Home » 3. Tablet

เทียบกันแบบหมัดต่อหมัดสเปคของแท็บเล็ตรุ่นใหม่อย่าง Nexus 9, iPad Mini 3 และ iPad Air 2

20 Oct 14 - By l

เปิดตัวไปกันเป็นที่เรียบร้อยแล้วครับกับแท็บเล็ตรุ่นใหม่ของทาง Google(ที่ร่วมผลิตกับ HTC) และ Apple โดยสเปคของแท็บเล็ตทั้ง 3 เครื่อง(Nexus 9, iPad Air 2 และ iPad Mini 3) ก็ถือได้ว่าเป็นสเปคที่สูงอยู่พอสมควรเลยครับ แถมการเปิดตัวออกมาในช่วงนี้นั้นคาดว่าเทศกาลหยุดยาว(วันขอบคุณพระเจ้าในต่างประเทศ) และวันคริสมาสนี้ทั้งทาง Google และ Apple ต้องทำการตลากแท็บเล็ตรุ่นใหม่อย่างเต็มที่กันอย่างแน่นอน

หลายๆ ท่านที่ทำการซื้อแท็บเล็ตนั้นก็จะดูที่สเปคของแท็บเล็ตรวมไปถึงราคาเป็นหลักใช่ไหมครับ ช่วงที่ผ่านมา?androidauthority ได้ทำการเปรียบเทียบสเปคของแท็บเลตใหม่ทั้ง 3 รุ่นนี้ซึ่งน่าสนใจมาก ทางทีมงานจึงเอามาฝากให้ทุกๆ ท่านได้อ่านกันครับ แต่ละเครื่องจะมีสเปคเป็นอย่างไรนั้นไปดูตารางเปรียบเทียบด้านล่างนี้ได้เลยครับ

จะเห็นได้ว่าขนาดของ Nexus 9 นั้นจะอยู่กึ่งกลางระหว่าง iPad Mini 3 และ iPad Air 2 ครับ แท็บเล็คทั้ง 3 จะมีความละเอียดของหน้าจอที่เท่ากัน แต่เนื่องด้วยความที่หน้าจอของแต่ละรุ่นนั้นมีขนาดไม่เท่ากันดังนั้นความหนาแน่ของจุด pixel นั้นจึงแตกต่างกันครับโดย Nexus 9 จะมีขนาดจออยู่ที่ 8.9 นิ้ว มีความหน้าแน่ของจุด pixel อยู่ที่ 281 ppi ส่วน iPad Mini 3 จะมีขนาดหน้าจอเล็กที่สุดในกลุ่มคือ 7.9 นิ้ว ทำให้มีความหนาแน่นของจุด pixel อยู่ที่ 326 ppi และท้ายสุดกับ iPad Air 2 ที่มีขนาดจออยู่ที่ 9.7 นิ้ว มีความหน้าแน่ของจุด pixel อยู่ที่ 264 ppi ซึ่งดูจากสเปคแล้ว iPad Mini 3 ก็จะมีความชัดของหน้าจอมากที่สุด เราจะเห็นหน้าจอเป็นเม็ด pixel น้อยกว่ารุ่นอื่น(เพราะมีขนาดหน้าจอที่เล็กกว่า) แต่ทั้งนี้ความแตกต่างของความหนาแน่นของจุด pixel บนหน้าจอของทั้ง 3 รุ่นนั้นก็ไม่ได้แตกต่างกันมากนักสักเท่าไรครับ เพราะในความละเอียดที่ระดับ 2K นี้คุณต้องเพ่งดูจริงๆ ถึงจะมองจุด pixel ออกครับ

สำหรับชิปเซ็ทนั้นตัด iPad Mini 3 ทิ้งออกไปจากกลุ่มได้เลนครับ เพราะด้วยความที่ใช้ชิปเซ็ทรุ่นเก่าอย่าง A7 นั้นย่อมสู้ชิปเซ็ทรุ่นใหม่อย่าง Tegra K1 และ A8X ไม่ได้แน่ๆ สำหรับ A8X นั้นในวันที่มีการเปิดตัวทาง Apple ก็ไม่ได้ให้ข้อมูลอย่างเป็นทางการครับว่าจะรันที่ความถี่สัญญาณนาฬิกาเท่าไร บอกเพียงแต่ว่าเป็นรุ่นที่อัพเกรดจาก A8 ที่ใช้ใน iPhone 6 ทั้ง 2 รุ่น ดังนั้นเราคงได้เห็นประสิทธิภาพที่เพิ่มขึ้นอย่างแน่นอน ท้ายสุดกับ Tegra K1 ของทาง Nexus 9 ซึ่งได้มีผลการทดสอบหลุดออกมาบ้างแล้วครับพบว่า Tegra K1 ของ Nexus 9 นั้นเร็วและแรงจนคะแนนขึ้นมาอยู่ในตารางเป็นอันดับต้นเลยครับ Tegra K1 ของ Nexus 9 นี้เป็นเป็น CPU แบบ Dual-core รุ่นใหม่ที่รองรับการประมวลผลที่ระดับ 64-bit แล้วดังนั้นจึงมั่นใจได้ถึงความแรงครับ(โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับ GPU ที่อยู่บนชิปที่ทาง Nvidia เคลมว่าเป็น GPU ที่แรงระดับล่างของ PC เลยทีเดียว)

มาถึงหน่วยความจำที่ทาง iPad ทั้ง 2 รุ่นยังให้มาที่ 1 GB ส่วน Nexus 9 ให้มาที่ 2 GB ซึ่งตรงนี้ก็ Nexus 9 ชนะไปเต็มๆ ครับ แต่จะเปรียบเทียบกันโดยตรงเลยก็ไม่ถูกนักเพราะระบบปฏิบัติการ iOS และ Android นั้นมีหลักกการในการทำงานไม่เหมือนกัน แต่ยิ่งมีหน่วยความจำมากก็ยิ่งรันโปรแกรมได้มากขึ้นครับ ส่วนแหล่งเก็บข้อมูลนั้นดูเหมือนฝั่ง Nexus 9 จะให้มาน้อยไปหน่อย เพราะฝั่ง iPad ให้มาเยอะกว่า(แต่ก็แรกมากับราคาที่พุ่งสูงขึ้นไปพอสมควรเช่นเดียวกัน) อันนี้คงต้องขึ้นอยู่กับลักษณะของการใช้งานของแต่ละท่านครับว่าจะนิยมเก็บข้อมูลไว้บนแท็บเล็ตมากหรือน้อยแค่ไหน(แต่ถ้ามีให้เก็บมากๆ ย่อมดีกว่าจริงไหมครับ)

สำหรับแบตเตอรี่นั้นก็กินกันไม่ลงครับ จากข้อมูลนั้นดูเหมือน Nexus 9 จะให้มาน้อยที่สุดโดยมีระยะเวลาในการใช้แตกต่างจากทางฝั่ง iPad ทั้ง 2 รุ่นประมาณ 30 นาที แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นเรื่องของแบตเตอรี่ก็ขึ้นอยู่กับรูปแบบการใช้งานของแต่ละคนด้วยครับ ถ้าคุณเป็นคนที่เล่นเกมมาก ก็อาจจะทำให้แบตเตอรี่ร่วงเร็วตามไปด้วย ดังนั้นแล้วในส่วนของแบตเตอรี่นี้ต้องถามใจตัวเองเลยครับว่าคุณจะเป็นคนที่ใช้แท็บเล็ตเพื่ออะไร และใช้งานหนักแค่ไหน ยังไม่จบเท่านี้ครับเรามีตารางเปรียบเทียบต่อเชิญชมได้เลยครับ

สำหรับกล้องนั้น Nexus 9 และ iPad Air 2 ไม่ต่างกันครับเพราะใช้กล้องที่มีความละเอียดและรูโปกัสเท่ากัน ส่วน iPad Mini ก็ลองลงมา อันนี้ต้องขึ้นอยู่กับความชอบส่วนบุคคลครับ บางคนอาจจะคิดว่าถือแท็บเล็ตถ่ายรูปลำบาก แต่ถ้าอยู่ในสถานการณ์ขับขันแล้วถือแท็บเล็ตอยู่การที่แท็บเล็ตสามารถที่จะถ่ายรูปถ่ายวีดีโอได้คงช่วยให้อะไรๆ ง่ายขึ้นจริงไหมครับ ตามมาด้วยการรองรับข้อมูลเครือข่ายของแต่ละรุ่นซึ่งก็ไม่ต่างกันครับ เพราะสามารถใช้งานได้ทั้ง WiFi และ รองรับการเชื่อมต่อแบบ 4G LTE เหมือนกันหมด(แต่ก็มีการแยกรุ่นขายโดยรุ่นที่รองรับการเชื่อมต่อแบบ 4G LTE ก็จะแพงขึ้นกว่าเดิม)

ทางด้านลำโพงนั้นคงต้องบอกว่า Nexus 9 ชนะไปโดยไม่ต้องสงสัยครับ ยิ่งการที่มีลำโพงอยู่ด้านหน้าตัวเครื่องด้วยเลยนั้นจะยิ่งทำให้การเล่นเกม, ดูหนัง และฟังเพลง ของคุณรู้สึกดีมากขึ้นเป็นกองเพราะเสียงไม่ถูกปิดกั้นเวลาที่ทำการวางแท็บเล็ตลงกับพื้น ต่อกันที่การรองรับการเพิ่มแหล่งเก็บข้อมูลแบบ microSD ซึ่งทั้ง 3 รุ่นนี้ไม่รองรับครับ ทำให้เรื่องนี้นั้นวนกลับไปหาแหล่งเก็บข้อมูลหลักเนื่องจากว่า iPad ทั้ง 2 รุ่นนั้นมีตัวเลือกให้เราเลือกทั้ง 16/64/128 GB ทำให้คุณสามารถที่จะเลือกขนาดของแหล่งเก็บข้อมูลตามที่คุณต้องการได้ ในขณะที่ Nexus 9 มีแค่ 16/32 GB ให้เลือกเท่านั้นซึ่งต้องบอกเลยครับว่าสมัยนี้แล้ว แหล่งเก็บข้อมูลขนาด 16/32 GB นั้นคงไม่พอเพียงกับการเก็บข้อมูลแล้วแน่ๆ ครับ(แค่รูปถ่ายที่ความละเอียด 8 MP นั้นก็มีขนาดไฟล์อยู่ที่ 2-4 MB ต่อรูปแล้วครับ ไหนจะไฟล์วีดีโอที่ความละเอียดระดับ 1080p ที่ใหญ่มหาศาลอีก ดังนั้น iPad ทั้ง 2 รุ่นจึงชนะในด้านนี้ไปครับ ต่อมากับระบบสแกนลายนิ้วมือนั้นแท็บแล็ตของ Apple ทั้ง 2 รุ่นรองรับหมด แต่ว่า Nexus 9 ไม่รองรับดังนั้นเทคโนโลยีนี้ทาง Apple จึงถือได้ว่าเหนือกว่าครับ

Time to Choose

ก่อนที่จะดูว่าเราควรจะซื้อรุ่นไหนนั้นให้ดูที่ราคาก่อนครับ โดย Nexus 9 รุ่นที่รองรับ WiFi/4G LTE และมีแหล่งเก็บข้อมูลอยู่ที่ 32 GB นั้นมีราคาอยู่ที่ $599 หรือประมาณ 18,600 บาท ส่วน iPad Mini 3 รุ่นที่รองรับ 4G LTE นั้นมีราคาอยู่ที่ $529 – $629 หรือประมาณ 16,400 – 19,500 บาท(ขึ้นอยู่กับแหล่งเก็บข้อมูลในแต่ละรุ่น) กับ iPad Air 2 รุ่นที่รองรับ 4G LTE นั้นมีราคาอยู่ที่ $629 – $729 หรือประมาณ 19,500 – 22,600 บาท ซึ่งราคานั้นก็เป็นไปตามสัดส่วนของหน้าจอครับเพราะ Nexus 9 นั้นจะมีราคาอยู่ที่ระดับกลาง ทั้งนี้การเลือกนั้นต้องขึ้นอยู่กับคุณด้วยครับว่าอยากจะใช้ระบบปฏิบัติการอะไรเนื่องจากทั้ง iOS และ Android นั้นก็มีทั้งข้อดีและข้อเสียที่แตกต่างกันไป อีกทั้งยังขึ้นอยู่กับความชอบในรูปแบบดีไซน์ของแต่ละคนด้วยครับว่าจะชอบดีไซน์ของรุ่นไหนมากกว่ากันครับ

ที่มา :?androidauthority




© Copyright - Notebookspec.com All Rights