Home » 5. MS News

5 สิ่งที่ควรรู้ของ Satya Nadella ผู้เป็น CEO ไมโครซอฟท์คนใหม่และแนวทางในอนาคต

11 Mar 14 - By l

ก่อนหน้านี้ไมโครซอฟท์มี CEO คือ Steve Ballmer ซึ่งผลงานของเขาเกี่ยวกับไมโครซอฟท์มีมากมาย ไม่ว่าจะเป็น Surface, Windows 8 ฯลฯ ซึ่งก็เป็นผลงานที่น่าพอใจเป็นอย่างยิ่ง เพราะทำให้ไมโครซอฟท์มีรายได้เพิ่มสูงขึ้นเป็นอย่างมาก (ถึงแม้ Windows 8 จะไม่ได้ดั่งใจใครหลายคน กับ Surface ที่ดูแล้วเหมือนออกมาแก้ลำ IPad มากกว่าจะเป็นสินค้าตั้งใจขาย แต่ของเขาทั้งหมดก็สามารถขายได้) แต่พอเดือน สิงหาคม 2556 ที่ผ่านมา Ballmer ประกาศว่ามีแผนจะลงจากตำแหน่ง CEO ของบริษัทยักษ์ใหญ่ไมโครซอฟท์ และเป็นผลให้ไมโครซอฟท์ประกาศสรรหา CEO คนใหม่ ซึ่งผู้ชิงตำแหน่งที่แข่งแกร่งและมีชื่อเสียงมากมาย ไม่ว่าจะ Alan Mulally(CEO ของ Ford), Stephen Elop(CEO ของ Nokia ที่ตอนนี้ก็อยู่ภายใต้ร่มเงาไมโครซอฟท์จากการซื้อบริษัทไปเรียบร้อย)?

?satya 01

ภาพประกอบจาก https://www.microsoft.com/en-us/news/ceo/index.html

แต่สุดท้ายตำแหน่ง CEO คนใหม่ของไมโครซอฟท์ก็ตกมาเป็นของบุคคลผู้นี้ ?Satya Nadella? ผู้กุมบังเหียนและความเป็นไปของไมโครซอฟท์อันดับที่ 3 (CEO คนแรกคือ Bill Gates ส่วนคนที่สองก็ Steve Ballmer) เขาเป็นใคร มีที่มาอย่างไร ทำไมถึงเอาชนะใจบรรดาผู้ถือหุ้น(ซึ่งในที่นี้รวมถึงป๋า Gates ผู้ให้กำเนิดไมโครซอฟท์)ได้ แล้วอนาคตไมโครซอฟท์ภายใต้การกุมบังเหียนของ Satya จะเป็นอย่างไร เรามาทำความรู้จักเขาแล้วมองดูอนาคตของไมโครซอฟท์กันดีกว่าครับ

Satya Nadella เป็นชาวอินเดียโดยกำเนิด เกิดที่ Hyderabad, India ในปี 1967 เขาได้เข้ามาทำงานกับไมโครซอฟท์ 22 ปีที่แล้ว (ช่วงปี 1992) Satya นั้นแสดงความเป็นผู้นำที่ดีได้อย่างชัดเจนไม่ว่าจะเป็นการมีทักษะทางด้านวิศวกรรมสูงมาก มีวิสัยทัศน์ทางด้านธุรกิจที่ก้าวไกล อีกทั้งยังเป็นคนที่มีความสามารถที่จะทำให้คนมาทำงานร่วมกันได้เป็นอย่างดีด้วย ในระยะเวลา 22 ปีที่ Satya ทำงานให้กับไมโครซอฟท์เขามักจะไม่ได้อยู่ในกลุ่มงานที่เป็นที่จับตามองของคนทั่วไปสักเท่าไรทำให้ชื่อของ Satya ไม่เป็นที่รู้จักมากนัก ที่สำคัญตัวเขาเองก็ยังไม่ค่อยจะสนใจโลกโซเชียลด้วย โดยจะเห็นได้ว่าทวิตเตอร์แอคเค้าท์ของเขานั้นร้างมาตั้งแต่ปี 2010 แล้วครับ (4 ปีผ่านไป) แถมรูปที่ใช้ในทวิตเตอร์ก็ยังคงเป็นรูปไข่อยู่ (เป็นรูปตั้งต้นสำหรับผู้ใช้งานที่ไม่เปลี่ยนรูปตัวเอง)

เรามารู้จักกับ Satya กันให้มากขึ้นดีกว่ากับ 5 สิ่งที่เราควรรู้เกี่ยวกับตัว Satya Nadella มีอะไรบ้างตามไปดูเลยครับ

  1. Satya ไม่มีความโดดเด่น ดึงดูดใจในช่วงแรกเห็น จากการสัมภาษณ์ผู้อำนวยการของ Manipal Institute of Technology นั้น Satya มีหมายเลขทะเบียนนักศึกษาคือ 8419218 เป็นนักศึกษาที่ผู้อำนวยการจำไม่ได้ และผู้อำนวยการคิดว่า Satyanarayana Nadella อายุ 25 ปีเท่านั้น (แต่ทั้งนี้จากการตรวจสอบผลการศึกษา พบว่า Satya เป็นนักเรียนระดับต้นๆ ของชั้นเรียนเลยทีเดียว)
  2. Satya มัวแต่ยุ่งอยู่กับบริการเบื้องหลังของไมโครซอฟท์ อย่างที่ได้บอกไปตอนต้นแล้วว่า Satya นั้นไม่ได้อยู่ในกลุ่มงานที่เป็นที่จับตามองของคนทั่วไปสักเท่าไร ทำให้ชื่อของเขาไม่เป็นที่รู้จักมากนัก สาเหตุก็คือเขารับผิดชอบโครงการทางด้านพลวัติ (โครงการที่เกี่ยวข้องกับการขับเคลื่อนภายใน) เช่นการจัดการความสัมพันธ์ขององค์กรกับลูกค้า, การวางแผนการจัดการทรัพยากรของบริษัท, บริการออนไลน์ เช่น Bing และ บริการกลุ่มเมฆ(Cloud Services)
  3. Satya ได้รับถ่ายทอดทักษะด้านการเป็นผู้นำมาจากเจ้านายโดยตรง (Ballmer เป็นบุคคลหนึ่งที่เขากล่าวถึง) และจากโคชกีฬาคริกเก็ท(Cricket เป็นกีฬาคล้ายๆ Baseball ครับ) Satya บอกว่าจากการที่เขาได้เล่นกีฬาคริกเก็ทใน Hyderabad Public School ได้สอนเขาอย่างมากในการทำงานเป็นทีมและการเป็นผู้นำ ซึ่งเขาได้นำมาใช้ในการทำงานอีกด้วย เขาได้ให้สัมภาษณ์ว่ามีเหตุการณ์หนึ่งในช่วงของการแข่งขันซึ่งกัปตันของเขาแสดงให้เห็นถึงความเชื่อมั่นในตัวเขา (ซึ่งเป็นลูกทีม) นั่นคือความสำคัญสำหรับการนำผู้คน ที่เขาได้นำมาใช้ต่อมา
  4. Satya เป็นคนที่สู้กับธุรกิจหลักของ Google มาโดยตลอด นั่นทำให้เขาเห็นว่าทุกอย่างในอนาคตขึ้นอยู่กับ ?ข้อมูล?เขาได้ให้สัมภาษณ์ในช่วงเดือนมกราคมที่ผ่านมาในการประชุม LeWeb ว่า ความคิดที่จะสามารถเก็บข้อมูลทุกอย่าง, ให้เหตุผลกับข้อมูลเหล่านั้น, และจัดหมวดหมู่ความรู้ที่มีผลกับทุกๆ ประสบการณ์ น่าจะเกิดขึ้นในระยะเวลา 10 ปีต่อจากนี้
  5. Satya มีรสนิยมทางด้านวรรณกรรมเดียวกันกับ Salman Rushdie เขาเป็นคนที่ชอบวรรณกรรมมากครับ โดยเฉพาะเรื่อง All About H.Hatterr ประพันธ์โดย G.V. Desani. เป็นวรรณกรรมที่เล่าเกี่ยวกับเด็กที่ออกเดินทางเพื่อตามหาความรู้แจ้งเห็นจริง (ซึ่งหนังสือเรื่องนี้ได้เลิกพิมพ์ออกมานานแล้ว) วรรณกรรมเรื่องนี้ถูกยกย่องโดย Salman Rushdie(นักเขียนยุคใหม่ในอินเดีย ผู้เขียน Midnight?s Children, The Satanic Verses)

จากสิ่งที่ควรรู้ทั้ง 5 ข้อที่กล่าวมาข้างต้นน่าจะทำให้ทุกท่านได้รู้จักกับ Satya Nadella เพิ่มมากขึ้น ผู้ที่เห็นความโดดเด่นของ Satya จนทำให้เขาได้ขึ้นเป็น CEO ของบริษัทยักษ์ใหญ่ไมโครซอฟท์คงเป็นใครไปไม่ได้นอกจาก Bill Gates เพราะ Gates เคยให้สัมภาษณ์ไว้ว่า ?วิสัยทัศน์ทางด้านการใช้งานเทคโนโลยีของ Satya จะถูกใช้ และประสบการณ์รอบโลกเป็นสิ่งที่ไมโครซอฟท์ต้องการในการผลักดันบริษัทให้ก้าวสู่ขั้นต่อไปของการเป็นผู้นำนวัตกรรมระดับโลก?

satya 02?

จากซ้ายไปขวา Steve Ballmer, Bill Gates, Satya Nadella และ John W. Thompson

ภาพประกอบจาก PC Mag USA Mar 2014

ทั้งนี้หลังจาก Satya ได้รับเลือกให้กุมบังเหียนไมโครซอฟท์แล้ว เขาได้แสดงวิสัยทัศและกลยุทธ์ของการดำเนินงานของไมโครซอฟท์ในอนาคตต่อไปว่าจะนำเสนอนวัตกรรมคือ ?cloud-first, mobile first? เขาได้บอกว่า ?ที่ไมโครซอฟท์ยังยืนอยู่ได้ทุกวันนี้เพราะมีนวัตกรรมที่ซ้ำไปซ้ำมา หากจะก้าวเข้าสู่อนาคตแล้วไมโครซอฟท์มีความจำเป็นเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องให้ความสำคัญในการออกอุปกรณ์และบริการใหม่ๆ ที่ไม่ซ้ำกันเพื่อนำเข้าสู่ตลาด อุปกรณ์เพียงชิ้นเดียวไม่เพียงพอต่อไปอีกแล้ว โดยเฉลี่ยแล้วพบว่าผู้ใช้งานทั่วไปมีอุปกรณ์ใช้งานถึง 4 ชนิดด้วยกัน และพวกเขาต้องการจะใช้อุปกรณ์ทุกชนิดด้วยไม่ได้ใช้แค่ชิ้นใดชิ้นหนึ่งเพียงอย่างเดียว เพื่อให้ได้ซึ่งประสบการณ์การใช้งานนี้อยู่ในรูปแบบที่ควรจะเป็น มันจึงถือเป็นงานหลักของเรา?

ในปัจจุบันที่เป็นอยู่นี้ เราจะเห็นได้ว่าไมโครซอฟท์ได้ก้าวเข้าสู่ยุค ??cloud-first, mobile first? มาบ้างแล้ว ไม่ว่าจะเป็นการเก็บไฟล์ข้อมูลเอกสารจาก Office 2013, 365 ลงบน OneDrive(SkyDrive เก่า) การ login windows 8, 8.1 ผ่านทาง แอคเค้าท์ไมโครซอฟท์ที่สามารถส่งต่อ รูป เอกสาร การตั้งค่าระบบ ในทุกๆเครื่องให้เหมือนกันได้ ฯลฯ ซึ่งหากจะพูดไปแล้ว บริษัทคู่แข่งเองก็มีบริการแบบนี้เช่นเดียวกัน ไม่ว่าจะ Google หรือ Apple ทำให้เราเห็นได้ว่าแนวโน้มของทิศทางอุปกรณ์และบริการทางด้านซอฟต์แวร์นั้นจะพึ่งพาอินเตอร์เน็ตมากขึ้นซึ่งเหตุการณ์เช่นนี้กับประเทศพัฒนาแล้วอย่าง อเมริกา อังกฤษ ญี่ปุ่น คงไม่มีปัญหามากนัก หากแต่หันกลับมามองประเทศไทยเราเองแล้ว การใช้งานอินเตอร์เน็ตยังไม่ครอบคลุมทั่วประเทศ การใช้งานยังติดขัด(หลุดๆ ดับๆ เจอมากับตัวเองบ่อยๆ) 3G ที่ยังคงมีความเร็วไม่แรงจริงแถมยังเก็บค่าใช้บริการ Data ไม่เป็นธรรม (เป็นความเห็นส่วนตัวของผมนะครับ โดยเฉพาะ Fair Usage Policy ที่เมื่อโดนแล้วแทบจะเปิดหน้าเวปไม่ได้เลย) ผมว่าหากทำงานเอกสารไปแล้วเซฟผ่านระบบแล้วเนตตัดขึ้นมาก่อนได้มีคนร้องไห้แน่ครับ คงยังอีกนานกว่าบ้านเราจะพร้อมรับกับแนวทางนี้ครับ

ที่มา : PC Mag USA Mar 2014, Microsoft



© Copyright - Notebookspec.com All Rights