Home » Beginner Zone

[Special] เทคนิคการเลือกซื้อของไอทีมือ 2 อาทิ โน้ตบุ๊ค คอมพิวเตอร์ ซีพียู ฮาร์ดดิสก์ การ์ดจอ เพื่อความปลอดภัย

5 Jul 17 - By l

ตอนนี้ต้องยอมรับว่าของหลายๆอย่างราคาขึ้นเสียเหลือเกินโดยเฉพาะการ์ดจอที่ความต้องการสูงขึ้นมากแถมยังหาซื้อไม่ได้ด้วย หรือจะเป็นฮาร์ดดิสก์แบบ SSD และแรม และราคาตลาดที่สูงขึ้นอันเนื่องมาจากราคาชิปที่แพงขึ้น หรือสำหรับผู้ที่มีงบประมาณจำกัดไม่สามารถซื้อสเปคมือ 1 ในแบบที่ต้องการได้

การซื้อมือ 2 มาประกอบเครื่อง หรือการซื้อโน้ตบุ๊คมือ 2 ไปเลยก็ถือเป็นอีกทางเลือกที่น่าสนใจ ทำให้สามารถประกอบเครื่องพีซีหรือโน้ตบุ๊คสเปคแรงๆ ในงบประมาณที่อาจจะถูกกว่าเครื่องมือ 1 ถึง 20-30% เสียแค่สภาพที่อาจจะมีตำหนิ ประกันที่น้อยลงไปบ้าง แต่ก็คุ้มค่าไม่น้อยเหมือนกัน

แต่การซื้อของมือ 2 เองก็ต้องระวังหลายๆอย่าง ไม่ว่าจะเป็นการใช้งานปรกติหรือไม่ สถาพภายนอก การรับประกันต่างๆที่ต้องเช็คละเอียดยิ่งกว่าเครื่องมือ 1 เสียอีก ทีมงานจึงขอแนะนำเทคนิดการเลือกซื้อของมือ 2 สักเล็กน้อยเพื่อความสบายใจและปลอดภัยมากยิ่งขึ้น

ซื้อจากแหล่งที่น่าเชื่อถือ

อย่างแรกที่สำคัญก่อนเลยคือซื้อจากแหล่งที่น่าเชื่อถือ เพราะเดี๋ยวนี้มีทั้งเว็บบอร์ด กรุ๊ป FB หรือแม้กระทั่งกรุ๊ป Line แต่เพื่อนๆคิดว่ากลุ่มเหล่านั้นเชื่อถือได้ขนาดไหนละครับ บางกลุ่มเพิ่งจะตั้งมาไม่นาน บางกลุ่มแอดมิน ก็เป็นโจรเสียเอง (โกงใครไปก็ลบ แบนมัน) บางกลุ่มก็เงียบยังกะป่าช้า ขั้นแรกคือเช็คการซื้อขายในแต่ละกลุ่มก่อน ถ้าสมาชิกมากก็ยิ่งมีของที่ซื้อขายได้เยอะ แต่โอกาสมีปัญหาก็มีสูงเหมือนกัน ลองดูว่าแอดมินมีมาตรการจัดการดีแค่ไหน ต้องลงหลักฐานไหม ต้องลงรายละเอียดอย่างไรบ้าง บางกลุ่มถึงขนาดต้องลงรูปเบอร์และบัตรประชาชนที่ตรงกับคนขายเลยนะครับ บางกลุ่มไม่ต้องถ่ายรูปก็ยังลงขายได้ อันนี้ต้องลองเช็คกันครับ ยิ่งกลุ่มที่ต้องลงหลักฐานรายละเอียดเยอะยิ่งดี แม้จะยุ่งยาก แต่ก็เพิ่มความปลอดภายจากการถูกโกงไปได้เยอะ

เช็คเครดิต

หลังจากได้ของที่หมายตาแล้ว จากนั้นก็เช็คเครดิตคนขายสักหน่อย ถ้าเป็นกลุ่มที่มีหลักฐานลงไว้ ก็เอาชื่อคนขายเบอร์โทรไปเช็คสักหน่อยว่ามีประวัติอะไรไหม เช่นเอาไปค้นใน google หรือดูประวัติการซื้อขายในกลุ่มเก่าๆว่าเป็นอย่างไรบ้าง เช็คคนที่ซื้อของด้วยกันอาจจะมาให้เครดิสซึ่งถือเพิ่มความมั่นใจได้อีกระดับหนึ่ง

แต่สำหรับกลุ่มที่ไม่ได้บังคับลงหลักฐาน การซื้อขายผมแนะนำให้ขอหลักฐานเพิ่มเติมเช่นให้ถ่ายหน้าบัตรประชาชนกับของจริง (โดยให้เซนเซอร์เลขบัตรประชาชนด้วย) หรืออาจจะเป็นถ่ายคู่กับสมุดบัญชี กรณีไม่ได้ไปรับด้วยตัวเอง หรือให้เขาถ่ายรูปมุมต่างๆของตัวสินค้าเพิ่มเติมเพื่อยืนยันสภาพ และการันตีว่ามีของอยู่จริงด้วย

เก็บหลักฐาน

การเก็บหลักฐานควรเริ่มตั้งแต่เราเข้าไปดูในกระทู้ หรือโพสขายครั้งแรกๆเลย โดยเฉพาะเมื่อรู้ว่าเอาแน่นวล เพราะบางครั้งคนขายชอบปรับเปลี่ยนแก้ไข เช่นตำหนิราคา อะไรประมาณนี้ก่อน ทำให้เมื่อเกิดการซื้อขายขึ้นแล้วอาจจะทำให้ไม่ได้หลักฐานแน่นหนาเท่าที่ควร เซฟภาพหน้าโพสขายเก็บไว้ เซฟรูปรายละเอียดสินค้า รวมถึงข้อมูลของคนขายเอาไว้ก่อน ถ้าของที่ซื้อไม่มีปัญหาก็ดีไป แต่ถ้ามีปัญหา หรือไม่เหมือนที่คุยไว้เราจะได้มีหลักฐานเอาไว้อ้างอิงได้เลย

ประกัน

เรื่องการรับประกันถือเป็นหัวใจสำคัญของสินค้ามือ 2 ก็ว่าได้ ถ้ามีประกันจากผู้ผลิตหรือดีเลอร์อันนี้ก็อุ่นใจได้ระดับหนึ่งถ้าเกิดมีปัญหาขึ้นมาก็ยังสามารถนำไปเคลมหรือส่งซ่อมได้ตามระบบปรกติ  ผมจึงแนะนำกรณีซื้อของมือ2 ควรมีประกันศูนย์ติดมาอย่างน้อย 3 เดือน เพื่อความอุ่นใจ แต่ถ้ามากกว่านั้นได้ก็จะดีมาก โดยต้องตรวจเช็คหลักฐานประกันด้วย เช่นให้คนขายนำ S/N หรือรหัสเครื่องไปเช็คบนหน้าเว๊ปผู้ผลิตหรือตัวแทนจำหนายที่มีการระบุวันรับประกันชัดเจน หรือถ่ายรูปใบเสร็จตัวจริงส่งมาให้ดู หรือบางแบรนด์จะเป็นวอยด์ติดที่ตัวสินค้าก็ควรจะถ่ายภาพมาให้ดูเพื่อความมั่นใจ

อีกกรณีนึงคือไม่มีประกันศูนย์ หรือประกันของตัวคนขายเอง หลายๆท่านที่ขายสินค้ามือ2 มักจะมีประกันให้ 7 วัน ไม่ว่าตัวสินค้านั้นจะมีประกันศูนย์หรือไม่ ถ้ามีปัญหาเช่นเปิดไม่ติดใช้ไม่ได้ ก็จะคืนเงินให้เต็มจำนวน ซึ่งถือเป็นปรกติเลยบางคนขายของมือ 2 บ่อยเขาก็จะบอกมาก่อนเลย แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นของที่ซื้อไปก็ต้องอยู่ในสภาพเหมือนตอนซื้อมานะครับ แต่ก็มีพ่อค้าหัวใสบางคนเอาของที่เกือบพังหรือใช้ผิดประภทมาขาย หรือเนียนว่าคนซื้อทำเสียเอง การเก็บหลักฐานไว้จึงสำคัญ และถ้าซื้อมาแล้วช่วงวันแรกๆใช้งานไปเลยเต็มที่ ถ้ามีปัญหาจะได้รีบคืนของคนขายไป

นัดรับ

การซื้อของไม่ว่าจะเป็นมือ1 มือ2 ก็ควรเลือกวิธีการส่งสินค้าในแบบที่เจอตัวจะดีกว่า ชัวร์ปลอดภัยมากที่สุด นอกจากป้องกันการโกงได้แล้ว เรายังสามารถตรวจเช็คเบื่องต้นได้ ตั้งแต่สภาพภายนอกตำหนิต่างๆเหมือนที่แจ้งไว้ไหม หรือบางอย่างเช่นสมาร์ทโฟนโน้ตบุ๊ค เปิดเครื่องลองเช็คได้เลย ใช้งานได้ก็ค่อยจ่ายเงินรับไป รวมถึงเราจะได้เจอคนขายจริงๆ ได้ดูอาการกริยาของเขา บางคนใจดีลดให้ก็มี หรือคุณอาจจะได้เพื่อนใหม่ก็๋เป็นได้ แต่ที่สำคัญจุดนัดพบควรเป็นที่สาธารณเช่น ห้าง รถไฟฟ้า เพื่อความปลอดภายทั้งตัวท่านเองและตัวคนขายด้วย มีคนอื่นสัญจรร่วมทาง อีกทั้งมีกล้องวงรถปิดเป็นหลักฐานไว้ด้วยสบายใจได้อีกระดับ ส่วนตัวผมไม่แนะนำให้เจอตามบ้านเท่าไรไม่ว่าจะคนขายหรือคนซื้อก็ไม่ปลอดภัยเท่าไร เราไม่รู้ว่าเขาหวังดีกับเราแค่ไหน แต่ถ้าซื้อของบ่อยๆ สนิทแล้วก็พอได้อยู่ อย่างน้อยถ้าเป็นพวกการ์ดจอเมนบอร์ดก็จะได้ทดสอบได้ก่อน

แต่ถ้าสุดวิสัยจริงๆ ไม่สะดวกนัดเจอกัน ก็มีหลายวิธีครับ เช่นส่งของเก็บเงินปลายทาง ขนส่งเอกชน หรือจ่ายก่อนแบบนี้จะเสี่ยงสูงมาก นอกจากเราเชื่อใจในเครดิตคนขาย ซึ่งเราต้องเช็คก่อนให้แน่ใจละครับ และบางคนแม้จะเครดิตดีแต่ก็ใช่ว่าจะไม่โกง เห็นข่าวออกบ่อยไป โอนแล้วไม่ส่ง หรือส่งของอะไรมาก็ไม่รู้ หรือขายจริงส่งจริง แต่ไปรษณีบ้านเราก็รู้ๆกันอยู่ของอาจจะเสียหายได้ จึงเป็นวิธีที่เสี่ยงไม่น้อยเลย ถ้าเป็นไปได้อีกวิธีคือให้คนรู้จักของเราไปรับแทน ถ้าสนิทกันก็เลี้ยงข้าว ถ้าไม่สนิทมากก็ให้ค่าขนมไปหน่อย อย่างน้อยเราก็มั่นใจว่ามีของจริงๆได้รับแน่นอน

ตรวจเช็คสินค้า

การตรวจเช็คเริ่มจากแรกพบประสบตาเลย สภาพภายนอกมีตำหนิอะไรร้ายแรงไหม รอยแตก บิ่น หรือเป็นรอยอะไรที่คนขายไม่ได้แจ้งหรือไม่ ส่งผลต่อการใช้งานหรือเปล่า ของมือ 2 ต้องทำใจนิดนึงว่ามีตำหนิแน่นอน แต่จะมากน้อยต่างกันไป อย่างการ์ดจอเมนบอร์ดนี้อาจจะแทบไม่เป็นรอยก็มี แต่บางรอยมันก็ส่งผลต่อการใช้งานเลยเช่นรอยบนแผ่นปริ้น ขาซีพียูงอ ซล๊อตบิดเบี้ยว ซึ่งบางกรณีอาจจะส่งผลต่อการรับประกันเลยทีเดียวครับ

หลังจากตรวจเช็คภายนอกแล้ว ก็มาถึงตรวจเช็คภายใน กรณีสมาร์ทโฟน โน้ตบุ๊คถ้ามีแบตเตอรี่ก็เปิดเทสมันตั้งแต่ตอนส่งของเลย ติดปรกติไหม พอร์ตใช้งานได้หรือเปล่า จอมีเดทอีกไหม เทสเสียงลำโพงไมค์ ต่างๆ แต่ถ้ากรณีการ์ดจอเมนบอร์ด etc แบบนี้ เอากลับมาเทสที่บ้านดีกว่าครับ (แต่อย่าลืมขอประกันคนขาย 7 วันด้วย) หลักๆก็เทสว่าใส่อุปกรณืเปิดติดไหม ลองเทสพอร์ตซล๊อตๆต่างๆ ทดสอบการทำงานหนักๆเช่นรันโปรแกรมทดสอบต่างๆ หรือเล่นเกมหนักๆดูว่ามีอาการอย่างไรไหมโดยเฉพาะการ์ดจอมักจะมีปัญหาตอนเล่นเกมหรือทำงาน 3D หนักๆ

ถ้ามีปัญหา

อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์มีโอกาสเสียเป็นเรื่องปรกติครับ คนขายเขาอาจจะไม่ได้ตั้งใจขายของเสียให้เรา แต่เคราห์หามยามซวยเราซื้อมาแล้วมีปัญหาเองก็เป็นได้ ถ้าทดสอบแล้วมีปัญหาจริงติดต่อคนขายก่อนเลย แจ้งปัญหาเขาอาจจะลองให้เราปรับแก้จูนนี่ถ้าหายก็โอเค แต่ถ้าไม่หายละก็ต้องบอกเขาของคืนอะไรก็ว่าไป แต่ถ้าเลยว่าลารับประกันคนขายแล้วแต่ยังมีประกันศูนย์ก็เคลมศูนย์โลด

แต่ถ้าประกันศูนย์ไม่มี คนขายไม่รับเคลมทั้งที่ยังอยู่ในเงื่อนไขที่เราตกลงไว้ หรือรวมไปถึงพวกส่งของผิดตั้งใจโกง ติดต่อแล้วติดต่อไม่ได้ บ่ายเบี่ยงไม่รับคืน ที่นี่ละเราจะได้เอาหลักฐานที่เก็บไว้มาใช้กัน ขั้นแรกเอาหลักฐานต่างๆไปแจ้งความก่อนเลย จากนั้นนำหลักฐานการแจ้งความไปติดต่อผู้ให้บริการ เช่นเจ้าของเว๊บบอร์ดต่างๆ ให้เขาส่ง IP ของคนขายมาให้ หรืออีกวิธีคือแจ้ง กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บก.ปอท) ซึ่งจะเป็นหน่วยงานที่ดูด้านนี้โดยเฉพาะ

สุดท้ายอย่าลืมลงแจ้งเพื่อนๆว่าบุคคลนี้ มีสมควรซื้อขายได้มีประวัติการโกง แม้เราอาจจะไม่ได้เงินคืนในเร็ววัน แต่ก็ปิดโอกาสให้คนแบบนี้ไปโกงคนอื่นๆต่อไปได้อีกด้วย



© Copyright - Notebookspec.com All Rights