Home » 6. Mac Corner

วิธีการเลือกซื้อ External Hard Drive ที่ดีที่สุดสำหรับ Mac หรืออุปกรณ์ iOS

27 Mar 15 - By l

ปัญหาหนึ่งที่ทางผู้ใช้ Mac หรือ อุปกรณ์ iOS น่าจะประสบพบเจอกันมาอย่างนานแสนนานนั่นก็คือความสามารถในการใช้งานร่วมกับอุปกรณ์เชื่อมต่อของบริษัทอื่นๆ ที่เรียกได้ว่าน้อยกว่า PC Windows หรืออุปกรณ์เคลื่อนที่ระบบปฏิบัติการ Android มากเลยทีเดียวครับ โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับการเลือกซื้ออุปกรณ์ต่อพ่วงอย่าง External Hard Drive ที่ถึงแม้ว่าในปัจจุบันนั้นจะมีตัวเลือกมากมาย แต่จะรู้ได้อย่างไรว่าตัวเลือกไหนจะเหมาะสมกับ Mac หรือ iOS มากที่สุด วันนี้เราจะพาทุกท่านไปชมกันครับ

ในปัจจุบันนั้นว่าหากว่าไปแล้ว External Hard Drive นั้นพัฒนาไปจากในอดีตที่มีตัวเลือกน้อยมากเลยครับ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องของราคาที่ถูกกว่าเดิมมาก และขนาดความจุที่มากขึ้นกว่าเดิม แถม External Hard Drive บางยี่ห้อนั้นก็โฆษณาว่าสามารถใช้งานร่วมกับทั้ง PC Windows หรือ Mac และอุปกรณ์เคลื่อนที่ระบบปฏิบัติการ Android และ iOS ได้อีกต่างหาก แต่ด้วยความที่มี External Hard Drive มากมายนี่แหละครับที่ทำให้การเลือกอันที่ดีที่สุดออกมานั้นยากยิ่งกว่าอะไรดี

how to choose best ext HDD for Mac or iOS 01 600

สาเหตุที่เราต้องพูดถึงเรื่องนี้ขึ้นมาก็น่าจะมาจากการที่ Apple นั้นไม่ค่อยเปิดกว้างในการอัพเกรดอุปกรณ์ภายในเครื่องของตัวเองมากเท่าไรครับ(ผู้ใช้ Mac และ iOS น่าจะพอทราบความลำบากนี้กันดี) ถ้าเป็น PC Windows แล้วหล่ะก็ผมสามารถแนะนำให้ทุกท่านเลือกซื้อ Seagate Backup Plus External Hard Drive USB 3.0 ที่มาพร้อมกับความจุขนาดมหึมา 5TB ในราคาเพียง $139.99 หรือประมาณ 4,620 บาทไปใช้งานกันได้อย่างสบาย(จริงๆ แล้วก็ใช้งานกับ Mac ได้เช่นเดียวกัน)

แต่พอมาเป็น Mac หรืออุปกรณ์ iOS แล้วเรากลับต้องมามองกันใหม่ครับ เพราะการเลือกซื้อ External Hard Drive ดีๆ มาใช้งานคู่กับ Mac หรืออุปกรณ์ iOS สักตัวนั้นไม่ได้มีส่วนที่ต้องพิจารณาแค่ด้านขนาดความจุกับราคาเท่านั้น เนื่องจากว่าเราต้องกลับไปมองในด้านของความสะดวกในการพกพา, ดีไซน์, ขนาดความจุ, ความเร็ว และความสามารถในการเชื่อมต่ออีกด้วยครับ

ภาพรวมของการเลือกซื้อ External Hard Drive แบบรวดเร็ว

โดยปกติทั่วไปแล้ว External Hard Drive โดยส่วนใหญ่(รวมไปถึง HDD แบบติดตั้งภายในด้วย) มักจะการันตีว่าคุณจะสามารถใช้งานการเก็บข้อมูล External Hard Drive นั้นได้เป็นอย่างดีในช่วง 1 – 3 ปีแรกครับ(หรือระยะเวลาของการรับประกันสินค้านั่นเอง) แต่ถ้าหากคุณไม่ได้ทำการใช้งาน External Hard Drive นั้นทุกวัน วันละ 24 ชั่วโมงแล้วหล่ะก็อายุการใช้งานของ External Hard Drive ของคุณก็จะยืดไปอีกยาวมากครับ

ในการใช้งานนั้นถ้า External Hard Drive มีข้อผิดปกติอะไรจากตัวฮาร์ดแวร์คุณมักจะพบเจอตั้งแต่ในช่วง 7 วันแรกของการซื้อผลิตภัณฑ์แล้วครับ ไม่ว่าจะเป็นเสียงแปลกๆ เวลาใช้งาน หรือบันทึกข้อมูลไม่ได้เป็นต้น ซึ่งคุณก็สามารถที่จะนำ External Hard Drive นั้นไปเปลี่ยนได้ทันทีเพราะยังอยู่ในระยะของการรับประกัน  ปกติแล้วระยะเวลาการใช้งานของ HDD ก่อนที่จะเกิดความล้มเหลวหรือ Mean Time Before Failure (MTBF) มักจะอยู่ที่ 61,320 ชั่วโมงครับ

ดังนั้นถ้าหาก External Hard Drive การันตีว่ามี MTBF ที่มากกว่านั้นเช่นที่ 300,000 ชั่วโมงแล้วหล่ะก็ คุณก็พอจะมีความมั่นใจได้เลยครับว่าคุณสามารถใช้งาน External Hard Drive นั้นได้นานถึง 4.9 ปีอย่างแน่นอน(เป็นอย่างต่ำ) ทว่าอย่างไรก็ตามค่า MTBF นั้นก็เป็นเพียงค่าที่ได้มาจากการคาดการณ์เท่านั้น และใช่ว่าทุกคนจะโชคดีได้เจอกับ External Hard Drive ที่มีอายุการใช้งานเท่ากับ MTBF ครับ

how to choose best ext HDD for Mac or iOS 02 600

ค่าอีกค่าที่มักจะอยู่ในสเปคที่ทางผู้ผลิตให้เราๆ ท่านๆ ได้เห็นกันเวลาเลือกซื้อก็คือ Annualized Failure Rate (AFR) หรืออัตราความล้มเหลวที่เกิดขึ้นต่อปีในกระบวนการผลิตครับ ตัวอย่างเช่นถ้า AFR อยู่ที่ 0.73% นั่นหมายความว่าในปีนั้นถ้าผู้ผลิตทำการผลิต Hard Drive ออกมา 1,000,000 ตัว ก็จะมีอยู่ 7,300 ตัวที่เสียหายครับ ซึ่งจะว่าไปค่านี้ก็ดูจะไม่ค่อยเป็นประโยชน์ต่อผู้บริโภคอย่างเราๆ ท่านๆ สักเท่าไรครับ เพราะอย่างที่บอกไปในตอนต้นว่าถ้า Hard Drive ผิดพลาดจากกระบวนการผลิตจริงเราก็มักจะเจอได้ตั้งแต่ซื้อ Hard Drive นั้นมาเลยครับ

สรุปคำแนะนำ – ให้คุณเลือกซื้อ External Hard Drive ตามจุดประสงค์การใช้งานของคุณเลยครับ ถ้าคุณเพียงแค่ต้องการสำรองข้อมูลรูปภาพ, คลิปวีดีโออันน่าประทับใจ หรือไฟล์สำคัญอื่นๆ ให้คุณเลือกซื้อ External Hard Drive ที่มาจากผู้ผลิตที่มีชื่อเสียง และซื้อ External Hard Drive ที่มีขนาดเท่ากับฮาร์ดดิสของ PC Desktop จะดีกว่า ที่สำคัญก็คือคุณควรเลือกผู้ผลิตที่ไว้ใจได้ในเรื่องของการให้บริการหลังการขาย โดยหากจะดูสเปคก็ให้ดูที่ MTBF สูงๆ ส่วน AFR ต่ำ ไม่ต้องเฉพาะเจาะจงกับรูปร่างของตัว External Hard Drive มากนัก

แต่ในกรณีที่คุณจะนำ External Hard Drive นั้นมาเก็บข้อมูลที่ไม่มีความสำคัญมากนักเช่นไฟล์เกม, เพลงจาก iTune, หนังจาก iTune ฯลฯ ที่คุณสามารถทำการดาวน์โหวดมาใหม่อีกครั้งเมื่อไรก็ได้ คุณก็เลือกซื้อได้ตามต้องการโดยดูจากงบประมาณในกระเป๋าคุณเป็นหลัก พร้อมกับขนาดความจุดที่คุณพอใจได้เลยครับ

มาถึงตรงนี้ถ้าคุณยังคิดว่าสิ่งที่คุณอ่านมายังไม่ได้ตอบโจทย์ในการเลือกซื้อ External Hard Drive ของคุณมากนักแล้วหล่ะก็ เรามีคำแนะนำต่อไปอยู่ครับ สามารถติดตามต่อได้เลยครับ

การเลือกโดยใช้ขนาดความจุและราคาเป็นเกณฑ์

ในปัจจุบันนั้นการที่จะเลือกซื้อ Hard Drive ให้มีความจุถูกต้องกับความต้องการนั้นถือได้ว่าเป็นเรื่องง่ายเลยทีเดียวครับ เนื่องจากว่า External Hard Drive ในปัจจุบันนั้นมีขนาดความจุแตกต่างกันมากมายให้คุณได้เลือกสรร และที่สำคัญก็คือในส่วนของราคานั้นก็แปรผันตรงกันกับขนาดของความจุที่คุณจะทำการซื้อครับ หมายความว่ายิ่งถ้าคุณอยากได้ External Hard Drive ที่มีขนาดความจุมากๆ ราคาก็จะสูงขึ้นกว่า External Hard Drive ที่มาพร้อมกับขนาดความจุน้อยๆ นั่นเองครับ

how to choose best ext HDD for Mac or iOS 03 600

สำหรับในการใช้ราคาและความจุมาเป็นตัวเลือกนั้น Seagate ก็เป็นยี่ห้อหนึ่งที่สามารถจำนำมาเป็นตัวอย่างได้ดีครับ โดยคุณจะมีตัวเลือก External Hard Drive ตั้งแต่ขนาด 500 GB ไปจนถึง 8 TB(ซึ่งในบ้านเรายังไม่มีขนาดความจุเท่านี้วางขายต้องสั่งจากต่างประเทศเอา) ในระดับราคาที่ 1,690 – 15,900 บาท โดย Seagate เองก็ได้ชื่อว่าเป็นผู้ผลิตที่ดี(แต่ไม่ใช่อันดับหนึ่ง) แถมบริการหลังการขายก็ดีเช่นเดียวกัน(แต่ก็ไม่ถึงกับขั้นยอดเยี่ยม) ดังนั้นถ้ามองในบ้านเราแล้ว ให้เลือกซื้อกับร้านที่สามารถวางใจในการให้บริการได้น่าจะดีกว่าซื้อตามแผงตั้งหรือร้านที่ดูไม่ค่อยมีมาตรฐานครับ

 

การเลือกซื้อโดยใช้ความเชื่อถือได้เป็นเกณฑ์

นอกเหนือไปจากค่า MTBF และ AFR ที่ได้กล่าวไปในข้างต้นนั้นจะเป็นค่าที่สามารถเอามาใช้อ้างอิงในเรื่องของความน่าเชื่อถือของ External Hard Drive ได้ แต่ทว่าสิ่งหนึ่งที่ขาดไปไม่ได้ก็คือการให้บริการหลังการขายและเงื่อนไขการรับประกันครับ ทั่วไปแล้วในบ้านเรานั้นการรับประกันก็จะอยู่ที่ 2 – 3 ปี(แล้วแต่ยี่ห้อและตัวแทนจำหน่าย) ถ้าเป็นในยี่ห้อที่มีระดับหน่อยเราก็อาจจะได้เห็นการรับประกันที่ยาวถึง 5 – 10 ปีครับ(ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็น SSD มากกว่า HDD)

how to choose best ext HDD for Mac or iOS 04 600

เงื่อนไขการรับประกันของแต่ละบริษัทนั้นก็เป็นอีกสิ่งหนึ่งที่ทุกท่านควรจะต้องให้ความใส่ใจครับว่าเป็นอย่างไร เพราะเงื่อนไขการรับประกันของแต่ละบริษัทนั้นจะแตกต่างกันออกไป แต่โดยส่วนมากแล้วในประเทศไทยเรานั้นถึงแม้ว่าจะมีบริษัทที่จัดจำหน่ายแตกต่างกันไป(จำหน่ายกันในร้านคนละร้าน) แต่ทว่าการรับประกันนั้นส่วนมากก็จะมาจากบริษัทเดียวกันแทบทั้งนั้นครับ(เพราะมีผู้นำเข้ารายเดียวกัน)

ถ้าเรื่องของความเชื่อถือได้ในการเก็บข้อมูลเป็นสิ่งที่คุณให้ความสำคัญมากๆ แล้วหล่ะก็ เราขอแนะนำให้คุณดู External Hard Drive ที่เป็นยี่ห้อ G-Technology(ซึ่งส่วนใหญ่องค์ประกอบภายในจะเป็นของ Hitachi) และ External SSD ของ Samsung เองอย่าง Samsung T1 SSD นั้นก็มีความน่าเชื่อถือได้อยู่ในระดับสูงเช่นเดียวกันครับ(ถึงแม้ว่าในบ้านเราจะหาได้ยากและระยะเวลาประกันจะอยู่ที่ 3 ปีเท่านั้น)

หมายเหตุ – ราคาของ External Hard Drive ยี่ห้อ G-Technology และ Samsung T1 SSD นั้นราคาค่อนข้างจะสูงกว่าคู่แข่งพอสมควรครับ แต่ถ้าแลกกับความน่าเชื่อถือได้ในการสำรองข้อมูลสำคัญๆ แล้วก็ถือว่าคุ้มครับ

การเลือกซื้อโดยใช้ความสามารถในการพกพาและดีไซน์เป็นเกณฑ์

สำหรับ External Hard Drive นั้นจะสามารถทำการแบ่งออกได้เป็น 5 ชนิดด้วยกันครับได้แก่ enterprise-class desktop drives, regular desktop drives, laptop-class portable drives, slim laptop-class portable drives และ flash drives โดย 2 ชนิดแรกนั้นจะมาพร้อมกับฮาร์ดดิสขนาด 3.5 นิ้วภายใน ซึ่งไม่ค่อยจะเหมาะสมมากนักกับการพกพาไปไหนมาไหนสักเท่าไร ดังนั้นแล้วทั้ง 2 ชนิดแรกจึงเหมาะสำหรับผู้ใช้ที่ไม่ต้องการจะพก External Hard Drive ไปไหนมาไหนมากกว่า(แต่ก็แลกมาด้วยความเร็ว + ความจุที่มากกว่า และราคาต่ำกว่าแบบอื่น)

ส่วน laptop-class portable drives และ slim laptop-class portable drives จะมาพร้อมกับฮาร์ดดิส และ SSD ขนาด 2.5 นิ้วที่มีความสะดวกสบายในการพกพามากกว่า แต่เทียบราคาแล้วก็จะแพงกว่า 2 ชนิดแรกตามที่ได้บอกไปครับ ท้ายสุดกับ flash drives นั้นจะมีความสามารถในการพกพาที่มากที่สุดเพราะมีขนาดเล็ก(จนถึงเล็กมาก) แต่ความจุด, ความเร็วในการใช้งานก็ต่ำกว่า External Hard Drive ชนิดอื่นเช่นเดียวกัน

หมายเหตุ – ทาง Corsair ได้มีการผลิต flash drive แบบ USB 3.0 ความจุ 128 GB ที่ราคา $45 หรือประมาณ 1,485 บาท และ 256 GB ที่ราคา $75 หรือประมาณ 2,475 บาทออกมาแล้วแต่ในบ้านเราเท่าที่ผมลองตรวจดูยังไม่พบเห็นนำเข้ามา หากท่านใดสนใจอาจจะต้องออกแรงสั่งซื้อจาก Ebay หรือ Amazon เอาหน่อยครับ

how to choose best ext HDD for Mac or iOS 05 600

ทางด้านของรูปแบบดีไซน์นั้นก็จะเหมือนกับความสามารถในการพกพาครับ คือถ้าเป็น External Hard Drive แบบ enterprise-class desktop drives และ regular desktop drives ที่มาพร้อมกับฮาร์ดดิสขนาด 3.5 นิ้วนั้นมักจะมีรูปร่างที่ใหญ่ เป็นแท่งทรงตั้งที่เหมาะกับการวางบนโต๊ะมากกว่า ส่วน laptop-class portable drives และ slim laptop-class portable drives นั้นจะมีรูปร่างที่แตกต่างกันออกไปตามแต่ละยี่ห้อและความสามารถครับ

ตัวอย่างในที่นี้ก็อย่างเช่น LaCie Mirror(ทางด้านขวาของภาพบน) ที่ดีไซน์นั้นถูกออกแบบมาให้เหมาะสมกับการใช้งานเพื่อการพกพาโดยตรง วัสดุที่ใช้จะเป็นยาง สามารถใช้งานได้ในทุกสถานการณ์(ซึ่งทาง Notebookspec เราเองก็เคยนำเสนอให้ท่านได้ดูไปก่อนหน้านี้แล้ว) ท้ายสุดกับ flash drives นั้นจะเป็นอุปกรณ์ที่มีดีไซน์ไปมากมายหลายทิศทางเลยครับ ตั้งแต่แบบธรรมดาทั่วไปจนถึงแบบที่มาในรูปการ์ตูนน่ารักสำหรับสาวๆ

การเลือกโดยใช้ดีไซน์นั้นขึ้นอยู่กับความชอบส่วนบุคคลของแต่ละท่านเลยครับ ตรงนี้บางท่านอาจจะชอบดีไซน์ของยี่ห้อหนึ่ง ในขณะที่อีกคนก็จะชอบดีไซน์ของอีกยี่ห้อหนึ่ง แต่ถ้าเรื่องดีไซน์ไม่ใช่ส่วนสำคัญในการเลือกของท่านมากเท่าไรแล้วแนะนำว่าให้ใช้ตัวเลือกด้วยเกณฑ์ความจุและราคากับความชื่อถือได้ของตัว External Hard Drive จะดีกว่าครับ

how to choose best ext HDD for Mac or iOS 06 600

ในที่นี้ถ้าหากให้แนะนำหล่ะก็ Western Digital รุ่น My Passport Ultra ที่เป็น External Hard Drive รุ่นที่สามารถทำยอดขายได้สูงสุดเป็นอันดับหนึ่งในโลกนั้นน่าจะตอบสนองกับคุณๆ ที่ต้องการ External Hard Drive ที่มาพร้อมกับความสามารถในการพกพาและดีไซน์อยู่ในระดับดี(อย่างที่บอกครับว่าแล้วแต่คนมองจริงๆ) และจากประสบการณ์ส่วนตัวนั้น ฮาร์ดดิสจาก Western Digital ที่ผมใช้มานั้นยังไม่เคยเจอตัวที่เสียเลยครับ(ถึงจะมีระยะเวลาในการใช้งานที่ยาวนานมากกว่า 7 ปีแล้ว)

แต่ถ้าคุณมีงบประมาณมากพอแบบไม่จำกัด และต้องการ External Hard Drive ที่ดีไซน์สวยงามมากจริงๆ พร้อมด้วยสเปคในระดับสูงแล้วหล่ะก็ ขอแนะนำ LaCie เลยครับไม่ว่าจะเป็นรุ่น Philippe Starck, Neil Poulton หรือ Porsche Design ที่ดีไซน์นั้นหรูหราอย่างมีระดับจริงๆ (แต่ราคาก็สูงแบบมีระดับเช่นเดียวกันครับ) โดยหากต้องการ LaCie แล้วหล่ะก็อาจจะต้องออกแรงหน่อยครับเพราะเท่าที่ดูในเมืองไทยนั้นก็ยังไม่มีตัวแทนจำหน่ายอย่างเป็นทางการเช่นเดียวกันครับ

การเลือกซื้อโดยใช้ความเร็ว, ความสามารถในการเชื่อมต่อ, การใช้งานร่วมกับอุปกรณ์ iOS และรองรับ AirPort Time Capsules ของ Apple เป็นเกณฑ์

มาถึงเกณฑ์สุดท้ายกันแล้วครับ กับสิ่งที่ถือได้ว่าเป็นเรื่องสำคัญมากกับผู้ใช้งาน Mac ซึ่งนั่นก็คือเรื่องของความเร็วที่ External Hard Drive นั้นรองรับ อย่างเช่นหากคุณต้องการจะทำงานตัดต่อวีดีโอหรือภาพที่ความละเอียดระดับ 4 K แล้วบันทึกข้อมูลลง External Hard Drive หล่ะก็ คุณต้องมอง External Hard Drive ที่มาพร้อมกับการเชื่อมต่อแบบ USB 3.0 เป็นอย่างต่ำครับซึ่งหากจะว่าไปแล้วนั่นอาจจะไม่เพียงพอต่อความต้องการด้วยซ้ำไปครับ

 

how to choose best ext HDD for Mac or iOS 07 600

ตัวเลือกที่น่าจะเหมาะสมที่สุดในที่นี้ก็คือ External Hard Drive ที่มาพร้อมกับความสามารถในการเชื่อมต่อแบบ Thunderbolt ครับ(โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับคนที่ต้องการทำงานทางด้านการตัดต่อวีดีโอที่ความละเอียดระดับ 4K) อย่างเช่น Elgato’s Thunderbolt+ Drive หรือ G-Tech’s G-RAID Studio Thunderbolt 2 แต่ทว่าสิ่งที่ตามมานั้นก็คือราคาที่จะพุ่งขึ้นไปมากกว่าเดิมค่อนข้างที่จะมากกว่า External Hard Drive ที่ใช้การเชื่อมต่อแบบ USB 3.0 มากทีเดียวครับ

หมายเหตุ – ในการใช้งานจริงความเร็วในการโอนถ่ายข้อมูลสูงสุดของการเชื่อมต่อแบบต่างๆ นั้นจะแตกต่างจากตัวเลขทางทฤษฏีที่ทางผู้ผลิตกำหนดมาประมาณ 10 – 20 % ครับ

how to choose best ext HDD for Mac or iOS 08 600

ถ้าคุณต้องการ External Hard Drive ที่สามารถใช้งานร่วมกับอุปกรณ์ระบบปฏิบัติการ iOS ได้ด้วยแล้วคุณจะต้องมองหา External Hard Drive ที่มาพร้อมกับความสามารถในการเชื่อมต่อผ่าน Wi-Fi ครับ อย่างเช่น Western Digital รุ่น My Passport Wireless ($165 หรือประมาณ 5,500 บาท/1TB, $190 หรือประมาณ 6,270 บาท/2TB) หรือ Seagate รุ่น Wireless Plus ($135 หรือประมาณ 4,455 /500GB, $160 หรือประมาณ 5,280 บาท /1TB, $190 หรือประมาณ 6,270 บาท/2TB)

ทั้ง Western Digital รุ่น My Passport Wireless(มี SD slot เพิ่มมาให้บนตัวเครื่องด้วย) และ Seagate รุ่น Wireless Plus มาพร้อมกับความสามารถในการสตรีมมิ่งไฟล์ผ่านทาง Wi-Fi ได้ รวมไปถึงมีแบตเตอรี่ภายในสำหรับการใช้งาน Wi-Fi นอกสถานที่อีกต่างหาก และยังคงรองรับการเชื่อมต่อแบบ USB เพื่อที่จะใช้เชื่อมต่อกับสายได้เพื่อความเร็วที่มากกว่าได้อีกด้วยครับ

how to choose best ext HDD for Mac or iOS 09 600

ท้ายที่สุดกับเรื่องที่สำคัญเช่นเดียวกันเหมือนกับเกณฑ์อื่นๆ ก็คือความสามารถในการสำรองข้อมูลแบบอัตโนมัติบน Apple AirPort Time Capsule ที่สามารถทำการสำรองข้อมูลผ่าน Wi-Fi ได้แบบ real time โดยที่คุณไม่ต้องมาคอยนั่งบันทึกข้อมูลบ่อยๆ อยู่เป็นประจำครับ เรื่องนี้จะเข้ามาเป็นสิ่งที่จำเป็นอย่างมากสำหรับคนที่ต้องการ External Hard Drive ที่สามารถรองรับการสำรองข้อมูลได้ตลอดเวลา และมีความน่าเชื่อถือได้จริงๆ

Apple AirPort Time Capsule นั้นสามารถโอนถ่ายข้อมูลด้วยความเร็วสูงแบบไร้สายผ่านมาตรฐาน 802.11ac (แต่อุปกรณ์ Mac หรือ iOS ของคุณต้องรองรับมาตรฐานเดียวกันนี้ด้วยนะครับ) โดยราคาของตัวเครื่องความจุ 2 TB นั้นอยู่ที่ $280 หรือประมาณ 9,240 บาท และความจุ 3 TB นั้นอยู่ที่ $350 หรือประมาณ 11,550 บาท ซึ่งจะว่าไปแล้วก็มีราคาที่สูงกว่า External Hard Drive ของยี่ห้ออื่นมากพอสมควรแต่เมื่อพ่วงชื่อของ Apple มาแล้วย่อมมั่นใจได้ทั้งความน่าเชื่อถือและดีไซน์ครับว่าไม่ทำให้คุณเสียใจแน่นอน(ทว่าความสามารถในการพกพาอาจจะต่ำหน่อยเพราะตัวเครื่อง Apple AirPort Time Capsule นั้นใหญ่พอสมควรครับ)

ที่มา : 9to5mac



© Copyright - Notebookspec.com All Rights