Home » 0. TOP content

[Review] ASUS ZenBook UX490U สุดยอดโน้ตบุ๊คพรีเมียมจอ 14 นิ้ว บางที่สุดในโลก ราคา 69,900 บาท

12 Aug 17 - By l

ASUS ZenBook ก็ถือว่าเป็น Ultrabook Series ที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก เหมาะสำหรับการใช้งานแบบพกพาไปทำงานนอกบ้านตามสถานที่ต่างๆ ด้วยรูปลักษณะภายนอก วัสดุบอดี้ งานประกอบภายนอกที่เรียกได้ว่าเนี๊ยบ เรียบหรู และแข็งแรงทนทานกว่ารุ่นอื่นๆ อย่างเห็ได้ชัด นอกจากนี้ยังมาพร้อมกับสเปคและประสิทธิภาพที่มาให้นั้นค่อนข้างดีเลยทีเดียว แถมยังมีแบตเตอรรี่ที่ใช้งานได้อย่างยาวนาน รวมถึงมาตรฐานการรับประกันเต็ม 2 ปี ทำให้อีกด้วย ทำให้เจ้าซีรีส์ ZenBook ได้รับความนิยมและเป็นตัวเลือกแรกๆ สำหรับใครที่อยากได้ Ultrabook นั่นเองครับ

และล่าสุดทางทาง ASUS เปิดตัว ZenBook UX490U รุ่นล่าสุด ซึ่งเป็นรุ่นท๊อปของซีรีส์นี้ ด้วยหน้าจอขนาด 14 นิ้ว ที่สวยงามในตัวเครื่องที่หรูหราและกะทัดรัด แต่มีขนาดไม่ใหญ่เกินไปกว่าแล็ปท็อปขนาด 13 นิ้ว นี่คือการผสานประสิทธิภาพและความสวยงามเข้าด้วยกันอย่างเหนือใคร คุณจึงได้รับดุลยภาพที่สมบูรณ์แบบระหว่างความสามารถในการพกพาและประสิทธิภาพในการทำงาน ด้วยความหนาเพียง 12.9 มม. และน้ำหนักเพียง 1.1 กก.  ซึ่งประกอบด้วยโปรเซสเซอร์ Intel Core i7-7500U ที่เก็บข้อมูลเป็น SSD ขนาด 512 GB, USB 3.1 type C จำนวน 1 พอร์ต และ Thunderbolt™ 3 จำนวน 2 พอร์ต และระบบเสียงลำโพงสี่ตัว ที่ทรงพลัง Z เพื่อประสิทธิภาพการทำงานและเรื่องคุณภาพเสียงที่ยอดเยี่ยม ซึ่งสนนราคาอยู่ที่ 69,900 บาท

VDO Review

Specification

ในเรื่องของสเปคของเจ้าตัว ASUS ZenBook UX490UA ซึ่งเป็นตัวเครื่องที่ทีมงานได้มารีวิวนั้นในส่วนของ CPU เลือกใช้เป็น Intel Core i7-7500U ที่มีความเร็วในการประมวลผลอยู่ที่ 2.70 GHz และเร่งความเร็วด้วย TurboBoost ได้เป็น 3.50 GHz แบบ 2 Cores/ 4 Threads ส่วนการ์ดจอก็แน่นอนว่าต้องเป็น Intel HD Graphics 620 ที่ติดมาใน CPU จาก Intel ตระกูล Kabylake พร้อมติดตั้ง Ram ขนาด 16 GB DDR3L เป็นแบบฝังติดบอร์ดมาเช่นเดียวกับ Ultrabook ปกติ ส่วน SSD มีมาให้ขนาด 512 GB มาพร้อมความเร็วสูง ใช้จอขนาด 14 นิ้ว ความละเอียด 1920 x 1080 พิกเซล พาเนล IPS ซึ่งจอเป็นแบบ Corning Gorilla Glass 5แถมตัวคีย์บอร์ดยังมีไฟ LED Backlit มาให้ด้วย เรียกได้ว่าสมเป็น Ultrabook ตัวท๊อปเลยทีเดียว

ส่วนเรื่องของพอร์ตเชื่อมต่อต่างๆ เรียกได้ว่าออกมาเป็นแบบ Ultrabook ใหม่มาตราฐานใหม่ของปี 2017 ซึ่งให้พอร์ต Thunderbolt™ 3 มา 2 พอร์ต และ USB 3.1 Type-C อีกหนึ่งพอร์ต นอกจากนี้ตัวเครื่องในกล่องยังแถมอแดปเตอร์แปลงสาย USB type C to HDMI, USB type C to USB type A อย่างละ 1 เส้น รวมถึงยังมีกระเป๋าหนังอย่างดีสำหรับใส่โน้ตบุ๊ค และกระเป๋าใส่อแดปเตอร์สายชาร์จให้อีกด้วย อีกอย่างที่ขาดไม่ได้เลยก็คือเจ้า ASUS ZenBook UX490UA มาพร้อมระบบปฏิบัติการ Windows 10 ลิขสิทธิ์แท้ ที่สำคัญยังมาพร้อม Wi-Fi มาตรฐาน 802.11ac และ Bluetooth 4.1 ซึ่งสนนราคา 69,900 บาท

Hardware / Design

ดีไซน์การออกแบบโดยรวมของ ASUS ZenBook UX490UA นั้นจะดูเล็กกว่าโน้ตบุ๊คขนาดหน้าจอ 14 นิ้วอื่นๆ อยู่พอสมควร เนื่องด้วยมีขอบจอที่บางมากแบบ Nano Edge ทำให้ตัวเครื่องดูเล็ก กะทัดรัด เหมาะกับการพกพา แต่ทั้งนี้ถึงแม้ว่าตัวเครื่องจะเล็ก แต่ก็ยังใส่จอขนาด 14 นิ้วเทียบเท่ากับโน้ตบุ๊คมาตรฐานจากแบรนด์อื่นๆ มาให้อยู่ดี ในน้ำหนักเพียง 1.1 กิโลกรัมเท่านั้นเรียกได้ว่าเบาและบางที่สุดในโลกเมื่อเทียบกับโน้ตบุ๊คหน้าจอ 14 นิ้วด้วยกัน

ซึ่งตัวเครื่องมีความหนาเพียง 12.9 มม.  และสีของตัวเครื่องสีน้ำเงินครามสวยงาม ทำให้มีความโดดเด่นมากๆ และด้วยเนื้องานวัสดุ การประกอบที่ใช้วัสดุที่ผลิตจากอลูมิเนียมอัลลอยเกรดยานอวกาศระดับพรีเมี่ยม(Aerospace-grade) ซึ่งโลหะเกรดนี้มีความแข็งแรงมากกว่าโลหะอัลลอยธรรมดาถึง 50%  แสดงถึงความอุตสาหะเอาใจใส่ในรายละเอียด เส้นโค้งที่สมบูรณ์แบบตัดกับขอบสีทองของตัวเครื่องแบบอลูมิเนียมที่ผลิตจากโลหะชิ้นเดียว แถมตัวแกนพับหน้าจอมีขนาดใหญ่ดูแข็งแรงสุดๆ

โดยตัวฝาหลังดีไซน์ที่เป็นรูปวงกลมเข้าสู่จุดศูนย์กลางอย่างสวยงาม นอกจากนี้ใต้เครื่องก็เรียกหากสังเกตดูดีๆ จะมีช่องระบายแค่นิดเดียว ซึ่งตัว ASUS ZenBook UX490UA ใช้ระบบการท่ายเทความร้อนออกไปจากช่องทางใต้หน้าจอ ทำให้ตัวเครื่องมีการถ่ายเทความร้อนได้อย่างรวดเร็วน่าประทับใจ แม้จะมีพัดลมเพียงตัวเดียวก็สามารถจัดการความร้อนภายในได้เป็นอย่างดี รวมไปถึงตัวสติกเกอร์ Windows 10 ก็จะติดอยู่บริเวณใต้ตัวเครื่องเพื่อบ่งบอกว่าเจ้าเครื่องนี้ใช้วินโด้แท้นั่นเองครับ

Keyboard / Touchpad

ทางด้านของคีย์บอร์ดนั้นตัวปุ่มเป็นพลาสติกน้ำเงินเข้ากับตัวเครื่องสกรีนตัวอักษรเหลืองตัดกับปุ่ม ซึ่งมีการออกแบบมาให้ปุ่มมีขนาดใหญ่พอดีกับนิ้วมือ ทำให้สามารถพิมพ์ได้ง่ายขึ้น ในส่วนการสัมผัสให้การสัมผัสที่นุ่มกำลังดีมีระยะห่างของปุ่ม เพื่อให้ความรู้สึกที่สะดวกสบายในการพิมพ์ การตอบสนองทั้งขนาดแป้นพิมพ์ที่รับกันนิ้วกันและช่องว่างระหว่างแป้นที่ทำให้มีความแม่นยำในการกด กดแล้วรู้สึกว่าไม่อ่อนหรือแข็งเกินไป และไม่มีอาการกดแรงๆ แล้วแป้นยวบให้เห็นแต่อย่างใด แถมมีไฟ Backlit สีขาว สามารถปรับได้ 3 ระดับ ซึ่งเมื่อเปิดใช้งานจะสะท้อนออกมาทางฟอนต์สีเหลืองดูสวยงามเป็นอย่างมากเลยทีเดียว ปุ่มเปิดเครื่องจะไปอยู่ที่มุมบนขวากลืนไปกับคีย์บอร์ด

ตัวทัชแพดมีขนาดกลางๆ ไม่ใหญ่หรือเล็กจนเกิดไปเมื่อเทียบกับขนาดตัวเครื่อง ดีไซน์ออกมาแบบไม่มีปุ่มแยกเป็นชิ้นเดียวทั้งคลิกซ้ายคลิกขวา การใช้งานจัดได้ว่าอยู่ในระดับที่น่าพอใจ แต่การสัมผัสเลื่อนนิ้วไปมาจะดูฝืดๆ สักหน่อย ส่วนตัวซอฟต์แวร์ที่ให้มาสามารถควบคุมจัดการได้ดี ใช้งานแบบมัลติทัชได้ลื่นไหลพอสมควร รวมไปถึงยังมีสแกนลายน้ำมืออยู่ที่มุมบนขวาไว้ใช้งานร่วมกับ Windwos Hello ได้อีกด้วย

Screen / Speaker

ASUS ZenBook UX490UA ได้ติดตั้งหน้าจอด้านขนาด 14 นิ้ว มีขอบที่บางมากเพียง 7.46 มิลลิเมตร ความละเอียด 1920 x 1080 พิกเซล Full HD Panel IPS พื้นที่หน้าจอ 84% การแสดงผลของสีเป็นแบบ 100% sRGB และมีมุมมองกว้างถึง 178 องศา ซึ่งให้ประสบการณ์การใช้งานที่น่าประทับใจมาก เรียกได้ว่าเป็นโน้ตบุ๊คจอ 14 นิ้วที่ให้สีที่สวยที่สุด สมจริงที่สุด และการที่ใส่ยางขอบจอแบบติดเนียนตามตลอดแนวขอบจอเลย ทำให้ช่วยซับแรงกระแทกได้ดีกว่าโน้ตบุ๊ครุ่นอื่นๆ ที่มักจะติดตั้งมาเป็นจุดๆ ในบางตำแหน่งเท่านั้น

ตัวลำโพงเป็นแบบสเตอริโอเลือกใช้ลำโพง Harman/Kardon แบบ Quad-speaker ลำโพง 4 ตัวให้ที่เสียงที่ดีมาก ไม่ว่าจะเป็นเสียงเบสที่มีน้ำหนัก เสียงกลางที่สมดุล และเสียงแหลมที่ออกมาใสๆ พูดเลยว่ามีโน้ตบุ๊คเพียงไม่กี่รุ่นที่ทำเสียงออกมาดีได้ขนาดนี้  ซึ่งตัวลำโพงจะอยู่บริเวณใต้ตัวเครื่องซ้ายและขวาลักษณะยิงลงพื้น 2 ตัว และบนบอดี้ขคีย์บอร์ดอีก 2 ตัว ทำให้เสียงที่ออกมามีเสียงดังฟังชัด แยกรายละเอียดได้ซ้ายขวาได้ดีเลยทีเดียว เหมาะกับการใช้งานนอกสถานที่ ส่วนใครจะเอาไปต่อกับหูฟังหรือลำโพงเพิ่มก็สามารถทำได้ด้วยเช่นกัน

Connector / Thin And Weight

มาดูในส่วนของพอร์ตการเชื่อมต่อกันบ้าง หลักๆ แล้วถือว่ามีความครบครันทีเดียวตามมาตราฐาน Ultrabook สมัยใหม่ ซึ่งมีพอร์ต USB 3.1 type C จำนวน 1 พอร์ต, Thunderbolt™ 3 จำนวน 2 พอร์ต โดยตัวเครื่องจะใช้พอร์ตนี้สำหรับชาร์จไฟเข้าเครื่อง และสุดท้ายคือพอร์ตรูหูฟังกับไมค์แบบ Combo 1 รู นอกจากนี้เจ้า ASUS ZenBook UX490UA ยังได้แถมอแดปเตอร์แปลงให้ในกล่องอีกด้วย ซึ่งก็คือ อแดปเตอร์ USB type C to HDMI และ USB type C to USB type A 3.0 อีกด้วย ทำให้เราไม่จำเป็นต้องไปซื้อ HUB มาใช้งานแยก

ส่วนขนาดของโน้ตบุ๊คตัวนี้ถือว่ามีมิติที่ค่อนข้างเล็กและบางเบา โดยมีน้ำหนักตัวเครื่องเพียง 1.1 กิโลกรัมกิโลกรัมเท่านั้น ซึ่งถือได้ว่าเป็นโน้ตบุ๊คหน้าจอ 14 นิ้วที่บางและเบาที่สุดในโลก ส่วนของตัวอแดปเตอร์ที่ชาร์จเองก็มีขนาดเล็ก กะทัดรัด ซึ่งเมื่อรวมเข้าไปด้วยกันแล้วคาดว่าน่าจะมีหนักรวมกันราวๆ ไม่เกิน 1.4 กิโลกรัม ถือว่ามีน้ำหนักที่มีความเบามากๆ เลยทีเดียว เพราะปกติแล้วโน้ตบุ๊ค 14 นิ้วจะมีน้ำหนักอยู่ที่ 1.5 กิโลกรัมขึ้นไป(ไม่รวมอแดปเตอร์) ซึ่งเจ้าตัวนี้แน่นอนว่าออกแบบมาเพื่อตอบสนองในเรื่องของการพกพาไปนอกสถานที่ได้อย่างเต็มรูปแบบนั่นเองครับ อีกทั้งยังมีแบตเตอร์รี่ที่ใช้งานได้ยาวนานอีกด้วย

Performance / Software

ASUS ZenBook UX490UA ใช้ชิปประมวลผลจาก Intel Core i7-7500U ซึ่งเป็นชิปประมวลผลแบบประหยัดพลังงาน มีความเร็วในการประมวลผลอยู่ที่ 2.70 GHz สามารถเร่งประสิทธิภาพขึ้นไปได้สูงสุดถึง 3.50 GHz นะครับ เป็นซีพียูแบบ 2 Cores 4 Threads ที่เพียงพอสำหรับการใช้งานทั่วไป หรือถ้างานที่ต้องประมวลผลหนักก็พอรองรับได้ในระดับหนึ่ง และมาพร้อม Ram ภายในขนาด 16 GB DDR3L Bus 2133 อีกด้วย

กราฟิกการ์ดเป็นแบบออนบอร์ดอย่าง Intel HD Graphics 620 ที่ให้พลังในการประมวลผลที่ดีในระดับหนึ่ง อย่างในเรื่องของกราฟิก 2 มิตินั้นก็รองรับได้อย่างสบายๆ หรือถ้าเป็น 3  มิติก็ต้องบอกว่ารองรับการทำงานได้ในระดับเบื้องต้น แต่ก็รองรับการทำงานกับหน้าจอความละเอียดสูงได้แบบไม่มีปัญหา

สำหรับโปรแกรมทดสอบ CINEBENCH ที่เน้นในเรื่องของพลังชิปประมวลผล คะแนนก็อยู่ในระดับที่น่าพอใจ เปรียบเทียบกับชิปประมวลผลที่เป็นรหัส U รุ่นก่อนหน้าแล้ว ก็ทำได้ดีกว่าเล็กน้อย รวมไปถึงตัวกราฟิกการ์ดเองก็มีประสิทธิภาพสูงขึ้น เรียกได้ว่าตอบโจทย์ในส่วนของงานประมวลผลหนักๆ ได้อย่างสบายๆ ไม่น่าเป็นห่วงนัก

ตัวเก็บข้อมูลของเครื่องที่เลือกใช้ SSD ก็ทำคะแนนออกมาได้อย่างรวดเร็วเป็นที่น่าพอใจบนขนาดความจุ 512 GB กับความเร็วระดับ Read 1836 MB/s และ Write 1503 MB/s ถือว่าเร็วสุดๆ ไปเลยครับ

ในส่วนนี้เราจะทดสอบ ASUS ZenBook UX490UA ในเรื่องของประสิทธิภาพการเล่นเกมทั้ง 2 เกมหลักยอดนิยมที่ไม่กินสเปคมาก เพราะ เจ้าเครื่องนี้ไม่ได้ออกแบบมาเพื่อเล่นเกมนั่นเองครับ

สำหรับเกมที่ทำการทดสอบนั่นก็คือเกม Overwatch และ DotA 2 โดยทั้งสองตัวนี้การตั้งค่าความละเอียดของภาพก็อยู่ที่ 1920 x 1080 พิกเซล ปรับต่ำสุดทุกอย่าง ซึ่งผลที่ได้ออกมาก็คือสามารถเรนเดอร์ได้อย่างไหลลื่นในระดับหนึ่ง โดยมีค่าเฟรมเรทเฉพาะ DotA 2 ที 30 ขึ้นไป พอเล่นได้ไม่กระตุก ส่วน Overwatch มีเฟรมเรทเฉลี่ย 23 ซึ่งจะกระตุกเวลาตะลุมบอนนิดหน่อย และมีหน่วงนิดๆ ซึ่งไม่เหมาะแก่การนำมาเล่นเท่าไรนัก

Battery / Heat / Noise

แบตเตอรี่ของ ASUS ZenBook UX490UA เป็นแบบฝังไว้ในเครื่องเหมือนกับโน้ตบุ๊คหลายๆ รุ่นในปัจจุบัน ตัวแบตเตอรี่มีขนาด 4 Cell 6,000 mAh สามารถทำงานต่อเนื่องยาวนานได้ประมาณ 8 ชั่วโมงต่อเนื่องในการใช้งานแบบปกติ ดูหนัง ฟังเพลง

ทางด้านอุณหภูมิปกติของเครื่องจะอยู่ที่ 45 องศา แต่พอรีดประสิทธิภาพเต็มที่จะเห็นว่าเครื่องจะร้อนที่สุดที่ 95 องศา เรียกได้ว่าค่อนข้างร้อนเลยทีเดียว เมื่อนำมาเล่นเกมหนักๆ นาน แต่ถ้าหากมาเล่นปกติ ทำงานดูหนัง ฟังเพลง อุณหภูมิจะวิ่งไม่เกิน 70 องศาครับ ส่วนพัดในตัวเครื่องมีมาให้ 1 ตัว เมื่อทำงานหนักๆ เสียงก็รู้สึกว่าดังพอสมควร

Conclusion / Award

สรุปเจ้า ASUS ZenBook UX490UA ตัวท๊อปรุ่นนี้เรียกได้ว่ามีความน่าสนใจจริงๆ เป็น Ultralbook อีกหนึ่งเหมาะกับสายงาน Business ที่สามารถพกพาสะดวกไปได้ทุกที่ ด้วยที่ตัวเครื่องมีน้ำหนักเบา ขอบบาง สามารถถือขึ้นเครื่องบินไปทำงานต่างประเทศสบายๆ และที่สำคัญเลยคือเรื่องของดีไซน์การออกแบบ วัสดุ งานประกอบ ที่จัดได้ดีที่สุดของซีรีส์ ทั้งในส่วนของวัสดุบอดี้ที่ทำมาจากอลูมิเนียมอัลลอย พร้อมขอบตัวเหลี่ยมเพชรสีทองที่หรูหรา ผสมผสานสีน้ำเงินกับสีทองดูเข้ากันกันอย่างสวยงาม

สมรรถภาพและประสิทธิภาพในการทำงานสำหรับเจ้า ASUS ZenBook UX490UA ก็เรียกว่าไม่ได้ขี่เหร่เลยด้วย CPU ที่เป็น Intel Core i7-7500U ที่เป็นรุ่นประหยัดพลังงานตัวท๊อปสุด สามารถใช้งานได้ดีเลยทีเดียว Ram ก็ใส่มาถึง 16 GB เหลือ และฮาร์ดดิสเป็นแบบ SSD 512 GB เรียกได้ว่าเพียงต่อการใช้งานสุดๆ แล้ว ณ จุดๆ นี้

อีกทั้งเรื่องของหน้าจอที่ขนาด 14 นิ้ว ความละเอียด Full HD IPS ขอบเขตสี 100% sRGB ซึ่งติดตั้งเป็นแบบ Corning® Gorilla® Glass 5 ทำให้ได้ภาพสวยงาม ไม่เพี้ยน คมชัดทุกมุมมอง และยังมีความแข็งแรงมากกว่าพวกจอ Ultrabook รุ่นอื่นอีกด้วย ส่วนพอร์ตเจ้าตัวนี้ที่ให้มาถือมาใจป้ำมาก เพราะ ให้มาทั้งพอร์ต Thunderbolt 3 จำนวน 2 พอร์ต และ USB 3.1 type C อีก 1 พอร์ต รวมถึงอแดปเตอร์แปลงสายเป็น HDMI และ USB 3.0 type A ด้วยนั่นเอง

ทางด้านราคาเริ่มต้นสำหรับตัว ASUS ZenBook UX490UA ที่สนนราคาอยู่ที่ 69,900 บาท ซึ่งถือได้ว่าเป็น Ultrabook ระดับบนที่น่าจับจองเป็นเจ้าของไม่น้อย แต่อาจจะดูแพงไปบ้างเมื่อเทียบกับสเปคที่ได้  ซึ่งเอาเข้าจริงเราจะมองดูที่สเปคอย่างเดียวไม่ได้ ต้องดูที่ขนาดตัวเครื่องด้วย ฉะนั้นการที่เครื่องบางขนาดนี้ วัสดุงานประกอบดีระดับนี้ สเปคประมาณนี้จึงถือว่าไม่แพงเกินไปนัก หากใครกำลังมองหา Ultrabook งบประมาณขนาดนี้อยู่บอกเลยว่าเจ้า ASUS ZenBook UX490UA คงเป็นตัวเลือกในใจอันดับต้นๆ ของใครหลายคนแน่นอน

ข้อดี

  • เป็นโน้ตบุ๊คหน้าจอ 14 นิ้ว ที่ทีน้ำหนักเบาที่สุดในโลกเพียง 1.1 กิโลกรัมเท่านั้น
  • หน้าจอมีความละเอียดสูงระดับ Full HD IPS แสดงขอบเขตสี 100% sRGB ให้สีสันที่สวยสดงดงามมาก
  • หน้าจอที่ติดตั้งเป็นแบบ  Corning® Gorilla® Glass 5
  • Keyboard มีไฟ Blacklit สวยงาม
  • วัสดุบอดี้ทำจากอลูมิเนียมอัลลอยเกรด Aerospace ทั้งตัว
  • แบตเตอรรี่ใช้งานได้จริงราว 8 ชั่วโมง เมื่อนำมาเล่นอินเตอร์เน็ตดู YouTube
  • พอร์ตการเชื่อมต่อครบครันมีทั้ง Thunderbolt 3 และ USB 3.1 type C พร้อมอแดปเตอร์แปลงเป็น HDMI และ USB 3.0 type A ด้วย

ข้อสังเกต

  • การระบายความร้อนยังทำได้ไม่ค่อยดีนักเมื่อใช้งานหนักๆ
  • Ram ที่ให้มายังเป็น DD3L ซึ่งตามจริงควรจะเป็น DDR4 ได้แล้ว

Award

โดยในครั้งนี้จะเป็นการเปรียบเทียบการให้รางวัลกับเครื่องในกลุ่มของโน้ตบุ๊กขนาดหน้าจอ 14 นิ้วด้วยกัน ซึ่ง ASUS ZenBook UX490UA ก็ได้รางวัลต่างๆ ดังนี้

Best Design

award_use_2_create_12

เรื่องของรูปร่างหน้าตาก็เป็นหนึ่งในจุดเด่นที่มีอยู่ในผลิตภัณฑ์ของ ZenBook มาตั้งแต่ไหนแต่ไร ซึ่งจุดเด่นในข้อนี้ก็เห็นได้ชัดเจนใน ASUS ZenBook UX490UA ที่มีดีไซน์ งานประกอบของตัวเครื่องสวยงามโฉบเฉี่ยวเป็นเอกลักษณ์ สีบอดี้ออกน้ำเงินตัดขอบสีทอง ดูแล้วเรียบหรูตาม Business แถมตัวเครื่องยังมีขอบจอบางและน้ำหนักเบาสุดๆ อีกด้วย

Best Mobility

award_use_2_create_23

ส่วนของความสามารถในการพกพาก็ยังคงอยู่ในระดับที่ดีตามสไตล์ของโน้ตบุ๊ตที่เน้นความบางเบา ทั้งในความบางเพียง 12.9 มิลลิเมตร และน้ำหนักเบา 1.1 กิโลกรัม ที่ทำให้สามารถหิ้วไปไหนมาไหนได้อย่างสะดวก ทำให้ไม่ต้องกังวลเรื่องการจับถือมากนัก สามารถพับฝาจอลงแล้วเก็บเครื่องได้ทันที อแดปเตอร์ก็ทำออกมาให้มีขนาดที่ไม่ใหญ่มากนัก พกพาสะดวก รวมน้ำหนักแล้วยังไม่ถึง 1.5 กิโลกรัม เหมาะมากๆ กับคนที่ทำงานนอกสถานที่บ่อยๆ

© Copyright - Notebookspec.com All Rights