Home » Special Story

10 สมาร์ทโฟนระบบปฏิบัติการ Android ในยุคของ Android สถาปัตยกรรม 64-bit ที่กำลังจะมา!!

5 Jan 15 - By l

หากจะพูดถึงสมาร์ทโฟนที่เปิดศักราชการประมวลผลที่ระดับ 64-bit นั้นคงหนีไม่พ้น iPhone 5s ของทาง Apple ที่มาพร้อมกับชิปเซ็ท A8 ที่สามารถทำการประมวลผลได้ที่ระดับ 64-bit อย่างเป็นทางการบนอุปกรณ์เคลื่อนที่ชิปเซ็ทแรกของโลกครับ ในครั้งนั้นเรียกได้ว่า iPhone 5s นั้นสามารถที่จะทำการสร้างกระแสของเรื่องการประมวลผลแบบ 64-bit ที่มีทั้งดีและไม่ดีครับ โดย ณ เวลานั้นฝั่ง Android ได้มีผู้ผลิตชิปเซ็ทระดับโลกอย่าง Qualcomm ได้ออกมากล่าวครับว่าสิ่งที่ Apple ทำนั้นยังถือว่าไร้ประโยชน์และเป็นการเร็วเกินไปที่จะนำเอาการประมวลผลแบบ 64-bit มาใช้บนอุปกรณ์เคลื่อนที่ หรือจะเรียกง่ายๆ ก็คือมันเป็นสิ่งที่เกินความจำเป็นไปในมุมมองของ Qualcomm นั่นเองครับ

arm-64-bit 600

ทว่าไม่ทันจะถึง 2 – 3 เดือนดี Qualcomm เองก็ต้องออกมากลับลำครับ เมื่อกระแสของฝั่งผู้ใช้ต่างก็เริ่มที่อยากจะเห็นสมาร์ทโฟน(และแท็บเล็ต) ที่มาพร้อมกับความสามารถในการประมวลผลแบบ 64-bit กันอย่างสมบูรณ์ แถมในช่วงกลางถึงปลายปี 2014 ที่ผ่านมานั้นทาง Google และ Qualcomm เองต่างก็ออกมายอมรับว่ากระแสของ 64-bit นั้นมาแรงจริงๆ โดยทาง Google ก็ได้มีการเปิดตัว Android 5.0 Lollipop ที่สนับสนุนการประมวลผลในระดับ 64-bit ออกมาอย่างเป็นทางการ นั่นทำให้กระแสความต้องการของผู้บริโภคนั้นมากขึ้นครับ

android 64 bit 01 600

เพื่อเป็นการตอบรับกระแสนั้น อีกทั้งเป็นการโต้ตอบเท่าที่ฝั่ง Android จะสามารถทำกับการจู่โจมในเรื่องของการประมวลผลแบบ 64-bit แบบเต็มรูปแบบกลับไปยัง Apple ทั้งทางบริษัทผู้ผลิตสมาร์ทโฟน, ผู้ผลิตชิปเซ็ทอย่าง Qualcomm และ MediaTek รวมไปถึงผู้ผลิตซอฟต์แวร์อย่าง Google จึงได้ทำการจัดเต็มสมาร์ทโฟนที่รองรับการประมวลผลในระดับ 64-bit ซึ่งจะพร้อมวางขาย(รวมถึงบางรุ่นก็มีการวางขายในช่วงปลายปี 2014 ไปแล้ว) ในปี 2015 นี้ครับ วันนี้ทางทีมงานจึงได้นำเอารายละเอียดของสมาร์ทโฟน(รวมไปถึง phablet) ฝั่งระบบปฏิบัติการ Android ที่มาพร้อมกับความสามารถในการประมวลผลในระดับ 64-bit มาแนะนำให้ทุกท่านได้รู้จักกัน ถึง 10 รุ่นด้วยกัน จะมีอะไรบ้างนั้นไปติดตามกันได้เลยครับ

Oppo R5

oppo r5 600

สำหรับ Oppo นั้นเรียกได้ว่าเป็นอีกหนึ่งบริษัทผู้ผลิตสัญชาติจีนที่เข้ามาทำตลาดในเมืองไทยอย่างเป็นทางการแล้วครับ ผลิตภัณฑ์ของ Oppo นั้นได้รับการยอมรับในวงกว้างว่ามีคุณภาพมาก สำหรับ Oppo R5 นั้นเป็นสมาร์ทโฟน(ที่อยู่ในจำพวก phablet) ในระดับกลางไปจนถึงบน ด้วยชิปเซ็ท Qualcomm Snapdragon 615 ที่เป็นแบบ Octa-core โดยแบ่งเป็น?Quad-core 1.5 GHz Cortex-A53 และ quad-core 1.0 GHz Cortex-A53 หน่วยความจำ(Ram) 2 GB แหล่งเก็บข้อมูลภายใน 16 GB หน้าจอขนาด 5.2 นิ้วรองรับความละเอียดที่ระดับ 1080 x 1920 pixels แบบ AMOLED

ตัวเครื่องมีขนาดอยู่ที่?148.9 x 74.5 x 4.9 mm ซึ่งถือว่าบางมากเลยทีเดียว น้ำหนักอยู่ที่ 155 g แบตเตอรี่ความจุ 2,000 mAh มาพร้อมกับความสามารถในการชาร์จแบตเตอรี่ได้รวดเร็วถึง 75% ในเวลา 30 นาที กล้องหลังความละเอียด 13 MP กล้องหน้าความละเอียด 5 MP รองรับการเชื่อมต่อแบบ 4G LTE Cat 4 ที่มีความเร็วดาวน์โหลดสูงสุดอยู่ที่ 150 Mbps เริ่มวางจำหน่ายในเดือนธันวาคมของปี 2014 ที่ผ่านมาเฉพาะในประเทศจีน แต่น่าเสียดายที่ยังคงใช้ระบบปฏิบัติการ Android 4.4.4 KitKat ที่ยังไม่รองรับการประมวลผลที่ระดับ 64-bit ซึ่งต้องรอให้ทาง Oppo ออกอัพเดท Android 5.0 Lollipop ออกมาครับ

หมายเหตุ – มีข่าวออกมาด้วยครับว่าทางประเทศอินเดียจะเริ่มให้ pre-order Oppo R5 ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคมเป็นต้นไป ด้วยราคาอยู่ที่ INR 29,990 หรือประมาณ 15,600 บาทครับ

Huawei Honor 4X

Huawei Honor 4X 600

สำหรับ?Huawei Honor 4X นั้นเป็นสมาร์ทโฟน(ที่อยู่ในจำพวก phablet) ที่อยู่ในระดับกลางไปจนถึงล่างครับ โดย?Huawei Honor 4X จะมาพร้อมกับหน้าจอขนาด 5.5 นิ้วแบบ IPS รองรับความละเอียดที่ 720 x 1280 pixels (ซึ่งจะว่าไปแล้วก็น้อยไปหน่อยครับ) ใช้ชิปเซ็ท Qualcomm Snapdragon 410 แบบ?Quad-core 1.2 GHz Cortex-A53 หน่วยความจำ(Ram) 2 GB แหล่งเก็บข้อมูลภายในขนาด 8 GB สามารถเพิ่มได้ผ่าน microSD card

กล้องหลังความละเอียด 13 MP กล้องหน้าความละเอียด 5 MP ตัวเครื่องมีขนาดอยู่ที่ 152.9 x 77.2 x 8.7 mm น้ำหนักอยู่ที่ 165 g แบตเตอรี่ความจุ 3,000 mAh รองรับการเชื่อมต่อแบบ 4G LTE Cat 4 ที่มีความเร็วดาวน์โหลดสูงสุดอยู่ที่ 150 Mbps วางจำหน่ายแล้วในประเทศจีนตั้งแต่เดือนตุลาคม 2014 ที่ผ่านมา?แต่น่าเสียดายที่ยังคงใช้ระบบปฏิบัติการ Android 4.4.2 KitKat ที่ยังไม่รองรับการประมวลผลที่ระดับ 64-bit ซึ่งต้องรอให้ทาง Huawei ออกอัพเดท Android 5.0 Lollipop ออกมาครับ

Huawei Ascend Y550 4G

Huawei Ascend Y550 4G 600

ยังคงอยู่กับทาง Huawei ครับ โดยรุ่นที่ 3 ที่นำมาเสนอให้ทุกๆ ท่านได้รู้จักกันก็คือ?Huawei Ascend Y550 4G ซึ่งเป็นเครื่องที่อยู่ในระดับกลางถึงล่างเช่นเดียวกับ Honor 4X(แต่จะเน้นกลุ่มเริ่มต้นมากกว่า) สำหรับ?Huawei Ascend Y550 4G นั้นจะมาพร้อมกับหน้าจอขนาด 4.5 นิ้วแบบ IPS รองรับความละเอียดที่ระดับ 480 x 854 pixels?ใช้ชิปเซ็ท Qualcomm Snapdragon 410 แบบ Quad-core 1.2 GHz Cortex-A53 หน่วยความจำ(Ram) 1 GB แหล่งเก็บข้อมูลภายในขนาด 4 GB สามารถเพิ่มได้ผ่าน microSD card

กล้องหลังความละเอียด 5 MP กล้องหน้าความละเอียด 2 MP ตัวเครื่องมีขนาดอยู่ที่ 133 x 68 x 9.5 mm?น้ำหนักอยู่ที่ 153 g แบตเตอรี่ความจุ 2,000 mAh รองรับการเชื่อมต่อแบบ 4G LTE Cat 4 ที่มีความเร็วดาวน์โหลดสูงสุดอยู่ที่ 150 Mbps วางจำหน่ายแล้วในประเทศจีนตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน?2014 ที่ผ่านมา แต่น่าเสียดายที่ยังคงใช้ระบบปฏิบัติการ Android 4.4.2 KitKat ที่ยังไม่รองรับการประมวลผลที่ระดับ 64-bit ซึ่งต้องรอให้ทาง Huawei ออกอัพเดท Android 5.0 Lollipop ออกมาครับ

Oppo 1105

oppo-1105 600

ต่อกันรุ่นที่ 4 ที่ยังคงอยู่กับผู้ผลิตจากประเทศจีนอยู่ครับ สำหรับรุ่นที่ 4 ที่นำมาเสนอให้กับทุกท่านนั้นก็คือ?Oppo 1105 หรือในอีกชื่อหนึ่งว่า baby Oppo Find 7 ซึ่งเป็นรุ่นที่เน้นตลาดสำหรับผู้เข้ามาใช้สมาร์ทโฟนเป็นเครื่องแรก ด้วยหน้าจอขนาด 4.5 นิ้วแบบ IPS รองรับความละเอียดที่ระดับ 480 x 854 pixels ใช้ชิปเซ็ท Qualcomm Snapdragon 410 แบบ Quad-core 1.2 GHz Cortex-A53 หน่วยความจำ(Ram) 1 GB แหล่งเก็บข้อมูลภายในขนาด 16 GB

กล้องหลังความละเอียด 5 MP รองรับการถ่ายภาพแบบ HDR กล้องหน้าความละเอียด 2 MP ตัวเครื่องมีขนาดอยู่ที่ 132 x 65.8 x 9.2 mm?น้ำหนักอยู่ที่ 132 g แบตเตอรี่ความจุ 1,800 mAh รองรับการเชื่อมต่อแบบ 4G LTE Cat 4 ที่มีความเร็วดาวน์โหลดสูงสุดอยู่ที่ 150 Mbps วางจำหน่ายแล้วในประเทศจีนตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน?2014 ที่ผ่านมาราคาอยู่ที่ $212 หรือประมาณ 7,000 บาท แต่น่าเสียดายที่ยังคงใช้ระบบปฏิบัติการ Android 4.4.4 KitKat ที่ยังไม่รองรับการประมวลผลที่ระดับ 64-bit ซึ่งต้องรอให้ทาง Oppo?ออกอัพเดท Android 5.0 Lollipop ออกมาครับ

Lenovo Sisley S90

Lenovo-S90-Sisley 600

ยังคงอยู่กับสมาร์ทโฟน(ที่อยู่ในจำพวก phablet) ในระดับกลางจนถึงล่างสำหรับผู้เริ่มต้นใช้ครับ แต่ในคราวนี้เปลี่ยนมาเป็นผู้ผลิตที่พึ่งจะได้รวมเอา Motorola เข้าไปอย่าง Lenovo ด้วยรุ่น Sisley S90 ที่ตัวเครื่องจะมาพร้อมกับหน้าจอขนาด 5 นิ้วแบบ Super AMOLED รองรับความละเอียดที่ระดับ 720 x 1280 pixels?ใช้ชิปเซ็ท Qualcomm Snapdragon 410 แบบ Quad-core 1.2 GHz Cortex-A53 หน่วยความจำ(Ram) 1 GB แหล่งเก็บข้อมูลภายในขนาด 16 GB ไม่สามารถเพิ่มผ่าน microSD card ได้

ถึงจะเน้นตลาดระดับล่างแต่ Sisley S90 นั้นมาพร้อมกับกล้องหลังความละเอียด 13 MP กล้องหน้าความละเอียด 8 MP ตัวเครื่องมีขนาดอยู่ที่ 146 x 71.7 x 6.9 mm?น้ำหนักอยู่ที่ 129 g แบตเตอรี่ความจุ 2,300 mAh รองรับการเชื่อมต่อแบบ 4G LTE Cat 4 ที่มีความเร็วดาวน์โหลดสูงสุดอยู่ที่ 150 Mbps วางจำหน่ายแล้วในประเทศจีนตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน 2014 ที่ผ่านมา แต่น่าเสียดายที่ยังคงใช้ระบบปฏิบัติการ Android 4.4.4 KitKat ที่ยังไม่รองรับการประมวลผลที่ระดับ 64-bit ซึ่งต้องรอให้ทาง Lenovo?ออกอัพเดท Android 5.0 Lollipop ออกมาครับ

Elephone P6000

Elephone-P6000 600

สำหรับในรุ่นต่อมานั้นอาจจะไม่ค่อยเป็นที่รู้จักกับชาวไทยกันสักเท่าไรนัก แต่ทว่าในจีนนั้นถือได้ว่าดังพอดูเลยทีเดียวครับ โดย?Elephone P6000 นั้นเป็นสมาร์ทโฟน(ที่อยู่ในจำพวก phablet) ที่ตัวเครื่องจะมาพร้อมกับหน้าจอขนาด 5 นิ้วรองรับความละเอียดที่ระดับ 720 x 1280 pixels พร้อมทั้งมีชั้นฟิมล์ที่สามารถป้องกันแสงสีฟ้าที่อยู่ในช่วง 380 – 410 um ได้ถึง 100% กับช่วง 420 – 450 um ได้ถึง 60% ช่วยในการถนอมสายตา ใช้ชิปเซ็ท MediaTek รุ่น MT6732 ที่เป็น quad-core ความเร็ว 1.5 GHz พร้อม GPU รุ่น Mali T760 16 cores หน่วยความจำ(Ram) 2 GB แหล่งเก็บข้อมูลภายในความจุ 16 GB สามารถเพิ่มผ่าน microSD card ได้สูงสุด 64 GB

Elephone P6000 ยังรองรับการเล่นไฟล์มีเดียแบบ H.265 HEVC ที่ให้ความขมชัดมากกว่าเดิม?กล้องหลังความละเอียด 13 MP กล้องหน้าความละเอียด 2 MP ตัวเครื่องมีขนาดอยู่ที่ 144.5 x 71.6 x 8.9 mm น้ำหนักอยู่ที่ 165 g แบตเตอรี่ความจุ 2,700 mAh รองรับการเชื่อมต่อแบบ 4G LTE Cat 4 ที่มีความเร็วดาวน์โหลดสูงสุดอยู่ที่ 150 Mbps?วางจำหน่ายแล้วในประเทศจีนตั้งแต่เดือนธันวาคม 2014 ที่ผ่านมาด้วยราคา $170 หรือประมาณ 5,610 บาท แต่น่าเสียดายที่ยังคงใช้ระบบปฏิบัติการ Android 4.4.4 KitKat ที่ยังไม่รองรับการประมวลผลที่ระดับ 64-bit ซึ่งทางบริษัทได้ออกมายืนยันว่าจะมีการปล่อยอัพเดท Android 5.0 Lollipop ออกมาในเร็วๆ นี้ครับ

Samsung Galaxy Mega 2

SONY DSC

ต่อมากับแบรนใหญ่ๆ อย่าง Samsung กันบ้างครับกับ?Samsung Galaxy Mega 2 ที่ในเมืองไทยเรานั้นกลายเป็นลูกเมียน้อยไปอย่างน่าเสียดายเพราะถึงแม้ว่าจะมีการวางจำหน่ายก่อนประเทศอื่น(อย่างเงียบๆ) แต่ทว่าสเปคนั้นก็เป็นรุ่นที่ไม่รองรับ 4G และการประมวลผลที่ระดับ 64-bit ครับ(ในเมืองไทยจะเป็นรุ่นโมเดล SM-G750F ซึ่งใช้ชิปเซ็ท Exynos 4415 ที่ไม่รองรับการประมวลผลในระดับ 64-bit) อย่างไรก็ตามรุ่นโมเดลที่ขายในสหรัฐอเมริกานั้นรองรับทั้งการเชื่อต่อแบบ 4G และการประมวลผลในระดับ 64-bit ครับ(โมเดล SM-G7508) เราไปดูกันดีกว่าครับว่ารุ่นที่รองรับการประมวลผลแบบ 64-bit นั้นจะมีสเปคน่าสนใจขนาดไหน

สำหรับ?Samsung Galaxy Mega 2 นั้นเป็นสมาร์ทโฟนที่มาในรูปแบบของ phablet แบบเต็มตัวครับเพราะตัวเครื่องจะมาพร้อมกับหน้าจอขนาด 6 นิ้วรองรับความละเอียดที่ระดับ 720 x 1280 pixels แต่ทว่าหน้าจอเป็น LCD TFT เท่านั้น?ใช้ชิปเซ็ท Qualcomm Snapdragon 410 แบบ Quad-core 1.2 GHz Cortex-A53 หน่วยความจำ(Ram) 1.5 GB แหล่งเก็บข้อมูลภายในขนาด 16 GB สามารถเพิ่มผ่าน microSD card ได้สูงสุด 64 GB

กล้องหลังความละเอียด 8 MP กล้องหน้าความละเอียด 2.1 MP ตัวเครื่องมีขนาดอยู่ที่ 163.6 x 84.9 x 8.6 mm?น้ำหนักอยู่ที่ 194 g แบตเตอรี่ความจุ 2,800 mAh รองรับการเชื่อมต่อแบบ 4G LTE Cat 4 ที่มีความเร็วดาวน์โหลดสูงสุดอยู่ที่ 150 Mbps วางจำหน่ายแล้วในประเทศสหรัฐอเมริกาและโซนยุโรปตั้งแต่เดือนกันยายน 2014 ที่ผ่านมา (สำหรับในไทยก็วางจำหน่ายในเดือนกันยายนที่ผ่านมาเช่นเดียวกันด้วยราคาเปิดตัวที่ 13,900 บาท) แต่น่าเสียดายที่ยังคงใช้ระบบปฏิบัติการ Android 4.4.3 KitKat ที่ยังไม่รองรับการประมวลผลที่ระดับ 64-bit ซึ่งต้องรอให้ทาง Samsung ออกอัพเดท Android 5.0 Lollipop ออกมาครับ

Samsung Galaxy Note 4

samsung-galaxy-note-4-600

ต่อกันกับสมาร์ทโฟนที่เป็น phablet จากผู้ผลิตชื่อดังที่มุ่งเน้นตลาดระดับบนอย่าง Samsung Galaxy Note 4 ครับ ก่อนอื่นคงต้องบอกก่อนว่าสิ่งหนึ่งที่ Samsung ทำให้ผู้บริโภคในหลายๆ ภูมิภาครู้สึกเหมือนๆ กันก็คือการแตกรุ่นสมาร์ทโฟน(และ phablet) ออกมาเป็นรุ่นย่อยมากมายเต็มไปหมด จนทำให้ข้อมูลของสมาร์ทโฟน(และ phablet) ของทาง Samsung ในแต่ละภูมิภาคนั้นไม่ค่อยจะเหมือนกันสักเท่าไรนัก ซึ่งนั่นก็เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นกับ Samsung Galaxy Note 4 เช่นเดียวกันครับ

หากเราจะแยกรุ่นของ Samsung Galaxy Note 4 ออกเป็นรุ่นย่อยๆ แล้วหล่ะก็จะมีอยู่ 2 รุ่นด้วยกันครับคือ SM-N910S ที่ใช้ชิปเซ็ท?Qualcomm Snapdragon 805 ซึ่งเป็นที่ทราบกันดีว่าไม่รองรับการประมวลผลในระดับ 64-bit และอีกรุ่นคือ SM-N910C ที่ใช้ชิปเซ็ท?Exynos 5433 ซึ่งเป็นหน่วยประมวลผลแบบ Octa-core ที่ประกอบไปด้วย?Quad-core 1.3 GHz Cortex-A53 และ?Quad-core 1.9 GHz Cortex-A57 ที่ตามสเปคแล้วต้องรองรับการประมวลผลที่ระดับ 64-bit แต่ด้วยความที่ Samsung ยังใช้ชื่อรุ่นชิปเซ็ทอยู่ที่ Exynos 5xxx ไม่ใช่ Exynos 7xxxx ที่สนับสนุนการประมวลผลระดับ 64-bit อย่างเป็นทางการนั้นทำให้เกิดความสับสนขึ้นมาครับว่าสรุปแล้ว Samsung Galaxy Note 4 โมเดล SM-N910C สนับสนุนการประมวลผลที่ระดับ 64-bit จริงหรือไม่

อย่างไรก็ตามครับในไทยเรานั้นโมเดลที่นำมาขายก็คือ SM-N910C ที่ใช้ชิปเซ็ท Exynos 5433 ซึ่งตัวผมเองคาดว่าน่าจะสนับสนุนการประมวลผลที่ระดับ 64-bit(หากว่ากันตามสเปค) โดยตัวเครื่องนั้นจะมาพร้อมกับหน้าจอขนาด 5.7 นิ้วแบบ Super AMOLED รองรับความละเอียดที่ระดับ 1440 x 2560 pixels หน่วยความจำ(Ram) 3 GB แหล่งเก็บข้อมูลภายใน 32 GB สามารถเพิ่มผ่าน microSD card ได้สูงสุด 128 GB

กล้องหลังความละเอียด 16 MP พร้อม OIS กล้องหน้าความละเอียด 3.7 MP ตัวเครื่องมีขนาดอยู่ที่ 153.5 x 78.6 x 8.5 mm?น้ำหนักอยู่ที่ 176 g แบตเตอรี่ความจุ 3,220 mAh รองรับการเชื่อมต่อแบบ 4G LTE Cat 4 ที่มีความเร็วดาวน์โหลดสูงสุดอยู่ที่ 150 Mbps(แต่โมเดล N910S จะรองรับ 4G LTE Cat 6 ที่มีความเร็วสูงสุดในการดาวน์โหลดอยู่ที่ 300 Mbps) วางจำหน่ายแล้วในประเทศไทยตั้งแต่เดือนตุลาคม 2014 ที่ผ่านมาด้วยราคาเปิดตัว 25,900 บาท?แต่น่าเสียดายที่ยังคงใช้ระบบปฏิบัติการ Android 4.4.3 KitKat ที่ยังไม่รองรับการประมวลผลที่ระดับ 64-bit ซึ่งต้องรอให้ทาง Samsung ออกอัพเดท Android 5.0 Lollipop ออกมาครับ

HTC Desire 510, Desire 620 และ Desire 820

HTC-Desire-510-620-and-820 600

ถัดไปขอมัดรวม 3 สมาร์ทโฟนซีรีส์ Desire ของทาง HTC เข้าไว้ด้วยกันซึ่งประกอบไปด้วยรุ่น Desire 510, Desire 620 และ Desire 820 ครับ ก่อนอื่นเริ่มต้นที่ Desire 510 ก่อน โดย?Desire 510 นี้จะมีวางจำหน่ายอยู่ 2 โมเดลด้วยกันคือสำหรับโซนสหรัฐอเมริกาซึ่งใช้ชิปเซ็ท Qualcomm Snapdragon 400 ที่ไม่รองรับการประมวลผลที่ระดับ 64-bit แต่ถ้าเป็นโมเดลที่ขายในโซนยุโรปนั้นจะใช้ชิปเซ็ท Qualcomm Snapdragon 410 ที่มาพร้อมกับหน่วยประมวลผล?Quad-core 1.2 GHz Cortex-A53 รองรับการประมวลผลที่ระดับ 64-bit ครับ

ตัวเครื่อง Desire 510 จะมาพร้อมกับหน้าจอขนาด 4.7 นิ้ว รองรับความละเอียดที่ระดับ 480 x 854 pixels หน่วยความจำ(Ram) 1 GB แหล่งเก็บข้อมูลภายใน 8 GB สามารถเพิ่มผ่านทาง microSD card ได้สูงสุด 128 GB กล้องหลังความละเอียด 5 MP กล้องหน้าความละเอียด VGA ตัวเครื่องมีขนาด?139.9 x 69.8 x 10 mm น้ำหนักอยู่ที่ 158 g แบตเตอรี่ความจุ 2,100 mAh เริ่มวางขายตั้งแต่ในเดือนกันยายนปี 2014 รองรับการเชื่อมต่อ 4G LTE ที่ความถี่?800 / 1800 / 2600 ซึ่งยังไม่สามารถใช้ในประเทศไทยได้ และได้เริ่มวางจำหน่ายแล้วตั้งแต่เดือนกันยายน 2014 ที่ผ่านมา

มาต่อกันที่เครื่องระดับสูงขึ้นมาหน่อยกับ Desire 610 ซึ่งยังคงใช้ชิปเซ็ท?Qualcomm Snapdragon 410 ที่มาพร้อมกับหน่วยประมวลผล Quad-core 1.2 GHz Cortex-A53 รองรับการประมวลผลที่ระดับ 64-bit เช่นเดียวกับ Desire 510 แต่ว่าจะมาพร้อมกับหน้าจอขนาด 5 นิ้ว(ทำให้อยู่ในสาย phablet) รองรับความละเอียดที่ระดับ 720 x 1280 pixels?หน่วยความจำ(Ram) 1 GB แหล่งเก็บข้อมูลภายใน 8 GB สามารถเพิ่มผ่านทาง microSD card ได้สูงสุด 128 GB กล้องหลังความละเอียด 8 MP กล้องหน้าความละเอียด 5 ตัวเครื่องมีขนาด 150.1 x 72.7 x 9.6 mm?น้ำหนักอยู่ที่ 160 g แบตเตอรี่ความจุ 2,100 mAh จะเริ่มวางขายตั้งแต่ในเดือนธันวาคมปี 2014 ที่ผ่านมานี้แต่ทว่ายังไร้วี่แววของข่าวครับว่ามีการจำหน่ายอย่างเป็นทางการแล้วหรือไม่

หมายเหตุ – ในไทยนั้นจะมีรุ่น HTC Desire 620G ที่ใช้ชิปเซ็ท Octa-core ของทาง MediaTek รุ่น?MT6592?1.7 GHz Cortex-A7 ทำให้ไม่รับรองการประมวลผลที่ระดับ 64-bit และยังไม่สามารถที่จะใช้งาน 4G LTE ได้อีกด้วยครับ

ถัดมากับรุ่น Desire 820 ที่ถือว่าอยู่ในระดับกลางไปถึงบน โดยตัวเครื่องนั้นมาพร้อมกับชิปเซ็ท Qualcomm Snapdragon 615 ที่มาพร้อมกับหน่วยประมวลผล แบบ Octa-core แบ่งเป็น Quad-core 1.5 GHz Cortex-A53 และ?quad-core 1.0 GHz Cortex-A53?รองรับการประมวลผลที่ระดับ 64-bit ?หน้าจอขนาด 5.5 นิ้ว(ทำให้อยู่ในสาย phablet) รองรับความละเอียดที่ระดับ 720 x 1280 pixels หน่วยความจำ(Ram) 2 GB แหล่งเก็บข้อมูลภายใน 16 GB สามารถเพิ่มผ่านทาง microSD card ได้สูงสุด 128 GB กล้องหลังความละเอียด 13 MP กล้องหน้าความละเอียด 8 ตัวเครื่องมีขนาด 157.7 x 78.7 x 7.7 mm?น้ำหนักอยู่ที่ 155 g แบตเตอรี่ความจุ 2,600 mAh และเริ่มวางจำหน่ายแล้วตั้งแต่เดือนกันยายน 2014 ที่ผ่านมา

อย่างไรก็ตาม Desire ทั้ง 3 รุ่นนั้นยังคงมาพร้อมกับ Android 4.4.2 KitKat ทำให้ยังไม่รองรับการประมวลผลที่ระดับ 64-bit อย่างเต็มรูปแบบต้องรอให้ทาง HTC ออกอัพเดท Android 5.0 Lollipop ออกมาก่อนครับ

Lenovo Vibe Z2

Lenovo Vibe Z2 600

และท้ายสุดกับสมาร์ทโฟนที่รองรับการประมวลผลที่ระดับ 64-bit ที่เราจะนำมาแนะนำให้ทุกท่านได้รู้จักกันวันนี้ก็คือ?Lenovo Vibe Z2 สมาร์ทโฟนรุ่นนี้ถือว่าเป็น phablet เนื่องจากมาพร้อมกับหน้าจอขนาด 5.5 นิ้วแบบ IPS รองรับความละเอียดที่ระดับ 720 x 1280 pixels ใช้ชิปเซ็ท?Qualcomm Snapdragon 410 ที่มาพร้อมกับหน่วยประมวลผล Quad-core 1.2 GHz Cortex-A53?หน่วยความจำ(Ram) 2 GB แหล่งเก็บข้อมูลภายใน 32 GB ไม่สามารถเพิ่มผ่านทาง microSD card ได้ กล้องหลังความละเอียด 13 MP กล้องหน้าความละเอียด 8 ตัวเครื่องมีขนาด 148.5 x 76.4 x 7.8 mm?น้ำหนักอยู่ที่ 158 g แบตเตอรี่ความจุ 3,000 mAh เริ่มวางขายตั้งแต่ในเดือนตุลาคมปี 2014?แต่น่าเสียดายที่ยังคงใช้ระบบปฏิบัติการ Android 4.4 KitKat ที่ยังไม่รองรับการประมวลผลที่ระดับ 64-bit ซึ่งต้องรอให้ทาง Lenovo ออกอัพเดท Android 5.0 Lollipop ออกมาครับ

 

บทสรุป

จริงๆ แล้วในปี 2015 นี้เราน่าจะได้เห็นสมาร์ทโฟน(หรือ phablet) ระบบปฏิบัติการ Android ที่มาพร้อมกับชิปเซ็ทที่สามารถทำการประมวลผลในระดับ 64-bit ทยอยตามกันออกมามากขึ้นครับ รวมเข้ากับระบบปฏิบัติการ Android 5.0 Lollipop ที่รองรับการประมวลผลที่ระดับ 64-bit อย่างเต็มตัวแล้ว น่าจะพอทำให้เราเห็นความเปลี่ยนแปลงในการใช้งานได้ไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง(ที่จะชัดเจนก็คือในเรื่องของความเร็ว) อย่างไรก็ตามแอปพลิเคชันที่จะนำมาใช้งานบนระบบปฏิบัติการ Android นั้นต้องสามารถประมวลผลแบบ 64-bit ได้ด้วยครับ มิเช่นนั้นแล้วเราก็จะไม่ได้เห็นความสามารถในการประมวลผลที่ระดับ 64-bit อย่างที่ควรจะเป็นครับ

ที่มา :?phonearena, gsmarena




© Copyright - Notebookspec.com All Rights