Home » Special Story

2015 ปีที่บริษัททางด้านเทคโนโลยีใหญ่ๆ เริ่มจะเหมือนกันไปหมดทุกอย่าง [บทความแปล]

4 Jan 16 - By l

ในช่วงเวลาหลายๆ ปีที่ผ่านมานั้นทาง TheVerge มักจะให้บรรณาธิการของพวกเขาทำการลงคะแนนเสียงเพื่อนำเสนอให้เราๆ ท่านๆ ได้เห็นกันครับว่ามีอุปกรณ์ฮาร์ดแวร์ทางด้านเทคโนโลยีชิ้นใดบ้างที่น่าสนใจ ซึ่งนี่ไม่ใช่แนวทางเฉพาะที่ทาง TheVerge ทำเท่านั้นแต่เราจะสามารถเห็นแนวทางดังกล่าวนี้จากสื่อต่างๆ อย่างมากมายเลยทีเดียว

ด้วยเหตุที่ทาง TheVerge ต้องการสร้างความแตกต่างในปี 2015 ที่ผ่านมาให้มีสีสันมากขึ้นกว่าเดิมนั้น แทนที่ทาง TheVerge จะนำเสนอวิธีการเดิมๆ ด้วยการถามบรรณาธิการว่ามีอุปกรณ์ทางด้านเทคโนโลยีชิ้นไหนที่อยู่ในใจของพวกเขาในปี 2015 ที่ผ่านมาบ้าง ในปีนี้ทาง TheVerge จึงได้นำ  บรรณาธิการชื่อดังอย่าง Lauren Goode และ Dieter Bohn มานั่งคุยกันในหัวข้อที่ว่า “วิธีการที่บริษัททางด้านเทคโนโลยียักษ์ใหญ่ของโลกเริ่มที่จะคัดลอกกลยุทธ์ของกันและกันซะเอง”

2015 was the year big tech companies all started to look the same 600 01

หากสังเกตกันอย่างจริงจังแล้วคุณจะมองเห็นกันอย่างชัดเจนเลยครับว่าในปี 2015 นั้นทาง Google เริ่มต้นที่จะทำการผลิตฮาร์ดแวร์เป็นของตัวเองอย่างจริงจังแล้ว, Apple เริ่มที่จะมีการเปิดตัวผลิตภัณฑ์เร็วมากขึ้นกว่าเดิม(จากที่เคยเป็นมาในอดีต) รวมถึง Microsoft ที่ก้าวเข้าสู่โลกของอุปกรณ์เคลื่อนที่อย่างเต็มตัว หากจะว่าไปแล้วทั้ง 3 บริษัทใหญ่นี้ต่างก็ได้ละทิ้งความเป็นตัวเองไปแล้วได้กลายเป็นบริษัทอื่นไปซะอย่างนั้น ทุกอย่างที่เกิดขึ้นในปี 2015 นี่ทำให้ปี 2015(และต่อๆ ไปหลังจากนี้) จะน่าสนใจมากขึ้นหรือน่าเบื่อกว่าเดิม เรามาลองดูความเห็นของ 2 บรรณาธิการใหญ่ของ TheVerge กันครับ

หมายเหตุ – บทความนี้แปลจากความเห็นส่วนตัวของบรรณาธิการ TheVerge อย่าง Lauren Goode และ Dieter Bohn ซึ่งมีประสบการณ์ในวงการเทคโนโลยีมาค่อนข้างนานสมควร อย่างไรแล้วส่วนใหญ่ของบทความนี้ก็มาจากความเห็นของทั้ง 2 ท่านดังกล่าวนี้ทั้งนั้น โดยส่วนตัวของคุณผู้อ่านอาจจะมองอีกมุมหนึ่งก็เป็นได้ครับ

และนี่คือสิ่งที่เราได้เรียนรู้ในปี 2015 ครับ

Lauren Goode 600

Lauren Goode

Lauren Goode : ในปี 2015 ที่ผ่านมานี้จะว่าไปแล้วมันมีอรรถบทหนึ่งที่ดูเหมือนมันจะมาในรูปแบบเดียวกันไปทั้งหมดในทุกๆ บริษัทยักษ์ใหญ่ทางด้านเทคโนโลยีของโลกตามที่พวกเราได้เห็น ซึ่งอรรถบทนั้นก็คือทุกๆ คน(หมายถึงทุกบริษัท) ต่างต้องการที่จะทำทุกๆ อย่างหมด(หรือครอบคลุมทุกอย่างด้วยบริษัทของตัวเอง) โอเคถึงมันจะไม่ใช่ทุกอย่างอย่างที่ฉันบอกแต่มันก็เกือบจะทุกอย่างจริงๆ เราได้เห็นว่าบริษัทยักษ์ใหญ่ที่กำกุญแจสำคัญทางด้านเทคโนโลยีนั้นจมอยู่กับการปล่อยผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ ออกมาเกือบจะทั้งปี 2015, มีการเปิดตัวบริการใหม่ๆ ที่พวกเขานำเสนอ หรือไม่ก็ลงทุนเพิ่มเติมสำหรับเทคโนโลยีในอนาคตซึ่งเทคโนโลยีเหล่านั้นเป็นเทคโนโลยีในกลุ่มที่คู่แข่งของพวกเขาดำเนินการอยู่แล้ว

และนี่คือตัวอย่างที่เมื่อยกมาแล้วทุกคนจะเห็นได้ชัดเจนมากที่สุด ซึ่งในที่นี้ฉันคิดว่าปีที่ผ่านมานี้คือ Google ที่ในปีนี้เราได้เห็นพวกเขาปล่อยสมาร์ทโฟนที่อยู่ภายใต้การควบคุมการผลิตด้วยตัวเอง(แต่ให้บริษัทอื่นผลิตหรือสมาร์ทโฟนซีรีส์ Nexus) ออกมาถึง 2 รุ่น, ตามมาด้วย wireless router ที่สามารถทำการควบคุมได้ผ่านทางสมาร์ทโฟน, บริการทางด้านสตรีมมิ่งเพลงตัวใหม่แหละ TV dongles อ้อที่สำคัญแล้วเราจะลืมไม่ได้เลยกับ Pixel C แท็บเล็ตที่มาพร้อมกับสเป็คระดับบนซึ่งในครั้งนี้ Google ผลิตเองแล้ว … ทุกอย่างที่กล่างมานี้นั้นเป็นสิ่งที่ Apple ทำเองมาทั้งหมดแล้วก่อนหน้านี้(และถือว่าเป็นสิ่งธรรมดาที่ Apple ทำด้วย) ถึงจะยังพอยอมรับได้ว่าจริงๆ แล้ว Google ก็ยังไม่ได้ผลิตฮาร์ดแวร์ทั้งหมดด้วยตัวเอง(มีแค่บางฮาร์ดแวร์เท่านั้นที่ผลิตเอง) แต่ดูเหมือนกับว่าในปี 2015 นั้น Google จะมาในทิศทางนี้แบบเต็มตัวและน่าจะดำเนินแนวทางแบบนี้ต่อไปอีกหลายปี

2015 was the year big tech companies all started to look the same 600 02

Google Pixel C

Dieter Bohn : จากการที่ Google ปั้นฮาร์ดแวร์อย่าง Pixel C เองออกมากับมือทั้งหมด(Dieter ค่อนข้างที่จะรู้เรื่องเยอะมากเกี่ยวกับ Pixel C เนื่องจากเขาได้เขียน รีวิว Pixel C ไวเองด้วย) ทำให้ Google นั้นดูเหมือนอยากจะยกระดับตัวเองโดยเฉพาะอย่างยิ่งในด้านการดีไซน์ฮาร์ดแวร์ โดยปีนี้ยังเป็นปีแรกอีกต่างหากที่ทาง Google ดันแบรนด์ Nexus เข้าสู่ตลาดสมาร์ทโฟนระดับพรีเมียมอย่างเต็มตัวแถมทีึ่สำคัญที่สุดการผลักดันในครั้งนี้นั้นดูเหมือนจะประสบความสำเร็จเป็นอย่างดีด้วยอีกต่างหากครับ

Dieter ไม่เคยคิดว่า Google จะมาเน้นโฟกัสทางด้านผลิตภัณฑ์โดยตรงแบบนี้มาก่อนเหมือนกับทาง Apple แต่ทว่าในปี 2015 ที่ผ่านมานี้ก็เห็นได้อย่างชัดเจนแล้วว่าเรื่องนี้ได้มีการเปลี่ยนแปลงไปเรียบร้อยแล้ว อย่างไรก็ตามแต่นี่ถือว่าเป็นสัญญาณที่ดีสัญญาณหนึ่งที่พวกเขา(หมายถึง Google) ภายใต้การนำของ CEO คนใหม่อย่าง Sundar Pichai สามารถที่จะนำบริษัทให้ก้าวมาทางด้านฮาร์ดแวร์ได้อย่างสวยสดงดงาม และโดยเฉพาะอย่างยิ่งแล้วกับ Android ที่นำหน้าคู่แข่งไปไกลนั้นสมควรแก่เวลาแล้วที่จะมีคู่แข่งที่สามารถมาทำการแข่งขันได้ด้วยจริงๆ สักที(ผู้เแปลเพิ่ม : แต่ก็อาจจะยากหน่อยหล่ะครับเพราะ Android นั้นครองส่วนแบ่งในตลาดมากกว่า 80% ไปแล้ว)

Dieter Bohn 600

Dieter Bohn

แต่สำหรับ Dieter แล้วการที่ Google ดำเนินตามรอยของ Apple นั้นดูแล้วไม่จำเป็นที่จะต้องถือว่าเป็นเรื่องใหญ่อะไรมากมายนัก เพราะหากจะว่ากันตามตรงแล้วดูเหมือนว่าการก้าวเดินในครั้งนี้ของทาง Google นั้นจะเหมือนกับ Microsoft ซะมากกว่า ในปี 2015 นี้นั้นทาง Google มีความพยายามที่จะผลักดัน Google Doc ขึ้นไปอีกขั้นจากเดิมอย่างที่เคยเป็นๆ มาให้ก้าวเทียบกับคู่แข่งที่เป็นชุดประมวลผลคำผ่านทาง Cloud อย่างสมบูรณ์แบบอย่าง Office 365 แล้ว จากมุมมองขององค์กรแล้วนั้น(หมายถึงผู้ใช้บริการที่อยู่ในรูปแบบขององค์กรต่างๆ) บริการของทาง Google นั้นยังมีสิ่งที่ต้องพัฒนาอีกมากมายกว่าที่มันจะสามารถไปทำการแข่งขันกับบริการของทาง Microsoft ได้ ซึ่งดูเหมือนกับว่าทาง Google กำลังพยายามที่ตามจะคู่แข็งให้ทันอย่างเต็มที่อยู่

จริงๆ แล้วหากจะว่าไปกันแบบเต็มๆ ตัวนั้นการเปรียบเทียบระหว่าง Google กับ Microsoft ในปี 2015 ที่ผ่านมานั้นน่าจะดูกลายเป็นเรื่องที่เป็นจริงจนถึงขั้นบ้าบิ่นเป็นอย่างมากเมื่อคุณมองจากทางฝั่งของ Microsoft โดยในปี 2015 ที่ผ่านมานั้น CEO ของ Microsoft ของ Satya Nadella ได้ทำการโยนคำเตือนเล็กๆ น้อยๆ เข้าไปให้ทั้ง Google และ Apple ได้สัมผัสกันเล่นๆ โดยสิ่งที่ชัดมากที่สุดเลยก็คือการเปิดตัวแอปพลิเคชันชุด Office และแอปพลิเคชันการใช้งานบริการอื่นๆ ของ Microsoft ไปยังระบบปฎิบัติการ Android และ iOS(มากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้) ที่เหนือไปกว่านั้นก็คือ Microsoft ได้สร้างแอปพลิเคชันที่เอาไว้ใช้สำหรับหาแอปพลิเคชันของทาง Microsoft เองบน 2 ระบบปฎิบัติการดังกล่าวด้วยอีกต่างหากครับ งานนี้ก็ไม่รู้เหมือนกันนะครับว่า Microsoft พยายามที่จะเหมือนใคร?

2015 was the year big tech companies all started to look the same 600 03

Lauren : โอเค หากมองกันตามตรงแล้วแอปพลิเคชันที่เปิดให้ใช้งานฟรีๆ ส่วนใหญ่ของทาง Google นั้น(โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับชุด Office ของทาง Microsoft) ควรที่จะสร้างความน่ากังวลในการการบุกรุกให้กับ Microsoft ได้แล้ว โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับการที่ในปัจจุบันนั้นภาคส่วนธุรกิจเริ่มเปลี่ยนที่จะมาใช้งาน Google Docs กันมากขึ้น(เพราะว่ามันฟรีซึ่งทำให้ลดค่าใช้จ่ายไปได้พอสมควร) จริงๆ แล้วปี 2015 นี้เป็นปีแรกเลยก็ว่าได้นะที่ฉันตัดสินใจจ่ายเงินเพิ่มความจุสำหรับการเก็บข้อมูลบนบริการ Google Cloud(หรือ Google Drive) ขึ้นไปอีกขั้นเนื่องจากมีบริการเจ๋งๆ อย่าง Google Photos ออกมาและบริการนี้มันก็ทำให้ฉันใช้เนื้อที่บน Drive ไปจนเต็มเลยหล่ะ

แม้ว่าวิธีการของพวกเขา(หมายถึง 3 บริษัทยักษ์ใหญ่) จะยังคงมีความแตกต่างกันค่อนข้างมาก Google ยังคงเน้นธุรกิจทางด้านการโฆษณาเช่นเดิม ส่วน Microsoft นั้นเน้นไปทางด้านธุรกิจการสมัครลงทะเบียนเพิ่มขึ้น(subscriptions) และหากมองกันตามตรงแล้วนั้น Microsoft ถือว่าทำได้ค่อนข้างดีเลยทีเดียวกับการเป็น Microsoft โดยเฉพาะอย่างยิ่งด้วยการปล่อย Windows 10 ออกมา มันค่อนข้างทำให้เราได้เห็นกลยุทธ์ที่ชัดเจนและเชื่อมโยงของทาง Microsoft ได้เป็นอย่างดี ซึ่งนั่นก็คือ OS เดียวบนอุปกรณ์ทุกชนิดแถมที่พิเศษไปกว่านั้นก็คือ Windows 10 ยังเป็นการขับเคลื่อนให้ผู้คนเข้าไปซื้อการลงทะเบียนใช้งานซอฟต์แวร์ของทาง Microsoft ได้มากขึ้นด้วยอีกต่างหาก

หมายเหตุ – ตรงนี้ Lauren น่าจะหมายถึงการที่อุปกรณ์หลายๆ อย่างที่มาพร้อมกับระบบปฎิบัติการ Windows 8.1 และ Windows 10 โดยตรงนั้นมักจะแถมบริการ Office 365 มาให้ผู้ใช้ได้ใช้งานกันด้วยฟรีๆ 1 ปี ซึ่งหลังจากที่หมดระยะเวลา 1 ปีฟรีแล้วนั้นโดยส่วนใหญ่แล้วเชื่อได้ว่าผู้ใช้หลายๆ คนมักจะลงทะเบียนเพื่อใช้งานต่อเนื่องครับ

แต่ถ้าจะต้องให้ฉันพูดชื่อบริษัทที่ทาง Microsoft ทำการลอกเลียนแบบจริงๆ แล้วหล่ะก็คงต้องบอกว่าทั้ง Apple และ Google เลยหล่ะ ปีนี้นั้น Microsoft ได้ดันสมาร์ทโฟนระดับเรือธงออกมาด้วยกันถึง 2 รุ่น แถมยังมีการส่งโน๊ตบุ๊คระดับพรีเมียมออกมาอย่าง Surface Book อีก(แค่ชื่อก็ไปเหมือนกับ MacBook แล้ว) และที่พลาดไม่ได้เลยก็คือ Surface Pro 4 ที่จะว่าไปแล้วก็ไม่ได้แตกต่างไปจาก iPad สักเท่าไร(ถ้าจะว่ากันไปแล้วมันก็คือแท็บเล็ตดีๆ ที่โฆษณาว่าสามารถนำมาใช้งานได้ทั้งในรูปแบบของแท็บเล็ตและโน๊ตบุ๊คนี่แหละ) ทิ้งท้ายด้วย HoloLen ที่ถึงแม้ว่าจะยังไม่ใช้ผลิตภัณฑ์ที่วางจำหน่ายเชิงพาณิชย์อย่างเป็นทางการแต่มันก็ถือว่าเป็นอุปกรณ์ที่ค่อนข้างจะสร้างกระแสให้กับ Microsoft ได้เป็นอย่างมาก

สรุปแล้วในปี 2015 ที่ผ่านมานี้นั้นเราได้เห็นผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ จากทาง Microsoft มากมายโดยเฉพาะอย่างยิ่งกับฝั่งฮาร์ดแวร์(ผู้แปลเพิ่มเติม : ที่ดูเหมือนกับว่า Microsoft จะเริ่มมั่นใจในตัวเองมากขึ้นกว่าเดิมมาก), ระบบปฎิบัติการใหม่สำหรับคอมพิวเตอร์(หรือ Windows 10 นั่นแหละครับเพียงแต่ว่า Windows 10 สำหรับอุปกรณ์ตัวอื่นยังไม่เปิดตัวอย่างเป็นทางการเท่านั้น), แอปพลิเคชันสำหรับการใช้งานในการสร้างผลิตผลแบบ free-to-use(ในที่นี้ก็คือแอปพลิเคชันจำพวกชุด Office ที่สามารถใช้งานได้แบบฟรีๆ แต่ถ้าอยากได้ฟีเจอร์แบบจัดเต็มคุณจะต้องจ่ายเงินค่าลงทะเบียนเพิ่ม) ฯลฯ ซึ่งนั่นทำให้สำหรับฉันแล้วนั้น Microsoft เป็น Gapple หรือไม่ก็ Aggle ยังไงยังงั้นเลยหล่ะ(ชื่อล้อเลียนที่ Lauren ตั้งขึ้นมาจากการผสมกันของ Apple และ Google)

Dieter : Lauren.

Lauren : I’m sorry.

Dieter : Let’s just put it behind us.

หมายเหตุ – พอมาถึงตรงจุดนี้นี้ Dieter พูดเพื่อที่จุหยุด Lauren ไม่ให้ใส่อารมณ์ไปกับ Microsoft มากไปกว่านี้แล้ววกกลับไปยังบริษัทอื่นๆ แทนครับ

Lauren : โอเค มาว่ากันต่อว่า Apple นั้นพยายามที่จะเป็นใคร ในปีนี้นั้นทาง Applr ได้ปล่อยผลิตภัณฑ์ใหม่ออกมาทั้งหมดครึ่งโหลได้เหมือนกับที่ทางบริษัทเคยทำมาก่อนหน้านี้ไม่ว่าจะเป็นสมาร์ทโฟนระดับพรีเมียม, แท็บเล็ตที่มีประสิทธิภาพเทียบได้กับคอมพิวเตอร์ PC, บริการทางด้านการสตรีมมิ่งเพลง(Apple Music), สมาร์ทวอทช์(Apple Watch), กล่อง Set-top-box สำหรับการสตรีมมิ่งวีดีโอ(Apple TV) และล่าสุดกับสิ่งที่ไม่มีใครคิดว่า Apple จะปล่อยออกมาแต่ก็ปล่อยออกมาแล้วอย่างเคสแบตเตอรี่เสริมสำหรับ iPhone

มันช่วยไม่ได้นะที่สำหรับฉันแล้วความรู้สึกของฉันอาจจะเหมือนกับเราทุกคนทำตัวเหมือนพังก์ ในขณะที่ Apple มีความพยายามที่จะเปลี่ยนเกม(เปลี่ยนกลยุทธ์) อย่างจริงจังด้วยการปล่อยแอบพัฒนาเทคโนโลยีใหม่ๆ อะไรสักอย่างอยู่ใต้ดินสักแห่งใน Silicon Valley(แหล่งที่ตั้งของบริษัทยักษ์ใหญ่ทั้ง 3) หรือจริงๆ แล้วมันอาจจะเป็นสิ่งที่ฉันคาดหวังไว้นะ

2015 was the year big tech companies all started to look the same 600 04

Dieter : อะไรนะ??? Apple ไม่ได้ทำการเปิดตัวแพลตฟอร์มอะไรใหม่ๆ ออกมามากพอกว่าที่เคยทำมาในอดีตงั้นหรอ? เอาอย่างนี้แล้วกันนะ ผมจะเพิ่มเติมสิ่งที่ Apple ได้ปล่อยออกมาในปี 2015 นี้ให้กับคุณ เอาเป็นภาษาโปรแกรม Swift เพิ่มไปอีกสักอันนะ โดยในตอนนี้คุณจะเห็นได้ว่าเจ้าภาษาโปรแกรมนี้ได้เปิดเป็น open-source แล้วด้วย สิ่งที่ Applr พยายามทำนี้ไม่ใช่เรื่องปกติของ Apple ในสายตาของผมหรอก แต่มันเป็นความพยายามที่เหมือนกับลอกเลียนมาจาก Google ต่างหาก

หมายเหตุ – Google ได้ชื่อว่าเป็นบริษัทหนึ่งที่เปิดภาษาโปรแกรมและโค้ดของระบบปฎิบัติการหลายๆ อย่างในรูปแบบ open-source

ที่หนักไปกว่านั้นก็คือในปี 2015 นี้ Apple ได้เปิดตัวผลิตภัณฑ์หลายๆ อย่างที่ดูแล้วเหมือนจะยังทำไม่เสร็จออกมามากมาย(เอาง่ายๆ ก็เหมือนรีบๆ เข็นออกมาจำหน่ายแหละครับ) ซึ่งนั่นเร็วกว่า Sergey Brin(ประธานและผู้ร่วมก่อตั้ง Google) เคยทำกับ Google จนผลิตภัณฑ์ของทาง Google เคยได้รับฉายาว่าใช้วิธีการ “spray and pray” ซะด้วยซ้ำ(ชื่อวิธีการที่ถูกตั้งมาล้อเลียนวิธีการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ของ Sergey ที่มักจะปล่อยผลิตภัณฑ์ออกมาแบบที่ยังไม่สมบูรณ์ก่อนโดยจะปล่อยออกมาแล้วให้ผู้ใช้ได้ไปสวดภาวนากันเอาเองว่าตัวเองจะโดน bug รึเปล่า)

ถ้าจะให้ผมบอกรายชื่อของผลิตภัณฑ์ที่อยู่ในกลุ่มดังกล่าวนี้นั้นก็จะได้แก่ Apple Watch, Apple TV 2015 หรือแม้แต่กระทั่ง Apple Music ซึ่งแต่ละผลิตภัณฑ์นั้นทาง Apple ได้มีการให้สัญญาเอาไว้ว่ามันจะเป็นการบูรณาการประเภทของแต่ละผลิตภัณฑ์เข้าด้วยกัน แต่ในความเป็นจริงเมื่อได้ใช้แล้วมันกลับไม่เป็นไปตามนั้น

โอเคยอมรับกันตามตรงก็ได้นะว่า Apple Watch และ Apple TV 2015 นั้นเป็นอุปกรณ์ที่ถือว่าดีที่สุดในกลุ่มอุปกรณ์ประเภทของมันเอง แต่อุปกรณ์ที่ทาง Apple ปล่อยมานยั้นก็ไม่ได้เปลี่ยนแนวทางของกลุ่มอุปกรณ์ของแต่ละตัวเลย(ในที่นี้หมายถึง Apple Watch ก็เป็นสมาร์ทวอทช์และ Apple TV 2015 ก็เป็น set-top-box ที่ดีที่สุดในกลุ่มอุปกรณ์ของมันแต่พวกมันไม่ได้แตกต่างอะไรไปจากอุปกรณ์ในกลุ่มประเภทเดียวกันของผู้ผลิตรายอื่นเลย)

จะว่าไปแล้วมันก็เหมือนๆ กับ iPad Pro นั่นแหละ มันไม่ได้เปลี่ยนวิธีการที่เราคิดเกี่ยวกับเครื่องคอมพิวเตอร์เลย(ในตอนนี้?) ถ้า Apple ต้องการให้ผลิตภัณฑ์เหล่านี้สามารถที่จะประสบความสำเร็จจริงๆ Apple จำเป็นจะต้องให้นักพัฒนาพยายามมากขึ้นกว่าเดิมอย่างใหญ่หลวง โชคดีของ Apple ที่ Phil Schiller ได้เข้ามาดำเนินการควบคุมในส่วนของ App Store ซึ่งนั่นอาจจะทำให้เราได้เห็น Phil ใช้รูปแบบเดียวกับการทำงานที่เคยเกิดขึ้นกับใน Microsoft มาก่อน โดยเฉพาะกับรูปแบบการเอะอะตะโกนโหวกแหวกของ Steve Ballmer(CEO คนเก่าของ Microsoft)

หมายเหตุ – ตรงจุดนี้นั้นทาง Dieter ต้องการกระแนะกระแหน Apple หล่ะครับ

“อ้อ และสิ่งที่คุณ(หมายถึง Lauren) คาดหวังไว้ว่า Apple กำลังแอบพัฒนาอยู่นั้น มันก็ไม่ใช่อะไรอื่นนอกเหนือไปจากรถยนต์หรอก มันต้องเป็นรถยนต์อย่างแน่นอน”

พูดกันแบบเปิดอกเลยนะ Google ก็ได้ทำการพัฒนารถยนต์ซึ่งเราได้เห็นรายงานข่าวกันมากมายออกมาแล้วและ Apple นั้นก็กำลังทำการพัฒนารถยนต์ของตัวเองอยู่ ผมพนันเลยว่า Mark Zuckerberg(ผู้ก่อตั้ง Facebook) คงหยุดใช้สิทธิ์การลาเนื่องจากได้เป็นพ่อคน(Mark ลาไปช่วยภรรยาดูแลลูก 2 เดือน) ทันทีแล้วก็ไปถามผู้ช่วยดิจิทัลที่เข้าสร้างขึ้นแล้วใส่ไว้บน Messenger เกี่ยวกับรถยันต์พลังงานไฟฟ้าชัวร์

Lauren : อืมๆ อันที่จริงแล้ว Facebook อาจจะเป็นเพียงบริษัทเดียวก็ได้นะที่ในปี 2015 ที่ผ่านมานี้เขาไม่ได้พยายามที่จะเป็นบริษัทอื่นๆ สำหรับฉันแล้วในปี 2015 ที่ผ่านมานี้ Facebook มีกลยุทธ์ที่ค่อนข้างจะชัดเจนมากๆ นั่นก็คือการเข้าครอบครองอุปกรณ์เคลื่อนที่ด้วย Instagram, WhatsApp, Messenger, Instant Articles, การรันวีดีโออัตโนมัติบน mobile news feed, แอปพลิเคชันสำหรับการแจ้งเตือนบนอุปกรณืเคลื่อนที่ตัวใหม่ ฯลฯ ซึ่งหากอ้างอิงข้อมูลจากทาง Nielsen แล้วหล่ะก็พบว่ากลยุทธ์นี้ของทาง Facebook เป็นไปด้วยดีด้วยหล่ะเนื่องจาก 3 ใน 10 แอปพลิเคชันที่ผู้ใช้นิยมมากที่สุดบนอุปกรณ์เคลื่อนที่นั้นเป็นของ Facebook ทั้งนั้นเลย ที่สำคัญแล้วแอปพลิเคชันที่มีคนนิยมมากเป็นอันดับที่ 1 นั้นยังเป็นของ Facebook เองด้วย

ไม่เพียงแค่นั้นนะที่ผู้บริโภคทั่วไปจะต้องเผชิญด้วย ที่สำคัญที่สุดเหนือไปกว่านั้นก็คือในปี 2015 ที่ผ่านมานั้นธุรกิจการโฆษณาบนอุปกรณ์เคลื่อนที่ของทาง Facebook เติบโตขึ้นเป็นอย่างมากเลยทีเดียว(ผู้แปลเขียน : เอะนี่มันรูปแบบของ Google ไม่ใช่หรอครับคุณ Lauren)

อ้อที่เราจะลืมไปไม่ได้เลยก็คือเรื่องของอุปกรณ์สำหรับการสร้างภาพเสมือนจริงที่ทาง Facebook ได้เข้าซื้อ Oculus ไปแล้วและจะมีการเปิดตัววางจำหน่าย Oculus Rift เวอร์ชันผู้บริโภคออกมาในเร็วๆ นี้ ฉันไม่แน่ใจเท่าไรเหมือนกันหรอกนะว่าจะมีบริษัทอื่นๆ ที่มีความเข้าใจในกลยุทธ์แบบเดียวกันกับที่ Facebook ใช้บนอุปกรณ์เคลื่อนที่และการสร้างภาพเสมือนจริงนี้ ยกเว้นก็แต่ Google ที่อาจจะมีความเป็นไปได้อยู่(ผู้แปลเขียน : ไม่แปลกครับผมว่าใช่เลยเพราะรูปแบบของธุรกิจการโฆษณาบนอุปกรณ์เคลื่อนที่นั้นก็คล้าย Google มาก แถมอุปกรณ์สร้างภาพเสมือนจริงนั้น ก็ไปคล้ายกับ Google Cardboard อีก)

2015 was the year big tech companies all started to look the same 600 05

Dieter : ส่วนตัวผมแล้วไม่ให้เครดิตกับ Google มากขนาดนั้นหรอกนะ ในส่วนของเรื่องของอุปกรณ์สำหรับการสร้างภาพเสมือนจริงอย่าง Google Cardboard นั้นถึงแม้ว่าในช่วงที่ผ่านมาจะมีผู้ใช้ค่อนข้างที่จะเยอะพอสมควร แต่เมื่อมองในระยะยาวแล้วมันคงไม่สามารถจะอยู่รอดได้หรอก แต่ใช่เลยผมเห็นด้วยกับที่คุณ(Lauren) บอกว่าปี 2015 ที่ผ่านมานั้นเป็นปีที่ Facebook เดินเกมกลยุทธ์ของตัวเองได้เป็นอย่างดีและถือว่าเป็นปีที่ดีมากสำหรับ Facebook เลยนะ มันมากพอที่จะทำให้ผมพนันว่า Microsoft รู้สึกอิจฉา Facebook ได้เลยหล่ะ

มีใครอื่นอีกไหมที่เราลืมพวกเขาไป?

Lauren : Samsung? HTC?

Dieter : ผมหมายถึง HTC ที่ได้ทำให้สมาร์ทโฟนระบบปฎิบัติการ Android นั้นมองแล้วแยกกันแทบไม่ต่างไปจาก iPhone หล่ะ(TheVerge เล่นประเด็นนี้ค่อนข้างเยอะครับ และนักเขียนของ TheVerge หลายๆ คนต่างเห็นเป็นเสียงเดียวกันว่า HTC One M9 นั้นเหมือน iPhone 6 มากๆ จะต่างกันก็ตรงระบบปฎิบัติการเท่านั้น) ถ้าไม่เคยมีหลักฐานบ่งบอกมาก่อนว่า HTC เป็นคนละบริษัทกันกับ Apple แล้วหล่ะก็ผมคิดว่า HTC อาจจะเป็นบริษัทลูกของ Apple ก็เป็นได้นะ

Lauren : อ้อใช่ เราน่าจะหมดเรื่องคุยกันแล้วนะสำหรับหัวข้อนี้ อ้อๆ !!! เดี่ยวก่อนๆ แล้ว Twitter หล่ะ???

Dieter : นี่เธอจะต่อรอบแพ้คัดออกหรอ(อย่างไรก็ตามผมว่ามันจะมากไปหน่อยไหมเนี่ย) การหาสิ่งที่ Twitter พยายามที่จะเป็นนี่มากกว่าการใช้ชีวิตในหนึ่งชั่วอายุคนอีกนะ ไม่แน่ว่าในปีหน้านี้ Twitter อาจจะหยุดพยายามที่จะเป็น Facebook สักทีและ CEO อย่าง Jack Dorsey(คนเก่าก็พยายามที่จะนำเสนออะไรใหม่ๆ อีกครั้ง) อาจจะสร้างความแตกต่าง(และมีประโยชน์) ได้อย่างถูกทางสักที แต่ว่าอย่างไรก็ตามผมคิดว่าข่าวลือที่ไม่มีวันสิ้นสุดเกี่ยวกับเรื่องที่พวกเขา(Twitter) จะทำการเปลี่ยนหน้ามาตรฐานของ timeline ซึ่งกลายมาทวีตที่ติดอยู่ในอันดับยอดนิยมเกือบจะทั้งปีนั้นอาจจะกลายเป็นเรื่องจริงขึ้นมาสักทีในปี 2016 นี้ก็ได้นะ ยังไงก็ตามทุกๆ คนต่างก็ชอบขั้นตอนวิธีนี้กันทั้งนั้นแหละ(หมายถึงการสร้างข่าวลือว่าจะทำเพื่อให้ตัวเองอยู่ในกระแสไปเรื่อยๆ)

Lauren : ฉันไม่แคร์หลอกนะว่าพวกเขาจะพูดเกี่ยวกับคุณว่ายังไง Twitter ยังไงซะคุณก็ถือว่าเป็นสถานที่พิเศษในหัวใจของฉันเสมอ และฉันรู้ดีว่าคุณ(หมายถึง Twitter) ไม่ใช่ Facebook แน่นอน

Dieter : โอเคๆ งั้นเรามาสรุปกันเลยดีกว่า

  • Google พยายามที่จะเป็นทั้ง Apple และ Microsoft
  • Apple พยายามที่จะเป็น Google
  • Microsoft พยายามที่จะเป็น Google และ Apple
  • Twitter พยายามที่จะเป็น Facebook
  • Facebook มีทางเดินเป็นของตัวเอง

อ้อๆ แล้ว Amazon คุณควรจะดีใจที่ได้รับการกล่าวถึงในตอนท้ายนะครับ(ถึงแม้ว่าจะเป็นการพูดถึงเพียงครั้งเดียวในตอนท้ายจริงๆ) หลังจากที่คุณล้มเหลวไม่เป็นท่ากับ Fire Phone(ซึ่งไม่ต้องบอกก็พอจะเดาออกว่า Amazon พยายามที่จะลอกเลียนแบบใครครับ)

สรุป

หากทุกท่านอ่านมาจนถึงตอนจบนั้นจะเห็นได้ครับว่าจริงๆ แล้วในปี 2015 ที่ผ่านมานั้นบริษัททางด้านเทคโนโลยีใหญ่ๆ นั้นมีการเปลี่ยนแปลงไปในทิศทางใดกันบ้าง ทั้งนี้บางส่วนของข้อความก็อาจจะตรงกับที่คุณคิดหรืออาจจะไม่ตรงก็ได้เพราะอย่างไรแล้วนี่ก็เป็นเพียงความคิดเห็นของบรรณาธิการ The Verge เพียง 2 ท่านอย่าง Lauren Goode และ Dieter Bohn เท่านั้น ก่อนจากกันเรามีลิสต์รายการคลิปรีวิวที่ทาง The Verge ได้ทำการรีวิวไปแล้วได้พูดถึงในบทความนี้มาฝากให้ทุกท่านไปลองติดตามกันดูครับ

ที่มา : theverge



© Copyright - Notebookspec.com All Rights