Home » asus review

Asus G51J [แรง ใหญ่ สะใจ สไตล์คอเกม]

6 Nov 10 - By l

clip_image001[4]

image

สวัสดีครับชาว Notebookspec กลับมาพบกันอีกครั้ง พร้อมกับโน้ตบุ๊กแรง ๆ อีกตัวสำหรับคอเกมที่เป็นของยี่ห้อคุ้นเคยกัน นั่นก็คือ Asus เองครับ ซึ่งมาพร้อมกับการ์ดแสดงผลค่ายเขียว NVIDIA Geforce GTX260M ที่หอบหิ้วหน่วยความจำขนาด 1GB GDDR3 มาด้วย ทำให้สามารถ ลุยเกมแบบ All High ได้อย่างไม่สะดุด แถมด้วยหน่วยประมวลผลระดับ High End ที่มีแกนประมวลผล 4 แกนอย่าง Intel Core i7-720QM ความเร็ว 1.6GHz สามารถเพิ่มความเร็วได้ถึง 2.8GHz เลยทีเดียว มีหน่วยความจำสำรองขนาด 4GB DDR3 และฮาร์ดดิสก์ 320GB ความเร็วรอบ 7200RPMS ถึงสองตัวเลย แค่นั้นยังไม่พอ G51J ตัวนี้มาพร้อมกับลูกเล่นที่ทันสมัย นั่นก็คือ เทคโนโลยี NVIDIA 3D VISION Stereo Scope ทำให้เล่นเกมหรือดูหนังได้ถึงเนื้อถึงตัวราวกับจะออกมาชนหน้าเรากันเลย เป็นไงกันบ้างครับ น่าสนใจกันขนาดนี้ ไปดูตัวเครื่องกันดีกว่าครับ

clip_image003[4]

รูปลักษณ์ภายนอก

clip_image004[4]

เริ่มด้วยฝาหลังที่ออกแบบมาผิวเรียบ รอยนิ้วมือยังสามารถปรากฏให้เห็นบนฝาได้บ้าง บริเวณขอบฝามนตัดกับลวดลายบนฝาที่ดุดันสีน้ำเงินครามประดับด้วยรอยกรงเล็บสีเงิน ที่พร้อมจะฉีกกระชากผู้ใช้ให้ขาดกระจุยเมื่อได้สัมผัสกับ Asus G51J ตัวแรงนี้ บนฝาจะมีโลโก้ Asus นูนขึ้นมา ซึ่งฝังตัวอักษรไว้ข้างใน ทั้งยังมีไฟ LED พาดผ่านตรงบริเวณกลางฝาค่อนไปด้านล่าง และขอบฝาทั้งด้านซ้ายและขวา

clip_image005[4]

clip_image006[4]

clip_image007[4]

แบตเตอรี่สามารถถอดแบบสไลด์ออกมาทางข้างหลังได้เลย ที่โลโก้ของ Asus จะมีตัวอักษรฝังอยู่ด้านในว่า Republic of Gamers สร้างมาสำหรับคอเกมจริง ๆ ส่วนบริเวณผิวสีดำถัดลงมากจากตัวอักษรนั้นจะเป็น Totem Pattern (ลายหกเหลี่ยม) เพื่อเสริมทั้งความสวยงามและความกระชับมือ

clip_image008[4]

บานพับสไตล์ Asus ที่ดูสวยงาม แต่ยังไม่ค่อยแน่ใจเรื่องความทนทานหากเปิด/ปิดบ่อย ๆ ว่าจะเหมือนรุ่นล่าง ๆ ที่เกิดปัญหาบานพับแตกหรือไม่

น้ำหนักของเครื่อง

clip_image009[4]

clip_image010[4]

น้ำหนักของ G51J ตัวนี้อยู่ที่ 3.504 กิโลกรัม หรือราว ๆ 3.5 กิโลกรัม เป็นน้ำหนักที่ยังไม่รวมแบตเตอรี่ และน้ำหนัก 4.055 กิโลกรัม หรือราว ๆ 4 กิโลกรัม เป็นน้ำหนักที่รวมแบตเตอรี่แล้ว ถือว่าหนักเอาการทีเดียว แต่ถ้าเพื่อความแรงความเท่แล้วถึงจะหนักแค่ไหนก็ยอม


clip_image011[4]

ด้านล่างของเครื่อง

clip_image012[4]

clip_image013[4]

clip_image014[4]

หากพลิกใต้เครื่องจะเห็นสิ่งแรก นั่นก็คือ รูอากาศขนาดยักษ์ บางครั้งก็อาจทำให้เข้าใจผิดว่าเป็นดอกซับของลำโพงได้เหมือนกัน มีสติกเกอร์ Windows 7 Home Premium 64-bit แท้มาให้อุ่นใจ แต่ต้องป้ายยาหม่องกันสักหน่อยไม่อย่างนั้นจะมีคนช่วยเอาไปแบ่งปันกันใช้

clip_image015[4]

clip_image016[4]

เปิดฝาออกดูภายในเครื่องกัน จะเห็นได้ว่าออกแบบมาให้ดูแลรักษาได้ง่าย ไม่ต้องถึงมือช่างก็สามารถทำความสะอาดได้เอง ทั้งยังวาง Layout มาให้อากาศสามารถถ่ายเทได้สะดวกอีกด้วย

CPU

clip_image017[4]

หน่วยประมวลผล Series ล่าสุด Intel Core i7-720M อาจไม่ใช่เป็นตัวระดับท็อป แต่ก็สามารถทำงานหนัก ๆ หลายงานพร้อมกันได้อย่างสบาย

VGA

clip_image018[4]

การ์ดจอ NVIDIA Geforce GTX260M VRAM 1GB รับประกันเรื่องความแรง ตัวการ์ดเป็น slot MXM type 3.0 สามารถถอดเปลี่ยนได้

RAM

clip_image019[4]

หน่วยความจำสำรองหรือแรม 2GB DDR3 ที่มี Bus 1033 MHz สองแถว ให้มีใช้งานได้อย่างเหลือเฟือไม่ต้องกังวลเรื่องแรมไม่พอ

Harddisk

clip_image020[4]

clip_image021[4]

ฮาร์ดดิสก์ลูกละ 320GB 7200RPMS สองลูกของ Seagate ที่ใส่มาด้วย

Fan

clip_image022[4]

พัดลมตัวใหญ่ที่จะรับมือกับความร้อนในปริมาณมากได้สบาย ๆ

clip_image023[4]

Keyboard

clip_image024[4]

คีย์บอร์ดเป็นแบบ Chiclets Style เวลากดจะยวบลงไป อาจไม่ถูกใจคนที่เคยใช้ Keyboard แบบเก่า ใต้ปุ่มจะมีช่องให้ไฟส่องขึ้นมา สามารถปรับระดับความสว่างได้ 4 ระดับโดยกด Fn + F3 (ลดแสง) และ Fn + F4 (เพิ่มแสง) แม้จะเล่นในที่มืดก็ไม่เป็นปัญหา

clip_image025[4]

คีย์บอร์ดออกแบบ Layout มาได้ค่อนข้างดี ไม่มีปุ่มแปลก ๆ เช่น ปุ่ม “\” ข้างปุ่ม Spacebar หรือ ปุ่ม Fn สลับกับ CTRL เป็นต้น

clip_image026[4]

แสงไฟใต้ปุ่มบางครั้งก็ รำคาญเหมือนกัน เพราะบางองศาที่ผู้ใช้นั่งจะโดนแสงส่องตาและจะหาปุ่มลำบาก เท่าที่เจอมาก็ราว ๆ มุม 30 – 45 องศา

clip_image027[4]

ทางด้าน Num Pad ออกแบบมาค่อนข้างดี ปุ่ม Home, Page Up, Page Down, End อยู่ในตำแหน่งที่ควรจะเป็น ทั้งนี้ยังอำนวยความสะดวกสำหรับเหล่าเกมเมอร์ที่ชอบฟังเพลงไปเล่นเกมไปโดยมีปุ่ม Play, Pause, Previous, Next อยู่บนปุ่มลูกศรอีกด้วย (Fn + ลูกศร) ทำให้ไม่ต้องกดสลับหน้าจอออกมาเปลี่ยนเพลง ซึ่งอาจเป็นเหตุให้เกมค้างได้

Sensor & Function

clip_image028[4]

เหนือคีย์บอร์ดขึ้นไปจะเป็น Hotkey มีความสะดวกในการเรียกใช้งาน จะเห็นไฟสีขาวนวลแสดงสถานะ เมื่อเอานิ้วไปสัมผัสตัวเซ็นเซอร์จะกะพริบ บ่งบอกถึงการเรียกใช้งาน ซึ่งจะประกอบไปด้วย

– ไฟบอกสถานะ Harddisk / Caps Lock / Num Lock

NVIDIA 3D VISION เปิด/ปิด ได้รวดเร็ว โดยไม่ต้องเข้าไปตั้งค่าใน NVIDIA CONTROL PANEL

POWER4GEAR ปรับโหมดได้ 4 แบบ คือ High Performance, Entertainment, Quite Office, Battery Saving

– Touchpad ล็อก/ปลดล็อก แป้นเมาส์สัมผัส

– ปุ่ม Asus Express Gate เข้าสู่โหมดสำหรับผู้ใช้ที่ไม่ต้องการทำงานหนัก ๆ เช่น ท่องเว็บ ฟังเพลง พร้อมคุย msn เป็นต้น

Touchpad

clip_image029[4]

Touchpad ที่ออกแบบมาอย่างดี ทำให้ไม่รู้สึกหนืดที่ปลายนิ้วเมื่อถูไปมา Size ของ Scroll Zone มีขนาดพอดี ทำให้ ไม่ต้องเอียงนิ้วเมื่อ Scroll และด้วย Body ที่ออกแบบมาดี แม้ว่าเครื่องจะทำงานหนักแค่ไหน ทำให้ไม่รู้สึกถึงความร้อนสะสม ส่งผลให้ Touchpad มีความแม่นยำมากยิ่งขึ้น แต่ในส่วนปุ่มคลิกซ้าย/คลิกขวานั้นเป็นเนื้อเดียวกัน เวลากดลงไปอาจรู้สึกถึงความแข็ง ทำให้บางครั้งกดไม่ติด หากทำปุ่มมาแยกกันน่าจะทำให้ใช้งานได้ดีกว่านี้

clip_image030[4]

Webcam

clip_image031[4]

clip_image032[4]

Asus ให้เว็บแคมมาขนาด 2 ล้านพิกเซล ทำให้เก็บรายละเอียดได้ชัดเจน ไมค์ของกล้องเว็บแคมสามารถบันทึกเสียงได้ชัดเจน ข้าง ๆ เป็นยางกันกระแทกบริเวณเว็บแคม ทำมาใหญ่ดีแต่ตื้นไปหน่อย

clip_image033[4]

ยางกันกระแทกบริเวณขอบจอทั้งซ้ายและขวาก็ยังเล็กและตื้นเหมือนกัน ควรระวังเวลาพับหน้าจอลงเป็นพิเศษ

Speaker

clip_image034[4]

clip_image035[4]

clip_image036[4]

ลำโพงเป็นของยี่ห้อ Altec Lansing คุณภาพคับแก้ว มาพร้อมด้วยระบบเสียง EAX Advance HD 4.0 แต่เสียงเบาไปหน่อยในสไตล์ Asus ซึ่งถ้ามองในแง่ดีอาจจะทำมาเพื่อกันไม่ให้ลำโพงแตกก็เป็นได้ ถ้าใครชอบลูบ ๆ คลำ ๆ ก็ระวังโดนไฟดูดบริเวณลำโพงสักหน่อย อาจเห็นเศษฝุ่นติดอยู่เต็มไปหมดเนื่องจากไฟฟ้าสถิตนั่นเอง


clip_image037[4]

ด้านหน้า

clip_image038[4]

clip_image039[4]

ด้านหน้าตัวเครื่องประกอบไปด้วยรูลำโพงทั้งสองด้าน / ช่อง SD Card และปุ่มเปิด/ปิด Wireless, Bluetooth (สามารถกดเลือกใช้งานที่หน้าจอได้)

ด้านหลัง

clip_image040[4]

clip_image041[4]

ประกอบไปด้วย ช่องล็อกตัวเครื่อง / ช่องเสียบแบตเตอรี่ / รูเสียบ Adapter และช่องสาย LAN

ด้านซ้าย

clip_image042[4]

clip_image043[4]

clip_image044[4]

clip_image045[4]

ด้านซ้ายประกอบไปด้วย Port VGA ที่ต้องมีตามมาตรฐานของ Notebook ปัจจุบัน ถัดมาเป็นช่องระบายอากาศที่ใหญ่แบบยิงตรง สามารถระบายอากาศได้มาก ทำให้ลดการสะสมของความร้อนได้รวดเร็ว ปริมาณความร้อนที่ระบายออกไปนั้นอาจจะรบกวนคนที่อยู่ด้านข้างได้ ส่วนพอร์ตที่เหลือเรียงจากซ้ายไปขวา ได้แก่ TV out / Mini Firewire / E-SATA / HDMI / USB 2.0 สองช่อง และถัดขึ้นไปข้างบน USB เล็กน้อยคือ Express card slot

ด้านขวา

clip_image046[4]

clip_image047[4]

clip_image048[4]

ฝั่งตัวเครื่องทางด้านขวาเรียงจากซ้าย ได้แก่ Microphone / Line In / headphone(S/PDIF) / USB 2.0 สองช่อง ถัดมาเป็น Blu-ray Drive สามารถอ่านได้อย่างเดียว และอ่าน/เขียน DVD/CD ได้

clip_image049[4]

แบตเตอรี่

clip_image050[4]

clip_image051[4]

แบตเตอรี่ 6 cell เป็นของ Asus ความจุเมื่อเทียบกับสเปกของเครื่องถือว่าให้มาน้อยไปหน่อยเพียง 51260 mWh หรือ 4271 mAh (52Wh) ทำให้เล่นเกมหนัก ๆ ได้ไม่ถึงชั่วโมง

อะแดปเตอร์

clip_image052[4]

clip_image053[4]

อะแดปเตอร์เป็นของ Asus เช่นกัน ทำมาเพื่อรองรับการใช้งานของเครื่องแรง ๆ ตัวนี้ รับประกันความใหญ่และหนักได้เลย ขนาดของอะแดปเตอร์เทียบกับ CD Casket ราว ๆ ครึ่งแผ่น ถือว่าใหญ่มาก ทั้งนี้ยังมียางรองด้านใต้อะแดปเตอร์อีกด้วย

clip_image054[4]

ด้านซ้าย

clip_image055[4]

ไม่มีสติกเกอร์อะไรติดเอาไว้ ทำให้สะดวกในการดูแลรักษาและไม่เกิดความรำคาญ เนื่องจากเป็นฝั่งที่ต้องถูกสัมผัสตลอดเวลาทั้งตอนเล่นเกมและใช้งานอื่น ๆ

ด้านขวา

clip_image056[4]

clip_image057[4]

clip_image058[4]

ทางฝั่งขวาประกอบด้วย NVIDIA 3D VISION, EAX Advance HD 4.0, การ์ดจอตัวแรง NVIDIA Geforce GTX 260M, และหน่วยประมวลผล Series ล่าสุด Intel Core i7-720QM สติกเกอร์ Windows 7 Ultimate แท้ที่ได้มาพร้อมเครื่องให้ได้ใช้กันคุ้มค่าไปเลย ไม่ต้องกังวลเรื่องตรวจจับวินโดวส์เถื่อน และที่ใหญ่สุดคือสติกเกอร์บอก Feature ของเครื่องว่าสามารถทำอะไรได้บ้าง พร้อมทั้งบอกสเปกของเครื่อง

clip_image060[4]

clip_image061[4]

clip_image062[4]

Operating System

clip_image063[4]

Windows 7 64-bit OEM ที่มาพร้อมกับเครื่อง

Windows Rating

clip_image064[4]

จะเห็นได้ว่าคะแนนที่สูงที่สุด คือ แรม ซึ่ง CPU อาจมีส่วนช่วยทำให้ประสิทธิภาพเพิ่มขึ้น ส่วนคะแนนรองลงมา คือ CPU ที่ได้ถึง 7.1 สมกับเป็น Intel Core i7 จริง ๆ ส่วน VGA ที่อยู่ในคลาสต้น ๆ ก็ได้คะแนนไล่เลี่ยกับ CPU นับว่าสมดุลกันทั้ง CPU, RAM และ VGA เลย ส่วนคะแนนต่ำสุด คือ ฮาร์ดดิสก์ ซึ่งในการใช้งานจริงนั้นแทบจะไม่เป็นปัญหา

clip_image066[4]

เป็นโปรแกรมที่ใช้ตรวจรายละเอียดของ Chipset ทั้ง CPU, Cache, RAM

CPU & Cache

clip_image067[4]

clip_image068[4]

CPU ของ G51J ตัวนี้จะเป็น Intel Core i7-720QM เป็นรุ่นต่ำสุดที่ใช้ 4 core / 8 thread มี Turbo Boost สามารถวิ่งจาก 1.6GHz ไปถึง 2.8GHz เลยทีเดียว มี L2 cache 256KB และ L3 cache ถึง 6MB

Chipset

clip_image069[4]

Chipset จะเป็น PM55

RAM

clip_image070[4]

clip_image071[4]

หน่วยความจำสำรองเป็นของ Hyundai Electronics ขนาด 2GB DDR3 bus 1066 สองแถวรวมเป็น 4GB หากใครอยากได้เพิ่มก็สามารถใส่ได้สูงสุด 8GB แต่จะต้องใส่ทีละ 4GB เพราะมีช่องแค่ 2 ช่องเท่านั้น

clip_image072[4]

โปรแกรมใช้ตรวจสอบข้อมูลของการ์ดประมวลผล

clip_image073[4]

การ์ดแสดงผลเป็น NVIDIA Geforce GTX 260M หน่วยความจำการ์ดเป็น GDDR3 ขนาด 1GB ซึ่งจัดอยู่ในการ์ดจอระดับสูง และเป็นพระเอกตัวสำคัญที่จะทำให้คุณเล่นเกมหนัก ๆ ได้อย่างลื่นไหล ทั้งนี้ยังรองรับระบบ PhysicX ที่ต้องใช้พลังของการ์ดแสดงผลสูง ๆ ได้สบาย ๆ

clip_image074[4]

clip_image075[4]

ความละเอียดของจอที่ให้มาได้สูงสุด 1366×768 pixel ซึ่งเป็นผลดีต่อการเล่นเกมเ พราะการแสดงผลความละเอียดหน้าจอต่ำ ๆ ทำให้ประสิทธิภาพการแสดงผลไม่หนักจนเกินไป แต่จะดีมากถ้าจอ 15 นิ้วนี้ได้ความละเอียดที่สูงกว่านี้อีกสักหน่อย เพื่อที่จะได้ดูหนัง Blu-ray ที่มีความละเอียดสูง ๆ ได้อย่างจุใจ

clip_image076[4]

clip_image077[4]

โปรแกรม Super PI ใช้วิธีการคำนวณค่า PI จากเส้นรอบวง/เส้นผ่านศูนย์กลาง จะได้เป็นค่า 3.14? โดยที่ทศนิยมนั้นเป็นเลขที่ไม่ลงตัวที่มีค่าอนันต์ ดังนั้น เครื่องคอมพิวเตอร์จึงไม่สามารถหยุดการคำนวณได้ถ้าไม่สั่งให้หยุด โปรแกรม Super PI จะทำการกำหนดเอาไว้ว่าให้คำนวณที่จุดสิ้นสุดตรงไหน เช่น 1M คือ คำนวณที่ทศนิยม 1 ล้านตำแหน่ง โดยแบ่งเป็นช่วง Loop อย่าง PI 1M ใช้ 19 Loop เท่ากับคำนวณ Loop ละ 52632 ตำแหน่ง ต่อ 1 Loop ยิ่งซีพียูมีประสิทธิภาพเท่าไร ยิ่งใช้เวลาคำนวณได้น้อยลง

clip_image078[4]

สำหรับค่า SuperPI ได้ 15 วินาทีกว่า ๆ ก็เป็นเวลาปกติของ i7-720QM

clip_image080[4]

โปรแกรม Hyper PI ใช้หลักการคำนวณเหมือนกับ Super PI แต่สามารถสั่งให้ทุก Thread ของ CPU คำนวณได้พร้อมกัน

clip_image081[4]

clip_image082[4]

ผลของโปรแกรม HyperPI ใช้เวลาการคำนวณไปเกือบ 36 วินาที ถือเป็นค่าปกติของ i7 ตัวนี้

clip_image083[4]

โปรแกรม PCMark05 ใช้สำหรับการทดสอบการทำงานของเครื่องคอมพิวเตอร์ในหลาย ๆ รูปแบบ เช่น การคำนวณทางฟิสิกส์ การเข้ารหัสไฟล์ภาพยนตร์ เพื่อสร้างคะแนนเปรียบเทียบประสิทธิภาพออกมา

clip_image084[4]

โปรแกรมใช้ทดสอบการทำงานของคอมพิวเตอร์หลายรูปแบบ เช่น เข้ารหัสไฟล์ภาพยนตร์ คะแนนที่ได้ออกมาก็ถือว่าน่าพอใจ

clip_image085[4]

โปรแกรมใช้ทดสอบการ render 3D ต่าง ๆ ด้วย CPU / GPU ทั้งยังทดสอบ Shader Model 2.0, 3.0 ของการ์ดแสดงผลอีกด้วย

ทดสอบที่ความละเอียด 1280×720 x0AA x16AF

clip_image086[4]

ทดสอบที่ความละเอียด 1280×720 x4AA x16AF

clip_image087[4]

ทดสอบที่ความละเอียด 1280×720 x8AA x16AF

clip_image088[4]

ตามที่คาดกันเอาไว้ คะแนนขึ้นหลักหมื่นในโน้ตบุ๊ก ถือว่าค่อนข้างแรงพอสมควร

ทดสอบที่ความละเอียด 1366×768 x0AA x16AF

clip_image089[4]

ทดสอบที่ความละเอียด 1366×768 x4AA x16AF

clip_image090[4]

ทดสอบที่ความละเอียด 1366×768 x8AA x16AF

clip_image091[4]

เมื่อปรับหน้าจอให้แสดงผลสูงสุด คะแนนก็จะลดลงกว่าเดิมเล็กน้อย

CineBench R11.5

โปรแกรม CINEBENCH R 11.5 ใช้ทดสอบการประมวลผลงานสามมิติแบบมืออาชีพ ซึ่งต้องใช้งานผ่าน OpenGL โปรแกรมทดสอบทั้งการเรนเดอร์ด้วย CPU และ GPU โดยมีพื้นฐานมาจากโปรแกรม Maxon CINEMA 4D

clip_image092[4]

ผลที่ได้ออกมาอยู่ในเกณฑ์ค่อนข้างสูง แต่ก็ยังไม่สามารถสู้การ์ดจอเฉพาะทางอย่าง NVIDIA Quadro หรือ ATI FireGL ได้ ส่วนคะแนน CPU น้อยไปปกติ เพราะรัน multi-core เพียง 1.6GHz

FluidMark PhysX

โปรแกรมสำหรับทดสอบการทำงานของ PhysicX ว่ามีความสามารถแค่ไหน ถ้าหากไปเจอเกมใหม่ ๆ สมัยนี้ที่ต้องใช้งาน PhysX

Setting

clip_image093[4]

ทดสอบที่ความละเอียด 1280×720 x0AA 1emitter

clip_image094[4]

ทดสอบที่ความละเอียด 1280×720 x0AA 7emitters

clip_image095[4]



© Copyright - Notebookspec.com All Rights