Home » dell review

Alienware M15X [แรงลืมโลก]

18 Nov 09 - By l

ที่สุดแห่ง Notebook อันทรงประสิทธิภาพได้มาถึง NBS แล้ว !!

Alienware M15X ที่ใช้ขุมพลังหน่วยประมวลผลอันสุดยอดจาก Intel Core I7? 720 QM และหน่วยประมวลผลกราฟิค (GPU) ระดับสูงอย่าง nVIDIA GTX260M งานนี้ทาง Dell ส่งมาให้เราเทสเป็นที่แรกเลย โดย Alienware M15X นั้นนอกจากจะมีประสิทธิภาพที่แรกว่าแรงสุดโต่งแล้วบอดี้ภายนอกยังสวยโฉบ เฉี่ยวเหมือนรถสปอร์ตคันงาน

สำหรับสเป็คนั้น Alienware M15X ใช้หน้าจอขนาด 15 นิ้วรองรับ Resolution สูงสุดถึง 1920×1080 พิกเซลหรือ Full Hi-Defination , RAM DDR3 ขนาด 4GB (2GBx2) Bus 1333Mhz , ฮาร์ดดิสขนาด 500GB แบบ 7200 rpm พล่ามมากเสียเวลาเปล่าไปชมกันเลยดีกว่าว่าจะเจ๋งสมคำร่ำลือหรือไม่

ก่อนจะไปดูตัวเครื่องเราไปดูของแถมกันก่อนว่ามีอะไรบ้าง

clip_image001

คู่มือการใช้งาน , แผ่น Driver , Gaming Pad หรือที่รองเมาส์ , หูฟัง ( OEM SteelSeries 5HV2) , เมาส์สำหรับ Gamer ( OEM G9 ) , หมวก Alienware จะเอามาถ่ายทีเดียวก็ดูจะรกเกินไป ไปดูแต่ละอุปกรณ์กันว่ามีอะไรที่น่าสนใจบ้าง

clip_image002

แผ่นรองเมาส์หรือ Gaming Pad เอกสิทธิ์เฉพาะคนซื้อ Alienware เท่านั้น

clip_image003

คู่มือการใช้งานสุดแนวมาปกเป็นหนังอย่างดีมีโลโก้และชื่อ Alienware ระบุไว้อย่างชัดเจน

clip_image004

หมวก Alienware ที่แถมมาให้ในกล่อง

clip_image005

clip_image006

ลักษณะของเมาส์ ที่ Alienware มีมาให้ เป็นทรงเดียวกับ Logitech G9 ซึ่งคาดว่าคงจ้าง Logitech ทำ OEM มาครับ มีปุ่มพิเศษเพิ่มเติมตรงตำแหน่งนิ้วโป้งขวา ถูกออกแบบมาให้ใช้กับมือขวา

clip_image007

มีโลโก้ของ Alienware บริเวณช่วงกลาง บอดี้ทำจากพลาสติกและยางเป็นส่วนใหญ่ พร้อมปุ่มปรับ DPI 3 Step

clip_image008

clip_image009

มาดูด้านล่างกันบ้างในส่วนนี้จะมี Feet ขนาดใหญ่ทั้งหมด 4 จุด , ปุ่มปรับ Mode Scroll ให้เป็น Normal หรือ Fast Scroll และปุ่มปรับ Profiles รวมทั้ง Sensor ยังเป็น Laser ที่ให้ความแม่นยำได้สูงกว่า Optical

clip_image010

หูฟังของ Alienware ที่ให้มานั้นเป็น SteelSeries ในรุ่น 5HV2 จะหาได้เฉพาะผู้ซื้อ Alienware เท่านั้น

clip_image011

บริเวณที่คาดศีรษะมีชื่อ Alienware บ่งบอกไว้อย่างชัดเจน

clip_image012clip_image013

บริเวณข้อต่อเป็นแบบถอดเก็บได้ มีโลโก้ Alienware ทั้ง 2 ด้าน หากอยากรู้ว่าสุ่มเสียงเป็นไงดู Review ของหูฟังตัวนี้ได้ที่ Notebook4Game

clip_image014

clip_image015clip_image016

Alienware M15X ที่เราได้รับมาทดสอบนั้นใช้สีแดงเป็นโทนหลัก ( โดยบอดี้จริงสามารถเลือกสีสันได้ ) บริเวณฝาเป็นอลูมิเนียมทั้งหมด โดยรวมแล้วบอดี้ภายนอกเรียกว่าถูกหุ้มไปด้วยอลูมีเนียมแทบจะทุกส่วน ยกเว้นเพียงบางส่วน เช่นบริเวณฝาด้านล่างที่เป็นยาง และด้านหน้าที่เป็นพลาสติก 2 แบบ คือ พลาสติกแบบด้านและมันวาว

clip_image017

บริเวณกลางฝานั้นมีโลโก้ของ Alienware บ่งบอกไว้อย่างชัดเจน นอกจากนั้นยังไฟบ่งบอกสถานะเมื่อเปิด-ปิดเครื่อง และยังสามารถปรับสีและการแสดงผลต่างๆได้ตามต้องการ ซึ่งจะขอเอ่ยในหัวข้ออื่น

clip_image018

โดยรวมแล้วบอดี้ของ Alienware M15X จึงแบ่งออกเป็น 2 ส่วนใหญ่คืออลูมิเนียมที่หุ้มบอดี้ภายนอกและพลาสติกที่อยู่ภายใน พลาสติกบริเวณด้านในเป็นชนิดด้าน ทำให้ไม่ต้องกังวลเรื่องปัญหาริ้วรอยที่อาจเกิดขึ้นจากการใช้งานเหมือนกับ Notebook ทั่วๆไป

clip_image019

บานพับจอ กางได้สุดที่ประมาณ 135 องศา หน้าจอ 15.4? แบบ LED แถมหน้าจอเป็นจอกระจก 2 ชั้น คือ บริเวณด้านนอกจะมีการติดกระจกเข้าไปอีก 1 ชั้นเพี่อปกป้องหน้าจอจากการกด , กระแทก ซึ่งถือว่าเป็นปัจจัยที่ทำให้หน้าจอเสียหายหรือเกิด Dead Pixel แถมยังเป็นจอ Full Hi-Defination เรียกว่าครบเกิดมาเพื่อ Multimedia อย่างแท้จริง

clip_image020

บานพับเป็นลักษณะแกนเดียว รองรับน้ำหนักของหน้าจอทั้งหมด หากจะว่าจะเปราะบางหักง่ายและละก็ ไม่ใช่กับ Alienware M15X แน่นอนครับ บานพับนั้นแข็งแรงมากๆ มีความหนืดสูง งานประกอบเนี้ยบเลยทีเดียว

clip_image021

clip_image022

clip_image023

ลักษณะของฝาเปิดด้านล่างจะเป็นแผ่นเดียว คือ บริเวณพลาสติกสีดำที่เห็นอยู่ทั้งหมดนั่นแหละครับ มีช่อง Air Flow จำนวน 2 จุดในตำแหน่งบริเวณด้านหลังเครื่องทั้งซ้ายและขวา

clip_image024

ด้านล่างมีการพิมพ์ภาษา Alien ลงไปเสียด้วย

clip_image025

ถัดขึ้นมาจากภาษา Alien ยึกยือที่อ่านไม่ออก จะเป็นแผ่น Personalized Plaque บ่งบอกรุ่นและใครเป็นคน Design ไว้อย่างชัดเจน ( ไม่แน่ใจว่าเมืองไทยสามารถสั่งได้หรือไม่ แต่เมืองนอกสามารถสั่ง Screen ชื่อของเจ้าของลงไปได้ )

clip_image026

ช่องระบายความร้อนบริเวณด้านหลังของทั้งสองด้าน ถือได้ว่า Alienware ออกมาแบบมาดีครับ ไม่เป่าความร้อนใส่มือหรือออกทางด้านข้าง ซึ่งอาจเป็นการรบกวนผู้ใช้ได้ โดยรูระบายอากาศดูจะค่อนข้างน้อยเมื่อเทียบกับโน้ตบุ้ครุ่นอื่นๆ

clip_image027

clip_image028

เมื่อเปิดออกจะพบว่าภายในเครื่องนั้นมีพัดลมระบายความร้อนจำนวน 2 ตัวและใช้ Heatpipe มากถึง 4 ท่อเลยทีเดียว เมื่อดูจากรูปจะเห็นได้ว่ามันแบ่งออกเป็น 3 Zone หลักๆคือ ในส่วนของฮาร์ดดิส,แรม ถัดมาเป็น CPU และส่วนสุดท้ายเป็น GPU หรือการ์ดจอนั่นเอง

clip_image029clip_image030

ฮาร์ดดิสที่ใช้เป็นของ Seagate ในรุ่น Momentus มีขนาดความจุ 500GB ความเร็วรอบ 7200 rpm

clip_image031

ถัดลงมาจากตำแหน่งฮาร์ดดิสจะพบช่องสำหรับเสียบ RAM ที่มีแผ่นอลูมิเนียมปิดไว้อย่างดี

clip_image032

โดยแรมที่ให้มานั้นเป็นของ Samsung 2GBx2 Bus 1333Mhz

clip_image033

เลื่อนถัดมาทางขวาในส่วนนี้จะเป็นขุมพลังหน่วยประมวลกราฟิคหรือ GPU nVIDIA GTX260M เป็น MXM-Slot Type 3 โดยมี Heatpipe 2 ท่อแยกเป็นของตนเอง โดยเชื่อมต่อกับ Heatsink ที่แปะอยู่บริเวณเม็ดแรมโดยรอบ ซึ่งนับได้ว่าเป็นข้อดีเพราะหากเป็น Notebook ทั่วๆไปแล้วจะนำพาความร้อนด้วย Heatpipe จากเส้นเดียวกันกับ CPU และ Chipset ทำให้มีปัญหาเรื่องความร้อนอยู่มากโข

clip_image034

มันสมองของ Alienware M15X อยู่ในตำแหน่งซ้ายถัดมาจาก GPU มี Heatpipe นำความร้อน 2 ท่อเฉกเช่นเดียวกันกับ GPU แถม CPU ที่ใช้ยังเป็นระดับ High-Performance Intel Core I7? 720 QM ประสิทธิภาพไม่ต้องพูดถึง สำหรับพัดลมระบายความร้อนที่ให้มาทั้ง 2 ด้านนั้นมีขนาดกำลังพอดีไม่ใหญ่หรือเล็กจนเกินไปครับ

clip_image035

clip_image036

คีย์บอร์ดของ Alienware M15X นั้นเป็นพลาสติกแบบด้าน เหมือนกับตัวบอดี้โดยรอบ เป็นคีย์บอร์ดแบบทั่วไปไม่มี Numpad มาให้ใช้งานเหมือนกับหลายๆยี่ห้อ สำหรับจุดเด่นของมันอยู่ที่สามารถปรับแต่งสีไฟ Backlight ได้ตามใจชอบ ในเรื่องของปุ่มถ้าไม่นับ Numpad ก็เรียกได้ว่าครบครันอยู่แล้ว ปุ่ม Fn มีอยู่ในตำแหน่งด้านซ้ายเพียงด้านเดียว ที่เหลือก็ไม่แตกต่างจากคีย์บอร์ด Notebook ทั่วไปเท่าใดนัก

clip_image037clip_image038

ปุ่ม Power รูปหัว Alien มาพร้อมไฟแสดงสถานการณ์ทำงานยามเปิดปิดเครื่อง

clip_image039

Touchpad นั้นเป็นพลาสติกเสมอตัวกับบอดี้โดยรอบ มีลักษณะเป็นปุ่มเล็กๆช่วยเพิ่มสัมผัสยามใช้งาน มีขนาดประมาณ 8.5 เซนติเมตร ปุ่มเมาส์คลิกซ้ายขวาที่ให้มา มีขนาดกำลังพอดีไม่ใหญ่เว่อร์ ปุ่มยามกดก็ไม่แข็งจนเกินไปสามารถใช้งานได้อย่างสะดวกสบาย โดยรอบ Touchpad ยังมีไฟแสดงเพื่อบ่งบอกสถานการณ์ทำงานอีกด้วย

clip_image040

ถัดขึ้นไปเหนือคีย์บอร์ดทางด้านซ้ายเป็นที่อยู่ของ Touchpanel ต่างๆไม่ว่าจะเป็น Multimedia Key , Volume Control , Alienware Command Center เป็นต้น

clip_image041

บริเวณมุมบนซ้ายของคีย์บอร์ดเป็นตำแหน่งที่ใช้บ่งบอกสถานะ Scroll , Caps , Num lock

clip_image042

clip_image043

สำหรับ Sticker ของ Alienware นั้นไม่เหมือนชาวบ้านแน่นอนเพราะอยู่ด้านล่างไม่ว่าจะเป็น Logo Intel Corei7 , รหัส Serial Number , ลิขสิทธิ์ Windows Vista Home Premium ( OEM Alienware )

clip_image044

clip_image016[1]

ในส่วนของด้านหน้านั้นมีเพียงลำโพง 2 ตัวบริเวณด้านซ้ายและขวาพร้อมไฟแสดงสถานการณ์ทำงานสุด

clip_image045

clip_image046

Panel ทางด้านขวาประกอบไปด้วย Express Slot แบบ 54mm. , DVD-Drive , ช่องเสียบแจ็คหูฟัง 2 ช่อง , ไมโครโฟน ในขนาดมาตรฐาน 3.5mm. , E-SATA+USB (Combo ) , USB อีก 1 ช่อง

clip_image047

ด้านหลังไม่มีอะไรเป็นเพียงแค่บานพับและตำแหน่งระบายความร้อน 2 จุด ด้านซ้ายและขวา

clip_image048clip_image049

มาดู Panel ทางด้านซ้ายกันบ้าง ด้านนี้ประกอบไปด้วย Kensington Lock , ช่องเสียบ Adapter , VGA (D-Sub) , LAN , Display Port , USB จำนวน 1 ช่อง , IEEE1394A และ Card Reader

clip_image050

clip_image051

Webcam นั้นอยู่เหนือหน้าจอขึ้นไป มาพร้อมไมโครโฟน 2 ตัว

clip_image052

แนว ลำโพงที่ให้มานั้นเสียงค่อนข้างดีเมื่อเทียบกับลำโพงของ Notebook ทั่วไป เพราะสามารถขับเสียงย่านความถี่ต่ำได้พอสมควร ซึ่งโดยทั่วไปแล้วหากไม่มี Subwoofer ตัวลำโพง Notebook จะเสียงกิ๊กก๊อกมากๆ

clip_image053

clip_image054clip_image055

แบตเตอรี่ที่ให้มาเป็นขนาด 6 Cell 56 Watt ความจุสูงสุด 5600 mAh

clip_image056

เอกลักษณะอย่างหนึ่งของ Battery จาก Dell คือสามารถกดเช็คแบตเตอรี่ได้จากปุ่มภายนอก โดยไม่ต้องเปิดเครื่อง

clip_image057

clip_image058

clip_image059

โปรแกรม Alienware Command Center หรือโปรแกรมควบคุมและตั้งค่าต่างๆของ Notebook Alienware แบ่งออกเป็น 4 ส่วนหลัก ในส่วนแรกคือ FX ใช้ในการปรับแต่งเฉดสีของเครื่อง สามารถปรับแต่งได้ทั้งหมด 10 ส่วนได้แก่ โลโก้บริเวณฝาด้านนอก , โลโก้ Alienware Name ตรงใต้หน้าจอ , Touchpanel หรือ Media , Keyboard 4 จุด , Touchpad , ลำโพง นอกจากนั้น

clip_image060

หากคิดว่ามันยังไม่เพียงพอยังสามารถปรับได้ในโหมด Advanced ในโหมดนี้เราสามารถปรับสีให้แสดงผลในลักษณะต่างได้มากกว่า อาทิ เมล์เข้าให้ใช้สีอะไรส่วนไหนบ่งบอก เปิด Application ตัวนี้เกมตัวนี้ให้เปลี่ยนสีไฟไปเป็นอีกแบบก็สามารถทำได้จากโปรแกรมนี้

clip_image059[1]

นอกจากด้านบนแล้วเรายั งสามารถกำหนดเฉดสีให้กับตัว Mouse ได้อีกด้วย ( จะเท่ห์ไปไหนเนี่ย )

clip_image061

Fusion ? ในโหมดนี้จะเป็นการปรับตั้งค่า Mode ต่างๆที่ต้องการใช้งาน ไม่แตกต่างจากโปรแกรมของ Notebook เครื่องอื่นทั่วไปเท่าใดนัก

clip_image062

Touch ? เป็นการกำหนดค่าต่างๆของ Touchpad ไม่ว่าจะเป็นความเร็วในการตอบสนอง , แรงกด รวมทั้งตำแหน่งของการใช้แทน Scroll Wheel ก็สามารถทำได้เช่นกัน

clip_image063clip_image064

Sense ? ตามชื่อเลยมันคือการกำหนดระบบความรักษาความปลอดภัยให้เครื่อง มีระบบ Face Recognition หรือจดจำใบหน้า สามารถปรับระดับได้ถึง 4 ระดับและยังสามารถตั้งให้ใช้เฉพาะโปรแกรมที่ต้องการได้อีกด้วย

clip_image065

Alienware TactX Mouse CI คือ Software ที่จะเข้ามาช่วยจัดการในเรื่องการตั้งค่า Mouse ต่างๆไม่ว่าจะเป็นการ Macro ปุ่มต่างๆ ความละเอียด DPI ( สามารถแยกปรับแกน X และ Y ได้ ) นอกจากนั้นยังมีระบบ Profiles เข้ามาช่วยจดจำค่าต่างๆอีกด้วย

clip_image066

สำหรับการ Macro นั้นต้องใช้ในส่วน Macro Editor เข้ามากำหนดค่า Input ต่างๆครับ

clip_image067

clip_image068

สำหรับ OS ที่ใช้จะเป็น Windows 7 Home Premium ซึ่งเครื่องที่ได้รับมาทดสอบมีแผ่นแถมให้มาภายในกล่องเลยจัดการลงซะเรียบร้อย โดยปกติแล้วจะเป็น Windows Vista Home Premium เป็น Version 64 bit ทั้งคู่ครับ ( รวมทั้งแผ่น Recovery และ Driver ต่างๆด้วย )

clip_image069

Windows Score ของ 7 Home Premium ติดอยู่ตรงฮาร์ดดิสที่ได้เพียง 5.9 ถ้าเปลี่ยน SSD คงจะทะลุไปที่ 6.8 เป็นแน่แท้ครับ

clip_image070

clip_image071

clip_image072

clip_image073

clip_image074

clip_image075

clip_image076

clip_image077

การทดสอบในส่วนของ Resolution ว่ารองรับความละเอียดสูงสุดเท่าไร และในส่วนของ Page view ว่าสามารถแสดงผลหน้า web ได้ขนาดไหน

clip_image078

สำหรับหน้าจอของ Alienware M15X ก็อย่างที่บอกไปตอนต้นครับ ว่ารองรับ Resolution ที่สูงมากถึง 1920×1080 พิกเซลหรือ Full Hi-Defination ( 1080p )

clip_image079

การแสดงผลหน้าเว็บจะเห็นได้ชัดเจนถึงส่วนที่เหลือของการแสดงผล นั่นหมายความว่าทำให้มีพื้นที่ในการทำงานต่างๆที่เพิ่มมากขึ้นอีกด้วย

clip_image080
clip_image081

โปรแกรม Super PI คือการคำนวณค่า PI จาก เส้นรอบวง (กลม)/เส้นผ่านศูนย์กลาง จะได้เป็นค่า 3.14? โดยที่ทศนิยมนั้น เป็นเลขที่ไม่ลงตัวที่มีค่าอนันต์ (เลขหลังทศนิยมไม่มี Loop ซ้ำ) ดังนั้นเมื่อ Loop มันเป็นค่าอนันต์ เครื่องคอมพิวเตอร์จึงไม่สามารถหยุดการคำนวณค่าได้ถ้าไม่สั่งให้มันหยุด ในโปรแกรม Super PI จะทำการกำหนดเอาไว้ว่า ให้คำนวณค่าที่จุดสิ้นสุดตรงไหน (เช่น 1M คือ คำนวณค่าที่ทศนิยม 1ล้านตำแหน่ง) โดยแบ่งเป็นช่วง Loop อย่าง PI 1M ใช้ 19 Loop เท่ากับคำนวณ Loop ละ 52632 ตำแหน่ง ต่อ 1 Loop ยิ่งซีพียูมีประสิทธิภาพเท่าไร ยิ่งใช้เวลาคำนวณค่าได้น้อยลง

clip_image082

มาถึงโปรแกรมทดสอบที่ผมให้เป็นพระเอกในการทดสอบ Core i7 ตัวนี้เลย ด้วย Super Pi เพราะเป็นโปรแกรมที่ค่อนข้างเก่าไม่รองรับการทำงานแบบ 4 Core จึงจะทำให้สามารถเห็นประสิทธิภาพของฟังค์ชั่น Turbo boost ได้ โดยจาก Task Manager จะเห็นว่าซีพียู OS นั้นเห็นว่าซีพียูมี 8 Thread ซึ่งขณะรันโปรแกรมซีพียูใช้งานแต่ 16 % เท่านั้น หรือตีเป็น 1 Thread นิดๆ เดียวมาลองดูกันครับว่าฟังค์ชั่น Turbo Boost จะพา 720QM ตัวนี้ที่มีความเร็วเดิมๆเพียงแค่ 1.6 GHz ไปได้ขนาดไหน

clip_image083

แรงจริงครับตามสไตล์ซีพียู Core i7 720QM

Hyper PI

มีหลักการทำงานคล้ายๆกับ Super Pi แต่จะรองรับการทำงานของซีพียูหลายหัวหรือหลาย Thread พร้อมกัน ซึ่งแน่นอนว่าย่อมส่งผลกับตัว Turbo boost เพราะซีพียูทำงานพร้อมกันหลายหัวทำให้ความเร็วของซีพียูไม่สูงมาก เพราะจำเป็นต้องแชร์ทรัพยากรเพื่อทำงานในเวลาเดียวกัน

clip_image084

35 วินิดๆ กับการคำนวน 8 หัวพร้อมกันถือได้ว่าเร็วมากครับ

clip_image061

โปรแกรมที่ Intel ให้การยอมรับเพราะสามารถทดสอบประสิทธิภาพซีพียูทั้ง 8 Thread พร้อมกันโดยซีพียูจะทำงานถึง 100 %

clip_image085

ยิ่งการใช้ซีพียูประมวลผล 3D ในโปรแกรมนี้ ในการคำนวนหลาย core พร้อมกันมีคะแนนที่ออกมาสูงมากเลยสมแล้วที่ Intel การันตีโปรแกรมนี้

clip_image116

ทดสอบความเร็วในการอ่านข้อมูลของ HDD

clip_image086

clip_image087

เป็นไปตามาตรฐานของฮาร์ดดิสค์ทั่วไปครับ

วิธีทดสอบ : ทดสอบความเร็วในการอ่านข้อมูล สเปกของ HDD เป็นฮาร์ดดิสค์ขนาด 320 GB

จากการทดสอบความเร็วสูงสุดในการอ่านข้อมูลจะอยู่ที่ 82.6 Mb ต่อ วินาที ใช้เวลาในการเข้าถึงข้อมูลอยู่ที่ 15.2 ms (ยิ่งน้อยยิ่งดี)

ในเครื่องทดสอบนี้อาจจะมีความจุไม่สูงมากเมื่อเทียบกับประสิทธิภาพของเครื่องแล้ว แต่ตัวฮารืดดิสค์จัดได้ว่าเร็วดีเลยทีเดียว

clip_image067

ทดสอบประสิทธิภาพของเครื่องทั้งหมดด้วยโปรแกรม PCMark05

clip_image088

ต้องยอมรับครับว่าแม้การืดจอจะเป็น GTX 260M แต่คะแนนก็ไม่ได้ทิ้งจากยี่ห้ออื่นทีใช้ซีพียูตัวเดียวกันมากนัก

PCMart Vantage

clip_image089

PCMark Vantage โปรแกรมทดสอบใหม่ล่าสุด ย่อมเหมาะกับซีพียูรุ่นใหม่ๆอย่าง Core i7-720QM ที่แสดงให้เห็นถึงประสิทธิภาพจากคะแนนได้อย่างดี ยิ่งรวมกับการืดจอตัวแรงอย่าง GTX 260M ยิ่งโชว์ประสิทธิภาพทำให้ Alienware M15x สามารถทำคะแนนทดสอบด้วยโปรแกรม PCMark Vantage สูงที่สุดตั้งแต่ NBS ทดสอบมาเลยครับ

clip_image077

ทดสอบระบบกราฟิกด้วยโปรแกรม 3DMark06

clip_image090

อ้างอิงจาก : www.notebookreview.com & notebookspec.com

คะแนนการ์ดจอออกมาสูงที่สุดในโปรแกรม 3D Mark อีกแล้วครับท่าน สำหรับ GTX 260M ขอบอกเลยว่าถ้าใครต้องการ์ดการ์ดจอแรงแบบสุดยอดจริงๆละก็ต้องสอยเลยครับตัวนี้

clip_image083

โปรแกรมทดสอบระบบกราฟิกอีกตัวหนึ่งที่น่าสนใจ นิยมทดสอบในการ์ดจอรุ่นล่างๆ

clip_image091

อ้างอิงจาก : www.notebookspec.com

แม้คะแนนจะออกมาสูงตามสไตล์จริงๆ แต่ก็ไม่ได้สูงมากที่สุดเพราะเป็นดปรแกรมเก่าอยู่จึงอาจจะไม่ได้เป็นมาตรฐานมาเท่าโปรแกรมใหม่ๆ


โปรแกรมทดสอบอีกตัวที่อยากแนะนำ โดยเป็นโปรแกรมที่ทดสอบภาพรวมของเครื่องแล้วสรุปมาเป็นคะแนนรวม ทำให้สามารถเปรียบเทียบกับรุ่นอื่นๆได้ง่าย อีกทั้งยังแจกแจงคะแนนทดสอบในแต่ละส่วนให้เห็นอีกด้วย

clip_image092

แรงสูงสุดเป็นประวัติการ์ณอีกแล้วครับ

clip_image092

Hardware Monitor

อุณหภูมิแวดล้อมขณะทดสอบประมาณ 32 ~ 34 องศาC

อุณหภูมิก่อน Burn-in

clip_image093

วิธีทดสอบ : ขั้นแรกจะเป็นการทดสอบโดยการเปิดใช้งานเครื่องทั่วไป เล่นอินเตอร์เน็ต พิมพ์งาน

อุณหภูมิที่ออกมาถือว่าอยู่ในระดับที่น่าพอใจเพราะแม้จะมีสเปกที่สูงแต่ ก็มีอุณหภูมิที่ไม่สูงมาก สูงสุดราวๆ 50 องศากว่าๆเท่านั้น โดยะเห็นได้เลยนะครับวีซีพียูเองก็ไม่ได้ใช้พลังงานไปมากเท่าไรเพียง 45W เท่านั้น หรือเทียบเท่ากับ Q9000

อุณหภูมิหลัง Burn-in

clip_image094

ทดสอบกันแบบสุดๆโดยใช้โปรแกรม CPU Burn in 8 หน้าต่างเพื่อรันให้ซีพียูทำงานถึง 100% จริงๆ โดยหลังจากเบิร์นแล้วอุณหภูมิสูงขึ้นมาพอสมควรแต่ก็ไม่ถึงกับร้อนมากมายนัก แค่ราวๆ 72-75 องศา ซึ่งถือว่าไม่สูงมากเลยเมื่อเทียบกับประสิทธิภาพ Core 2 duo บางรุ่นที่มีความเร็วสูงๆยังมีอุณหภูมิที่สูงกว่านี้อีกมาก อีกทั้งด้วยระบบระบายความร้อนแยกระหว่างการ์ดจอ และซีพียูทำให้อุณหภูมิของการ์ดจอก็ไม่สูงมากด้วยครับ เพียงแค่ 71 องศา เท่านั้น ใครที่ชอบโน๊ตบุ๊กระบายความร้อนดีๆ (ที่แม้จะใหญ่ไปหน่อย) Alienware M15x ต้องถูกใจท่านแน่นอนครับ

ทดสอบเวลาในการใช้งาน แบตเตอรี่

แบบที่ 1 ใช้งานทั่วไป

clip_image095

วิธีทดสอบ : ทดสอบใช้งานทั่วๆไปพิมพ์งาน เล่นอินเตอร์เน็ตผ่าน Wireless โดยปรับความสว่างของจอภาพสว่างสุดจนแบตเตอรี่เหลือประมาณ 9%

ด้วยสเปกระดับเทพและลูกเล่นเครื่องที่สูง จอภาพที่ขนาดใหญ่ระบบระบายความร้อนแยก ทำให้จำเป็นต้องใช้พลังงานสูงมาก สงผลให้ใช้พลังงานมากเอาเรื่องเลยทีเดียว เหลือใช้งานได้เพียงประมาณเกือบๆชั่วโมงเท่านั้น

แบบที่ 2 ใช้งานหนักๆ

clip_image096

วิธีทดสอบ : ทดสอบใช้งานหนักๆโดยการชมภาพยนตร์ความละเอียดสูง โดยปรับความสว่างของจอภาพสว่างสุดและเปิดลำโพงในระดับสูงสุด จนแบตเตอรี่เหลือประมาณ 11%

ไม่ต่างจากใช้งานทั่วไปเท่าไร น้อยกว่าประมาณ 10 นาทีนิดๆ

เวลาในการชาร์ตแบตเตอรี่

clip_image097

วิธีทดสอบ : ทดสอบโดยการชาร์ตแบตเตอรี่พร้อมกับเปิดใช้งานเครื่องตั้งแต่ 11% จนถึง 98%

ใช้เวลาในการชาร์ตแบตเตอรี่จนเต็มประมาณ 2 ชั่วโมงนิดๆเท่านั้น



© Copyright - Notebookspec.com All Rights