Home » Gaming Notebook

ASUS หวังจอง 10% แชร์มีเดียเพลเยอร์ปีนี้

18 Apr 11 - By l

อัสซุส (Asus) เปิดตัวเครื่องเล่นไฟล์มัลติมีเดียสำหรับต่อกับหน้าจอมอนิเตอร์หรือทีวีรุ่นใหม่ในตระกูล O!Play มั่นใจสามารถชิงส่วนแบ่งตลาดไทยเพิ่มจาก 2% มาเป็น 10% ได้ในปีนี้ ผลจากการหดหายของแบรนด์จีนซึ่งราคาถูกแต่ไม่ได้มาตรฐาน และพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนไปในยุคดิจิตอล

ROG Vulcan ANC Pro

มนต์ธีร์ วุฒิวงศ์ ผู้จัดการฝ่ายพัฒนาธุรกิจ หน่วยธุรกิจโอเพ่นแพลตฟอร์ม บริษัท อัสซุสเทค คอมพิวเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่าตลาดอุปกรณ์มีเดียเพลเยอร์กำลังขยายตัวต่อเนื่องในประเทศไทย โดยเฉพาะในกลุ่มผู้ต้องการอุปกรณ์มาแทนเครื่องเล่นดีวีดี และกลุ่มผู้มีความรู้ที่ต้องการแปลงไฟล์มัลติมีเดียดิจิตอล “ตอนนี้มีเดียเพลเยอร์ในไทยมีเพียง 2-3 เจ้าเท่านั้นที่มีการนำเข้ามาจำหน่ายแบบมาตรฐานและมีบริการหลังการขาย นอกนั้นเป็นแบรนด์จีนที่ไม่ได้มาตรฐานอุตสาหกรรม (มอก.) ขณะเดียวกันตลาดมีทิศทางความต้องการสูงมาก เราเห็นโอกาสตรงนี้เชื่อว่าอัสซุสจะสามารถเพิ่มส่วนแบ่งตลาดได้เกิน 10% ภายในปีนี้ หลังจากมีเดียเพลเยอร์รุ่นใหม่ของอัสซุสวางตลาดเต็มตัวช่วงไตรมาสสี่ปลายปี”

มีเดียเพลเยอร์นั้นเป็นอุปกรณ์ที่ทำให้โทรทัศน์ดั้งเดิมหรือหน้าจอมอนิเตอร์ที่ไม่ได้เชื่อมกับคอมพิวเตอร์สามารถเล่นไฟล์มัลติมีเดียดิจิตอลได้ ทั้งเพลง ภาพ และวิดีโอ ผู้ใช้สามารถเสียบทัมป์ไดร์ฟหรือฮาร์ดดิสก์ต่อภายนอกเพื่อเล่นไฟล์ได้ รวมถึงสามารถเข้าถึงสื่อออนไลน์ได้โดยไม่ต้องพึ่งคอมพิวเตอร์ ถือเป็นอุปกรณ์เพื่อความบันเทิงที่มีแนวโน้มแทนที่เครื่องเล่นดีวีดีดั้งเดิมสูงมาก แม้ในปัจจุบัน เครื่องเล่นดีวีดีหลายรุ่นจะพยายามพัฒนาให้เครื่องสามารถอ่านไฟล์มัลติมีเดียจากทัมป์ไดร์ฟได้แล้วในขณะนี้

สำหรับมีเดียเพลเยอร์ที่อัสซุสมีแผนวางจำหน่ายในประเทศไทยช่วงไตรมาส 4 นี้ คือ Asus O! Play Mini Plus จุดเด่นคือการรองรับทั้งทีวีรุ่นเก่าจอแก้ว CRT ได้เช่นเดียวกับทีวีแอลซีดี พลาสม่า และแอลอีดีทีวี จุดเด่นคือเฟิร์มแวร์ของอัสซุสที่มีความสามารถสูงและรองรับภาษาไทยได้ดี สามารถเล่นไฟล์ต่อเนื่องซ้ำอัตโนมัติตั้งแต่เสียบยูเอสบีไดร์ฟเข้าเครื่อง ทำให้ผู้สูงอายุและเด็กใช้งานได้โดยไม่ต้องกดปุ่มให้ยุ่งยาก สนนราคาเครื่องละ 4,590 บาท “มีเดียเพลเยอร์จะไม่ตีตลาดทีวี แต่มันเป็นอุปกรณ์เจเนอเรชันต่อไปเหมือนในยุคที่เครื่องเล่นดีวีดีมาแทนที่เครื่องเล่นวีดีโอ ตรงนี้ผู้ผลิตเครื่องใช้ไฟฟ้ารู้ดี และพยายามปรับตัวให้รองรับไฟล์ดิจิตอลได้ ทำให้ทีวีปัจจุบันก็มีช่องให้เสียบทัมป์ไดร์ฟเหมือนกัน”

ก่อนหน้า Asus O! Play Mini Plus อัสซุสได้ส่งผลิตภัณฑ์มีเดียเพลเยอร์ลงสู่ตลาดไทยแล้ว 6 รุ่นตั้งแต่ช่วงกลางปีที่แล้ว ขณะนี้ยังไมมีแผนนำเข้ามีเดียเพลเยอร์เพิ่มในไตรมาส 1 ปีหน้า โดยคาดว่าแนวโน้มสินค้าในตลาดมีเดียเพลงเยอร์ไทยจะยังทรงตัวจากระดับเดิมที่มีราคาเฉลี่ยเครื่องละ 2,000-3,000 บาท

นอกจากมีเดียเพลเยอร์ อุปกรณ์เสริมอื่นในกลุ่มธุรกิจโอเพ่นแพลตฟอร์มที่อัสซุสจะวางตลาดไทยช่วงไตรมาส 4 ยังมีชุดหูฟัง Asus ROG Vulcan ANC Pro ซึ่งเป็นสินค้าแรกในตระกูล ROG เพื่อแสดงถึงความเป็นสินค้าเกรดพรีเมี่ยมสำหรับคอเกมของอัสซุส โดยหูฟังราคา 5,990 บาทนี้เป็นหนึ่งในแรงผลักดันที่อัสซุสเตรียมไว้เพื่อให้สามารถครองส่วนแบ่งตลาดหูฟังไทยได้ราว 1-2% ในปีนี้

ยังมี Asus Xonar Essence One อุปกรณ์แปลงสัญญาณเสียงจากระบบดิจิตอลเป็นอนาล็อกหรือ DAC สำหรับเพิ่มคุณภาพระบบเสียงทั้งการลดระดับความผิดเพี้ยนของเสียงและคงความละเอียดของเสียง เหมาะกับผู้ฟังหูทองและผู้ทำงานเพลงที่ไม่ต้องการซื้ออุปกรณ์เครื่องเสียงราคาแพง ถือเป็นอุปกรณ์ที่อัสซุสส่งมาเพื่อแข่งขันกับครีเอทีฟ ซึ่งเป็นแบรนด์เดียวที่ทำตลาดไทยในขณะนี้ สนนราคา 13,900 บาท รวมถึง Asus LED VK278Q แอลอีดีมอนิเตอร์ความละเอียด Full HD 1080p ขนาด 27 นิ้วที่มีลำโพงในตัว มีเว็บแคม 2 ล้านพิกเซลอยู่ด้านบน น้ำหนักรวมขาตั้งอยู่ที่ 6.5 กิโลกรัม ราคา 13,900 บาท

O!Play Mini

Xonar Essence One

ASUS LED VK278Q LED

ที่มา :: Manager



© Copyright - Notebookspec.com All Rights