Home » 4. Other News

[Recommend] แนะนำ 10 คีย์บอร์ดเพื่อการเล่นเกมน่าใช้ในปี 2017 เกมเมอร์ตัวจริงควรมีติดตัว!

19 May 17 - By l

คีย์บอร์ดสำหรับเล่นเกมที่วางขายกันมากมายใช่ว่าทุกตัวจะมีคุณสมบัติเท่ากันหมดซึ่งคีย์บอร์ดบางรุ่นก็มีคุณสมบัติเฉพาะตัวแตกต่างกันไปตามความต้องการของผู้ใช้งานทำให้การเลือกซื้อต้องพิจารณากันให้ดีแต่ถ้าหากคุณเป็นมือใหม่ที่ยังไม่รู้ว่าจะเลือกรุ่นอะไรหรือมือเก่าแต่อยากอยากลองของใหม่ในวันนี้ก็มี 10 คีย์บอร์ดเด็ด ๆ น่าใช้ในปี 2017 มาให้ลองพิจารณากัน

keyg

 

Logitech G413 Carbon

keyg2

G413 Carbon เป็นคีย์บอร์ดที่มีราคาไม่แีงมากแต่ดูดีมีระดับด้วยการออกแบบที่ดุดันแข็งแกร่งด้วยวัสดุอลูมีเนียม-แม็กนีเซียมอัลลอยให้ความเรียบหรูมีประสิทธิภาพด้วยสวิตช์ Romer-G ที่มีระยะห่างเพียง 1.5mm ทำให้การกดปุ่มเร็วกว่าแถมยังให้ความเงียบไร้เสียงรบกวน มี Key Cap เสริมอีก 12 ตัวรองรับการเล่นเกมประเภท FPS หรือ MOBA ได้

นอกจากนี้ทางด้านปุ่มกดก็ยังมีไฟสีแดงส่องแสงด้านใต้ให้ความสวยงามและช่วยทำให้เล่นเกมได้ดีขึ้นในตอนกลางคืนหรือที่ที่มีแสงน้อยมันจึงเป็นคีย์บอร์ดที่น่าเล่นมาก ๆ สำหรับคนที่ไม่ชอบของราคาแรง

 

Razer BlackWidow Chroma V2

keyg3

คีย์บอร์ดจากค่าย Razer มีจุดเด่นที่ปุ่มกดมาโครคีย์ได้ 5 รูปแบบมีสวิตช์เป็นของตัวเองมีหลากหลายแบบให้เลือกเช่น Razer Green , Razer Orange และ Razer Yellow ซึ่งจะมีคุณสมบัติแตกต่างกันแต่ครอบคลุมตั้งแต่เสียงกดแบบ “คลิก” หรือเน้นเสียงเงียบ , หรือกดจังหวะเดียว/สองจังหวะ Razer Blackwidow ตัวนี้ตอบโจทย์ให้คุณได้

นอกจากประสิทธิภาพแล้วเรื่องความสวยงามก็เป็นจุดเด่นของรุ่นที่มีชื่อ Chroma พ่วงเพราะมีสีปรับแต่งได้ถึง 16.8 ล้านสีตั้งเอ็ฟเฟ็กต์ได้ตามต้องการมันจะทำให้การเล่นเกมยามค่ำคืนมีสีสันสุด ๆ ไปเลยล่ะครับ

 

Topre Realforce RGB

keyg4

คีย์บอร์ดที่ยี่ห้อจากญี่ปุ่นที่พกพาประสิทธิภาพและความสวยงามใยระดับที่เรียกว่า “The Best” กันเลยทีเดียวเริ่มจากสวิตช์ Topre ที่ให้จังหวะกด 2 จังหวะ (tactile) ความรู้สึกเทียบเท่ากับ Cherry MX ใช้แรงกดน้อยตอบสนองไวและหลักการทำงานของสวิตช์จะใช้ไฟฟ้าสถิตย์เป็นตัวสั่งการด้วยล้ำสมัยสุด ๆ

ในด้านอื่น ๆ ตัว Key Cap เองผู้ใช้สามารถนำคีย์ของ Cherry MX มาใช้แทนกันได้บวกกับสีสันของแสงไฟก็มีให้ปรับแต่งกันอย่างเมามันถึง 16.8 ล้านสีปรับแต่งได้ทีละปุ่มและฟีเจอร์เด็ดดวงอีกอย่างคือสามารถปรับค่า Actuation Point ระยะการทำงานของสวิตช์ได้เองถึง 3 ระดับได้แก่ 1.5mm , 2.2mm และ 3.0mm เรียกว่าจะเล่นเกมก็ได้จะพิมพ์งานก็ดีครบเครื่องไปเลย

 

Corsair K95 RGB Platinum

keyg5

มาพร้อมกับหน่วยความจำ 8MB onboard บันทึกมาโครคีย์ได้ 3 รูปแบบแต่คีย์บอร์ดของ Corsair ตันี้จะหนักไปทางสีสันและการออกแบบที่สวยงามมากกว่าครับโดยจะมีไฟที่เรียกกันว่า LightEdge จะอยู่ด้านบนของคีย์บอร์ดปรับแต่งสีได้หลากหลาย มีการใช้วัสดุที่ทนทานด้วยอลูมีเนียมเกรดทหารให้ความแข็งแกร่งและก็สวยงามไปในตัว

ถึง K95 RGB Platinum จะดูพรีเมี่ยมแต่ก็ไม่ได้ละเลยถึงหลักสรีรศาสตร์ความสบายของผู้ใช้โดยคีย์บอร์ดตัวนี้จะมีแผ่นยางรองข้อมือมาให้ด้วยครับป้องกันอาการปวดเมื่อยเวลาเล่นเกมนาน ๆ

 

Razer Ornata

keyg6

คีย์บอร์ดลูกผสมที่มีสวิตช์ทั้งกลไก Mechanical และแบบยาง Membrane เข้าด้วยกันซึ่งผลที่ได้ผู้ใช้จะสามารถกดออกคำสั่งได้ไวกว่าเพราะมีช่วงกดที่สั้นและให้เสียงเงียบกว่าเดิมหรือประมาณ Green Switch ของ Razer ในแบบเพิ่มประสิทธิภาพเล็กน้อย ตัวบอดี้ก็ยังมีน้ำหนักที่เบาเหมาะแก่การพกพา

ขึ้นชื่อว่า Razer ก็ต้องมีจุดเด่นเรื่องแสงสีอยู่แล้วครับมาพร้อมกับไฟ RGB 16.8 ล้านสีปรับแต่งเอ็ฟเฟ็กต์มากถึง 6 รูปแบบแสงไฟให้ความเข้มสดใสชนิดที่ว่าต่อให้เล่นในตอนกลางวันมันก็ยังดูสวยงามอยู่ดีและที่ขาดไม่ได้เลยก็คือแผ่นรองข้อมือหมดปัญหาเรื่องอาการเมื่อยล้าเอาใจเกมมเอร์สายโหดที่ชอบเล่นเกมนาน ๆ ได้ดีนักแล

 

Cherry MX Board 6.0

keyg7

เป็นคีย์บอร์ดเรือธงของ Cherry ที่ใช้สวิตช์ MX Red ทำให้กดออกคำสั่งได้เร็วพร้อมกับการจัดเรียงตำแหน่งระยะห่างของของปุ่มกดที่ใกล้บวกกับการใช้เทคโนโลยี Realkey ทำให้การประมวลสัญญาณที่เร็วสามารถกดพิมพ์ได้ดีรวดเร็วขึ้น ตัวบอดี้ทำจากอลูมีเนียมและไฟสีแดงส่องแสงบนปุ่มคีย์บอร์ดทำให้ MX Board 6.0 ดูหรูหราไม่ดูเป็นคีย์บอร์ดธรรมดา ๆ ทั่วไป

 

Logitech G810

keyg8

หากใครต้องการสไตล์ที่เรียกว่า Minimal แล้วล่ะก็ G810 คือคำตอบครับเพราะจุดเด่นของมันอย่างแรกคือการออกแบบที่เรียบง่าย พื้นผิวของปุ่มจะปกป้องลาย/รอยนิ้วมือของผู้ใช้พ่วงด้วยสวิตช์ Romer-G จาก Logitech ให้การตอบสนองแรงกดที่เร็วกว่าสวิตช์ปกติถึง 25% เหมาะสำหรับเล่นเกมที่จริงจัวหรือใช้แข่งขันก็ได้เพราะความเร็วคือหนึ่งในปัจจัยที่นำพาชัยชนะมาให้

แม้จะไม่มีช่อง USB Pass-Through มาให้แต่ก็ทดแทนด้วยสีสันของแสงไฟ 16.8 ล้านสีปรับแต่งได้อิสระสามารถแยกเป็นเกม ๆ ได้เลยว่าเล่นเกมนี้อยากให้คีย์บอร์ดมีอะไรและมีปุ่มกดสำหรับมัลติมีเดียมาให้ด้วยจึงเรียกว่า Logitech G810 เป็นคีย์บอร์ดอีกหนึ่งตัวสำหรับคนที่ชอบเล่นเกมแบบจริงจัง

 

SteelSeries Apex M500

keyg9

เป็นคีย์บอร์ดทางเลือกนอกจาก G810 ข้างต้นเพราะมันมาพร้อมกับดีไซน์ที่เรียบง่ายกะทัดรัดเหมือนกันแต่จะใช้สวิตช์จาก Cherry MX Red สีแดงที่ตอบสนองกับการเล่นเกมได้ดีทุกแนวเกม มีไฟ LED สีน้ำเงินส่องแสงซึ่งสามารถปรับระดับความเข้ม มีปุ่มลัดกดคำสั่งได้รวดเร็วและมีซอฟต์แวร์ที่เอาไว้ปรับค่าบนคีย์บอร์ดได้ตามใจชอบครับ

 

Cougar Attack X3 RGB

keyg10

คีย์บอร์ดสุดอึดเพราะมันทำจากอลูมีเนียมและการออกแบบที่ใหญ่โตทำให้มันเป็นคีย์บอร์ดที่แค่มองก็รู้ว่ามันทนทานต่อทุกการใช้งานขนาดไหนแต่ความอึดก็ยังมีฟีเจอร์เจ๋ง ๆ อีกมากเช่น N-Key rollover , Polling Rate ที่ 1,000Hz , แผ่นยางด้านใต้กันลื่นหรือจะเป็นไฟ RGB ที่ส่องแสงยามค่ำคืนได้อลังการงานสร้าง

แม้ว่าจะไม่มีแผ่นรองข้อมือแถมมาให้แต่ก็มีสายแบบถักมีช่อง USB ถึง 2 ช่องมาให้ทดแทนครับ

 

G.Skill Ripjaws KM570

keyg11

ปิดท้ายด้วย G.Skill Ripjaws KM570 ที่มีสวิตช์ Cherry MX ถึง 3 สีให้เลือกใช้งานได้แก่ Blue , Brown , Red ตอบโจทย์ทุกความต้องการของผู้ใช้จะเน้นกดเสียงดังหรือเสียงเงียบมีหมด มีการออกแบบตัวแป้นให้มีความโค้งเพื่อความสบายมือของผู้ใช้งาน มีไฟบนปุ่มสีแดงเพลิงสามารถปรับเอ็ฟเฟ็กต์ได้ 7 แบบหรือปรับแต่งแสงไฟแต่ละปุ่มก็ได้

และราคาของมันก็ตกอยู่ที่ประมาณ 3,000 กว่าบาทก็ถือว่าไม่แพงมากครับเหมาะสำหรับมือใหม่ที่อยากได้คีย์บอร์ดเกมมิ่งเท่ ๆ ไว้ใช้สักตัว G.Skill รุ่นนี้เป็นตัวเลือกที่ดีเลยล่ะครับ

ทั้ง 10 คีย์บอร์ดที่ว่ามานี้ก็หวังว่าจะถูกใจคุณผู้อ่านไม่มากก็น้อยนะครับ

ที่มา: Techradar



© Copyright - Notebookspec.com All Rights