Home » 4. Other News

โฉมหน้าดูการเล่นในเวอรชั่นแรกๆ ของเกม Destiny กับเกม FPS ระดับแนวหน้า

23 Jun 14 - By l

ต่อจากนี้ไปเราจะได้มาดูรีวิวของคุณ Derek จากเว็บ vr-zone โดยเขามีโอกาสได้ไปลองเล่นเกม Destiny ของค่าย Bungie ในเวอร์ชั่นแอลฟ้า ดังนั้นโปรดอย่าลืมว่าใน final version ของเกม อาจจะมีรายละเอียดอะไรที่ต่างไปจากนี้ก็ได้

Destiny-First-Look-Alpha_20140614165255

The Journey Begins

การเดินทางเริ่มต้น

ใน Destiny ผู้เล่นสามารถที่จะเลือกเล่นได้ทั้งหมด 3 คลาส ที่รับรองว่าจะเหมือนกับใน final version ทุกประการ ได้แก่ ตัวเกราะหนักอย่าง Titan, Hunter ที่เคลื่อนไหวได้รวกเร็ว, และเจ้าตัวลุดลึกลับอย่าง Warlock โดยผู้เล่นจะสามารถเลือกเผ่าพันธุ์ (ได้แก่ Exo, มนุษย์ และ Awoken) และเพศให้แก่ตัวละครในคลาสต่างๆ ได้ ทั้งยังสามารถปรับแต่งหน้า ทรงผม และสีตาให้ตัวละครได้อีกด้วย

Destiny-First-Look-Alpha_20140612195316

หลังจากที่ผมคราฟตัว Exo Titan ของผมเสร็จ ผมก็ถูกส่งไปยังพื้นที่เปลี่ยวร้างสุดหนาวเหน็บของรัสเซีย ซึ่งเป็นหนึ่งในโซนในเกมที่ถูกระบุไว้ว่าเป็น N0-Man?s Land ทันทีที่นั่นผมต้องต่อสู้กับ Fallen ซึ่งเป็นหนึ่งในศัตรูในเกม และนี่ก็ถือเป็น firefight ครั้งแรกของผมใน Destiny

FPS mechanics ใน Destiny นั้นยอดเยี่ยมอย่างไม่น่าเชื่อ Bungie ได้นำเอาองค์ประกอบที่ดีที่สุดมาจากทั้ง Call of Duty และ Borderland เพื่อที่จะสร้างสิ่งที่สนุกสุดยอดตั้งแต่เริ่มต้นจนจบ และเพื่อที่จะเข้าใจว่า firefight นั้นทำงานอย่างไร เราจำเป็นที่จะต้องทำความรู้จักกับ Guardian?s Heads Up Display หรือ HUD ซะก่อน

HUD นั้นถูกออกแบบมาคล้ายๆ Halo โดยมันจะมี Shield bar ที่พูดง่ายๆ ก็คือเลือดของตัวละครเรานั่นเอง Shield จะลดเร็วหรือช้านั้นขึ้นอยู่กับความโหดของเกราะเรา และ Defense ของเราเอง ที่ขึ้นอยู่กับชุดที่เราใส่

ความเจ๋งที่แท้จริงของ HUD คือระบบเรดาร์ต่างหาก ซึ่งผมบอกได้เลยว่าเป็นเรดาร์ที่ดีที่สุดเท่าที่ผมเห็นมาในวีดีโอเกม โดยเรดาร์จะถูกแบ่งออกเป็นจตุรภาค และเอาไว้แสดงตำแหน่งของศัตรูที่อยู่ใกล้ๆ เรา ส่วนศัตรูที่อยู่ไกลออกไปจะอยู่ที่ขอบ ขณะที่ศัตรูที่อยู่ใกล้มากๆ ก็จะอยู่จะถูกแสดงใกล้จุดวงกลมที่ศูนย์กลางของเรดาร์

Destiny-First-Look-Alpha_20140613004656

หลังจากที่เรารู้จัก HUD ไปพอสมควรเราเรียนรู้เกี่ยวกับการต่อสู้พื้นฐานกันดีกว่า Guardian ทุกคนจะมีอุปกรณ์คล้ายๆ เจ็ตแพ็กที่สามารถเอาออกมาใช้เป็นเหมือนการยกตัวได้โดยการกด X ค้างไว้ แต่ละคลาสจะมีเทคนิคการกระโดดที่ต่างกัน โดย Hunter จะเป็น double jumpTitan จะเป็น powered jump และ Warlocks จะเป็นการลอยตัว ที่ผมว่ามันไม่ค่อยจะช่วยไรเท่าไร ฮ่าๆ นอกจากการยกตัวแล้ว ตัวละครของเรายังสามารถสไลด์ขณะวิ่งได้อีกด้วย โดยถึงแม้ว่ามันจะเป็นเพียงแค่เรื่องเล็กๆ น้อยๆ แต่ว่าในสถานการณ์คับขับ มันตัดสินระหว่างความเป็นกับความตายได้เลยทีเดียว อย่างไรก็ตามการยกตัวกับการสไลด์ไม่ใช่การล่องหน ส่วนใหญ่ในเกมเราจึงยังต้องอาศัยการหลบศัตรูตามกำบังต่างๆ อยู่เหมือนเดิม โดยเฉพาะเวลาที่ต้องรีโหลดกระสุน และรอแถบ shield กลับมาเต็ม

20140617135935

นอกจากนี้ ในแต่ละคลาสยังมี superpower เป็นของตัวเองอีกด้วย โดย superpower เหล่านี้เป็นพลังแห่งแสงที่เราได้มาจาก the Traveler การใช้พลังนี้จะก่อให้เกิดการโจมตีขั้นสุดยอด

พลังโจมตีขั้นสุดยอดของ Titan จะเรียกว่า Fists of Havoc โดยมันเหมาะที่จะใช้จัดการกับศัตรูที่กระจุกกันอยู่เป็นหมู่มาก โดย Titan จะกระโดดลอยขึ้นไปบนฟ้า จากนั้นจะต่อยมันที่อัดไปด้วยคลื่นแสงลงมายังพื้น เพื่อทำลายล้างศัตรูในบริเวณนั้น

และเนื่องจาก Destiny เป็นเกม FPS ระดับแนวหน้า ดังนั้นการฆ่าด้วยการยิง Headshot จึงเป็นอะไรที่มีความสำคัญ เพราะว่ามันจะสร้างความเสียหายกับศัตรูได้มากกว่าอย่างเห็นได้ชัดเลยทีเดียว

พวกศัตรู AI นั้นก็ทำออกมาได้น่าประทับทีเดียว พวกมันรู้จักที่จะหลบซ่อนจากเราตามที่ต่างๆ และก็โผล่มาจู่โจมเราแบบไม่ให้เรารู้ตัว โดยในแบบแอลฟาที่ผมเล่นนั้นมีศัตรูอยู่ 2 แบบที่เจอ คือพวก Fallen ที่อยู่กับเป็นกลุ่มและมีระบบระเบียบกว่า กับพวก Hive ที่จู่โจมมั่วๆ คล้ายสัตว์และอำมหิตกว่า

แต่ละรูปแบบศัตรูมีระดับและผู้บัญชาการที่แตกต่างกัน ความสามารถเฉพาะตัวที่แตกต่างและอาวุธที่แตกต่าง และสิ่งที่น่าสนใจอย่างหนึ่งคือ พวก Hive และพวก Fallen นั้นก็ไม่กินเส้นกัน พอๆ กับที่ไม่ถูกกับ Guardian ดังนั้น บางทีเวลาเราเล่นเราก็จะได้เห็นพวกมันเกาเหลากันบ่อยๆ เหมือนกัน

หลังจากที่ผม headshot กลุ่มของเจ้าพวก Fallen Vandals ผมก็กระโดดขึ้นไปบน Sparrow และบึ่งมันไปยังจุดหมายสำหรับภารกิจ Sparrow เป็นหนึ่งในสิ่งที่น่าสนใจในเกม ที่จะเอาไว้ใช้พาผู้เล่นจากจุด A ไปยังจุด B ด้วยความเร็วสูง และสำหรับสิ่งที่เยี่ยมที่สุดของ Sparrow นั้นก็คือ มันมีรูปร่างและเสียงที่เหมือนกับ speeder bike ใน Star War เป๊ะเลย

การผจญภัยของผมใน Old Russia นี้ พิสูจน์ให้ผมเห็นชัดเลยว่า Bungie ได้กลายมาเป็นเซียนในการสร้างโลก open-world ไปแล้ว ทุกรายละเอียดนั้นทำออกมาได้ดีมาก เช่น แสงสีนวลของดวงจันทร์ และเฉดสีฟ้าเขียวของแสงเหนือ

ท้ายที่สุดหลังจากที่ผมปราบ the dreaded Fallen Wizard Eir Spawnลงได้ ผมก็ตัดสินใจที่จะไปเยี่ยมชม the Towerป้อมปราการที่ปลอดภัยแห่งสุดท้ายบนโลกนี้และเป็นบ้านของ the Travelerนอกจากนี้ the Tower ยังเป็นเหมือนแหล่งชุมชนที่ผู้เล่นสามารถมาพบปะซึ่งกันและกัน และแลกเปลี่ยนซื้อของ

ที่มา: vr-zone



© Copyright - Notebookspec.com All Rights