Home » Special Story

3 สิ่งสุดเจ๋ง HP Pavilion Gaming 16 แรงลื่นด้วย Intel® Core™ i5-10300H / Intel® Core™ i7-10750H + GTX 1650 Ti ล้ำก่อนใครกับขนาดจอ 16.1″ IPS เกรดสูง เบา 2.35 กิโลกรัม แบตนาน

27 Jul 20 - By l

ต้องยอมรับเลยว่าการมาของ Gaming Notebook ยุคใหม่นั้นมาไวจริงๆ กับล่าสุดในส่วนของ HP Pavilion Gaming 16 ที่ก้าวล้ำกว่าใครกับการเลือกใช้งานขนาดหน้าจอ 16.1″ ที่ใหญ่กว่า 15.6″ เดิมๆ พาเนลเป็น IPS เกรดสูง พร้อมรองรับ Refresh Rate ที่ 144Hz ความสว่างหน้าจอเป็น 300 nits มีค่าสี NTSC 72% อีกทั้งมีความเบาของตัวเครื่องเพียง 2.35 กิโลกรัมเท่านั้น ทำให้แม้จะได้มีขนาดหน้าจอที่ใหญ่ขึ้นแต่ตัวเครื่องก็พกพาได้สะดวกเหมือนเดิม จากขอบตัวเครื่องที่บางเฉียบสุดๆ แน่นอนว่าดีไซน์และงานประกอบโดยรวมก็ยังมีความเนี๊ยบสุดๆ ตามมาตรฐานของ HP ที่เป็นแบรนด์คอมพิวเตอร์ชั้นนำอีกด้วย

ที่สำคัญกับการตอกย้ำในแง่ของประสิทธิภาพการทำงานขั้นสูงหรือเล่นเกมแบบมืออาชีพด้วยการเลือกใช้งานชิปประมวลผล 10th Gen Intel® Core™ H-Series Processors ที่ได้มีการพัฒนาเรื่องของความแรงไปอีกขั้น เรียกได้ว่าทรงพลังกว่ารุ่นก่อนหน้าแบบรู้สึกได้ในทุกๆ การใช้งาน กับสเปก Intel® Core™ i5-10300H หรือ Intel® Core™ i7-10750H โดยจับคู่มากับการ์ดจอ Gaming รุ่นใหม่อย่าง NVIDIA GeForce GTX 1650 Ti ตอบสนองทุกการใช้งานได้อย่างลงตัว พร้อมเล่นเกมลื่นไหลกว่าเดิม

ได้ที่เก็บข้อมูลเป็น SSD M.2 NVMe PCIe ความจุ 512GB ใช้งานทันที (รองรับการอัพเกรด HDD 2.5″ SATA 3 ได้ภายหลัง) มาพร้อมแรมขนาด 8GB DDR4 Bus 2933MHz (รองรับการอัพเกรดแรมอีก 1 แถว) มีระบบปฏิบัติการ Windows 10 แท้ใช้งานได้ทันที สนนราคาขายอยู่ที่ 30,900 – 34,900 บาท ที่บอกเลยว่าคุ้มค่าสุดๆ การรับประกันที่เป็นแบบ On-site Service ระยะเวลา 2 ปี พร้อมบริการหลังการขายอื่นๆ ของทาง HP ที่ทุกคนมั่นใจ อย่างบริการ Smart-Friend ดูแลให้คำปรึกษาตลอด 24 ชั่วโมง และได้ประกันอุบัติเหตุ 1 ปีแรกอีกด้วย

โดยในบทความนี้เราจะมาแนะนำถึง 3 สิ่งสุดเจ๋งของ HP Pavilion Gaming 16 รวมไปถึงฟีเจอร์และผลการทดสอบจริงๆ ที่ทำให้เป็นหนึ่งใน Gaming Notebook ที่น่าซื้อที่สุดแห่งปี 2020 กับสเปกที่แรงลื่นด้วย Intel Core i5-10300H / Core i7-10750H + GTX 1650 Ti ล้ำก่อนใครกับขนาดจอ 16.1″ IPS เกรดสูง เบา 2.35 กิโลกรัม แบตนาน 6 ช.ม. ซึ่งจะแบ่งเป็นความเจ๋งอะไรบ้าง ไปชมกันต่อเลย

ช่องทางการสั่งซื้อสินค้า https://bit.ly/3etb9DO

  • Intel® Core™ i5-10300H / GTX 1650 Ti / RAM 8GB / SSD 512GB / จอ 16.1″ IPS 144Hz ราคา 30,900 บาท
  • Intel® Core™ i7-10750H / GTX 1650 Ti / RAM 8GB / SSD 512GB / จอ 16.1″ IPS 144Hz ราคา 34,900 บาท

Powered for every move

สำหรับ Gaming Notebook นั้น สิ่งที่ทุกคนคาดหวังก็คือเรื่องของประสิทธิภาพความแรงว่าตอบโจทย์การใช้งานเราได้หรือเปล่า ซึ่งการมาของ HP Pavilion Gaming 16 ก็ต้องถือว่าเป็นอีกโน้ตบุ๊คที่ทรงพลัง ทั้งการทำงานระดับมืออาชีพ ไม่ว่าจะเป็นงานตัดต่อภาพนิ่งโปรเซสไฟล์ RAW จากกล้อง หรือภาพเคลื่อนไหวเป็นวีดีโอระดับ 4K และสร้างคอนเทนต์มัลติมีเดียต่างๆ รวมไปถึงการเล่นเกม 3 มิติหนักๆ ทั้งเกมที่กินทรัพยากรเครื่องสูงอย่างเกมออฟไลน์ หรือเกมออนไลน์ที่คาดหวังเรื่องอัตรา Refresh Rate ที่สูง เพื่อความรวดเร็วลื่นไหลอย่างที่สุด ส่งผลให้ได้ประสบการณ์ที่เยี่ยมยอด ทั้งทำงานหรือเล่นเกม

หรือถ้าใครจะนำไปใช้งานพื้นฐาน อาทิ งานเอกสาร เล่นอินเตอร์ ดูหนัง ฟังเพลง ก็รองรับได้อย่างไม่มีปัญหา ให้ความรู้สึกที่เหนือชั้นกว่าโน้ตบุ๊คทั่วไปในตลาดอย่างชัดเจน ตอบสนองไว อัพโหลดเร็ว ระบบระบายความร้อน ช่วยระบายอากาศสูงสุด ให้เครื่องเสถียร เล่นเกมได้นานกว่า เต็มที่กว่า ลื่นไหล เกมไหน ๆ ก็ไม่สะดุด ตอบโจทย์การใช้งานได้หลากหลายอย่าง

ทั้งหมดนี้เป็นผลมาจากชิปประมวลผลเป็น Intel® Core™ i5-10300H (2.50 GHz, 8 MB L3 Cache up to 4.50 Ghz) ทำงานแบบ 4 คอร์ 8 เธรด / Intel® Core™ i7-10750H (2.60 GHz, 12 MB L3 Cache, up to 5.00 GHz) ทำงานแบบ 6 คอร์ 12 เธรด สถาปัตยกรรม Comet Lake การผลิตที่ 14 นาโนเมตร ได้ประสิทธิภาพความแรงที่สูงขึ้น

โดยมีการ์ดจอออนชิปอย่าง Intel UHD Graphics 630 ไว้สำหรับการใช้งานแสดงผลพื้นฐาน พร้อมการ์ดจอแยกรุ่นใหม่ระดับ Gaming อย่าง NVIDIA GeForce GTX 1650 Ti (4GB GDDR6) ในส่วนของแรมเองมีมาให้ 8GB แบบ DDR4 Bus 2933MHz พร้อมที่เก็บข้อมูลแบบ SSD M.2 NVMe ความจุ 512GB นั่นเอง

Get lost in play

หน้าจอแสดงผลของ HP Pavilion Gaming 16 รุ่นนี้มีขนาด 16.1” ความละเอียด Full HD พาเนล IPS คุณภาพสูง ความสว่างหน้าจอเป็น 300 nits โดยมีค่าสี NTSC 72% แบบด้าน Anti-glare สำหรับการเล่นเกมที่ดีที่สุดในปัจจุบัน ด้วย Refresh Rate สูงสุดที่ 144Hz รองรับการแสดงค่าสีตามมาตรฐาน sRGB ที่ขอบเขตสีใกล้เคียง 100% ให้ทุกการใช้งาน สมจริง ไร้อาการภาพเบลอและฉีกขาด ภาพและเสียงสมจริง สนุกเพลิดเพลินทุกเกม ให้ประสบการณ์เสมือนจริง และยังแสดงสีได้อย่างแม่นยำสำหรับการทำงานเฉพาะทางอีกด้วย

แน่นอนว่ามีดีไซน์หน้าจอขอบจอบางเฉียบด้วยเทคโนโลยี micro-edge ทั้งขอบด้านข้างและด้านบน ที่ยังสามารถติดตั้งกล้องเว็บแคมได้ปกติอยู่ ถือว่าดีกว่ามาตรฐานของ Gaming Notebook ปี 2020 ทั่วไป กับขนาดที่ใหญ่ขึ้นมาในแนวทะแยงที่ 0.5″ ให้ความรู้สึกดีกว่ารุ่น 15.6″ รุ่นอื่นๆ ได้ชัดเจน ซึ่งพื้นที่ใช้งานจริงๆ เป็นขนาด 16.1″ แต่ตัวเครื่องไม่ต่างจากรุ่นก่อนหน้าอย่าง HP Pavilion Gaming 15 ที่ขนาด 15.6″ เลย

โดยจากการทดสอบจริงๆ หน้าจอของ HP Pavilion Gaming 16 ให้ขอบเขตความกว้างของสีสันเทียบเท่ากับมาตรฐาน sRGB ที่ 94% และ AdobeRGB ที่ 69% เรียกได้ว่าให้ประสิทธิภาพเรื่องของสีสันระดับที่ดีมากๆ ใกล้เคียง 100% sRGB ที่เคลมเอาไว้จริงๆ ความสว่างหน้าจอสูงสุดอยู่ที่เกือบๆ 250 cd/m2 ซึ่งจัดได้ว่าอยู่ในเกณฑ์ดีกว่ามาตรฐานความสว่างของหน้าจอในโน้ตบุ๊กทั่วไป คือ พอสู้แสงกลางแจ้งได้ รวมไปถึงการทำงานภาพกราฟิกหรือตกแต่งภาพที่เน้นมืออาชีพมากๆ ก็ทำได้ดีเช่นกัน

ทางด้านลำโพงเลือกใช้ระบบเสียง Bang & Olufsen ซึ่งสามารถปรับแต่งเสียงเองได้ อิสระ รองรับการเล่นเกม ดูหนัง ฟังเพลง กระหึ่มเพิ่มอรรถรส ครบครัน โดยตัวลำโพงจะอยู่เหนือชุดคีย์บอร์ดจำนวน 2 ตัว แยกเสียงซ้ายขวาชัดเจน เช่นเดียวกับรุ่น Pavilion รุ่นอื่น ส่วนเรื่องเสียงก็ให้เสียงที่มีคุณภาพดีและเสียงดังพอสมควร เหมาะกับการดูหนัง ฟังเพลง ได้สบายๆ  อีกทั้งมีเทคโนโลยี HP Audio Boost ทำให้ได้พลังของเสียงที่มีคุณภาพ พร้อมความหนักแน่น สร้างประสบการณ์ที่ดูดีกว่าเสียงจากโน้ตบุ๊คทั่วไปแบบชัดเจน

Designed with the gamer in mind

หน้าตาการออกแบบเอง HP Pavilion Gaming 16 สเปก Core i Gen 10H ได้รับดีไซน์แบบรุ่นก่อนหน้าอย่าง HP Pavilion Gaming 15 มาเต็มๆ ซึ่งก็ต้องบอกว่าทำได้ดีเยี่ยมไม่แพ้ Gaming Notebook แบรนด์อื่นๆ ด้วยความโดดเด่นที่สวยดุดันตามสไตล์ของโน้ตบุ๊คเล่นเกมที่บรรดาเกมเมอร์ชื่นชอบกัน กันขนาดหน้าที่ใหญ่ขึ้น 0.5″ ในมุมแทยง แน่นอนว่ามีความใหญ่ขึ้น แต่ถ้าเทียบมิติหรือแค่มองด้วยตาเปล่า ก็แทบจะไม่ค่อยรู้สึกเท่าไร เรียกได้ว่าเป็นขนาดที่อยู่ระหว่างรุ่นจอ 15.6″ และ 17.3″ ซึ่งดูแล้วเป็นทิศทางของ Gaming Notebook ในตลาดหลังจากนี้ด้วย คาดว่าในอนาคตหลายๆ แบรนด์น่าจะทยอยขยับหน้าจอเป็น 16.1″ กันหมดก็เป็นไปได้

เมื่อเปรียบเทียบกับ Gaming Notebook แบรนด์อื่นๆ ในช่วงราคาเดียวกัน ได้ความแตกต่างที่ความเรียบง่ายใช้เป็นโทนสีดำ Shadow Black ตลอดทั้งตัวเครื่องตัดกับสีเขียว Acid Green โดยฝาหลังของตัวเครื่องมีโลโก้ HP เป็นเอกลักษณ์สีเขียว สะดุดตาด้านบน ประกอบกับพื้นผิวสีดำด้านให้ความรู้สึกเป็น Gaming ที่ดี วัสดุทั้งหมดของตัวเครื่องพลาสติกเกรดดี มองแล้วคล้ายกับโลหะ ดีไซน์โฉบเฉี่ยวและโดดเด่น เท่ห์ ออกแบบมาเพื่อคอเกมโดยเฉพาะ ยิ่งถ้าใครเป็นคนรุ่นใหม่ต้องการ Gaming Notebook ไม่ซ้ำใคร ต้องถูกใจอย่างแน่นอน

สำหรับรูปลักษณ์และทิศทาง HP Pavilion Gaming 16 มีความคล้ายคลึงกับรุ่นก่อนหน้า แต่ก็แตกต่างด้วยกันด้วยมิติ จากการที่มีขนาดหน้าจอ 16.1″ ซึ่งต่างจากเดิมคือ 15.6″ ถือว่าน่าประทับใจไม่เป็นรองกัน กับมิติที่ตัวเครื่องที่เล็กกระทัดรัดเมื่อเทียบ Gaming Notebook ขนาดหน้าจอ 15.6″ รุ่นปัจจุบัน โดยบางลงเพียง 23.6 มิลลิเมตร ซึ่งเท่าๆ กับโมเดล HP Pavilion Gaming 15 พร้อมน้ำหนักตัวเครื่องที่ 2.35 กิโลกรัม ซึ่งเอาจริงๆ คือหนักกว่า 100 กรัมเท่านั้นเอง อีกทั้งยังโดดเด่นด้วยการใช้งานแบตเตอรี่ได้สูงสุดถึง 6 ชั่วโมง ทำให้นำไปใช้งานนอกสถานที่ได้เกือบตลอดทั้งวันทีเดียว

ในการใช้งานจริงเชื่อมต่อไปยังอุปกรณ์ต่างๆ ก็ครบถ้วนด้วย 2 x USB 3.1 Type-A, 1 x USB 3.1 Type-C, HDMI ไว้เชื่อมต่อกับหน้าจอเสริมภายนอก พร้อมช่องต่อหูฟังขนาด 3.5 มิลลิเมตร แบบแยกไมค์หูฟังหรือไมค์อย่างเดียว แน่นอนว่ามี SD Card Reader เป็นมาตรฐาน อีกทั้งยังมี LAN RJ45 พร้อมยังรองรับมาตรฐานการเชื่อมต่อไร้สายอย่าง Bluetooth 5.0 และ Wi-Fi 6 AX รองรับความเร็วสำหรับการถ่ายโอนข้อมูลและเล่นเกมออนไลน์ได้รวดเร็ว

รวมไปถึงเราจะพาชมถึงผลทดสอบที่น่าสนใจของ HP Pavilion Gaming 16 ในส่วนทดสอบเล่นเกมจริง ทั้งสเปกชิปประมวลผล Intel® Core™ i5-10300H และ Intel® Core™ i7-10750H ซึ่งสเปกอื่นๆ เหมือนกันหมดทั้ง การ์ดจอแยกเป็น NVIDIA GeForce GTX 1650 Ti (4GB GDDR6) ได้หน่วยความจำแรมขนาด 8GB DDR4 Bus 2933MHz (แนะนำว่าถ้าอัพเกรดเป็น 16GB ด้วยการเพิ่ม 8GB อีก 1 แถว จะได้ประสิทธิภาพสูงกว่านี้) ที่เก็บข้อมูลเป็น SSD M.2 NVMe PCIe ความจุ 512GB ใช้งานทันที (รองรับการอัพเกรด HDD 2.5″ SATA 3 ได้ภายหลัง กรณีที่เราต้องการพื้นที่เก็บข้อมูลสำรองเพิ่ม)

Core i5-10300H / GTX 1650 Ti / RAM 8GB / SSD 512GB / จอ 16.1″ IPS 144Hz ราคา 30,900 บาท

สำหรับคะแนนและเฟรมเรมในการเล่นเกมทำออกมาน่าสนใจมากๆ โดยเฉลี่ยของเฟรมเรท (FPS) จากทั้ง 7 เกมที่ได้ทดสอบมีค่าเฟรมเรทเฉลี่ยมากกว่า 60 – 100 FPS ขึ้นไปแทบทุกเกม ประกอบไปด้วย Resident Evil 3 Remake / Battlefield V / FarCry 5 / GTA V ที่เป็นเกมออฟไลน์ที่กินทรัพยกร รวมไปถึงเกมออนไลน์ยอดนิยมอย่าง PUBG / DOTA 2 / Overwatch ซึ่งตรงนี้ก็สามารถชี้วัดความสามารถในการเล่นเกมที่กราฟิกละเอียดๆ และภาพสวยๆ ได้ลื่นไหลเป็นอย่างดีเลย ทั้งสเปก Intel® Core™ i5-10300H และ Intel® Core™ i7-10750H

Core i7-10750H / GTX 1650 Ti / RAM 8GB / SSD 512GB / จอ 16.1″ IPS 144Hz ราคา 34,900 บาท

ทดสอบเกมกินทรัพยากรพอตัวอย่าง RE 3 / BF V / GTA V / FarCry 5 ก็สามารถเล่นได้ดีที่ความละเอียด 1920 x 1080 พิกเซล โดยกราฟิกปรับระดับสูงสุดทั้งหมด จากกราฟตามภาพด้านบน ที่ต้องบอกว่าเฟรมเรทที่ออกมานั้นมีความลื่นไหลสุดๆ กับการตอบสนองความต้องการเล่นเกมได้สมบูรณ์ที่สุดแล้ว ซึ่งถ้าอยากให้เฟรมเรทลื่นไหลกว่านี้ก็สามารถเลือกปรับกราฟิกระดับกลางๆ ก็ได้ โดยในส่วนของ RE 3 ซึ่งเป็นเกมออกใหม่ล่าสุด เราปรับกราฟิกในเกมเป็น MAX ที่ใช้แรมการ์ดจอไปกว่า 12GB ซึ่งเกินกว่าตัวการ์ดจอที่ 4GB แต่ก็ยังทำเฟรมเรทได้ลื่นไหลน่าประทับใจอยู่

ต่อกันที่เกมออนไลน์อย่าง PUBG / Overwatch / DOTA 2 ก็จัดการทดสอบแบบปรับสุดหมดให้ด้วยเช่นกัน โดยทั้งนี้การตั้งค่าความละเอียดของภาพก็อยู่ที่ 1920 x 1080 พิกเซล ซึ่งเป็นความละเอียดที่จะสามารถเล่นให้ลื่นได้ สำหรับรายละเอียดภาพอื่นๆ ก็เรียกได้ว่าเปิดทุกอัน  ผลที่ได้ออกมาก็คือสามารถเรนเดอร์ได้อย่างไหลลื่นในระดับเฟรมเรทที่สูงสุด แม้กระทั่งฉากตะลุมบอนกันก็ไม่มีอาการช้าหรือหน่วงเลย  ซึ่งสรุปโดยรวมแล้ว ก็ถือว่าเล่นได้สบายๆ อยู่ ทั้ง 7 เกมที่เราได้ทำการทดสอบไป ยิ่งถ้าเทียบกับ Gaming Notebook สเปกก่อนหน้าทั้งส่วนของ AMD Ryzen หรือ Intel Core i จะเห็นว่าแรงกว่าเดิมพอตัว

ที่สำคัญด้วยหน้าจอพาเนล IPS แบบ Refresh Rate 144Hz ทำให้เกมมีความลื่นไหลกับฉากที่เคลื่อนไหวเร็วๆ เวลาที่เราปรับให้ปล่อยเฟรมเรทสูงๆ  แต่นั่นก็ต้องอยู่กับตัวเกมด้วยว่าขับเฟรมเรทได้แค่ไหน ถ้าเกมกินสเปกหนักๆ ซึ่งการใช้งานแบบเต็มประสิทธิภาพกับหน้าจอ 144Hz อาจไม่เห็นผลมากนักกับความลื่นไหล จำเป็นต้องปรับกราฟิกเกมลงมากลางๆ หน่อย หรือเอาจริงๆ สำหรับเกมสไตล์ MOBA แค่ 60 FPS นิ่งๆ ก็เอาอยู่

ตัวเก็บข้อมูลของเครื่องที่เลือกใช้ SSD ที่กลายเป็นมาตรฐานของ Gaming Notebook ปี 2020 ไปแล้ว โดยทำคะแนนออกมาได้อย่างรวดเร็วเป็นที่น่าพอใจบนขนาดความจุ 512GB แบบ M.2 NVMe PCIe ยิ่งเมื่อนำไปใช้เทียบกับฮาร์ดดิสก์แบบจานหมุนแล้วละก็จะเห็นถึงประสิทธิภาพทั้งในด้านการทดสอบและในด้านการใช้งานจริงที่แตกต่างกันอย่างเห็นเห็นได้ชัด เรียกได้ว่าเปิดอะไรปุ๊บก็ติดปั๊บ ที่ต้องบอกว่าความเร็วระดับการอ่านที่ราวๆ 3430 MB/s และเขียนที่ 2723 MB/s ที่เร็วกว่ารุ่นทั่วไปในราคาใกล้เคียงกันพอสมควร หรือถ้าพูดให้ตรงๆ เลยก็คือ ได้ความเร็วแรงของ SSD เทียบเท่า Gaming Notebook ตัวท็อปๆ เลยก็ว่าได้

HP Pavilion Gaming 16 นั้นมาพร้อมกับแบตเตอรี่ความจุ 4000 mAh ซึ่งจะว่าไปแล้วนั้นก็ค่อนข้างที่จะน้อยไปหน่อย แต่เมื่อมาดูประสิทธิภาพโดยรวมของอายุการใช้งานของแบตเตอรี่แล้วถือว่าโอเคเลย โดยสามารถใช้งาน Wi-Fi เพื่อท่องเว็บได้ยาวนานประมาณเกือบ 5 – 6 ชั่วโมง ซึ่งเรียกได้ว่าทำได้ดีมากๆ หากเทียบกับ Gaming Notebok ในช่วงราคากันเคียงกัน เพราะปกติแล้วการใช้งานได้ยาวนานประมาณ 3 – 4 ชั่วโมงก็ดีมากๆ แล้วสำหรับโน้ตบุ๊คสเปกประมาณนี้ 

ส่วนของอุณหภูมิตัวเครื่องโดยรวม HP Pavilion Gaming 16 ถือว่าสามารถที่จะทำได้ดีขณะที่เราเล่นเกมทดสอบเป็นเวลานาน ซึ่งเป็นการเล่นเกมที่เน้นชิปประมวลผลกับการ์ดจอพบว่าระดับของอุณหภูมิในจุดต่างๆ ของตัวเครื่องจะเพิ่มขึ้นมาแต่ก็ไม่ได้รบกวนการใช้งานแต่อย่างใด จุดที่มีอุณหภูมิที่หนักที่สุดจะอยู่ที่ ตรงกลางขอบเครื่องด้านหลัง แต่ก็ใช้เวลาถ่ายความร้อนออกไปได้ไม่นานมากเท่าไรนักเมื่อเราใช้งานทั่วไป จากการที่มีพัดลมสองตัว พร้อมฮีตไปป์สองเส้นเป่าออกด้านหลัง

อุณหภูมิภายในต่ำสุดของชิปประมวลผลและการ์ดจอจะอยู่ที่ 40 – 50 องศาเซลเซียส แต่พอรีดประสิทธิภาพเต็มที่จะเห็นว่าชิปประมวลผลร้อนสุดที่ 90 องศาเซลเซียส (ดูจาก After Burner) ด้วยการทดสอบให้ห้องแอร์ปรับอากาศที่ 25 องศาเซลเซียส จากการเล่นเกมยาวๆ หลายเกมต่อเนื่อง เรียกได้ว่าระบบระบายความร้อนของเครื่องนี้ทำได้ค่อยข้างดีมาก โดยการเล่นเกมใช้งานไม่ได้มีปัญหาหน่วงหรือกระตุกแต่อย่างใด เทียบกับรุ่นก่อนๆ จะเห็นว่ามีอุณหภูมิที่เย็นลงพอตัว ส่วนการ์ดจอร้อนที่สุดอยู่ที่ 73 องศาเซลเซียส (ดูจาก Hardware Monitor) ​ถือว่าอยู่ในเกณฑ์ที่น่าประทับใจมากๆ 

ด้วยระบบระบายความร้อน HP Pavilion Gaming 16 ตัวซอฟต์แวร์ ไม่สามารถเลือกได้ว่าจะประหยัดแบตเตอรี่หรือเร่งความแรงให้เครื่องของได้ ฉะนั้นเราต้องปรับผ่านทาง Power Option ของ Windows 10 เท่านั้น ทั้งนี้ในการใช้งานทั่วไปตามปกตินั้น (เช่นท่องเว็บ, พิมพ์งาน ฯลฯ) เราจะแทบไม่ได้ยินเสียงของระบบระบายความร้อนเลยแม้แต่น้อย งานนี้ทาง HP ทำการบ้านมาดีมาก ทำงานได้ค่อนข้างเบาและเงียบทีเดียว อย่างไรก็ตามเมื่อไรก็ตามที่เราต้องใช้การทำงานทั้งจาก CPU และ GPU (เช่นการเล่นเกม) เรื่องของเสียงพัดลมนั้นจะไม่มีเสียงดังรบกวนจนเกินไปนัก แม้ว่าจะใช้งานหนักๆ ก็ตาม

อีกทั้ง HP Pavilion Gaming 16 ยังมีเทคโนโลยี HP CoolSense เป็นคุณสมบัติที่รวมเอา ฮาร์ดแวร์ ซอฟต์แวร์ และการออกแบบกลไกเพื่อช่วยในการจัดการอุณหภูมิของโน้ตบุ๊ก และช่วยให้เราเกิดรู้สึกสบายขณะใช้  โดยใช้เซ็นเซอร์การเคลื่อนที่ในโน้ตบุ๊กเพื่อตรวจจับว่ากำลังใช้งานแบบตั้งอยู่กับที่หรือแบบเคลื่อนที่ และจะทำการปรับเปลี่ยนประสิทธิภาพของคอมพิวเตอร์และความเร็วของพัดลมเพื่อช่วยให้เย็นอยู่ตลอดเวลาโดยอัตโนมัตินั่นเอง อย่างไรก็ตามต้องยอมรับว่าปรับแต่งอะไรมากไม่ได้

สรุปจุดเด่น HP Pavilion Gaming 16

  • โปรเซสเซอร์ Intel® Core™ i7 เจนเนอเรชัน 10 อัปเกรดประสิทธิภาพสูง
  • ดีไซน์การออกแบบสวยงาม งานประกอบแน่นวัสดุดี แตกต่างจากแบรนด์อื่นๆ
  • ตัวเครื่องเล็กกระชับ แม้จะเป็นหน้าจอ 16.1″ แต่เล็กและเบาพอๆ กับโน้ตบุ๊คจอ 15.6″
  • ตัวเครื่องมีความบาง 23.6 มิลลิเมตรและเบาที่ 2.35 กิโลกรัมเท่านั้น
  • ประสิทธิภาพสูงด้วยชิปประมวลผล Core i Gen 10H และการ์ดจอ GTX 1650 Ti
  • ติดตั้งแรม 8GB DDR4 Bus 2933 MHz และ SSD M.2 NVMe 512GB ความเร็วสูง
  • หน้าจอพาเนล IPS เกรดสูงมาก ที่ sRGB 94% รองรับ Refresh Rate ที่ 144Hz
  • หน้าจอมีความสว่างหน้าจอเป็น 300 nits เพียงต่อการใช้งานนอกสถานที่ ค่าสี NTSC 72%
  • ความละเอียดด้านภาพสูงสุด 4K
  • ประสิทธิภาพในการเล่นเกมดีลื่นไหลทั้ง แนวออฟไลน์และออนไลน์
  • คีย์บอร์ดมีไฟเป็นสีเขียวที่ดูแล้วสวยงาม ไม่เหมือนรุ่นอื่นๆ
  • มาพร้อม Windows 10 และซอฟต์แวร์ HP ใช้งานได้ทันที
  • แบตเตอรี่ใช้งานได้ยาวนานกว่า 5 – 6 ชั่วโมง 
  • ลำโพง B&O คุณภาพเสียงดี น่าประทับใจ
  • ราคาคุ้มค่ามากๆ เมื่อเทียบกับสเปก ฟีเจอร์ และดีไซน์
  • สามารถจัดการความร้อนได้เป็นอย่างดี ถือว่าเย็นกว่าที่คาดเอาไว้
  • ประกัน 2 ปี On-site Service ซ่อมฟรีถึงบ้าน และมีประกันอุบัติเหตุ 1 ปีแรก
  • มีบริการ Smart-Friend ดูแลให้คำปรึกษาตลอด 24 ชั่วโมง



© Copyright - Notebookspec.com All Rights