ตัวเลขหน้าสุดจะบอกซีรีส์ ตัวที่ตามมาที่หลังจะบอกระดับความแรงซึ่งปัจจุบันจะมีซีรีส์ที่เป็น RX และ VEGA โดย RX จะเป็นซีรี่ย์การ์ดจอแยก ส่วน VEGA จะเป็นการ์ดจอออนบอร์ด ซึ่งเวลาใช้งานจะทำการแบ่งส่วน Ram ออกไปประมาณ 2GB

คำแนะนำ

ในปี 2019 นี้หากอยากจะซื้อโน้ตบุ๊คสำหรับเล่นเกมแล้ว ควรใช้การ์ดจอที่เป็น NVIDIA GTX 1660Ti ขึ้นไป (อย่างต่ำๆ ก็ GTX 1650) เพราะ เป็นรุ่นระดับกลางๆ ค่อนบนที่สามารถเล่นเกมบนโลกทุกเกมได้ลื่นๆ ในความละเอียด Full HD และหากมีงบมากหน่อยก็สามารถไปซื้อรุ่นที่เป็น RTX 2060 ได้

ส่วนหากใครอยากจะใช้ AMD แนะนำเป็นตัว RX 560 ขึ้นไป หรือถ้ามีงบประมาณมากก็สามารถไปเล่น RX VEGA ได้ด้วย

3.Ram

Ram คือ หน่วยความจำชั่วคราว ไว้สำหรับเป็นที่พักข้อมูล ยิ่งมีความจุสูงก็จะยิ่งทำให้โน้ตบุ๊คสามารถทำงานได้ลื่นไหลมากขึ้น และความเร็วของ Ram จะเรียกว่า Bus เช่น Bus 2400, Bus 2666 MHz ยิ่งเลขมากก็จะยิ่งทำให้เครื่องทำงานได้ไว และการใช้งานต้องสอดคล้องกับซีพียูตัวเครื่องด้วย โดยส่วนมากตั้งแต่ปี 2018 เป็นต้นมา Ram โน้ตบุ๊คมักเลือกใช้ Ram ที่เป็น DDR4 เป็นขั้นต่ำกันหมดแล้ว กับ DDR3L ที่มักจะอยู่ในจำพวกอัลตร้าบุ๊ค

คำแนะนำ

ตั้งแต่ช่วงปลายปี 2018 เอง Ram มาตรฐานใหม่อย่าง DDR4 เพิ่มเข้ามาจะมี Bus ระดับอยู่ 2666 MHz ขึ้นไป และ Ram อย่างน้อยก็ไม่ควรต่ำกว่า 8 GB เพราะในปัจจุบันโปรแกรมต่างๆก็เริ่มต้องการ Ram อย่างน้อย 8GB เพื่อให้ใช้งานได้ใหลลื่น โดยโน๊ตบุ๊ครุ่นใหม่ๆ จะให้ Ram 8GB เป็นพื้นฐาน ซึ่งหากอยากให้ใช้งานหลายๆโปรแกรมได้พร้อมๆกัน แนะนำให้เพิ่ม Ram เป็น 16GB เลย

4.Hard Disk/ SSD/ SSD m.2

Hard Disk/ SSD/ SSD m.2 คือ หน่วยความจำหลักที่ไว้บรรจุข้อมูลต่างๆ ถ้าฮาร์ดดิสก์มีความจุมากก็จะทำให้มีพื้นที่ในการเก็บข้อมูลต่างๆ มาก เช่น สำหรับเก็บหนัง เก็บเพลง หรือเกมได้มาก ในเครื่องปัจจุบันที่ขายกันทั่วไปก็จะมีมาให้ 1TB เป็นขั้นต่ำ และในหลายๆรุ่นก็จะให้เป็น SSD มาด้วย โดย SSD (Solid-State Drives) หรือ SSD m.2 เป็นฮาร์ดดิสก์ที่ใช้ Flash Memory มาบันทึกข้อมูล

แทนแบบจานหมุนในฮาร์ดดิสก์ทั่วไป ซึ่งทั้งเร็วและมีความคงทนสูงกว่าฮาร์ดดิสก์แบบธรรมดาที่เราใช้กันอยู่ แต่ก็มีราคาสูงตามไปด้วย ซึ่งแนวโน้มในปัจจุบันก็เริ่มมีราคาที่ถูกลงมาก ซึ่งในปัจจุบันหากในเครื่องมี Hard Disk 1TB บางเครื่องจะให้SSD ขนาด 128GB เป็นอย่างต่ำมาด้วย และบางเครื่องจะให้เป็น SSD มาเพียวๆ ขนาด256GB ขึ้นไป

คำแนะนำ

สำหรับปี 2019 นี่เอง เนื่องด้วย Windows 10 เวอร์ชันล่าสุดมีการกินสเปคเครื่องค่อนข้างมาก ทำให้หลายคนเกิดปัญหาที่น่าหงุดหงิดอย่าง Disk 100% ซึ่งทำให้เครื่องช้า กระตุก ทำงานไม่ราบรื่น วิธีแก้ปัญหาง่ายๆ คือ ใช้ SSD ในการลง Windows แทน HDD ธรรมดา แนะนำเลยคือ เครื่องโน้ตบุ๊คตั้งแต่ปี 2019 ขึ้นไป

ไม่ว่าจะราคาเท่าไรก็ตามควรมี SSD หรือ SSD m.2 ไว้สำหรับลง Windows และโปรแกรมต่างๆ ในเครื่องเสมอ ส่วน Hard Disk ธรรมดาถ้าตัวเครื่องมีก็ไว้สำหรับเก็บข้อมูลต่างๆ พวกไฟล์เอกสาร รูป หนัง เพลง แทน (ราคา SSD ถูกลงมามากแล้ว อีกทั้งโน้ตบุ๊ครุ่นใหม่ๆ เริ่มหันมาให้ SSD เป็นพื้นฐานแล้วด้วย)

5.Display

ส่วนที่เป็นจอภาพในปัจจุบันนั้นจะเป็นแบบ LED กันหมดแล้ว ซึ่งจะมีขนาดเล็กตั้งแต่ 13.3 นิ้ว ไปจนถึงใหญ่ประมาณ 17 นิ้ว ซึ่งใครมีจุดประสงค์เน้นเรื่องการพกพาสะดวกก็ดูรุ่นที่จอเประมาณ 13.3นิ้ว โดยสิ่งที่สำคัญที่สุดคือขนาด Resolution ของจอ ยิ่งมีค่าสูงจอภาพก็จะมีความละเอียดมาก เช่น จอระดับ Full HD ที่จะมีขนาด 1920×1080 (โดยทั่วไปจะให้จอความละเอียดนี้มา) หรือ UHD ขนาด 3840×2160 พูดสั้นๆ ว่า 4K ซึ่งจะพบได้ในโน้ตบุ๊คระดับ High-End เท่านั้น

นอกจากนั้นยังมีชนิดของจอภาพเข้ามาเป็นตัวเลือกให้อีกโดยปกติจอภาพส่วนใหญ่นั้นจะเป็นจอกระจกกับจอด้าน ซึ่งจอกระจกจะให้ภาพที่สีคมกว่าแต่จะสู้แสงสู้พวกจอด้านไม่ได้

ส่วนพาเนลจอก็แบ่งได้เป็น 3 ชนิดหลักๆ คือ TN, VA และ IPS ซึ่งพาเนล TN มักจะใช้กับโน้ตบุ๊คราคาประหยัด พาเนล VA จะใช้กับโน้ตบุ๊คที่เป็นเกมมิ่ง (ลูกผสม IPS + TN) ส่วนพาเนล IPS มักจะใช้กับโน้ตบุ๊คที่ราคาประมาณ 20,000 บาท ขึ้นไปให้สีสันชัดเจนทุกมุมมอง และเรื่องอื่นๆ ยังมีเรื่องของ Hz และขอบเขตสี ซึ่งก็ขึ้นอยู่กับผู้ใช้งานว่าต้องการเน้นอะไรเป็นหลักอีกด้วย

คำแนะนำ

ปัจจุบันโน้ตบุ๊คหลายๆ รุ่นที่ออกมาตั้งแต่ปี 2018 มักจะเลือกใช้จอที่เป็น IPS กันเกือบหมดแล้ว ซึ่งมีข้อดีคือเรื่องของมุมมองภาพที่ดีกว่าพาเนล TN และ VA อย่างเห็นได้ชัด ส่วนถ้าใครอยากได้สายเกมมิ่งที่ต้องการ Hz เยอะๆ 75 Hz, 120 Hz หรือ 144 Hz ก็คงต้องไปมองตัวที่เป็นพาเนล VA มุมมองหน้าจอถือว่าใช้ดีใช้ได้ แต่อยากจะไม่สู้พวก IPS จริงๆ

อย่างไรก็ตามเรื่องขอบเขตสีคงต้องวัดกันเป็นตัวๆ ไป ไม่ใช่ว่า IPS จะให้ขอบเขตสีที่ดีกว่า TN หรือ VA เพราะ ขอบเขตสีนั้นหากดูด้วยตาเปล่าคนทั่วไปไม่มีทางแยกออกแน่นอน แถมสีจอที่มาจากโรงงานยังไม่เที่ยงตรง 100% อีก ดังนั้นหากใครต้องการขอบเขตสีที่ตรงจะต้องใช้ตัวคาลิเบต เช่น Spyder มาคอยช่วยวัดให้ถูกต้องครับ

 



© Copyright - Notebookspec.com All Rights