Home » notebook

Acer Aspire one D250 [หัวใจ 2 ภาค]

21 Dec 09 - By l

รีวิวมาอีกแล้วจ้ากับวันนี้ด้วยโน๊ตบุ๊กเล็กๆเบาๆแต่โดดเด่นด้วย 2 OS อย่าง Acer Aspire one D250

Acer Aspire one จัดได้ว่าเป็นซีรีย์ Netbook ที่ได้รับความนิยมอย่างสูงตั้งแต่เปิดตัวมาเมื่อปีก่อน และได้มีการพัฒนามาอย่างต่อเนื่องด้วยหน้าตาที่สวยงาม สเปกที่โดนใจ ใจราคาที่ไม่เลวเลย พร้อมการเดินทางมาถึงจุดเปลี่ยนอีกครั้งกับ Acer Aspire one D250 ที่สเปกอาจจะยังไม่ต่างจาก Acer Aspire one D Series เดิมมากนักทั้งซีพียู Intel Atom N280 ที่มีความเร็วเพิ่มจากรุ่น N270 อีก 0.06 GHz เป็น 1.66GHz แรมขนาดมาตรฐานโลกที่ติดตั้งมาแล้ว 1GB แบบ DDR2 การ์ดจอ Intel GMA 950 เป็นการ์ดจอ Onboard ส่วนฮาร์ดดิสค์นั้นขนาด 250 GB จัดได้ว่ามีความจุสูงใน Netbook ทั่วๆไป แต่ที่แตกต่างจาก Acer Aspire one D Series ทั่วไปจนเรียกได้ว่าเป็นจุดเด่นได้แก่แบตเตอรี่ชนิด 6 cell ที่ช่วยให้เจ้า Acer Aspire one D250 สามารถใช้งานได้ยาวนานถึงกว่า 6 ชั่วโมง (ตามสเปก)

และระบบปฏิบัติการใหม่ถอดด้ามที่ไม่ได้มีแค่ 1 OS เท่านั้น แต่มาถึง 2 OS ทั้งระบบปฏิบัติการใหม่ที่ทั่วโลกกล่าวถึงอย่าง Windows 7 ที่มาในเวอร์ชั่น Starter อาจจะไม่ได้มีฟังค์ชั่นสูงเท่ากันเวอร์ชั่นอื่นแต่ก็เพียงพอสำหรับการใช้งานทั่วไปแล้ว และอีกหนึ่ง OS น้องใหม่ที่กำลังมาแรงในโทรศัพท์ Smart phone และได้ผันตัวเองมาอยู่ใน Acer Aspire one D250 นี้เป็นรุ่นแรกอย่าง Android OS ซึ่งจะน่าสนใจแค่ไหนนั้นเดียวได้รู้กันครับ

clip_image004[4]

ส่วนแรกจะเป็นภาพภายนอก

clip_image005[4]clip_image006[6]clip_image007[4]

Acer Aspire one D250 มาในรูปทรงฮิตของ Acer Aspire one Series ทรงสีเหลี่ยมผืนผ้าขนาดไม่ใหญ่มาก สามารถได้ด้วยมือเดียวสบายๆ body มีความแข็งแรงดีแน่นหนาในทุกส่วน โดยจะมีแบตเตอรี่ที่ยื่นออกมาทำให้ดูไม่เรียบร้อยนัก แต่ก็เป็นส่วนที่ช่วยให้สามารถถือได้กระชับมือ

clip_image008[4]clip_image009[4]

บริเวณด้านหลังจอภาพเป็นพลาสติกมันเงาที่แม้จะสวยงามแต่ก็เป็นร้อยขีดข่วนได้ง่ายหากใช้งานไม่ระวัง

clip_image010[4]

บริเวณที่พักมือจะจะเป็นวัสดุคล้ายๆอลูมิเนียม ไม่มันหรือเงา ทำให้สามารถใช้งานได้ดีไม่ต้องกลัวว่าจะเลอะง่าย

clip_image011[4]clip_image012[4]

บานพับมีความเข็งแรงดีมาก

clip_image013[4]clip_image014[4]

ขอบของจอภาพก็ออกแบบมาได้อย่างดีแนบสนิทกันเป็นอย่างดีช่วยรับแรงกดได้พอสมควร

clip_image015[4]

จอภาพขนาดมาตรฐาน 10.1 นิ้ว เล็กเบาพกพาสะดวก มาพร้อมความละเอียด 1024 x 600 สามารถใช้งานทั่วไปได้ครบครั้นแม้จะมีความละเอียดไม่สูงมากเหมือนจอภาพรุ่นใหญ่ๆ

clip_image016[4]

ความหนาของจอภาพจัดอยู่ในระดับบางพอสมควร

clip_image017[4]

บานพับจอ กางได้สุดที่ประมาณ 135 องศา

clip_image018[4]

เมื่อเทียบกับหนังสือขนาด A4 เล็กกว่าพอสมควร

clip_image019[4]

หนากว่ากล่อง CD 8 แผ่นอยู่เล็กน้อยเท่านั้น

clip_image021[4]

เป็นด้านใต้ท้องเครื่องรวมไปถึงช่องระบายความร้อนใต้ท้องเครื่อง

clip_image022[4]

ใต้เครื่องจะมีฝาปิดอยู่ 3 ส่วน ทั้งฮาร์ดดิสค์ แรม และขวาสุดเป็น PCI Ex Slot โดยมีช่องระบายความร้อนตามอุปกรณ์ต่างๆพอสมควร โดยวัสดุบริเวณใต้ท้องเครื่องก็จะเป็นพื้นผิวดำ ด้านตามปรกติเพื่อเน้นในเรื่องของความทนทานเป็นหลัก

clip_image023[4]

ช่องระบายความร้อยไม่มาก ไม่น้อยอยู่ตามอุปกรณ์ต่างๆ

clip_image024[4]

ช่องระบายความร้อนของ CPU ไม่ใหญ่หรือเล็กจนเกินไป พัดลมมีเสียงไม่ดังเท่าไร ลมแรงกำลังดี เวลาใช้งานหนักๆแล้วมีอุณหภูมิสะสมบริเวณพอสมควรรู้สึกได้ถึงความร้อนบริเวณนี้พอสมควร

clip_image026[4]

ส่วนนี้ถ้าสามารถถอดฝาเปิดออกได้ เราจะเปิดดูระบบหรืออุปกรณ์ว่ามีอะไรบ้างครับ

clip_image027[4]

ช่องที่เปิดออกมาได้โดยไม่กระทบเรื่องของการรับประกันมีเพียง PCI Ex Slot ซึ่งสามารถหาอุปกรณ์มาเพิ่มเติมได้เช่น Modem 3G หรือตัวของ Turbo memory

clip_image029[4].

clip_image030[4]clip_image031[4]clip_image032[4]

คีย์บอร์ดของ Acer Aspire one D250 ปุ่มคีย์บอร์ดไม่ค่อยใหญ่เท่าไร ตามสไตล์ Netbook แต่ปุ่มก็สามารถตอบสนองการทำงานได้ดีไม่ถึงกับหลวมเกินไป

clip_image033[4]clip_image034[4]

ปุ่ม Fn ครบครันและครอบคลุมทุกการใช้งานของเครื่อง ปุ่มพิเศษต่างๆที่เป็นปุ่มแยกก็ถูกใส่มาในส่วนของปุ่ม Fn เช่นเพิ่ม/ลดเสียง ปรับความสว่างจอภาพclip_image035[4]

ปุ่มเปิดเครื่องจะอยู่ติดๆกับบานพับด้านขวาเหนือคีย์บอร์ดขึ้นไป มีขนาดใหญ่ดีสามารถสังเกตได้ไม่ยาก

clip_image036[4]clip_image037[4]

Touchpad มีขนาดเล็กไปนิด ขนาดพอๆกับในรุ่นก่อน กว้างประมาณ 5 ซม. ขนาดเท่าๆกับ Aspire One D Series ก่อนหน้านี้เลย สามารถสั่งงานตอบสนองได้ดี แต่ด้วยขนาดที่เล็กทำให้ผู้ที่มีนิ้วใหญ่ (แบบผม) ใช้งานไม่ค่อยถัดเท่าไรรู้สึกอึดอัดเล็กน้อย ส่วนปุ่มเมาส์เองก็ไม่ได้ใหญ่มาก แข็งไปนิด แต่ก็สามารถตอบสนองได้ดี และฟังค์ชั่นอีกอย่างคือ Touchpad ที่รองรับระบบ multtouch แบบในพวก iPhone ที่เราสามารถใช้ฟังค์ชั่นนี้ขยายภาพหรือย่อภาพได้สะดวกยิ่งขึ้น

clip_image038[4]

clip_image040[4]

clip_image041[4]

มีสติ๊กเกอร์ Atom , เครื่องหมายประหยัดพลังงาน ,Windows 7

clip_image042[4]

สเปกเครื่องที่มาพร้อมลายละเอียดครบครันพร้อมโลโก้ Android

clip_image043[4]

สติ๊กเกอร์ข้อบ่งชี้ส่วนประกอบต่างๆเช่น รุ่นการ์ด Wireless แรงดันไฟ

clip_image044[4]

แน่นอนครับว่า Acer Aspire one D250 มาพร้อม Windows 7 Starter ของแท้

clip_image046[4]

clip_image047[4]clip_image048[4]

Panel ด้านหน้ามี ปุ่มเปิด/ปิด Wireless

clip_image049[4]clip_image050[4]

ด้านซ้ายเริ่มจาก LAN, ช่องระบายความร้อน , พอร์ต D-SUB ,USB 1 port , ช่องเสียบไมค์ และ หูฟัง

clip_image051[4]clip_image052[4]

ทางด้านขวาเริ่มด้วย Card Reader , USB 2 พอร์ต , ช่องเสียบ Adapter และ ที่ใส่สายล๊อคเครื่อง

clip_image053[4]

ด้านหลังไม่มีอุปกรณ์อะไรนอกจากแบตเตอรี่

clip_image055[4]

คุณภาพของ Web cam และระบบเสียง

clip_image056[4]

กล้อง Web Cam ของ Acer Aspire one D250 พร้อมไมค์อยู่ข้างๆ

clip_image057[4]clip_image058[4]

ลำโพงจะอยู่ติดกับยางรองเครื่องด้านหน้าใต้เครื่องดูผ่านๆเหมือนช่อง ระบาย ความร้อนซะมากกว่า เรื่องคุณภาพเสียงก็ถือว่าเป็นที่น่าพึงพอใจ คมชัดดีในระดับหนึ่ง ความดังของเสียงก็ถือว่าดังมากสามารถฟังในห้องกว้างได้

clip_image060[4]

clip_image061[4]

แบตเตอรี่จะอยู่ด้านหลังเครื่อง ทำให้เราสามารถเปลี่ยนไปใช้แบตเตอรี่แบบหลายๆ Cell ได้

clip_image062[4]clip_image063[4]

clip_image065[4]

แบตเตอรี่ของ Acer Aspire one D250 มีรายละเอียดคือ 11.1 V ? 54 WH (5200 MAH) ขนาดใหญ่พอสมควรและอึดน่าดูเลยทีเดียว


โปรแกรมต่างๆที่ได้มีการติดตั้งมาให้

ในเมื่อเจ้า Acer Aspire one D250 มาพร้อม Android OS แล้ว ถ้าไม่พูดถึงก็คงจะไม่ได้ ใครสงสัยว่าเจ้า Android เป็นใครมาจากไหนละก็แนะนำให้ทุกท่านไปอ่านบทความนี้เลยครับ

มาทำความรู้จักกับ Android ในรูปแบบของเน็ตบุ๊คกัน

โดยจุดเด่นของ Android บนเครื่องนี้จุดเด่นก็คงไม่พ้นเรื่องของความเร็วที่สามารถบูตเครื่อง เปิดโปรแกรม หรือแม้กระทั่ง ปิดเครื่องได้รวดเร็วกว่าใช้งานบน Windows อยู่พอสมควรแม้สเปกเครื่องจะไม่ดีแรงมาก ด้วยการออกแบบระบบ Android ที่เน้นฟังค์ชั่นการใช้งานในระดับพื้นฐานที่ครบครัน และเป็นอีกหนึ่งทางเลือกลำหรับระบบปฏิบัติการฟรีที่สามารถตอบสนองการใช้งานได้อย่างดี แต่ก็มีอีกหลายจุดที่ต้องขอติติงไว้ซึ่งติดตามอ่านได้ตอนท้ายครับ

clip_image068[4]

หน้าตาเมื่อบูตเข้า Android OS มาใช้เวลาไม่นานก็มาถึงหน้านี้แล้ว หน้าตาก็ดูโล่งๆแต่ก็สามารถเพิ่มโปรแกรมต่างๆเข้ามาได้ หลักๆก็จะมี icon โปรแกรมทั้ง Firefox ,webmail ,Google Talk และ Calendar

clip_image069[4]

clip_image070[4]

โดยจะมีแท็บด้านขวาให้สามารถลากเลื่อนหรือจะคลิกเพื่อเปิดหน้าต่างการตั้งแค่และเปิดโปรแกรมอื่นๆนี้ออกมาได้ แต่จะมีโปรแกรมอะไรเด่นๆมั่งนั้นเดียวไปดูกันครับ

clip_image071[4]

โปรแกรมมัลติมีเดียที่ยังมีแต่แค่สำหรับฟังเพลงเท่านั้น หน้าตาก็โล่งๆแบบนี้ละครับ

clip_image072[4]

ดูรูปภาพ โดยนอกจากจะดูในเครื่องได้แล้ว เมื่อเราเสียบแฟลชไดร์ฟเข้าไปตัวของ Android OS ก็จะตรวจสอบขึ้นมาที่ห้านี้เลยครับ สะดวกดีทีเดียว แต่ก็ยังไม่ยืดหยุ่นขนาดไปดึงไฟล์จากโฟล์เดอร์ใน windows ได้ หรือการที่ไม่สามารถ Browse ไฟล์ได้เอง ต้องให้ตัว OS จัดการดึงมาให้เท่านั้น

clip_image073[4]

ตัวอย่างไฟล์รูปที่เซฟไว้สามารถแก้ไขรูปได้ระดับหนึ่งเช่นการหมุนภาพ หรือการเลือก Crop ภาพ เท่านั้น

โปรแกรม Web Browser

clip_image074[4]

การเซ็ตค่าต่างๆ Android OS คลิกเลือกเข้าไปตั้งค่า และออกจากเมนูโดยการกด esc ตอนแรกผมก็หาตั้งนานว่าจะออกจากเมนูอย่างไร โดยการที่จะออกมาหน้าจอหลักก็สามารถเข้าได้โดยการกดปุ่ม windows ครับ

clip_image075[4]

สุดท้ายเป็นการสลับกลับไปใช้งาน Windows โดยการกดปุ่มซ้ายบน ก็จะมีหน้าต่างขึ้นมาให้สามารถเลือกได้ว่าจะเข้าไปใช้งาน Windows เลยหรือเปล่า ซึ่งก็ใช้เวลาไม่นานครับก็สามารถใช้งาน windows แล้ว

บทสรุป Android OS

นับได้ว่าเป็นอีกหนึ่งนวัตกรรมที่น่าสนใจ อีกหนึ่ง OS ที่น่าสนใจด้วยประสิทธิภาพความเร็ว ซึ่งสามารถบูตเครื่องจนพร้อมใช้งานได้เพียงแค่ไม่กี่วินาที พร้อมรองรับการใช้งานได้ทันทีโดยไม่ต้องลงโปรแกรมเพิ่มเติมไม่ว่าจะ wifi ,Sound card หรือจอภาพที่สามารถใช้งานได้เลย อีกทั้งยังเป็น OS ที่กำลังมาแรงในขณะนี้โดยเฉพาะในกลุ่มของ Smart Phone ที่ Android OS มีความนิยมอย่างสูง จะเห็นได้จากหลายค่ายที่เปิดตัวรุ่นใหม่ที่มาพร้อม Android OS แทบทั้งนั้น อีกทั้งด้วยทีมพัฒนาจาก Google จงไม่ต้องห่วงว่าจะไม่มีการพัฒนาอย่างต่อเนื่องจนกลายเป็น OS เก่าที่ไม่ได้มีการพัฒนา แบบใน Linux รุ่นเก่าๆ แต่ Android OS ณ ปัจจุบันยังมีอีกหลายจุ่นที่ต้องปรับปรุง แม้จะเร็วก็จริง แต่ก็ยังไม่สามารถตอบสนองการใช้งานได้เท่าที่ควรทั้งโปรแกรมใช้งานที่ยังน้อยไม่ครอบคลุมตามงานที่ต้องการ หลายภาษาที่ยังไม่รองรับซึ่งรวมถึงภาษาไทยด้วย และหน้าตาที่ไม่คุ้นเคย จึงต้องเรียนรู้สักพักถึงจะใช้งานได้คล่อง แต่ก็นับเป็นนิมิตรหมายอันดีสำหรับระบบปฏิบัติการทางเลือกใหม่อีกหนึ่งตัว นอกจาก Windows และที่สำคัญคือฟรีใช้งานได้เลยแม้จะไม่มี Windows ก็ตาม

clip_image081[4]

Acer Aspire one D250 ใช้ Windows 7 Starter แบบ ลิขสิทธิ์แท้ ติดตั้งมาให้

clip_image083[4]

คะแนนออกมาตามสเปก Netbook

clip_image085[4]

clip_image087[4]clip_image089[4]

Acer Aspire one D250 มาพร้อมซีพียู Atom รุ่นใหม่อย่าง Intel Atom N280 ซึ่งจะเป็นซีพียูรุ่นใหม่ที่ Intel ออกมาแทน N270 เดิม มีความเร็วเพิ่มจากรุ่น N270 อีก 0.06 GHz เป็น 1.66GHz โดยการเพิ่ม FSB จากเดิม 533 เป็น 667 ซึ่งข่าวจากหลายๆสำนักก็บอกเป็นเสียงเดียวกันว่าสามารถเล่นภาพยนตร์ HD 720p ได้ดีกว่า N270 ทาง NBS เองก็ลองทดสอบดูก็ดีขึ้นกว่าเดิมจริงๆ อาการกระตุกน้อยลงไปเยอะแต่ก็ยังมีมาบ้างนานๆครั้ง ชิพเซต Intel I945GME ที่มีการ์ดจอ onboard อย่าง GMA 950 มาด้วย

clip_image091[4]clip_image093[4]RAM DDR2 ติดตั้งมาให้แล้วขนาด 1 GB ความเร็วบัส 800 MHz

clip_image095[4]

clip_image097[4]

GPU หรือการ์ดจอของเครื่องนี้ เป็นชนิดออนบอร์ดจากค่าย Intel ตระกูล 945 หรือก็คือ GMA 950 นั่นเอง พิมพ์งานเล่นเน็ตก็พอแล้ว

clip_image099[4]

clip_image101[4]

ไม่มีไดร์ฟตามรูปแบบของ Netbook ทั่วไปที่เน้นขนาดที่เล็กเป็นพิเศษ

การทดสอบในส่วนของ Resolution ว่ารองรับความละเอียดสูงสุดเท่าไร และในส่วนของ Page view ว่าสามารถแสดงผลหน้า web ได้ขนาดไหน

clip_image103[4]

Acer Aspire one D250 มีความละเอียด Resolution ของจอภาพที่สูงถึง 1024 x 600 ตามขนาดของจอภาพ 10.1 นิ้ว

clip_image105[4]clip_image107[4]




© Copyright - Notebookspec.com All Rights