Home » Special Story

21 บริษัทไอทีมีที่มาที่ไปอย่างไร และความหมายของบริษัทคืออะไร มาดูกัน #ตอนจบ

6 Dec 14 - By l

จากบทความ?21 บริษัทไอทีมีที่มาที่ไปอย่างไร และความหมายของบริษัทคืออะไร มาดูกัน #ตอน 1?และ?21 บริษัทไอทีมีที่มาที่ไปอย่างไร และความหมายของบริษัทคืออะไร มาดูกัน #ตอน 2?ซึ่งเราก็ได้รู้กันไป 14 บริษัทแล้วนะครับว่าชื่อของบริษัทไอทีเหล่านั้นมีที่มาที่ไปอย่างไร สำหรับในวันนี้จะเป็นตอนจบของซีรีส์ครับ โดยจะมีบริษัทไอทีอีกทั้งหมด 7 บริษัท จะเป็นบริษัทอะไรบ้างไปติดตามต่อกันได้เลยครับ

 

Asus

ชื่อของบริษัท Asus นั้นถือได้ว่าเป็นชื่อที่มีที่มาที่ไปง่ายมากชื่อหนึ่งครับ สิ่งที่ยากกว่าที่มาที่ไปของชื่อบริษัทนั้นก็คือเรื่องการอ่านออกเสียงชื่อของบริษัทให้ถูกต้องครับ ทั้งนี้เราเคยมีรายงานออกมาว่าพนักงานภายในบริษัท Asus เองก็ไม่สามารถที่จะเรียกชื่อของบริษัทของตัวเองได้ถูกต้อง ก่อนอื่นเรามาดูที่มาของชื่อบริษัทก่อนครับ สำหรับ Asus หรือ Asustek ก่อตั้งขึ้นมาจากพนักงานของบริษัท Acer ที่ออกมาตั้งบริษัทเอง 4 คนด้วยกันครับ Asus เริ่มก่อตั้งมาตั้งแต่ปี 1989 โดยผู้ก่อตั้งทั้ง 4 ได้นำชื่อของบริษัทมาจากสัตว์ในตำนานกรีกอย่างม้าเพกาซัส(Pegasus) ซึ่งจะเห็นได้ว่าชื่อบริษัท Asus นั้นมาจากตัวอักษร 4 ตัวหลังของ Pegasus ครับ

ชื่อบริษัท Asus นั้นอ่านว่า เอ – ซุส ครับ คำถามที่น่าจะเข้ามาในใจของใครหลายๆ คนก็คือทำไมถึงต้องใช้ชื่อบริษัทเป็น Asus หากเราอ้างอิงตามคำพูดของผู้ก่อตั้งบริษัทแล้ว เขาได้อธิบายไว้ครับว่า ที่พวกเขานำชื่อบริษัทมาจากชื่อของม้าเพกาซัสนั้นเนื่องจากว่าชื่อนี้จะช่วยส่งเสริมให้เกิดความแข็งแกร่ง เชิดชูความบริสุทธิ์ มีจิตวิญญาณของสิ่งมีชีวิตที่ชอบผจญภัยไปสู่โลกใหม่ๆ(น่าจะหมายถึงการที่บริษัทจะได้มีผลิตภัณฑ์ที่หลอกหลาย) แถมเพกาซัสยังเป็นสิ่งมีชีวิตที่ยอดเยี่ยม และที่สำคัญมากที่สุดก็คือผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ ที่พวกเขาสร้างขึ้นมานั้นจะโบยบินไปได้ไกลเหมือนดั่งที่ม้าเพกาซัสบินทะยานสู่ท้องฟ้ากว้างใหญ่ครับ

Lenovo

สำหรับ Lenovo นั้นเริ่มก่อตั้งขึ้นมาตั้งแต่ในปี 1984 ครับ โดย ณ เวลานั้นทางผู้ก่อตั้งได้สิ้นสุดการประชุมกันและตั้งชื่อบริษัทว่า??Chinese Academy of Sciences Computer Technology Research Institute New Technology Development Company? หรือ CAS (อ้างอิงจาก Lenovo Affair โดย Zhijun Ling) โดยในช่วงเวลานั้นตัวบริษัทเองก็เน้นตลาดในประเทศจีนมากกว่าที่จะเน้นทั่วโลกครับ และก็จะเน้นในเรื่องของการทำงานทางด้านไอทีซะเป็นส่วนใหญ่ยังไม่ค่อยจะมีในส่วนของฮาร์ดแวร์เข้ามาเกี่ยวข้องมากนักดังเช่นในทุกวันนี้(แต่ก็มีการวางตลาดฮาร์ดแวร์คอมพิวเตอร์ส่วนบุคคลภายใต้ชื่อของบริษัทตัวเองอยู่ ซึ่งได้มีการเปิดตัวคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคลเข้าสู่ตลาดในปี 1990 ครับ)

โลโกของบริษัทตั้งแต่ 1984 จนถึง 2004

หลังจากที่ก่อตั้งได้ไม่นานนักทางบริษัทก็ได้เข้าสู่โลกของฮาร์ดแวร์ครับ โดยในขณะนั้นก็เน้นขายในประเทศจีนเป็นหลักซึ่งสามารถที่จะทำตลาดได้เป็นอย่างมากจนกระทั่งบริษัทก้าวขึ้นเป็นอันดับต้นๆ ของผู้ผลิตในประเทศจีนในปี 1997 และบริษัทก็ประสบความสำเร็จก้าวเข้าสู่ผู้นำอันดับ 1 ในประเทศจีนช่วงปี 2000 ครับ หลังจากนั้นทางบริษัทต้องการให้มีการรีฟอร์มบริษัทใหม่โดยให้ผู้นำรุ่นใหม่ได้เข้ามามีส่วนร่วมมากขึ้นกับบริษัท ผู้นำรุ่นใหม่ที่ได้ก้าวเข้ามาดูแลบริษัทในช่วงนั้นได้แก่?Yang Yuanqing, Guo Wei, Zhu Linan และคนอื่นๆ ครับ การรีฟอร์มในครั้งนี้ทางบริษัทต้องการจะเป็นผู้นำทั้งทางด้านการขายตรง, การผลิต และเทคโนโลยี ซึ่งผลจากการรีฟอร์มนี้ทำให้บริษัทก้าวเข้าเป็นผู้นำอันดับ 1 ในเอเชีย(ยกเว้นแต่ในญี่ปุ่น)

ในปี 2001 เพื่อให้ชื่อเบรนเป็นที่น่าจดจำมากขึ้นนอกเหนือไปจากเบรน Legend ซึ่งเป็นชื่อเบรนย่อที่ใช้กันมาอยู่ตลอด ทางบริษัทได้ทำการแยกแผนกภายในบริษัทออกเป็น 2 แผนโดยแผนกที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคลมีชื่อเบรนว่า Lenovo ส่วนอีกแผนกหนึ่งก็คือ?IT product distribution และ?system integration(เน้นทางด้านการพัฒนาซอฟต์แวร์) ใช้ชื่อว่า Digital China ครับ ในปี 2004 ทาง Lenovo ได้เข้าซื้อกิจการคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคลของทาง IBM เข้ามาเพิ่มเสริมความแข็งแกร่ง จากนั้นชื่อของ Lenovo ก็ยังสาสมารถที่จะก้าวขึ้นเป็นผู้นำทางด้านยอดขายของคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคลของเอเชียได้อย่างเป็นทางการอีกด้วยครับ

Hulu

สำหรับชื่อบริษัทต่อมาอย่าง Hulu นั้นคนไทยอาจจะไม่ค่อยรู้จักกันมากเท่าไรครับ เนื่องจากบริษัท Hulu นั้นเป็นบริษัทออนไลน์ของอเมริกาที่ให้บริการทางด้านวีดีโอออนไลน์ ที่มีทั้ง TV, Movie ฯลฯ ให้เลือกชมได้(มีเนื้อหาดังๆ จากผู้ผลิต ABC, Fox, NBC เป็นต้น) Hulu มีการให้บริการทั้งบนเครื่องคอมพิวเตอร์และสมาร์ทโฟนหรือแท็บเล็ท ซึ่งในสหรัฐอเมริกานั้นได้รับความนิยมเป็นอย่างมากครับ(แต่เสียค่าบริการรายเดือนอยู่ที่ $7.99 หรือประมาณ 250 บาทต่อเดือนไม่ฟรีครับ

สำหรับชื่อ Hulu นั้นไม่มีความหมายในภาษาอังกฤษครับ แต่ทว่าถ้าเป็นภาษาแมนดารินแล้วคำว่า Hulu จะมีความหมายด้วยกันอยู่ถึง 2 ความหมายด้วยกัน ความหมายแรกนั้นคำว่า Hulu จะถูกใช้ในสุภาษิตโบราณของประเทศจีน อธิบายได้ว่า “เจ้าของของสิ่งที่มีค่า” โดยตัวอักษรที่ใช้ในการเขียนคำว่า Hulu ตามภาษาแมนดารินนั้นมีความหมายว่าพืชในตระกูลมะระที่สามารถนำมาตากแห้งแล้วใช้เป็นที่ตักได้

ช้อนที่ทำขึ้นมาจากพืชในตระกูลมะระซึ่งเป็นคำเขียนของคำว่า Hulu

 

Jason Kilar ผู้ดำรงตำแหน่งของ CEO ของบริษัทได้บอกว่าอีกความหมายหนึ่งของคำว่า Hulu นั้นหมายถึง “บันทึกการโต้ตอบ” ซึ่งความหมายทั้ง 2 ของคำว่า Hulu นั้นเหมาะกับบริการของทาง Hulu มากเป็นอย่างยิ่งดังนั้น Kilar จึงได้เลือกใช้คำนี้เป็นชื่อของบริษัทนั่นเองครับ

Skype

บรัษัทต่อมานั้นคงไม่มีใครไม่รู้จักครับกับบริษัทที่มีชื่อว่า Skype ที่ก่อตั้งขึ้นมาตั้งแต่ปี 2003 ครับ สำหรับคำว่า Skype ตามภาษาอังกฤษนั้นไม่มีความหมายครับ ทางผู้ก่อตั้งบอกว่าคำว่า Skype นั้นมีที่มาจากการนำคำ 2 คำมารวมเข้าด้วยกันเพื่อให้เกิดความหมายตามที่ผู้ก่อตั้งต้องการครับ

สำหรับคำว่า Skype นั้นเกิดขึ้นจากการนำคำว่า Sky และ Peer – to – Peer มาผสมเข้าด้วยกันครับ ในตอนแรกนั้นพนักงานเก่าของ Skype ได้บอกว่าการรวมคำทั้ง 2 เข้าด้วยนั้นนั้นจะกลายเป็นคำว่า Skyper ซึ่งคำๆ นี้มีการใช้งานเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ดังนั้นทางบริษัทจึงได้ทำการตัดทอนอีกรอบด้วยการนำตัว r ท้ายสุดออกไป เหลือแค่เพียง Skype ครับ

Twitter

สำหรับ Twitter นั้นก็เป็นอีกชื่อหนึ่งที่คาดว่าคงไม่มีใครไม่รู้จักครับ ในตอนแรกสุดนั้นชื่อ Twitter นั้นถูกเขียนขึ้นมาแค่ twttr ครับโดยชื่อ twttr นั้นทางผู้ก่อตั้งได้รับแรงบันดาลใจมาจากคำว่า Flicker อย่างไรก็ตามหากอ้างอิงจาก Dom Sagolla เพื่อร่วมงานของ?Jack Dorsey?และ?Ev Williams ผู้ใช้คนแรกๆ ที่ใช้ชื่อว่า @crystal ได้ชี้ให้เห็นว่าชื่อ twttr นั้นอาจจะมาจากคำว่า??FriendStalker? ด้วยครับ สาเหตุที่ในตอนแรกใช้คำว่า twttr นั้นเป็นไปดังภาพสเก็ตการทำงานของ Twitter ดังรูปครับ

ทางผู้จัดตั้งได้บอกครับว่าในขณะที่เขาทำการรวมมันสมองกันเพื่อที่จะคิดชื่อนั้น พวกเขาได้คิดคำว่า “twitch” ขึ้นมาเพราะเนื่องมาจากว่ามือถือมีการสั่นสะเทือนในขณะที่มีสายเข้า แต่ทว่าชื่อ “twitch” นั้นไม่เหมาะสมจะมาเป็นชื่อที่ดีของผลิตภัณฑ์ครับเพราะชื่อนี้นั้นไม่สามารถที่จะทำให้เห็นภาพโดยรวมของจินตนาการของผู้ก่อตั้งอย่างที่ควรจะเป็น ดังนั้นพวกเขาจึงได้ทำการเปิดดิกชันนารีขึ้นมาเพื่อหาคำศัพท์ที่อยู่รอบๆ คำว่า “twitch” และได้พบกับคำว่า “Twitter” และพวกเขาพบว่าคำนี้เหมาะสมมากๆ ครับ

คำว่า Twitter นั้นมีความหมายสั้นๆ ว่า??a short burst of inconsequential information’ และ ?chirps from birds? หรือ ส่วนสั้นๆ ของข้อมูลเล็กๆน้อยๆ ที่ไม่สำคัญ และ เสียงจากนก ซึ่งนั่นตรงกับผลิตภัณฑที่พวกเขาวางเอาไว้มากๆ ครับทำให้ Twitter ใช้ชื่อนี้มาและก็มีนกเป็นสัญลักษณ์ของผลิตภัณฑ์อีกด้วยครับ(อ้างอิงจากที่ Dorsey ได้บอกกับ LA Times ในปี 2009)

Yahoo!

อีกหนึ่งบริษัทที่มีชื่อเสียงเป็นอย่างมากครับ สำหรับ Yahoo! นั้นเริ่มก่อตั้งมาตั้งแต่ในปี 1994 ด้วยชื่อชื่อว่า??Jerry and David?s Guide to the World Wide Web? โดย Jerry Yang และ David Filo สำหรับชื่อ Yahoo! จริงๆ นั้นเริ่มจะถูกนำมาใช้งานอย่างจริงๆ จังๆ เมื่อเดือนมกราคม 1995 ในครั้งที่ชื่อโดเมนถูกจดและได้มีการก่อตั้งบริษัทขึ้นมาอย่างเป็นทางการครับ

นอกเหนือไปจากที่คำว่า Yahoo จะมีความหมายว่า คนหยาบคายที่มีเสียงดังหรือมีความรุนแรงแล้ว คำว่า Yahoo นั้นเป็นอักษรย่อมาจากคำว่า?Yet Another Hierarchical Officious Oracle ครับ ถึงแม้ว่าความหมายของคำว่า Yahoo นั้นจะดูไม่ค่อยดีเท่าไร แต่ทว่าผู้ก่อตั้งกลับชอบความหมายของคำว่า Yahoo นี้ครับ

Sega

ในที่สุดก็มาถึงบริษัทสุดท้ายอย่าง Sega ครับ บางคนอาจจะบอกว่า Sega นั้นไม่ได้เป็นบริษัททางด้านเทคโนโลยีอีกต่อไป เนื่องจากว่าบริษัทได้ผันตัวเองเป็นบริษัทที่พัฒนาซอฟต์แวร์เกมอย่างเดียวไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้จริงๆ ครับว่าในอดีตที่ผ่านมานั้น Sega มีผลงานทางด้านเทคโนโลยีที่ถือได้ว่าอยู่ในลำดับต้นๆ ของตลาดกันเลยทีเดียว เราทุกคนจะรู้จักบริษัท?Sega ว่าเป็นบริษัทสัญชาติญี่ปุ่นที่ผลิตทั้งซอฟต์แวร์และฮาร์ดแวร์ทางด้านเกมที่โด่งดังครับ แต่จริงๆ แล้วจุดเริ่มต้นของบริษัท Sega นั้นเริ่มในฮาวายตั้งแต่ปี 1940 ในชื่อบริษัทว่า Service Games ครับเมื่อมาถึงปี 1951 ทางบริษัทได้มีการย้ายสำนักงานใหญ่มาตั้งที่โตเกียวประเทศญี่ปุ่นและได้เปลี่ยนชื่อเป็น Sega ซึ่งมาจากตัวอักษร SErvice GAmes รวมกันครับ(นอกไปจากนั้นคำว่า Sega เมื่อเขียนเป็นภาษาญี่ปุ่นยังมีความหมายว่า kabushiki gaisha)?โดยในช่วงนั้นก็ได้มีการผลิตและพัฒนาเครื่องเกมแบบหยอดเหรียญหรือเกมตู้ที่เราๆ ท่านๆ เคยเห็นกันในร้านเกมครับ

จนมาถึงในปี 1965 บริษัท Sega ได้มีการรวมเข้ากันกับบริษัท?Rosen Enterprises ทำให้ชื่อของบริษัทกลายเป็น Sega?Enterprises ต่อมาในปี 1986 ?Sega Enterprises ได้มีการขยายสำนักงานไปยังส่วนต่างๆ ของโลกรวมถึงย้ายไปตั้งสำนักงานใหญ่ที่สหรัฐอเมริกา ทำให้ชื่อของบริษัทเปลี่ยนมาเป็น?Sega of America, Inc. อย่างไรก็ตาม ตำนวนของ Sega นั้นอยู่ในวงการฮาร์ดแวร์เกมได้ไม่นานนักครับ เพราะหลังจากที่ได้มีการเปิดตัวเครื่องเกม Dream Cast ซึ่งมีสเปคสูงและราคาแพงมาก ทำให้ยอดขายไม่ดีเท่าที่ทางบริษัทได้ตั้งความหวังไว้ จนกลายมาเป็นจุดเริ่มต้นของปัญหาทางด้านสถานทางการเงินของบริษัท และในท้ายที่สุดเพื่อที่จะให้บริษัทสามารถที่จะอยู่รอดไปในวงการต่อได้ ทางบริษัทก็รีฟอร์มใหม่ เปลี่ยนจากการเป็นทั้งผู้ผลิตซอฟต์แวร์และฮาร์ดแวร์เกม มาเป็นผู้ผลิตซอฟต์แวร์เกมเพียงอย่างเดียวครับ(รวมไปถึงจัดจำหน่ายเกมให้กับผู้ผลิตรายอื่น)

จริงๆ แล้วในวงการไอทีนั้นยังมีอีกหลายๆ บริษัทที่ชื่อและความเป็นมาน่าสนใจครับ หวังว่าทุกท่านที่เข้ามาอ่านบทความนี้อย่างต่อเนื่องถึง 3 บทความด้วยกันคงจะได้รับความรู้เกี่ยวกับที่มาที่ไปของชื่อบริษัททางด้านเทคโนโลยีไม่มากก็น้อย หากผิดพลาดประการใดต้องขออภัยไว้ ณ ที่นี้ด้วยครับ

ที่มา :?thenextweb



© Copyright - Notebookspec.com All Rights