Home » 1. Notebook News

จัดอันดับ MSI Gaming Notebook ลดพิเศษ สูงสุด 55% ในงาน Thailand Game Expo 2020 by AIS eSports

29 Jan 20 - By l

สำหรับคนที่กำลังมองหา Gaming Notebook แรงๆ คุ้มๆ เตรียมตัวเอาไว้ได้เลย กับการกลับมาอีกครั้งกับงาน Thailand Game Expo 2020 พบกับโปรโมชั่นสุดพิเศษเอาใจเหล่าสาวก  มังกรแดง  เตรียมพบกับโปรโมชั่นเกมมิ่งโน้ตบุ๊กรุ่นใหม่ล่าสุด  ในราคาสุดคุ้ม  พร้อมโปรโมชั่นของพรีเมี่ยม มูลค่าสูงสุดกว่า 5,000 บาท  งานนี้เกมเมอร์ตัวจริงห้ามพลาด!! งานมีตั้งแต่วันที่ 30 มกราคม – 2 กุมภาพันธ์ 2563 นี้เท่านั้น!! เจอกันที่บูธ MSI บริเวณภายในงาน Hall 98, 99, 100 เดินทางมาง่ายๆ ด้วยรถไฟฟ้า BTS ลงสถานีบางนา เดินมาอีกนิดถึงงานเลย

นอกจากนี้ ภายในงาน “ Thailand Game Expo 2020 by AIS eSports ” ยังมีเครื่อง Gaming Notebook ราคาพิเศษสูงสุด 55% นำมาจัดจำหน่ายในงานครั้งนี้ด้วย โดยมีราคาเริ่มต้นเพียง 25,900 บาทเท่านั้น ย้ำเลยว่าพลาดงานนี้อาจจะต้องรอถึงปีหน้าเลย ห้ามพลาดกับงานดีๆ แบบนี้ พบกับโปรโมชั่นภายในงานนี้งานเดียวเท่านั้น ซึ่งในบทความนี้เราจะมาจัดอันดับ Gaming Notebook ในงานนี้กัน พร้อมบอกถึงสเปกและรายละเอียดให้เพื่อนๆ ได้ตัดสินใจซื้อกัน ซึ่งจะมีรุ่นไหนบ้าง ของแถมเป็นอะไร ส่วนลดเท่าไร ไปชมกันต่อเลย

MSI Alpha 15

MSI Alpha 15 ที่หนึ่งของ Gaming Notebook สายพันธุ์ AMD มาพร้อมชิปประมวลผล Ryzen 7 3750H และการ์ดจอ Radeon RX 5500M แรงทะลุพิกัด ราคาพิเศษเพียง 25,900 บาทเท่านั้น (ปกติ 27,900 บาท) พร้อมรับฟรีของพรีเมี่ยมมูลค่าอีกกว่า 3,990 บาท !!!

สำหรับ MSI Alpha 15 ที่เป็น Gaming Notebook ตระกูลใหม่จากทาง MSI โดยเป็นการแยกตัวมาจาก G Series แบบเดิมๆ จัดได้ว่าเป็น Gaming Notebook รุ่นแรกของโลก ที่มาพร้อมกับชิปประมวลผล AMD Ryzen 7 3750H ตัวแรง จับคู่มากับการ์ดจอ AMD Radeon RX 5500M (4GB GDDR6) สถาปัตยกรรม RDNA เทคโนโลยี 7 นาโนเมตร ที่ให้ประสิทธิภาพความแรงใกล้เคียงกับ NVIDIA GeForceGTX 1660 Ti แน่นอนว่าทางฝั่งของ AMD ต้องมาพร้อมกับราคาที่คุ้มค่ากว่า ด้วยราคาเพียง 25,900 บาท จัดว่าคุ้มค่าสุดๆ ในช่วงราคานี้

ดีไซน์โดยรวมยังคงกลิ่นอายของ MSI G Series ซึ่งมีความใกล้เคียงกับ GL65 มาพร้อมโลโก้ใหม่เป็นรูปนก Phoenix สีเขียว ที่เดิมๆ เป็นมังกร ย้ำให้เห็นถึงความแตกต่างตามสไตล์เอเชีย จากการใช้สเปกเป็น AMD แท้ๆ ทั้งชิปประมวลผลและการ์ดจอที่เชื่อได้ว่าสเปกอื่นๆ ก็คงจัดเต็มไม่แพ้กันอย่างแรมขนาด 8GB และ SSD M.2 NVMe ที่มาตรฐานความจุ 512GB ที่ในส่วนของหน้าจอจะเป็นขนาด 15.6″ แบบขอบจอบาง ความละเอียดที่ Full HD พาเนล IPS รองรับ Refresh Rate ที่ 120Hz พร้อมใช้สนับสนุน AMD FreeSync ทำให้ภาพลื่นไหลภาพไม่ฉีกขาด

หน้าจอขนาด 15.6″ แบบด้าน ความละเอียด Full HD พาเนล IPS รองรับ Refresh Rate ที่ 120Hz ได้หน่วยความจำแรมมาขนาด 8GB DDR4 Bus 2666 MHz ที่เพียงพอในการใช้งาน ซึ่งสามารถอัปเกรดเพิ่มได้อีก 1 แถวทันที โดยรองรับสูงสุดที่ 64GB และในส่วนของที่เก็บข้อมูลเป็น SSD M.2 NVMe ความจุ 512GB ที่เร็วแรงลื่นเพียงพอกับการใช้งาน และรองรับการอัปเกรดเพิ่ม HDD 2.5″ SATA 3 อีก 1 ตัวได้เลย

ตัวเครื่องยังมีลำโพง 2 ชาแนลแบบ Giant Speaker บนซอฟแวร์เสียง Nahimic 3 ทำให้การขับเสียงเวลาเล่นเกม หรือดูหนังฟังเพลงทำได้อย่างยอดเยี่ยมอีกด้วย ทางด้านพอร์ทเชื่อมต่อเองมีมาให้อย่างครบถ้วนไม่ว่าจะเป็น USB 3.2 Type-A จำนวน 3 ช่อง, USB 3.2 Type-C หนึ่งช่อง, HDMI, mini-DisplayPort, SD(XC/HC) card reader, ช่องเสียบหูฟังขนาด 3.5, ช่องเสียบไมค์ขนาด 3.5 และช่องสาย Lan RJ45 แบบ Killer Gaming LAN

การเชื่อมต่อไร้สายอย่างก็รองรับตัวที่เป็น Bluetooth 5.0 และ Wi-Fi AC น้ำหนักตัวอยู่ที่ 2.3 กิโลกรัม ได้ประกันระยะเวลา 1 ปี (รุ่นอื่นๆ ของ MSI เป็น 2 ปี) มี Windows 10 แท้ ถือว่าเป็น Gaming Notebook ในช่วงราคานี้ที่น่าสนใจมากๆ เพราะได้ทั้งสเปกและฟีเจอร์ที่จัดเต็มเหมือนตระกูล G Series อย่าง GL65 ในราคาถูกลงกว่าเดิมเยอะ

วัสดุบอดี้ตัวเครื่องฝาหลังจะเป็นอลูมิเนียมสีดำด้าน สัมผัสผิวเรียบหรูสวยงาม ผสานกับโลโก้นกธันเดอร์เบิร์ดสยายปีกสีเขียว โดยสื่อถึงความหมายในด้านความแข็งแกร่งในเชิงของนวัตกรรมและความทะเยอทะยานในการค้นหาสิ่งใหม่ๆ ตลอดเวลา ภายใต้ชื่อ “Alpha” นั่นเอง ดูโดยรวมแล้วเรียบง่ายในดุดันสไตล์ Gaming Notebook พรีเมียมจากทาง MSI

สำหรับ MSI Alpha 15 เป็น Gaming Notebook มาตรฐานปี 2019 ด้วยหน้าจอขนาด 15.6″ ดีไซน์ขอบบางพิเศษ ทำให้มิติตัวเครื่องเทียบกับรุ่นหน้าจอ 14″ เท่านั้น ด้วยน้ำหนักตัวเครื่องเพียง 2.3 กิโลกรัม และมีความบางของตัวเครื่องเพียง 27.5 มิลลิเมตร ทำให้พกพาได้สะดวกอยู่ รอบๆ ตัวเครื่องยังถูกออกแบบมาให้รองรับการใช้งานต่าง ๆได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ ด้วยพอร์ตการเชื่อมต่อที่ครอบคลุมถูกจัดวางในส่วนฝั่งซ้ายและฝั่งขวาของตัวเครื่องในส่วนของด้านหน้ายังคงเป็นที่อยู่ของไฟ LED แสดงสถานะของตัวเครื่อง 3 จุด

MSI GF63

MSI GF63 9SC-296TH อีกหนึ่ง Gaming Notebook เน้นความบางเบาน้ำหนักเพียง 1.86 กิโล สเปกจัดหนักไม่เหมือนใคร ด้วย Core i7-9750H + GTX 1650 Max-Q สนนราคาภายในงานเพียง 28,900 บาทเท่านั้น (จากปกติ 34,900 บาท) พร้อมของแถมที่มีเฉพาะในงานนี้ มูลค่า 2,490 บาท (Air backpack , RGB Gaming Mouse)

MSI GF63 9RCX-483TH กับ Gaming Notebook ขอบจอบางมาพร้อมประสิทธิภาพสูง คุณภาพเยี่ยม สเปกสุดคุ้มด้วย Core i7-9750H + GTX 1050 Ti ราคาพิเศษ 25,900 บาทเท่านั้น (ปกติ 29,990 บาท) พร้อมรับฟรีของพรีเมี่ยมมูลค่าอีกกว่า 2,490 บาท

สำหรับ Gaming Notebook อย่าง MSI GF63 Thin ได้รับการตอบรับดีที่มากๆ ตลอดที่ผ่านมาทาง MSI จริงจังเกมโน้ตบุ๊คเพื่อการเล่นเกมส์มากยิ่งขึ้น โดยการแบ่งซีรีส์ออกอย่างชัดเจน และการนำเสนอซีรีส์ MSI GF63 Thin ที่เป็น Gaming Notebook ขอบจอบางมาพร้อมประสิทธิภาพสูง คุณภาพเยี่ยม โดดเด่นความความบางของตัวเครื่อง และมีน้ำหนักเพียง 1.86 กิโลกรัมเท่านั้น เน้นพกพาสะดวก แต่ยังได้สเปก Gaming เล่นเกมได้ลื่นไหล ไม่แพ้โน้ตบุ๊คตัวหนักๆ หนาๆ เลย

สเปกแรงลื่นด้วยชิปประมวลผล Intel Core  i7-9750H ส่วนการ์ดจอก็เป็น NVIDIA GeForce GTX 1050 Ti / GTX 1650 Max-Q จัดเต็มด้วยแรมขนาด 8GB และ SSD ที่ 512GB ในทุกๆ รุ่น ตอบสนองทุกการใช้งานได้อย่างราบรื่น รวดเร็ว ออกแบบโน้ตบุ๊ครุ่นนี้ให้มีความสวย ทันสมัยให้ความแข็งแรง ทนทาน เพิ่มความโดดเด่น ใช้งานง่ายและสะดวก ทำให้ MSI GF63 Thin เป็นโน้ตบุ๊คเล่นเกมน่าซื้อที่สุดรุ่นนึงทีเดียว

มาพร้อมจอแสดงผลแบบด้าน 15.6 นิ้ว ที่ความละเอียด Full HD พาเนลคุณภาพสูง IPS ให้จอแสดงผลมีมุมมองกว้าง สวยงาม ไม่ว่าจะดูหนังหรือเล่นเกมก็สามารถใช้ได้ดีชัดเจน ลำโพงทำงานร่วมกับซอฟแวร์ของ Nahimic เวอร์ชั่น 3 ทำให้สามารถขับเสียงได้ดียิ่งกว่าเดิม พร้อมด้วยกล้องเว็บแคม HD (720p) และมีไมค์ดิจิตอล 2 ตัว

ส่วนการเชื่อมต่อก็มีมาอย่างครบถ้วน ทั้ง HDMI,  3 x USB 3.1, USB 3.1 Type C, Kensington lock slot, 2-in-1 SD, Lan RJ-45 , รูหูฟังกับไมค์แบบแยกออกจากกัน พร้อมยังรองรับมาตรฐานการเชื่อมต่อไร้สายอย่าง Wi-Fi  802.11 ac + Bluetooth v5 น้ำหนัก 1.86 กิโลกรัม พร้อม Windows 10 แท้ ซึ่งดูจากราคาที่จำหน่ายแล้วถือว่าคุ้มค่าทีเดียว

หน้าตาการออกแบบเอง MSI GF63 Thin ปี 2019 ต้องบอกว่ามีลักษณะรูปทรงคล้ายเดิมทั้งหมดทั้งในส่วนของดีไซน์ภายนอกภายใน ซึ่งก็ต้องยอมรับว่าทำได้ดียิ่งขึ้นกว่าเดิม (แม้จะหนักขึ้นก็ตาม) ด้วยความโดดเด่นที่สวยดุดันตามสไตล์ของ Gaming Notebook ที่บรรดาเกมเมอร์ชื่นชอบกัน โดย MSI GF63 Thin ใช้เป็นโทนสีดำตลอดทั้งตัวเครื่องตัดกับสีแดงเช่นเดิม ซึ่งต้องยอมรับว่าโดยรวมนั้นดีอยู่แล้ว

แม้เป็น Gaming Notebook หน้าจอขนาด 15.6 นิ้วบอดี้ 14 นิ้ว ซึ่งขอบจอบางมากเพียง 4.9 มม เท่านั้น บางมากๆ จนคิดว่าจอ 14 นิ้วด้วยซ้ำ ใช้งานเต็มตาสุดๆ แกนฝาพับแข็งแรงพัฒนาขึ้นกว่าเดิมจากรุ่นก่อน ส่วนคีย์บอร์ดจะเป็นไซต์มาตรฐานคือไม่มี Numpad แต่ปุ่มกดจะใหญ่กว่าปกติ ทำให้พิมพ์สัมผัสได้ถนัดมือขึ้น

ในเรื่องของการดีไซน์ที่เน้นความบางเบาและพกพาได้สะดวก โดยยังคงรักษาความเป็นเกมเมอร์ได้อย่างสมบูรณ์แบบ ด้วยการออกแบบให้ความรู้สึกที่ดุดันมีพลัง ด้วยวัสดุอลูมิเนียมตลอดทั้งตัวเครื่อง แม้แต่ฝาหลังก็สื่อความเป็นโน้ตบุ๊คเล่นเกมได้เต็มเปี่ยมถูกใจคอเกมอย่างสุดๆ วัสดุอลูมิเนียมขัดเงาบรัชเป็นล่นเส้นๆ แนวตั้งดูโดดเด่นแบบเรียบง่าย พร้อม ด้วยโลโก้มังกรแดง Dragon Army มินิมอลสุดๆ

ในส่วนของช่องระบายความร้อนของ MSI GF63 Thin มีด้วยกัน 2 ช่องคือด้านหลังฝั่งซ้ายมือตัวเครื่อง และด้านข้างซ้าย โดยใช้พัดลม 1 ตัว ฮีทไปป์ 3 เส้น เพียงพอต่อการใช้งาน วัสดุบอดี้ตรงคีย์บอร์ดจะเป็นอะลูมิเนียมสีดำทำการบรัชลายเส้นเหมือนฝาหลัง สวยงาม แข็งแรง ปุ่มเปิดเครื่องจะอยู่ที่ด้านมุมบนขวามือแยกจากคีย์บอร์ด นอกจากนี้คีย์บอร์ดยังมีไฟสีแดง สามารถเปิดปิดได้ 3 ระดับ

เรียกได้ว่า MSI GF63 Thin ตัวนี้ยังคงรักษามาตรฐานเหมือนรุ่นพี่ก่อนหน้าได้อย่างสมบูรณ์แบบ สัมผัสได้ถึงความเป็น Gaming Notebook บางเบาสายพันธุ์แท้เหมือนรุ่น GS แต่ราคาถูกกว่าเกินครึ่ง ด้วยดีไซน์การออกแบบที่ดูดีแบบเรียบง่าย ที่ไม่ใช่แค่เครื่องแรงอย่างเดียวแต่ในประสบการณ์ใช้งานก็ดีเยี่ยมด้วย แถมมีน้ำหนักเพียง 1.86 กิโลกรัม ทำให้พกพาไปไหนได้สบายๆ อย่างตามร้านกาแฟ หรือที่ทำงาน มหาวิทยาลัย เป็นต้น

MSI GL63

MSI GL63 8SD-471TH สเปกสุดคุ้ม ด้วยชิปประมวลผล Intel Core i7-8750H มาพร้อมการ์ดจอ GTX1660Ti  ราคาพิเศษ 30,900 บาทเท่านั้น (ปกติ 40,900 บาท) พร้อมรับฟรีของพรีเมี่ยมมูลค่าอีกกว่า 3,490 บาท

MSI GL63 8SC-034TH สเปกสุดคุ้ม ด้วยชิปประมวลผล Intel Core i5-8300H มาพร้อมการ์ดจอ GTX1650 ราคาพิเศษ 27,900 บาทเท่านั้น (ปกติ 34,900 บาท) พร้อมรับฟรีของพรีเมี่ยมมูลค่าอีกกว่า 3,490 บาท

MSI GL63 แม้จะใช้ชิปประมวลผล Intel Core i Gen 8 รหัส H แต่ก็ได้มีการปรับปรุงประสิทธิภาพในการแสดงผลให้ดีมากยิ่งขึ้น ด้วยการ์ดจอ GTX 16 series รุ่นใหม่ล่าสุด ทำให้ GL series ตัวใหม่นี้ เป็น Gaming Notebook ในระดับเริ่มต้นที่มีความคุ้มค่ามาก เพราะด้วยประสิทธิภาพและฟังก์ชั่นใหม่ๆที่ให้มา ทำให้สามารถรับมือกับเกมระดับ AAA ในปัจจุบันนี้ได้อย่างสบายๆ ส่วนชิปประมวลผลยังคงใช้ Core i5/i7 ตระกูล H ที่ให้ความแรงที่เหลือเฟือในการเล่นเกมหรือทำงานประมวลผลหนักๆ อยู่

สำหรับ MSI GL63 เป็น Gaming Notebook ขนาดหน้าจอ 15.6″ ที่เน้นให้เรื่องของความคุ้มค่าเป็นหลัก แม้ดีไซน์ยังไม่ใช่ขอบจอบางรวมไปถึงฟีเจอร์อื่นไ ก็อาจจะดูธรรมดาไปหน่อย แต่ในแง่ของสเปกนอกจากการ์ดจอและชิปประมวลผลที่ดีแล้วนั้น สเปกอื่นๆ อย่างเช่น หน้าจอก็เป็น 120Hz ที่แสดงผลได้ลื่นไหล อีกทั้งแรมก็ให้มาขนาด 8GB ส่วนที่เก็บข้อมูลก็เป็นมาตรฐาน SSD M.2 NVMe ความจุ 512GB ที่เราสามารถเลือกอัพเกรดใส่ฮาร์ดดิสก์แบบ 2.5″ ได้ภายหลัง สนนราคา MSI GL63 ทั้ง 3 รุ่นนี้ที่ใช้การ์ดจอ GTX 16 series มีราคาปกติอยู่ที่ 34,900 – 40,900 บาท แต่ในงานนี้ลดราคาเหลือ 27,900 – 30,900 บาทเท่านั้น

สเปค MSI GL63  MSI ศักยภาพสูงที่มาพร้อมกับ CPU เป็น Intel Core i5-8300H หรือ Intel Core i7-8750H ที่ทำงานแบบ 4C/8T หรือ 6C/12T ใช้การ์ดจอเป็นรุ่นใหม่อย่าง NVIDIA GeForce GTX 1650 (4GB GDDR5) หรือ GTX1660Ti (6GB GDDR6) พร้อมมาตรฐาน Ram  ขนาด 8 GB DDR4 Bus 2666 อัพเกรดได้สูงสุด 32 GB (มี Ram 2 Slot) ที่เก็บข้อมูล SSD ความจุสูงที่ 512GB ที่สามารถเพิ่ม SSD m.2 แบบ PCIe ได้อีกแถว (Combo SATA or PCIe, PCIe only) และฮาร์ดดิสก์แบบ 2.5″ SATA 3 ได้อีก 1 ช่อง การเชื่อมต่อไร้สายอย่างก็รองรับตัวที่เป็น Bluetooth 5.0 และ Wireless มาตรฐาน 802.11 แบบ ac มีน้ำหนักตัวอยู่ที่ 2.2 กิโลกรัม ประกัน 2 ปี มี Windows 10 แท้

หน้าจอขนาด 15.6 นิ้ว แบบด้าน ความละเอียด Full HD พาเนล VA 120 Hz แถมตัวเครื่องยังมีลำโพง 2.0 ชาแนล บนซอฟแวร์เสียง Nahimic 3 ทำให้การขับเสียงเวลาเล่นเกม หรือดูหนังฟังเพลงทำได้อย่างยอดเยี่ยมอีกด้วย ทางด้านพอร์ทเชื่อมต่อเองมีมาให้อย่างครบถ้วนไม่ว่าจะเป็น USB 3.1 Type จำนวน 2 ช่อง, USB 3.1 Type-C หนึ่งช่อง, HDMI, mini-DisplayPort, SD(XC/HC) card reader, ช่องเสียบหูฟังขนาด 3.5, ช่องเสียบไมค์ขนาด 3.5 และช่องสาย Lan RJ45 พร้อม KILLER SHIELD ที่ช่วยให้การเล่นเกมออนไลน์ให้มีเสถียรภาพและสมูทขึ้นอย่างเห็นได้ชัด

MSI GL63 ปี 2019 ถือเป็น Gaming Notebook อีกรุ่นที่น่าสนใจเป็นอย่างมาก เน้นความคุ้มค่าเป็นหลัก ด้วยการออกแบบที่มอบความเป็นเกมเมอร์ได้อย่างสมบูรณ์แบบไม่แพ้เจ้าอื่นๆ ด้วยการดีไซน์บอดี้ใหม่เหมือนรุ่นพี่ซีรีส์ GP / GE ที่ให้ตัวเครื่องเป็นฟีลคล้ายโลหะที่สีดำโฉบเฉี่ยว ไม่หวือหวาจนเกินไป ด้วยฝาหลังเป็นพลาสสติกสัมผัสเคลือบแบบเงาสีดำด้าน พร้อมโลโก้ Dragon Army MSI สีแดงคลาสสิคตามสไตล์ และมีสติ๊กเกอร์ไฟสีแดงขนาบข้าง แม้อาจจะมีข้อสังเกตุในเรื่องของเป็นรอยนิ้วมือง่ายไปหน่อย แต่ก็พอที่จะเช็ดออกได้ไม่ยาก รวมไปถึงขอบหน้าจอก็ยังแบบเป็นหนาอยู่ ไม่บางเฉียบเหมือน Gaming Notebook MSI หลายๆ รุ่น

ด้านในดีไซน์เหมือนรุ่นเดิมไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง แกนมาพับเป็นแบบสองแกน และมาพร้อมกับคีย์บอร์ดขนาด Full Size สีแดงจาก SteelSeries พร้อมมีไฟ Backlit สีแดงตามแบบฉบับเกมมิ่งโน้ตบุ๊คขนานแท้ ไม่มีลวดลายหรือสีอื่นให้กวนใจแนวคลาสสิค แต่ดูจะเป็นรอยนิ้วมือง่ายไปหน่อย และส่วนฐานล่างของเจ้าตัวนี้จะใช้วัสดุพลาสติก ABS อย่างดี งานประกอบแน่นหนาแข็งแรงตามสไตล์ MSI มียางรอง 4 จุด สำหรับยกตัวเครื่องให้สูงขึ้นเพื่อให้การระบายความร้อนและการสัมผัสคีย์บอร์ดที่ดีกว่า

ระบบระบายความร้อนก็จะเป็นระบบ Cooler Boost 5 รุ่นล่าสุด ซึ่งเน้นในเรื่องของทิศทางการไหลเวียนเข้าออกของลมที่ดีขึ้นจากเดิมพอสมควร โดยจะมีช่องระบายความร้อนรวมทั้งหมดถึง 4 ช่อง เป็นด้านหลัง 2 ด้านข้างอีกอย่างละ 1 ในส่วนของ Heat Pipe ก็ให้มามากถึง 7 เส้น วางตัวยาวตั้งแต่ส่วนของชิปประมวลเรื่อยมาจนถึงส่วนที่เป็นครีบระบายความร้อนทองแดงอย่างอลังกาลงานสร้างไม่มีกั๊กใส่เต็มทุกเม็ดจริงๆ พัดลมก็ให้มา 2 ตัวเพียงพอ และย้ายแบตเตอรี่ไปอยู่ด้านบนเพื่อให้บาลานต์ตัวเครื่องดียิ่งขึ้น

โดยการ์ดจอ GeForce GTX 1650 และ GTX 1660 Ti 2 กราฟิกการ์ดตัวใหม่ที่มาพร้อมกับสถาปัตยกรรม Turing ที่ออกมาสานต่อความสำเร็จของกราฟิกการ์ดรุ่นพี่กับสถาปัตยกรรม Pascal ซึ่ง GTX 1650 จะถูกนำมาแทนที่ GTX 1050 Ti และ GTX 1660 Ti นั้นจะมาแทนที่ GTX 1060 ที่แม้ว่าจะไม่ได้มาพร้อมกับ Tensor cores หรือรองรับกับเทคโนโลยี ray-tracing โดยตรงแต่ก็มาพร้อมกับความแรงที่เพิ่มมากขึ้นจากรุ่นพี่

 

MSI GL65

MSI GL65 สุดยอด Gaming Notebook ที่เทียบเท่ารุ่นพี่ มาพร้อมหน้าจอ Full HD IPS 120Hz โดดเด่นด้วยชิปประมวลผล Intel Core i7-9750H และการ์ดจอ GTX 1660 Ti / RTX 2060 พร้อมราคาพิเศษภายในงานเริ่มต้นเพียง 37,900 บาทเท่านั้น (ปกติ 46,900 บาท) พร้อมรับฟรีของพรีเมี่ยมมูลค่าอีกกว่า 3,490 บาท

MSI GL65 9SEK เป็น Gaming Notebook ระดับกลางที่จัดเต็มไม่แพ้รุ่นท็อปที่มาพร้อมกับชิปประมวลผล Intel Core i7-9750H การ์ดจอ NVIDIA GeForce GTX 1660 Ti (6GB GDDR6) / RTX 2060 (6GB GDDR6) ได้แรมมาขนาด 8GB – 16GB DDR4 หนึ่งแถว (อัปเกรดได้อีก 1 แถว) โดยได้แหล่งเก็บข้อมูล SSD M.2 NVMe ความจุ 512GB (อัปเกรด HDD 2.5″ ได้อีก) หน้าจอ 15.6″ Full HD พาเนล IPS พร้อมรีเฟรชเรตสูงถึง 120Hz มาพร้อมระบบปฏิบัติการ Windows 10 และซอฟต์แวร์ Dragon Center เวอร์ชันใหม่

นอกจากนี้ MSI GL65 9SEK ยังมีฟีเจอร์มากมาย อาทิ ระบบระบายความร้อน Cooler Boost 5 คีย์บอร์ด SteelSeries พร้อมไฟ Per-key RGB แบบปรับแต่งแยกได้รายปุ่ม พอร์ตการเชื่อมต่อเป็น USB-C 3.2 Gen 2 โดยมีน้ำหนักตัวเครื่องอยู่ที่ 2.3 กิโลกรัมเท่านั้น ประกอบกับการใช้หน้าจอที่ขอบบาง ทำให้ตัวเครื่องเล็กกระทัดรัด สะดวกต่อการพกพามากยิ่งขึ้น พกไปเล่นเกมนอกสถานที่ได้สบาย สนนราคาปกติที่ 46,900 บาท ได้ประกัน 2 ปีตามมาตรฐาน MSI

ตัวเครื่องยังมีลำโพง 2 ชาแนลแบบ Giant Speaker บนซอฟแวร์เสียง Nahimic 3 ทำให้การขับเสียงเวลาเล่นเกม หรือดูหนังฟังเพลงทำได้อย่างยอดเยี่ยมอีกด้วย ทางด้านพอร์ทเชื่อมต่อเองมีมาให้อย่างครบถ้วนไม่ว่าจะเป็น USB 3.2 Type-A จำนวน 3 ช่อง, USB 3.2 Type-C หนึ่งช่อง, HDMI, mini-DisplayPort, SD(XC/HC) card reader, ช่องเสียบหูฟังขนาด 3.5, ช่องเสียบไมค์ขนาด 3.5 และช่องสาย Lan RJ45 การเชื่อมต่อไร้สายอย่างก็รองรับตัวที่เป็น Bluetooth 5.0 และ Wi-Fi AC น้ำหนักตัวอยู่ที่ 2.3 กิโลกรัม ได้ประกัน 2 ปี มี Windows 10 แท้

สำหรับ MSI GL65 9SEK เป็น Gaming Notebook หน้าจอขนาด 15.6″ จัดว่าเป็นซีรีส์รองมาจากตระกูล GE / GT โดยรุ่นล่าสุดนี้เน้นความคุ้มค่า โดยมาพร้อมกับการดีไซน์ที่เน้นเรื่องจอใหญ่บางเบาพร้อมกับพกพาได้สะดวกเป็นหลัก สีสันโดดเด่นเป็นเอกลักษณ์สีโทนดำแดงเริ่มจากวัสดุบอดี้ตัวเครื่องฝาหลังจะเป็นอลูมิเนียมสีดำด้าน สัมผัสผิวเรียบหรูสวยงาม ผสานกับโลโก้มังกร MSI มีไฟสว่างสีขาวเมื่อเปิดเครื่อง ดูโดยรวมแล้วเรียบง่ายกว่าดุดันสไตล์เกมมิ่งโน้ตบุ๊คระดับ Hi-End

ในส่วนของบานพับเป็นแบบแกนเดี่ยวขนาดใหญ่ที่สามารถกางหน้าจอได้มากถึง 145 องศา ความหนืดของบานพับกำลังพอเหมาะอีกทั้งยังแข็งแรงทนทาน ในส่วนของงานประกอบก็ยังทำออกมาเรียบร้อยเนี๊ยบๆ ด้วยวัสดุอลูมิเนียมและขั้นตอนในการผลิตทำให้ตัวเครื่องมีความมั่นคงแข็งแรง ไม่รู้สึกไม่มั่นคงในขณะหยิบจับใช้งานแต่อย่างใด เรียกได้ว่าเป็น Gaming Notebook ที่ต้องยอมรับในเรื่องของงานประกอบที่แน่นหนาอย่างน่าประทับใจจริงๆ

ด้านฐานล่างออกแบบมาใหม่ดีไซน์วัสดุเป็นพลาสติก ABS สีดำเกรดดี พร้อมลวดลายกราฟิคเป็นเอกลักษณ์ และการเซาะร่องระบายอากาศที่หลากหลายตำแหน่ง ลำโพงก็อยู่ที่ด้านล่าง 2 ตัว ทำให้ตัวเครื่องสามารถกระจายเสียงได้ดี การแกะอัปเกรดบอกเลยว่าไม่ยากอย่างที่คิด เพราะแค่แกะน็อตออกหมดทุกตัวออก แล้วค่อยใช้บัตรแข็งๆ แงะที่ละส่วนออกเท่านั้นเอง กรณีที่อยากจะอัปเกรดแรมเพิ่ม หรือใส่ HDD 2.5″ เพื่อเพิ่มความจุนั่นเอง

ทางด้านช่องระบายความร้อนของ MSI GL65 9SEK จะมีมาให้ด้วยกันถึง 3 ช่อง ด้านหลังสอง และด้านซ้ายอีกหนึ่ง โดยใช้พัดลม 2 ตัว ฮีทไปป์ 7 เส้นดีกว่าเดิม ทำงานร่วมกับเทคโนโลยี Cooler Boost 5 ที่ช่วยนำพาความร้อนออกไปอย่างรวดเร็ว ดีไซน์ด้านในตัวเครื่องเป็นอลูมิเนียมสีดำเรียบเนียนไม่ต่างจากภายนอกให้สัมผัสที่ดี พร้อมคีย์บอร์ด Full Size ไฟ RGB Pre-Key

สำหรับ MSI GL65 9SEK เป็น Gaming Notebook มาตรฐานปี 2019 ด้วยหน้าจอขนาด 15.6″ ดีไซน์ขอบบางพิเศษ ทำให้มิติตัวเครื่องเทียบกับรุ่นหน้าจอ 14″ เท่านั้น ด้วยน้ำหนักตัวเครื่องเพียง 2.3 กิโลกรัม และมีความบางของตัวเครื่องเพียง 27.5 มิลลิเมตร ทำให้พกพาได้สะดวกอยู่ รอบๆ ตัวเครื่องยังถูกออกแบบมาให้รองรับการใช้งานต่าง ๆได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ ด้วยพอร์ตการเชื่อมต่อที่ครอบคลุมถูกจัดวางในส่วนฝั่งซ้ายและฝั่งขวาของตัวเครื่องในส่วนของด้านหน้ายังคงเป็นที่อยู่ของไฟ LED แสดงสถานะของตัวเครื่อง 3 จุด

คีย์บอร์ดของ MSI GL65 9SEK โดดเด่นมากๆ จากการที่ใช้ Per-Key RGB Gaming Keyboard ที่ร่วมพัฒนากับแบรนด์ SteelSeries โดยพัฒนาและออกแบบมาสำหรับการเล่นเกมบน Gaming Notebook จาก MSI โดยเฉพาะ ทั้งอารมณ์การตอบสนองของแป้นพิมพ์ แรงกด และการใช้ปุ่มหลายๆ ปุ่มพร้อมๆ กัน ที่สำคัญในคราวนี้ไฟ LED ที่เป็น RGB สามารถเปลี่ยนสีทีละปุ่ม ตามใจของผู้ใช้หลากหลายรูปแบบ พร้อมเทคโนโลยีใหม่อย่าง Silver Lining Print ขอบโปร่งแสงสวยงาม สามารถตั้งค่าต่างๆ ได้ผ่าน Steelseries Engine 3

ทัชแพดมีขนาดที่ค่อนข้างใหญ่ในระดับนึง ส่วนดีไซน์นั้นก็ใช้เป็นแบบปุ่มแยกออกมา โดยการควบคุมสามารถทำได้เป็นอย่างดีรวมไปถึงปุ่มคลิกทั้งซ้ายขวาก็มีความนุ่มและเด้งรับได้น่าประทับใจ การใช้งานจัดได้ว่าอยู่ในระดับที่ดีมาก สัมผัสแบบผิวสากๆ เล็กๆ ทำให้ไม่เป็นรอยนิ้วมือได้ง่าย และควบคุมได้ง่ายมากขึ้นกว่าปกติ นอกจากนี้ยังมี Hotkey ตรงมุมขวาบนของชุดแป้นคีย์บอร์ด ไม่ว่าจะเป็นปุ่มเร่งรอบพัดลมและปุ่มเปิด Steelseries Engine 3

© Copyright - Notebookspec.com All Rights