Home » 0. TOP content

[Battle] โน้ตบุ๊คสุดบางเบาอย่าง Xiaomi Mi Air / Dell XPS 13 / Apple MacBook Pro 13 2016

26 Dec 16 - By l

ถ้าพูดถึงโน๊ตบุ๊คที่มาพร้อมกับหน้าจอขนาด 13 นิ้วในช่วงเวลานี้แล้วนั้นคงต้องยกให้ Dell XPS 13 9360 และ MacBook Pro 13 2016 เป็นชื่อแรกๆ ที่หลายๆ คนอยากจะได้มาไว้ใช้งานหล่ะครับ อย่างไรก็ตามแต่นั้นในช่วงกรกฎาคมที่ผ่านมานี้ผู้ผลิตจากประเทศจีนชื่อดังอย่าง Xiaomi(ที่มีชื่อเสียงล่ำลือไม่ค่อยจะดีนักว่าเป็นนักก๊อปปี้ตัวฉกาจ) ได้ทำการส่ง Xiaomi Mi Air ลงสู่ตลาดด้วยเช่นกันและด้วยความที่เป็น Xiaomi นั้นทำให้ราคาของ Mi Air ถูกกว่าคู่แข่งหลายเท่าครับ

xiaomi-mi-air-vs-dell-xps-13-9360-vs-apple-macbook-pro-13-2016-600-01

และสำหรับโอกาสดีๆ ก่อนที่จะถึงเทศกาลซื้อของขวัญนั้นมาดูกันดีกว่าครับว่าโน๊ตบุ๊คหน้าจอขนาด 13 นิ้วทั้ง 2 รุ่นที่เป็นตัวเลือกอยู่ในใจของใครๆ หลายๆ คนนั้น แต่ละรุ่นมีสเปคเป็นอย่างไร เมื่อเอามาเทียบกันแล้วแบบหมัดต่อหมัดใครจะอยู่จะไป คุ้มค่ากับเงินที่ต้องจ่ายหรือไม่ เพื่อว่าในช่วงคริสต์มาสนี้ทุกๆ ท่านจะได้มีแนวทางในการซื้อของขวัญเป็นเครื่องโน๊ตบุ๊ครุ่นใหม่กันครับ

ทั้งนี้โน๊ตบุ๊คของ Dell และ Apple นั้นมีหลายโมเดลแต่ละโมเดลที่นำมาประชันกันในครั้งนี้คือ

  • Xiaomi Mi Air
  • Dell XPS 13 9360 Full HD i5 (โดยของ Dell นั้นจะมีโมเดล XPS 13 9360 QHD i7 กับ XPS 13 9360 QHD i5 อยู่ด้วยดังนั้นเวลาซื้ออย่าสับสนนะครับ)
  • Apple MacBook Pro 13 Touch Bar (โดยของ Apple นั้นจะมีโมเดล MacBook Pro 13 without Touch Bar ให้เลือกด้วยครับ)

Design & Case

xiaomi-mi-air-vs-dell-xps-13-9360-vs-apple-macbook-pro-13-2016-600-02

Xiaomi Mi Air

สำหรับเรื่องตัวเคสของทั้ง 3 รุ่นที่นำมาประชันกันนี้นั่นค่อนข้างที่มีคุณภาพที่คล้ายคลึงกันอย่างมากคืออยู่ในระดับปานกลางสำหรับโน๊ตบุ๊คแม้แต่ Xiaomi Mi Air ที่มีราคาถูกกว่ารุ่นอื่นที่นำมาประชันกันทั้งหมดก็มีคุณภาพไม่ได้แตกต่างไปจากรุ่นอื่นๆ สักเท่าไรนักครับ หากจะว่ากันตามจริงแล้วนั้น Mi Air ค่อนข้างที่จะได้รับแรงบันดาลใจในส่วนของตัวเคสมาจาก Apple มาพอดู สิ่งที่ Mi Air แตกต่างไปจากเครื่องของ Apple และ Dell นั้นก็คือถึงแม้ว่าตัวเคสจะเป็น unibody aluminum ที่ส่วนฐาน ทว่าที่ฝาปิดหน้าจอนั้นวัสดุที่ใช้ดูด้อยคุณภาพมากกว่าและค่อนข้างที่จะบิดได้ง่านหากลงแรงมากไปครับ

xiaomi-mi-air-vs-dell-xps-13-9360-vs-apple-macbook-pro-13-2016-600-03

Dell XPS 13 9360

อย่างไรก็ตามในเรื่องของการออกแบบโดยรวมแล้วนั้น Dell XPS 13 9360 ดูสวยงามและมีระดับมากกว่ารุ่นอื่นอย่างเห็นได้ชัด โดยเฉพาะอย่างยิ่งจากส่วนของหน้าจอที่ใช้ดีไซน์ในรูปแบบ Infinity Edge(ขอบหน้าจอบางจนเกือบจะไร้ขอบ) แถมส่วนของฝาเปิดปิดหน้าจอก็ยังคงใช้อลูมิเนียมผสมเพิ่มความแข็งแกร่งร่วมกับคาร์บอนไฟเบอร์ซึ่งแน่นอนครับว่ามันจะทำให้ส่วนของฝาหน้าจอนั้นต้านทานแรงบิดที่เกิดขึ้นจากตอนที่คุณเปิดหน้าจอขึ้นได้เป็นอย่างมาก ที่สำคัญที่สุดแล้ว Dell ใส่ใจในเรื่องของดีไซน์จนคุณแทบจะมองไม่ออกเลยครับว่ามีการเปลี่ยนวัสดุอยู่บนฝาเปิดหน้าจอ

xiaomi-mi-air-vs-dell-xps-13-9360-vs-apple-macbook-pro-13-2016-600-04

Apple MacBook Pro 13 2016

เรื่องดีไซน์ตัวเครื่องนั้นสำหรับ Apple แล้วคงต้องบอกเลยหล่ะครับว่าค่อนข้างที่จุมีจุดเด่นจนมองออกทันทีว่าเป็น Apple(ทว่าถ้าวางเทียบกับ Mi Air แบบปิดเครื่องแล้วมองจากด้านบนนั้นถ้าไม่มีสัญลักษณ์รูป Apple ก็แทบจะมองไม่ค่อยออกครับ) ความลงตัวทางด้านดีไซน์ของ Apple นั้นจัดว่าโอเคเลยครับ แต่เมื่อเอาไปเทียบกับ Dell XPS 13 9360 แล้วนั้นคงต้องยอมรับหล่ะครับว่าเรื่องของความสวยงามและความลงตัวนั้น Dell XPS 13 9360 ดูจะได้เปรียบมากกว่ามาก(โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับดีไซน์ในรูปแบบ Infinity Edge)

xiaomi-mi-air-vs-dell-xps-13-9360-vs-apple-macbook-pro-13-2016-600-05

เมื่อนำตัวเครื่องมาวางเทียบกันแล้วนั้นจะพบว่าขนาดตัวตัวเครื่องจะต่างกันน่อยมากๆ ในระดับมิลลิเมตรเท่านั้น ซึ่งเครื่องที่มีขนาดเล็กสุดนั้นเป็น Dell XPS 13 9360 ที่ได้ผลประโยชน์จากดีไซน์หน้าจอในรูปแบบ Infinity Edge ไปเต็มๆ นอกไปจากนั้นน้ำหนักโดยรวมของตัวเครื่องก็น้อยกว่าคู่แข่งด้วย ทว่าที่น่าแปลกใจก็คือ Apple MacBook Pro 13 2016 นั้นกลับมีขนาดและน้ำหนักมากที่สุดในบรรดาโน๊ตบุ๊คทั้ง 3 ตัวนี้ แต่ว่ากระนั้นแล้ว Apple MacBook Pro 13 2016 ก็ยังถือว่ามีขนาดที่บางและเบามากกว่าโน๊ตบุ๊คทั่วไปอยู่ดีครับ

Connectivity

xiaomi-mi-air-vs-dell-xps-13-9360-vs-apple-macbook-pro-13-2016-600-15

คงไม่สามารถที่จะปฎิเสธได้เลยหล่ะครับว่าพอร์ตการเชื่อมต่อต่างๆ ของตัวเครื่องโน๊ตบุ๊คนั้นส่งผลต่อเรื่องของความบางของโน๊ตบุ๊คด้วยเช่นเดียวกัน ที่เหนือไปกว่านั้นก็คือเรื่องของพอร์ตนั้นบางทีก็เป็นหนึ่งในข้อกำหนดในการตัดสินใจของผู้ซื้อด้วยหล่ะครับว่าจะสนใจโน๊ตบุ๊ครุ่นนั้นมากน้อยแค่ไหน ตรงจุดนี้นั้น Apple MacBook Pro 13 2016 ดูเหมือนกับว่าจะทำคะแนนได้ไม่ดีเท่าไรเพราะการเลือกสนับสนุนอนาคตมากกว่าปัจจุบันดังนั้น MacBook Pro 13 2016 จึงมีแค่พอร์ต USB Type-C ที่เป็น Thunderbolt 3 ในตัวมาด้วยเท่านั้น

xiaomi-mi-air-vs-dell-xps-13-9360-vs-apple-macbook-pro-13-2016-600-13xiaomi-mi-air-vs-dell-xps-13-9360-vs-apple-macbook-pro-13-2016-600-14

Apple MacBook Pro 13 2016

เช่นเดียวกันกับ Apple MacBook Pro 13 2016 ที่ไม่รู้ว่าทาง Xiaomi เองนั้นได้แรงบันดาลใจจาก Apple มากเกินไปรึเปล่าเพราะว่า Mi Air นั้นมีพอร์ตการใช้งานปกติทั้งหมดเว้นแค่ SD Card reader ซึ่งเป็นหนึ่งในพอร์ตที่ผู้ใช้งานระดับมืออาชีพ(โดยเฉพาะช่างภาพ) ไม่สามารถที่จะขาดไปได้เลย ส่วนเรื่องการรองรับอนาคตนั้น Mi Air ก็ให้มาแค่ USB Type-C สำหรับชาร์จเครื่องเท่านั้นไม่ได้รองรับ Thunderbolt 3 ในตัวด้วยอีกต่างหาก ทว่าจุดเด่นของ Mi Air นั้นคงหนีไม่พ้นเรื่องของการที่มาพร้อมกับพอร์ต HDMI ด้วยในขณะที่คู่แข่งนั้นไม่มีพอร์ต HDMI มาให้ครับ

xiaomi-mi-air-vs-dell-xps-13-9360-vs-apple-macbook-pro-13-2016-600-06

xiaomi-mi-air-vs-dell-xps-13-9360-vs-apple-macbook-pro-13-2016-600-07

Xaiomi Mi Air

ในทางกลับกันแล้วนั้น Dell XPS 13 9360 สามารถที่จะรองรับเรื่องพอร์ตได้ดีกว่าคู่แข่งเพราะพี่ท่านจัดพอร์ตมาให้แบบเต็มพิกัดโดยที่ตัวเครื่องของ XPS 13 9360 เองนั้นก็ไม่ได้หนาไปกว่าคู่แข่งแต่อย่างใด เรียกได้ว่าถ้าจะมีโน๊ตบุ๊คเครื่องไหนที่มาพร้อมดีไซน์บางเฉียบและรองรับการใชข้งานในปัจจุบันกับอนาคตมากที่สุดก็คงหนีไม่พ้น XPS 13 9360 นี่แหละครับ เสียดายที่ Dell ดันมาตกม้าตายกับการไม่มีพอร์ต HDMI มาให้เลยทำให้ผู้ใช้ที่เป็นนักธุรกิจซึ่งต้องพรีเซนต์งานบ่อยๆ นั้นอาจจะต้องคิดหนักกันหน่อยหล่ะครับ

xiaomi-mi-air-vs-dell-xps-13-9360-vs-apple-macbook-pro-13-2016-600-08

xiaomi-mi-air-vs-dell-xps-13-9360-vs-apple-macbook-pro-13-2016-600-09

xiaomi-mi-air-vs-dell-xps-13-9360-vs-apple-macbook-pro-13-2016-600-10

xiaomi-mi-air-vs-dell-xps-13-9360-vs-apple-macbook-pro-13-2016-600-12

Dell XPS 13 9360

โดยรวมแล้วนั้นโน๊ตบุ๊คทั้ง 3 รุ่นที่นำมาประชันกันนี้ก็มีข้อดีและข้อเสียที่แตกต่างกันไปในเรื่องของพอร์ตการเชื่อมต่อที่มีมาให้ครับ อย่างำรก็ตามสำหรับ Apple MacBook Pro 13 2016 อาจจะด้อยกว่าเพื่อนอยู่หน่อยเพราะหากคุณต้องการใช้พอร์ตเชื่อมต่ออื่นๆ ที่ไม่ใช่ USB Type-C(ซึ่งเชื่อเหลือเกินว่าผู้ใช้มากกว่า 99% ในปัจจุบันนั้นต้องใช้พอร์ตอื่นด้วย) คุณจะต้องทำการซื้อ Docking มาเพื่อใช้งานด้วยซึ่งแน่นอนว่านั่นคืองบประมาณที่เพิ่มขึ้นนอกเหนือไปจากค่าตัวเครื่องหล่ะครับ

Input Devices

xiaomi-mi-air-vs-dell-xps-13-9360-vs-apple-macbook-pro-13-2016-600-17

Dell XPS 13 9360

มาถึงเรื่องอุปกรณ์สำหรับใส่ข้อมูลอย่างคีย์บอร์ดและ Touch Pad บ้างครับ ที่ต้องขอบอกเลยจริงๆ ว่า Dell XPS 13 9360 นั้นแตกต่างไปจากคู่แข่งได้อย่างสิ้นเชิงไม่ว่าจะเป็นการจัดวางตำแหน่างของคีย์บอร์ด พร้อมด้วยพื้นผิว matte black ที่เมื่อมองแล้วนั้นพบว่าแตกต่างจากคู่แข่งอย่างทันทีทันใด ทว่าจุดด้อยของมันก็คือการพิมพ์ที่ค่อนข้างจะยกเนื่องจากว่าปุ่มบนคีย์บอร์ดค่อนข้างที่จะวางอัดแน่นกันพอสมควร ส่วน Touch Pad นั้นก็ใช้งานในระดับที่พอใช้ได้ ไม่ได้ดีหรือเลวร้ายอย่างใดครับ

xiaomi-mi-air-vs-dell-xps-13-9360-vs-apple-macbook-pro-13-2016-600-16

Xiaomi Mi Air

xiaomi-mi-air-vs-dell-xps-13-9360-vs-apple-macbook-pro-13-2016-600-18

Apple MacBook Pro 13 2016

สำหรับ Xiaomi Mi Air กับ Apple MacBook Pro 13 2016 นั้นบอกเลยครับว่าถ้าสีของแป้นคีย์บอร์ดและขนาดของ Touch Pad ไม่ต่างกันแล้ว เผลอๆ ผู้ใช้อาจจะคิดว่ามันเป็นโน๊ตบุ๊ครุ่นเดียวกันแค่ต่างสีกันเท่านั้น อย่างไรก็ตามถึงจะเหมือนกันก็ใช่ว่าจะใช้งานได้ง่ายเหมือนกันนะครับ ด้วยความที่คีย์บอร์ดและ Touch Pad ของ MacBook Pro 13 2016 นั้นเป็นรุ่นที่ 2 ได้ที่รับการอัพเกรดมาจาก MacBook 12 2015 ซึ่งรองรับกับโน๊ตบุ๊คที่มีพื้นที่วางคีย์บอร์ดน้อยทำให้เวลาใช้งานนั้นง่ายกว่า แถม Touch Pad ที่ใหญ่นั้นก็สามารถใช้งานสะดวกในทุกๆด้านครับ

Display

xiaomi-mi-air-vs-dell-xps-13-9360-vs-apple-macbook-pro-13-2016-600-25

พูดถึงเรื่องของหน้าจอแล้วนั้นดูเหมือน Xiaomi Mi Air กับ Apple MacBook Pro 13 2016 จะด้อยกว่าทาง Dell XPS 13 9360 ครับ ไม่ว่าจะเป็นการที่ทาง Xiaomi และ Apple ไม่มีตัวเลือกความละเอียดของหน้าจอมาให้ผู้ใช้ได้ปรับแต่ง รวมไปถึงการเคลือบหน้าจอแบบมันเงาที่จะสะท้อนเงาได้มากกว่าหน้าจอแบบด้าน แต่ถึงกระนั้นแล้วด้วยขนาดของหน้าจอที่ 13 นิ้วนั้นทำให้ความละเอียดที่ระดับ Full HD นั้นก็สามารถที่จะรองรับการมองโดยไม่ค่อยเห็นจุด pixels ได้อย่างสบายๆ(ถ้าไม่ไปเพ่งมากเกินไปแบบใกล้ๆ นะครับ)

xiaomi-mi-air-vs-dell-xps-13-9360-vs-apple-macbook-pro-13-2016-600-19xiaomi-mi-air-vs-dell-xps-13-9360-vs-apple-macbook-pro-13-2016-600-21xiaomi-mi-air-vs-dell-xps-13-9360-vs-apple-macbook-pro-13-2016-600-23

xiaomi-mi-air-vs-dell-xps-13-9360-vs-apple-macbook-pro-13-2016-600-20xiaomi-mi-air-vs-dell-xps-13-9360-vs-apple-macbook-pro-13-2016-600-22xiaomi-mi-air-vs-dell-xps-13-9360-vs-apple-macbook-pro-13-2016-600-24

                                                      Xiaomi Mi Air                           Dell XPS 13 9360               Apple MacBook Pro 13 2016

สำหรับเรื่องหน้าจอนั้นเอาตามจริงแล้วคงไม่สามารถเอา Mi Air และ XPS 13 9360 ไปเทียบกับ MacBook Pro 13 2016 ได้ครับเนื่องจากว่าความละเอียดของหน้าจอนั้นไม่เท่ากัน ดังนั้นเมื่อใช้งานจริงๆ แล้วนั้นจะพบว่า MacBook Pro 13 2016 ดูดีกว่าเพื่อ(เว้นถ้าเอาไปเทียบกับ Dell รุ่นหน้าจอความละเอียด QHD ก็เป็นอีกเรื่อง) โดยในส่วนของ Mi Air และ XPS 13 9360 นั้นจะใช้หน้าจอต่างยี่ห้อกันทำให้เรื่องการแสดงผลก็แตกต่างกันไปด้วยซึ่งหน้าจอของ Mi Air นั้นจะมีความกว้างของสีและความถูกต้องในการแสดงสีกับมากกว่า XPS 13 9360 ครับ

xiaomi-mi-air-vs-dell-xps-13-9360-vs-apple-macbook-pro-13-2016-600-26

ในเรื่องของความสว่างของหน้าจอนั้นคงต้องยกให้ MacBook Air 13 2016 เผ็นผู้นำอย่างเต็มประตูโดยพบว่าความสว่างของหน้าจอ MacBook Pro 13 2016 มากกว่าคู่แข่งเกือบครึ่ง แต่นั่นก็กลายเป็นผลเสียเหมือนกันเนื่องจากทำให้ระดับการแสดงสีดำและ Contrast นั้นต่ำกว่าคู่แข่งแบบเห็นได้ชัด จะยังมีอีกส่วนที่หน้าจอของ MacBook Pro 13 ชนะไปได้อย่างชิวๆ นั่นก็คือความกว้างของสีแบบ sRGB ที่อยู่ที่ 99.3% และ AdobeRGB ที่อยู่ที่ 78.4% ครับ

หมายเหตุ – เหลือเชื่อที่หน้าจอของ Mi Air นั้นรองรับช่วงกว้างของสีทั้ง sRGB และ AdobeRGB ได้สูงกว่า XPS 13 9360 ครับ

xiaomi-mi-air-vs-dell-xps-13-9360-vs-apple-macbook-pro-13-2016-600-27

ในการใช้งานนอกสถานที่ในที่ที่มีแสงจ้านั้น MacBook Pro 13 2016 สามารถที่จะทำได้ดีที่สุดด้วยอานิสงส์ของความสว่างหน้าจอที่เกิน 500 nits ในขณะที่คู่แข่งนั้นอยู่ในระดับเฉลี่ยที่ 300 กว่าๆ เท่านั้น มีข้อดีก็ต้องมีข้อเสียครับเพราะจากการทดสอบนั้นพบว่าหน้าจอของ MacBook Pro 13 2016 นั้นมีอัตรา response times ที่ค่อนข้างจะต่ำมากซึ่งหากคุณคุ้นเคยกับหน้าจอที่มี response times สูงหล่ะก็คุณอาจจะสามารถเจออาการ ghosting บนหน้าจอของ MacBook Pro 13 2016 ได้ครับ

หมายเหตุ – ในการทดสอบครั้งนี้มีแต่หน้าจอของ Mi Air เท่านั้นที่สามารถวัดค่าพลังงานในการใช้งานออกมาได้ซึ่งอยู่ที่ราวๆ 50 W โดยหากพิจารณาแล้วนั้นจะพบว่าอัตราการใช้พลังงานในระดับนี้ค่อนข้างสูงดังนั้นเรื่องอายุการใช้งานแบตเตอรี่เมื่อเปิดความสว่างของหน้าจอมากๆ อาจจะน้อยลงค่อนข้างมากตรงนี้ผู้ใช้ต้องระวังไว้ให้ดีครับ

Performance

xiaomi-mi-air-vs-dell-xps-13-9360-vs-apple-macbook-pro-13-2016-600-28

หมายเหตุ – สำหรับ Desl XPS 13 9360 ในแถวที่ 3 นั้นจะมาพร้อมกับหน่วยประมวลผล Core i7-7500U ครับ

มาดูกันที่ประสิทธิภาพของตัวเครื่องกันบ้างครับ โดยหากดูจากตารางของสเปคแต่ละเครื่องทางด้านบนแล้วจะเห็นได้ว่าแต่ละเครื่องก็จะมีข้อดีข้อเสียต่างกันไป Mi Air มาพร้อมกับหน่วยประมวลผลที่ดูด้อยที่สุดทว่าก็แทนที่ด้วยกราฟิกชิปที่มีประสิทธิภาพมากกว่ารุ่นอื่น ส่วน Macboo Pro 13 2016 นั้นถึงแม่ว่าจะมาพร้อบกับหน่อยประมวลผลสถาปัตยกรรม Skylake ทว่าความเร็วสัญญาณนาฬิกาฐานก็มากกว่า กลับกันกับ XPS 13 9360 ที่ถึงจะมาพร้อมกับหน่วยประมวลผลสถาปัตยกรรม Kaby Lake แต่ทว่าในส่วนของความเร็วสัญญาณนาฬิกาฐานก็น้อยกว่าครับ

หมายเหตุ – หน่วยความจำของทุกรุ่นนั้นจะมีขนาดเท่ากันคือ 8 GB ทว่ารุ่นของหน่วยความจำและความเร็วสัญญาณนาฬิกาของหน่วยความจำต่างกันครับ

หมายเหตุ 2 – หน่วยประมวลผลของโน๊ตบุ๊คทั้ง 3 รุ่นต่างก็เป็นหน่วยประมวลผลที่เน้นเรื่องการประหยัดพลังงานเป็นหลัก(ลงท้ายด้วยรหัส U)

CPU Performance

xiaomi-mi-air-vs-dell-xps-13-9360-vs-apple-macbook-pro-13-2016-600-29

xiaomi-mi-air-vs-dell-xps-13-9360-vs-apple-macbook-pro-13-2016-600-30

xiaomi-mi-air-vs-dell-xps-13-9360-vs-apple-macbook-pro-13-2016-600-31

xiaomi-mi-air-vs-dell-xps-13-9360-vs-apple-macbook-pro-13-2016-600-32

ปลการทดสอบนั้นเป็นไปตามปกติครับดังจะเห้นได้ว่าหน่วยประมวลผลที่มีความเร็วสัญญาณนาฬิกามากกว่า(ซึ่งก็คือหน่วยประมวลผลบน MacBook Pro 13 2016) จะสามารถเอาชนะไปได้เกือบจะทุกๆ ในการทดสอบ เว้นแต่ในส่วนของบางการทดสอบที่หน่วยประมวลผลสถาปัตยกรรม Kaby Lake ที่อยู่บน Dell XPS 13 9360 i7 สามารถที่จะเอาชณะไปได้(ซึ่งส่วนใหญ่ก็จะเป็นการทดสอบที่เน้นเรื่องการประมวลผลในรูปแบบของ multi-threads เป็นหลัก)

GPU Performance

xiaomi-mi-air-vs-dell-xps-13-9360-vs-apple-macbook-pro-13-2016-600-33

xiaomi-mi-air-vs-dell-xps-13-9360-vs-apple-macbook-pro-13-2016-600-34

xiaomi-mi-air-vs-dell-xps-13-9360-vs-apple-macbook-pro-13-2016-600-35

xiaomi-mi-air-vs-dell-xps-13-9360-vs-apple-macbook-pro-13-2016-600-36

ต่อกับการทดสอบอีกหนึ่งการทดสอบกับการทดสอบความแรงของการ์ดจอซึ่งจากคะแนนนั้นเป็นไปดังความคาดหมายครับเนื่องจากว่า Mi Air ที่มาพร้อมกับ GeForce 940MX นั้นสามารถที่จะเอาชนะไปได้ในเกือบทุกๆ การทดสอบ ทว่าสิ่งที่น่าแปลกใจก็คือกราฟิกแบบฝังอย่าง Iris Graphics 550 บน MacBook Pro 13 2016 นั้นก็สามารถที่จะตามติด GeForce 940MX มาได้ติดๆ แถมในบางการทดสอบก็สามารถที่จะเอาชนะไปได้ด้วยอีกซะงั้น อย่างไรก็ตามก็ยังคงมีในบางการทดสอบที่ HD Graphics 620 บน XPS 13 9360 สามารถเอาชนะ MacBook Pro 13 2016 ไปได้ครับ

หมายเหตุ – แน่นอนว่างานนี้กราฟิกแยกอย่าง GeForce 940MX น่าจะเหมาะกับการเล่นเกม 3 มิติแบบชิวๆ ได้ดีกว่าเพื่อน แต่ถ้าจะนำมาเล่นเกมหนักๆ หล่ะก็แนะนำให้มองรุ่นอื่นจะดีกว่าครับ

Stress Test

xiaomi-mi-air-vs-dell-xps-13-9360-vs-apple-macbook-pro-13-2016-600-37

Xiaomi Mi Air

xiaomi-mi-air-vs-dell-xps-13-9360-vs-apple-macbook-pro-13-2016-600-38

Dell XPS 13 9360 Core i5

xiaomi-mi-air-vs-dell-xps-13-9360-vs-apple-macbook-pro-13-2016-600-39

Apple MacBook Pro 13 2016

สำหรับการทดสอบความเครียดในการใช้งานด้วยการรันโปรแกรมที่ต้องใช้ CPU และ GPU แบบหนักๆ เพื่อดูผลว่าตัวเครื่องนั้นสามารถรองรับกับการใช้งานหนักๆ ได้ในระดับไหนนั้น ทาง NotebookCheck ได้ใช้โปรแกรมทดสอบ 2 อย่างคือ Prime95 และ FurMark เปิดรันพร้อมกันแล้วดูผลเพื่อสรุปด้วยโปรแกรม HWiNFO ซึ่งเป็นที่น่าเสียดายมากๆ ครับที่ MacBook Pro 13 2016 กับ Mi Air นั้นตัวโปรแกรม HWiNFO ไม่สามารถที่จะทำการเผยข้อมูลในส่วนของความเร็วสัญญาณนาฬิกาของตัว GPU ภายใต้ภาวะการใชเงานออกมาได้

xiaomi-mi-air-vs-dell-xps-13-9360-vs-apple-macbook-pro-13-2016-600-37

เพื่อให้สามารถที่จะวัดความเร็วสัญญาณนาฬิกาของ MacBook Pro 13 2016 กับ Mi Air ออกมาได้นั้นทาง NotebookCheck จึงได้ทำการรันโปรแกรม CineBench วนรอบ 10 ครั้งเพื่อดูความเร็วสัญญาณนาฬิกาที่มั่นคงที่สุดแทน จุดที่น่าสนใจในการทดสอบก็คือ Core i5-6200U สามารถที่จะรันที่ความถี่สัญญาณนาฬิการตามสเปค Turbo Boost ที่ 2.7 GHz ขณะรัน Prime95 ได้ส่วน Core i5-7200U กลับรันได้แค่ที่ 1.4 GHz เท่านั้นทั้งๆ ที่เป็นหน่วยประมวลผลสถาปัตยกรรมใหม่กว่าอย่าง Kaby Lake ครับ

Emissions & Energy

xiaomi-mi-air-vs-dell-xps-13-9360-vs-apple-macbook-pro-13-2016-600-40xiaomi-mi-air-vs-dell-xps-13-9360-vs-apple-macbook-pro-13-2016-600-41xiaomi-mi-air-vs-dell-xps-13-9360-vs-apple-macbook-pro-13-2016-600-42

                                                        Xiaomi Mi Air                         Dell XPS 13 9360               Apple MacBook Pro 13 2016

อีกหนึ่งผลการทดสอบที่เชื่อว่าผู้ใช้งานในบ้างเรานั้นนิยม(และควร) ให้ความสนใจเป็นพิเศษก็คือเรื่องของเสียงระบบระบายความร้อนในการใช้งานรวมไปถึงความร้อนสะสมของตัวเครื่องเวลาใช้งานครับ ด้วยความที่บ้านเราเป็นเมืองร้อนดังนั้นหากไม่ได้ใช้งานในห้องแอร์แล้วหล่ะก็โน๊ตบุ๊คของคุณอาจจะกลายเป็นเครื่องทำความร้อนขนาดพกพาได้ยิ่งกว่าสมาร์ทโฟนเลยทีเดียว ดังนั้นแล้วเรื่องนี้นั้นก็ควรจะต้องใส่ใจกันหน่อยหล่ะครับ ว่าแล้วก็ไปติดตามกันเลยดีกว่าครับ

System Noise & Temperature

xiaomi-mi-air-vs-dell-xps-13-9360-vs-apple-macbook-pro-13-2016-600-43xiaomi-mi-air-vs-dell-xps-13-9360-vs-apple-macbook-pro-13-2016-600-45

Dell XPS 13 9360

xiaomi-mi-air-vs-dell-xps-13-9360-vs-apple-macbook-pro-13-2016-600-44xiaomi-mi-air-vs-dell-xps-13-9360-vs-apple-macbook-pro-13-2016-600-46

Apple MacBook Pro 13 2016

ในเรื่องของความร้อนสะสมนั้นสำหรับค่าเฉลี่ยอุณหภูมิของตัวเครื่องในขณะใช้งานจะพบว่า XPS 13 9360 นั้นมีความร้อนสะสมมากที่สุดในขณะที่ MI Air และ MacBook Pro 13 2016 นั้นสามารถที่จะทำความร้อนเฉลี่ยขณะใช้งานได้ดีกว่า แต่เมื่อเจาะไปที่อุณหภูมหน้าผิวสัมผัสแล้วนั้นจะพบว่า Mi Air มีความร้อนสะสมในวงกว้างมากที่สุดและร้อนมากสุดคืออยู่ที่ 50 องศาเซลเซียล

กลับกันแล้ว XPS 13 9360 จะมีความร้อนสะสมโดยรวมอยู่แถวพัดลมระบายอากาศด้วยอุณหภูมิสะสมที่ 49 องศาเซลเซียส ส่วน MacBook Pro นั้นทำได้ดีที่สุดโดยความร้อนสะสมจะอยู่ใกล้พัดลมระบายอากาศค่อนข้างมากและความร้อนสะสมสูงสุดอยู่ที่ 45 องศาเซลเซียสครับ ทั้งนี้เรื่องดังกล่าวดูแล้วไม่แปลกใจเท่าไรครับเนื่องจากต้องไม่ลืมว่า Mi Air นั้นมาพร้อมกัยกราฟิกชิปแยกด้วยครับ

xiaomi-mi-air-vs-dell-xps-13-9360-vs-apple-macbook-pro-13-2016-600-47

เรื่องเสียงจากการระบายความร้อนนั้นจะสลับกับความร้อนสะสมเล็กน้อยครับเพราะ XPS 13 9360 นั้นจะมีเสียงรบกวนน้อยที่สุด โดยถึงแม้ว่าจะเป็นรุ่น Core i7-7500U ก็ยังคงมีเสียงรบกวนขณะระบายความร้อนค่อนข้างน้อย ที่ตามมาติดๆ นั้นจะเป็น MacBook Pro 13 2016 ที่ระดับเสียงรบกวนไม่ได้ไกลกันมากเท่าไรนักจนทำให้สามารถที่จะฟังออก ส่วนที่แย่ที่สุดนั้นเป็น Mi Air ที่เมื่อใช้งานแบบเต็มที่จะมีเสียงรบกวนตอนระบายความร้อนถึง 41.7 db แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นก็เหมือนอุณหภูมครับที่ต้องไม่ลืมว่า Mi Air มาพร้อมกับชิปกราฟิกแยกที่ถึงจะไม่ได้ใช้งาน ณ เวลานั้นแต่ก็มีความร้อนเกิดขึ้นครับ

Power Consumption

xiaomi-mi-air-vs-dell-xps-13-9360-vs-apple-macbook-pro-13-2016-600-48

ต่อกันมที่อัตราการใช้พลังงานที่ผลออกมาแล้วไม่ได้แปลกไปจากความเป็นจริงเท่าไรครับ โดยรวมแล้ว Mi Air จะใช้พลังงานมากกว่าเนื่องจากมีกราฟิกการ์ดแบบแยกคือ GeForce 940MX ตามมากับ MacBook Pro 13 2016 ที่ใช้หน่วยประมวลผลสถาปัตยกรรม Skylake ที่มาพร้อมกับความเร็วสัญญาณนาฬิกาฐานที่สูงกว่าเพื่อนคือ 2.9 GHz(และไปไกลถึง 3.3 GHz ที่ Turbo Boost) ส่วน Dell XPS 13 9360 ทั้ง i5 และ i7 นั้นก็สามารถทำได้ดีตามมาตรฐานของหน่วยประมวลผลสถาปัตยกรรม Kaby Lake ซึ่งน้อยกว่าสถาปัตยกรรม Skylake ที่อยู่บนคู่แข่งหล่ะครับ

หมายเหตุ – อีกสาเหตุหนึ่งที่ทำให้ MacBook Pro 13 2016 มีอัตราการใช้พลังงานพอๆ กับ Mi Air นั้นก็เพราะกราฟิกแบบฝังอย่าง Iris Graphics 550 ที่แรงพอๆ กันครับ

Battery Life

xiaomi-mi-air-vs-dell-xps-13-9360-vs-apple-macbook-pro-13-2016-600-49

ปิดท้ายกันด้วยผลการทดสอบอายุการใช้งานแบตเตอรี่ซึ่งในการทดสอบนี้นั้น Dell XPS 13 9360 i5 ชนะไปได้แบบใสๆ ด้วยความที่แบตเตอรี่นั้นมีความจุมากกว่าเช่นเดียวกันกับโมเดล i7 ที่มาตกม้าตายแพ้ Apple MacBook Pro 13 2016 ไปเล็กน้อย ส่วน Mi Air นั้นด้วยความที่แบตเตอรี่ความจุก็น้อยกว่าอยู่แล้วแถมพี่ท่านยังมาพร้อมชิปกราฟิกแบบแยกอีกต่างหากดังนั้นอายุการใช้งานของแบตเตอรี่โดยรวมก็เลยน้อยไปกว่าคู่แข่งอย่างเสียมิได้ จะมีที่ชณะได้ก็คือตอน Full Load ที่ทาง MacBook 13 Pro 2016 เอาบ๊วยไปครองเพราะดับมาพร้อมกับหน่วยประมวลผลความเร็วสัญญาณนาฬิกาสูงกว่าเพื่อนครับ

สรุป

ในการประชันกันครั้งนี้นั้นบอกได้เลยครับว่าไม่มีใครแพ้ใครชณะกันได้แบบเป็นเอกฉันท์เพราะต่างก็เอาชนะกันไปมาในแต่ละการทดสอบ ดังนั้นแล้วหากจะพูดว่าเครื่องไหนกันแน่ที่ดีที่สุดนั้นคงจะเป็นไปได้ค่อนข้างยากพอดู ที่สำคัญเหนือสิ่งอื่นใดแล้วการใช้งานของแต่ละเครื่องนั้นก็ดูเหมือนกับว่าจงใจที่จะมีเป้าหมายของระดับผู้ใช้งานที่แตกต่างกันไปอีกงานนี้ก็ต้องขึ้นอยู่กับท่านๆ แล้วหล่ะครับว่าอยากจะได้โน๊ตบุ๊คเครื่องไหนมาก่อน อย่างไรก็แล้วแต่ก่อนจากกันนั้นเรามีข้อดีข้อเสียของแต่ละรุ่นมาบอกให้ทุกท่านเพื่อที่จะใช้เป็นเกณฑ์ตัดสินใจครับ

Xiaomi Mi Air

xiaomi-mi-air-vs-dell-xps-13-9360-vs-apple-macbook-pro-13-2016-600-02

ข้อดี

  • ดีไซน์มาพร้อมกับความบาง
  • เคสเป็นอลูมิเนียมที่ดูแล้วแข็งแรง
  • มาพร้อมกับพอร์ต HDMI แบบ Full-size
  • หน้าจอรองรับความกว้างของสีค่อนข้างมากแถมยังมี response times ที่เร็ว
  • มาพร้อมกับกราฟิกแยกอย่าง GeForce 940MX
  • ราคาถูกกว่าคู่แข่ง

ข้อเสีย

  • ความกว้างแล้วยาวมากกว่าคู่แข่งพอดู
  • ดีไซน์ดเครื่องดูแล้วไม่มีความเป็นตัวของตัวเอง
  • ไม่ได้มาพร้อมกับ Thunderbolt 3 และ SD Card reader
  • ปุ่ม Clickpad ใช้งานได้บ้างไม่ได้บ้าง
  • อัตราการใช้พลังงานสูงขึ้นมากเมื่อปรับความสว่างของหน้าจอเพิ่มขึ้น
  • ใช้พลังงานสูงแต่ดันมาพร้อมกับแบตเรอี่ความจุน้อยทำให้อายุการใช้งานแบตเตอรี่โดยรวมต่ำ
  • ตัวเครื่องค่อนข้างที่จะมีอุณหภูมิสะสมมากและสูง
  • รับบระบายอากาศสร้างเสียงรบกวนค่อนข้างสูง
  • ไม่มีตัวเลือกหน่วยประมวลผลสถาปัตยกรรม Kaby Lake

Dell XPS 13 9360

xiaomi-mi-air-vs-dell-xps-13-9360-vs-apple-macbook-pro-13-2016-600-03

ข้อดี

  • มีพอร์ตการเชื่อมต่อรองรับปัจุบันและอนาคตเป็นอย่างดี
  • วัสดุที่ใช้ทำเคสมีความทนทานสูง
  • ตัวเครื่องมีความกล่าวและยาวน้อยที่สุด
  • มีตัวเลือกทั้งในส่วนของความละเอียดหน้าจอและหน่วยประมวลผลให้ผู้ใช้ได้เลือก
  • ระบบระบายความร้อนมีเสียงรบกวนต่ำ
  • ใช้พลังงานค่อนข้างต่ำแต่ให้แบตเตอรี่ความจุมาสูงอายุการใช้งานโดยรวมจึงสูงกว่าคู่แข่ง

ข้อเสีย

  • ไม่มีพอร์ต HDMI
  • ปุ่ม Clickpad ใช้งานได้บ้างไม่ได้บ้าง
  • ชิปกราฟิกคุณภาพต่ำ(เหมาะแค่พอใช้งานในระดับเบื้องต้นเท่านั้น)

Apple MacBook Pro 13 2016

xiaomi-mi-air-vs-dell-xps-13-9360-vs-apple-macbook-pro-13-2016-600-04

ข้อดี

  • ตัวเคสเครื่องสวยงามดูแล้วดึงดูดสายตา
  • Touch Pad ใหญ่ทำให้การใช้งานง่ายและสะดวก
  • มีตัวเลือกเครื่องรุ่นที่มาพร้อมกับ Touch Bar
  • หน้าจอสว่างมากแถมรองรับช่วงกว้างของสีแบบ sRGB ได้ดีที่สุดในเครื่องรุ่นที่นำมาประชันกัน
  • หน่วยประมวลผลมีประสิทธิภาพสูง(แต่ว่าก็ต้องแรกมากับอัตราการความร้อนที่สูงตามไปด้วย)
  • มาพร้อมกับชิปกราฟิกแบบฝัง Intel Iris ที่ประสิทธิภาพสูงพอตัว

ข้อเสีย

  • ไม่มีพอร์ตเชื่อมต่อแบบอื่นนอกเหนือไปจาก USB Type-C ทำให้ผู้ใช้จำเป็นต้องซื้อ Docking เพิ่ม
  • ไม่มีตัวเลือกหน่วยประมวลผลสถาปัตยกรรม Kaby Lake
  • มีอัตราการใช้พลังงานสูงเมื่อเครื่องต้องทำงานหนักมากๆ
  • หน้าจอมี response times ต่ำ
  • ราคาสูงมากเมื่อเทียบกับคู่แข่ง

ที่มา : notebookcheck



© Copyright - Notebookspec.com All Rights